Wednesday, May 27, 2026

โรงเรียนนานาชาติไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ วิภาวดี คว้ารางวัล Public Choice Award ด้านสิ่งอำนวยความสะดวกเชิงนวัตกรรม ในงาน ASEAN School Awards 2026

โรงเรียนนานาชาติไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ วิภาวดี มีความยินดีที่ได้รับรางวัล Public Choice Award ด้านสิ่งอำนวยความสะดวกเชิงนวัตกรรม (Innovative Facilities) จากเวที ASEAN School Awards 2026 อันทรงเกียรติ ซึ่งเป็นการยืนยันถึงความมุ่งมั่นอย่างโดดเด่นของโรงเรียนในการสร้างสภาพแวดล้อมทางการศึกษาที่พร้อมรับอนาคต และส่งเสริมให้นักเรียนเกิดความใฝ่รู้ ความมั่นใจ และความเมตตา

รางวัลดังกล่าวได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการในเดือนพฤษภาคม 2569 โดย ASEAN School Awards มุ่งเชิดชูโรงเรียนทั่วภูมิภาคที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นเลิศ นวัตกรรม และผลกระทบเชิงบวกที่มีความหมายต่อการศึกษา ไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ วิภาวดี ได้รับการคัดเลือกผ่านการโหวตจากสาธารณชน สะท้อนถึงความไว้วางใจและการสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งจากผู้ปกครอง นักเรียน และชุมชนในวงกว้างทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

วิทยาเขตวิภาวดีได้รับการออกแบบร่วมกับไบรท์ตัน คอลเลจ สหราชอาณาจักร โดยมีวิสัยทัศน์ที่ยิ่งไปกว่าการเป็นเพียงอาคารเรียน ทุกองค์ประกอบของวิทยาเขตได้รับการออกแบบอย่างมีเจตนาชัดเจนเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ ความเป็นอยู่ที่ดี ความคิดสร้างสรรค์ และการทำงานร่วมกัน สร้างสภาพแวดล้อมที่มีจุดมุ่งหมายชัดเจน ซึ่งนักเรียนได้รับแรงบันดาลใจให้เติบโตทั้งในด้านวิชาการและความเป็นตัวของตัวเอง

แรงขับเคลื่อนสำคัญเบื้องหลังการพัฒนาวิทยาเขตแห่งนี้คือ คุณณพงศ์ ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โอเชี่ยน พรอพเพอร์ตี้ จำกัด และกรรมการบริหารโรงเรียนไบรท์ตัน คอลเลจ ประเทศไทย ผู้ดูแลการก่อสร้างด้วยตนเองและมีบทบาทสำคัญในการออกแบบและพัฒนาโรงเรียนตั้งแต่แนวคิดจนถึงการก่อสร้างแล้วเสร็จ

คุณณพงศ์ ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์ กล่าวว่า ตั้งแต่ขั้นตอนการวางแนวคิดในช่วงแรกจนถึงการก่อสร้าง วิสัยทัศน์ของเราคือการสร้างสิ่งที่ยิ่งกว่าอาคารที่สวยงาม ทุกพื้นที่ได้รับการออกแบบอย่างตั้งใจเพื่อจุดประกายความใฝ่รู้ ความคิดสร้างสรรค์ ความเป็นอยู่ที่ดี และความรักในการเรียนรู้ที่แท้จริง เราภูมิใจอย่างยิ่งที่ไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ วิภาวดี ได้รับการยอมรับจากกลุ่ม ASEAN ในวงกว้างในฐานะต้นแบบของการออกแบบทางการศึกษาเชิงนวัตกรรมสำหรับคนรุ่นต่อไป

รางวัลดังกล่าวยกย่องสิ่งอำนวยความสะดวกอันยอดเยี่ยมของไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ วิภาวดี ซึ่งประกอบด้วย โรงละครศิลปะการแสดงมาตรฐานมืออาชีพ ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ Innovation Hub ศูนย์ Sixth Form ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์และการออกแบบ & เทคโนโลยีเฉพาะทาง สระว่ายน้ำบนดาดฟ้า สิ่งอำนวยความสะดวกด้านกีฬาระดับแข่งขัน และสภาพแวดล้อมสำหรับเด็กปฐมวัยที่ออกแบบอย่างรอบคอบโดยได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติและการเรียนรู้ผ่านการเล่น นอกจากนี้ ความยั่งยืนยังเป็นส่วนสำคัญของการออกแบบวิทยาเขต โดยมีการติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ทั่วทั้งอาคารของโรงเรียน

คุณคริสเปียน วอเตอร์แมน อาจารย์ใหญ่ของไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ วิภาวดี กล่าวว่ารางวัลดังกล่าวถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงวิสัยทัศน์ที่ยิ่งใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังการก่อตั้งไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ วิภาวดี ทุกพื้นที่ภายในวิทยาเขตได้รับการออกแบบอย่างมีจุดมุ่งหมาย เพื่อหล่อเลี้ยงการเรียนรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ เป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่งที่กลุ่มการศึกษาในภูมิภาค ASEAN ได้ให้การยอมรับถึงความสำคัญของสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง

คุณนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ ประธานคณะกรรมการของไบรท์ตัน คอลเลจ ประเทศไทย กล่าวเสริมว่า เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างสูงที่ได้รับรางวัล Public Choice Award นี้ ซึ่งสะท้อนถึงความไว้วางใจและการสนับสนุนจากผู้ปกครอง นักเรียน บุคลากร และชุมชนในวงกว้าง ที่ไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ วิภาวดี เราเชื่อว่าสิ่งอำนวยความสะดวกที่ยอดเยี่ยมไม่ได้อยู่ที่สถาปัตยกรรมเพียงอย่างเดียว แต่คือการสร้างพื้นที่ที่นักเรียนรู้สึกได้รับแรงบันดาลใจ การสนับสนุน และพลังในการเติบโตทั้งด้านวิชาการและการพัฒนาส่วนบุคคล

คุณนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ ในฐานะประธานคณะกรรมการ พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารและทีมผู้นำของโรงเรียน (CLT) ขอแสดงความขอบคุณต่อครอบครัวไบรท์ตัน กรุงเทพฯ วิภาวดี ทั้งหมดที่มีส่วนร่วมในความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของโรงเรียน และมีวิสัยทัศน์ร่วมกันเพื่อพัฒนาการศึกษาระดับโลกในประเทศไทย

การได้รับรางวัลครั้งนี้ยิ่งตอกย้ำตำแหน่งของไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ วิภาวดี ในฐานะหนึ่งในโรงเรียนนานาชาติชั้นนำของภูมิภาค ที่ผสานความเป็นเลิศทางวิชาการเข้ากับการออกแบบเชิงนวัตกรรมที่เน้นเด็กเป็นศูนย์กลาง โดยได้รับแรงบันดาลใจจากปรัชญาและคุณค่าทางการศึกษาของไบรท์ตัน คอลเลจ สหราชอาณาจักร ในการบ่มเพาะนักเรียนให้มีความใฝ่รู้ทางปัญญา ความมั่นใจ และความเมตตา

Brighton College Bangkok Vibhavadi Receives Public Choice Award for Innovative Facilities at the ASEAN School Awards 2026

    Brighton College Bangkok Vibhavadi is proud to announce that it has been awarded the Public Choice Award for Innovative Facilities at the prestigious ASEAN School Awards 2026, recognising the College’s outstanding commitment to creating future-ready educational environments that inspire curiosity, confidence, and kindness.

Officially announced in May 2026, the ASEAN School Awards celebrate schools across the region that demonstrate excellence, innovation, and meaningful impact in education. Brighton College Bangkok Vibhavadi was selected through public voting, reflecting strong support and confidence from families, educators, and the wider community across Southeast Asia.

Designed in partnership with Brighton College UK, the Vibhavadi campus was envisioned as far more than a school building. Every aspect of the campus was intentionally created to enhance learning, wellbeing, creativity, and collaboration; delivering a purpose-driven environment where pupils are inspired to thrive academically and personally.

A key driving force behind the development of the campus was Khun Napong Paripontpochanapisuti, Board Member of Brighton College Thailand, who personally oversaw the construction and played a central role in the design and development of the school from concept through completion.

Khun Napong Paripontpochanapisuti commented:

“From the earliest concept stage through to construction, our vision was to create far more than a beautiful campus. Every space was intentionally designed to inspire curiosity, creativity, wellbeing, and a genuine love of learning. We are incredibly proud that Brighton College Bangkok Vibhavadi has been recognised by the wider ASEAN community as a model of innovative educational design for the next generation.”

The award recognises Brighton College Bangkok Vibhavadi’s exceptional facilities, including its professional-standard Performing Arts Theatre, Science Labs, Innovation Hub, Sixth Form Centre, specialist Science and Design & Technology laboratories, rooftop swimming pool, competition-grade sports facilities, and thoughtfully designed Early Years environment inspired by nature and play-based learning. Sustainability also forms an important part of the campus design, with solar energy systems integrated throughout the school buildings.

Mr. Crispian Waterman, Headmaster of Brighton College Bangkok Vibhavadi, said:

“This award is a wonderful recognition of the vision behind Brighton College Bangkok Vibhavadi. Every space on campus was intentionally designed to inspire learning, creativity, and human connection. We are delighted that the wider community across ASEAN has recognised the importance of educational environments that genuinely place children at the centre of design.”

Khun Nusara (Assakul) Banyatpiyaphod, Chair of Governors of Brighton College Bangkok Vibhavadi, added:

“We are deeply honoured to receive this Public Choice Award. It reflects the trust and support of our parents, pupils, staff, and wider community. At Brighton College Bangkok Vibhavadi, we believe exceptional facilities are not about architecture alone; they are about creating spaces where pupils feel inspired, supported, and empowered to thrive academically and personally.”

Khun Nusara (Assakul) Banyatpiyaphod, Chair of Governors of Brighton College Thailand, together with the Executive Committee and College Leadership Team (CLT), expressed their appreciation to the entire Brighton community for contributing to the school’s continued success and shared vision for world-class education in Thailand.

This recognition further strengthens Brighton College Bangkok Vibhavadi’s position as one of the region’s leading international schools, combining academic excellence with innovative, child-centred design inspired by the educational philosophy and values of Brighton College UK: nurturing pupils who are intellectually curious, confident, and kind.

Source: Brighton College Bangkok Vibhavadi

"ซูโจว" โชว์ศักยภาพบนเวที APEC ชูความร่วมมือเศรษฐกิจควบคู่มนต์เสน่ห์แห่งเจียงหนาน

 การประชุมรัฐมนตรีการค้าความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (APEC) ครั้งที่ 32

ระหว่างวันที่ 22-23 พฤษภาคม 2569 เมืองซูโจวได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปค (APEC) ครั้งที่ 32 อย่างยิ่งใหญ่ โดยนครแห่งสายน้ำฝั่งตะวันออกซึ่งเป็นที่รู้จักระดับสากลมายาวนานกว่า 2,500 ปีแห่งนี้ สามารถดึงดูดสายตาจากทั่วโลกได้อีกครั้ง ด้วยเอกลักษณ์การพัฒนาทางเศรษฐกิจที่สอดรับกับวิถีวัฒนธรรมดั้งเดิมอย่างกลมกลืนเสมือน "ภาพปักสองหน้า" อันเลื่องชื่อ

แขกผู้มีเกียรติและผู้เข้าร่วมประชุมต่างชื่นชมซูโจวว่าเป็นเมืองที่มีความตื่นตัวทางอุตสาหกรรม ควบคู่ไปกับความงดงามเหนือกาลเวลา โดยปัจจุบัน ซูโจวมีมูลค่าผลผลิตรวมของวิสาหกิจอุตสาหกรรมขนาดใหญ่กว่า 4.9 ล้านล้านหยวน รั้งตำแหน่งเมืองอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของประเทศจีน ซึ่งสะท้อนถึงฮาร์ดพาวเวอร์ทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน ความประณีตงดงามในฐานะนครร้อยสวน ความลึกซึ้งของนครร้อยพิพิธภัณฑ์ และความสุนทรีย์ของนครร้อยงิ้ว ได้หลอมรวมกันเป็นเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของ "สรวงสวรรค์บนดิน" อันเป็นซอฟต์พาวเวอร์ทางวัฒนธรรม เมืองซูโจวสามารถประยุกต์การจัดวางโครงสร้างอันประณีตของสวนโบราณมาเป็นแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ ทั้งยังใช้ศิลปะการปักผ้าสองหน้าอันเลื่องชื่อเป็นสะพานเชื่อมโลกตะวันออกและตะวันตก ส่งผลให้ก้าวขึ้นเป็นหน้าต่างบานสำคัญในการปฏิรูปและเปิดประเทศของจีน

บริเวณต้อนรับภายในงาน แขกผู้มาเยือนต่างตื่นตาตื่นใจกับฉากหลังต้อนรับโทนสีฟ้าอ่อนที่จำลองแบบจากสวนคลาสสิกของซูโจว เพื่อต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมจากทั่วทุกสารทิศอย่างอบอุ่น พร้อมทั้งถ่ายทอดศิลปะความงดงามและงานฝีมือประณีตของสวนสไตล์เจียงหนาน เผยให้ผู้มาเยือนทั้งชาวจีนและชาวต่างชาติสัมผัสได้ถึงความอ่อนน้อมถ่อมตนและมิตรไมตรีจิตอันเป็นเอกลักษณ์ในแบบฉบับวัฒนธรรมเจียงหนาน

งานปักซูโจวอันวิจิตรบรรจงได้ดึงดูดสายตาให้แขกผู้มีเกียรติต่างหยุดชมด้วยความชื่นชม โดย ยฺหวี จฺวินเหยา (Yu Junyao) ช่างปักผ้าชาวซูโจววัย 28 ปี ผู้ช่วยผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ศิลปะงานปักซูโจวเหยาฮุ่ยเฟิน เปิดเผยว่า "ความงามไม่จำเป็นต้องมีคำแปล และมีพลังในการเชื่อมโยงผู้คนจากต่างถิ่นต่างแดนให้ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น" ปัจจุบันเธออยู่ระหว่างการจำลองภาพพิมพ์แกะไม้สมัยราชวงศ์หมิงเรื่องบันทึกหอประจิม (The Romance of the Western Chamber) ขึ้นมาใหม่ด้วยเทคนิคงานปัก พร้อมแต่งแต้มสีสันตามการตีความของตนเอง "เหตุผลที่ดิฉันเลือกสาธิตผลงานชิ้นนี้ในงาน เพราะผลงานดังกล่าวได้รวบรวมองค์ประกอบอันหลากหลายของวัฒนธรรมจีนเอาไว้" และเสริมว่า "ทั้งการบอกเล่าวรรณกรรมรักคลาสสิก การแสดงทักษะชั้นครูของงานปักซูโจว ตลอดจนการชูความงามของศิลปะภาพพิมพ์แกะไม้ดั้งเดิม" โดยสิ่งที่สร้างความสนใจให้แก่ผู้เข้าร่วมงานชาวต่างชาติมากที่สุด คือความหลากหลายของเทคนิคการเย็บปักถักร้อยที่นำมาสาธิตในบริเวณงาน

ทุกย่างก้าวภายในงานเปรียบเสมือนการเปิดมุมมองใหม่ที่เผยความงดงามแปลกตาในทุกมิติ โดยคณะผู้จัดงานได้เนรมิตสถานที่จัดประชุมให้กลายเป็น "ห้องรับแขกทางวัฒนธรรม" เพื่อเผยแพร่มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของซูโจว ไม่ว่าจะเป็นศิลปะการปักผ้า งานทอผ้าไหมเค่อซือ ผ้าไหมซ่งจิ่น และมรดกแขนงอื่น ๆ ที่สะกดสายตาผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวจีนและชาวต่างชาติ นอกจากนี้ บริเวณสาธิตการทำภาพพิมพ์แกะไม้ปีใหม่เถาฮฺวาอู้ก็ได้รับความสนใจอย่างคึกคัก โดยแขกผู้มีเกียรติต่างเข้าคิวรอสัมผัสประสบการณ์พิมพ์ภาพมงคลด้วยฝีมือตนเอง โดยมี เฉียว หลานหรง (Qiao Lanrong) ผู้สืบทอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมระดับมณฑล ได้นำผลงานดั้งเดิมชุดปรองดองเป็นหนึ่งเดียว (Harmony in Unity) รวมถึงภาพพิมพ์มงคลต้อนรับ "ปีมะเมีย" รูปแบบใหม่มาให้แขกได้ทดลองปฏิบัติ "ผู้เข้าร่วมงานจะได้รับประสบการณ์ตรงจากการพิมพ์สีด้วยเทคนิคโบราณ และสามารถนำผลงานที่ทำเสร็จแล้วกลับไปเป็นที่ระลึกได้" เฉียวกล่าว พร้อมชี้ชวนให้ชมผลงานที่มีชื่อว่าเสียวหม่าน (Grain Buds) "เนื่องจากช่วงเวลาของการประชุมตรงกับช่วงปักษ์ 'เสียวหม่าน' ในปฏิทินจีนพอดี เราจึงตั้งใจใช้ผลงานศิลปะของเรานี้เพื่อร่วมแบ่งปันภูมิปัญญาเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านฤดูกาลของชาวจีนโบราณแก่ผู้มาเยือน"

ในโอกาสนี้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของไทย ตลอดจนกลุ่มนักธุรกิจชาวอินโดนีเซีย ผู้สื่อข่าวชาวอเมริกัน และมิตรจากหลากหลายประเทศ ได้มีส่วนร่วมปักฝีเข็มลงบนผืนผ้าปักซูโจวชุดพิเศษในชื่อ "APEC CHINA 2026" โดยการร่วมร้อยเรียงเส้นด้ายในครั้งนี้ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งการถักทอสายสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และเป็นพยานชิ้นสำคัญของความร่วมมือร่วมใจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

นวัตกรรมเป็นทั้งกลไกเบื้องหลังความสำเร็จทางเศรษฐกิจอันโดดเด่นของซูโจว และกุญแจสำคัญในการสืบสานความมีชีวิตชีวาของมรดกทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมให้อยู่คู่สังคมปัจจุบันด้วย

ในการประชุมครั้งนี้ จิน อี๋ (Jin Yi) ผู้สืบทอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมด้านการตัดเย็บชุดกี่เพ้าแฮนด์เมดของซูโจว ได้นำสัญลักษณ์ประจำท้องถิ่น อาทิ ดอกไม้ประจำเมือง (ดอกหอมหมื่นลี้), ปูขนอันเลื่องชื่อ และเครื่องดนตรีซูโจวผิงถาน มาผสมผสานเข้ากับศิลปะการทำกระดุมจีน (ผานโค่ว) ซึ่งผลงานสร้างสรรค์เหล่านี้โดดเด่นทั้งความวิจิตรบรรจงและประโยชน์ใช้สอยจริง โดยนำมาประยุกต์เป็นเข็มกลัดติดหน้าอกหรือเข็มกลัดปกเสื้อ ช่วยให้ผู้มาเยือนชาวต่างชาติได้สัมผัสถึงความประณีตและหัวใจในงานฝีมือดั้งเดิมของจีนอย่างใกล้ชิด

ขณะเดียวกัน บริษัท ซูโจว ไท่หู สโนว์ ซิลก์ จำกัด (Suzhou Taihu Snow Silk Co., Ltd.) ได้นำลวดลายสิบสองนักษัตรมาผสานเข้ากับผลิตภัณฑ์ผ้าไหมอย่างสร้างสรรค์ เกิดเป็นสินค้าทางวัฒนธรรมที่ครองใจทั้งกลุ่มลูกค้าต่างชาติและผู้บริโภครุ่นใหม่

การสืบสานความมีชีวิตชีวาของมรดกทางวัฒนธรรมจะเกิดขึ้นได้จริง ก็ต่อเมื่อศิลปะนั้นได้รับการหลอมรวมเข้ากับวิถีชีวิตยุคปัจจุบันได้อย่างเหมาะสม ซึ่งเมืองซูโจวได้ใช้นวัตกรรมขับเคลื่อนเพื่อฟื้นคืนชีวิตให้แก่มรดกทางประวัติศาสตร์ ทั้งในแง่การอนุรักษ์ในปัจจุบันและการปูรากฐานสู่อนาคต

ทางด้าน เฉิน เหวิน (Chen Wen) ผู้สืบทอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมเทคนิคการทอผ้าไหมเค่อซือระดับมณฑล แสดงทัศนะว่า งานฝีมือโบราณชนิดนี้สามารถทำหน้าที่เป็นสื่อกลางแห่งยุคสมัยได้เป็นอย่างดี โดยนอกจากจะยังคงรักษาความงดงามตามแบบแผนภาพวาดจีนโบราณแล้ว ปัจจุบันยังได้ผสมผสานสุนทรียภาพในชีวิตประจำวันเพื่อสร้างเสียงสะท้อนทางวัฒนธรรมให้กว้างขวางยิ่งขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้สาธารณชนได้เข้าถึง "ศิลปะที่ใกล้สูญหาย" นี้ง่ายขึ้น เฉินจึงริเริ่มนำผลงานไปจัดแสดงนิทรรศการในประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ นิวซีแลนด์ และอื่น ๆ อีกทั้งยังได้พัฒนากี่ทอผ้าไหมเค่อซือขนาดเล็กสำหรับการเรียนรู้ขึ้นมาใหม่โดยอิงรูปแบบจากกี่ทอผ้าโบราณ พร้อมทั้งเปิดชั้นเรียนเสริมทักษะตามความสนใจในโรงเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา เพื่อนำวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้าสู่ห้องเรียนอย่างเป็นรูปธรรม ช่วยให้เยาวชนเข้าใจในภูมิปัญญาจีนที่ถักทออยู่ในเส้นด้ายแต่ละเส้นผ่านประสาทสัมผัสและการทดลองทอด้วยตนเอง โดย โยร์ก ไฮน์ริช (Joerg Heinrich) กรรมการบริหารสมาพันธ์เครื่องจักรกลสวิส ได้กล่าวชมว่า ประสบการณ์ที่เขาคลุกคลีอยู่กับเครื่องจักรสิ่งทอมาหลายปี ทำให้เขารู้สึกผูกพันและคุ้นเคยกับภาพวิถีชีวิตการทอผ้าทำมือเช่นนี้เป็นอย่างมาก

ขณะเดียวกัน ผู้ที่เดินเยี่ยมชมรอบบริเวณงานอาจมีโอกาสได้ยลโฉมบอนไซสไตล์ซูโจวที่จัดแสดงอยู่ตามจุดต่าง ๆ โดยมีผลงานบอนไซสนเจินไป๋โบราณอายุกว่า 200 ปีที่มีชื่อว่า มังกรหมอบ หงส์เริงร่า (Dragon in Repose, Phoenix at Ease) ตั้งตระหง่านสะดุดตา ซึ่งบอนไซชิ้นนี้นอกจากจะเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ความร่มรื่นแก่สถานที่จัดงานแล้ว ยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวจีนและชาวต่างชาติได้สัมผัสถึงปรัชญาของสวนซูโจวโดยไม่จำเป็นต้องก้าวออกจากโถงจัดงาน

"บอนไซไม่ได้เป็นเพียงการจำลองย่อส่วนธรรมชาติลงมาเท่านั้น ทว่าเป็นการจัดระเบียบโครงสร้างความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติ กาลเวลา และมนุษย์ให้อยู่ร่วมกันภายใต้พื้นที่จำกัด" ตัวแทนจากสำนักงานบริหารสวนจัวเจิ้ง ภายใต้สำนักงานบริหารสวนและพื้นที่สีเขียวเมืองซูโจว กล่าว โดยทางหน่วยงานคาดหวังว่า การอาศัยเวทีระดับนานาชาตินี้จะสามารถแสดงให้ผู้มาเยือนเห็นว่า สวนโบราณซูโจวไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่เพียงรูปแบบสิ่งก่อสร้างดั้งเดิมเท่านั้น แต่ยังสามารถแทรกซึมเข้าสู่พื้นที่วัฒนธรรมสาธารณะในปัจจุบันได้ผ่านทางบอนไซ เครื่องเรือนตกแต่ง และรูปแบบงานร่วมสมัยต่าง ๆ ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นภาษาที่นุ่มนวลทว่าทรงพลังในการเชื่อมโยงเมืองซูโจวเข้ากับสังคมโลก

การประชุมรัฐมนตรีการค้า APEC ในครั้งนี้เปรียบเสมือนสะพานเชื่อมเมืองกูซู (ชื่อโบราณของซูโจว) อายุกว่าพันปี เข้ากับผู้มาเยือนจากทั่วทุกมุมโลก ก่อให้เกิดมิตรภาพและความประทับใจอันงดงามมากมาย โดยนอกรอบการประชุม แขกผู้มีเกียรติได้เดินเที่ยวชมถนนสายประวัติศาสตร์ผิงเจียง ตรอกซอกซอยโบราณ ตลอดจนสวนโอ่วหยวน พร้อมทั้งดื่มด่ำกับการบูรณาการด้านวัฒนธรรม พาณิชยกรรม และการท่องเที่ยว อันเป็นแก่นแท้ของเจียงหนาน นอกจากนี้ยังได้เที่ยวชมสวนจัวเจิ้งเพื่อชื่นชมสุนทรียศาสตร์ตะวันออกในการรังสรรค์ฟ้าดินไว้ในพื้นที่อันจำกัด ตลอดจนเดินทางไปเยือนเมืองน้ำโบราณอย่างโจวจวางและถงหลี่ เพื่อสัมผัสวิถีชีวิตริมน้ำดั้งเดิม นั่งเรือพาย และร่วมฟังการขับร้องและเล่าเรื่องผิงถานกับงิ้วคุนฉฺวี่อย่างใกล้ชิด

ฟลอร์ เบเยนส์ (Flor Baeyens) ผู้จัดการโครงการแห่งหอการค้าเบเนลักซ์ประจำประเทศจีน กล่าวว่า "ในการสรรหาแหล่งลงทุนของกลุ่มธุรกิจ เรามองหาพื้นที่ที่สามารถสร้างความเชื่อมโยงร่วมกันได้อยู่เสมอ ซึ่งที่ซูโจวแห่งนี้ ผมสัมผัสได้ถึงความลุ่มลึกของวัฒนธรรมท้องถิ่น งานศิลปะ และความประณีตงดงามของงานฝีมืออย่างแท้จริง สิ่งเหล่านี้มีส่วนสำคัญอย่างมากที่ช่วยให้ทั้งสองฝ่ายสามารถสร้างความเข้าใจและร่วมมือกันได้ง่ายยิ่งขึ้น ก่อนที่จะเปิดโต๊ะเจรจาธุรกิจเพื่อการลงทุนอย่างเป็นทางการเสียด้วยซ้ำ"

ฆอร์เฆ กาซิมิโร (Jorge Casimiro) รองประธานกลุ่มบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์และนโยบายสาธารณะของไนกี้ (Nike) เปิดเผยในการเสวนาพันธมิตรผู้นำธุรกิจเอเชีย-แปซิฟิก และการประชุมส่งเสริมการลงทุนระดับโลกซูโจว ประจำปี 2569 ว่า "ซูโจวถือเป็นเมืองแห่งนวัตกรรมและโอกาส เราได้เปิดร้านสาขาแรกที่เมืองไท่ชางมาตั้งแต่ปี 2539 และไนกี้ก็ได้เติบโตก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องเคียงคู่มากับพัฒนาการของเมืองซูโจว" พร้อมทั้งยกย่องสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ยอดเยี่ยมและยืนยันนโยบายของไนกี้ในการขยายการลงทุนในเมืองนี้ต่อไป ด้วยศักยภาพทำเลที่ตั้งและบรรยากาศการลงทุนชั้นหนึ่ง ส่งผลให้ซูโจวกลายเป็นศูนย์กลางยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการดำเนินธุรกิจของไนกี้ในประเทศจีน โดยนับตั้งแต่ก่อตั้งศูนย์โลจิสติกส์ขึ้นที่เมืองไท่ชางในปี 2553 บริษัทสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานได้สูงถึงห้าเท่า ด้วยมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีความสามารถในการรองรับและจัดการสินค้าสูงกว่า 180 ล้านชิ้นต่อปี

นอกจากนี้ เมืองซูโจวยังเป็นที่ตั้งของคณะนักแสดงบัลเลต์ วงซิมโฟนีออร์เคสตรา และวงดนตรีออร์เคสตราจีนดั้งเดิม ทั้งยังมุ่งมั่นดึงดูดทรัพยากรชั้นนำทั้งในและต่างประเทศในด้านการศึกษา การแพทย์ สาธารณสุข ศิลปวัฒนธรรม และการกีฬา ตลอดจนการดำเนินมาตรการอำนวยความสะดวกแบบครบวงจรเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของชาวต่างชาติ ส่งผลให้เมืองซูโจวได้รับการยอมรับให้เป็น "เมืองของจีนที่ดึงดูดใจบุคลากรผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติมากที่สุด" ติดต่อกันเป็นเวลายาวนานถึง 14 ปี

ความเจริญรุ่งเรืองทางวัฒนธรรมและความตื่นตัวทางเศรษฐกิจต่างเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน หล่อหลอมให้ชาวซูโจวมีจิตวิญญาณแห่งการกล้าคิดกล้าทำ ลงมือปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ และมุ่งมั่นแสวงหาความเป็นเลิศอย่างไม่หยุดยั้ง ด้วยหน้าประวัติศาสตร์อันยาวนานถึง 2,500 ปี ในวันนี้ ซูโจวพร้อมเปิดประตูรับความหลากหลายและความเป็นสากล เพื่อพิสูจน์ให้ผู้มาเยือนทั้งชาวจีนและชาวต่างประเทศได้ประจักษ์ว่า มนต์เสน่ห์ทางวัฒนธรรมของเมืองคือสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ดีที่สุด

ที่มา: การประชุมรัฐมนตรีการค้าความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (APEC) ครั้งที่ 32

APEC Suzhou Moment: A Symphony of Economic Consensus and Jiangnan Poetic Charm


 The 32nd Asia-Pacific Economic Cooperation (APEC) Ministers Responsible for Trade Meeting

From May 22 to 23, the 32nd Asia-Pacific Economic Cooperation (APEC) Ministers Responsible for Trade Meeting was held in Suzhou. Suzhou, the oriental water city that has been read by the world for more than 2,500 years, has once again attracted global attention with its "double-sided embroidery" charm of co-prosperity and symbiosis of humanities and economy.

Guests see Suzhou as a city of both industrial vitality and timeless grace. With the total output value of large-scale industrial enterprises exceeding 4.9 trillion yuan, Suzhou stands firmly as China's second-largest industrial city - this is its economic hard power. The elegance of the City of a Hundred Gardens, the profundity of the City of a Hundred Museums, and the vitality of the City of a Hundred Operas intertwine to create the timeless charm of "Paradise on Earth" - this is Suzhou's cultural soft power. Using the delicate layout of its classical gardens to map out the landscape of a modern economy, and the mastery of double-sided embroidery to bridge the East and the West, Suzhou has leaped to become a leading window of China's reform and opening-up.

Stepping into the venue, a sky-blue welcome backdrop, inspired by Suzhou's classical gardens, warmly greets guests from near and far. It encapsulates the elegance and craftsmanship of Jiangnan garden culture, offering Chinese and international visitors a taste of the unique reserve and warmth that define Jiangnan's heritage.

Fine examples of Suzhou embroidery made guests pause in admiration. "Beauty needs no translation, it brings people from different countries and regions closer," said Yu Junyao, a 28-year-old Suzhou embroiderer and assistant director of the Yao Huifen Suzhou Embroidery Art Museum. She has been recreating the Ming-dynasty woodblock print The Romance of the Western Chamber using embroidery techniques, adding colors according to her own interpretation. "I chose to demonstrate this piece on-site because it integrates multiple elements of Chinese culture," Yu explained, "It tells a classic love story, showcases the exquisite skill of Suzhou embroidery, and also highlights the beauty of woodblock prints." What intrigued foreign guests the most was the dazzling variety of stitching techniques on display.

Every step reveals a new scene, beauty unfolds in every direction. The resourceful people of Suzhou have transformed the venue into a "cultural living room," where time-honored Suzhou intangible cultural heritage - embroidery, Kesi silk tapestry, Song brocade, and more - captivates Chinese and international guests alike. At the Taohuawu New Year woodblock print experience area, excitement runs high. Guests line up eagerly to print their own festive picture. Qiao Lanrong, provincial-level representative inheritor of this national intangible cultural heritage item, brings both the traditional piece Harmony in Unity and an innovative "Year of the Horse" blessing print for guests to try. "Guests get hands-on experience with color-printing techniques and can take home their own work," Qiao says, pointing to a piece titled Grain Buds . "The conference coincides with the 'Grain Buds' solar term, so we also use our art to share the wisdom of traditional Chinese solar terms."

Suphajee Suthumpun, Deputy Prime Minister and Minister of Commerce of Thailand, along with Indonesian businesspeople, American journalists, and other friends from different countries and regions attending the conference, left their stitches on the Suzhou embroidery piece " APEC CHINA 2026 ." Sewing together the bonds of friendship across nations, it stands as a unique testament to Asia-Pacific solidarity.

Innovation is the magic key to Suzhou's remarkable economic success, and equally, the secret behind the enduring vitality of its historical and cultural heritage.

For the conference, Jin Yi, inheritor of Suzhou's handmade cheongsam intangible cultural heritage, incorporated local elements such as the city flower (osmanthus), the famous hairy crab, and Suzhou pingtan musical instruments into the art of Chinese knotted buttons (pankou). These works go beyond aesthetics - they can be transformed into brooches, collar pins, and other forms, allowing foreign guests to experience the resilience and warmth of traditional Chinese craftsmanship firsthand.

Suzhou Taihu Snow Silk Co., Ltd. has creatively integrated the twelve zodiac signs into its silk products, producing cultural goods that appeal not only to foreign customers but also to young consumers.

The vitality of a culture lies in its ability to weave into the fabric of modern life. Suzhou has consistently used innovation to bring its historical heritage to life - preserving it in the present and empowering it for the future.

In the eyes of Chen Wen, a provincial-level representative inheritor of the Kesi (silk tapestry) weaving technique, this ancient craft serves as a contemporary medium - while preserving the charm of classical Chinese painting, it is increasingly infused with everyday beauty and cultural resonance. To make this "lost art" more accessible, Chen has not only organized exhibitions in Malaysia, Singapore, New Zealand and beyond, but also developed a new Kesi learning loom based on traditional designs. By offering interest classes in primary and secondary schools, she brings culture into the classroom, allowing children to understand the Chinese wisdom embedded in every thread through the push and pull of their fingertips. Joerg Heinrich, a board member of the Swiss Mechanical Processing Alliance, noted that his years of work in textile machinery made such a cultural scene feel especially familiar to him.

Wandering through the APEC venue, one might unexpectedly come across a Suzhou-style bonsai. A striking true cypress piece titled Dragon in Repose, Phoenix at Ease stands out - with a tree age of 200 years. It not only adds greenery to the venue but also offers domestic and international guests a taste of the philosophical essence of Suzhou gardens without leaving the hall.

"It is not about shrinking nature, but about reorganizing the relationship between nature, time, and people within a limited space," said a representative from the Administration of the Humble Administrator's Garden under the Suzhou Gardens and Greening Administration Bureau. Through this international platform, the representative hopes to show Chinese and overseas guests that Suzhou gardens exist not only in their classical forms, but can also enter today's public cultural spaces through bonsai, furnishings, and contemporary expressions, becoming a gentle yet powerful language for Suzhou to connect with the world.

The APEC Trade Ministers' Meeting bridged millennia-old Gusu with global visitors, sparking many beautiful encounters. Outside the venue, guests strolled along Pingjiang Road, explored ancient alleys and the Couple's Garden Retreat, immersing themselves in the cultural-commerce-tourism fusion that defines the essence of Jiangnan. They toured the Humble Administrator's Garden to appreciate the Eastern aesthetic of creating heaven and earth within inches, and visited the ancient towns of Zhouzhuang and Tongli, where they took rowing boats, listened to pingtan and Kunqu opera, and experienced the water-town charm and Jiangnan lifestyle firsthand.

"When companies look for investment destinations, we always consider where we can build connections. In Suzhou, I truly feel the profound local culture, arts, and exquisite craftsmanship. This alone makes it easier for both sides to find common ground even before formal investment and business talks begin," said Flor Baeyens, Project Manager of the Benelux Chamber of Commerce in China.

"Suzhou is a city of innovation and opportunity. We opened our first physical store in Taicang in 1996, and Nike has continued to grow here, developing alongside Suzhou," said Jorge Casimiro, Nike's Chief Government Affairs and Public Policy Officer and Group Vice President, at the Asia-Pacific Business Leaders Partnership Dialogue and 2026 Suzhou Global Investment Promotion Conference. He praised Suzhou and reaffirmed Nike's commitment to further investment in the city. Thanks to its superior location and first-class business environment, Suzhou has become a key hub for Nike's operations in China. Since establishing its logistics center in Taicang in 2010, the company has increased efficiency fivefold, with total investment exceeding US$300 million and an annual handling capacity of over 180 million units.

Moreover, Suzhou is home to a ballet company, a symphony orchestra, and a traditional Chinese orchestra. It continues to attract top-tier domestic and international resources in education, healthcare, culture and sports, and has implemented a package of facilitation measures to improve the daily lives of foreign residents. For 14 consecutive years, Suzhou has been named "the most attractive Chinese city for foreign talent."

Cultural prosperity and economic dynamism complement each other, nurturing in Suzhou's people a spirit of bold action, effective execution, and relentless pursuit of excellence. With a history of 2,500 years, Suzhou now embraces the world with openness and inclusiveness, letting Chinese and international guests feel that a city's cultural charm is its best business environment.

Source: The 32nd Asia-Pacific Economic Cooperation (APEC) Ministers Responsible for Trade Meeting

Tuesday, May 26, 2026

ลอรีอัล เปิดรับสมัครทุนวิจัย “เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์” ครั้งที่ 24

ขยายเกณฑ์อายุเป็น 45 ปี ผนึกกำลังมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฯ มอบสูงสุด 5 ทุน ยื่นผลงานได้ถึง 15 กรกฎาคมนี้

ลอรีอัล กรุ๊ป ในประเทศไทย เดินหน้ายกระดับสตรีในแวดวงวิทยาศาสตร์ ประกาศเปิดรับสมัครนักวิจัยหญิงชาวไทยชิงทุน  โครงการทุนวิจัยลอรีอัล ประเทศไทย “เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์” (For Women in Science) ประจำปีที่ 24 โดยปีนี้มีการปรับเปลี่ยนเกณฑ์ครั้งสำคัญเพื่อเปิดโอกาสที่กว้างยิ่งขึ้น ด้วยการปรับเกณฑ์อายุใหม่เป็น 45 ปี สำหรับผู้ที่มีโครงการวิจัยอิสระด้านวิทยาศาสตร์กายภาพหรือวิทยาศาสตร์ชีวภาพที่กำลังดำเนินงานอยู่ โดยมอบทุนสนับสนุนสูงสุด 5 รางวัล รางวัลละ 250,000 บาท พร้อมโล่เกียรติคุณ เพื่อเชิดชูเกียรติ และสร้างพลังขับเคลื่อนแก่นักวิทยาศาสตร์หญิงไทยในการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่เพื่อสังคม

คุณอรอนงค์ ประทักษ์พิริยะ ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการองค์กรและสื่อสารสัมพันธ์ บริษัท ลอรีอัล ประเทศไทย กล่าวว่า “ลอรีอัล ประเทศไทย มุ่งมั่นที่จะเคียงข้างและสร้างโอกาสให้ผู้หญิงผ่านโครงการที่หลากหลาย รวมถึงโครงการทุนวิจัย ‘เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์’ ซึ่งดำเนินงานมาจนถึงปีที่ 24 แล้ว ถือเป็นแรงส่งให้แก่นักวิจัยหญิงไทยมากความสามารถ เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อสังคม และพร้อมผลักดันผลงานเหล่านี้สู่เวทีระดับนานาชาติ โดยในปีนี้ ลอรีอัล ตั้งใจขยายขอบเขตอายุของผู้สมัครให้ถึง 45 ปี เพื่อเปิดประตูโอกาสให้กว้างยิ่งขึ้น อีกทั้งยังจับมือกับมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์ อันเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยส่งเสริมการสร้างระบบนิเวศในวงการวิทยาศาสตร์เพื่อความเท่าเทียม เอื้อให้นักวิจัยสตรีไทยมีโอกาสแสดงศักยภาพมากยิ่งขึ้น“

รองศาสตราจารย์ ดร.ศักรินทร์ ภูมิรัตน ประธานมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า “ทางมูลนิธิฯ มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับลอรีอัล ประเทศไทย ในการส่งเสริมและสร้างพื้นที่ให้นักวิจัยหญิงได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ ซึ่งตลอดปีที่ผ่านมา ลอรีอัล ก็ได้ร่วมสนับสนุนรางวัลนักเทคโนโลยีดีเด่นของทางมูลนิธิฯ ด้วยดีเสมอมา การผนึกกำลังในโครงการเพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์ปีนี้ จึงเป็นการสานต่อความตั้งใจร่วมกันที่จะเป็นกระบอกเสียง ยกระดับผลงานวิจัยของสตรีไทยให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น”

ศ. (เกียรติคุณ) ดร. ยงยุทธ์ ยุทธวงศ์ ประธานคณะกรรมการกิตติมศักดิ์ โครงการทุนวิจัย ลอรีอัล ประเทศไทย “เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์”  กล่าวว่า “กว่า 20 ปี ที่โครงการทุนวิจัย ลอรีอัล ประเทศไทย “เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์” เป็นเวทีสำคัญในการผลักดันให้ผลงานของนักวิจัยหญิงชาวไทยเป็นที่ประจักษ์และเปิดโอกาสสู่ระดับสากล และความเชื่อมั่นที่เรามีต่อศักยภาพอันไร้ขีดจำกัดของสตรีในวงการวิทยาศาสตร์ก็ยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง จึงขอเชิญชวนนักวิจัยหญิงชาวไทยมาร่วมส่งผลงานสมัครรับทุนวิจัยในปีนี้ เพื่อร่วมเป็นแรงขับเคลื่อนความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ของประเทศ และเป็นแรงบันดาลใจให้นักวิจัยหญิงรุ่นใหม่มุ่งมั่นก้าวเดินบนเส้นทางอาชีพ STEM ต่อไป”

นักวิจัยสตรีที่สนใจสามารถสมัครเข้าชิงทุนโครงการทุนวิจัยลอรีอัล ประเทศไทย เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์ ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ถึง 15 กรกฎาคม 2569 หรือศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการฯ ได้ผ่านทางเว็บไซต์ www.FWISThailand.com หรือสอบถามเพิ่มเติมที่อีเมล FWISTH@loreal.com 

เกี่ยวกับลอรีอัล   

ลอรีอัล กรุ๊ป ในฐานะองค์กรด้านความงามชั้นนำของโลก ทุ่มเทในธุรกิจความงามมายาวนาน 116 ปี เพื่อตอบสนองต่อความปรารถนาด้านความงามของผู้คนทั่วโลก ภายใต้เป้าหมายในการสร้างสรรค์ความงามที่ขับเคลื่อนโลกใบนี้ ลอรีอัลกำหนดทิศทางและมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจด้านความงามที่ครอบคลุม มีจริยธรรม สร้างความยั่งยืนให้กับสังคม และสิ่งแวดล้อม โดยมีพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์อันเป็นเอกลักษณ์ซึ่งประกอบด้วย 40 แบรนด์ชั้นนำระดับโลก และพันธสัญญาเพื่อความยั่งยืนอย่าง L’Oréal for the Future ลอรีอัลมุ่งมั่นมอบสิ่งที่ดีที่สุดด้านคุณภาพ ประสิทธิภาพ ความปลอดภัย เต็มเปี่ยมไปด้วยความจริงใจ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันก็ส่งเสริมความงามอันเป็นเอกลักษณ์ให้กับผู้คน  

ลอรีอัล กรุ๊ป มียอดขายผลิตภัณฑ์ 4.405 หมื่นล้านยูโรในปี 2568 มีผลิตภัณฑ์จัดจำหน่ายผ่านทุกช่องทาง ครอบคลุมถึงอีคอมเมิร์ซ ตลาดทั่วไป ห้างสรรพสินค้า เภสัชกรรมและร้านขายยา ซาลอน ร้านค้าปลีก ร้านค้าในสนามบิน และร้านค้าแบบบูติกของแบรนด์ และมีพนักงาน 95,000 คนทั่วโลก ลอรีอัลยึดมั่นในกลยุทธ์ที่สำคัญขององค์กรในการค้นคว้าวิจัยและพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่องโดยมีศูนย์วิจัยและพัฒนา 22 แห่งใน 7 ภูมิภาคทั่วโลก พร้อมด้วยทีมงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมมากกว่า 4,000 คน และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีกว่า 8,000 คน คิดค้นและพัฒนาความงามแห่งอนาคต เพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้าน Beauty Tech ต่อไป  

ในปี 2025 ลอรีอัล กรุ๊ปได้รับการยกย่องให้เป็นบริษัทที่ความล้ำหน้าด้านนวัตกรรมสูงสุดในยุโรปโดยนิตยสาร Fortune จากทั้งหมด 300 บริษัทใน 21 ประเทศและ 16 อุตสาหกรรมทั่วยุโรป  

เกี่ยวกับลอรีอัล ประเทศไทย 

ลอรีอัล ประเทศไทย นำเข้าและจัดจำหน่ายแบรนด์ระดับสากล ใน 4 แผนกผลิตภัณฑ์   

  • แผนกผลิตภัณฑ์อุปโภค: ลอรีอัล ปารีส, การ์นิเย่, เมย์เบลลีน นิวยอร์ก และ 3CE 
  • แผนกผลิตภัณฑ์ความงามชั้นสูง: ลังโคม, จิออร์จิโอ อาร์มานี, คีลส์, ชู อูเอมูระ, อีฟส์ แซ็งต์ โลร็องต์ โบเต้, เอสอป และ เฮเลนา รูบินสไตน์  
  • แผนกผลิตภัณฑ์ช่างผมมืออาชีพ: ลอรีอัล โปรเฟสชั่นแนล และเคเรสตาส  
  • แผนกผลิตภัณฑ์เวชสำอาง: ลา โรช-โพเซย์, วิชี่ เซราวี และสกินซูติคัลส์ 

ข้อมูลเพิ่มเติม: www.loreal.com และ www.facebook.com/lorealthailand   

"แคนตันทาวเวอร์" พลิกบทบาทจากแลนด์มาร์กของกว่างโจว สู่เวทีระดับชาติ จัดงานวันท่องเที่ยวจีน ปี 2569 อย่างยิ่งใหญ่

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 วันท่องเที่ยวจีน (China Tourism Day) ครั้งที่ 16 ได้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในเขตท่องเที่ยวแคนตันทาวเวอร์ (Canton Tower Tourism Area) ภายใต้การบริหารของ Guangzhou City Construction Investment Group โดยนับตั้งแต่มีการจัดงานดังกล่าวในปี 2554 นับเป็นครั้งแรกที่นครกว่างโจวได้รับเกียรติให้เป็นเมืองเจ้าภาพหลักของงานนี้



ในโอกาสสำคัญนี้ Guangzhou City Construction Investment Group ได้เชิญหอคอยสมาชิก 18 แห่งของสหพันธ์หอคอยโลก (WFGT) รวมถึงหอวิทยุและโทรทัศน์กลาง กรุงปักกิ่ง, หอไข่มุกตะวันออก นครเซี่ยงไฮ้ และ Willis Tower/Skydeck Chicago สหรัฐอเมริกา มาร่วมเปิดไฟพร้อมกันในพิธีเปิดงาน นอกจากนี้ ยังจัดการแสดงโดรนสุดตระการตาจำนวน 5,190 ลำ ประดับท้องฟ้ายามค่ำคืนเหนือนครกว่างโจวอย่างสว่างไสวสวยงาม

การที่เทศกาลท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมระดับชาติครั้งนี้จัดขึ้น ณ นครกว่างโจว สะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับในศักยภาพและสถานะของเมือง ขณะเดียวกันยังเป็นการยกย่องความมุ่งมั่นและความทุ่มเทอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่าทศวรรษของ Guangzhou City Construction Investment Group ในการพัฒนาและยกระดับนครกว่างโจวอย่างไม่หยุดยั้ง

กิจกรรมตื่นตาตื่นใจสามรูปแบบ เติมชีวิตชีวาให้กับเมือง

ในระหว่างวันที่ 19-31 พฤษภาคม Guangzhou City Construction Investment Group ได้รังสรรค์ประสบการณ์หลากหลายรูปแบบทั้งสำหรับประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือน โดยครอบคลุมทั้งความงดงามทางทัศนียภาพ กิจกรรมที่เปิดให้มีส่วนร่วม และอาหารอันหลากหลาย ภายใต้แนวคิด "เพลิดเพลินกับการท่องเที่ยวคุณภาพสูง สำรวจภูมิทัศน์อันงดงาม"

นิทรรศการสมบัติทางวัฒนธรรมหลิงหนาน สะท้อนมรดกภูมิปัญญาอันทรงคุณค่า

มีการจัดแสดงมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมจำนวน 37 รายการ พร้อมผลงานชิ้นเอก 102 ชิ้น อาทิ เครื่องเคลือบกวางตุ้ง งานปักผ้ากวางตุ้ง ผ้าไหมกวางตุ้ง และงานแกะสลักงาช้าง อีกทั้งยังมีผู้สืบทอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมระดับชาติจำนวน 13 ท่านมาร่วมสาธิตงานหัตถศิลป์อย่างใกล้ชิด เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และสืบสานคุณค่าภูมิปัญญาดั้งเดิมให้คงอยู่สืบไป

เทศกาลอาหาร Greater Bay Area

ภายในงานมีการจัดบูธอาหารจำนวน 59 บูธ กระจายอยู่ตลอดถนนสามสายหลัก พร้อมด้วยการแสดงสดดนตรีป๊อปฮ่องกงและคอนเสิร์ตต่อเนื่องตลอด 6 คืน รวมถึงโซนกิจกรรมอินเทอร์แอคทีฟ "One Thought of Dunhuang" และตลาดสินค้าสร้างสรรค์เชิงวัฒนธรรม ซึ่งเปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมกิจกรรมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ถ่ายทอดเสน่ห์ของนครแห่งอาหารที่เปี่ยมด้วยชีวิตชีวา ณ บริเวณเขตท่องเที่ยวแคนตันทาวเวอร์

มอบสิทธิพิเศษทั่วเมือง เพลิดเพลินกับการท่องเที่ยวคุณภาพสูง

เขตท่องเที่ยวแคนตันทาวเวอร์ เรือสำราญล่องแม่น้ำเพิร์ล โรงละครแคนตันทาวเวอร์ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำกว่างโจวโอเชียนเวิลด์ อุทยานวัฒนธรรมหลิงหนานอิมเพรสชัน ตลอดจนโรงแรม Mountain Villa, Hotel Indigo และ China Mayors Plaza รวมถึงศูนย์การประชุม Yuexiu International Convention Center และสถานที่สำคัญอีกหลายแห่ง ได้ผนึกกำลังร่วมกันนำเสนอแพ็กเกจการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพื่อมอบสิทธิประโยชน์และประสบการณ์อันคุ้มค่าแก่ผู้มาเยือนนับหมื่นคน

เสริมสร้างความเข้มแข็งและความเชื่อมั่น ยกระดับจาก "การบริหารหอคอย" สู่ "การบริหารเมือง"

การที่แคนตันทาวเวอร์ก้าวขึ้นมาเป็นเวทีระดับชาติได้อย่างสง่างามในวันนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ หากแต่เป็นผลลัพธ์จากวิสัยทัศน์อันแน่วแน่และการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่าทศวรรษของ Guangzhou City Construction Investment Group ในการพัฒนาและยกระดับเมืองอย่างต่อเนื่อง

Guangzhou City Construction Investment Group บูรณาการพื้นที่ทั้งหมดให้เชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวกัน โดยไม่ได้มองแคนตันทาวเวอร์เป็นเพียงแหล่งท่องเที่ยวแบบแยกส่วน แต่กำหนดให้เป็นแกนกลางสำคัญของเมือง เพื่อทำหน้าที่เชื่อมโยงพื้นที่สาธารณะและพื้นที่เชิงพาณิชย์ทั่วเมืองเข้าด้วยกัน ก่อเกิดเป็นเครือข่ายการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมระดับภูมิภาคที่ครอบคลุมทั้ง "หอคอย แม่น้ำ สะพาน เมือง เกาะ และสวนสาธารณะ" อันประกอบด้วยจัตุรัสหัวเฉิง เกาะไห่ซินซา อุทยานวัฒนธรรมหลิงหนานอิมเพรสชัน พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำกว่างโจวโอเชียนเวิลด์ และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอื่น ๆ โดยแลนด์มาร์กเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายปลายทางที่กระจัดกระจาย แต่ถูกร้อยเรียงกันเสมือน "สร้อยคอไข่มุก" อันงดงาม

ตลอดระยะเวลาสามปีที่ผ่านมา ตัวชี้วัดการดำเนินงานที่สำคัญของแคนตันทาวเวอร์มีการเติบโตสวนกระแสเศรษฐกิจ โดยมีจำนวนผู้เยี่ยมชมต่อปีสม่ำเสมอที่ระดับ 2.5 ล้านคน อย่างไรก็ดี Guangzhou City Construction Investment Group มิได้มุ่งเน้นการแสวงหาผลประโยชน์ในระยะสั้น แต่ได้นำกำไรกลับมาลงทุนพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จากจุดเริ่มต้นของหอชมวิวเพียงแห่งเดียว ได้ยกระดับสู่การเป็นระบบนิเวศด้านวัฒนธรรม การค้า และการท่องเที่ยวแบบครบวงจรในปัจจุบัน โดยทุกก้าวของการพัฒนาล้วนสะท้อนถึงการสั่งสมเชิงยุทธศาสตร์อย่างเป็นระบบและต่อเนื่องในระยะยาว

นอกจากนี้ Guangzhou City Construction Investment Group ยังได้ขยายศักยภาพครอบคลุมระบบนิเวศการท่องเที่ยวแบบครบวงจร โดยเรือสำราญล่องแม่น้ำเพิร์ลของแคนตันทาวเวอร์ได้ขยายการดำเนินงานไปยังเมืองชิงหยวนและจ้านเจียง ขณะเดียวกัน ผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์เชิงวัฒนธรรม กิจกรรม และการแสดงสดต่าง ๆ ก็กำลังได้รับการพัฒนาให้เป็นสินทรัพย์ที่สามารถส่งออกได้ในเชิงพาณิชย์ สิ่งที่ Guangzhou City Construction Investment Group กำลังสร้างขึ้นคือ ฉากทัศน์การใช้ชีวิตในเมืองแบบ "4 in 1" ที่ผสานศิลปวัฒนธรรม การใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยว การเที่ยวชมเมือง และการพบปะทางสังคมเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน จากจุดเริ่มต้นของหอคอยเพียงแห่งเดียว สู่การยกระดับเป็นระบบนิเวศการท่องเที่ยวที่ครอบคลุมและเชื่อมโยงทั้งเมืองอย่างสมบูรณ์

แนวคิดและการดำเนินงานดังกล่าวได้ผลักดันให้แคนตันทาวเวอร์ก้าวกระโดดจากการเป็น "แลนด์มาร์กสำคัญ" ไปสู่ "ตัวชี้วัดด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม" และยกระดับสู่การเป็น "เวทีระดับชาติ" อย่างแท้จริงในปัจจุบัน

อนาคตที่สดใสยิ่งขึ้น ภายใต้กลยุทธ์ "New Life" เมืองแห่งความสุข

"เวทีระดับชาติ" ไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นจุดเริ่มต้นใหม่ของการพัฒนา ในอนาคต Guangzhou City Construction Investment Group จะเดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์ "New Life" อย่างเข้มข้นยิ่งขึ้น เพื่อปลดล็อกมูลค่าเพิ่มจากสินทรัพย์ที่มีอยู่ พร้อมสร้างสรรค์รูปแบบการบริโภคและผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีศักยภาพในการแข่งขัน ตลอดจนยกระดับพอร์ตการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมให้แข็งแกร่งและครบวงจรมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีการยกระดับระบบนิเวศ "Culture & Tourism+" ให้เป็นกลไกใหม่ในการขับเคลื่อนการบริโภคระดับภูมิภาค โดยขยายจากโครงการเดี่ยวไปสู่การบูรณาการทรัพยากรและการสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างครอบคลุม พร้อมทั้งเปลี่ยนกระแสนักท่องเที่ยวจากแลนด์มาร์กให้ต่อยอดไปสู่การบริโภคในหลากหลายรูปแบบ ครอบคลุมทั้งการค้าปลีก เศรษฐกิจการบินระดับต่ำ (Low-altitude economy) อสังหาริมทรัพย์ และสุขภาพ ตลอดจนผลักดันรูปแบบใหม่ของการผสานวัฒนธรรม การค้า การท่องเที่ยว กีฬา และนิทรรศการเข้าไว้ด้วยกันอย่างเป็นระบบ

ขณะเดียวกัน ยังมีการดำเนินการเพื่อเปลี่ยนพื้นที่ริมแม่น้ำเพิร์ลให้กลายเป็นแกนกลางที่เชื่อมโยงวิถีชีวิตของเมือง โดยมีแคนตันทาวเวอร์เป็นศูนย์กลางในการบูรณาการทรัพยากรด้านวัฒนธรรม การค้า การท่องเที่ยว และนิทรรศการทั้งสองฝั่งแม่น้ำ เติมเต็มด้วยองค์ประกอบต่าง ๆ เช่น นิทรรศการศิลปะ พื้นที่สาธารณะสำหรับพบปะพูดคุย กิจกรรมนันทนาการสำหรับครอบครัว และเศรษฐกิจยามค่ำคืน เพื่อยกระดับพื้นที่ริมน้ำให้กลายเป็น "เส้นเลือดใหญ่" ที่หล่อเลี้ยงทั่วเมือง เปิดโอกาสให้ผู้คนเข้ามาเยี่ยมชม พักผ่อน และจับจ่ายใช้สอย อันนำไปสู่การพัฒนาระบบนิเวศการบริโภครูปแบบใหม่อย่างยั่งยืน

เพื่อเปลี่ยนจาก "การตามกระแส" ไปสู่ "การสร้างกระแส" City Salon ระดับโลก ได้มีการจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างประเทศ การประชุมสุดยอดระดับนานาชาติ และเวทีเสวนาระดับโลกด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม เพื่อรวบรวมทรัพยากรระดับโลกและผลงานชั้นนำจากนานาประเทศ โดยใช้สถานที่สำคัญ อาทิ แคนตันทาวเวอร์ เกาะไห่ซินซา และศูนย์การประชุม Yuexiu International Conference Center เป็นเวทีในการถ่ายทอดเรื่องราวของนครกว่างโจวและประเทศจีนอย่างทรงพลัง

จากหอคอยเพียงแห่งเดียวสู่ทั่วทั้งเมือง จากแลนด์มาร์กของเมืองสู่เวทีระดับชาติ จากนี้ไป Guangzhou City Construction Investment Group จะยังคงจับมือกับนักท่องเที่ยวนับล้านคน เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์ภูมิทัศน์อันงดงาม และขับเคลื่อนอนาคตอันรุ่งโรจน์ไปด้วยกัน

ที่มา: เขตท่องเที่ยวแคนตันทาวเวอร์

A Grand Success! The 2026 China Tourism Day Main Venue Debuts at Canton Tower - Witness the Transformation from a City Landmark to a National Stage

On May 19, 2026, the 16th China Tourism Day was successfully held at the Guangzhou City Construction Investment Group's Canton Tower Tourism Area. Since the event was established in 2011, this is the first time Guangzhou has served as the main host city for the event.


Guangzhou City Construction Investment Group called on 18 towers of the World Federation of Great Towers (WFGT), including the Central Television Tower in Beijing, the Oriental Pearl Radio & TV Tower in Shanghai, and the Willis Tower/Skydeck Chicago in the United States, to illuminate simultaneously for the launch ceremony of the event. The Group also organized and choreographed a spectacular drone show, lighting up the night sky of Guangzhou with a formation of 5,190 drones.

The fact that this national-level cultural tourism gala is being held here speaks volumes - it is both a recognition of Guangzhou's standing and a well-deserved tribute to the Guangzhou City Construction Investment Group for its decade-plus of deep commitment.

Exciting live moments Three Highlights That Electrified the City

From May 19 to 31, under the theme "Enjoying Quality Tourism, Exploring Beautiful Landscapes," Guangzhou City Construction Investment Group have created a series of routes for citizens and visitors - offering visual delights, interactive fun, and culinary treats.

Intangible Heritage Radiance: Lingnan Cultural Treasures Exhibition

Showcasing 37 intangible cultural heritage items and 102 masterpieces - featuring Canton porcelain, Canton embroidery, ivory carving, and gambiered Guangdong silk - with 13 national-level inheritors offering live demonstrations, letting traditional artistry blossom in the clouds.

Greater Bay Area Food Carnival

With 59 standard booths spread across three major food streets, six consecutive nights of live Hong Kong pop music and Xindong concerts, plus a "One Thought of Dunhuang" IP pop-up interactive zone and a cultural creative market - all open to the public free of charge - the allure of Guangzhou as a gourmet paradise comes vibrantly alive right at the foot of Canton Tower.

Guangzhou City Construction Investment Group's Citywide Perks: Enjoy Quality Travel

The Canton Tower Scenic Area, Pearl River Cruise, Canton Tower Theatre, Guangzhou Ocean World, Lingnan Impression, Mountain Villa, Hotel Indigo, China Mayors Plaza, and Yuexiu International Convention Center, among others, have jointly launched a cultural tourism package, benefiting tens of thousands of visitors.

Building Strengths and Confidence , From " Managing a Tower " to " Operating a City "

The fact that Canton Tower can serve as a national stage today is no accident - it is the result of Guangzhou City Construction Investment Group's persistent philosophy and step-by-step efforts over more than a decade.

Region-wide Synergy: No More Isolation. Guangzhou City Construction Investment Group has never treated Canton Tower as merely a standalone attraction. Instead, it is positioned as a strategic anchor on the city's central axis. With the tower as the core, Guangzhou City Construction Investment Group connect public and consumer spaces across the city, forming a region-wide cultural and tourism network encompassing the "Tower, River, Bridge, City, Island, and Park." Huacheng Square, Haixinsha, Lingnan Impression, Guangzhou Ocean World, Mountain Villa... These landmarks are not scattered pearls; they are a necklace Guangzhou City Construction Investment Group have carefully strung together.

Long-termism: riding through the cycles. Over the past three years, Canton Tower has delivered counter-cyclical growth in key operating metrics, with annual visitor numbers holding steady at 2.5 million. Instead of chasing quick monetization of traffic, Guangzhou City Construction & Investment Group continuously reinvests its profits into product evolution - transforming from a single observation tower into today's cultural, commercial, and tourism ecosystem. Every step has been a build-up of strategic patience.

Capability spillover, ecosystem growth. The Canton Tower Pearl River cruise brand has now been exported to Qingyuan and Zhanjiang; cultural and creative products, events, and live performances are evolving into exportable management assets. What Guangzhou City Construction & Investment Group is building is a four-in-one urban living scene that integrates culture and arts, tourism consumption, city wandering, and public socializing. From a single tower, an entire ecosystem has grown.

Driven by this philosophy and practice, Guangzhou City Construction & Investment Group has propelled Canton Tower through a remarkable leap - from an "iconic landmark" to a "cultural tourism indicator," and now to a "national stage."

An Even Brighter Future The ' New Life ' Strategy - A City of Happiness

The "national stage" is not the finish line - it is a new starting point. Looking ahead, Guangzhou City Construction & Investment Group will, with an ever-sharper "New Life" strategy, unlock incremental value within existing assets, create competitive new consumption scenarios and product offerings, and continue to strengthen and elevate its culture and tourism portfolio.

Upgrading the "Culture & Tourism+" ecosystem to ignite a new engine for region-wide consumption. Breaking free from the limitations of standalone projects to unlock resource synergy and value enhancement across the region; converting landmark visitor flow into multi-format spending that spans retail, the low-altitude economy, real estate, and health and wellness; and shaping a new paradigm of contiguous synergy that integrates culture, commerce, tourism, sports, and exhibitions.

Innovating the operational experience to turn the Pearl River waterfront into a vibrant link. With Canton Tower at its heart, linking cultural, commercial, tourism, and exhibition resources along both banks; enriching the mix with art exhibitions, public social spaces, family leisure, and the nighttime economy; and elevating the waterfront into a vibrant artery that invites exploration, relaxation, and spending - fostering a brand-new consumption ecosystem.

Shifting from "riding the wave" to "making the wave" - building a world-class city salon. Proactively curating and hosting international cultural exchanges, tower summits, and global dialogues on culture and tourism; bringing in world-class resources and premium productions; and fully leveraging high-caliber platforms such as Canton Tower, Haixinsha, and the Yuexiu International Conference Center to tell the stories of Guangzhou and China in a compelling way.

From one tower to an entire city;from an iconic landmark to a national stage. Together with millions of visitors, Guangzhou City Construction & Investment Group sets out for magnificent landscapes, and embraces a brilliant shared future.

Source: Canton Tower Tourist Area

Monday, May 25, 2026

Fukuoka City Announces Fukuoka Prize 2026 Laureates; Grand Prize Awarded to HO Tzu Nyen, Singaporean Artist

 Fukuoka City (Secretariat of Fukuoka Prize Committee)

Fukuoka City (Secretariat of Fukuoka Prize Committee) on Friday, May 22, announced the laureates for the Fukuoka Prize 2026 to honor those who have made outstanding achievements in the fields of Asian studies and arts and culture.

The Grand Prize has been awarded to HO Tzu Nyen, a contemporary artist who depicts Asian history and memory through visual expression. The Academic Prize has been awarded to Caroline Sy HAU, a Filipino scholar who discerns the freedom to choose the future of people in the Southeast Asian societies. Pichet KLUNCHUN, an innovative Thai dancer who connects the traditions of Asian dance to the modern world, has won the Arts and Culture Prize.

Fukuoka Prize 2026 Prize Laureates
- Grand Prize
HO Tzu Nyen (Artist)
https://cdn.kyodonewsprwire.jp/prwfile/release/M100886/202605138940/_prw_PI2fl_6g07Nxk6.jpg

A contemporary artist who depicts Asian history and memory through visual expression.

- Academic Prize
Caroline Sy HAU (Scholar of Southeast Asian Studies)
https://cdn.kyodonewsprwire.jp/prwfile/release/M100886/202605138940/_prw_PI3fl_32WFnX82.jpg

A 21st-century Asian intellectual and a scholar of Southeast Asian Studies who depicts human dignity from the fringes of society.

- Arts and Culture Prize
Pichet KLUNCHUN (Dancer and Choreographer)
https://cdn.kyodonewsprwire.jp/prwfile/release/M100886/202605138940/_prw_PI4fl_7B61dWyJ.jpg

An innovative dancer who connects the traditions of Asian dance to the modern world.

The Award Ceremony will be held on Monday, September 14, 2026. HO Tzu Nyen's and Pichet KLUNCHUN's public lectures are scheduled for Saturday, September 12, and Caroline HAU's for Tuesday, September 15. Bookings for all events will open from the middle of July.
*Advance bookings are mandatory & admission free. Archived recordings of each event will be available online later.

About Fukuoka Prize
https://kyodonewsprwire.jp/attach/202605138940-O1-UDjE42qH.pdf

Fukuoka Prize official website: https://fukuoka-prize.org/en

Source: Fukuoka City (Secretariat of Fukuoka Prize Committee)