Tuesday, February 27, 2024

โพลีพลาสติกส์ และ เซเลกซ์ มอเตอร์ส ผนึกกำลังพัฒนาฝาครอบแบตเตอรี่รถไฟฟ้าสองล้อ

บริษัท โพลีพลาสติกส์ จำกัด

บริษัท โพลีพลาสติกส์ จำกัด (Polyplastics Co., Ltd.) ผู้นำระดับโลกด้านพลาสติกวิศวกรรม มีความยินดีที่จะประกาศว่า วัสดุอเนกประสงค์ DURANEX(R) PBT ของบริษัท ได้ถูกนำมาใช้ผลิตฝาครอบชุดแบตเตอรี่ของบริษัท เซเลกซ์ มอเตอร์ส (Selex Smart Electric Vehicles Joint Stock Company หรือ Selex Motors) ซึ่งเป็นบริษัทสตาร์ตอัปมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าจากเวียดนาม ทั้งนี้ ฝาครอบแบตเตอรี่มีบทบาทสำคัญสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า โดยทำหน้าที่ปกป้องและรักษาความสมบูรณ์ของชุดแบตเตอรี่ นอกจากนั้นยังมีความสำคัญต่อการใช้งานโดยรวมและความสวยงามของรถไฟฟ้าสองล้อ ซึ่งจะมีส่วนช่วยสร้างความสำเร็จให้กับตลาดยานยนต์ไฟฟ้าในที่สุด

รูปภาพ: https://cdn.kyodonewsprwire.jp/prwfile/release/M100475/202402136458/_prw_PI1fl_854RiOhq.jpg

เซเลกซ์ มอเตอร์ส เลือกใช้ DURANEX(R) PBT ของโพลีพลาสติกส์ ซึ่งได้รับการพัฒนาและผลิตเพื่อการใช้งานนี้โดยเฉพาะ ช่วยให้บริษัทสามารถปรับปรุงคุณภาพโดยรวมของแบตเตอรี่ได้ โดยวัสดุ DURANEX(R) PBT เกรดสูง มาพร้อมคุณสมบัติหน่วงการติดไฟ การบิดงอต่ำ รวมถึงทนความร้อนและความชื้นได้ดี ดังนั้น การนำ DURANEX(R) มาใช้ผลิตฝาครอบแบตเตอรี่ของเซเลกซ์ มอเตอร์ส จึงเป็นการสร้างมาตรฐานที่สูงขึ้นทั้งในด้านประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือ ซึ่งท้ายที่สุดแล้วจะนำไปสู่อนาคตของยานยนต์ไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น และปลอดภัยมากขึ้น

โพลีพลาสติกส์ และ เซเลกซ์ มอเตอร์ส ปฏิบัติตามมาตรฐานสูงสุดของอุตสาหกรรม เพื่อสร้างความมั่นใจว่าฝาครอบแบตเตอรี่มีคุณสมบัติตรงตามมาตรฐานคุณภาพที่เข้มงวด โดย DURANEX(R) PBT ผ่านการรับรองจากบริษัท อันเดอร์ไรเตอร์ แลบอราทอรี่ส์ จำกัด (Underwriters Laboratories Inc. หรือ UL) ด้วยคะแนน V-0 ซึ่งบ่งชี้ว่ามีประสิทธิภาพสูงในการหน่วงการติดไฟ นอกจากนี้ ฝาครอบแบตเตอรี่ที่ทำจากวัสดุ DURANEX(R) ยังมีคุณสมบัติสูงกว่าข้อกำหนดของระบบมาตรฐานแห่งชาติเวียดนาม รวมถึงมาตรฐานสากลอื่น ๆ ที่มีความเข้มงวดอีกด้วย

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.polyplastics-global.com/en/approach/26.html

เกี่ยวกับเซเลกซ์ มอเตอร์ส
เซเลกซ์ มอเตอร์ส (Selex Motors) ก่อตั้งขึ้นในปี 2561 ในห้องขนาดเพียง 10 ตารางเมตร โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนของเวียดนามและของทั่วโลก ด้วยยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะและการนำพลังงานหมุนเวียนมาใช้ในภาคการขนส่ง โดยชื่อ Selex ย่อมาจาก Smart Electric Vehicles X ซึ่ง "X" หมายถึงยานยนต์ไฟฟ้าหลากหลายรุ่นในอนาคต และปัจจัย X ทั้งนี้ บริษัทมุ่งมั่นส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในเวียดนามและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบนิเวศเต็มรูปแบบสำหรับมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าอัจฉริยะ ปัจจุบัน เซเลกซ์ มอเตอร์ส เป็นพันธมิตรด้านยานยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับความไว้วางใจจากบริษัทผู้ให้บริการจัดส่งสินค้าหลายราย เช่น ช้อปปี้ (Shopee) ลาซาด้า (Lazada) และอีกมากมาย นับเป็นก้าวสำคัญในอุตสาหกรรมการขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ บริษัทยังแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีสามารถช่วยปรับปรุงธุรกิจการขนส่งได้เป็นอย่างดีในระยะยาว

เกี่ยวกับโพลีพลาสติกส์: https://kyodonewsprwire.jp/attach/202402136458-O1-1xn7N4X7.pdf

DURANEX(R) เป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัท โพลีพลาสติกส์ จำกัด ในญี่ปุ่นและประเทศอื่น ๆ

ที่มา: บริษัท โพลีพลาสติกส์ จำกัด

Monday, February 19, 2024

นิปปอน เอ็กซ์เพรส โลจิสติกส์ (ประเทศไทย) เปิดตัวรถบรรทุกไฟฟ้าคันแรก

          - สนับสนุนลูกค้าให้บริหารจัดการความยั่งยืนได้ดีกว่าเดิม -

          บริษัท นิปปอน เอ็กซ์เพรส โลจิสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (ต่อจากนี้จะเรียกว่า "เอ็นเอ็กซ์ โลจิสติคส์ ประเทศไทย") ซึ่งเป็นบริษัทในเครือนิปปอน เอ็กซ์เพรส โฮลดิงส์ อิงค์ (NIPPON EXPRESS HOLDINGS, INC.) ขอเปิดตัวรถบรรทุกไฟฟ้าล้วนคันแรกของบริษัทฯ ซึ่งไม่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์หรือมลพิษขณะอยู่บนท้องถนนเลย นับเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการจัดการกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
          โลโก้: https://kyodonewsprwire.jp/img/202402136482-O2-IwhJVHjh
          รูปภาพ:
          https://cdn.kyodonewsprwire.jp/prwfile/release/M103866/202402136482/_prw_PI1fl_Fi2588W1.jpg
          เอ็นเอ็กซ์ กรุ๊ป (NX Group) ได้ยกให้การรับมือกับปัญหาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นประเด็นสำคัญ เพื่อบรรลุวิสัยทัศน์ระยะยาวในการเป็นบริษัทโลจิสติกส์ที่มีบทบาทเข้มแข็งในตลาดโลก โดยได้ประกาศให้การสนับสนุนคณะทำงานด้านการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศ (TCFD) และกำลังนำมาตรการต่าง ๆ ตามคำแนะนำของคณะทำงานฯ มาใช้ ปัจจุบัน ทางกลุ่มบริษัทได้เปิดตัวรถไฮบริด รถบรรทุกไฟฟ้า รถบรรทุกระบบ FCEV (รถเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน) และยานพาหนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ มากกว่า 12,000 คันในญี่ปุ่น เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในการดำเนินงานของบริษัทฯ เอง
          แม้ยานยนต์ไฟฟ้าจะมีผู้นำไปใช้ในหลาย ๆ ประเทศมากขึ้น เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ แต่ในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ของประเทศไทยก็ยังมีตัวอย่างในการใช้รถบรรทุกไฟฟ้าเป็นยานพาหนะเชิงพาณิชย์ไม่มากนัก ด้วยเหตุนี้ เอ็นเอ็กซ์ โลจิสติคส์ ประเทศไทย จึงได้เปิดตัวรถบรรทุกไฟฟ้าคันแรกเมื่อวันศุกร์ที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา โดยรองรับน้ำหนักบรรทุกได้สูงสุด 8,800 กิโลกรัม และวิ่งได้ 200 กม. (*) บริษัทฯ ได้ส่งรถบรรทุกไฟฟ้าคันนี้ให้ไปปฏิบัติงานที่ศูนย์โลจิสติกส์กรุงเทพฯ ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งจะนำไปใช้ในการขนส่งสินค้าทางอากาศและการปฏิบัติการอื่น ๆ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีแผนพิจารณาเปิดตัวรถหัวลาก (trailer head) และรถบรรทุกไฟฟ้าประเภทอื่น ๆ ในอนาคตด้วยเช่นกัน
          *ข้อมูลจากแค็ตตาล็อกของผู้ผลิต
          เอ็นเอ็กซ์ กรุ๊ป ยังคงมุ่งมั่นในการจัดการเรื่องความยั่งยืนโดยมีมุมมองในระยะยาว พร้อมเข้ามามีบทบาทส่งเสริมให้ผู้คนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และพัฒนาสังคมให้มีความยั่งยืน ด้วยการจัดการกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศผ่านธุรกิจของตน
          เว็บไซต์ของนิปปอน เอ็กซ์เพรส: https://www.nipponexpress.com/
          บัญชีลิงด์อินอย่างเป็นทางการของนิปปอน เอ็กซ์เพรส กรุ๊ป:
          https://www.linkedin.com/company/nippon-express-group/
          ที่มา: นิปปอน เอ็กซ์เพรส โฮลดิงส์ อิงค์

Friday, February 16, 2024

Nippon Express Logistics (Thailand) Introduces Its First Electric Truck

 - Supporting Customers' Sustainability Management -

Nippon Express Logistics (Thailand) Co., Ltd. (hereafter "NX Logistics Thailand"), a group company of NIPPON EXPRESS HOLDINGS, INC., has introduced its first all-electric truck that emits no CO2 or pollutants while on the road as part of its efforts to address climate change.

Logo: https://kyodonewsprwire.jp/img/202402136482-O2-IwhJVHjh

Photo:

https://cdn.kyodonewsprwire.jp/prwfile/release/M103866/202402136482/_prw_PI1fl_Fi2588W1.jpg

The NX Group has positioned addressing climate change as a material issue for realizing its long-term vision of becoming a logistics company with a strong presence in the global market. It has declared its support for the Task Force on Climate-related Financial Disclosure (TCFD) and is pursuing measures based on the TCFD's recommendations. To date, the Group has introduced more than 12,000 hybrid vehicles, electric trucks, FCEV trucks (hydrogen fuel cell vehicles) and other environmentally friendly vehicles in Japan in an effort to reduce CO2 emissions in its own operations.

While electric vehicles are being increasingly adopted in countries around the world to reduce CO2 emissions, there have not yet been many examples of electric trucks being used as commercial vehicles in Thailand's logistics industry. It was against this backdrop that NX Logistics Thailand introduced its first electric truck with maximum payload capacity of 8,800kgs and a cruising range of 200km (*) on Friday, January 19. This electric truck, assigned to the Bangkok Logistics Center near Suvarnabhumi Airport, will be used for air cargo delivery and other operations. The company will continue to consider actively introducing trailer heads and other types of electric trucks in future.

*Data from manufacturer's catalog

The NX Group remains committed to practicing sustainability management from a long-term perspective and contributing to better lives for people and the development of sustainable societies by addressing climate change through its business.

Nippon Express website: https://www.nipponexpress.com/

Nippon Express Group's official LinkedIn account:

https://www.linkedin.com/company/nippon-express-group/

Source: NIPPON EXPRESS HOLDINGS, INC.

Grand Seiko Opens Its World's Largest Flagship Boutique on New York's Madison Avenue

 Seiko Watch Corporation

Seiko Watch Corporation is pleased to announce that a new U.S. "Grand Seiko Flagship Boutique" officially opened its doors on iconic Madison Avenue with a grand opening event on February 8, marking a significant milestone in its history.

Images: https://kyodonewsprwire.jp/release/202402076339?p=images

Located at 540 Madison Avenue in New York City, the new multi-level flagship store is the largest Grand Seiko Boutique globally. With an impressive presence on the corner of Madison Avenue and 55th Street, it promises an unparalleled experience for watch enthusiasts and connoisseurs, celebrating the brand's rich heritage of artistry and innovation.

The flagship features an elegant and contemporary design that reflects Grand Seiko's brand message, "Alive in Time," representing its dynamic spirit and desire to push the boundaries of watchmaking.

The boutique's airy and sophisticated interior captures the essence of Japanese aesthetics and culture. At the entrance and throughout the store, designs inspired by a traditional form of Japanese woodwork known as "kumiko" adorn the new construction. The watch showcases, crafted from light-colored wood, exude Grand Seiko's commitment to craftsmanship, precision, and distinctive Japanese quality.

Inside the two-story, 580-square-meter boutique, customers are invited to explore Grand Seiko's extensive collection of timepieces, including its Spring Drive, mechanical, and quartz models. A dedicated private room is home to the esteemed Masterpiece Collection. Every corner and detail of the boutique has been meticulously considered to create a unique and inviting atmosphere to explore the world of Grand Seiko.

"The United States has accelerated the growth of Grand Seiko outside of Japan, and this new boutique opens a new chapter for the brand's further development," said Akio Naito, President of Seiko Watch Corporation. "Being located at such a prime location, I am certain it will allow more customers and watch lovers from around the world to experience Grand Seiko's uniquely Japanese worldview and its endless passion for perfection."

The Grand Seiko Madison Avenue flagship store is open from Monday through Saturday, from 10:00 a.m. to 6:00 p.m., and Sunday from 12:00 p.m. to 5:00 p.m. For more information about Grand Seiko and the Madison Avenue flagship store, please visit https://www.grand-seiko.com.

About Grand Seiko
Since its first creation in 1960, Grand Seiko has enchanted watch connoisseurs worldwide with timepieces of extremely high precision, supreme legibility, and a uniquely Japanese aesthetic. Made by one of the few true "manufactures," Grand Seiko incorporates the latest technology and craftsmanship of the highest level to create its mechanical, Spring Drive, and quartz movements, which power all Grand Seiko creations. Each watch is deeply rooted in its Japanese heritage and reflects the Japanese spirituality of time that is deeply inspired by nature and brought to life by "takumi," or craftspeople.

Source: Seiko Watch Corporation

"แกรนด์ ไซโก" เปิดแฟลกชิปบูติกใหญ่ที่สุดในโลก ณ แมดิสัน อเวนิว ในนิวยอร์ก

ไซโก วอทช์ คอร์ปอเรชั่น (Seiko Watch Corporation) มีความยินดีที่จะประกาศว่า "แกรนด์ ไซโก แฟลกชิปบูติก" (Grand Seiko Flagship Boutique) แห่งใหม่ในสหรัฐอเมริกา ได้เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ ณ แมดิสัน อเวนิว (Madison Avenue) ซึ่งเป็นย่านอันโด่งดังในมหานครนิวยอร์ก โดยมีพิธีเปิดอย่างยิ่งใหญ่เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ นับเป็นหลักชัยสำคัญครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ของไซโก

รูปภาพ: https://kyodonewsprwire.jp/release/202402076339?p=images

แฟลกชิปบูติกแห่งใหม่นี้มีสองชั้น ตั้งอยู่เลขที่ 540 แมดิสัน อเวนิว ในมหานครนิวยอร์ก และเป็นแกรนด์ ไซโก บูติก ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยตั้งตระหง่านดึงดูดทุกสายตาบริเวณหัวมุมของแมดิสัน อเวนิว ตัดกับถนนหมายเลข 55 (55th Street) พร้อมมอบประสบการณ์ที่ไม่มีใครเทียบได้ให้แก่คนรักนาฬิกาและสาวกนาฬิกา ตลอดจนเชิดชูมรดกอันรุ่มรวยของแบรนด์ทั้งในเชิงศิลปะและนวัตกรรม

แฟลกชิปบูติกแห่งนี้ได้รับการออกแบบอย่างหรูหราและร่วมสมัย ซึ่งสะท้อนถึงแก่นแท้ของแบรนด์ นั่นคือ "Alive in Time" โดยแสดงถึงจิตวิญญาณที่ไม่เคยหยุดนิ่งและความปรารถนาที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดในการรังสรรค์นาฬิกา

การตกแต่งภายในที่หรูหราและโปร่งโล่งสบายของบูติกแห่งนี้ได้ผสานรวมแก่นแท้ของความงามและวัฒนธรรมญี่ปุ่นเอาไว้อย่างครบถ้วน บริเวณทางเข้าและทั่วทั้งร้านตกแต่งอย่างสวยงามด้วยลวดลายที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากงานไม้ดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่เรียกว่า "คุมิโกะ" (kumiko) ขณะที่ตู้โชว์นาฬิกาประดิษฐ์จากไม้สีอ่อนด้วยความประณีต สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของแกรนด์ ไซโก ในด้านงานฝีมือ ความเที่ยงตรง และคุณภาพที่โดดเด่นแบบฉบับญี่ปุ่น

บูติกสองชั้นขนาด 580 ตารางเมตรแห่งนี้เชื้อเชิญให้ลูกค้ามาชื่นชมคอลเลกชันเรือนเวลาที่หลากหลายของแกรนด์ ไซโก ครอบคลุมทั้งนาฬิการะบบขึ้นลานอัตโนมัติ (Spring Drive) นาฬิกาจักรกล (Mechanical) และนาฬิการะบบควอตซ์ (Quartz) นอกจากนั้นยังมีห้องส่วนตัวโดยเฉพาะสำหรับคอลเลกชันเรือนเวลาระดับมาสเตอร์พีซ ทุกมุมและทุกรายละเอียดของบูติกได้รับการรังสรรค์อย่างพิถีพิถันเพื่อสร้างบรรยากาศที่เป็นเอกลักษณ์และดึงดูดใจให้มาสำรวจโลกของแกรนด์ ไซโก

"ตลาดสหรัฐอเมริกาช่วยให้แกรนด์ ไซโก เติบโตอย่างรวดเร็วนอกประเทศญี่ปุ่น และบูติกแห่งใหม่นี้ก็ถือเป็นการเปิดบทใหม่ในการพัฒนาแบรนด์ต่อไป" คุณอาคิโอะ ไนโตะ (Akio Naito) ประธานบริษัท ไซโก วอทช์ คอร์ปอเรชั่น กล่าว "ผมมั่นใจว่าบูติกที่ตั้งอยู่ในทำเลทองจะช่วยให้ลูกค้าและคนรักนาฬิกาจากทั่วโลกจำนวนมากขึ้นได้สัมผัสโลกทัศน์แบบญี่ปุ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของแกรนด์ ไซโก และความหลงใหลในความสมบูรณ์แบบอันไม่มีที่สิ้นสุดของแกรนด์ ไซโก"

แกรนด์ ไซโก แฟลกชิปบูติก ณ แมดิสัน อเวนิว เปิดให้บริการวันจันทร์ถึงวันเสาร์ เวลา 10.00 น. ถึง 18.00 น. และวันอาทิตย์ เวลา 12.00 น. ถึง 17.00 น. สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแกรนด์ ไซโก และแฟลกชิปบูติก ณ แมดิสัน อเวนิว ได้ที่ https://www.grand-seiko.com

เกี่ยวกับแกรนด์ ไซโก
นับตั้งแต่ถือกำเนิดขึ้นเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1960 แกรนด์ ไซโก ได้ทำให้สาวกนาฬิกาทั่วโลกหลงใหลไปกับเรือนเวลาที่มีความเที่ยงตรงสูงเป็นพิเศษ อ่านเวลาได้ง่ายที่สุด และมีความสวยงามอันเป็นเอกลักษณ์แบบฉบับญี่ปุ่น ซึ่งรังสรรค์โดย "ผู้ผลิต" ตัวจริงที่มีอยู่เพียงไม่กี่ราย โดยแกรนด์ ไซโก ได้ผสมผสานเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดเข้ากับงานฝีมือระดับสูงสุด เพื่อสร้างสรรค์กลไกจักรกล (Mechanical) ระบบขึ้นลานอัตโนมัติ (Spring Drive) และระบบควอตซ์ (Quartz) ที่ขับเคลื่อนนาฬิกาทุกรุ่นของแกรนด์ ไซโก นอกจากนี้ นาฬิกาแต่ละเรือนยังแสดงให้เห็นถึงมรดกอันล้ำค่าของญี่ปุ่น และสะท้อนจิตวิญญาณแห่งกาลเวลาของญี่ปุ่นที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติ และสร้างสรรค์โดย "ทาคุมิ" (takumi) หรือช่างฝีมือผู้มีความชำนาญเฉพาะทาง

ที่มา: ไซโก วอทช์ คอร์ปอเรชั่น 

Friday, February 9, 2024

Grand Seiko Opens Its World's Largest Flagship Boutique on New York's Madison Avenue

 Seiko Watch Corporation

Seiko Watch Corporation is pleased to announce that a new U.S. "Grand Seiko Flagship Boutique" officially opened its doors on iconic Madison Avenue with a grand opening event on February 8, marking a significant milestone in its history.

Images: https://kyodonewsprwire.jp/release/202402076339?p=images

Located at 540 Madison Avenue in New York City, the new multi-level flagship store is the largest Grand Seiko Boutique globally. With an impressive presence on the corner of Madison Avenue and 55th Street, it promises an unparalleled experience for watch enthusiasts and connoisseurs, celebrating the brand's rich heritage of artistry and innovation.

The flagship features an elegant and contemporary design that reflects Grand Seiko's brand message, "Alive in Time," representing its dynamic spirit and desire to push the boundaries of watchmaking.

The boutique's airy and sophisticated interior captures the essence of Japanese aesthetics and culture. At the entrance and throughout the store, designs inspired by a traditional form of Japanese woodwork known as "kumiko" adorn the new construction. The watch showcases, crafted from light-colored wood, exude Grand Seiko's commitment to craftsmanship, precision, and distinctive Japanese quality.

Inside the two-story, 580-square-meter boutique, customers are invited to explore Grand Seiko's extensive collection of timepieces, including its Spring Drive, mechanical, and quartz models. A dedicated private room is home to the esteemed Masterpiece Collection. Every corner and detail of the boutique has been meticulously considered to create a unique and inviting atmosphere to explore the world of Grand Seiko.

"The United States has accelerated the growth of Grand Seiko outside of Japan, and this new boutique opens a new chapter for the brand's further development," said Akio Naito, President of Seiko Watch Corporation. "Being located at such a prime location, I am certain it will allow more customers and watch lovers from around the world to experience Grand Seiko's uniquely Japanese worldview and its endless passion for perfection."

The Grand Seiko Madison Avenue flagship store is open from Monday through Saturday, from 10:00 a.m. to 6:00 p.m., and Sunday from 12:00 p.m. to 5:00 p.m. For more information about Grand Seiko and the Madison Avenue flagship store, please visit https://www.grand-seiko.com.

About Grand Seiko
Since its first creation in 1960, Grand Seiko has enchanted watch connoisseurs worldwide with timepieces of extremely high precision, supreme legibility, and a uniquely Japanese aesthetic. Made by one of the few true "manufactures," Grand Seiko incorporates the latest technology and craftsmanship of the highest level to create its mechanical, Spring Drive, and quartz movements, which power all Grand Seiko creations. Each watch is deeply rooted in its Japanese heritage and reflects the Japanese spirituality of time that is deeply inspired by nature and brought to life by "takumi," or craftspeople.

Source: Seiko Watch Corporation

Thursday, February 8, 2024

ไชน่า อีสเทิร์น แอร์ไลน์ส เปิดเส้นทางบินระหว่างประเทศหลายเส้นทาง รองรับการเดินทางคึกคักช่วงตรุษจีน

          ไชน่า อีสเทิร์น แอร์ไลน์ส
          พบกับการเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ ในช่วงเทศกาลตรุษจีนอันคึกคักในปีนี้
          สายการบิน ไชน่า อีสเทิร์น แอร์ไลน์ส (China Eastern Airlines หรือ CEA) กลับมาให้บริการเส้นทางบินระหว่างประเทศอีกครั้ง พร้อมเปิดเส้นทางบินใหม่หลายเส้นทาง
          ล่าสุดทางสายการบินได้เปิดให้บริการเส้นทางปักกิ่งต้าซิง-กัวลาลัมเปอร์ และกลับมาให้บริการเส้นทางเซี่ยงไฮ้ผู่ตง-เมืองแคนส์ ประเทศออสเตรเลีย นอกจากนั้นยังเตรียมเพิ่มเส้นทางบินระหว่างประเทศใหม่อีก 15 เส้นทาง ซึ่งรวมถึงเส้นทางผู่ตง-เพิร์ท พร้อมกับเพิ่มความถี่ของเที่ยวบินระหว่างผู่ตงกับซิดนีย์ กรุงเทพฯ กัวลาลัมเปอร์ และมาเล่
          ในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่มีการเดินทางอย่างคึกคัก ไชน่า อีสเทิร์น แอร์ไลน์ส จะลงทุนเพิ่มเที่ยวบินไปยังจุดหมายปลายทางตามเกาะต่าง ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยว
          เนื่องจากจำนวนเที่ยวบินไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มมากขึ้น คาดว่าผู้โดยสารจากประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็จะเดินทางไปยังจีนหรือต่อเครื่องที่จีนมากขึ้นเช่นกันในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้
          ภายในเวลา 40 วันของการเดินทางช่วงเทศกาลตรุษจีนอันคึกคัก ไชน่า อีสเทิร์น แอร์ไลน์ส พร้อมให้บริการเที่ยวบินไป-กลับ 2,322 เที่ยวระหว่างสนามบินภายในประเทศจีนกับสนามบินในสิงคโปร์ กัวลาลัมเปอร์ และกรุงเทพฯ
          ตัวอย่างเช่น เที่ยวบินใหม่ระหว่างปักกิ่งต้าซิง-กัวลาลัมเปอร์ หมายเลข MU795/796 ที่พร้อมให้บริการเที่ยวบินไป-กลับ 4 เที่ยวต่อสัปดาห์
          ปัจจุบัน ไชน่า อีสเทิร์น แอร์ไลน์ส ให้บริการ 4 เส้นทางบินไปยังกัวลาลัมเปอร์ ได้แก่ เซี่ยงไฮ้ผู่ตงไปยังกัวลาลัมเปอร์ เซี่ยงไฮ้ผู่ตงไปยังซาบาห์ หางโจวไปยังกัวลาลัมเปอร์ และปักกิ่งต้าซิงไปยังกัวลาลัมเปอร์ โดยเส้นทางเหล่านี้ให้บริการเที่ยวบินไป-กลับรวม 340 เที่ยวในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้
          นอกจากนี้ ไชน่า อีสเทิร์น แอร์ไลน์ส จะเปิดเส้นทางบินตรงใหม่จากคุนหมิง ซีอาน เฉิงตู และอีกหลายเมืองในจีนไปยังกัวลาลัมเปอร์ด้วยเช่นกัน
          สำหรับสิงคโปร์นั้น ไชน่า อีสเทิร์น แอร์ไลน์ส ให้บริการ 8 เส้นทางบินไปยังเซี่ยงไฮ้ผู่ตง ปักกิ่งต้าซิง หนานจิง หางโจว คุนหมิง และอีกหลายเมือง ส่วนประเทศไทย ทางสายการบินมีเที่ยวบินตรงไปยังเซี่ยงไฮ้ คุนหมิง กว่างโจว เฉิงตู ซีอาน และอีก 5 เมือง โดยในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่มีการเดินทางอย่างคึกคัก จำนวนเที่ยวบินจะเพิ่มขึ้นเป็น 66 เที่ยวต่อวัน
          นอกเหนือจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว ออสเตรเลียก็เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของชาวจีนในช่วงฤดูหนาว เนื่องจากมีสภาพอากาศอบอุ่นกว่า โดยเส้นทางบินตรงจากเซี่ยงไฮ้ผู่ตงไปยังเมืองแคนส์ ที่เพิ่งกลับมาให้บริการอีกครั้ง ถือเป็นเส้นทางที่ 9 ที่ทางสายการบินให้บริการระหว่างจีนกับออสเตรเลีย โดยในช่วงตรุษจีนพร้อมให้บริการระหว่างวันที่ 1-18 กุมภาพันธ์ ด้วยเที่ยวบินที่ให้บริการทุกวันอังคาร พุธ ศุกร์ และอาทิตย์
          สำหรับออสเตรเลียนั้น ไชน่า อีสเทิร์น แอร์ไลน์ส ให้บริการเที่ยวบินไปยังจุดหมายปลายทาง 5 แห่ง ได้แก่ ซิดนีย์ เมลเบิร์น บริสเบน เพิร์ท และแคนส์ โดยการขยายเส้นทางบินทำให้ทางสายการบินสามารถเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้โดยสาร ตลอดจนช่วยยกระดับการแลกเปลี่ยนทางการค้าระหว่างจีนกับออสเตรเลียให้ดียิ่งขึ้น
          ที่มา: ไชน่า อีสเทิร์น แอร์ไลน์ส