Wednesday, December 31, 2025

จุฬาฯ จัดงาน Chula the Impact ครั้งที่ 36 แถลง "43 สิ่งมีชีวิตใหม่ของโลก" นามพระราชทาน

เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี

          จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยศูนย์สื่อสารองค์กร ร่วมกับคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ และภาคีเครือข่ายนักวิจัยด้านอนุกรมวิธานและความหลากหลายทางชีวภาพ จัดงาน Chula the Impact ครั้งที่ 36 ในหัวข้อ "43 สิ่งมีชีวิตใหม่ของโลก" นามพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 ธันวาคม 2568 เวลา 09.30-11.30 น. ณ ห้อง 111 อาคารมหาจุฬาลงกรณ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

          งาน Chula the Impact ครั้งที่ 36 มีการแถลงข่าวการค้นพบสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ของโลกที่ค้นพบในประเทศไทยจำนวน 43 ชนิด ซึ่งได้รับพระราชทานชื่อวิทยาศาสตร์ภายใต้พระนามของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมายุ 70 พรรษา พุทธศักราช 2568 นอกจากนี้ยังเป็นเวทีสำคัญในการเผยแพร่องค์ความรู้ทางวิชาการด้านอนุกรมวิธานและความหลากหลายทางชีวภาพสู่สาธารณชน ตอกย้ำบทบาทของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในฐานะสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำที่สนับสนุนงานวิจัยเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและสังคมอย่างยั่งยืน
          ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประธานกล่าวเปิดงาน โดยกล่าวถึงการแถลงข่าวการค้นพบสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ของโลกที่ค้นพบในประเทศไทยจำนวน 43 ชนิดในครั้งนี้ว่านับเป็นหนึ่งในของขวัญปีใหม่สำหรับคนไทยที่สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของนักวิจัยไทยและความอุดมสมบูรณ์ด้านความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย พร้อมทั้งเป็นองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน และเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ถึงความก้าวหน้าของงานวิจัยด้านอนุกรมวิธานและความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศ
          อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกล่าวว่าการค้นพบสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ของโลกดังกล่าว เป็นผลจากการทำงานร่วมกันของนักวิจัยจากหลากหลายสถาบันทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพลังของความร่วมมือทางวิชาการ และบทบาทของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในการสนับสนุนและขับเคลื่อนงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่นำไปสู่การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการพัฒนาที่ยั่งยืน
          จากนั้น ศาสตราจารย์ ดร.ประณัฐ โพธิยะราช คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวรายงานถึงบทบาททางวิชาการของคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ในการส่งเสริมและสนับสนุนงานวิจัยด้านอนุกรมวิธานและความหลากหลายทางชีวภาพ โดยเน้นถึงการทำงานเชิงบูรณาการกับเครือข่ายนักวิจัยทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ
          ภายในงานมีการฉายวีดิทัศน์เทิดพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณด้านการส่งเสริมการศึกษา วิทยาศาสตร์ อนุกรมวิธาน และความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย
          ช่วงสำคัญของงานเป็นการนำเสนอที่มาและรายละเอียดของการค้นพบสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ของโลก โดย ศาสตราจารย์ ดร.สมศักดิ์ ปัญหา ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านความหลากหลายทางชีวภาพ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งได้อธิบายถึงกระบวนการวิจัย การจำแนกชนิด และการตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ของสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ทั้ง 43 ชนิด ภายใต้ความร่วมมือของ 31 สถาบันภายในประเทศไทย และ 14 สถาบันในต่างประเทศ ซึ่งเป็นผลงานวิจัยสำคัญด้านอนุกรมวิธานและความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย
          การเสวนาดำเนินรายการโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เจษฎา ศาลาทอง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนและผู้เข้าร่วมงานซักถาม แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และรับทราบข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความสำคัญของการค้นพบสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ของโลก
          ภายในงานยังมีการจัดนิทรรศการแสดงข้อมูลสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ของโลกทั้ง 43 ชนิด เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ด้านความหลากหลายทางชีวภาพให้แก่สาธารณชนด้วย
          รายชื่อสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ของโลกที่ค้นพบในประเทศไทย จำนวน 43 ชนิด
          รายชื่อที่เป็นสกุลใหม่ของโลก จำนวน สกุล
          1. สกุลผีเสื้อกลางคืนเทพรัตน์
          2. สกุลเห็ดก้อนอำพันเจ้าฟ้า
          รายชื่อพืชชนิดใหม่ของโลกจำนวน ชนิด
          3. กระเจียวชมพูสิรินธร
          4. ต่างหูสิรินธร
          5. ฮ่อมสิรินธร
          รายชื่อสัตว์ชนิดใหม่ของโลก จำนวน 33 ชนิด
          6. ไส้เดือนริมโขงบึงกาฬ
          7. ไส้เดือนเทพรัตน์แม่น้ำโขง
          8. ไส้เดือนภักดีแม่น้ำโขง
          9. แตนเบียนเจ้าฟ้า
          10. แตนเบียนเจ้าหญิง
          11. แมลงช้างกรามโตเทพรัตน์
          12. แมลงชีปะขาวเทพรัตน์
          13. แมลงชีปะขาวสิรินธร
          14. แมลงปอเข็มท้องยาวเทพรัตน์
          15. แมลงหางดีดถ้ำเจ้าฟ้า
          16. ผึ้งยางไม้เจ้าฟ้าหญิงสิรินธร
          17. มดเขาสูงสิรินธร
          18. มดตะนอยเทพรัตน์
          19. มดตะลานคูหารัตน์
          20. มดบากเทพรัตน์
          21. มวนหญ้าสิรินธร
          22. กุ้งแคระน้ำจืดเจ้าฟ้า
          23. กุ้งเทพรัตน์
          24. คลาโดเซอแรนสมเด็จพระเทพรัตน์
          25. โคพีพอดสิรินธร
          26. แอมฟิพอดเจ้าฟ้า
          27. กิ้งกือกระบอกหางมนสิรินธร
          28. กิ้งกือกระบอกหางแหลมสิรินธร
          29. กิ้งกือกระสุนพระรามเจ้าฟ้า
          30. กิ้งกือตะเข็บเจ้าฟ้า
          31. กิ้งกือมังกรเจ้าฟ้าหญิง
          32. กิ้งกือมังกรสิรินธร
          33. แมงมุมรังซ้อนสิรินธร
          34. หอยกาบสามเหลี่ยมลำน้ำมูล
          35. หอยทากจิ๋วจุกแดงทรงเจดีย์
          36. หอยนักล่าสิรินธร
          37. หอยหางดิ้นเจ้าฟ้า
          38. กบเขาหินทรายเจ้าฟ้า
          รายชื่อเห็ดและยีสต์ชนิดใหม่ของโลก จำนวน ชนิด
          39. ยีสต์เจ้าฟ้าหญิง
          40. ยีสต์สิรินธร
          41. ยีสต์น้ำหวานดอกตาลโตนดเจ้าฟ้าหญิง
          42. ยีสต์น้ำหวานดอกตาลโตนดสิรินธร
          43. เห็ดโกงกางจิ๋วสิรินธร
          อ่านบทความฉบับสมบูรณ์ที่ https://www.chula.ac.th/news/279226/
          ดาวน์โหลดภาพสิ่งมีชีวิตใหม่ของโลกได้ที
          https://drive.google.com/drive/folders/1QOBOM5OA1rgiKVZIKOPIzPE2Pb2S3GUH?usp=sharing
         

Monday, December 29, 2025

พรอมิส รุกกลยุทธ์ Sport Marketing หนุนงานวิ่งใหญ่ "SCENIC MARATHON CHANTHABURI 2025" มุ่งสร้าง Happy Vibes และกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยว

บริษัท พรอมิส (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศเดินหน้ากลยุทธ์การตลาดผ่านกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ เข้าสนับสนุนรายการวิ่งระดับประเทศ "SCENIC MARATHON CHANTHABURI 2025" มุ่งเน้นการเสริมสร้างภาพลักษณ์แบรนด์สินเชื่อส่วนบุคคลที่เข้าถึงง่าย และตอกย้ำความมุ่งมั่นในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนไทย
การร่วมสนับสนุนในครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญส่งเสริมสุขภาพที่ดี ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่สินเชื่อส่วนบุคคลพรอมิสต้องการส่งต่อให้กับลูกค้าและประชาชนทั่วไป โดยใช้การออกกำลังกายเป็นสื่อกลางในการสร้างสังคมที่เข้มแข็งและเปี่ยมไปด้วยพลังบวก และภายในงานได้รับเกียรติจากคุณ ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์ ในฐานะพรีเซนเตอร์ของแบรนด์มาร่วมเปิดงาน
กลยุทธ์และเป้าหมายสำคัญ:
การสร้างความผูกพันระหว่างแบรนด์และผู้บริโภค (Brand Engagement): การเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมไลฟ์สไตล์ที่กลุ่มเป้าหมายให้ความสำคัญ เพื่อสร้างการจดจำแบรนด์ในเชิงบวก
การสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่น (Local Economic Boost): งาน SCENIC MARATHON เป็นกิจกรรมที่ดึงดูดนักวิ่งและนักท่องเที่ยวจำนวนมากเข้าสู่จังหวัดจันทบุรี ช่วยกระตุ้นภาคการท่องเที่ยว ร้านอาหาร และโรงแรมในพื้นที่
ความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR & Wellness): ตอกย้ำนโยบายการดำเนินธุรกิจที่ไม่ได้มุ่งหวังเพียงผลกำไร แต่ยังให้ความสำคัญกับการสนับสนุนกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตของคนในสังคม
ทั้งนี้ พรอมิส ประเทศไทย เชื่อมั่นว่าการสนับสนุน SCENIC MARATHON CHANTHABURI 2025 จะเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับวิถีชีวิตใหม่ของคนไทยที่ใส่ใจสุขภาพ และช่วยขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคอย่างยั่งยืน
สามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรมและความเคลื่อนไหวของแคมเปญเพิ่มเติมได้ที่ เพจ Promise Thailand และ Scenic Marathon

Friday, December 26, 2025

EBC Financial Group ส่งต่อความห่วงใย เสริมโอกาสให้เด็ก ๆ ณ มูลนิธิสันติสุข กรุงเทพมหานคร


การอยู่เคียงข้าง คือแสงแห่งความหวังที่นำพาเด็ก ๆ ก้าวสู่วันพรุ่งนี้ 

กิจกรรมเพื่อสังคมระดับโลกของ EBC Financial Group (EBC) ดำเนินอย่างต่อเนื่องในหลายประเทศทั่วโลก และในครั้งนี้ EBC ได้ร่วมมือกับมูลนิธิสันติสุข เพื่อสนับสนุนเด็ก ๆ จากกว่า 40 ชุมชนในกรุงเทพมหานครและพื้นที่ใกล้เคียง โดยทีมงานได้ร่วมใช้เวลากับเด็ก ๆ ผ่านกิจกรรมวาดภาพและการเล่นเกม สร้างบรรยากาศแห่งการอยู่เคียงข้าง พร้อมส่งต่อความหวังและกำลังใจอย่างอบอุ่น 

สำหรับเด็ก ๆ คำว่า “อนาคต” ไม่ใช่เรื่องไกลตัว หากแต่เป็นเส้นทางของการเรียนรู้และการเติบโตที่ต้องอาศัยการสนับสนุนและกำลังใจจากสังคมรอบข้าง ครอบครัวจำนวนมากต่างทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อสร้างโอกาสที่ดีที่สุดให้กับบุตรหลาน สิ่งที่สังคมสามารถร่วมมอบให้จึงไม่ใช่เพียงการสนับสนุนในรูปแบบของสิ่งของ หากแต่คือความใส่ใจ ความต่อเนื่อง และการเปิดพื้นที่แห่งโอกาส ซึ่ง EBC รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของพลังแห่งความห่วงใยครั้งนี้ และมีโอกาสร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคมในฐานะองค์กรระดับโลก 

มากกว่าการเชื่อมโยงโลก คือการเชื่อมโยงหัวใจ 

มูลนิธิสันติสุขก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2525 โดยคุณราเคล อิฟเตอร์วิค ชาวนอร์เวย์ ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิได้ทุ่มเทดูแลและสนับสนุนเด็ก ๆ จากกว่า 1,000 ครอบครัวในชุมชนต่าง ๆ จากจุดเริ่มต้นในพื้นที่ชั่วคราว สู่การพัฒนาเป็นศูนย์การเรียนรู้ที่มีความมั่นคงในปัจจุบัน การดำเนินงานอย่างต่อเนื่องสะท้อนให้เห็นว่า การดูแลเด็กด้วยความใส่ใจและจริงใจสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงในชีวิตได้อย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับคุณค่าที่ EBC เลือกยืนเคียงข้างและร่วมเดินไปบนเส้นทางแห่งความหวังด้วยกัน 

การสนับสนุนในครั้งนี้มีความเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยคุณค่า ตั้งแต่หนังสือและสีเทียนที่ช่วยเปิดโลกแห่งการเรียนรู้ กิจกรรมสร้างสรรค์ที่เติมเต็มรอยยิ้มและพลังแห่งวัยเยาว์ ไปจนถึงอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ 

กิจกรรมครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการมอบการสนับสนุน หากแต่สะท้อนถึงความเข้าใจของ EBC ต่อคุณค่าในฐานะองค์กรระดับโลก เพราะการสร้างโอกาสให้กับเด็ก ๆ คือการร่วมวางรากฐานของจุดเริ่มต้นที่เท่าเทียมยิ่งขึ้น EBC เชื่อว่าความรับผิดชอบที่แท้จริงเริ่มต้นจากการมองเห็น เข้าใจ และพร้อมยืนเคียงข้างกัน เมื่อก้าวเข้าสู่ชุมชนในมุมต่าง ๆ ของโลก หลักการแห่งความเป็นมืออาชีพและความซื่อสัตย์ที่ยึดมั่น จึงได้รับการถ่ายทอดผ่านการลงมือทำ บนพื้นฐานของคุณค่าทางมนุษยธรรมอย่างแท้จริง 

จากระดับโลกสู่ระดับท้องถิ่น ความรับผิดชอบคือหัวใจของวัฒนธรรมองค์กร 

EBC เดินหน้าขับเคลื่อนความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างต่อเนื่องในระดับโลก ผ่านความร่วมมือและโครงการที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการร่วมมือกับมูลนิธิสหประชาชาติในการรณรงค์ต่อต้านโรคมาลาเรีย ในฐานะพันธมิตรพิเศษของกิจกรรม “United to Beat Malaria 5K” การริเริ่มโครงการ “Protect the Amazon with Every Trade” ในป่าแอมะซอน เพื่อเชื่อมโยงการดำเนินงานทางการเงินเข้ากับการอนุรักษ์ระบบนิเวศ ตลอดจนการลงพื้นที่ในหลายประเทศ เพื่อสนับสนุนชุมชนเด็กและสถานดูแลผู้สูงอายุ การยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนและชุมชนที่ต้องการการสนับสนุน จึงเป็นหนึ่งในแกนหลักของพันธกิจด้านความรับผิดชอบระดับโลกของ EBC 

EBC ไม่เพียงมุ่งสร้างคุณค่าทางธุรกิจ หากยังให้ความสำคัญกับการนำทรัพยากรและศักยภาพขององค์กรไปสู่พื้นที่ที่ช่วยหล่อเลี้ยงความหวัง โดยเชื่อมั่นว่า “คุณค่า” ของการลงทุนควรครอบคลุมถึงความใส่ใจและความรับผิดชอบต่อผู้คนและชุมชนในสังคม ดังที่เดวิด บาร์เร็ตต์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ EBC Financial Group (UK) Ltd. กล่าวไว้ว่า “เราให้ความช่วยเหลืออย่างแท้จริง ผ่านการลงมือทำอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ไม่ใช่เพียงถ้อยคำที่กล่าวไว้” 

Together, Let’s Build The Future. 

เกี่ยวกับ EBC Financial Group   

EBC Financial Group (EBC) ก่อตั้งขึ้น ณ กรุงลอนดอน เป็นแบรนด์ด้านโบรกเกอร์การเงินและการบริหารจัดการสินทรัพย์ ผ่านหน่วยงานที่ได้รับการควบคุมในหลายเขตการเงิน เช่น สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย หมู่เกาะเคย์แมน มอริเชียส และอื่น ๆ 

EBC เป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการของสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนา และได้เข้าร่วมโครงการ United to Beat Malaria แคมเปญของมูลนิธิองค์การสหประชาชาติ มุ่งมั่นในการพัฒนาคุณภาพด้านสุขภาพของประชากรทั่วโลก โดยเริ่มกิจกรรมร่วมกันตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2024 EBC ยังให้สนับสนุนซีรีส์การมอบความรู้แก่สาธารณะเกี่ยวกับ What Economists Really Do นำโดยภาควิชาเศรษฐศาสตร์ของมหาวิทยาลัย Oxford เพื่อทำให้เศรษฐศาสตร์เป็นเรื่องที่เข้าใจง่ายขึ้น และสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับสังคมในปัจจุบัน 

ETDA เตรียมปูพรม 15 จังหวัดทั่วประเทศ ลุยสร้างเครือข่าย EDC Trainer ระดับภูมิภาค เพิ่มอีกกว่า 2,000 คน พร้อมส่งต่อความรู้สู่ชุมชนไม่น้อยกว่า 6 หมื่นคน ในปี 2569


สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ประกาศแผนลุยเดินหน้าโปรเจกต์ EDC (ETDA Digital Citizen) ประจำปีงบประมาณ 2569 ชูโมเดล ‘Regional Digital Trainers Network’ (เครือข่ายเทรนเนอร์ดิจิทัลระดับภูมิภาค) เตรียมปูพรมจัดกิจกรรมครอบคลุม 15 จังหวัดทั่วประเทศ เดินหน้าสร้างเครือข่าย EDC Trainer ระดับภูมิภาค เพิ่มอีกกว่า 2,000 คน พร้อมยกระดับการส่งต่อทักษะดิจิทัลสู่ประชาชนในชุมชนไม่น้อยกว่า 60,000 คน ภายใต้การบูรณาการความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์สำคัญอย่าง สำนักงานสถิติแห่งชาติ และกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เร่งบูรณาการใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่ออกแบบการพัฒนาทักษะผ่าน 4 หลักสูตร ครอบคลุมตั้งแต่พื้นฐานพลเมืองดิจิทัล ไปจนถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเชิงธุรกิจ พร้อมประเดิมจัดกิจกรรมแรกแล้วที่จังหวัดน่าน เมื่อวันที่ 18–19 ธันวาคม 2568 ณ โรงแรมดิ อิมเพรส น่าน

ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการ ETDA เปิดเผยว่า การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนแนวคิดสำคัญของ ETDA ในการพัฒนาทักษะดิจิทัลที่ไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนผู้ผ่านการอบรม แต่เป็นการสร้าง “แกนนำ” หรือ “ผู้ถ่ายทอด” ที่มีความเข้าใจบริบทพื้นที่ สามารถนำองค์ความรู้ไปต่อยอด สร้างการเปลี่ยนแปลง และขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลในระดับชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งความสำเร็จในการดำเนินงานปีงบประมาณ 2568 เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ ETDA เดินหน้าขยายผลในปี 2569 อย่างจริงจัง โดยในปีที่ผ่านมา ETDA ตั้งเป้าหมายสร้าง EDC Trainer จำนวน 1,200 คน แต่ด้วยความร่วมมือจากภาคีเครือข่าย หน่วยงานในพื้นที่ และความตื่นตัวของภาคประชาชน ส่งผลให้สามารถพัฒนาเทรนเนอร์ได้จริงมากกว่า 3,300 คน หรือเกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ถึงกว่า 200%

“ผลลัพธ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่มีความต้องการพัฒนาทักษะดิจิทัลอย่างจริงจัง ETDA จึงไม่หยุดอยู่เพียงความสำเร็จเชิงตัวเลข แต่ต้องการยกระดับไปสู่การสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็งและสามารถขับเคลื่อนตนเองได้ในระยะยาว”

ด้วยเหตุนี้ ในปีงบประมาณ 2569 ETDA จึงเดินหน้าภายใต้โมเดล ‘Regional Digital Trainers Network’ หรือเครือข่ายเทรนเนอร์ดิจิทัลระดับภูมิภาค ตั้งเป้าหมายเชิงรุกในการพัฒนาเทรนเนอร์ดิจิทัลหน้าใหม่เข้าสู่ระบบเพิ่มเติม ไม่น้อยกว่า 2,000 คน เพื่อขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมทุกภูมิภาค และเพิ่มศักยภาพในการส่งต่อองค์ความรู้ไปสู่ประชาชนกลุ่มเป้าหมายได้อีกไม่น้อยกว่า 60,000 คน ภายในปีเดียว

จุดเด่นสำคัญของการดำเนินงานในปีนี้คือการนำข้อมูลเชิงสถิติและบริบทเชิงพื้นที่ (Data-driven & Area-based) มาใช้เป็นฐานในการออกแบบจัดกิจกรรมอบรม โดย ETDA ได้ร่วมมือกับ สำนักงานสถิติแห่งชาติ ในการนำข้อมูลระดับจังหวัดและอำเภอมาวิเคราะห์แนวโน้มเศรษฐกิจ สังคม และโครงสร้างแรงงานในพื้นที่ เพื่อให้เนื้อหาการอบรมตอบโจทย์ความต้องการจริงของแต่ละพื้นที่มากที่สุด ควบคู่ไปกับความร่วมมือกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อให้มั่นใจว่าทักษะที่ถ่ายทอดมีมาตรฐานและสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานในปัจจุบันและอนาคต

ในด้านเนื้อหาการอบรม ETDA ได้ปรับปรุงและยกระดับหลักสูตรเป็น 4 หลักสูตรสำคัญ (ฉบับปรับปรุง) ครอบคลุมตั้งแต่พื้นฐานการเป็นพลเมืองดิจิทัล ไปจนถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในภาคธุรกิจ ได้แก่

  • EDC Plus (ETDA Digital Citizen Plus) มุ่งเสริมสร้างภูมิคุ้มกันดิจิทัล 5 ด้าน ได้แก่ อัตลักษณ์ดิจิทัล การใช้งานดิจิทัล การสื่อสารดิจิทัล ความมั่นคงปลอดภัย และการรู้เท่าทันดิจิทัล เพื่อพัฒนาพลเมืองดิจิทัลที่มีคุณภาพและรับผิดชอบต่อสังคม
  • Generative AI เพื่อการทำงาน เสริมทักษะการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในการช่วยงานเอกสาร การวิเคราะห์ข้อมูล และการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในองค์กร
  • Social Commerce for Business (V.2) เจาะลึกการทำธุรกิจและการขายผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย อาทิ Facebook, TikTok และ Instagram รวมถึงการทำ Live Commerce สำหรับผู้ประกอบการยุคดิจิทัล
  • AI Marketing การประยุกต์ใช้ AI ในงานการตลาด ตั้งแต่การวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า การวางกลยุทธ์ ไปจนถึงการสร้างสรรค์คอนเทนต์อย่างแม่นยำ

โครงการได้เริ่มต้นกิจกรรมแรกแล้วที่จังหวัดน่าน ระหว่างวันที่ 18–19 ธันวาคม 2568 ณ โรงแรมดิ อิมเพรส น่าน โดยมุ่งเน้นกลุ่มผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไป ในหลักสูตร Social Commerce for Business และ AI Marketing เพื่อช่วยเสริมศักยภาพทางเศรษฐกิจ กระตุ้นการค้าขาย และสนับสนุนการท่องเที่ยวในพื้นที่ช่วงปลายปี

หลังจากนี้ ETDA จะขยายผลการดำเนินงานไปยังจังหวัดยุทธศาสตร์อีก 14 จังหวัดทั่วประเทศ ตลอดปีงบประมาณ 2569 ได้แก่ บุรีรัมย์ นครสวรรค์ พระนครศรีอยุธยา ปัตตานี ขอนแก่น อุบลราชธานี ลำปาง เชียงใหม่ ระยอง เชียงราย อุดรธานี ยะลา นครศรีธรรมราช และภูเก็ต เพื่อให้การพัฒนากำลังคนดิจิทัลเกิดขึ้นอย่างทั่วถึงและลดช่องว่างทางดิจิทัลในทุกภูมิภาค ผู้ที่สนใจ ทั้งหน่วยงานที่ต้องการพัฒนาบุคลากรเข้าสู่การเป็น EDC Trainer และประชาชนทั่วไปที่ต้องการยกระดับทักษะดิจิทัล สามารถติดตามรายละเอียดและสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ https://forms.gle/pqoX4eVvgSECnd2U6 หรือติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่เพจเฟซบุ๊ก ETDA Thailand

พรอมิส (ประเทศไทย) จำกัด ขับเคลื่อนองค์กรด้วยพันธกิจ วิสัยทัศน์ และคุณค่า (MVV) รูปแบบใหม่


บริษัท พรอมิส (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศและตอกย้ำความสำคัญของการนำ Mission, Vision, Value (MVV) รูปแบบใหม่มาเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนและกำหนดทิศทางการปฏิบัติงานขององค์กร โดยมีการประกาศ MVV จากผู้บริหารเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 เพื่อสื่อสารและยกตัวอย่างการดำเนินงานในอดีตและมุ่งพัฒนาไปข้างหน้าที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณ MVV ดังกล่าวอย่างชัดเจน

MVV ใหม่นี้แสดงถึงลักษณะโดดเด่นของวัฒนธรรมองค์กรของบริษัท ซึ่งประกอบด้วย

Mission (พันธกิจ) มอบความอุ่นใจทางการเงิน เพื่อวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่าของทุกคนและสังคม

Vision (วิสัยทัศน์) พรอมิส เราคือคู่คิดที่พึ่งพาได้

Value (คุณค่า) ประสิทธิภาพและคุณภาพ ท้าทายและพัฒนา ซื่อสัตย์และจริงใจ

เสาหลักในการปฏิบัติงาน

คุณค่าหลักทั้งสามประการนี้คือแนวทางปฏิบัติที่ช่วยให้บริษัทสามารถมอบความอุ่นใจและความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้จริง

1. ประสิทธิภาพและคุณภาพ

จงพิถีพิถันกับคุณภาพในทุกขั้นตอนเพื่อประสิทธิภาพที่ดีที่สุด

ตัวอย่างที่สอดคล้อง: FAP (Fast Approval Project) สินเชื่อส่วนบุคคลพรอมิส อนุมัติทันใจใน 1 ชั่วโมง ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมด้านบริการในอุตสาหกรรมสินเชื่อส่วนบุคคลของประเทศไทย จุดเด่นสมัครง่าย วงเงินสูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท บริษัทได้ทบทวนกระบวนการทั้งหมดเพื่อเพิ่ม “ประสิทธิภาพ” ในการอนุมัติสินเชื่อให้เร็วที่สุดตามความต้องการของลูกค้า

2. ท้าทายและพัฒนา

จงมองทุกความท้าทายให้เป็นโอกาสและก้าวไปข้างหน้าเสมอ

ตัวอย่างที่สอดคล้อง: การพัฒนาแอป Promise ซึ่งเป็นโปรเจกต์ที่ต้องเผชิญกับความยากลำบาก แต่ทีมงานก็รับมือกับความท้าทายอย่างต่อเนื่องจนสามารถเปิดตัวได้ และยังคงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องและเพิ่มความสะดวกในการใช้งานให้แก่ลูกค้า

3. ซื่อสัตย์และจริงใจ

จงซื่อสัตย์ต่อตนเองและจริงใจต่อผู้อื่น

ตัวอย่างที่สอดคล้อง: พนักงานทุกคนที่ปฏิบัติหน้าที่โดยความสุภาพและความซื่อสัตย์ต่อลูกค้าที่ Center และจุดบริการในทุก ๆ วัน เสียงขอบคุณและข้อคิดเห็นเชิงบวกจากลูกค้าเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความจริงใจและการบริการของพนักงาน

การนำ Value เหล่านี้มาปฏิบัติจริงจะช่วยให้การบรรลุ Mission เป็นจริงได้มากขึ้น และเข้าใกล้ความสำเร็จของ Vision มากยิ่งขึ้น

เกี่ยวกับบริษัท พรอมิส (ประเทศไทยจำกัด

บริษัท พรอมิส (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลชั้นนำในประเทศไทย มุ่งมั่นมอบความอุ่นใจทางการเงินแก่ลูกค้าด้วยบริการที่รวดเร็ว โปร่งใส และตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง

พรอมิส เร่งเครื่องพัฒนาพนักงาน เสริมความแกร่งบริการลูกค้า มั่นใจ “พรอมิส คือเพื่อนคู่คิดที่พึ่งพาได้”


สินเชื่อส่วนบุคคลพรอมิส จัดกิจกรรมประกวด “Promise Professional Service Award 2025” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เน้นบริการด้วยใจ ให้ลูกค้าเป็นมากกว่าคนกู้เงิน เพื่อสนับสนุนให้พนักงานตื่นตัวและตั้งใจมอบบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าด้วยความเป็นมืออาชีพ

ในปีนี้ กิจกรรมจัดขึ้นภายใต้แนวคิด บริการด้วยความอบอุ่นจากใจ เพราะพรอมิส ให้ความสำคัญกับลูกค้าในฐานะ คนสำคัญ ไม่ใช่แค่ ผู้กู้เงิน พนักงาน ของเราจึงเน้นการรับฟัง และให้คำปรึกษาที่ตรงกับความต้องการของแต่ละคน เพื่อทำหน้าที่เป็น เพื่อนคู่คิดที่พึ่งพาได้ อย่างแท้จริง มากกว่าการแค่บอกข้อมูลผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว

การจัดประกวดนี้เป็นวิธีที่พรอมิสใช้พัฒนาคนเพื่อยกระดับการบริการสินเชื่อส่วนบุคคลให้ดีขึ้นกว่าเดิม เราเชื่อว่าถ้าพนักงานมีความพร้อมและบริการด้วยความจริงใจ จะช่วยสร้างความประทับใจและความไว้วางใจให้ประชาชนคนไทยได้อย่างยั่งยืน

สำหรับผู้ที่สนใจสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลพรอมิส สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและยื่นคำขอสินเชื่อได้ที่เว็บไซต์ทางการ promise.co.th หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “PROMISE THAILAND” ได้ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android

กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว

ดอกเบี้ย 15% – 25% ต่อปี

เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ promise.co.th

Thursday, December 25, 2025

คอมแพ็ค เบรก ยกขบวนนักวิ่งสุดเซ็กซี่ เสิร์ฟความฮอตหาดพัทยา ในงาน Pattaya International Bikini Beach Race 2025


เมื่อเร็วๆนี้ คุณมินทร์ลดา อัศวกุลบุรานนท์ รองผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและภาพลักษณ์  พร้อมด้วยคุณเพียงขวัญ ชนะบุญ หัวหน้าแผนกสื่อสารองค์กร บริษัท คอมแพ็ค อินเตอร์เนชั่นแนล (1994) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผ้าเบรกคุณภาพยอดขายอันดับ 1 ภายใต้แบรนด์ “คอมแพ็ค เบรก” ร่วมสร้างปรากฏการณ์และเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมวิ่งริมชายหาดระดับนานาชาติ “Pattaya International Bikini Beach Race 2025” ด้วยการส่งนักวิ่งชายและหญิงลุคสปอร์ต-เซ็กซี่เข้าร่วมการแข่งขัน พร้อมจัดบูธกิจกรรมเพื่อประชาสัมพันธ์สินค้าในบริเวณงาน ซึ่งช่วยสร้างสีสันและได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก และเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวของเมืองพัทยา โดยงานดังกล่าวมีขึ้นเมื่อวันที่ 20 ธ.ค.ที่ผ่านมา ณ ชายหาดพัทยา หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัล พัทยา  จ.ชลบุรี

Pattaya International Bikini Beach Race 2025 ถือเป็นหนึ่งในงานวิ่งริมชายหาดที่ได้รับความนิยมสูงสุดของประเทศไทย จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 ในปีนี้ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Sea Sparkle Run: The Coral and Pearl Edition” มีนักวิ่งเข้าร่วมกว่า 5,000 คน จาก 30 ประเทศทั่วโลก โดยคอมแพ็ค เบรก เข้าร่วมกิจกรรมในปีนี้เป็นครั้งแรก ที่นอกเหนือจากการส่งนักวิ่งชายและหญิงเข้าร่วมการแข่งขันแล้ว ยังจัดให้มีการออกบูธกิจกรรมเพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้ร่วมงานได้ทำความรู้จักแบรนด์อย่างใกล้ชิดผ่านกิจกรรมสนุกๆ ลุ้นรับของที่ระลึกสุดพรีเมียม ซึ่งได้รับความสนใจจากนักวิ่งทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ร่วมถึงผู้ที่อยู่ในบริเวณงานเป็นจำนวนมาก การเข้าร่วมงานในครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ คอมแพ็ค เบรก ในการขยายภาพลักษณ์แบรนด์จากมอเตอร์สปอร์ต ไปสู่ไลฟ์สไตล์-เฮลตี้-แอคทีฟ เป็นการเตรียมความพร้อมต่อยอดกิจกรรมด้านกีฬาและไลฟ์สไตล์อีกหลากหลายรูปแบบในอนาคต เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง