Hussain Sajwani ประธานบริษัท DAMAC Properties ในดูไบ เข้าซื้อกิจการกลุ่มบริษัทแฟชั่น Roberto Cavalli SpA ผ่านทางบริษัทลงทุนเอกชน Vision Investments
การซื้อแบรนด์ Florentine เสร็จสิ้นไปเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
โดยบริษัทลงทุนใน UAE เป็นผู้เสนอราคาสูงที่สุดในบรรดาคู่แข่งที่ปรารถนาเป็นเจ้าของแบรนด์แฟชั่นที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ซึ่งก่อนหน้านี้ Roberto Cavalli บริหารงานผ่านทางบริษัท Clessidra ในอิตาลี
การซื้อ Roberto Cavalli โดย Vision Investments บริษัทในเครือ DICO Group เป็นวิวัฒนาการอีกขั้นของการเป็นหุ้นส่วนที่ได้ลงนามไปเมื่อปี 2560 ระหว่างแบรนด์แฟชั่นกับ DICO Group ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว Roberto Cavalli จะเข้าไปช่วยตกแต่งภายในโรงแรมลักชัวรีในเครือ 'AYKON Hotels ด้วยการดีไซน์ตามแบบฉบับของแบรนด์ Roberto Cavalli'
Hussain Sajwani กล่าวถึงการซื้อกิจการครั้งนี้ว่า:
"เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้สืบสานมรดกแบรนด์ที่น่าทึ่งของ Roberto Cavalli DICO มีการร่วมมือกับ Roberto Cavalli มายาวนานและเกิดผลลัพธ์มากมาย และผมเชื่อว่าแบรนด์นี้จะเฉิดฉายกับไอเดียความหรูหราของเรา ผมดีใจที่ประกาศว่าข้อตกลงนี้ได้ข้อสรุปอย่างรวดเร็ว และเราจะสร้างหลักประกันในการบริหารจัดการอย่างมีเสถียรภาพ
"ที่ DICO Investments เรามุ่งมั่นที่จะเป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงในระดับนานาชาติ และการซื้อกิจการครั้งนี้ก็เป็นก้าวย่างสำคัญในแผนกลยุทธ์ของเรา"
DICO Group เป็นบริษัทลงทุนมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ของ Hussain Sajwani ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2535 และมีผลประโยชน์หลากหลายในตลาดทั่วโลก บริษัทมีการลงทุนใน 5 เซกเตอร์หลักๆ ประกอบด้วย ตลาดทุน, อสังหาริมทรัพย์, โรงแรมและรีสอร์ต, การผลิตและจัดเลี้ยง และปัจจุบันคือแบรนด์ลักชัวรี
ตัวอย่างการลงทุนที่มีชื่อเสียงมากที่สุด เช่น โครงการตึก DAMAC Towers Nine Elms 50 ชั้นในลอนดอน, รีสอร์ตหรูในมัลดีฟส์, ห้างสรรพสินค้าในอิรัก และโครงการอสังหาริมทรัพย์ Mina Al Sultan Qaboos Waterfront ในโอมาน บริษัทลงทุนมีแผนลงทุนราว 3 พันล้านดอลลาร์ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าในตลาดสำคัญทั่วยุโรปตะวันตกและสหรัฐอเมริกา
ปัจจุบัน โครงการลงทุนของ DICO Group ครอบคลุมไปทั่วอเมริกาเหนือ, ยุโรป, เอเชีย, ตะวันออกกลางและแอฟริกา ด้วยวิสัยทัศน์การเติบโตและขยายธุรกิจที่มั่นคง DICO Group เดินหน้าสานต่อพันธกิจในด้านความหลากหลายและความเป็นเลิศทางธุรกิจ
www.dicogroup.com หรือ www.damacproperties.com
รูปภาพ - https://mma.prnewswire.com/media/1037107/DAMAC_Properties_Hussain_Sajwani.jpg
Friday, November 29, 2019
DAMAC Chairman Hussain Sajwani's Private Investment Firm Acquires Italian Fashion Brand Icon Roberto Cavalli
Chairman of Dubai based DAMAC Properties, Hussain Sajwani, through his private investment company, Vision Investments, has bought the Italian fashion group Roberto Cavalli SpA.
The acquisition of the Florentine brand was completed on November 28th.
The UAE-based investment company emerged as the top bidder amongst various entities that were vying for the globally recognized fashion brand. Roberto Cavalli was previously controlled by the Italian Private equity company, Clessidra.
The acquisition of Roberto Cavalli by Vision Investments, part of the DICO Group, is an evolution of a partnership that was signed in 2017 between the fashion house and the DICO Group. Under the partnership, Roberto Cavalli will develop the interiors for luxury hotels under the 'AYKON Hotels with interior design by Roberto Cavalli' brand.
Speaking about the acquisition, Hussain Sajwani said:
"We are excited about carrying forward the incredible legacy of the Roberto Cavalli brand. DICO has a long and fruitful association with Roberto Cavalli, and I believe that the brand resonates with our idea of luxury. I am happy to announce that the transaction was executed swiftly and that we will ensure stability in management.
"At DICO Investments, we aspire to own internationally recognized brands, and this acquisition marks a significant step in our strategy."
Established in 1992, the DICO Group is the multi-billion-dollar investment arm of Hussain Sajwani with diverse interests in markets around the world. The company's investments are divided into five core areas; namely, Capital markets, Real Estate, Hotels & Resorts, Manufacturing and Catering and now luxury fashion.
Some of DICO Investment's most notable activities include the 50 storey DAMAC Towers Nine Elms in London, a luxury resort in the Maldives, shopping malls in Iraq, and the Mina Al Sultan Qaboos Waterfront real estate project in Oman, among others. The investment company plans to deploy approximately $3 billion over the next few years in key markets across Western Europe and the US.
Today, the DICO Group's global footprint extends across North America, Europe, Asia, Middle East and Africa. With its vision firmly set on growth and expansion, the DICO Group continues in its quest for diversification and business excellence.
www.dicogroup.com or www.damacproperties.com
Photo - https://mma.prnewswire.com/media/1037107/DAMAC_Properties_Hussain_Sajwani.jpg
The acquisition of the Florentine brand was completed on November 28th.
The UAE-based investment company emerged as the top bidder amongst various entities that were vying for the globally recognized fashion brand. Roberto Cavalli was previously controlled by the Italian Private equity company, Clessidra.
The acquisition of Roberto Cavalli by Vision Investments, part of the DICO Group, is an evolution of a partnership that was signed in 2017 between the fashion house and the DICO Group. Under the partnership, Roberto Cavalli will develop the interiors for luxury hotels under the 'AYKON Hotels with interior design by Roberto Cavalli' brand.
Speaking about the acquisition, Hussain Sajwani said:
"We are excited about carrying forward the incredible legacy of the Roberto Cavalli brand. DICO has a long and fruitful association with Roberto Cavalli, and I believe that the brand resonates with our idea of luxury. I am happy to announce that the transaction was executed swiftly and that we will ensure stability in management.
"At DICO Investments, we aspire to own internationally recognized brands, and this acquisition marks a significant step in our strategy."
Established in 1992, the DICO Group is the multi-billion-dollar investment arm of Hussain Sajwani with diverse interests in markets around the world. The company's investments are divided into five core areas; namely, Capital markets, Real Estate, Hotels & Resorts, Manufacturing and Catering and now luxury fashion.
Some of DICO Investment's most notable activities include the 50 storey DAMAC Towers Nine Elms in London, a luxury resort in the Maldives, shopping malls in Iraq, and the Mina Al Sultan Qaboos Waterfront real estate project in Oman, among others. The investment company plans to deploy approximately $3 billion over the next few years in key markets across Western Europe and the US.
Today, the DICO Group's global footprint extends across North America, Europe, Asia, Middle East and Africa. With its vision firmly set on growth and expansion, the DICO Group continues in its quest for diversification and business excellence.
www.dicogroup.com or www.damacproperties.com
Photo - https://mma.prnewswire.com/media/1037107/DAMAC_Properties_Hussain_Sajwani.jpg
Xinhua Silk Road: ยานยนต์ MG เป็นดาวเด่นในงาน 2019 Guangzhou International Automobile Exhibition
MG แบรนด์ยานยนต์แห่งศตวรรษ นำรถเอสยูวีปลั๊กอินไฮบริด MG eHS มาอวดโฉมที่งาน Guangzhou International Automobile Exhibition ครั้งที่ 17 ซึ่งเปิดฉากขึ้นที่เมืองกว่างโจวทางตอนใต้ของจีนเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว พร้อมกับจัดแสดงรถพวงมาลัยซ้ายรุ่นแรก, รถคลาสสิก MG TD และรถซีรีส์ MG 6 ในงานนี้ด้วย
ลู่ ซุน ผู้จัดการอาวุโส บริษัท SAIC Motor ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซินหัวว่า MG eHS เป็นรถเอสยูวีปลั๊กอินไฮบริดรุ่นแรกในตลาดจีนที่ได้มาตรฐานของสหภาพยุโรปอย่าง ECE, REACH และ E-MARK โดยอีกไม่นานจะวางจำหน่ายในสหราชอาณาจักรและสิงคโปร์ เพื่อนำเสนอประสิทธิภาพการขับขี่รถหรูสู่ผู้บริโภคทั่วโลก
ทั้งนี้ SAIC Motor เป็นเจ้าของ MG Motor ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในลองบริดจ์ เมืองเบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ มาตั้งแต่ปี 2550
คุณลู่กล่าวว่า SAIC Group มุ่งมั่นพัฒนาบริษัทยานยนต์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก มีความสามารถในการแข่งขันในระดับนานาชาติ และมีแบรนด์ที่ทรงอิทธิพล โดยกำลังเร่งขยายธุรกิจสู่สากล ขณะที่ MG ก็เปิดตัวรถรุ่นใหม่ ๆ ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยแต่ละรุ่นมีคุณภาพสูงเทียบเท่ากันทั่วโลก
คุณลู่เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ MG EZS รถเอสยูวีพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบรุ่นแรกของบริษัทที่ได้มาตรฐานสากล ได้วางจำหน่ายในประเทศไทย สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ ฯลฯ และเตรียมเข้าสู่ตลาดฝรั่งเศส เยอรมนี เดนมาร์ก สวีเดน เบลเยียม และอีกหลายประเทศในอนาคต พร้อมกล่าวเสริมว่า ด้วยดีมานด์ที่แข็งแกร่งในตลาดจีนและตลาดต่างประเทศ MG มีศักยภาพในการไขว่คว้าโอกาสที่จะขยายธุรกิจไปทั่วโลก
คุณลู่ระบุว่า MG ให้ความสำคัญกับผู้บริโภคที่เป็นคนรุ่นใหม่ และมุ่งมั่นสร้างสุดยอดประสบการณ์ผ่านโลกของกีฬา โดยในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน รถรุ่น MG 6 XPOWER TCR ได้เข้าร่วมการแข่งขัน FIA World Motorsport Games ครั้งแรก และคว้าอันดับ 4 ในการแข่งขัน Racing World Cup ในนามของทีมชาติจีนและทีมชาติอังกฤษ
คุณลู่กล่าวว่า อุตสาหกรรมยานยนต์จีนอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่ของการผนวกรวมและเปลี่ยนแปลง MG จะเดินหน้าสร้างสรรค์ยานยนต์ที่มีคุณภาพระดับสากลต่อไป และจะเป็นผู้นำการพัฒนาตลาดยานยนต์อย่างแข็งขันในระยะยาว โดยคำนึงถึงความต้องการของผู้บริโภคเป็นสำคัญ
สามารถดูข่าวต้นฉบับได้ที่ https://en.imsilkroad.com/p/309620.html?from=groupmessage&isappinstalled=0
รูปภาพ - https://photos.prnasia.com/prnh/20191128/2655405-1
คำบรรยายภาพ - ยานยนต์ MG เป็นดาวเด่นในงาน 2019 Guangzhou International Automobile Exhibition
ลู่ ซุน ผู้จัดการอาวุโส บริษัท SAIC Motor ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซินหัวว่า MG eHS เป็นรถเอสยูวีปลั๊กอินไฮบริดรุ่นแรกในตลาดจีนที่ได้มาตรฐานของสหภาพยุโรปอย่าง ECE, REACH และ E-MARK โดยอีกไม่นานจะวางจำหน่ายในสหราชอาณาจักรและสิงคโปร์ เพื่อนำเสนอประสิทธิภาพการขับขี่รถหรูสู่ผู้บริโภคทั่วโลก
ทั้งนี้ SAIC Motor เป็นเจ้าของ MG Motor ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในลองบริดจ์ เมืองเบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ มาตั้งแต่ปี 2550
คุณลู่กล่าวว่า SAIC Group มุ่งมั่นพัฒนาบริษัทยานยนต์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก มีความสามารถในการแข่งขันในระดับนานาชาติ และมีแบรนด์ที่ทรงอิทธิพล โดยกำลังเร่งขยายธุรกิจสู่สากล ขณะที่ MG ก็เปิดตัวรถรุ่นใหม่ ๆ ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยแต่ละรุ่นมีคุณภาพสูงเทียบเท่ากันทั่วโลก
คุณลู่เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ MG EZS รถเอสยูวีพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบรุ่นแรกของบริษัทที่ได้มาตรฐานสากล ได้วางจำหน่ายในประเทศไทย สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ ฯลฯ และเตรียมเข้าสู่ตลาดฝรั่งเศส เยอรมนี เดนมาร์ก สวีเดน เบลเยียม และอีกหลายประเทศในอนาคต พร้อมกล่าวเสริมว่า ด้วยดีมานด์ที่แข็งแกร่งในตลาดจีนและตลาดต่างประเทศ MG มีศักยภาพในการไขว่คว้าโอกาสที่จะขยายธุรกิจไปทั่วโลก
คุณลู่ระบุว่า MG ให้ความสำคัญกับผู้บริโภคที่เป็นคนรุ่นใหม่ และมุ่งมั่นสร้างสุดยอดประสบการณ์ผ่านโลกของกีฬา โดยในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน รถรุ่น MG 6 XPOWER TCR ได้เข้าร่วมการแข่งขัน FIA World Motorsport Games ครั้งแรก และคว้าอันดับ 4 ในการแข่งขัน Racing World Cup ในนามของทีมชาติจีนและทีมชาติอังกฤษ
คุณลู่กล่าวว่า อุตสาหกรรมยานยนต์จีนอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่ของการผนวกรวมและเปลี่ยนแปลง MG จะเดินหน้าสร้างสรรค์ยานยนต์ที่มีคุณภาพระดับสากลต่อไป และจะเป็นผู้นำการพัฒนาตลาดยานยนต์อย่างแข็งขันในระยะยาว โดยคำนึงถึงความต้องการของผู้บริโภคเป็นสำคัญ
สามารถดูข่าวต้นฉบับได้ที่ https://en.imsilkroad.com/p/309620.html?from=groupmessage&isappinstalled=0
รูปภาพ - https://photos.prnasia.com/prnh/20191128/2655405-1
คำบรรยายภาพ - ยานยนต์ MG เป็นดาวเด่นในงาน 2019 Guangzhou International Automobile Exhibition
Xinhua Silk Road: SERES เปิดตัวรถรุ่นใหม่ SF5 ในงาน 2019 Guangzhou Int'l Auto Exhibition
SERES บริษัทสตาร์ทอัพผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีน เปิดตัว SF5 รถเอสยูวีขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าที่มาพร้อมสมรรถนะแบบรถสปอร์ต ในงาน Guangzhou International Automobile Exhibition ครั้งที่ 17 ซึ่งเปิดฉากเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
SERES เปิดตัว SF5 สองรุ่น ได้แก่ รถพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ และรถพลังงานไฟฟ้าขยายระยะทางขับเคลื่อน ซึ่งมาพร้อมเครื่องกำเนิดไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง แชสซี และแบตเตอรี่ที่บริษัทพัฒนาขึ้นเอง
SF5 รุ่นพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ใช้แบตเตอรี่ขนาด 90 กิโลวัตต์ชั่วโมง วิ่งได้ไกลกว่า 500 กิโลเมตร ส่วนรุ่นพลังงานไฟฟ้าขยายระยะทางขับเคลื่อน ใช้แบตเตอรี่ขนาด 35 กิโลวัตต์ชั่วโมง วิ่งได้ 150 กิโลเมตร และเมื่อระบบขยายระยะทางขับเคลื่อนทำงาน รถยนต์จะรองรับทั้งการชาร์จแบตเตอรี่และเติมน้ำมัน ผู้ขับขี่จึงไม่ต้องกังวลเมื่อต้องเดินทางต่อเนื่อง
นอกจากนี้ SF5 ยังมีสมรรถนะสูงเหมือนรถสปอร์ต ด้วยระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้าที่บริษัทพัฒนาขึ้นเอง มีกำลังไฟสูงสุด 510 กิโลวัตต์ และมีแรงบิดสูงสุด 1,040 นิวตันเมตร โดยรุ่นขยายระยะทางขับเคลื่อนสามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในไม่ถึง 4.8 วินาที รถยนต์ทั้งสองรุ่นมีทั้งแบบขับเคลื่อนล้อหน้าและแบบขับเคลื่อนสี่ล้อ
SERES เปิดเผยว่า SF5 เพิ่งผ่านการทดสอบขับขี่เป็นระยะทาง 10,000 กิโลเมตรภายใต้สภาพอากาศเลวร้ายในมณฑลเสฉวน ทิเบต และเขตปกครองตนเองซินเจียงทางภาคตะวันตกของจีน ซึ่งแสดงถึงความเสถียรเชิงเทคนิคและคุณภาพของยานยนต์
ตั้งแต่ปลายปี 2561 บริษัทได้ทำการทดสอบการขับขี่ระยะทางรวม 5 ล้านกิโลเมตรในนิวซีแลนด์และเมืองต่าง ๆ ของจีนที่มีสภาพภูมิอากาศเลวร้าย เช่น หยาเค่อสือ เห่ยเหอ ถูลู่ฟาน และซานย่า
ซู เจี้ยนเฉียว รองผู้จัดการทั่วไป บริษัท SERES กล่าวว่า เทคโนโลยีหลักที่บริษัทพัฒนาขึ้นเองและการอัปเกรดยานยนต์ ส่งผลให้ SERES เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งยังเป็นการส่งเสริมเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบและเทคโนโลยีขยายระยะทางขับเคลื่อนอัจฉริยะระดับแนวหน้าของวงการ ซึ่งถือเป็นจุดแข็งสำคัญของแบรนด์
เมื่อกล่าวถึงบริษัทยานยนต์พลังงานใหม่ในจีนที่กำลังเผชิญกับการแข่งขันจากแบรนด์ต่างประเทศ คุณซูแสดงความคิดเห็นว่า ในอนาคต บริษัทรถยนต์ไฟฟ้าจากเมืองฉงชิ่งแห่งนี้จะเดินหน้าส่งเสริมเทคโนโลยีหลักเพื่อเป็นรากฐานของการพัฒนาต่อไป และจะออกแบบยานยนต์โดยคำนึงถึงความต้องการของลูกค้าเป็นสำคัญ
สามารถดูข่าวต้นฉบับได้ที่ https://en.imsilkroad.com/p/309648.html
รูปภาพ - https://photos.prnasia.com/prnh/20191128/2656493-1
คำบรรยายภาพ - บูธของ SERES ในงาน Guangzhou International Automobile Exhibition ครั้งที่ 17
SERES เปิดตัว SF5 สองรุ่น ได้แก่ รถพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ และรถพลังงานไฟฟ้าขยายระยะทางขับเคลื่อน ซึ่งมาพร้อมเครื่องกำเนิดไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง แชสซี และแบตเตอรี่ที่บริษัทพัฒนาขึ้นเอง
SF5 รุ่นพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ใช้แบตเตอรี่ขนาด 90 กิโลวัตต์ชั่วโมง วิ่งได้ไกลกว่า 500 กิโลเมตร ส่วนรุ่นพลังงานไฟฟ้าขยายระยะทางขับเคลื่อน ใช้แบตเตอรี่ขนาด 35 กิโลวัตต์ชั่วโมง วิ่งได้ 150 กิโลเมตร และเมื่อระบบขยายระยะทางขับเคลื่อนทำงาน รถยนต์จะรองรับทั้งการชาร์จแบตเตอรี่และเติมน้ำมัน ผู้ขับขี่จึงไม่ต้องกังวลเมื่อต้องเดินทางต่อเนื่อง
นอกจากนี้ SF5 ยังมีสมรรถนะสูงเหมือนรถสปอร์ต ด้วยระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้าที่บริษัทพัฒนาขึ้นเอง มีกำลังไฟสูงสุด 510 กิโลวัตต์ และมีแรงบิดสูงสุด 1,040 นิวตันเมตร โดยรุ่นขยายระยะทางขับเคลื่อนสามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในไม่ถึง 4.8 วินาที รถยนต์ทั้งสองรุ่นมีทั้งแบบขับเคลื่อนล้อหน้าและแบบขับเคลื่อนสี่ล้อ
SERES เปิดเผยว่า SF5 เพิ่งผ่านการทดสอบขับขี่เป็นระยะทาง 10,000 กิโลเมตรภายใต้สภาพอากาศเลวร้ายในมณฑลเสฉวน ทิเบต และเขตปกครองตนเองซินเจียงทางภาคตะวันตกของจีน ซึ่งแสดงถึงความเสถียรเชิงเทคนิคและคุณภาพของยานยนต์
ตั้งแต่ปลายปี 2561 บริษัทได้ทำการทดสอบการขับขี่ระยะทางรวม 5 ล้านกิโลเมตรในนิวซีแลนด์และเมืองต่าง ๆ ของจีนที่มีสภาพภูมิอากาศเลวร้าย เช่น หยาเค่อสือ เห่ยเหอ ถูลู่ฟาน และซานย่า
ซู เจี้ยนเฉียว รองผู้จัดการทั่วไป บริษัท SERES กล่าวว่า เทคโนโลยีหลักที่บริษัทพัฒนาขึ้นเองและการอัปเกรดยานยนต์ ส่งผลให้ SERES เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งยังเป็นการส่งเสริมเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบและเทคโนโลยีขยายระยะทางขับเคลื่อนอัจฉริยะระดับแนวหน้าของวงการ ซึ่งถือเป็นจุดแข็งสำคัญของแบรนด์
เมื่อกล่าวถึงบริษัทยานยนต์พลังงานใหม่ในจีนที่กำลังเผชิญกับการแข่งขันจากแบรนด์ต่างประเทศ คุณซูแสดงความคิดเห็นว่า ในอนาคต บริษัทรถยนต์ไฟฟ้าจากเมืองฉงชิ่งแห่งนี้จะเดินหน้าส่งเสริมเทคโนโลยีหลักเพื่อเป็นรากฐานของการพัฒนาต่อไป และจะออกแบบยานยนต์โดยคำนึงถึงความต้องการของลูกค้าเป็นสำคัญ
สามารถดูข่าวต้นฉบับได้ที่ https://en.imsilkroad.com/p/309648.html
รูปภาพ - https://photos.prnasia.com/prnh/20191128/2656493-1
คำบรรยายภาพ - บูธของ SERES ในงาน Guangzhou International Automobile Exhibition ครั้งที่ 17
True Space - Co Working Space สุดฮิป จะนั่งทำงาน หรือติวหนังสือก็จัดไป 7 สาขาทั้งใจกลางกรุงเทพฯและปริมณฑล
True Space Co Working Space ไม่ได้มีแค่ที่นั่งทำงาน ยังมีพื้นที่สำหรับการให้เช่าห้องประชุม หรือนักเรียนนักศึกษาที่ต้องการสถานที่ติวหนังสือกับเพื่อนๆ หรือใครที่กำลังจะทำธุรกิจเล็ก ก็มีออฟฟิศเล็ก ๆ ให้เช่า
Co Working Space กับสังคมคนทำงาน หรือ วัยเรียนในยุคที่อินเทอร์เน็ตเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ดูจะเป็นของคู่กัน ทุกที่สามารถเป็นออฟฟิศประจำ หรือห้องเรียนนอกรั้วโรงเรียนของเราได้ง่าย ๆ ขอแค่มีโน้ตบุ๊กคู่ใจกับสภาพแวดล้อมดี ๆ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่เหมาะสมทั้งเรื่องการทำงาน หรือเรื่องเรียน
True Space ไม่ได้มีแค่ ที่นั่งทำงาน แต่ยังมีการให้ เช่าห้องประชุม หรือนักเรียนนักศึกษาก็มีพื้นที่สำหรับติวหนังสือกับเพื่อนๆ หรือใครที่กำลังจะทำธุรกิจขนาดเล็ก ก็มี ออฟฟิศเล็ก ๆ ให้เช่าด้วยเช่นกันสามารถเลือกใช้บริการได้ถึง 7 สาขา
1. True Space เซ็นเตอร์พอยท์ ออฟ สยามสแควร์ ชั้น 4 สามารถเดินทางมาด้วยรถไฟฟ้าBTS สถานีสยาม Exit 2 รถส่วนตัวสามารถจอดรถที่สยามสแควร์ รถเมล์สาย 141, 204, 40, 73, 73ก, 25, 48, 54, 79, 162, 183, 501, 508
2. True Space สาขา Siam Square soi 2 สาขานี้จะตั้งอยู่ด้านหน้าทางเข้า สยามซอย 2 ติดกับถนน เยื้องๆกับ Siam Discovery และ Siam Center
3. True Space สาขา ICONSIAM รถไฟฟ้า BTS ลงสถานีกรุงธนบุรีหรือวงเวียนใหญ่ จะมีรถ Shutter Bus ของ ICONSIAM บริการรับส่งฟรี รถเมล์สาย 4, 6 ปอ.6, 84, 88, 89, 111, 149, 167, 177 เรือ ทั้งเรือด่วนเจ้าพระยา ธงส้ม เหลือง เขียว ฟ้า และทางไอคอนสยามมีเรือ Shutter Boat รับ-ส่งฟรี
4. True Space สาขามหาสารคาม อยู่ชั้น 2 บนเสริมไทยคอมเพล็กซ์ เดินทางโดยรถส่วนตัวสามารถจอดได้ที่ห้าง
5. True Space สาขามหาวิทยาลัยหอการค้า ตั้งอยู่บนถนนวิภาวดีรังสิต 2 เยื้องๆ ประตูหน้ามหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
6. True Space สาขามหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา ที่ตั้งอาคารสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา (บริเวณประตูทางออก 5)
7. True Space สาขามหาวิทยารังสิต อาคารพิฆเณศ Student Center ชั้น 1 มหาวิทยาลัยรังสิต
True Space Co Working Space เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้ดีกว่าการนั่งทำงานหรือติวหนังสือตามร้านกาแฟ ซึ่งใครที่กำลังมองหาที่นั่งทำงานนอกสถานที่บรรยากาศดีๆ มีอาหารและเครื่องดื่มอร่อยๆ ไว้ให้บริการ อุปกรณ์สำหรับทำงานครบครัน ทั้งพรินเตอร์, ไวท์บอร์ด, Wifi จะนั่งติวหนังสือ ทำงานหรือนัดประชุมกับลูกค้า ขอบอกเลยว่า ต้องแวะมาใช้บริการที่ True Space
ติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.truespaceth.com
Bro.J Korea สนับสนุนธุรกิจเอสเอ็มอีเกาหลีบุกตลาดไทยด้วย V-commerce
- ด้วยความช่วยเหลือจาก KBS Art Vision ที่จะมารับหน้าที่ผลิตคอนเทนต์วิดีโอ เพื่อเผยแพร่บนแพลตฟอร์มออนไลน์ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ในฐานะบริษัทที่ดำเนินการโครงการ "2019 V-Commerce Annual Project to Pave International Sales Route for Small/medium Company Products" ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางของเกาหลีในการขยายการส่งออกและเข้าสู่ตลาดประเทศไทย Bro.J Korea และนายยัง จองมัน ซีอีโอของบริษัท ได้ให้การสนับสนุนบริษัทขนาดเล็กและขนาดกลางเหล่านี้เพื่อเจาะตลาดประเทศไทยได้สำเร็จ
Bro. J Korea ทำสัญญากับ KBS Art Vision ช่องโทรทัศน์สาธารณะของเกาหลีใต้ เพื่อผลิตวิดีโอคอนเทนต์ที่มีคุณภาพสำหรับบริษัทขนาดเล็กและขนาดกลาง พร้อมกับเปิดตัวร้าน 'mariplace' บน Shopee ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ V-commerce
ทั้งนี้ มีบริษัทได้รับเชิญเข้าร่วมโครงการนี้รวม 30 แห่ง สำหรับคอนเทนต์วิดีโอนั้นประกอบด้วยรายการวาไรตี้ทางเว็บไซต์ และผลิตภัณฑ์หลักของบริษัทที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งเหล่ายูทูบเบอร์เกาหลีจะมาปรากฏตัวในคอนเทนต์วิดีโอ เพื่อแนะนำคุณลักษณะและการใช้งานผลิตภัณฑ์จากบริษัทดาวรุ่งขนาดเล็กและขนาดกลางกลางของเกาหลี เพื่อสร้างความบันเทิงและดึงดูดความสนใจใคร่รู้จากผู้ชม
นอกจากนี้ บริษัทที่เข้าร่วมโครงการยังได้ทำการตลาดผ่านเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ในประเทศไทยไปพร้อมกันด้วย ตลอดจนมีศูนย์ให้คำปรึกษาด้านการส่งออกที่ตั้งอยู่ในย่านธุรกิจของเมืองพัทยา และร้านขายสินค้าเกาหลีที่ผู้ซื้อสามารถดูและสัมผัสผลิตภัณฑ์ได้ด้วยตนเอง
"มีเดียคอนเทนต์ที่ผลิตด้วยความรู้และความชำนาญของ KBS บวกกับเส้นทางการจัดจำหน่ายเชิงกลยุทธ์ทั้งแบบออนไลนและออฟไลน์ของ Bro. J Korea จะให้ความช่วยเหลือในเชิงปฎิบัติแก่บริษัทขนาดเล็กและขนาดกลางจำนวนมากที่จะเข้าสู่ประเทศไทย เราจะเดินหน้าสร้างการรับรู้และเพิ่มอัตราการขายให้กับผลิตภัณฑ์จากเกาหลี ตลอดจนทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมเพื่อช่วยให้ผลิตภัณฑ์เกาหลีเจาะตลาดไทยได้" นายคิม บยองจิน กรรมการบริหารของ Bro. J Korea กล่าว
สามารถรับชมผลิตภัณฑ์หลากหลายจากเกาหลีที่เว็บไซต์ Shopee (shopee.co.th) เพียงค้นหา 'mariplace'
ในฐานะบริษัทที่ดำเนินการโครงการ "2019 V-Commerce Annual Project to Pave International Sales Route for Small/medium Company Products" ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางของเกาหลีในการขยายการส่งออกและเข้าสู่ตลาดประเทศไทย Bro.J Korea และนายยัง จองมัน ซีอีโอของบริษัท ได้ให้การสนับสนุนบริษัทขนาดเล็กและขนาดกลางเหล่านี้เพื่อเจาะตลาดประเทศไทยได้สำเร็จ
Bro. J Korea ทำสัญญากับ KBS Art Vision ช่องโทรทัศน์สาธารณะของเกาหลีใต้ เพื่อผลิตวิดีโอคอนเทนต์ที่มีคุณภาพสำหรับบริษัทขนาดเล็กและขนาดกลาง พร้อมกับเปิดตัวร้าน 'mariplace' บน Shopee ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ V-commerce
ทั้งนี้ มีบริษัทได้รับเชิญเข้าร่วมโครงการนี้รวม 30 แห่ง สำหรับคอนเทนต์วิดีโอนั้นประกอบด้วยรายการวาไรตี้ทางเว็บไซต์ และผลิตภัณฑ์หลักของบริษัทที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งเหล่ายูทูบเบอร์เกาหลีจะมาปรากฏตัวในคอนเทนต์วิดีโอ เพื่อแนะนำคุณลักษณะและการใช้งานผลิตภัณฑ์จากบริษัทดาวรุ่งขนาดเล็กและขนาดกลางกลางของเกาหลี เพื่อสร้างความบันเทิงและดึงดูดความสนใจใคร่รู้จากผู้ชม
นอกจากนี้ บริษัทที่เข้าร่วมโครงการยังได้ทำการตลาดผ่านเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ในประเทศไทยไปพร้อมกันด้วย ตลอดจนมีศูนย์ให้คำปรึกษาด้านการส่งออกที่ตั้งอยู่ในย่านธุรกิจของเมืองพัทยา และร้านขายสินค้าเกาหลีที่ผู้ซื้อสามารถดูและสัมผัสผลิตภัณฑ์ได้ด้วยตนเอง
"มีเดียคอนเทนต์ที่ผลิตด้วยความรู้และความชำนาญของ KBS บวกกับเส้นทางการจัดจำหน่ายเชิงกลยุทธ์ทั้งแบบออนไลนและออฟไลน์ของ Bro. J Korea จะให้ความช่วยเหลือในเชิงปฎิบัติแก่บริษัทขนาดเล็กและขนาดกลางจำนวนมากที่จะเข้าสู่ประเทศไทย เราจะเดินหน้าสร้างการรับรู้และเพิ่มอัตราการขายให้กับผลิตภัณฑ์จากเกาหลี ตลอดจนทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมเพื่อช่วยให้ผลิตภัณฑ์เกาหลีเจาะตลาดไทยได้" นายคิม บยองจิน กรรมการบริหารของ Bro. J Korea กล่าว
สามารถรับชมผลิตภัณฑ์หลากหลายจากเกาหลีที่เว็บไซต์ Shopee (shopee.co.th) เพียงค้นหา 'mariplace'
Bro.J Korea supports small businesses entering Thailand market with V-commerce
- With help from KBS Art Vision, it creates video content and distributes it via the S. East Asian online platform
As a company carrying out "2019 V-Commerce Annual Project to Pave International Sales Route for Small/medium Company Products", a project designed to help Korean small/medium companies to increase exports and enter Thailand market, Bro.J Korea (CEO Yang Jeongman) provided assistance for small/medium companies to enter Thailand market.
Bro. J Korea has contracted with Korean public broadcasting channel KBS Art Vision to create good quality video content for small/medium companies and launched a select shop 'mariplace' on Shopee, a Southeast Asian online platform as a part of V-commerce project.
Total of 30 companies were invited for this project. The video contents include web variety shows and key products of the participating companies. In the video contents, Korean Youtubers make an appearance to introduce the characteristics and usage of the key products from rising Korean small/medium companies to entertain and to invoke interests and curiosity from the audience.
The participating companies are also simultaneously marketing via native influencers in Thailand, as well as Export Consultation center located in the business district of Pattaya, and Korean Product Store where one can see and experience the product in person.
"Media contents made with KBS' know-hows in media contents creation, and Bro. J Korea's on/offline strategic distribution routes are providing practical assistance for many small/medium companies to enter the Thailand market. We will continue to raise the awareness and sales rate of Korean wave products, and serve as the connecting bridge to help the Korean products to enter the market," Mr. Kim Byungjin, an executive director from Bro. J Korea, stated.
A variety of Korean products can be found at Shopee's Thai website (shopee.co.th). Search for 'mariplace'.
As a company carrying out "2019 V-Commerce Annual Project to Pave International Sales Route for Small/medium Company Products", a project designed to help Korean small/medium companies to increase exports and enter Thailand market, Bro.J Korea (CEO Yang Jeongman) provided assistance for small/medium companies to enter Thailand market.
Bro. J Korea has contracted with Korean public broadcasting channel KBS Art Vision to create good quality video content for small/medium companies and launched a select shop 'mariplace' on Shopee, a Southeast Asian online platform as a part of V-commerce project.
Total of 30 companies were invited for this project. The video contents include web variety shows and key products of the participating companies. In the video contents, Korean Youtubers make an appearance to introduce the characteristics and usage of the key products from rising Korean small/medium companies to entertain and to invoke interests and curiosity from the audience.
The participating companies are also simultaneously marketing via native influencers in Thailand, as well as Export Consultation center located in the business district of Pattaya, and Korean Product Store where one can see and experience the product in person.
"Media contents made with KBS' know-hows in media contents creation, and Bro. J Korea's on/offline strategic distribution routes are providing practical assistance for many small/medium companies to enter the Thailand market. We will continue to raise the awareness and sales rate of Korean wave products, and serve as the connecting bridge to help the Korean products to enter the market," Mr. Kim Byungjin, an executive director from Bro. J Korea, stated.
A variety of Korean products can be found at Shopee's Thai website (shopee.co.th). Search for 'mariplace'.
Subscribe to:
Posts (Atom)
