Thursday, June 1, 2023

อัลตราริสก์เลือกใช้วอลทริกซ์ สติง ตรวจสอบการออกแบบชิปริสก์ไฟว์

      วอลทริกซ์ ซิสเต็มส์ (Valtrix Systems) ผู้ให้บริการผลิตภัณฑ์ตรวจสอบการออกแบบริสก์ไฟว์ (RISC-V) เพื่อใช้สร้างซีพียู (CPU) และระบบบนชิป (system-on-chip) ที่ทำงานได้อย่างถูกต้อง ประกาศว่า อัลตราริสก์ (UltraRISC) ผู้ให้บริการทรัพย์สินทางปัญญาริสก์ไฟว์และโปรเซสเซอร์แบบมัลติคอร์สมรรถนะสูงซึ่งมีสำนักงานใหญ่ที่เซี่ยงไฮ้ ได้รับอนุญาตให้ใช้สติง (STING) ในการตรวจสอบการออกแบบชิปริสก์ไฟว์

สติงเป็นเครื่องมือกระตุ้นการทดสอบที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์จากวอลทริกซ์ โดยทำหน้าที่สร้างโปรแกรมที่นำไปตรวจสอบด้วยตนเองได้และมีความถูกต้องในทางสถาปัตยกรรม รองรับการใช้งานในการจำลอง การเลียนแบบ FPGA และซิลิคอน

ดร. เจียง เจียง (Jiang Jiang) ประธานบริหารและซีทีโอของอัลตราริสก์ กล่าวว่า "บริษัทของเราดำเนินการตรวจสอบอย่างเข้มงวดเพื่อให้มั่นใจว่า โปรเซสเซอร์ของเราได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดีและได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วน เครื่องมือสติงของวอลทริกซ์มีบทบาทอย่างมากในการตรวจสอบคอร์โปรเซสเซอร์ UR-A1 ของอัลตราริสก์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งส่วนขยายไฮเปอร์ไวเซอร์เพื่อใช้จำลองฮาร์ดแวร์ ความสามารถในการรันเทสต์ในการจำลองและเลียนแบบนั้น ทำให้เป็นตัวเลือกที่สอดรับกับกลยุทธ์ DV ของเรา"

"เรารู้สึกตื่นเต้นมากในการร่วมมือกับริสก์ไฟว์ ในฐานะพันธมิตรหลักเพื่อนำสติงไปใช้ตรวจสอบชิป ของริสก์ไฟว์ขั้นสูงบนแพลตฟอร์มจำลองฮาร์ดแวร์" ชูโบดีป รอย เชาดูรี (Shubhodeep Roy Choudhury) ซีอีโอของวอลทริกซ์ กล่าว "การเสริมวงจรในการจำลองด้วยการทดสอบโดยอาศัยการเลียนแบบ ชิป FPGA และหลังผลิตซิลิคอนนั้น มีความสำคัญอย่างยิ่งในการรับรองว่าการออกแบบซีพียูและชิปเป็นไปตามข้อกำหนดและไม่มีข้อผิดพลาดในการทำงาน ความสามารถในการสร้างสิ่งกระตุ้นของสติงเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ทดสอบในสภาพแวดล้อมอุปกรณ์ทดสอบ (device-under-test) ใด ๆ ก็ได้ ซึ่งจะช่วยให้ตรวจสอบซ้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ"

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ตรวจสอบการออกแบบของวอลทริกซ์ได้ที่ https://www.valtrix.in

เกี่ยวกับเครื่องมือตรวจสอบการออกแบบสติงของวอลทริกซ์

สติง (STING) เป็นผลิตภัณฑ์เรือธงของวอลทริกซ์ (Valtrix) โดยเป็นเครื่องมือตรวจสอบการออกแบบที่ได้รับการสนับสนุนในเชิงพาณิชย์สำหรับการใช้งานริสก์ไฟว์ ผู้ใช้สามารถกำหนดค่าเครื่องมือเพื่อสร้างโปรแกรม bare-metal แบบพกพาที่ประกอบด้วยการกระตุ้นการทดสอบที่ถูกต้องตามหลักสถาปัตยกรรมด้วยตนเอง ซึ่งสามารถใช้กับการจำลอง, FPGA ต้นแบบ, การเลียนแบบ หรือซิลิคอน

เกี่ยวกับอัลตราริสก์

อัลตราริสก์ (UltraRISC) มีสำนักงานใหญ่ในเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน พัฒนาทรัพย์สินทางปัญญาริสก์ไฟว์และโปรเซสเซอร์แบบมัลติคอร์สมรรถนะสูง ประหยัดพลังงาน และชาญฉลาด เพื่อยกระดับระบบนิเวศริสก์ไฟว์ทั่วโลก อัลตราริสก์มี 3 สายผลิตภัณฑ์ (UR-A, UR-AE และ UR-E) ในตระกูลโปรเซสเซอร์หลัก และโปรเซสเซอร์มัลติคอร์อีก 1 สาย โดยใช้คอร์ UR-A ในตระกูลชิป (SoC) ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ออกแบบมาเพื่อให้ครอบคลุมสถานการณ์การประมวลผลหลัก รวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะการประมวลผลแบบเอดจ์ เดสก์ท็อป เซิร์ฟเวอร์ คลาวด์ และกรณีการใช้งานที่ขับเคลื่อนด้วยตนเอง

UltraRISC Selects Valtrix STING for Verification of RISC-V SoC Designs

      Valtrix Systems, an industry leading provider of RISC-V design verification products for building functionally correct CPU and system-on-chip implementations, announced today that UltraRISC, a leading provider of high-performance RISC-V IPs and multi-core processors headquartered in Shanghai, has licensed STING for the design verification of its RISC-V SoC implementations.

STING, a software-driven test stimulus generator from Valtrix, is capable of creating self-checking and architecturally correct portable programs that can be enabled on simulations, emulation, FPGA and silicon.

UltraRISC's Executive President and CTO, Dr. Jiang Jiang said, "Our company conducts rigorous verification to ensure that our processors are well designed and thoroughly verified. Valtrix's STING tool has made a significant contribution to our verification efforts on the UltraRISC's UR-A1 processor core, particularly the hypervisor extension for hardware virtualization. The capability of running tests across simulation and emulations makes it an ideal choice for our DV strategy."

"We are very excited to collaborate with UltraRISC as a lead partner for enabling STING for SoC verification of their advanced RISC-V implementations on hardware emulation platforms," said Shubhodeep Roy Choudhury, CEO of Valtrix. "Complementing the cycles run on simulation with testing on emulation, FPGA and post-silicon is critical in ensuring that the CPU and SoC designs are compliant and free of functional errors. STING's portable stimulus generation capability allows users to run the tests in any device-under-test environment, thus increasing verification reuse and efficiency," he added.

For more information on Valtrix's design verification technology and products, visit: https://www.valtrix.in

About Valtrix's STING Design Verification Tool

STING, the flagship product of Valtrix, is a commercially supported design verification tool for RISC-V based implementations. It can be configured to generate portable bare-metal programs containing self-checking architecturally-correct test stimulus, which can then be enabled on simulation, FPGA prototypes, emulation or silicon.

About UltraRISC

Headquartered in Shanghai, China, UltraRISC develops high-performance, power-efficient, and intelligent RISC-V IPs and multi-core processors and is dedicated to elevating the global RISC-V ecosystem. The company has three lines (UR-A, UR-AE and UR-E) of IP offerings in its processor core family, and one line of multi-core processors based on UR-A core in its SoC family. These offerings are designed to cover the major computing scenarios, including but not limited to edge computing, desktop, server, cloud, and self-driving use cases.

ลอนจี เผยความก้าวหน้าครั้งสำคัญที่ทำให้แผงโซลาร์เซลล์มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

      พลังงานแสงอาทิตย์เป็นรูปแบบของพลังงานที่ราคาถูกที่สุดและเข้าถึงได้ง่ายที่สุด และตอนนี้ พลังงานแสงอาทิตย์จะมีประสิทธิภาพยิ่งกว่าที่เคย โดยนักวิทยาศาสตร์จากบริษัทเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ชั้นนำของจีนอย่างบริษัท ลอนจี กรีน เอเนอร์จี เทคโนโลยี จำกัด (LONGi Green Energy Technology Co., Ltd) ได้พัฒนาเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดใหม่ที่สามารถพลิกโฉมการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียนทั่วโลก โดยเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดใหม่นี้ ใช้วัสดุเดียวกับ 95% ของเซลล์แสงอาทิตย์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน แต่มีสมรรถนะที่ดีกว่ามาก ด้วยประสิทธิภาพสูงถึง 26.81% ซึ่งนวัตกรรมนี้ยิ่งตอกย้ำบทบาทสำคัญของเซลล์แสงอาทิตย์ในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ทั้งนี้ ผลการวิจัยดังกล่าวยังได้รับการเผยแพร่เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ผ่านการตีพิมพ์โดย วารสารเนเจอร์ เอเนอร์จี (Nature Energy)

กุญแจสำคัญของความก้าวหน้า

ความก้าวหน้าครั้งสำคัญนี้เป็นผลมาจากความร่วมมือระหว่างประเทศที่ไม่เหมือนใครระหว่างลอนจี หนึ่งในผู้ผลิตเซลล์แสงอาทิตย์คุณภาพสูงสุดชั้นนำระดับโลก กับมหาวิทยาลัยซุนยัตเซ็น (Sun Yat-Sen University หรือ SYSU) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเดลฟท์ (Delft University of Technology หรือ TU Delft) โดยทีมวิจัยได้ยกระดับประสิทธิภาพการออกแบบเซลล์แสงอาทิตย์ด้วยการใช้ "นาโนคริสตัลไลน์ซิลิคอน โฮล คอนแทกต์ เลเยอร์" (nanocrystalline-silicon hole contact layer) ที่ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นอย่างมาก โดยเป็นที่ทราบอยู่แล้วว่าเลเยอร์ดังกล่าวมีความเป็นไปได้ในทางทฤษฎี แต่ความสำเร็จในการนำมาใช้งานจริงยังไม่เคยมีมาก่อน

ก้าวกระโดดครั้งยิ่งใหญ่

เลเยอร์ชนิดใหม่นี้สามารถถ่ายโอนพลังงานไฟฟ้าโดยมีความต้านทานน้อยกว่ามาก ส่งผลให้มีประสิทธิภาพการแปลงพลังงานสูงกว่าเซลล์แสงอาทิตย์อื่น ๆ ที่ทำจากคริสตัลไลน์ซิลิคอน คณะนักวิจัยที่ลอนจีได้พัฒนาเทคโนโลยีใหม่นี้โดยอิงแผ่นเวเฟอร์ซิลิคอนมาตรฐานเกรดอุตสาหกรรม ทำให้เทคโนโลยีนี้สามารถนำไปใช้ในการผลิตแผงเซลล์แสงอาทิตย์ได้แทบจะในทันที และสมรรถนะของเซลล์นับได้ว่าดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีเดิม ๆ นับเป็นก้าวกระโดดครั้งใหญ่ในแง่ของประสิทธิภาพการแปลงพลังงานที่เพิ่มขึ้นถึง 1.5% "ประสิทธิภาพเช่นนี้เหนือกว่าเซลล์แสงอาทิตย์คริสตัลไลน์ซิลิคอนอื่นใดเท่าที่เคยมีมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งมีสัดส่วนมากกว่า 95% ของเซลล์แสงอาทิตย์ที่ผลิตทั่วโลก" คุณซีเซียง สวี่ (Xixiang Xu) รองประธานสถาบันวิจัยและพัฒนากลางลอนจี (LONGi Central R&D Institute) กล่าว

เหนือกว่าการเคลือบผิวแบบพาสซิเวชัน

คณะนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยซุนยัตเซ็นมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการวิเคราะห์และศึกษาการไหลของกระแสไฟฟ้าผ่านเลเยอร์ชนิดใหม่นี้ โดยทีมวิจัยได้ศึกษาเซลล์ที่มีเลเยอร์ดังกล่าวเปรียบเทียบกับเซลล์ที่ไม่มี และพบว่าเซลล์ที่มีเลเยอร์ชนิดใหม่นี้สามารถนำไฟฟ้าได้ดีกว่า เพราะมีพลังงานก่อกัมมันต์ (Activation Energy) ต่ำ เมื่อวางในตำแหน่งที่เหมาะสมพอดี ขณะที่กระบวนการออเจร์แบบบัลก์ (Bulk Auger Process) จะค่อย ๆ มีบทบาทนำมากขึ้น เมื่อการกลับมารวมตัวกันของอิเล็กตรอนและโฮลบนพื้นผิว (Surface Recombination) ลดลงในเซลล์แสงอาทิตย์ซิลิคอนแบบเฮเทอโรจังก์ชัน (Heterojunction) ที่มีการเคลือบผิวแบบพาสซิเวชัน (Surface Passivation) กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ คุณภาพจากการพาสซิเวชันพื้นผิวนั้นมีสูงมาก จึงทำให้สามารถยกระดับค่าฟิลแฟกเตอร์ (Fill Factor) และประสิทธิภาพการแปลงพลังงานได้ "การศึกษาเกี่ยวกับซิลิคอน โฮล คอนแทกต์ เลเยอร์ ที่มีพลังงานก่อกัมมันต์ต่ำนั้น เกิดขึ้นอย่างถูกจังหวะเวลาและมีความสำคัญอย่างยิ่ง งานของเราถือเป็นความก้าวหน้าครั้งใหญ่ในการสำรวจสมรรถนะด้านไฟฟ้าของโฮล คอนแทกต์ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อเซลล์แสงอาทิตย์ซิลิคอนแบบเฮเทอโรจังก์ชัน ไฮบริด และชนิดที่ใช้ซิลิคอนทั้งหมด" ศาสตราจารย์ ผิงฉี เกา (Pingqi Gao) จากมหาวิทยาลัยซุนยัตเซ็น กล่าว ทั้งนี้ สถาปัตยกรรมเซลล์แสงอาทิตย์ดังกล่าวจะช่วยให้เกิดการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ด้วยโมดูลเซลล์แสงอาทิตย์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าในด้านฟิสิกส์สารกึ่งตัวนำ

การสร้างแบบจำลองที่ก้าวล้ำโดยฝีมือของคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเดลฟท์ มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการทำให้นวัตกรรมนี้กลายเป็นรูปธรรม ด้วยแบบจำลองใหม่นี้ ทีมวิจัยสามารถจำลองรายละเอียดของกำแพงพลังงาน (Energy Barrier) ตามรอยต่อด้านหลังของเซลล์แสงอาทิตย์ของลอนจี ทำให้สามารถวิเคราะห์เส้นทางของโฮลได้ ก่อเกิดเป็นเซลล์แสงอาทิตย์ที่มีสมรรถนะยอดเยี่ยม "เรายินดีอย่างยิ่งที่ได้เห็นการใช้งานในพื้นที่จริงขนาดใหญ่ หลังจากที่เราเคยพยากรณ์ในทางทฤษฎีไว้แล้วว่าจะเป็นการผสมผสานที่ดีที่สุดของคุณสมบัติวัสดุ เพื่อสร้างโฮล คอนแทกต์ เลเยอร์ สำหรับการขนส่งโฮลที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดนี้" คุณพอล โพรเซล (Paul Procel) นักวิจัยหลังปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเดลฟท์ กล่าว ขณะเดียวกัน ศาสตราจารย์ โอลินโด อิซาเบลลา (Olindo Isabella) จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเดลฟท์ กล่าวเสริมว่า "เรารู้สึกทึ่งกับสมรรถนะอันเหนือชั้นในแง่ของเลเยอร์แบบบางพิเศษ ประกอบกับการควบคุมคุณสมบัติด้านแสงและไฟฟ้าได้อย่างดีเยี่ยม การสร้างแบบจำลองเซลล์แสงอาทิตย์ของลอนจีช่วยขยายขอบเขตของเซลล์แสงอาทิตย์คริสตัลไลน์ซิลิคอนในอุดมคติตามนิยามของเรา"

เกี่ยวกับลอนจี

ลอนจี (LONGi) ก่อตั้งขึ้นในปี 2543 โดยมุ่งมั่นที่จะก้าวขึ้นเป็นบริษัทเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ชั้นนำระดับโลก ลอนจีมุ่งเน้นไปที่การสร้างคุณค่าโดยมีความต้องการของลูกค้าเป็นตัวขับเคลื่อน เพื่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างเต็มรูปแบบ พันธกิจของลอนจีคือ "การนำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุดเพื่อสร้างโลกสีเขียว" บริษัทอุทิศตนเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมทางเทคโนโลยี โดยได้ก่อตั้งธุรกิจขึ้นมาห้าภาคส่วน ประกอบด้วยเซลล์และโมดูลเวเฟอร์โมโนคริสตัลไลน์ซิลิคอน โซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์แบบกระจายศูนย์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม โซลูชันพลังงานสีเขียว และอุปกรณ์ไฮโดรเจน ทั้งนี้ บริษัทได้ขยายขีดความสามารถในการจัดหาพลังงานสีเขียวอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อไม่นานมานี้ได้นำโซลูชันและผลิตภัณฑ์ไฮโดรเจนสีเขียวมาประยุกต์ใช้เพื่อสนับสนุนเป้าหมายคาร์บอนเป็นศูนย์ทั่วโลก สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.longi.com

เกี่ยวกับมหาวิทยาลัยซุนยัตเซ็น

มหาวิทยาลัยซุนยัตเซ็น (Sun Yat-Sen University หรือ SYSU) เป็นมหาวิทยาลัยวิจัยของรัฐที่มีความสำคัญในระดับชาติ ตั้งอยู่ในนครกว่างโจว มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2467 โดยซุนยัตเซ็น นักปฏิวัติและผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐจีน มหาวิทยาลัยแห่งนี้มี 5 วิทยาเขตใน 3 เมือง ได้แก่ กว่างโจว จูไห่ และเซินเจิ้น รวมถึงมีโรงพยาบาลในเครือ 10 แห่ง มหาวิทยาลัยซุนยัตเซ็นอยู่ในโครงการมหาวิทยาลัยชั้นนำและหลักสูตรชั้นนำ (Double First Class University Plan), โปรเจกต์ 985 (Project 985) และโปรเจกต์ 211 (Project 211) ของทางการจีน ทั้งนี้ ภายในคณะวัสดุศาสตร์ วิทยาเขตเซินเจิ้น ศาสตราจารย์ ผิงฉี เกา ได้จัดตั้งกลุ่มวิจัยเทคโนโลยีออปโตอิเล็กทรอนิกส์ที่ยั่งยืนขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2561 โดยมีหัวข้อวิจัยประกอบด้วยอุปกรณ์พลังงานแสงอาทิตย์สมรรถนะสูง เทคโนโลยีเซลล์แสงอาทิตย์ประสิทธิภาพสูงและต้นทุนต่ำ วัสดุสำคัญสำหรับเซลล์แสงอาทิตย์ที่ยั่งยืน รวมถึงวัสดุ อุปกรณ์ และระบบออปโตอิเล็กทรอนิกส์นวัตกรรมใหม่

เกี่ยวกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเดลฟท์

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเดลฟท์ (Delft University of Technology หรือ TU Delft) ติดอันดับ 10 ในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกโดยคิวเอส (QS World University Rankings) สาขามหาวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี อีกทั้งยังเป็นมหาวิทยาลัยด้านเทคนิคที่เก่าแก่และมีขนาดใหญ่ที่สุดในเนเธอร์แลนด์ โดยเป็นสถาบันการศึกษาและวิจัยระดับแนวหน้าซึ่งประกอบด้วย 8 คณะ มีนักศึกษามากกว่า 26,000 คน และบุคลากรกว่า 6,000 คนที่ทุ่มเทให้กับวิทยาศาสตร์ การออกแบบ และเทคโนโลยี ทั้งนี้ ภายในคณะวิศวกรรมไฟฟ้า คณิตศาสตร์ และวิทยาการคอมพิวเตอร์ มีกลุ่มวิจัยวัสดุและอุปกรณ์เซลล์แสงอาทิตย์ ซึ่งนำโดยศาสตราจารย์ โอลินโด อิซาเบลลา กลุ่มนี้มุ่งเน้นไปที่การออกแบบและประดิษฐ์เซลล์ โมดูล และระบบแสงอาทิตย์นวัตกรรมใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูง ด้วยความเข้าใจเชิงลึกในด้านฟิสิกส์อุปกรณ์และโมดูลเซลล์แสงอาทิตย์ โดยใช้การกำหนดคุณสมบัติและการสร้างแบบจำลองที่ล้ำสมัย

Excellent 12-Month Results from SELUTION SFA Trial Presented at JET

      12-month results from the SELUTION SFA trial have been presented at the Japan Endovascular Treatment (JET) Conference in Tokyo. The objective of this study was to assess the safety and efficacy of SELUTION SLR(TM), MedAlliance's novel sirolimus-eluting balloon, for endovascular therapy of de novo and non-stented restenotic lesions in the superficial femoral artery (SFA) and popliteal artery (PA).  

The prospective, multicenter single arm trial has involved 134 patients treated across 13 sites in Japan. The primary endpoint of 12-month primary patency of the target lesion was achieved in 87.9% of patients. There was 97% freedom from TLR; no major amputations or deaths; and a 0.7% rate of thrombosis. These results were achieved despite the presence of challenging patients enrolled in the study.

"These data demonstrate that limus can be as effective as paclitaxel without the associated safety concerns and welcomes a new era for DCB,", said Dr. Osamu Iida, Osaka Police Hospital Cardiovascular Center, Osaka, Japan.

"I loved Dr Iida's comment, 'if limus is as effective as paclitaxel without the safety concerns, why would anyone not use limus?'", commented Jeffrey B. Jump, Chairman and CEO of MedAlliance. "We are pleased to see that the Japanese 12 month data is completely aligned with the FIM done by Prof Zeller 5 years ago. The US IDE SFA study is now enrolling, which will hopefully confirm the same benefit in US patients as we have seen in Europe and Japan."  

SELUTION SLR was awarded CE Mark Approval for the treatment of coronary artery disease in May 2020. MedAlliance was the first drug-eluting balloon (DEB) company to receive FDA Breakthrough Designation status. Currently three IDE clinical studies are evaluating SELUTION SLR in the US: in CLTI patients with BTK disease; SFA/PPA; and coronary ISR. In addition, MedAlliance received IDE approval for de novo coronary artery lesions in January 2023. This complements the substantial experience that the company has gained with the SELUTION DeNovo and SUCCESS trials in Europe.

MedAlliance's unique DEB technology involves MicroReservoirs which contain a combination of biodegradable polymer intermixed with the anti-restenotic drug sirolimus, applied as a coating on the surface of an angioplasty balloon. These MicroReservoirs provide controlled and sustained release of the drug for up to 90 days. MedAlliance's proprietary CAT(TM) (Cell Adherent Technology) enables the MicroReservoirs to be coated onto balloons and efficiently transferred to adhere to the vessel lumen when delivered via expansion of the balloon.

SELUTION SLR is commercially available in Europe, Asia, the Middle East, and the Americas (outside USA) and most other countries where the CE Mark is recognized. Over 10,000 units have been used for patient treatments in routine clinical practice or as part of coronary clinical trials. Please contact us if your centre is interested in participating in this study.

Media Contact:

Richard Kenyon 
rkenyon@medalliance.com
+44 7831 569940

About MedAlliance

MedAlliance is a medical technology company which announced a staged acquisition by Cordis in October 2022. It is headquartered in Nyon, Switzerland. MedAlliance specializes in the development of ground-breaking technology and commercialization of advanced drug device combination products for the treatment of coronary and peripheral artery disease. For further information visit: www.medalliance.com

Photo: https://mma.prnewswire.com/media/2088103/MedAlliance_JET.jpg
Logo: https://mma.prnewswire.com/media/1196864/MedAlliance_Logo.jpg

เอฟเอ็กซ์โปร คว้าสองรางวัลใหญ่จากงานประกาศรางวัลของนิตยสารโกลบอล แบรนด์ส แม็กกาซีน ครั้งที่ 11

      เอฟเอ็กซ์โปรได้รับรางวัล "โบรกเกอร์ออนไลน์ยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย" และ "แพลตฟอร์มเทรดที่มีนวัตกรรมสูงสุดในภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ" ประจำปี 2566

งานประกาศรางวัลโกลบอล แบรนด์ อวอร์ดส์ (Global Brand Awards) จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีโดยนิตยสารโกลบอล แบรนด์ส แม็กกาซีน (Global Brands Magazine หรือ GBM) สื่อสิ่งพิมพ์ระดับโลกที่มีสำนักงานใหญ่ในสหราชอาณาจักร ซึ่งในปีนี้ เอฟเอ็กซ์โปร (FxPro) ได้รับการประเมินทั้งในส่วนของการบริการลูกค้า ความพึงพอใจของลูกค้า นวัตกรรมดิจิทัล ความสัมพันธ์เชิงกลยุทธ์ และการพัฒนาธุรกิจใหม่

คุณเจย์ เรดดี (Jay Reddy) ผู้อำนวยการนิตยสารโกลบอล แบรนด์ส แม็กกาซีน แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการที่เอฟเอ็กซ์โปรคว้ารางวัลในปีนี้ว่า "นับว่าน่าทึ่งมากที่เอฟเอ็กซ์โปรคว้าสองรางวัลจากสองภูมิภาค บริษัทแห่งนี้ได้รับการสนับสนุนจากทีมผู้บริหารที่แข็งแกร่ง ซึ่งทำผลงานยอดเยี่ยมในระดับโลกอย่างต่อเนื่อง"

คุณเอลซี เรเยสส์ (Elsy Rayess) หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจของเอฟเอ็กซ์โปร กล่าวถึงชัยชนะครั้งนี้ว่า "เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลโบรกเกอร์ออนไลน์ยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย และแพลตฟอร์มเทรดที่มีนวัตกรรมสูงสุดในภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ โดยรางวัลเหล่านี้เป็นข้อพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของเราในการให้บริการที่เป็นเลิศและนำเสนอเทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรมใหม่ให้แก่ลูกค้าของเรา ในขณะที่เราดำเนินการปรับปรุงข้อเสนอในการเทรดอย่างต่อเนื่อง เรามุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์การเทรดที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าของเรา และเราภูมิใจที่ความพยายามของเราได้รับการยอมรับด้วยรางวัลอันทรงเกียรติเหล่านี้"

เกี่ยวกับเอฟเอ็กซ์โปร

เอฟเอ็กซ์โปร (FxPro) ให้บริการเทรดสัญญาซื้อขายส่วนต่าง (CFD) ของสินทรัพย์ประเภทต่าง ๆ ได้แก่ ฟอเร็กซ์ หุ้น สปอตดัชนี ฟิวเจอร์ สปอตโลหะมีค่า สปอตพลังงาน และคริปโทเคอร์เรนซี เราช่วยให้เทรดเดอร์เข้าถึงสภาพคล่องระดับสูง แพลตฟอร์มและเครื่องมือเทรดขั้นสูง และการดำเนินการคำสั่งซื้อขายที่ได้รับรางวัล โดยไม่มีการแทรกแซงจากโบรกเกอร์แบบ No Dealing Desk

กว่า 16 ปีที่เราเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมการเทรดออนไลน์ เรายังคงให้การสนับสนุนอย่างแข็งขันในเรื่องของความโปร่งใส และได้รับรางวัลมากกว่า 100 รางวัลจากเงื่อนไขการเทรดระดับมืออาชีพที่เรานำเสนอให้แก่ลูกค้า

เกี่ยวกับโกลบอล แบรนด์ส แม็กกาซีน

โกลบอล แบรนด์ส แม็กกาซีน (Global Brands Magazine หรือ GBM) คือสื่อสิ่งพิมพ์ดิจิทัลเกี่ยวกับการสร้างแบรนด์รายใหญ่ที่สุด ด้วยจำนวนผู้เข้าชมมากกว่า 10 ล้านคน โดยทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มที่มีความโดดเด่นในการนำเสนอและยกย่องแบรนด์ที่ทำผลงานยอดเยี่ยมจากทั่วโลก

เกี่ยวกับโกลบอล แบรนด์ อวอร์ดส์

โกลบอล แบรนด์ อวอร์ดส์ (Global Brand Awards) คืองานประกาศรางวัลอันทรงเกียรติที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีโดยนิตยสารโกลบอล แบรนด์ส แม็กกาซีน เพื่อยกย่องผู้ที่เป็นแบบอย่างในด้านการสร้างแบรนด์ การตลาด และการมีส่วนร่วมของลูกค้า พิธีมอบรางวัลนี้โดดเด่นด้วยงานกาล่าสุดอลังการซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรมชั้นเลิศระดับโลก โดยเป็นการรวมตัวกันของผู้นำทางธุรกิจที่ทรงอิทธิพล ผู้บริหารฝ่ายการตลาด และตัวแทนสื่อมวลชนที่น่านับถือ

ติดตามความเคลื่อนไหวของเราทางโซเชียลมีเดีย:

เฟซบุ๊ก: https://bit.ly/3MJduxH

ลิงด์อิน: https://bit.ly/3oFrMY3

อินสตาแกรม: https://bit.ly/3OLrJo5

ทวิตเตอร์ : https://bit.ly/45OfoFY

โลโก้: https://mma.prnewswire.com/media/2080309/GBM_AWARDS_2023_Logo.jpg 

FxPro wins big at the 11th edition of Global Brands Magazine Awards

      FxPro has won the "Best Online Broker in Asia" and "Most Innovative Trading Platform in the MENA region" in the year 2023.

The Global Brand Awards is an annual event held by Global Brands Magazine (GBM), an international publication headquartered in the UK. FxPro was evaluated based on customer service, satisfaction, digital innovation, strategic relationships, and new business development.

Commenting on FxPro winning the awards, Jay Reddy, Director of Global Brands Magazine said, "We are amazed that FxPro won two awards for two separate regions! This is a company that is backed by a strong management team, consistently delivering world class performance."

Commenting on winning the awards, Elsy Rayess, Head of Business Development FxPro, said, "We are thrilled to have been recognized as the Best Online Broker in Asia and Most Innovative Trading Platform in the MENA region. These awards are a testament to our commitment to providing our clients with exceptional service and innovative technology as we continue to make ongoing improvements to our trading offering. At FxPro, we strive to deliver the best possible trading experience to our clients, and we are proud to have our efforts acknowledged by these prestigious awards."

About FxPro 

FxPro offers CFDs on FX, Shares, Spot Indices, Futures, Spot Metals, Spot Energy & Cryptos. We provide traders with access to top-tier liquidity, advanced trading platforms and tools, and award-winning order execution with no-dealing-desk intervention.

In our 16+ years as a leader in the online trading industry, we have remained a strong advocate of transparency and received more than 100+ awards for the professional trading conditions we offer.

About Global Brands Magazine  

Global Brands Magazine is the largest digital branding publication, commanding a substantial audience of around 10 million+ visitors. Functioning as a distinguished platform, it showcases and commends exceptional brands from across the world.

About Global Brand Awards

The Global Brand Awards, hosted by Global Brands Magazine, is an esteemed annual event that highlights exemplary standards in branding, marketing, and customer engagement. The awards ceremony, characterized by a captivating gala event hosted in some of the world's finest hotels, serves as a gathering of influential business leaders, marketing executives, and esteemed representatives from the media.

Check out our social media shout outs from the links below:

Facebook: https://bit.ly/3MJduxH

Linkedin: https://bit.ly/3oFrMY3

Instagram: https://bit.ly/3OLrJo5

Twitter: https://bit.ly/45OfoFY

Logo: https://mma.prnewswire.com/media/2080309/GBM_AWARDS_2023_Logo.jpg

ผลการศึกษาจากโครงการวิจัย SELUTION SFA ระยะเวลา 12 เดือน ได้รับการนำเสนอในการประชุม JET ที่ประเทศญี่ปุ่น

      ผลการศึกษาจากโครงการวิจัย เซลูชัน เอสเอฟเอ (SELUTION SFA) ระยะเวลา 12 เดือน ได้รับการนำเสนอในที่ประชุม Japan Endovascular Treatment (JET) ณ กรุงโตเกียว การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินความปลอดภัยและประสิทธิภาพของเซลูชัน เอสแอลอาร์(TM) (SELUTION SLR(TM)) ซึ่งเป็นบอลลูนเคลือบยาไซโรลิมัสตัวใหม่ของเม็ดอัลไลแอนซ์ (MedAlliance) สำหรับการรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดผ่านสายสวนหลอดเลือดบริเวณรอยโรคที่เกิดใหม่ (de novo) หรือตีบซ้ำที่ไม่ได้ใส่ขดลวดในหลอดเลือดแดงต้นขาชั้นตื้น (SFA) และหลอดเลือดแดงขาพับ (PA)

โครงการวิจัยดังกล่าวเป็นการศึกษาแบบไปข้างหน้า (prospective) ซิงเกิลอาร์ม (single arm) ในศูนย์หลายแห่ง โดยศึกษาผู้ป่วย 134 รายที่เข้ารับการรักษาในสถานพยาบาล 13 แห่งในญี่ปุ่น ผลลัพธ์หลักของการวิจัยนี้คือการขยายหลอดเลือดที่ตีบตันบริเวณรอยโรคเป้าหมายในเวลา 12 เดือน ซึ่งพบว่าประสบความสำเร็จในผู้ป่วย 87.9% ขณะที่ผู้ป่วย 97% ไม่ต้องทำหัตถการที่รอยโรคซ้ำ ไม่ต้องตัดขาเหนือเข่า หรือเสียชีวิต และพบอัตราการเกิดลิ่มเลือดอุดตันที่ 0.7% โดยโครงการวิจัยสามารถบรรลุผลลัพธ์เหล่านี้ได้แม้ผู้ป่วยที่เข้าร่วมการทดลองมีสภาพที่ท้าทาย

"ข้อมูลเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า ยาลิมัส (limus) สามารถมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับยาแพกคลิแทกเซล (paclitaxel) โดยไม่มีข้อกังวลด้านความปลอดภัยที่เกี่ยวข้อง และเป็นการต้อนรับยุคใหม่ของการรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบด้วยบอลลูนเคลือบยา (DCB)" ดร.โอซามุ อีดะ (Osamu Iida) จากศูนย์หัวใจและหลอดเลือดโรงพยาบาลตำรวจโอซาก้า เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น กล่าว

"ผมถูกใจความคิดเห็นของดร.อีดะที่ว่า ถ้าลิมัสมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับแพกคลิแทกเซลโดยไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยแล้ว ทำไมจึงไม่ใช้ลิมัส" คุณเจฟฟรีย์ บี. จัมพ์ (Jeffrey B. Jump) ประธานและซีอีโอของเม็ดอัลไลแอนซ์ กล่าว "เรายินดีที่ได้เห็นว่า ข้อมูลจากการทดลอง 12 เดือนในญี่ปุ่นนั้นสอดคล้องกับการทดลอง FIM ซึ่งดำเนินการโดยศาสตราจารย์เซลเลอร์ (Prof Zeller) เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ขณะนี้การศึกษา IDE SFA ในสหรัฐอเมริกาเริ่มเปิดรับผู้ป่วยเข้าร่วมโครงการแล้ว ซึ่งเราหวังว่าจะได้เห็นประโยชน์เกิดขึ้นกับผู้ป่วยในสหรัฐอเมริกา ดังที่เราได้เห็นในยุโรปและญี่ปุ่น" 

เซลูชัน เอสแอลอาร์ ได้รับการรับรองมาตรฐานซีอี มาร์ค (CE Mark) สำหรับรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจเมื่อเดือนพฤษภาคม 2563 ขณะเดียวกัน เม็ดอัลไลแอนซ์ยังเป็นผู้ผลิตบอลลูนเคลือบยาแห่งแรกที่ได้รับการรับรองสถานะ Breakthrough Designation จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) ปัจจุบัน เซลูชัน เอสแอลอาร์ มีการนำไปศึกษาในการวิจัยทางคลินิกในขั้น IDE รวม 3 โครงการในสหรัฐอเมริกา กับผู้ป่วยอาการขาดเลือดเรื้อรัง (CLTI) บริเวณใต้หัวเข่า รวมถึงผู้ป่วย SFA/PPA และผู้ป่วยโรคหลอดเลือดที่เกิดการตีบซ้ำภายในขดลวด (ISR) นอกจากนี้ เม็ดอัลไลแอนซ์ยังผ่านการรับรอง IDE เพื่อใช้รักษาโรคหลอดเลือดหัวใจที่เกิดครั้งแรกในเดือนมกราคม 2566 ซึ่งจะเข้ามาเติมเต็มประสบการณ์มากมายที่บริษัทได้รับจากการทดลองเซลูชัน เดอโนโว (SELUTION DeNovo) และซัคเซส (SUCCESS) ในยุโรป

เทคโนโลยีบอลลูนเคลือบยาของเม็ดอัลไลแอนซ์ประกอบด้วยไมโครเรเซอร์วัวร์ (MicroReservoirs) ซึ่งผลิตขึ้นจากพอลิเมอร์แบบสลายได้ทางชีวภาพผสมเข้ากับยาไซโรลิมัส (Sirolimus) ลดการตีบตันซ้ำที่เคลือบบนพื้นผิวของบอลลูนขยายหลอดเลือด ไมโครเรเซอร์วัวร์เหล่านี้ทำหน้าที่ควบคุมการปลดปล่อยยาให้สม่ำเสมอเป็นเวลาถึง 90 วัน ขณะเดียวกัน เทคโนโลยี CAT(TM) (Cell Adherent Technology) อันเป็นกรรมสิทธิ์ของเม็ดอัลไลแอนซ์ ยังช่วยให้ไมโครเรเซอร์วัวร์เคลือบบนบอลลูนและติดเข้ากับช่องภายในหลอดเลือดขณะให้ยาผ่านบอลลูนขยายหลอดเลือด

เซลูชัน เอสแอลอาร์ มีวางจำหน่ายในยุโรป เอเชีย ตะวันออกกลาง และทวีปอเมริกา (นอกสหรัฐอเมริกา) และเกือบทุกประเทศที่ยอมรับมาตรฐานซีอี มาร์ค โดยมีการใช้งานไปแล้วกว่า 10,000 ชุดสำหรับการรักษาผู้ป่วยในเวชปฏิบัติทั่วไปหรือในการทดลองทางคลินิกเพื่อรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจ โปรดติดต่อเราหากศูนย์ของคุณสนใจเข้าร่วมการศึกษาวิจัยนี้

สื่อมวลชนติดต่อ

ริชาร์ด เคนยอน (Richard Kenyon)
อีเมล: rkenyon@medalliance.com
โทร: +44 7831 569940

เกี่ยวกับเม็ดอัลไลแอนซ์

เม็ดอัลไลแอนซ์ (MedAlliance) เป็นบริษัทเทคโนโลยีการแพทย์ซึ่งคอร์ดิส (Cordis) ได้ประกาศแผนซื้อกิจการไปเมื่อเดือนตุลาคม 2565 เม็ดอัลไลแอนซ์มีสำนักงานใหญ่ในเมืองนียง ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยมีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำและการจำหน่ายอุปกรณ์ปลดปล่อยตัวยาขั้นสูงสำหรับรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคหลอดเลือดแดงส่วนปลาย สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.medalliance.com

รูปภาพ: https://mma.prnewswire.com/media/2088103/MedAlliance_JET.jpg
โลโก้: https://mma.prnewswire.com/media/1196864/MedAlliance_Logo.jpg