Wednesday, May 31, 2023

CoinEx เปิดตัว BitHK มอบบริการเทรดคริปโทฯ ให้กับผู้ใช้งานในฮ่องกง

คอยน์เอ็กซ์ (CoinEx) หนึ่งในแพลตฟอร์มซื้อขายแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลชั้นนำของโลก ประกาศเปิดตัว บิตเอชเค (BitHK) แพลตฟอร์มเทรดคริปโทเคอร์เรนซีมืออาชีพ ที่ให้บริการเฉพาะผู้ใช้งานในฮ่องกงอย่างเป็นทางการ

จากแนวปฏิบัติสำหรับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเทรดสินทรัพย์เสมือนจริง (Guidelines for Virtual Asset Trading Platform Operators) บิตเอชเคจะยื่นขอจดทะเบียนในฐานะผู้ให้บริการสินทรัพย์เสมือนจริง (Virtual Asset Service Provider หรือ VASP) แก่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (SFC) ในวันที่ 1 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันที่แนวปฏิบัติมีผลบังคับใช้

ทีมงานของคอยน์เอ็กซ์ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากบรรดาบริษัทระดับโลกในอุตสาหกรรมอินเทอร์เน็ตและอุตสาหกรรมการเงิน ซึ่งรวมถึงเหล่ามืออาชีพผู้บุกเบิกด้านคริปโทเคอร์เรนซีและนักลงทุนมากประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีการวิจัยและพัฒนาและการดำเนินการในระดับโลก บิตเอชเคจะยังคงใช้เครื่องมือการจับคู่เทรดความเร็วสูงที่ได้รับการพัฒนาอย่างอิสระของคอยน์เอ็กซ์ ซึ่งช่วยมอบประสบการณ์การทำธุรกรรมคริปโทฯ ที่ทรงประสิทธิภาพและราบรื่นไร้รอยต่อ โดยผู้ใช้งานสามารถเข้าร่วมในการเทรดแบบสปอต (Spot trading) และเก็บรักษาสินทรัพย์คริปโทฯ บนแพลตฟอร์ม ซึ่งพร้อมให้บริการทั้งในภาษาจีนดั้งเดิมและภาษาอังกฤษได้แล้วตอนนี้

คุณไห่โป หยาง (Haipo Yang) ซีอีโอของคอยน์เอ็กซ์กล่าวว่า "บิตเอชเคยังคงเดินหน้าพัฒนาอย่างต่อเนื่องและมีแผนจะเปิดตัวการเทรดคริปโทฯ แบบ P2P ในการเทรดแบบสปอต เพื่อรองรับทั้งการฝากและถอนเงินสกุลดอลลาร์ฮ่องกง ในฐานะที่เป็นส่วนสำคัญของอุตสาหกรรมบริการทางการเงินของฮ่องกง บิตเอชเคมีพันธกิจที่ต้องรักษาภาพลักษณ์ของนครฮ่องกงในฐานะศูนย์กลางทางการเงินที่ 'เปิดกว้างและครอบคลุม' ของโลก เราจะปฏิบัติตามจรรยาบรรณการซื้อขายแลกเปลี่ยนคริปโทเคอร์เรนซี (Code of Conduct for Cryptocurrency Exchanges) ซึ่งออกโดย SFC เมื่อเร็ว ๆ นี้ และกฎหมายต่อต้านการฟอกเงินและต่อต้านการจัดหาเงินให้ผู้ก่อการร้าย (ฉบับแก้ไข) ประจำปี 2565 (Anti-Money Laundering and Counter-Terrorist Financing (Amendment) Bill 2022) อย่างเคร่งครัด เราทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อมอบบริการที่เป็นไปตามมาตรฐาน ยุติธรรม และเป็นมืออาชีพ ไปพร้อมปกป้องสินทรัพย์ของนักลงทุน เป้าหมายของเราคือการสร้างสภาพแวดล้อมการเทรดคริปโทฯ ที่ปลอดภัย ไว้ใจได้ ให้กับผู้ใช้งานในฮ่องกง"

คอยน์เอ็กซ์เป็นแพลตฟอร์มซื้อขายแลกเปลี่ยนคริปโทเคอร์เรนซีระดับโลก ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2560 ที่มุ่งมั่นที่จะทำให้การซื้อขายคริปโทฯ ง่ายขึ้น โดยแพลตฟอร์มให้บริการต่าง ๆ มากมาย รวมถึงการซื้อขายแบบสปอตและการซื้อขายโดยใช้มาร์จิน, ฟิวเจอร์ส, สวอป, การเป็นผู้ทำตลาดแบบอัตโนมัติ (AMM) และบริการจัดการด้านการเงิน แก่ผู้ใช้งานมากกว่า 5 ล้านคนในประเทศและภูมิภาคกว่า 200 แห่ง ทั้งนี้ แพลตฟอร์มถูกก่อตั้งขึ้นด้วยความตั้งใจแรกเริ่มที่ต้องการสร้างสภาพแวดล้อมคริปโทเคอร์เรนซีที่เท่าเทียมและเคารพซึ่งกันและกัน โดยคอยน์เอ็กซ์ได้ทุ่มเทเพื่อทลายอุปสรรคของการเงินแบบดั้งเดิมโดยการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ง่ายต่อการใช้งานเพื่อให้การเทรดคริปโทฯ เข้าถึงได้ทุกคน

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของคอยน์เอ็กซ์: www.coinex.com


ทรินาแทรกเกอร์ เซ็นสัญญาจัดหาโซลาร์เซลล์ตามแสงอาทิตย์ 510 เมกะวัตต์ให้โรงไฟฟ้าในอุซเบกิสถาน

 


ทรินาแทรกเกอร์ (TrinaTracker) ผู้ให้บริการโซลูชันโซลาร์เซลล์ตามแสงอาทิตย์ (Solar Tracker) ในเครือบริษัท ทรินา โซลาร์ จำกัด (Trina Solar Co., Ltd.) (SHA: 688599) ลงนามข้อตกลงกับบริษัท ตงฟาง อิเล็กทริก อินเตอร์เนชันแนล คอร์ปอเรชัน หรือ ดีอีซี อินเตอร์เนชันแนล (Dongfang Electric International Corporation หรือ DEC International) เพื่อจัดหาโซลาร์เซลล์ตามแสงอาทิตย์รวม 510 เมกะวัตต์ให้โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในอุซเบกิสถาน โดยได้มีการจัดพิธีลงนามในวันแรกของการประชุมและนิทรรศการว่าด้วยการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานอัจฉริยะนานาชาติ (International Photovoltaic Power Generation and Smart Energy Conference & Exhibition หรือ SNEC PV Power Expo) ครั้งที่ 16 ซึ่งจัดขึ้นที่นครเซี่ยงไฮ้ ระหว่างวันที่ 24-26 พฤษภาคม 2566

สัญญาดังกล่าวระบุว่า ทรินาแทรกเกอร์จะจัดหาโซลาร์เซลล์ตามแสงอาทิตย์ แวนการ์ด 1พี (Vanguard 1P) ให้แก่โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในเมืองจีซซาคฮ์ (Jizzakh) และซามาร์คันด์ (Samarkand) ของอุซเบกิสถาน เมื่อเชื่อมกับโครงข่ายไฟฟ้าเรียบร้อยแล้ว ทั้งสองโครงการจะผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนได้ราว 1.1 เทราวัตต์ชั่วโมงต่อปี ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ราว 110,000 เมตริกตันต่อปี โดยทั้งสองโครงการมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนเป้าหมายของรัฐบาลอุซเบกิสถานเพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจสีเขียว

นับเป็นครั้งที่สองแล้วที่ทรินาแทรกเกอร์ได้ทำหน้าที่เป็นซัพพลายเออร์แต่เพียงผู้เดียวของโรงไฟฟ้าในอุซเบกิสถาน เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศ ด้วยการเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 4 กิกะวัตต์ภายในปี 2569 และ 5 กิกะวัตต์ภายในปี 2573 โดยอุซเบกิสถานตั้งเป้าพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์คุณภาพสูง เพื่อใช้พลังงานแสงอาทิตย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในระบบพลังงาน ก่อนหน้านี้ ทรินาแทรกเกอร์ได้จัดหาโซลาร์เซลล์ตามแสงอาทิตย์จำนวน 2,618 ชุดให้แก่โครงการนูร์ นาวอย (Nur Navoi) ขนาด 100 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แห่งแรกของประเทศที่เปิดดำเนินงานเมื่อเดือนสิงหาคม 2564 และการที่ทรินาแทรกเกอร์ได้รับเลือกอีกครั้งในฐานะซัพพลายเออร์แต่เพียงผู้เดียวได้ตอกย้ำถึงประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยมของผลิตภัณฑ์ รวมถึงการยอมรับมากขึ้นของตลาด นับเป็นการต่อยอดรากฐานที่แข็งแกร่งของบริษัทเพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในอุซเบกิสถาน

"ทรินา โซลาร์ มีประสบการณ์ 25 ปีในอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ และรั้งตำแหน่งบริษัทชั้นนำมาโดยตลอด สิ่งนี้ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับเจ้าของโครงการและนักพัฒนาทั้งในแง่ของผลิตภัณฑ์และแบรนด์" คุณหวัง อ้าย (Wang Ai) รองประธานบริษัท ดีอีซี อินเตอร์เนชันแนล กล่าว "ขณะเดียวกัน ทรินาแทรกเกอร์ก็ประสบความสำเร็จในอุซเบกิสถานอยู่แล้ว และโซลูชัน "ผลิตภัณฑ์+บริการ" ของบริษัทก็ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพดีเยี่ยม ดังนั้น เราจึงมั่นใจว่าการสร้างโรงไฟฟ้าในเมืองจีซซาคฮ์และซามาร์คันด์ร่วมกับทรินาแทรกเกอร์จะประสบความสำเร็จเช่นเดียวกัน"

รูปภาพ - https://mma.prnewswire.com/media/2087896/image_5027490_52411717.jpg

เอ็ม ลูวิลเยอร์ และเจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส เซ็นสัญญาให้ชาวฟิลิปปินส์ส่งพัสดุได้ทั่วประเทศ

 


เอ็ม ลูวิลเยอร์ ไฟแนนเชียล เซอร์วิสเซส (M Lhuillier Financial Services) มีความภาคภูมิใจในการประกาศความร่วมมือกับผู้ให้บริการจัดส่งพัสดุที่ได้รับความไว้วางใจและเติบโตเป็นอันดับต้น ๆ ของฟิลิปปินส์อย่างเจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส (J&T Express) โดยได้จัดพิธีลงนามสัญญาความร่วมมือนี้ขึ้นเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2566 ที่ร้านลา วี ปารีเซียง (La Vie Parisienne) ในย่านโกรอร์โดในเมืองเซบู

ความร่วมมือครั้งนี้จะเปิดโอกาสให้เอ็ม ลูวิลเยอร์ สาขาต่าง ๆ ทั่วประเทศ รับพัสดุเพื่อจัดส่งไปยังปลายทางใด ๆ ก็ได้ในฟิลิปปินส์ โดยมีเจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส เป็นผู้ให้บริการผ่านเครือข่ายบริการจัดส่งที่ครอบคลุมกว้างขวาง ซึ่งหมายความว่าชาวฟิลิปปินส์ โดยเฉพาะธุรกิจเอสเอ็มอี (SME) และพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ในพื้นที่ที่ไม่มีศูนย์กลางบริการจัดส่ง ส่งพัสดุที่เอ็ม ลูวิลเยอร์ สาขาที่ใกล้ที่สุดได้

ไมเคิล ลูวิลเยอร์ (Michael Lhuillier) ประธานและซีอีโอของเอ็ม ลูวิลเยอร์ ไฟแนนเชียล เซอร์วิสเซส กล่าวว่า "เรารู้สึกตื่นเต้นในการเป็นพันธมิตรกับเจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส เพราะช่วยให้เอ็ม ลูวิลเยอร์ ขยายบริการได้มากกว่าที่เป็นที่รู้จักอยู่เดิม เรามีเป้าหมายเพื่อมอบช่องทางจัดส่งพัสดุที่สะดวกและมีประสิทธิภาพแก่ลูกค้าของเรา และเรามั่นใจว่าความร่วมมือครั้งนี้จะทำให้เป็นไปได้"

เอ็ม ลูวิลเยอร์ ภูมิใจที่ได้สนับสนุนเทรนด์ซื้อขายสินค้าออนไลน์ที่กำลังเป็นที่นิยมเพิ่มขึ้น โดยเข้าใจดีว่าความต้องการในการจัดส่งที่มีประสิทธิภาพมีความสำคัญต่อความสำเร็จของอุตสาหกรรมที่มีการขยายตัวตลอดเวลานี้ ความร่วมมือกับเจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส จะเข้ามาเชื่อมช่องว่างในบริการจัดส่งโดยนำเสนอโซลูชันที่เชื่อถือได้สำหรับธุรกิจสาขาต่าง ๆ

คุณลูวิลเยอร์ กล่าวเสริมว่า "เราเชื่อว่าความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นในเรื่องการจัดส่งที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซ และปรับปรุงประสบการณ์โดยรวมของลูกค้าในคราวเดียวกัน"

ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนให้เห็นวิวัฒนาการของเอ็ม ลูวิลเยอร์ จากการเป็น "โรงรับจำนำ" และ "บริษัทส่งเงิน" ก้าวขึ้นสู่สถาบันที่มีหลายแง่มุม ซึ่งได้ลงทุนในบริการต่าง ๆ มากมาย ทั้งเงินกู้ แลกเงิน ประกันภัย การเดินทางและทัวร์ เติมเงินมือถือ และปัจจุบันคือบริการโลจิสติกส์

ทั้งสองบริษัทจะเริ่มให้บริการใหม่แก่ลูกค้าได้ตั้งแต่วันที่ 19 พฤษภาคม โดยยังมีบริการอื่น ๆ จ่อเปิดตัวอีกภายในปลายปีนี้ ความสะดวกสบายยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญเบื้องหลังความร่วมมือนี้ ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าเจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส จัดส่งพัสดุได้สะดวกสบายขึ้นไปอีก ไม่ต้องเดินทางไกลเพื่อไปส่งของเลย

เอ็ม ลูวิลเยอร์ เล็งเห็นความสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้ และหวังที่จะร่วมมือกับเจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ในการทำให้บริการโลจิสติกส์เป็นที่เข้าถึงได้มากขึ้นและสะดวกสบายกว่าเดิม ความร่วมมือครั้งนี้จะเชื่อมช่องว่างระหว่างบริการจัดส่งพัสดุกับพื้นที่ที่บริการได้ไม่ทั่วถึง เพื่อเข้ามาพลิกวงการโลจิสติกส์ของฟิลิปปินส์

รูปภาพ - https://mma.prnewswire.com/media/2087783/JNT_1.jpg

คำบรรยายภาพ - ภาพบรรยากาศลงนามสัญญา

โครงการพานาดอล คลินิก เซคาตัน ของเฮลีออน ขยายการเข้าถึงการรักษาพยาบาลในพื้นที่ภัยพิบัติ

 



  • โครงการที่ขยายให้กว้างขึ้นนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้คำปรึกษาฟรีแก่ผู้คนกว่า 10,000 รายใน 16 หมู่บ้านของเขตกูเกนัง ซึ่งได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวในปี 2565
  • โครงการบริการคลินิกเคลื่อนที่ระยะเวลา 8 สัปดาห์ เตรียมนำร่องหน่วย "เพนโฟน" เพื่ออำนวยความสะดวกในการให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ทางไกล

เฮลีออน (Haleon) ผู้นำระดับโลกด้านสุขภาพผู้บริโภคและผู้สร้างแพลตฟอร์มพานาดอล (Panadol) ร่วมกับฮาโลด็อก (Halodoc) ระบบนิเวศด้านสุขภาพดิจิทัลชั้นนำของอินโดนีเซีย ได้เปิดเผยถึงขั้นตอนต่อไปในการแก้ปัญหาการเข้าถึงการรักษาพยาบาลผ่านความร่วมมือด้านบริการคลินิกเคลื่อนที่ โดยต่อยอดจากความสำเร็จของโครงการพานาดอล คลินิก เซคาตัน (Panadol Klinik Cekatan) โครงการที่ขยายให้ครอบคลุมมากขึ้นนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเข้าถึงผู้ที่มีข้อจำกัดด้านการเดินทาง มอบคำปรึกษาทางการแพทย์และการรักษาโดยมุ่งเน้นไปที่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวในเมืองเชียนเจอร์ (Cianjur) เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2565 โครงการบริการคลินิกเคลื่อนที่นี้จะมีการนำร่องหน่วยพานาดอล เพนโฟน (Panadol Pain Phone) ซึ่งเป็นหน่วยการแพทย์ทางไกลหน่วยแรกที่ใช้เทคโนโลยีในการเชื่อมต่อชุมชนในชนบทกับผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์

ชาวอินโดนีเซียราว 43% อาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบท[1] คนส่วนใหญ่ในพื้นที่เหล่านี้จึงต้องเลือกว่าจะทนเจ็บปวดทางร่างกายและจิตใจ หรือเดินทางไกลเพื่อเข้ารับการรักษาพยาบาล ในบรรดาชุมชนชนบทเหล่านี้ ผู้คนที่ต้องพลัดถิ่นจากเหตุแผ่นดินไหวอาจพบว่าตนเองอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากมากกว่าเดิม เนื่องจากพวกเขาไม่เพียงต้องเผชิญกับสภาพถนนย่ำแย่ แต่ยังอาจประสบปัญหาด้านผิวหนัง การติดเชื้อทางเดินหายใจ และระบบย่อยอาหาร เนื่องจากชีวิตความเป็นอยู่ในเต็นท์ผู้ประสบภัยมักมีข้อจำกัดด้านการเข้าถึงน้ำสะอาด ด้วยเหตุนี้ โครงการพานาดอล คลินิก เซคาตัน ระยะเวลา 8 สัปดาห์ที่นำร่องการใช้งานพานาดอล เพนโฟน จะเข้าถึงผู้คนกว่า 10,000 คนใน 16 หมู่บ้านของเขตกูเกนัง เพื่อป้องกันการเจ็บป่วยและมอบการรักษาผ่านการให้คำปรึกษาทางการแพทย์ การออกใบสั่งยา และการส่งมอบยา

พานาดอล เพนโฟน คล้ายกับการให้คำปรึกษาและการจ่ายยาฟรีจากทีมคลินิกเคลื่อนที่ โดยออกแบบมาเพื่อให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ทางไกลและตรวจสัญญาณชีพ ในระหว่างที่ทีมทางการแพทย์ที่ติดตามไปด้วยนั้นทำหน้าที่ช่วยในเรื่องการใช้และจ่ายยาขั้นต้นให้แก่ผู้ป่วย หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ทางไกลนี้ประกอบด้วยอุปกรณ์ในการมอบคำปรึกษาที่เป็นส่วนตัวและเชื่อถือได้ผ่านหน้าจอวิดีโอสำหรับการโต้ตอบแบบเห็นหน้า รวมถึงมีเซ็นเซอร์สำหรับตรวจวัดเมตริกต่าง ๆ เช่น อัตราการเต้นของหัวใจ ความดันโลหิต อุณหภูมิ และระดับออกซิเจน การใช้งานพานาดอล เพนโฟน ในครั้งนี้ยังมีจุดมุ่งหมายเพื่อนำร่องการปรับปรุงและแก้ไขโครงการในระยะต่อไปจากการเก็บข้อมูลภาคสนาม

คุณเซเทียจิ ( Setiaji) หัวหน้าสำนักงานส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงดิจิทัล กระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซีย กล่าวว่า "จากเสาหลักแห่งการเปลี่ยนแปลงทั้ง 6 ประการ เราเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงสู่ความเป็นดิจิทัลเป็นกุญแจสำคัญประการหนึ่ง ในการทำให้บริการสุขภาพมีความครอบคลุมมากขึ้น โครงการพานาดอล คลินิก เซคาตัน และเพนโฟน โดยเฮลีออนและฮาโลด็อก เป็นตัวอย่างที่ดีเยี่ยมในการมีส่วนร่วมเพื่อผลักดันการเข้าถึงบริการสุขภาพทั่วประเทศ ทำให้บริการและการศึกษาด้านสุขภาพเป็นสิ่งที่ผู้คนจำนวนมากขึ้นเข้าถึงได้"

คุณดานิกา เม ติว ( Dhanica Mae Tiu) ผู้จัดการทั่วไปของเฮลีออน อินโดนีเซีย กล่าวว่า "เฮลีออนมุ่งมั่นที่จะจัดการกับอุปสรรคของการมีสุขภาพที่ดีขึ้น เราทำเช่นนั้นด้วยการทำความเข้าใจว่าสิ่งใดเป็นตัวฉุดรั้งผู้คนไม่ให้มีสุขภาพที่ดีขึ้นในทุก ๆ วัน และมองหาโอกาสในการพัฒนาสุขภาพของพวกเขารวมถึงบุคคลที่พวกเขารัก การเข้าถึงบริการสุขภาพที่ง่ายและรวดเร็วขึ้นเป็นสิ่งสำคัญเนื่องจากชาวอินโดนีเซียหลายล้านคนเลี่ยงที่จะไม่เข้ารับการรักษา เพราะอาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกล สิ่งนี้ทำให้ความพยายามอย่างต่อเนื่องของเราร่วมกับฮาโลด็อกมุ่งเน้นไปที่การมอบบริการสุขภาพในราคาย่อมเยาและมีคุณภาพสูง ตลอดจนเสริมสร้างศักยภาพผ่านการส่งเสริมการดูแลตนเอง โดยในครั้งนี้เราได้ใช้เทคโนโลยีเพื่อมอบโซลูชันการให้คำปรึกษาทางไกลแก่ชุมชนในชนบท รวมถึงผู้คนที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากเหตุแผ่นดินไหว"

ดร.เออร์วาน เฮริยันโต ( Irwan Heriyanto) หัวหน้าประจำเมดิคัล ฮาโลด็อก (Medical Halodoc) กล่าวว่า "เราจำเป็นต้องยกระดับความรู้ด้านสาธารณสุขในอินโดนีเซียอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองขนาดเล็กและชุมชนด้อยโอกาส ด้วยเหตุนี้ นอกเหนือจากการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพฟรีและการรักษาขั้นพื้นฐานแล้ว ฮาโลด็อกจะสนับสนุนโครงการพานาดอล คลินิก เซคาตัน ด้วยการให้ความรู้เกี่ยวกับความสำคัญของวิถีชีวิตสุขภาพขั้นพื้นฐานและการดูแลตนเอง การใช้งานเพนโฟนเป็นอีกก้าวหนึ่งในความร่วมมือของเรากับเฮลีออน ในการลดความซับซ้อนของการเข้าถึงบริการสุขภาพด้วยเทคโนโลยี เราเชื่อว่าความร่วมมือครั้งนี้จะมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาสุขภาพโดยรวมของชาวอินโดนีเซีย"

จนถึงปัจจุบัน โครงการพานาดอล คลินิก เซคาตัน ได้มอบคำปรึกษาฟรีแล้วกว่า 7,000 ครั้ง เชื่อมโยงผู้คนกับผู้เชี่ยวชาญเพื่อวินิจฉัยอาการเจ็บป่วย ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยที่มีอาการปวดหัว ปวดข้อและกล้ามเนื้อ รวมถึงภาวะต่าง ๆ เช่น ความดันโลหิตสูง เบื่ออาหาร และหอบหืด ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตหากได้รับการรักษาล่าช้า ความร่วมมือของเราจะยังคงดำเนินต่อไปเพื่อขยายความครอบคลุมของบริการคลินิกเคลื่อนที่ในพื้นที่ชนบทอื่น ๆ เพื่อลดช่องว่างการเข้าถึงสำหรับผู้คนจำนวนมากขึ้นทั่วทั้งอินโดนีเซีย

[1] ที่มา: ธนาคารโลก 2564 https://data.worldbank.org/indicator/SP.RUR.TOTL.ZS?locations=ID

รูปภาพ - https://mma.prnewswire.com/media/2087457/Haleon_Expands_Panadol_Klinik_Cekatan_Program__1.jpg
รูปภาพ - https://mma.prnewswire.com/media/2087458/Haleon_Expands_Panadol_Klinik_Cekatan_Program__2.jpg
รูปภาพ - https://mma.prnewswire.com/media/2087459/Haleon_Expands_Panadol_Klinik_Cekatan_Program__3.jpg

CAMX and Umicore sign non-exclusive IP licensing agreement on NMC battery technology

      Umicore and CAMX Power LLC (CAMX) announce that Umicore has obtained a non-exclusive intellectual property license under CAMX's GEMX(R) platform of nickel-based high-energy, high-power cathode active materials for use in lithium-ion batteries, especially for electric vehicles (EVs).

The GEMX(R) platform is based on fundamental inventions of CAMX for which more than 30 patents have been granted globally, including the US, EU, Korea, Japan and China. The GEMX inventions, through molecular engineering, place cobalt, aluminum, etc. at the critical places of the cathode particles resulting in the use of less cobalt, yet with greater stability, higher performance and lower cost for high-nickel materials.

"The purchase of CAMX's license is part of the ongoing expansion of our battery technology portfolio to best serve our customers and partners who are transitioning fast to electric mobility," said Julien Preat, Head of IP Competence Team at Rechargeable Battery Materials of Umicore.

"Cathode materials are the key enablers of lithium-ion batteries and their costliest component. Only a handful of companies across the globe can and do supply this critical material, with Umicore being a frontrunner. CAMX is privileged that Umicore has added the GEMX platform to its portfolio of battery technology choices," said Dr. Kenan Sahin, Founder and President of CAMX. "Instead of attempting production ourselves, CAMX, through license agreements can have its inventions rapidly and more broadly come to market for the benefit of society."

About Umicore
Umicore is a circular materials technology Group. It focuses on application areas where its expertise in materials science, chemistry and metallurgy makes a real difference. Its activities are organised in three business groups: Catalysis, Energy & Surface Technologies and Recycling.

Each business group is divided into market-focused business units offering materials and solutions that are at the cutting edge of new technological developments and essential to everyday life. Umicore generates the majority of its revenues and dedicates most of its R&D efforts to clean mobility materials and recycling. Umicore's overriding goal of sustainable value creation is based on an ambition to develop, produce and recycle materials in a way that fulfils its mission: materials for a better life. ??

Umicore's industrial and commercial operations as well as R&D activities are located across the world to best serve its global customer base. The Group generated revenues (excluding metal) of EUR 4.2 billion (turnover of EUR 25.4 billion) in 2022 and currently employs more than 11,000 people.

About CAMX Power
CAMX Power LLC, headquartered near Boston, Massachusetts, founded by Dr. Kenan E. Sahin in 2014, who continues to serve as its president, is one of the largest independent lithium-ion battery material and design entities in the U.S.

CAMX operates a development-purposed lithium-ion battery material synthesis facility coupled with a cathode production pilot plant for scalability demonstration, and design-purposed advanced cell making facilities.

We mature early-stage technologies to be de-risked, IP-protected and scaled-up or scale up ready; then license them, with deep technology transfer, to large manufacturing partners for them to extend, make and sell these technologies, achieving greater, quicker impact for the betterment of society and the environment.

Its flagship offer is GEMX cathode platform which improves all Nickel based cathodes thus significantly enhancing emobility(TM) and eportability(TM) energy storage offers by the major cell and material makers. In 2020, GEMX was licensed by Samsung SDI now practicing it widely. In 2022, LG Energy Solution (LGES), commanding nearly a fourth of the global cell market, licensed GEMX. And just recently, L&F of Korea, a major international producer and key supplier to LGES, Tesla and others, took a license for the updated GEMX patent portfolio. For more information, please visit: www.camxpower.com           

For more information Umicore 
Investor Relations
Caroline Kerremans  +32 2 227 72 21caroline.kerremans@umicore.com  
Eva Behaeghe  +32 2 227 70 68eva.behaeghe@umicore.com  
Adrien Raicher  +32 2 227 74 34adrien.raicher@umicore.com  
Media Relations
Marjolein Scheers  +32 2 227 71 47marjolein.scheers@umicore.com  
Caroline Jacobs  +32 2 227 71 29caroline.jacobs@eu.umicore.com  
For more information CAMX Power  
Terry Lundstrom+1 978 484 5000terry@camxpower.com

Logo - https://mma.prnewswire.com/media/779998/CAMX_Power_Logo.jpg

Logo - https://mma.prnewswire.com/media/2085932/umicore_Logo.jpg


งานอีเวนต์ของดูไบเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์กระตุ้นเศรษฐกิจปี 65 สร้างผลผลิตทางเศรษฐกิจรวม 3.55 พันล้านดอลลาร์

      นอกจากเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญในการผลักดันการเติบโตของภาคธุรกิจไมซ์ (MICE) และเป็นผู้ดำเนินการรายใหญ่ที่สุดในภูมิภาคตะวันออกกลาง แอฟริกาเหนือ และเอเชียใต้ (MENASA) แล้ว ปฏิทินงานอีเวนต์ของอาคารดูไบ เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ (DWTC) ยังคงเป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจของดูไบ โดยสร้างผลตอบแทนสูงได้อย่างยั่งยืนสำหรับอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงกับอีโคซิสเต็มของไมซ์ งานอีเวนต์ขนาดใหญ่ 63 รายการที่ DWTC จัดขึ้น มีผู้เข้าร่วมงานเกือบ 1.2 ล้านราย โดย 40% เป็นชาวต่างชาติ นับเป็นการมีส่วนร่วมจากต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าทึ่ง 49% เมื่อเทียบรายปี ตอกย้ำความเป็นผู้นำของดูไบในฐานะศูนย์กลางการจัดงานอภิมหาอีเวนต์ระดับโลก

ฯพณฯ เฮลาล ซาอีด อัลมาร์รี (Helal Saeed Almarri) ผู้อำนวยการขององค์การ DWTC ระบุว่า "ดูไบยังคงดึงดูดธุรกิจและคนเก่งจากทั่วโลก โดย DWTC ทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มการเชื่อมต่อที่มีประสิทธิภาพเพื่อการทำงานร่วมกัน เร่งสร้างนวัตกรรม และนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ทันสมัยสู่ตลาดโลก ผลกระทบที่ยั่งยืนของการจัดอีเวนต์แบบพบปะตัวเป็น ๆ แสดงให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของอุตสาหกรรมไมซ์ในการส่งเสริมการขยายตัวทางเศรษฐกิจและบรรลุผลตอบแทนการลงทุนสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง"

รายงานการประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจประจำปี 2565 ของ DWTC ที่เผยแพร่ในวันนี้ ระบุว่า งานอีเวนต์ขนาดใหญ่ 63 รายการของ DWTC ที่มีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 2,000 คน เติบโตขึ้นถึง 26% เมื่อเทียบรายปี ส่วนผลผลิตทางเศรษฐกิจโดยตรงที่มาจากบริการธุรกิจไมซ์และภาคส่วนใกล้เคียงนั้นเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว (108%) เมื่อเทียบรายปี แตะ 2.55 พันล้านดอลลาร์ สิ่งนี้ตอกย้ำความเป็นผู้นำระดับโลกของ DWTC ในฐานะตัวขับเคลื่อนรายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสร้างประโยชน์ต่อภาคส่วนสำคัญอื่น ๆ ของเศรษฐกิจ

อีเวนต์ของ DWTC ช่วยสร้างงานมากกว่า 48,000 ตำแหน่ง ซึ่งเพิ่มขึ้น 110% เมื่อเทียบรายปี ทำให้รายได้ที่ครัวเรือนใช้จ่ายได้จริงเพิ่มขึ้น 651 ล้านดอลลาร์

ผลงานอีเวนต์ที่แข็งแกร่งของ DWTC ครอบคลุมภาคส่วนที่สำคัญสำหรับวาระทางเศรษฐกิจของดูไบ โดยเฉพาะ 3 อันดับแรก ได้แก่ 1. การดูแลสุขภาพ, การแพทย์, และวิทยาศาสตร์ 2. เทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอที) และ 3. หมวดอาหาร โรงแรม และการจัดเลี้ยง ภาคส่วนเหล่านี้คิดเป็น 57% (1.16 พันล้านดอลลาร์) ของมูลค่าเพิ่มรวม (GVA) ต่อเศรษฐกิจของดูไบ นอกจากนี้ ยอดการเข้าร่วมรวมกันคิดเป็น 46% (535,000 คน) ของการเข้าชมงานอีเวนต์ขนาดใหญ่ทั้งหมด

งานอีเวนต์ประจำปีซึ่งรวมถึงไจเทกซ์ โกลบอล (GITEX Global) และกัลฟ์ฟูด (Gulfood) สร้างผลผลิตทางเศรษฐกิจแตะ 3.55 พันล้านดอลลาร์ โดยในจำนวนนี้มี 2.03 พันล้านดอลลาร์อยู่ในตัวเลขจีดีพี (GDP) ของดูไบ

ฯพณฯ อัลมาร์รี กล่าวทิ้งท้ายว่า "ปี 2565 เป็นหมุดหมายสำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับอุตสาหกรรมไมซ์ทั่วโลก และขีดความสามารถของดูไบในการรักษาอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องในภาคส่วนนี้ ซึ่งได้ผ่านช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านที่แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวหลังโรคโควิด-19 เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงศักยภาพของเราในการส่งมอบคุณค่าที่ยั่งยืนให้กับผู้เข้าร่วมด้านธุรกิจ"

ติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่อีเมล prteam@acornstrategy.com, โทร. +971 56 588 5578

สื่อประชาสัมพันธ์

รูปภาพ - https://mma.prnewswire.com/media/2087633/DWTC.jpg

NTT SECURITY HOLDINGS 2023 GLOBAL THREAT INTELLIGENCE REPORT REVEALS ALARMING BLURRED LINE BETWEEN CYBERTHREATS AND REAL-WORLD IMPACT

      Report contains global attack data collected and analyzed from  January 1, 2022, to December 31, 2022.

From the disruption of fuel distribution to the interruption of emergency healthcare services, cyberattacks are no longer confined to cyberspace.

The recently released 2023 Global Threat Intelligence Report by NTT Security Holdings highlights the growing convergence of cyberthreats and their physical implications. This timely report sheds light on the most prevalent attacks of the past year and provides crucial recommendations to safeguard businesses from evolving threats. "In 2022, NTT Security Holdings observed continued attacks against organizations in the critical infrastructure and supply chain sectors. Impact on day to day life from nation-state and organized cybercriminals behind these threats increased significantly," said Gregory Garten CTO, NTT Security Holdings. "The continued success of phishing and exploitation of older vulnerabilities highlight the skills shortage in cybersecurity and lack of proper attack surface management, underscoring the need for a mature and cohesive cyber defense solution."

Key Insights from the 2023 Report

  • The integration of technology into infrastructure and supply chains made sectors like Technology, Manufacturing, and Transport/Distribution particularly vulnerable.
  • Attacks targeting cloud and Software-as-a-Service (SaaS) platforms continued to increase. In fact, web-based and desktop application threats accounted for a staggering 70% of attacks.
  • WordPress emerged as the most attacked Content Management System (CMS) software in the Americas, APAC (Asia Pacific), and EMEA (Europe, the Middle East, and Africa).
  • Banking Trojans experienced a slight decline from the previous year, but Cryptominers saw a resurgence despite the fluctuating value of many cryptocurrencies.
  • Attackers focused on high-impact vulnerabilities, with nearly 75% of them having critical- or high-severity CVSSv3 scores.

Despite significant efforts to disrupt and dismantle attacks, cyberthreats continue to evolve at a rapid pace. "Organizations around the globe must ensure that their cybersecurity measures keep pace to protect their digital assets and infrastructure," added Garten. "Our hope is that business and technical leaders leverage this report's insights to plan and execute their security strategies."

How to Access the Full Report

For a comprehensive understanding of the latest cyberthreat landscape, you can download the complete 2023 Global Threat Intelligence Report at https://www.security.ntt/global-threat-intelligence-report-2023

About NTT Security Holdings

NTT Security Holdings, a Group company, provides proactive cyber defense and services that make use of gathered human resources and intelligence to protect our customers and society. For more than 20 years, our company has helped clients protect their digital businesses by predicting, detecting, and responding to cyberthreats, while supporting business innovation and managing risk. Our SOC, R&D centers and security experts deliver unsurpassed threat intelligence and handle hundreds of thousands of security incidents annually. Together, we secure the connected future.

Photo - https://mma.prnewswire.com/media/2086974/NTT_Security_Holdings_2023_GTIR_Report_Social_Share.jpg

Logo - https://mma.prnewswire.com/media/2086975/NTT_Security_Holdings_Logo_Logo.jpg