Monday, September 29, 2025

เปิดม่านเทศกาลไฟประดับนานาชาติเขตเฉาหยาง กรุงปักกิ่ง ประจำปี 2568 ตระการตากับไฟประดับกว่า 60 ชิ้น

เทศกาลไฟประดับนานาชาติเขตเฉาหยาง กรุงปักกิ่ง ประจำปี 2568

เทศกาลไฟประดับนานาชาติเขตเฉาหยาง กรุงปักกิ่ง (Beijing Chaoyang International Light Festival) ประจำปี 2568 พร้อมเปิดม่านความตระการตาแล้วตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน จนถึงสิ้นเดือนตุลาคม ภายใต้แนวคิด "Together! We Shine!" (เจิดจรัสเปล่งประกายไปด้วยกัน) โดยผสมผสานเทคโนโลยีสุดล้ำ ศิลปะวิทยาการ และวัฒนธรรม เนรมิตประสบการณ์แสงสีสุดอลังการแก่ผู้ชมทั้งชาวจีนและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

ในปีนี้ งานยังคงได้รับเกียรติจากผู้กำกับชื่อดังระดับโลก ริชาร์ด เทย์เลอร์ (Richard Taylor) และทีมศิลปินแสงสีระดับนานาชาติ รวมถึงทีมจากสิงคโปร์ มาร่วมสร้างสรรค์ผลงานสุดบรรเจิด ทั้งยังจับมือกับสมาคมศิลปินประติมากรรมเมืองจีน และสถาบันศิลปะชั้นนำของจีน 8 แห่ง เพื่อจัดแสดงผลงานศิลปะแสงสีและประติมากรรมขนาดใหญ่เกือบ 60 ชิ้นตลอดระยะเวลาจัดงาน

สถานที่หลักของงานจะพลิกโฉมแม่น้ำเหลียงหม่า ริมสองฝั่ง และสวนเฉาหยางที่อยู่ใกล้เคียงให้กลายเป็นดินแดนแสงสีสุดตระการตา ผู้เข้าชมจะได้เพลิดเพลินกับการแสดงแบบอินเตอร์แอคทีฟบนผิวน้ำ พร้อมงานติดตั้งเทคโนโลยีสุดล้ำ เช่น วาฬสีน้ำเงินและเพกาซัส สัตว์เครื่องกลที่ "ว่ายน้ำ" ข้ามแม่น้ำได้ พร้อมทั้งกิจกรรมไฮไลต์ทางวัฒนธรรม ได้แก่ คอนเสิร์ตซิมโฟนี บีบีซี เอิร์ธ ไลฟ์ (BBC Earth Live) การแสดงแอนิเมชันสำหรับครอบครัวจากอังกฤษเรื่อง แกะซ่าฮายกก๊วน หรือ ชอนเดอะชีพ (Shaun the Sheep) และคอนเสิร์ตซิมโฟนีรำลึกภาพยนตร์คลาสสิกฮ่องกง อิน เกอ (Yin Ge)

นอกจากนี้ โรงละครเชลล์ (Shell Theater) ในสวนเฉาหยาง พื้นที่การแสดงกลางแจ้งบนผิวน้ำแห่งแรกของกรุงปักกิ่ง ซึ่งเพิ่งได้รับการปรับปรุงใหม่ จะเปิดให้ประชาชนเข้าชมอย่างเป็นทางการในระหว่างช่วงเทศกาลนี้ บริเวณใกล้กันยังมีเวทีลอยน้ำ "คิวบ์" (Cube) ในทะเลสาบเหนือ สร้างบรรยากาศชวนฝันผสานกับเส้นขอบฟ้าอันเป็นเอกลักษณ์ของเมือง กลายเป็นจุดถ่ายภาพสุดฮิตริมแม่น้ำเหลียงหม่า การแสดงคุณภาพกว่า 100 รายการจะจัดขึ้นร่วมกับฤดูกาลศิลปะแม่น้ำเหลียงหม่า (Liangma River Art Season) ประจำปี 2568 โดยมีศิลปินชื่อดังทั้งในและต่างประเทศมาร่วมแสดง

งานนี้ยังเพิ่มความหลากหลายของกิจกรรมด้วยการร่วมมือกับไอคอนป๊อปคัลเจอร์ยอดนิยมระดับโลก อาทิ สร้างเวที "สตาร์ แบร์" (Star Bear) พิเศษในโซนเมืองป๊อปมาร์ท (POP MART City) เปิดตัวงานติดตั้งป๊อปอัพสุดสร้างสรรค์ของวาคุคุ (Wakuku) ริมแม่น้ำเหลียงหม่าและที่โครงการเฉาเว่ย ยูไอซี เออร์เบิน คอมเพล็กซ์ (Chaowai UIC Urban Complex) รวมถึงความร่วมมือกับไอเอ็นเอส นิว พาราไดซ์ (INS New Paradise) เพื่อส่งต่อประสบการณ์พักผ่อนและความบันเทิงริมสายน้ำ

ทั้งนี้ ผู้มาเยือนเฉาหยางในช่วงเทศกาลจะได้สัมผัสประสบการณ์หลากหลาย ที่ผสมผสานแสง ศิลปะ ความฝัน และความสนุกในเมืองได้อย่างลงตัว

ที่มา: เทศกาลไฟประดับนานาชาติเขตเฉาหยาง กรุงปักกิ่ง ประจำปี 2568

Beijing Chaoyang International Light Festival 2025 Unveils Nearly 60 Light Art Installations


 2025 Beijing Chaoyang International Light Festival

Themed " Together! We Shine! ", the 2025 Beijing Chaoyang International Light Festival will run from September 26 to the end of October, seamlessly integrating modern technology, art, and culture to present a dazzling spectacle for both local residents and global visitors.

This year's festival once again welcomes internationally renowned director Richard Taylor and international light art teams, including the Singaporean team, to collaborate on creative design. Partnering with the China Urban Sculpture Artists Association and China's top eight art academies, the event will showcase nearly 60 large-scale light and sculpture installations during the festival.

The festival's main venue will transform the Liangma River, its banks, and the adjacent Chaoyang Park into a luminous wonderland. Visitors will discover interactive aquatic performances featuring technologically advanced installations like the Blue Whale and Pegasus -- mechanical creatures that "swim" across the river. Cultural highlights include the BBC Earth Live Symphony Concert, the UK animated family show Shaun the Sheep , and Yin Ge : Hong Kong Cinema Classics Symphony Concert.

The renovated Shell Theater at Chaoyang Park, Beijing's first outdoor water-based performance space, will officially open to the public during the festival. Nearby, the floating "Cube" stage on North Lake will create a dreamlike fusion with Beijing's iconic skyline, becoming a must-visit photo spot along the Liangma River. Over 100 high-quality performances will also be presented in collaboration with the 2025 Liangma River Art Season, featuring renowned domestic and international artists.

The festival further enriches its offerings by collaborating with globally popular pop culture icons: it has created a dedicated "Star Bear" stage at POP MART City, launched Wakuku's immersive urban pop-up installations along the Liangma River and at the Chaowai UIC Urban Complex, and partnered with INS New Paradise to present waterfront leisure and entertainment experiences.

Visitors to Beijing Chaoyang during this period will enjoy a multifaceted experience blending light, art, dreams, and joyful urban discovery.

Source: 2025 Beijing Chaoyang International Light Festival

iPhone 17 ในสายตาชาวเน็ต ความคาดหวัง vs ความจริง

 


ถึงเวลาที่หลายคนรอคอย! การมาถึงของ iPhone 17 ไม่ได้เป็นเพียงการเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ แต่เปรียบเสมือนอีเวนต์ประจำปีที่ทุกคนต่างจับจ้องและเฝ้ารอ ทันทีที่งานเปิดตัวเริ่มต้นขึ้น (9 ก.ย. 68) ทุกแพลตฟอร์มก็พร้อมใจกันกลายเป็นสมรภูมิแห่งการแสดงความคิดเห็น ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า iPhone ไม่ได้เป็นเพียงอุปกรณ์สื่อสาร แต่เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมป๊อป (Pop Culture) ที่สามารถกำหนดทิศทางบทสนทนาและสะท้อนความต้องการของผู้คนในยุคดิจิทัลได้อีกด้วย

บริษัท ดาต้าเซ็ต จำกัด ได้รวบรวมข้อมูลจากโซเชียลมีเดียผ่านเครื่องมือ dxt:360 เพื่อติดตามและรับฟังเสียงสะท้อนของผู้บริโภคในสังคมออนไลน์ (Social Listening) ในระหว่างวันที่ 21 สิงหาคม – 22 กันยายน 2568 ซึ่งครอบคลุมทั้งช่วงก่อนและหลังการเปิดตัว iPhone 17 Series เพื่อนำมาวิเคราะห์และหา Insight จากกระแสตอบรับของผู้บริโภคที่เกิดขึ้นจริงบนโลกออนไลน์

ตลอดช่วงเวลาการเก็บข้อมูล (21 สิงหาคม – 22 กันยายน 2568) พบว่า การพูดถึง iPhone 17 บนโซเชียลมีเดียสร้างยอด Engagement รวมกว่า 8,614,245 ครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการกดไลก์ แชร์ คอมเมนต์ หรือการรีโพสต์ สะท้อนว่าความสนใจของผู้บริโภคต่อ iPhone ยังคงเหนียวแน่น และกลายเป็น Topic ใหญ่ที่ทุกแพลตฟอร์มพร้อมใจกันพูดถึงและมีส่วนร่วมกับทุกความเคลื่อนไหวของการเปิดตัวในครั้งนี้

#iPhone17: เมื่อกระแสถูกผลักดันผ่านแฮชแท็ก

ในยุคโซเชียลมีเดีย แฮชแท็กถือเป็นตัวขับเคลื่อนบทสนทนาและกำหนดเทรนด์ของผู้บริโภคได้อย่างชัดเจน สำหรับการเปิดตัว iPhone 17 พบว่า Top Hashtags ที่ถูกใช้มากที่สุด ได้แก่

#iPhone17 #iPhone17Pro – พูดถึงตัวเครื่องรุ่นใหม่โดยตรง ทั้งรีวิว ฟีเจอร์ และความคิดเห็นส่วนตัว
#Apple – ครอบคลุมการพูดถึงแบรนด์ Apple โดยรวม ทั้งผลิตภัณฑ์และกิจกรรมต่าง ๆ
#AppleEvent – แสดงให้เห็นความสนใจในงานเปิดตัว รูปแบบการนำเสนอ และความตื่นเต้นของผู้ชม

โดยทั้ง Top Hashtags รวมกันคิดเป็น 55.2% ของการใช้แฮชแท็กทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีแฮชแท็กอื่น ๆ ที่ถูกใช้บ่อย เช่น #iPhoneAir และ #iPhone17ProMax ที่สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคให้ความสนใจกับแต่ละโมเดลเป็นพิเศษ โดยโพสต์ส่วนใหญ่ที่ได้รับ Engagement สูง มักมีการใช้แฮชแท็กร่วมด้วย แสดงให้เห็นว่าแฮชแท็กไม่เพียงสร้างการมองเห็น แต่ยังช่วย “ขยายวงสนทนา” และทำให้คอนเทนต์ถูกแชร์ต่ออย่างกว้างขวาง

ส่อง 8 ประเด็นร้อน iPhone 17: ยอด Engagement ‘ดีไซน์’ ทิ้งห่าง ‘ฟีเจอร์’ เกือบเท่าตัว!

ข้อมูลจาก dxt:360 ชี้ให้เห็นว่าการเปิดตัว iPhone 17 Series ได้สร้างการพูดถึงบนโลกออนไลน์อย่างกว้างขวาง โดยมีประเด็นหลักที่ผู้คนหยิบยกขึ้นมาพูดถึงแตกต่างกันไป ทั้งในเชิงความคาดหวังและการวิจารณ์ ซึ่งสามารถจัดลำดับตามสัดส่วนของ Engagement ได้ดังนี้

Review (19.5%): หลังจบงานเปิดตัว กระแสรีวิวจากกูรู อินฟลูเอนเซอร์ และสื่อต่าง ๆ เข้ามามีบทบาทอย่างมาก ซึ่งเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดเป็นอันดับที่ 1 ด้วย Engagement สูงถึง 19.5% ผู้ใช้โซเชียลมีเดียต่างหยิบรีวิวเหล่านี้มาอ้างอิง แชร์ต่อ หรือใช้เป็นจุดเริ่มต้นของการถกเถียง ไม่ว่าจะเป็นการเปรียบเทียบกับข่าวลือและความคาดหวังช่วงก่อนเปิดตัว ไปจนถึงความรู้สึกจากประสบการณ์ที่ได้สัมผัสและใช้งานตัวเครื่องจริง ทำให้ “รีวิว” กลายเป็นประเด็นหลักที่จุดประกายความสนใจบนโลกออนไลน์อย่างมากภายหลังการเปิดตัว

Comparison (17.1%): การเปรียบเทียบยังคงเป็นประเด็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในตลาดสมาร์ทโฟน โดยสามารถแบ่งเป็นการเปรียบเทียบกับสมาร์ทโฟนแบรนด์คู่แข่ง (14.1%) และการเปรียบเทียบกับ iPhone ด้วยกันเอง (3%) ซึ่งสะท้อนว่าผู้บริโภคไม่เพียงแต่มองหาความแตกต่างจากรุ่นก่อนหน้าของ iPhone แต่ยังต้องการชั่งน้ำหนักว่า iPhone 17 มีจุดแข็งหรือจุดด้อยอย่างไรเมื่อเทียบกับแบรนด์อื่น ๆ ในตลาด

Appearance & Design (16.8%): ดีไซน์ภายนอกเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ถูกพูดถึงมาก ด้วย Engagement สูงถึง 16.8% โดยผู้บริโภคให้ความสนใจกับ “การปรับตำแหน่งกล้อง”, “วัสดุการผลิตที่เปลี่ยนไป” และสีใหม่อย่าง “ส้มคอสมิก” ที่ไม่เคยมีมาก่อน สิ่งเหล่านี้ถูกมองว่าเป็นจุดขายสำคัญที่จุดกระแสการพูดคุยบนโซเชียล ทั้งในมุมชื่นชมความโดดเด่นและการเปรียบเทียบกับ iPhone รุ่นก่อน

Price (14.1%) และ Promotion (8%): ราคายังคงเป็นหนึ่งในประเด็นร้อนที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง ราคาของ iPhone 17 ถูกนำมาเปรียบเทียบกับทั้งรุ่นก่อนหน้าและสมาร์ทโฟนจากคู่แข่ง โดยเฉพาะในประเด็น “ความคุ้มค่า”  พร้อมกับเสียงจากผู้บริโภคที่ตั้งข้อสงสัยว่า แม้ค่าเงินบาทจะแข็งขึ้น แต่ราคาของ iPhone ในไทยกลับไม่ถูกลงตามที่คาดหวัง ประเด็นนี้จึงยิ่งกระตุ้นให้เกิดการตั้งคำถามต่อกลยุทธ์การกำหนดราคาของ Apple และสร้างแรงกดดันด้าน perception ว่า iPhone 17 มีความคุ้มค่าเพียงใด

นอกจากนี้ กระแสในโซเชียลมีเดียยังให้ความสนใจกับแคมเปญส่งเสริมการขายและโปรโมชั่นจากผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ที่ถูกแชร์ต่อในโซเชียล ซึ่งยังมีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อการโน้มน้าวใจและการตัดสินใจซื้อในช่วงหลังการเปิดตัว

รวมถึงประเด็นอื่น ๆ ที่ได้รับความสนใจจากโซเชียล Features (10.9%) บางส่วนมองว่าเป็นการอัปเกรดที่ช่วยยกระดับประสบการณ์และเพิ่มความคุ้มค่าให้ผู้ใช้งาน แต่ก็มีความเห็นที่แตกต่างว่าหลายฟีเจอร์อาจยังไม่โดดเด่นพอจะสร้างความแตกต่างจากแบรนด์คู่แข่ง

Apple Event (8.2%) ผู้บริโภคจำนวนมากให้ความสนใจกับการเล่าเรื่องที่เป็นเอกลักษณ์ของ Apple รูปแบบการนำเสนอที่ไหลลื่นเข้าใจง่าย และ Gadget and Other Devices (5.4%) ที่ความเห็นส่วนใหญ่เชื่อมโยงกับ “การใช้งานร่วมกันเป็น ecosystem” ซึ่งกลายเป็นอีกหนึ่งจุดแข็งของ Apple ที่ทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าไม่ได้ซื้อแค่สมาร์ทโฟน แต่ซื้อ ประสบการณ์แบบครบชุด

จากสัดส่วน Engagement เหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า กระแสการพูดถึง iPhone 17 ไม่ได้จำกัดแค่ตัวสินค้าเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึง “ประสบการณ์รอบด้าน” ตั้งแต่วิธีการเล่าเรื่องในงานเปิดตัว ไปจนถึงการใช้งานจริงและการตัดสินใจซื้อ

ประสบการณ์จริงหลังรับเครื่อง: เมื่อความคาดหวังถูกทดสอบด้วยการใช้งานจริง

หลังจากที่ผู้บริโภคเริ่มได้รับเครื่อง iPhone 17 วันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา กระแสการสนทนาบนโซเชียลมีเดียก็ได้ขยับจากความตื่นเต้นในวันเปิดตัว มาสู่ “เสียงสะท้อนจากการใช้งานจริง” จากการรวบรวมข้อมูลบนโซเชียลมีเดียหลายแพลตฟอร์ม พบว่าบางประเด็นกลายเป็นข้อถกเถียง โดยเฉพาะปัญหาจากการใช้งานที่ถูกพูดถึงบ่อย เช่น

  • รอยถลอกและสีลอกง่าย: ผู้ใช้บางส่วนแชร์ภาพเครื่องที่เกิดรอยขีดข่วนหรือสีหลุดลอก แม้เพิ่งใช้งานไม่นาน ทำให้หลายคนรู้สึกผิดหวังที่วัสดุไม่ทนทานเท่าที่คาดหวังและไม่สมกับราคาที่จ่ายไป
  • ปัญหาเครื่องร้อนและสีเปลี่ยนเมื่ออุณหภูมิสูง: พบปัญหาเครื่องร้อนในบางการใช้งาน โดยเฉพาะการเล่นเกมหรือใช้ฟีเจอร์ประมวลผลหนัก ๆ อีกทั้ง มีการพูดถึงว่าเครื่องบางสีมีการเปลี่ยนโทนเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น สร้างทั้งความแปลกใจและความกังวล รวมถึงกระทบต่อความมั่นใจในการใช้งานระยะยาว
  • โครงสร้างที่เปราะบางของ iPhone 17 Pro Series: มีกรณีผู้ใช้แชร์ภาพตัวเครื่องที่แตกและหักตรงข้อต่อเสาอากาศ ซึ่งถูกโยงกับดีไซน์ใหม่แบบ unibody ที่ Apple นำโมดูลกล้องมาติดเข้ากับเสาอากาศพลาสติกก่อนเชื่อมกับตัวเครื่อง แม้การออกแบบนี้ช่วยให้การรับสัญญาณดีขึ้น แต่ก็ทำให้บริเวณดังกล่าวกลายเป็นจุดเปราะบางที่อาจเสียหายได้ง่าย จนหลายความเห็นบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า “ใช้วัสดุและโครงสร้างเดิมก็อยู่แล้ว อย่างน้อยทนทานกว่า”

เสียงเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึง ความคาดหวังของผู้บริโภคที่สูงเป็นพิเศษต่อ Apple เนื่องจากภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่สื่อสารเสมอว่าผลิตภัณฑ์มาพร้อมมาตรฐานสูงสุดทั้งด้านดีไซน์และคุณภาพ แม้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นจะเป็นเพียงบางกรณี แต่ก็ถูกขยายผลอย่างรวดเร็วบนโซเชียลมีเดีย และกลายเป็นจุดตั้งคำถามว่า “Apple ยังคงรักษามาตรฐานที่เคยเป็นจุดแข็งได้จริงหรือไม่”

ท้ายที่สุด กระแสเหล่านี้ทำให้เห็นว่า เสียงของผู้ใช้งานจริง ไม่เพียงแต่ส่งผลโดยตรงต่อ ภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของแบรนด์ แต่ยังกลายเป็นบททดสอบความสามารถของแบรนด์ในการรับมือกับความคาดหวังและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในระยะยาว

ข้อมูลทั้งหมดที่นำมาวิเคราะห์หา Insight รวบรวมข้อมูลจาก dxt:360 (Social Listening and Media Monitoring Platform) ของบริษัท ดาต้าเซ็ต จำกัด โดยเก็บข้อมูลระหว่าง 21 สิงหาคม – 22 กันยายน 2568

หมายเหตุ: บทความฉบับเต็มพร้อมข้อมูลเชิงลึก การวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ใช้โซเชียลมีเดียแต่ละแพลตฟอร์ม พร้อมกราฟฟิกประกอบ สามารถติดตามอ่านได้ที่เว็บไซต์ www.dataxet.co/insights

เกี่ยวกับ dxt:360

dxt:360 เป็นแพลตฟอร์มที่สามารถเก็บรวบรวมข้อมูลข่าวสารได้ทั้งจากโซเชียลมีเดีย สื่อออนไลน์ สื่อบรอดคาสท์ และสื่อสิ่งพิมพ์ ไม่ว่าจะเป็นเสียงของผู้บริโภค (Consumer Voices) คอนเทนต์จาก Influencers และ KOLs ไปจนถึงข่าวจากสื่อมวลชน ที่รวบรวมเข้ามาอยู่บนแพลตฟอร์มเดียวกัน มีการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบ Dashboard ที่สามารถปรับเปลี่ยนตามความต้องการของผู้ใช้งานแต่ละราย (Customizable Dashboard) จึงทำให้เข้าใจและเห็น Insight ในประเด็นต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังช่วยให้เห็นทิศทางการสื่อสารของแบรนด์ต่าง ๆ สามารถนำมาต่อยอดเพื่อพัฒนากลยุทธ์การสื่อสารขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Sunday, September 28, 2025

“COCKPIT Ramkhamhaeng 152” Celebrates Its New Branch Opening with 7 Full Days of Incredible Offers! Enjoys Special Prices on Car Care Products, Exclusively on the Grand Opening Day


COCKPIT, a Fast Fit One-Stop Auto Care Center under the operation of Bridgestone A.C.T (Thailand) Co., Ltd., continues to expand its new branch in Bangkok “COCKPIT Ramkhamhaeng 152”,located inside Bangchak gas station at the entrance of Soi Ramkhamhaeng 152, inbound Ramkhamhaeng Road. To celebrate its new branch opening, COCKPIT Ramkhamhaeng 152 serves customers with 7 days of incredible offers from September 26, 2025, to October 2, 2025. Buy 3 tires of any participating models and sizes from BRIDGESTONE, FIRESTONE or DAYTON, get 1 tire free. Enjoy 10% discount on all leading tire brands and up to 50% off on a wide selection of car care products. Special offer! for customers who register on Grand Opening Day (September 28, 2025): Get a chance to buy 2 BRIDGESTONE, FIRESTONE, or DAYTON tires and get 2 tires free, limited to 30 lucky customers only. Furthermore, enjoy even more discounts and fun activities at the event. Stop by COCKPIT  – the Fast Fit One-Stop Auto Care Center with great-value car care for your vehicle.

Exclusive offers from September 26, 2025, to October 2, 2025.

Tire Products

1st Offer – Buy 3 tires of any participating models and sizes from BRIDGESTONE, FIRESTONE or DAYTON, get 1 tire free. For further information, please visit https://www.cockpit.co.th/shop/tire/catalog

2nd Offer  – Double the value! Get a special 10% discount on all leading tire brands, any model and size (excluding run-flat tires).

  • 1st Privilege: Get 10% discount when buying 4 tires, plus enjoy 0% installment plans for up to 10 months with participating credit cards. Get free B-care One tire care program, wheel alignment and balancing, 1-year nitrogen refills, and basic safety inspection by expert technicians.
  • 2nd Privilege: Get a 500 Baht PTT fuel voucher when buying 4 tires.

**Only on September 28, 2025, for customers who register at the Grand Opening Day in front of the branch from 7:00 – 9:00 AM, 30 participants will be eligible for a selection activity to buy 2 BRIDGESTONE, FIRESTONE, or DAYTON tires and get 2 tires free.

**A total of 30 participants will be selected to join the activity, in two rounds:

  • 1st Round: 9:00 AM – 15 vehicles/ participants
  • 2nd Round: 9:30 AM – 15 vehicles/ participants

Non-Tire Products

  • Single-gallon engine oil (Shell and PTT) – Special 25% discount on all models

✔ Free! oil change service

✔ Free! basic safety inspection

  • Special for AISIN gear oil – Additional 100 Baht discount per gallon for participating models:

✔ AISIN GL-5 75W-90 (4 liters)

✔ AISIN GL-4 80W-90 (4 liters)

✔ AISIN GL-5 80W-90 (4 liters)

  • Other products – 25% discount on batteries, brakes, and shock absorbers:

✔ Batteries: GS, PUMA, MF (all models)

✔ Brake pads: Bendix, Compact (all models)

✔ Shock absorbers: KYB, Tokico (all models)

✔ Special deal: Yachiyoda alloy wheels – Buy 3, get 1 Free on all models and sizes
✔ Other participating products from Liqui Moly

  • 10,000 km vehicle check-up package starting from 950 Baht, including complete engine oil set with filter, 60-point vehicle inspection, tire rotation and wheel balancing.

**Only on September 28, 2025, during the Grand Opening Day:

  • Yachiyoda alloy wheels – Buy 2, get 2 Free on all models and sizes
  • Fortron brake fluid replacement service – Regular price 1,200 Baht, discounted to 999 Baht, limited to 12 sets

Special Offer!  Get a 500 Baht online cash discount coupon when you add COCKPIT Ramkhamhaeng 152 on Line OA: @146cbyrg or click https://lin.ee/x7EicEs . The coupon can be used for services or product purchases with a minimum spend of 5,000 Baht per receipt at participating COCKPIT branches until December 31, 2025. Check participating branches via: https://www.cockpit.co.th/page/CPO .

For further information, please visit www.cockpit.co.th. and www.facebook.com/CockpitTH or COCKPIT customer service at Tel. 1369.

COCKPIT Ramkhamhaeng 152  Information

Location: located inside Bangchak gas station at the entrance of Soi Ramkhamhaeng 152, inbound amkhamhaeng Road

Opening Hours: Daily from 8.00 AM to 8.00 PM

Map: https://maps.app.goo.gl/KLPsK5ZTbs1JthL4A

Contact number: 090-980-7929 or 090-980-7928

Facebook: https://www.facebook.com/CockpitRamkhamhaeng152

About Bridgestone in Thailand:    

Bridgestone is a global leader in tires and rubber building on its expertise to provide solutions for safe and sustainable mobility. In Thailand, Thai Bridgestone Co., Ltd. (TBSC) is a leading manufacturer in the Thai automotive industry, while Bridgestone Sales (Thailand) Co., Ltd. (BSTL) is the exclusive importer & distributor, and supervises the marketing strategy for Bridgestone, Firestone and Dayton branded tires in Thailand. Bridgestone is a brand trusted by its customers, dealers and business partners. Bridgestone offers a diverse product portfolio of premium tires and advanced solutions backed by innovative technologies, improving the way people around the world move, live, work and play.          

About COCKPIT:  

COCKPIT, One Stop Auto Care Center, offers a variety of vehicle maintenance services from tires, motor oils, brakes, suspensions, batteries, and scheduled maintenances. All parts and consumables are of the highest quality from leading manufacturers and performed by highly trained and qualified technicians using modern tools and equipment. Our mission is the commitment to serve with emphasis on safety in every detail, to offer the best products and services to customers. There are 264 COCKPIT stores nationwide* (as of September 2025). 

“ค็อกพิท รามคำแหง 152” ฉลองเปิดสาขาใหม่ จัดเต็ม 7 วัน ยกทัพโปรโมชันมาเพียบ! คุ้มโดนใจกับผลิตภัณฑ์ดูแลรถยนต์ราคาพิเศษเฉพาะวันงาน Grand Opening 28 กันยายนนี้เท่านั้น


ค็อกพิท (COCKPIT) ศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจรฟาสต์ฟิต ภายใต้การบริหารงานของบริษัท บริดจสโตน เอ.ซี.ที (ประเทศไทย) จำกัด รุกขยายสาขาใหม่ในกรุงเทพฯ กับ“ค็อกพิท รามคำแหง 152” ตั้งอยู่ในปั๊มบางจาก ติดปากซอยรามคำแหง 152 บนถนนรามคำแหงขาเข้า ฉลองเปิดสาขาใหม่ด้วยโปรโมชันจัดเต็มพร้อมเสิร์ฟให้คนรักรถเพียบตลอด 7 วันตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน 2568 – 2 ตุลาคม 2568 ชวนมาเปลี่ยนยางรถยนต์ BRIDGESTONE, FIRESTONE หรือ DAYTON ทุกรุ่น ทุกขนาดที่ร่วมรายการครบ 3 เส้น แถมฟรีอีก 1 เส้น, ยางรถยนต์แบรนด์ชั้นนำลด 10% และผลิตภัณฑ์ดูแลรถยนต์อื่นๆ อีกมากมาย ลดสูงสุดถึง 50% พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่ลงทะเบียนในงาน Grand Opening Day วันที่ 28 กันยายน 2568 ยังสามารถลุ้นรับสิทธิ์ซื้อยางรถยนต์ BRIDGESTONE, FIRESTONE หรือ DAYTON 2 เส้น แถมฟรีอีก 2 เส้น จำนวน 30 สิทธิ์เท่านั้น และส่วนลดอื่นๆ อีกมากมาย พบกับกิจกรรมร่วมสนุกลุ้นรับของรางวัลได้ภายในงาน แวะค็อกพิทที่เดียว ครบ จบ คุ้ม เรื่องการดูแลรถยนต์ของคุณ

โปรโมชันสุดคุ้มฉลองเปิดสาขาใหม่ ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน 2568 – 2 ตุลาคม 2568

ผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์

ข้อเสนอที่ 1 – เปลี่ยนยางรถยนต์ BRIDGESTONE, FIRESTONE หรือ DAYTON ทุกรุ่น ทุกขนาดที่            
                   ร่วมรายการครบ 3 เส้น แถมฟรีอีก 1 เส้น
                   สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.cockpit.co.th/shop/tire/catalog

ข้อเสนอที่ 2 – คุ้ม 2 ต่อ ยางรถยนต์แบรนด์ชั้นนำทุกรุ่น ทุกขนาด ลดพิเศษ 10% (ยกเว้นยางรันแฟลต)

  • ต่อที่ 1ส่วนลด 10% เมื่อเปลี่ยนยางรถยนต์ครบ 4 เส้น สามารถผ่อน 0% สูงสุด 10 เดือน ได้กับบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ ฟรี! โปรแกรมดูแลยาง B-care One, ตั้งศูนย์ถ่วงล้อ, เติมลมไนโตรเจนตลอด 1 ปี และตรวจเช็กความปลอดภัยเบื้องต้นโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ         
  • ต่อที่ 2: รับเพิ่มบัตรเติมน้ำมันปตท. มูลค่า 500 บาท เมื่อเปลี่ยนยางรถยนต์ครบ 4 เส้น

**เฉพาะวันที่ 28 กันยายน 2568 สำหรับลูกค้าที่ลงทะเบียนในงาน Grand Opening Day ที่หน้าสาขา เวลา 7.00 – 9.00 น. เท่านั้น จำนวน 30 ท่าน เพื่อรับสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรมคัดเลือกผู้รับสิทธิ์พิเศษสำหรับซื้อยางรถยนต์ BRIDGESTONE, FIRESTONE หรือ DAYTON 2 เส้น แถมฟรีอีก 2 เส้น

** คัดเลือกผู้โชคดีเข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 30 ท่าน 2 รอบ

  • รอบที่ 1 เวลา 9.00 น. จำนวน 15 คัน/ ท่าน
  • รอบที่ 2 เวลา 9.30 น. จำนวน 15 คัน/ ท่าน

ผลิตภัณฑ์อื่นๆ

  • น้ำมันเครื่องแกลลอนเดี่ยว Shell และ PTT ลดพิเศษ 25% ทุกรุ่น
    ✔ฟรี! บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมัน

✔ ฟรี! บริการตรวจเช็กความปลอดภัยเบื้องต้น

  • พิเศษ น้ำมันเกียร์ AISIN รุ่นที่ร่วมรายการ รับส่วนลดเพิ่ม 100 บาท/ แกลลอน
    ✔ AISIN GL-5 75W-90 ขนาด 4 ลิตร
    ✔ AISIN GL-4 80W-90 ขนาด 4 ลิตร
    ✔ AISIN GL-5 80W-90 ขนาด 4 ลิตร
  • ผลิตภัณฑ์อื่นๆ รับส่วนลด 25% สำหรับ แบตเตอรี่ เบรก และโช้คอัพ

✔ เมื่อเปลี่ยนแบตเตอรี่ยี่ห้อ GS, PUMA, MF ทุกรุ่น
✔ ผ้าเบรก Bendix, Compact ทุกรุ่น

✔ โช้คอัพ KYB, Tokico ทุกรุ่น

✔ สุดคุ้ม ล้อแม็ก Yachiyoda ซื้อ 3 แถม 1 ทุกรุ่น ทุกขนาด

✔ สินค้าอื่นๆ Liqui Moly ที่ร่วมรายการ

  • แพ็คเกจตรวจเช็กระยะหมื่นกิโลเมตรเริ่มต้นเพียง 950 บาท ได้ทั้งชุดน้ำมันเครื่อง พร้อมไส้กรอง, ตรวจเช็กรถ 60 รายการ และสลับยางถ่วงล้อ

**เฉพาะวันที่ 28 กันยายน 2568 ในงาน Grand Opening Day

  • ล้อแม็ก Yachiyoda ซื้อ 2 แถม 2 ทุกรุ่น ทุกขนาด
  • บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรกโฟรตรอน จากราคาปกติ 1,200 บาท ลดเหลือ 999 บาท จำกัด 12 ชุด

พิเศษ! รับคูปองออนไลน์ส่วนลดเงินสดมูลค่า 500 บาท เมื่อเพิ่มเพื่อนทางไลน์ Line OA ของค็อกพิทรามคำแหง 152: @146cbyrg หรือคลิกที่ https://lin.ee/x7EicEs สามารถใช้คูปองดังกล่าวได้เมื่อมียอดชำระขั้นต่ำสำหรับการเข้ารับบริการ หรือซื้อผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ 5,000 บาท ขึ้นไปต่อใบเสร็จที่ค็อกพิททุกสาขาที่ร่วมรายการถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 เช็กสาขาร่วมรายการได้ที่ https://www.cockpit.co.th/page/CPO

สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.cockpit.co.th. หรือ www.facebook.com/CockpitTH
แผนกลูกค้าสัมพันธ์ โทร.1369

ข้อมูลค็อกพิท รามคำแหง 152

ที่ตั้ง: ในปั๊มบางจาก ติดปากซอยรามคำแหง 152 บนถนนรามคำแหงขาเข้า
เวลาเปิดทำการ: ทุกวัน เวลา 8.00 – 20.00 น.
แผนที่: https://maps.app.goo.gl/KLPsK5ZTbs1JthL4A
โทรศัพท์: 090-980-7929 หรือ 090-980-7928
เฟซบุ๊ก: https://www.facebook.com/CockpitRamkhamhaeng152

เกี่ยวกับบริดจสโตน ประเทศไทย:

บริดจสโตน ผู้นำระดับโลกด้านยางรถยนต์และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับยาง พร้อมนำเสนอโซลูชั่นด้านการเดินทางที่ปลอดภัยและยั่งยืน และสำหรับประเทศไทย บริษัท ไทยบริดจสโตน จำกัด คือหนึ่งในผู้ผลิตชั้นนำในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และบริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านการนำเข้า จัดจำหน่าย และทำการตลาดยางรถยนต์ภายใต้แบรนด์บริดจสโตน, ไฟร์สโตน และเดย์ตันแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย บริดจสโตนเป็นแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า ตัวแทนจำหน่าย และพันธมิตรทางธุรกิจ เรานำเสนอกลุ่มผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์พรีเมียมที่หลากหลายและโซลูชั่นขั้นสูง ซึ่งพัฒนาจากนวัตกรรมทางเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาการเดินทาง, การใช้ชีวิต, การทำงาน และการพักผ่อนของผู้คนทั่วโลก

เกี่ยวกับ ค็อกพิท

ค็อกพิท (Cockpit) ศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจรที่พร้อมให้บริการที่หลากหลาย อาทิ บริการเปลี่ยนยางรถยนต์ น้ำมันเครื่อง เบรก โช้คอัพ แบตเตอรี่ และการบำรุงรักษารถยนต์ตามระยะทาง ด้วยสินค้าคุณภาพสูงที่คัดสรรจากผู้ผลิตชั้นนำ เเละบริการมาตรฐานจากทีมช่างผู้ชำนาญ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัยด้วยการให้บริการด้วยความุ่งมั่น คำนึงถึงความปลอดภัย ใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อนำเสนอสินค้าและบริการที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า ที่ครอบคลุมพื้นที่ถึง 264 สาขาทั่วประเทศ* (ข้อมูล ณ เดือนกันยายน 2568)

Friday, September 26, 2025

โพลีพลาสติกส์ เปิดตัวเทคโนโลยีผลิตผงละเอียด DURAST (R) Powder ขยายขอบเขตความเป็นไปได้ของพลาสติกวิศวกรรมในกระบวนการผลิตหลากหลายรูปแบบ

 บริษัท โพลีพลาสติกส์ จำกัด

โพลีพลาสติกส์ กรุ๊ป (Polyplastics Group) ผู้นำระดับโลกด้านเทอร์โมพลาสติกวิศวกรรม ประกาศเปิดตัวเทคโนโลยี DURAST (R) Powder ที่เปลี่ยนเรซินสมรรถนะสูงให้กลายเป็นผงละเอียด สามารถนำไปใช้ในกระบวนการผลิตหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่การขึ้นต้นแบบ การพิมพ์ 3 มิติ และการผลิตจำนวนมาก

รูปภาพ: https://cdn.kyodonewsprwire.jp/prwfile/release/M100475/202509175298/_prw_PI1fl_rIzB112j.jpeg

เทคโนโลยี DURAST (R) Powder ประสบความสำเร็จในการทำให้เรซินที่มีความแข็งแรงสูงและน้ำหนักโมเลกุลสูง (ซึ่งเดิมทีบดให้เป็นผงได้ยาก) กลายเป็นผงละเอียดในรูปแบบต่าง ๆ เช่น รูปทรงกลม หรือเส้นใย ตามความต้องการในการใช้งาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรซินสมรรถนะสูงอย่างโพลีเมอร์ผลึกเหลว (LCP) และโพลีฟีนีลีนซัลไฟด์ (PPS) ที่มักพบปัญหาเมื่อใช้วิธีการบดให้เป็นผงแบบเดิม เช่น การเกาะกลุ่มของอนุภาค และการไหลของผงลดลง ขณะที่เทคโนโลยีเอกสิทธิ์เฉพาะของโพลีพลาสติกส์อย่าง DURAST (R) Powder สามารถทำให้เรซิน LCP กลายเป็นผงที่มีขนาดสม่ำเสมอ ด้วยขนาดอนุภาคเฉลี่ยราว 1-100 ไมโครเมตร โดยผงที่ได้มีคุณสมบัติการไหลที่ดีเยี่ยม และมีการกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอเมื่อผสมกับวัสดุอื่น ช่วยให้กระบวนการมีเสถียรภาพและคุณภาพมากขึ้น

ขณะที่เรซินอย่างโพลีบิวทีลีนเทเรฟทาเลต (PBT) และโพลีอะซีตัล (POM) ก็มีความท้าทายสูงในการบดให้เป็นผงละเอียด เนื่องจากอุณหภูมิการเปลี่ยนสถานะคล้ายแก้ว (glass transition temperature) อยู่ในระดับต่ำเมื่อใช้วิธีการบดให้เป็นผงแบบเดิม โดยในกรณีของ PBT และ POM อุณหภูมิการเปลี่ยนสถานะคล้ายแก้ว (อุณหภูมิที่เรซินเริ่มอ่อนตัว) ที่อยู่ในระดับต่ำ จะทำให้เรซินเกาะกลุ่มกันง่ายเพราะความร้อนที่เกิดจากการเสียดสีระหว่างการบด ขณะที่เทคโนโลยีใหม่สามารถทำให้เรซินน้ำหนักโมเลกุลสูงเหล่านี้กลายเป็นผงได้ ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาคุณสมบัติทางความร้อนและทางกลของเรซินแต่ละชนิด และเลือกวิธีการบดให้เป็นผงที่เหมาะสม เทคโนโลยีนี้สามารถผลิตผงที่มีขนาดอนุภาคระหว่าง 20-100 ไมโครเมตร โดยมีความแตกต่างของขนาดอนุภาคน้อยมาก

DURAST (R) Powder เหมาะสำหรับนำไปใช้ในการผลิตแบบเติมเนื้อวัสดุ (additive manufacturing) ด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ และการเผาผง (powder sintering) โดยช่วยให้สามารถผลิตชิ้นส่วนที่มีรูปทรงซับซ้อนและต้องอาศัยความแม่นยำสูง นอกจากนี้ คาดว่ายังสามารถนำไปใช้เป็นเรซินเมทริกซ์สำหรับเทอร์โมพลาสติกเสริมคาร์บอนไฟเบอร์ รวมถึงเป็นวัสดุเติมแต่งอินทรีย์หรือวัสดุเสริมแรงได้อีกด้วย

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: https://polyplastics-global.com/en/approach/41.html?utm_source=pr1&utm_medium=referral&utm_campaign=PR_DURAST_PPS_202509_en

เกี่ยวกับโพลีพลาสติกส์: https://kyodonewsprwire.jp/attach/202509175298-O1-u2AMQylH.pdf

*DURAST (R) เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของบริษัท โพลีพลาสติกส์ จำกัด ในประเทศญี่ปุ่นและประเทศอื่น ๆ

ที่มา: บริษัท โพลีพลาสติกส์ จำกัด