Wednesday, June 30, 2021

หมู่เกาะเกรเนดาได้รับฉายา "Culinary Capital" เป็นแห่งแรกของโลก


สมาคม World Food Travel Association (WFTA) ประกาศว่า ทางองค์กรได้แต่งตั้งให้หมู่เกาะเกรเนดา (Greneda) และหมู่เกาะพี่น้องอย่างกาเรียกู (Carriacou) และเปอร์ติต มาร์ตีนิก (Petite Martinique) เป็น "Culinary Capital" หรือเมืองหลวงแห่งการทำอาหารแห่งแรกของโลก ซึ่ง Culinary Capitals เป็นโครงการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่จัดทำโดย WFTA เพื่อให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมการทำอาหารทั่วโลก ในขณะที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเริ่มฟื้นตัวหลังจากต้องหยุดชะงักไปนาน

Kirl Grant-Hoschialek รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหารของการท่องเที่ยวแห่งเกรเนดา (Grenada Tourism Authority หรือ GTA) กล่าวว่า "การรับรองจุดหมายปลายทางในฐานะ Culinary Capitals โดยสมาคม World Food Travel Association เป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่สำหรับเกรเนดา เราเป็นที่รู้จักทั่วโลกในฐานะ Spice of the Caribbean หรือเครื่องเทศแห่งแคริบเบียน ดังนั้นจึงเหมาะสมแล้วที่เราได้เป็นเกาะแห่งแรกในแคริบเบียนที่ได้รับตำแหน่งนี้ และแน่นอนว่า การแต่งตั้งครั้งนี้จะดึงดูดนักเดินทางผู้มีวิสัยทัศน์ที่ต้องการสำรวจความเชื่อมโยงระหว่างอาหารและวัฒนธรรม รวมถึงผู้ที่ต้องการที่จะมั่นใจได้ว่า อาหารทุกจานที่ลิ้มรสในช่วงวันหยุดจะมีรสชาติที่น่าทึ่ง!"

การผสมผสานเครื่องเทศเข้ากับอาหารของเกรเนดาก่อให้เกิดอาหารประจำชาติที่มีรสชาติชัดเจนและจัดจ้าน ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าชาวเกรเนเดียนมีรสนิยมและไหวพริบในการทำอาหารรสเลิศ ตั้งแต่ร้านอาหารระดับภัตตาคารไปจนถึงร้านอาหารริมชายหาดสบายๆ หรือแม้แต่อาหารข้างทาง ทั้งนี้ หมู่เกาะต่างๆ ล้วนเป็น Culinary Capital ได้อย่างสมบูรณ์แบบ และมีสินทรัพย์ด้านการทำอาหารที่โดดเด่นมากมายที่จะนำมาแสดง ตัวอย่างเช่น ประเพณีซารากะ (Saraka), อาหารประจำชาติ "Oil down", ช็อคโกแลต, ไอศกรีมลูกจันทน์เทศ, เหล้ารัมที่ทำด้วยมือ ตลอดจนการใช้เครื่องเทศมากมายบนเกาะ ทั้งสำหรับทำอาหารและเพื่อการแพทย์และสุขภาพ

เมื่อวัฒนธรรมการทำอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ของเกรเนดาได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการแล้ว หน่วยงาน GTA จึงได้ตั้งเป้าที่จะทำการตลาดสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับ "นักเดินทางสายกิน" และพัฒนาบริการท่องเที่ยวด้านอาหารของเกาะต่อไป และทำให้เกรเนดาเป็นหมุดหมายของผู้บริโภคที่เดินทางเพื่อสัมผัสประสบการณ์อาหารและเครื่องดื่มที่มีเอกลักษณ์และน่าจดจำ

Erik Wolf กรรมการบริหารของสมาคม World Food Travel Association ซึ่งเป็นหน่วยงานชั้นนำของโลกด้านการท่องเที่ยวด้านอาหารและเครื่องดื่มกล่าวว่า "จุดหมายปลายทางขนาดเล็กอย่างเกรเนดาต้องการความได้เปรียบทางการแข่งขันทุกประการ และนั่นคือสิ่งที่ Culinary Capitals มอบให้ นักเดินทางที่รักการกินกำลังเพิ่มจุดหมายที่คล้ายกับเกรเนดาลงในลิสต์ของพวกเขาตอนนี้ และเรารอคอยอย่างใจจดจ่อถึงวันที่พวกเขาจะออกเดินทางอีกครั้ง"

โครงการ Culinary Capitals รับรองจุดหมายปลายทางที่มีสิทธิ์ผ่านขั้นตอนการสมัครที่เข้มงวด ซึ่งโครงการนี้เป็นมากกว่าแค่การได้รับการยอมรับ เนื่องจากจุดหมายปลายทางที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับการสนับสนุนด้านการตลาดและกลยุทธ์ในปีหน้าในขณะที่พวกเขานำฉายาใหม่ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในความพยายามด้านตลาดของสถานที่ท่องเที่ยว นอกจากนี้ สำหรับนักเดินทางที่รักการทานอาหารและเครื่องดื่ม การแต่งตั้งตำแหน่ง Culinary Capitals จะมอบทางเลือกใหม่ๆ ของจุดหมายที่ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวมาเยือนให้กับพวกเขา ซึ่งตรงกับสิ่งที่นักเดินทางแสวงหาหลังเกิดโรคระบาด

จุดหมายปลายทางที่สนใจสามารถติดต่อ WFTA เกี่ยวกับการเป็น Culinary Capital ที่ได้รับการรับรอง

เกี่ยวกับ GRENADA   เกรเนดาประกอบด้วย 3 หมู่เกาะในหนึ่งจุดหมายปลายทางที่มีเอกลักษณ์ซึ่งตั้งอยู่ทางใต้สุดของแคริบเบียน ผู้มาเยือนทุกคนจะเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์เกรเนดาอันบริสุทธิ์ที่แสนพิเศษและปรับเปลี่ยนเพื่อรองรับความต้องการได้อย่างราบรื่น ด้วยหาดทรายขาวระดับโลก 50 แห่ง, น้ำตกตระการตา 15 แห่ง, เส้นทางเดินป่านับไม่ถ้วน และจุดดำน้ำที่ติดตาตรึงใจ 60 แห่ง รวมถึงซากเรืออับปางที่ใหญ่ที่สุดในทะเลแคริบเบียน และสวนประติมากรรมใต้น้ำแห่งแรกของโลก ตลอดจนเสน่ห์ที่ไม่มีใครเทียบ รวมถึงการต้อนรับที่อบอุ่นและเป็นกันเอง

เกี่ยวกับ  WORLD FOOD TRAVEL ASSOCIATION (WFTA)

WFTA เป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไรที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2544 โดย Erik Wolf ผู้อำนวยการคนปัจจุบัน WFTA ได้รับการยอมรับว่าเป็นหน่วยงานชั้นนำของโลกในด้านอาหารและเครื่องดื่ม (การท่องเที่ยวเชิงอาหารและการท่องเที่ยวเพื่อสำรวจศาสตร์การทำอาหาร) ด้วยพันธกิจในการอนุรักษ์และส่งเสริมวัฒนธรรมการทำอาหารผ่านงานบริการและการท่องเที่ยว โดยในทุกๆ ปี ทางองค์กรให้บริการแก่บุคลากรในสายงานเกือบ 200,000 คนในกว่า 150 ประเทศทั่วโลก

สื่อมวลชนติดต่อ: Erik Wolf, โทร. (+44) 7827 582 554, อีเมล: help@worldfoodtravel.org


No comments:

Post a Comment