Friday, January 23, 2026

เซี่ยงไฮ้เปิดเวที "Discover Shanghai" รอบชิงชนะเลิศ ประชันไอเดียคู่มือท่องเที่ยว ชูจุดเด่นในการเป็นเ

 สำนักงานวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวนครเซี่ยงไฮ้

การประกวดสุดยอดคู่มือท่องเที่ยว "Discover Shanghai" ครั้งที่ 1 รอบชิงชนะเลิศในประเภทมืออาชีพ ซึ่งจัดโดยสำนักงานวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวนครเซี่ยงไฮ้ ได้ปิดฉากลงอย่างงดงามเมื่อวันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา โดยได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากทั้งบุคลากรในแวดวงการท่องเที่ยวและสาธารณชน

จากการคัดเลือกผลงานที่ส่งเข้าประกวดทั้งหมด 640 รายการ ซึ่งผ่านการเสนอชื่อในระดับเขต มีผลงานที่เข้ารอบชิงชนะเลิศทั้งสิ้น 150 รายการ

ผู้เข้าชิงแต่ละรายได้ขึ้นนำเสนอผลงานบนเวทีเป็นเวลาประมาณ 5 นาที เพื่อถ่ายทอดแนวคิดในการจัดทำคู่มือ กระบวนการสร้างสรรค์ ตลอดจนรูปแบบในการนำไปใช้จริง

หลังจากที่เปิดให้โหวตผ่านช่องทางออนไลน์ ประกอบกับการพิจารณาจากคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ การประกวดในครั้งนี้ได้ผู้ชนะรวมทั้งสิ้น 50 รางวัล แบ่งเป็นรางวัลที่ 1, 2 และ 3 พร้อมด้วยรางวัลพิเศษในสาขาต่าง ๆ อีก 50 รายการ

คู่มือท่องเที่ยวที่ได้รับรางวัลหลายผลงานได้ถูกนำไปต่อยอดสู่การเป็นผลิตภัณฑ์ทางการท่องเที่ยวอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเปิดโอกาสให้ทั้งชาวเมืองและนักท่องเที่ยวได้ออกไปสัมผัสประสบการณ์ในเซี่ยงไฮ้ตามรอยคู่มือเหล่านี้ในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่กำลังจะมาถึง

ในมุมมองของคนในวงการท่องเที่ยวนั้น การประกวดครั้งนี้ถือเป็นเวทีสำคัญ ที่เปิดโอกาสให้เหล่าคอนเทนต์ครีเอเตอร์สายท่องเที่ยวในเซี่ยงไฮ้ได้โชว์ศักยภาพในการคิดค้นนวัตกรรมและความเชี่ยวชาญ ขณะเดียวกันยังเป็นเสมือนศูนย์รวมทรัพยากรทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของเมืองนี้ ในช่วงที่ความต้องการเดินทางท่องเที่ยวพุ่งสูงขึ้นก่อนเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาวตรุษจีน

สำหรับผลงานที่โดดเด่นในระดับมืออาชีพนั้น ผู้เข้าชิงสามารถเชื่อมโยงพื้นที่เมืองและย่านชุมชนต่าง ๆ ในเซี่ยงไฮ้เข้าด้วยกันได้อย่างสร้างสรรค์ นำเสนอภาพลักษณ์ของเมืองที่มีมิติและหลากหลาย สะท้อนให้เห็นทั้งความเป็นสากลควบคู่ไปกับเสน่ห์ของวิถีชีวิตผู้คนในแต่ละวัน

คู่มือเหล่านี้ถ่ายทอดภาพลักษณ์ของเซี่ยงไฮ้ ในฐานะมหานครทันสมัยที่พร้อมต้อนรับทุกคน และหวังมอบประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ โดยมีจุดเด่นที่น่าสนใจ 3 ด้านด้วยกัน

ส่วนแรกนั้น กลุ่มบุคลากรด่านหน้าได้ก้าวขึ้นมาเป็นฟันเฟืองหลักในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ โดยพบว่ากว่า 80% ของผลงานที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศทั้ง 150 รายการ เป็นผลงานที่จัดทำโดยผู้ปฏิบัติงานจริงในแวดวงท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นตัวแทนจากบริษัทนำเที่ยว โรงแรม พิพิธภัณฑ์ รวมถึงสถาบันทางวัฒนธรรมต่าง ๆ

ครีเอเตอร์เหล่านี้นำประสบการณ์จากการทำงานจริงมาเป็นตัวตั้ง จึงสามารถนำเสนอเซี่ยงไฮ้ผ่านมุมมองของมืออาชีพที่เน้นการสร้างประสบการณ์ร่วม มอบข้อมูลเชิงลึกที่แตกต่างและลึกซึ้งกว่าการแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไป

สำหรับเรื่องที่สอง เส้นทางท่องเที่ยวธีมตรุษจีนต้อนรับปีมะเมียนั้น ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม

คู่มือเหล่านี้นำเสนอเทศกาลโคมไฟนักษัตร เวิร์กชอปการทำขนมแบบดั้งเดิม และการพาไปสัมผัสเสน่ห์ของย่านเมืองเก่า โดยใช้เทคนิคการเล่าเรื่องสมัยใหม่ผสานกับการออกแบบที่เน้นการมีส่วนร่วม เพื่อนำประเพณีอันทรงคุณค่ามานำเสนอใหม่ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนในยุคปัจจุบัน

จุดเด่นที่สามนั้น เทรนด์การท่องเที่ยวแบบเฉพาะบุคคลได้ฉายแววเด่นชัดในการประกวดปีนี้ โดยผลงานที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายสะท้อนถึงการตอบรับความต้องการท่องเที่ยวแนวใหม่ ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมท่องเที่ยวที่ออกแบบมาเพื่อผู้หญิงโดยเฉพาะ เส้นทางที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง หรือทริปปั่นจักรยานสัมผัสธรรมชาติแถบชานเมือง ซึ่งล้วนตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่มองหาการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์แบบเฉพาะกลุ่ม ไม่เร่งรีบ และออกแบบได้ตามใจชอบ

ในขณะที่การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศดำเนินไปอย่างเข้มข้น เวทีนี้ได้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างการรับรู้และยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของเซี่ยงไฮ้ให้โดดเด่น ก่อนเข้าสู่ช่วงเทศกาลตรุษจีนซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวที่คึกคักที่สุด โดยคู่มือหลายฉบับได้รับการคาดหมายว่าจะเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในหมู่นักท่องเที่ยวทั้งชาวจีนและชาวต่างชาติ

ที่มา: สำนักงานวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวนครเซี่ยงไฮ้

​Professional-category Finals of "Discover Shanghai" Tourism Guide Competition Open, Spotlighting a More Accessible City

Shanghai Municipal Administration of Culture and Tourism

The professional-category finals of the first "Discover Shanghai" Tourism Guide Super Competition, organized by the Shanghai Municipal Administration of Culture and Tourism, concluded on January 8, drawing widespread attention from both industry observers and the public.

From 640 entries submitted through district-level recommendations, 150 guides were shortlisted for the finals.

Each finalist delivered an on-site presentation of about five minutes, introducing their guide, explaining the creative process behind it and outlining its practical applications.

Following online voting and expert panel evaluation, the competition produced 50 winners across first, second, and third prizes, along with 50 special-category awardees.

Many of the winning guides are already being developed into tourism products, enabling residents and visitors to tour Shanghai according to the guides during the Spring Festival.

Industry observers see the competition as a key platform for professional tourism content creators in Shanghai to demonstrate innovation and expertise. It also serves as a concentrated showcase of the city's cultural and tourism resources as travel demand builds ahead of the Spring Festival holiday.

As standout entries in the professional-category competition, the shortlisted finalists creatively connect Shanghai's urban spaces and neighborhoods, presenting a layered view of the city that highlights both its cosmopolitan character and everyday life.

The guides present Shanghai as an accessible and experience-driven modern metropolis, with three main features emerging.

First, frontline tourism professionals have become the primary drivers of content creation. More than 80 percent of the 150 shortlisted guides were produced by practitioners from travel agencies, hotels, museums and cultural institutions.

Drawing on hands-on experience, these creators present Shanghai through an experience-driven and professional lens, offering insights that go beyond standard sightseeing recommendations.

Second, Spring Festival-themed routes tailored to the Year of the Horse have attracted significant attention.

These guides feature zodiac lantern fairs, traditional pastry-making activities and explorations of historic neighborhoods, combining interactive design with modern storytelling to reintroduce festive traditions to contemporary audiences.

Third, personalized travel themes stand out prominently in this year's finals. Entries focusing on women-oriented travel, pet-friendly routes and suburban cycling tours respond to growing demand for niche, slow-paced and customized travel experiences.

As the finals continue, the competition is further amplifying Shanghai's tourism image ahead of the Spring Festival travel peak. Several guides are seen as having strong potential to become widely used references for both domestic and international visitors.

Source: Shanghai Municipal Administration of Culture and Tourism

Thursday, January 22, 2026

เอ็นเอ็กซ์ กรุ๊ป เปิดตัวภาพยนตร์แบรนด์เรื่องใหม่ "Moving India Forward" สะท้อนพลังขับเคลื่อนของตลาดอินเดีย

 นิปปอน เอ็กซ์เพรส โฮลดิงส์ อิงค์

- โชว์ "เจตนารมณ์สู่อนาคต" ของเอ็นเอ็กซ์ กรุ๊ป ให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาทั่วโลก ผ่านบทบาทในการร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และยานยนต์ -

นิปปอน เอ็กซ์เพรส โฮลดิงส์ อิงค์(NIPPON EXPRESS HOLDINGS, INC.) ได้เผยโฉมภาพยนตร์โฆษณาแบรนด์ระดับโลกเรื่องใหม่อย่าง "Moving India Forward" ที่เน้นถ่ายทอดเรื่องราวการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของตลาดอินเดีย โดยได้เริ่มเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทฯ แล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 15 มกราคม และกำลังออกอากาศผ่านสื่อทั่วโลกอยู่ในขณะนี้

โลโก้: https://drive.google.com/file/d/1dqm0cxpYamnvMUra1AGXMuGlX932Z353/view?usp=drive_link

ภาพจากภาพยนตร์แบรนด์เรื่องใหม่ "Moving India Forward": https://drive.google.com/file/d/1FDdorvqKqluJcAeh2RzTwjkfl_0xIDKQ/view?usp=drive_link

- เบื้องหลังการถ่ายทำ: อินเดียในฐานะมหาอำนาจระดับโลก

อินเดียกำลังก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจใหม่ของโลกอย่างรวดเร็ว เอ็นเอ็กซ์ กรุ๊ป (NX Group) จึงยกให้ตลาดอินเดียเป็นฐานปฏิบัติการที่สำคัญที่สุด เพื่อผลักดันวิสัยทัศน์ระยะยาวของบริษัทฯ ในการก้าวขึ้นเป็น "บริษัทโลจิสติกส์ที่มีบทบาทโดดเด่นในเวทีโลก" ให้เกิดขึ้นจริง

ภาพยนตร์เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่าเอ็นเอ็กซ์ กรุ๊ป ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของการเป็นบริษัทโลจิสติกส์ทั่วไป สู่การเป็น "พันธมิตรเชิงกลยุทธ์" ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานทางสังคมให้พัฒนาก้าวหน้า ท่ามกลางการผสมผสานระหว่างนวัตกรรมอันทันสมัยกับขนบธรรมเนียมดั้งเดิมของอินเดียในยุคปัจจุบัน

- ไฮไลต์เด่นในภาพยนตร์แบรนด์เรื่องใหม่

1. โลจิสติกส์กับการเป็นแรงขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอินเดีย
โครงสร้างอุตสาหกรรมของอินเดียกำลังรุดหน้าอย่างรวดเร็ว โดยมีปัจจัยหนุนจากการเติบโตของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และการขยายตัวของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ภาพยนตร์แบรนด์เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นมาตรฐานคุณภาพระดับโลกของเอ็นเอ็กซ์ กรุ๊ป ทั้งความเชี่ยวชาญในการจัดการอุปกรณ์ที่มีความแม่นยำสูงและระบบโลจิสติกส์อัจฉริยะ ซึ่งล้วนเป็นรากฐานสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในอินเดีย

รูปภาพ 1: https://drive.google.com/file/d/11bofzBIzg2u3FZ_0SePiObL36vQmo2IW/view?usp=drive_link

2. การขนส่งทางราง: เส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงอุตสาหกรรมยานยนต์
ภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายทอดภาพการขนส่งทางราง ที่เชื่อมโยงเครือข่ายอันกว้างขวางของทางกลุ่มบริษัทฯ ทั่วอินเดียได้อย่างทรงพลัง พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นของกลุ่มบริษัทฯ ในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับซัพพลายเชนอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยบูรณาการรูปแบบการขนส่งที่หลากหลายเพื่อเสริมการขนส่งทางรถบรรทุก นับเป็นการปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งที่จะเข้ามาช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

รูปภาพ 2: https://drive.google.com/file/d/1gCIgJjvzfrcSu94EDXuVI7NmghgxOSN0/view?usp=drive_link

3. จิตวิญญาณแห่ง "We Find the Way"
ภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายทอดความมีชีวิตชีวาของทัศนียภาพในอินเดีย ตัดกับภาพโซลูชันโลจิสติกส์อันล้ำสมัยของเอ็นเอ็กซ์ กรุ๊ป พร้อมสื่อสารข้อความหลักขององค์กรอย่าง "We Find the Way" ได้อย่างทรงพลัง เพื่อสะท้อนความมุ่งมั่นของกลุ่มบริษัทฯ ในการเฟ้นหาโซลูชันเพื่อตอบโจทย์ทุกความท้าทาย ไม่ว่าอุปสรรคนั้นจะยากเพียงใดก็ตาม

รูปภาพ 3: https://drive.google.com/file/d/10SHoWIBl434hcxZ0iL81r_2TCzAOXrXO/view?usp=drive_link

ภาพยนตร์แบรนด์เรื่องใหม่นี้จัดทำขึ้นใน 3 ภาษาด้วยกัน ได้แก่ ภาษาอังกฤษ ภาษาญี่ปุ่น และภาษาจีน รับชมได้ทางเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ รวมถึงช่องทางยูทูบ (YouTube) และลิงด์อิน (LinkedIn) ของบริษัทฯ นอกจากนี้ ยังจะมีการออกอากาศไปทั่วโลกผ่านรายการและโฆษณาทางสถานีซีเอ็นเอ็น (CNN) จึงขอเชิญทุกท่านร่วมติดตามรับชม

ทั้งนี้ เอ็นเอ็กซ์ กรุ๊ป จะยังคงมุ่งมั่นเชื่อมโยงผู้คน ธุรกิจ และชุมชนต่าง ๆ ผ่านบริการโลจิสติกส์ พร้อมร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาสังคมโลก เพื่อทำให้เป้าหมายสู่อนาคตใหม่ของลูกค้ากลายเป็นความจริง

ข้อมูลคร่าว ๆ เกี่ยวกับ "Moving India Forward"
ชื่อผลงาน: "Moving India Forward"
วันที่เผยแพร่: 15 มกราคม 2569
รูปแบบ: ความยาวฉบับเต็ม (1 นาที) และฉบับสั้น (15 วินาที)
ภาษา: อังกฤษ ญี่ปุ่น และจีน
ช่องทางรับชม:
เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ: https://www.nipponexpress-holdings.com/en/?_langEN
ยูทูบ: https://www.youtube.com/@nittsu
ลิงด์อิน: https://www.linkedin.com/company/nippon-express-group/

เกี่ยวกับเอ็นเอ็กซ์ กรุ๊ป: https://drive.google.com/file/d/1mbvBL6C8THZNrR5LREgGeafNkEdaAmV-/view?usp=drive_link

เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของเอ็นเอ็กซ์ กรุ๊ป: https://www.nipponexpress.com/
บัญชีลิงด์อินอย่างเป็นทางการของเอ็นเอ็กซ์ กรุ๊ป: https://www.linkedin.com/company/nippon-express-group/

ที่มา: นิปปอน เอ็กซ์เพรส โฮลดิงส์ อิงค์

NX Group Unveils New Global Brand Movie "Moving India Forward" Depicting Indian Market's Dynamism

 NIPPON EXPRESS HOLDINGS, INC.

- Showing World NX Group's "will toward the future" Manifested in Its Support for Evolution in Semiconductor and Automotive Industries -

NIPPON EXPRESS HOLDINGS, INC. has released a new global brand movie titled "Moving India Forward" that focuses on the rapidly growing Indian market. The movie is available on the company's website as of January 15 and is now being broadcast on global media.

Logo: https://drive.google.com/file/d/1dqm0cxpYamnvMUra1AGXMuGlX932Z353/view?usp=drive_link

Scene from new brand movie "Moving India Forward": https://drive.google.com/file/d/1FDdorvqKqluJcAeh2RzTwjkfl_0xIDKQ/view?usp=drive_link

- Background to production: India as a global powerhouse

India is quickly emerging as a new global economic powerhouse, and the NX Group regards the Indian market as the most critical base to realize its long-term vision of becoming "a logistics company with a strong presence in the global market."

The movie illustrates how the NX Group has transcended the bounds of a simple logistics company to operate as a dynamic "strategic partner" in driving the evolution of social infrastructure within the convergence of tradition and innovation that is modern India.

- Highlights of the new brand movie

1. Logistics supporting the evolution of Indian industry
India's industrial structure is making brisk advances, propelled by the rise of the semiconductor industry and the expansion of e-commerce. The movie showcases how the NX Group's global quality -- encompassing precision equipment handling and smart logistics -- underpins the evolution of India's industries.

Image1: https://drive.google.com/file/d/11bofzBIzg2u3FZ_0SePiObL36vQmo2IW/view?usp=drive_link

2. Rail transport: lifeline of the automotive industry
The movie dynamically depicts the rail transport connecting the Group's vast network across India and stresses the Group's commitment to strengthening the automotive industry's supply chains by supplementing truck transport with the use of diverse transport modes to accomplish low-environmental-impact modal shifts.

Image2: https://drive.google.com/file/d/1gCIgJjvzfrcSu94EDXuVI7NmghgxOSN0/view?usp=drive_link

3. The spirit of "We Find the Way"
While contrasting India's vibrant landscapes with the NX Group's sophisticated logistics solutions, the movie powerfully presents the corporate message "We Find the Way" as an expression of the Group's determination to find solutions to all challenges, no matter how difficult.

Image3: https://drive.google.com/file/d/10SHoWIBl434hcxZ0iL81r_2TCzAOXrXO/view?usp=drive_link

The new brand movie is available in three languages: English, Japanese and Chinese. Anyone can watch it on the company's official website as well as on its official YouTube and LinkedIn accounts. It will also be broadcast worldwide through CNN programs and commercials. Please take a look.

The NX Group will continue connecting people, businesses and communities through logistics and contributing to global social development to realize its customers' aspirations for a new future.

Overview of "Moving India Forward"
Title: "Moving India Forward"
Release date: January 15, 2026
Formats: Full-length (1 minute), short-form (15 seconds)
Available languages: English, Japanese, Chinese
Publicly accessible media:
Official website: https://www.nipponexpress-holdings.com/en/?_langEN
YouTube: https://www.youtube.com/@nittsu
LinkedIn: https://www.linkedin.com/company/nippon-express-group/

About the NX Group: https://drive.google.com/file/d/1mbvBL6C8THZNrR5LREgGeafNkEdaAmV-/view?usp=drive_link

NX Group official website: https://www.nipponexpress.com/
NX Group's official LinkedIn account: https://www.linkedin.com/company/nippon-express-group/

Source: NIPPON EXPRESS HOLDINGS, INC.

St. Stephen’s English & Adventure Camp 2026 – Khao Yai เปิดรับสมัครนักเรียนอายุ 6-15 ปี เข้าค่ายภาษาอังกฤษช่วงปิดเทอม ณ เขาใหญ่ ค่ายที่ผู้ปกครองไว้วางใจมากกว่า 20 ปี


ปิดเทอมนี้ St. Stephen’s English & Adventure Camp 2026 – Khao Yai เปิดโอกาสให้น้อง ๆ นักเรียนอายุ 6-15 ปีจากทั่วประเทศ ได้ก้าวออกจากห้องเรียนเดิม ๆ สู่ประสบการณ์การเรียนภาษาอังกฤษรูปแบบใหม่ ผ่านการใช้ชีวิตจริงท่ามกลางธรรมชาติของเขาใหญ่ ณ ค่ายภาษาอังกฤษที่จัดต่อเนื่องมากว่า 20 ปี และได้รับความไว้วางใจจากผู้ปกครองกว่า 1,000 ครอบครัว

ค่ายภาษาอังกฤษปิดเทอมแห่งนี้ส่งเสริมการเรียนรู้ในรูปแบบ Learning by Doing และ Activity-Based Learning ให้น้อง ๆ ได้ฝึกใช้ภาษาอังกฤษผ่านกิจกรรม เกม และการใช้ชีวิตประจำวันร่วมกับครูชาวต่างชาติอย่างใกล้ชิด เด็ก ๆ จึงค่อย ๆ กล้าใช้ภาษาอย่างเป็นธรรมชาติ มองว่าภาษาอังกฤษเป็นเรื่องใกล้ตัว และไม่รู้สึกกดดันเหมือนการเรียนแบบเดิม

หนึ่งในผู้ปกครองที่ส่งบุตรหลานเข้าร่วมค่ายเผยว่า “หลังจบค่าย ลูกกล้าพูดภาษาอังกฤษขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มีความมั่นใจมากขึ้น และกลับมาเล่าเรื่องประสบการณ์ในค่ายให้ฟังไม่หยุด” ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้ค่าย ได้รับการบอกต่อในฐานะ ค่ายภาษาอังกฤษแนะนำ จากผู้ปกครองรุ่นสู่รุ่นมาตลอด 20 ปี

ด้านความปลอดภัย St. Stephen’s English & Adventure Camp ดำเนินการในพื้นที่โรงเรียนตามมาตรฐานโรงเรียนนานาชาติ เป็นค่ายภาษาอังกฤษค้างคืน ที่ได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด มีหอพักแยกหญิง-ชาย ครูประจำหอพัก ระบบรักษาความปลอดภัย และพยาบาลดูแลตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมการอัปเดตภาพกิจกรรมให้ผู้ปกครองติดตามได้ตลอดช่วงเวลาของค่าย

กิจกรรมภายในค่ายมีความหลากหลายและออกแบบให้เหมาะสมกับแต่ละช่วงวัย อาทิ การเดินป่าศึกษาธรรมชาติในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ทัศนศึกษาศูนย์เรียนรู้การไฟฟ้าลำตะคอง และไร่ทองสมบูรณ์ กิจกรรมกีฬาสี โปโลน้ำ งานศิลปะและงานฝีมือ รวมถึงกิจกรรมภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน ซึ่งช่วยให้น้อง ๆ ได้เรียนรู้ภาษาโดยไม่รู้สึกว่ากำลังเรียน

ด้วยที่ตั้งที่เดินทางสะดวก ค่ายภาษาอังกฤษใกล้กรุงเทพฯ แต่ให้บรรยากาศการเรียนรู้ที่แตกต่างจากการเรียนในเมือง St. Stephen’s English & Adventure Camp จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และประสบการณ์ชีวิตสำหรับเด็กและเยาวชน

กำหนดการเปิดรับสมัครและอัตราค่าใช้จ่าย

สำหรับปี 2569 นี้ ค่ายเปิดรับสมัครระหว่างเดือนมีนาคม-พฤษภาคม

Camp A

เริ่มต้นที่ 7 วัน (15 มี.ค – 21 มี.ค 69) 18,000 บาท

14 วัน (22 มี.ค – 4 เม.ย 69) 33,000 บาท

21 วัน (15 มี.ค – 4 เม.ย 69) 45,000 บาท

Camp B

14 วัน (19 เม.ย – 2 พ.ค 69) 33,000 บาท

ที่นั่งมีจำนวนจำกัดและมักเต็มอย่างรวดเร็วในทุกปี

ผู้ปกครองที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครได้ที่
โทร. 099 879 8528 (ด้าย)

LINE: @st.stephen-camp

Facebook: St. Stephen’s Khao Yai Camp

Instagram: sis.khaoyaicamp

TikTok: sis.khaoyaicamp

Wednesday, January 21, 2026

MAHLE maintains top position in climate protection

 

  • MAHLE receives top ratings again in 2025 in the categories of climate protection and water security in the Carbon Disclosure Project rating
  • Energy optimization and renewable energies continue to reduce CO2 emissions
  • Improved location-specific risk management through analysis of local climate risks
  • Award confirms consistent implementation of the MAHLE sustainability strategy
MAHLE has received an "A" rating again in the 2025 Carbon Disclosure Project (CDP) assessment by the nonprofit organization in the climate protection category and an "A-" in water security. With this achievement, the technology company has secured another placement on the Climate A List and the Leadership tier. The award confirms the consistent implementation of the company's own sustainability strategy, in which the set climate targets are validated externally by the Science Based Targets Initiative (SBTi). In 2025, MAHLE further reduced its COemissions and improved the assessment of location-specific climate risks through a new analysis tool. "The award once again confirms: Our climate protection commitment is not only ambitious, but effective and scientifically sound. We are steadfastly committed to our strategic climate targets and will implement them with full responsibility in the future," said Georg Dietz, Member of the Management Board of the MAHLE Group and responsible for Sustainability, Health, Occupational Safety, and Environmental Management.
"Globally, only around four percent of all companies rated by CDP make it onto the Climate A List - an indicator of the exclusivity of this award," said Kathrin Apel, Director Corporate Sustainability, Health, Occupational Safety and Environmental Management at MAHLE.
Enhanced Climate Risk Analysis
Particularly noteworthy is the improvement in the CDP subcategory "Risk Disclosure". Last year, MAHLE significantly deepened its analysis of climate-related risks and implemented a tool for location-specific risk assessment. This enables the company to identify vulnerabilities and opportunities from climate change even more precisely and integrate them into its business strategy.
Clear Strategy
The company has aligned its emission reduction targets with the requirements of the Paris Climate Agreement. In 2025, MAHLE was able to reduce CO2 emissions once again. This progress was achieved through the integration of the latest technologies, reduction of energy consumption, increased use of renewable energies, and replacement of fossil fuels. In product development as well, MAHLE is increasingly focusing on the use of recycled and bio-based materials.
The energy and emissions data from MAHLE has been audited externally since 2021 - a sign of transparency and credibility.
Further information on the commitment of MAHLE to sustainability can be found in the current Sustainability Report on the MAHLE website: Social responsibility - MAHLE Group.

มาห์เล ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการปกป้องสภาพภูมิอากาศ ติดอันดับ Climate A List จาก CDP อย่างต่อเนื่อง

 

  • มาห์เลได้รับการจัดอันดับสูงสุดอีกครั้งในปี 2568 ในหมวดการปกป้องสภาพภูมิอากาศและความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำ จากการประเมินขององค์กร Carbon Disclosure Project (CDP)
  • การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน ช่วยให้มาห์เลลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้อย่างต่อเนื่อง
  • การวิเคราะห์ความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศในท้องถิ่นช่วยให้มาห์เลปรับปรุงการบริหารความเสี่ยงเฉพาะพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • การได้รับการจัดอันดับครั้งนี้เป็นเครื่องยืนยันว่า มาห์เลดำเนินกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนอย่างสม่ำเสมอและเป็นรูปธรรม
มาห์เล (MAHLE) ได้รับการจัดอันดับระดับ "A" อีกครั้ง ในหมวดการปกป้องสภาพภูมิอากาศ และระดับ "A-" ในหมวดความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำ จากการประเมินขององค์กรไม่แสวงหาผลกำไร Carbon Disclosure Project (CDP) ประจำปี 2568 โดยความสำเร็จดังกล่าวส่งผลให้บริษัทเทคโนโลยียานยนต์แห่งนี้ติดอันดับในกลุ่ม Climate A List และ Leadership อย่างต่อเนื่อง การได้รับอันดับดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า มาห์เลดำเนินกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนอย่างสม่ำเสมอและเป็นรูปธรรม โดยเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของบริษัทได้รับการรับรองจากองค์กรภายนอกอย่าง Science Based Targets Initiative (SBTi) นอกจากนี้ ในปี 2568 มาห์เลยังสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้อีก พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการประเมินความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศเฉพาะพื้นที่ด้วยเครื่องมือวิเคราะห์รูปแบบใหม่ ทั้งนี้ คุณ Georg Dietz กรรมการบริหารกลุ่มบริษัทมาห์เล ผู้รับผิดชอบด้านความยั่งยืน สุขภาพ ความปลอดภัยในการทำงาน และการจัดการสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า "การจัดอันดับดังกล่าวเป็นเครื่องยืนยันอีกครั้งว่า ความมุ่งมั่นของเราในการปกป้องสภาพภูมิอากาศนั้น ไม่ใช่การตั้งเป้าหมายด้วยความทะเยอทะยาน แต่มีการอ้างอิงหลักวิทยาศาสตร์และมีประสิทธิผลอย่างแท้จริง เรามุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ในการบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศเชิงกลยุทธ์ และจะดำเนินกลยุทธ์ด้วยความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ต่อไปในอนาคต"
ทั่วโลกมีบริษัทแค่ประมาณ 4% เท่านั้นที่ติดอันดับในกลุ่ม Climate A List จากการประเมินโดย CDP ซึ่งบ่งชี้ถึงความพิเศษของการจัดอันดับอันทรงเกียรตินี้" คุณ Kathrin Apel ผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืน สุขภาพ ความปลอดภัยในการทำงาน และการจัดการสิ่งแวดล้อมของมาห์เล กล่าว
เพิ่มประสิทธิภาพการวิเคราะห์ความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ
สิ่งที่โดดเด่นเป็นพิเศษในการจัดอันดับครั้งนี้คือ พัฒนาการของมาห์เลในหมวดหมู่ย่อยด้าน "การเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง" โดยในปีที่ผ่านมา มาห์เลได้ยกระดับการวิเคราะห์ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศอย่างมีนัยสำคัญ และนำเครื่องมือใหม่สำหรับการประเมินความเสี่ยงเฉพาะพื้นที่มาใช้ ซึ่งช่วยให้บริษัทสามารถระบุทั้งความเปราะบางและโอกาสที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น พร้อมกับบูรณาการผลการวิเคราะห์ดังกล่าวเข้าสู่กลยุทธ์ทางธุรกิจอย่างเป็นระบบ
กลยุทธ์ที่ชัดเจน
มาห์เลได้ปรับเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของความตกลงปารีสว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Paris Climate Agreement) โดยในปี 2568 มาห์เลสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้อีกครั้ง ซึ่งความก้าวหน้าดังกล่าวเกิดจากการบูรณาการเทคโนโลยีล่าสุด การลดใช้พลังงาน การเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน และการทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิล ส่วนในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์นั้น มาห์เลก็ให้ความสำคัญมากขึ้นกับการใช้วัสดุรีไซเคิลและวัสดุชีวภาพ
ขณะเดียวกัน ข้อมูลด้านพลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของมาห์เลได้รับการตรวจสอบโดยหน่วยงานภายนอกอย่างอิสระมาตั้งแต่ปี 2564 ซึ่งสะท้อนถึงความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของบริษัท
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความมุ่งมั่นของมาห์เลในด้านความยั่งยืน สามารถศึกษาได้ในรายงานความยั่งยืนฉบับล่าสุดบนเว็บไซต์ของมาห์เล Social responsibility - MAHLE Group