Wednesday, January 31, 2024

ปักกิ่ง อี-ทาวน์ เปิดฉากสัปดาห์แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมอุตสาหกรรมจีน-ฝรั่งเศส เปิดโอกาสใหม่ ๆ เพื่อสร้างอนาคตร่วมกัน

 


          ทางการจีนและฝรั่งเศสได้เปิดฉากงานสัปดาห์แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมอุตสาหกรรมจีน-ฝรั่งเศส ที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจ-เทคโนโลยีปักกิ่ง (Beijing Economic-Technological Development Area หรือ BDA) หรือที่รู้จักกันว่าปักกิ่ง อี-ทาวน์ (Beijing E-town) โดยเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน
          คุณฌอง-ปิแอร์ รัฟฟาแรง (Jean-Pierre Raffarin) ผู้แทนพิเศษฝ่ายกิจการจีนประจำรัฐบาลฝรั่งเศส ได้ส่งข้อความแสดงความยินดีถึงผู้จัดงานผ่านทางวิดีโอ โดยยกให้งานนี้มีบทบาทสำคัญในความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ระหว่างฝรั่งเศสกับจีน ซึ่งเขากล่าวว่าปี 2567 เป็นปีสำคัญ และมิตรภาพฝรั่งเศส-จีนก็เป็นองค์ประกอบสำคัญในการส่งเสริมธรรมาภิบาลระดับโลก ดังนั้นทั้งสองฝ่ายจึงควรทำงานร่วมกัน เพื่อกระชับความร่วมมือโดยเคารพซึ่งกันและกันและริเริ่มสิ่งต่าง ๆ ด้วยกัน
          คุณจาง เฉียง (Zhang Qiang) เลขาธิการคณะทำงานประจำเขตพัฒนาเศรษฐกิจ-เทคโนโลยีปักกิ่ง เปิดเผยว่า ปักกิ่ง อี-ทาวน์ ได้บรรลุเป้าหมายสำคัญมากมายในมิตรภาพระหว่างจีนกับฝรั่งเศส ปักกิ่ง อี-ทาวน์ ก่อตั้งขึ้นในปี 2535 โดยได้ให้การต้อนรับบริษัทร่วมทุนจีน-ฝรั่งเศสแห่งแรกอย่างบริษัท ปักกิ่ง จงไฉ ปรินติง จำกัด (Beijing Zhongcai Printing Co., Ltd. หรือ BZP) เมื่อปี 2536 ซึ่งถือเป็นการเปิดประตูรับเงินทุนและบริษัทจากฝรั่งเศสเข้ามาในปักกิ่ง อี-ทาวน์ แห่งนี้ นอกจากนี้ ในปี 2538 ยังมีการกำหนดกฎระเบียบเอาไว้กำกับดูแลเขตพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีปักกิ่ง พร้อมสานความสัมพันธ์กับบริษัทด้านการดูแลสุขภาพของฝรั่งเศสอย่างซาโนฟี่ (Sanofi) ด้วย ต่อมาในปี 2540 ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) ได้เข้ามาก่อตั้งโรงงานแห่งแรกในปักกิ่งที่ปักกิ่ง อี-ทาวน์ ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นโรงงานที่ใหญ่ที่สุดในโลกในบรรดาโรงงานทั้งหมดของบริษัทฯ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา บริษัทฝรั่งเศสหลายแห่ง เช่น ไฮเทค แก๊สเซส ปักกิ่ง (Hi-tech Gases (Beijing) Co., Ltd.), แอร์ ลิควิด (Air Liquide), แบร์นาร์ คอนโทรลส์ (Bernard Controls), ซีเดล (Sidel) และโฟเรอเซีย (Faurecia) ต่างพากันขยายการดำเนินงานไปยังปักกิ่ง อี-ทาวน์ ตามกลยุทธ์ในการขยายธุรกิจไปทั่วโลก ปักกิ่ง อี-ทาวน์ เป็นพื้นที่ที่เอื้ออำนวยให้ธุรกิจชั้นยอดเติบโตได้ โดยนำองค์กรกว่า 90,000 แห่งจาก 62 ประเทศและภูมิภาคมารวมไว้ในที่แห่งนี้ บริษัทที่ได้รับทุนสนับสนุนจากต่างประเทศล้วนเห็นและมีส่วนขับเคลื่อนความก้าวหน้าของปักกิ่ง อี-ทาวน์ ซึ่งบริษัทที่ได้รับทุนสนับสนุนจากฝรั่งเศสก็ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในส่วนนี้ด้วย
          ในงานเปิดตัวงานสัปดาห์ฯ บริษัทที่ได้รับทุนสนับสนุนจากฝรั่งเศส 9 แห่ง ซึ่งรวมถึงชไนเดอร์ อิเล็คทริค และซาโนฟี่ ได้ขึ้นคว้ารางวัลพันธมิตรผู้พัฒนาปักกิ่ง อี-ทาวน์ (Beijing E-town Development Partner) ขณะที่ผู้บริหาร 16 รายขององค์กรทุนต่างประเทศที่ดำเนินงานในปักกิ่ง อี-ทาวน์ ก็ได้รับรางวัลผู้มีถิ่นพำนักกิตติมศักดิ์ (Honorary Resident) ด้วยเช่นกัน รวมถึงคุณฌอง-ปิแอร์ ชมิตต์ (Jean-Pierre Schmitt) รองประธานฝ่ายขายของโฟเรอเซีย, คุณแอนดรูว์ แฮปเปอร์ (Andrew Happer) ประธานเอชบีพีโอ เอเชีย (HBPO Asia) และคุณดีพัวร์เตอร์ นิโคลัส (Depoorter Nicolas) รองประธานฝ่ายวิศวกรรมของบ๊อช เร็กซ์รอธ ไชน่า (Bosch Rexroth China) โดยคุณแอนดรูว์ แฮปเปอร์ ให้ความเห็นว่า "รางวัลพันธมิตรผู้พัฒนาและผู้มีถิ่นพำนักกิตติมศักดิ์สะท้อนให้เห็นว่าเราเป็นส่วนหนึ่งในนี้จริง ๆ โดยตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เอชบีพีโอบรรลุผลสำเร็จดีเกินคาด เพราะอุตสาหกรรมยานยนต์ในปักกิ่ง อี-ทาวน์ เติบโตก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว และเราได้รับประโยชน์มากมายจากความก้าวหน้าอย่างมีคุณภาพของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงในปักกิ่ง อี-ทาวน์"
          งานสัปดาห์แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมอุตสาหกรรมจีน-ฝรั่งเศสมีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมพาสื่อมวลชนจีนและฝรั่งเศสร่วมสัมผัสความเป็นเมืองแห่งนวัตกรรม (Discover the Town of Innovation) ในปักกิ่ง อี-ทาวน์ ไปจนถึงนิทรรศการจิตรกรรมเยาวชนจีนและฝรั่งเศสในธีม "เมืองน่าอยู่" (Livable Town) กิจกรรมเหล่านี้ออกแบบมาเพื่อเสริมสร้างการแลกเปลี่ยนและความเข้าใจร่วมกันระหว่างจีนและฝรั่งเศส โดยอาศัยศักยภาพและโอกาสอันมากมายมหาศาลจากความร่วมมือระหว่างทั้งสองประเทศในภาคอุตสาหกรรม พร้อมส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงไปสู่ความร่วมมืออย่างมีคุณภาพ และปลดล็อกโอกาสใหม่ ๆ ในการยกระดับความร่วมมือ
          นับตั้งแต่ก่อตั้งเมื่อ 32 ปีที่แล้ว ปักกิ่ง อี-ทาวน์ ได้เปิดรับโครงการต่าง ๆ รวมแล้วถึง 157 โครงการจากบริษัทที่ติดอันดับฟอร์จูน 500 (Fortune 500) มากถึง 102 แห่ง ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัทที่ต่างชาติลงทุนทั้งสิ้น 1,273 แห่ง และในปี 2567 ปักกิ่ง อี-ทาวน์ จะยังคงใช้ระบบนโยบาย "2+X" เพื่อรองรับการลงทุนจากต่างประเทศ ให้บริการที่มีความก้าวล้ำเพื่อสนับสนุนการพัฒนาตลาดและความพยายามในการสรรหาบุคลากรขององค์กรทุนต่างประเทศ และส่งเสริมรูปแบบการบริการที่รวดเร็ว คล่องตัว และเหมาะสมที่สุด
          ที่มา: ปักกิ่ง อี-ทาวน์

Tuesday, January 30, 2024

New Opportunity for a Shared Future -- China-France Industrial Cultural Exchange Week Launched in Beijing E-town

As part of a series of events marking the 60th anniversary of the establishment of diplomatic relations, the Chinese and French sides launched the China-France industrial cultural exchange week in the Beijing Economic-Technological Development Area (BDA), also known as Beijing E-town.

Jean-Pierre Raffarin, the French government's special representative for China affairs, sent a congratulatory message to event organizers via video link. Describing the event as a key topic of concern to the France-China strategic partnership, he said that 2024 is a critical year and the France-China friendship is an essential component of global governance, so the two sides should work together to maintain cooperation on the basis of mutual respect and joint initiatives.

Zhang Qiang, Secretary of the BDA Working Committee, said that Beijing E-town has reached many milestones in the China-France friendship. Founded in 1992, Beijing E-town welcomed the first Chinese-French joint venture - Beijing Zhongcai Printing Co., Ltd. (BZP) - in 1993, setting the stage for the entry of French capital and businesses in Beijing E-town. The year 1995 saw the enactment of the Regulations of Beijing Economic-Technological Development Area and the establishment of connection with French healthcare company Sanofi. In 1997, Schneider Electric set up its first Beijing facility in Beijing E-town, which has now become the company's largest plant in the world. Since then, a host of French companies, including Hi-tech Gases (Beijing) Co., Ltd., Air Liquide, Bernard Controls, Sidel, and Faurecia, have extended their presence to Beijing E-town as part of their global expansion strategies. Beijing E-town provides fertile ground for great businesses to thrive, bringing together more than 90,000 enterprises from 62 countries and regions. Foreign-funded enterprises have witnessed and propelled the development of Beijing E-town, in which French-funded enterprises have played a significant role.

At the launch event, nine French-funded enterprises, including Schneider Electric and Sanofi, were awarded the Beijing E-town Development Partner" medal. A total of 16 executives of foreign-funded enterprises operating in Beijing E-town received the "Honorary Resident" medal, including Jean-Pierre Schmitt, Vice President of Global Sales at Faurecia, Andrew Happer, President of HBPO Asia, and Depoorter Nicolas, Vice President of Engineering at Bosch Rexroth China. Andrew Happer commented, "The 'Development Partner' and 'Honorary Resident' medals represent a strong sense of belonging. Over the last 10 years, HBPO has achieved better-than-expected results thanks to the rapid development of the auto industry in Beijing E-town, and we have benefited a lot from the high-quality development of Beijing E-town's high-tech industries."

During the China-France industrial cultural exchange week, a diverse range of events will be held, such as the "Discover the Town of Innovation" - Chinese and French Media Tour in Beijing E-town, and the "Livable Town" - Chinese and French Youth Painting Exhibition. These events are designed to strengthen exchanges and mutual understanding between China and France, tap into the enormous potential and opportunities ofcooperation between the two countries in industry, promote the shift to high-quality cooperation, and unlock new opportunities for cooperation.

Since it was founded 32 years ago, Beijing E-town has brought in157 projects from 102 Fortune 500 companies, home to a total of 1,273 foreign-invested enterprises. In 2024, Beijing E-town will continue to implement the "2+X" policy system for foreign investment, provide innovative services to support the market development and recruitment efforts of foreign-funded enterprises, and promote expedite, streamlined, and optimal service models.

Source: Beijing E-town

Nihon M&A Center Holdings Announces Launch of Thai Subsidiary and Commencement of its Operations

 Nihon M&A Center Holdings Inc. (TSE Prime Market: 2127), headquartered in Tokyo's Chiyoda-ku, announced on January 30 the launch of a Thai subsidiary, Nihon M&A Center (Thailand) Co., LTD, which commenced its operations a week ago, on January 23.

- Purpose

In order to respond to the increasing number of cross-border M&A projects related to the overseas expansion of Japanese companies and the sales of overseas subsidiaries, the Nihon M&A Center Group (hereinafter "the Group") established the Overseas Support Office in April 2013. In Thailand, the Group opened a representative office in November 2021 as its fifth base in ASEAN, collecting information on cross-border M&A deals. With the local subsidiary's establishment, the Group will begin its business activities and service provision in Thailand, aiming to further increase the volume of information as well as the number of successful cross-border M&A projects between Japan and Thailand, and other ASEAN countries.

After opening its first overseas office in Singapore in April 2016 (which commenced operations as a subsidiary in January 2022), the Group successively established a representative office in Indonesia in October 2019, a subsidiary in Vietnam in February 2020, and a representative office in Malaysia in March 2020 (which commenced operations as a subsidiary in December 2021), enhancing its support structure for cross-border M&A transactions.

- Overview of Thai subsidiary

Company name: Nihon M&A Center (Thailand) Co., LTD

Location: Unit 1904, 19th floor, 548 One City Centre Building, Ploenchit Road, Lumpini Pathumwan, Bangkok 10330, Thailand

Established: January 23, 2024

Date of commencement of its operations: January 23, 2024

Representative: Hiroki Saito

- About Nihon M&A Center Holdings Inc. (TSE First Section: 2127)

Company name: Nihon M&A Center Holdings Inc.

Headquarters: 24F TEKKO BUILDING, 1-8-2 Marunouchi, Chiyoda-ku, Tokyo

Business description: Business management, etc. of Group companies

Established: April 1991

Bases: Tokyo, Osaka, Nagoya, Fukuoka, Sapporo, Hiroshima, Okinawa, Singapore, Indonesia, Vietnam, Malaysia, Thailand (Including subsidiaries and bases of the subsidiary, Nihon M&A Center Inc.)

Official website: https://www.nihon-ma.co.jp/en/

Source: Nihon M&A Center Holdings Inc.

Public backs charity access to AI, research by the Charities Aid Foundation finds

'AI must not be the privilege of the few'

People around the world recognise the benefits that Artificial Intelligence can bring to further charitable causes, according to new research from the Charities Aid Foundation (CAF). Indeed, most people (70%) believe that efforts should be made to help charities of different sizes and resources to access AI.

Ahead of Microsoft's first Global Non-Profit Leaders Summit in Seattle, which a thousand non-profit leaders are expected to attend, CAF is encouraging technology companies to consider how charities of all sizes can access the opportunities opened up by AI. 

With the pros and cons of AI never far from the headlines, the research sought to understand views about the opportunities and risks to charities of using AI. For one of the first major studies on this issue, the research involved more than 6,000 people in 10 countries: UK, USA, Australia, Japan, Poland, Indonesia, Kenya, India, Brazil and Turkey. 

Although the research found some have their reservations, people are generally supportive about charities using AI. The most compelling opportunities for charities are those that help them to have a greater direct human benefit. More than a quarter (28%) thought the most exciting opportunity was how AI could help with a faster response to disasters, and 25% thought that it was the potential ability of AI to allow charities to help more people.

The research found that people who donate more to charity tend to be more positive about charities using AI, with those considered higher donors in their country being more likely to appreciate the benefits. However, people believe that charities should be cautious and transparent about how they use AI. The significant majority (83%) of charity donors said they would pay attention to how a charity said it was using AI, with higher donors more likely to take notice.

Neil Heslop OBE, Chief Executive of the Charities Aid Foundation said:

"AI must not be the privilege of the few. We must work together with the technology industry to ensure it is accessible for small and large charities. Digital advances have great potential to support charities to further their missions and accelerate social progress. As a starting point, AI could help target disaster relief more effectively, decrease the time spent on administrative tasks and improve operations.

"Charities need to also remain alert to the risks, stay close to the human essence of their cause and communicate clearly with donors to further social impact." 

Notes

1. Neil Heslop is speaking at a plenary session, "How are Nonprofits using AI?", at Microsoft's Global Nonprofit Leaders Summit. 

Monday, January 29, 2024

เจแปน ไพรซ์ ประกาศรายชื่อผู้ชนะรางวัลประจำปี 2567

          มูลนิธิเจแปน ไพรซ์ (Japan Prize Foundation) ได้ประกาศรายชื่อผู้ชนะรางวัลเจแปน ไพรซ์ ประจำปี 2567 เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2567 ที่ผ่านมา โดยศ.เซอร์ ไบรอัน เจ ฮอสกินส์ (Sir Brian J. Hoskins) จากสหราชอาณาจักร และศ.จอห์น ไมเคิล วอลเลซ (John Michael Wallace) จากสหรัฐอเมริกา ร่วมกันคว้ารางวัลเจแปน ไพรซ์ ในสาขาทรัพยากร พลังงาน สิ่งแวดล้อม และโครงสร้างพื้นฐานทางสังคม ขณะที่ศ.โรนัลด์ เอ็ม อีแวนส์ (Ronald M. Evans) จากสหรัฐอเมริกา ได้รับรางวัลเจแปน ไพรซ์ ในสาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์และเภสัชศาสตร์

          - สาขาทรัพยากร พลังงาน สิ่งแวดล้อม และโครงสร้างพื้นฐานทางสังคม
          ศ.เซอร์ ไบรอัน เจ ฮอสกินส์
          https://cdn.kyodonewsprwire.jp/prwfile/release/M000319/202401155280/_prw_PI4fl_MnpACdsk.jpg
          ศ.จอห์น ไมเคิล วอลเลซ https://cdn.kyodonewsprwire.jp/prwfile/release/M000319/202401155280/_prw_PI3fl_RS9kF6a4.jpg
          - สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์และเภสัชศาสตร์
          ศ.โรนัลด์ เอ็ม อีแวนส์ https://cdn.kyodonewsprwire.jp/prwfile/release/M000319/202401155280/_prw_PI2fl_YIMVuEE8.jpg
          สำหรับรางวัลเจแปน ไพรซ์ ประจำปีนี้ ศ.ฮอสกินส์และศ.วอลเลซได้รับการยกย่องจากผลงานอันโดดเด่น ในการวางรากฐานทางวิทยาศาสตร์เพื่อทำความเข้าใจและพยากรณ์เหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว ส่วนศ.อีแวนส์ได้รับการยกย่องจากผลงานการค้นพบตระกูลตัวรับฮอร์โมนนิวเคลียร์และนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนายา
          สำหรับรางวัลเจแปน ไพรซ์ ปี 2567 ทางมูลนิธิฯ ได้ขอให้นักวิทยาศาสตร์และวิศวกรที่มีชื่อเสียงประมาณ 15,500 คนทั่วโลก ร่วมเสนอชื่อนักวิจัยที่ทำงานอยู่ในสาขาประจำปีนี้ โดยได้รับการเสนอชื่อ 130 รายในสาขาทรัพยากร พลังงาน สิ่งแวดล้อม และโครงสร้างพื้นฐานทางสังคม และได้รับการเสนอชื่อ 198 รายในสาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์และเภสัชศาสตร์ ซึ่งผู้ชนะประจำปีนี้ได้รับเลือกจากผู้ชิงรางวัลรวม 328 ราย
          เกี่ยวกับเจแปน ไพรซ์
          เจแปน ไพรซ์ (Japan Prize) จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2524 โดยได้รับแรงบันดาลใจจากความปรารถนาของรัฐบาลญี่ปุ่นที่ต้องการสร้างสรรค์รางวัลระดับนานาชาติเพื่อสนับสนุนการพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทั่วโลก และด้วยการสนับสนุนจากผู้บริจาคมากมาย ในที่สุดมูลนิธิเจแปน ไพรซ์ ก็ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะรัฐมนตรีในปี 2526
          เจแปน ไพรซ์ เป็นรางวัลที่มอบให้แก่นักวิทยาศาสตร์และวิศวกรจากทั่วโลกที่ประสบความสำเร็จอย่างสร้างสรรค์และน่าทึ่ง ซึ่งช่วยสร้างความก้าวหน้าให้กับสาขาของตนเอง ตลอดจนสร้างคุณูปการอันใหญ่หลวงต่อการส่งเสริมสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองเพื่อมวลมนุษยชาติ โดยนักวิจัยทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทุกสาขาล้วนมีสิทธิ์ได้รับรางวัล ซึ่งในแต่ละปีจะมีการมอบรางวัลสองสาขาโดยพิจารณาจากแนวโน้มการพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในปัจจุบัน โดยหลักการแล้วจะมีผู้ชนะรางวัลสาขาละหนึ่งคน ซึ่งจะได้รับประกาศนียบัตร เหรียญรางวัล และเงินรางวัล นอกจากนี้ สมเด็จพระจักรพรรดิและสมเด็จพระจักรพรรดินี หัวหน้าฝ่ายปกครองของรัฐบาลทั้งสามฝ่าย เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงตัวแทนจากหลากหลายภาคส่วนของสังคม ได้เข้าร่วมพิธีมอบรางวัลในแต่ละครั้งด้วย
          ที่มา: มูลนิธิเจแปน ไพรซ์

ครบรอบ 50 ปี "เฮลโล คิตตี้" จัดงานฉลองยิ่งใหญ่ทั่วโลก จับมือ "ฮาร์เบอร์ ซิตี้" ห้างสรรพสินค้าใหญ่ที่สุดในฮ่องกง จัดอีเวนต์สุดอลังการ

    


    เฮลโล คิตตี้ (Hello Kitty) จัดงานฉลองครบรอบ 50 ปีอย่างมีสไตล์ทั่วทุกมุมโลก รวมถึงในฮ่องกง โดยเฮลโล คิตตี้ ได้จับมือกับห้างสรรพสินค้าฮาร์เบอร์ ซิตี้ (Harbour City Shopping Mall) ในฐานะ "ทูตมิตรภาพนานาชาติ" ของงานฉลองครบรอบ "HELLO KITTY - HAPPY 50 @ Harbour City" ที่จะสร้างความประทับใจไม่รู้ลืม ขอเชิญทุกท่านมาร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดดื่มด่ำในโซนต่าง ๆ รวม 5 โซน พร้อมด้วยนิทรรศการศิลปะ และร้านค้าป๊อปอัป ณ ห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในฮ่องกง ระหว่างวันที่ 25 มกราคม ถึง 25 กุมภาพันธ์นี้

    สำหรับโซนที่ใหญ่ที่สุดคือโซนจัดแสดงศิลปะจัดวางในธีม HELLO KITTY 50th Anniversary "Parade Performance" ที่ออกแบบภายใต้คอนเซปต์ "Apple Wishing Garden" โดยเฮลโล คิตตี้ ได้แปลงร่างเป็นดารุมะแห่งคำอธิษฐานเพื่อส่งคำอวยพรมากมายให้กับทุกคน ในโซนนี้ประกอบด้วยเฮลโล คิตตี้ ในรูปโฉมดารุมะสีแดงสดใส ด้วยความสูงถึง 5 เมตร พร้อมดารุมะขนาดเล็กอีก 8 ตัว ซึ่งสะท้อนถึงความปรารถนาที่แตกต่างกันไป นอกจากนี้ เมื่อผู้มาเยือนเดินข้ามสะพานคล้องกุญแจรัก ก็จะเจอกับซุ้มประตูที่ได้รับแรงบันดาลใจจากบ้านในฝันของเฮลโล คิตตี้

    ขณะเดียวกัน คนรักศิลปะสามารถเยี่ยมชมนิทรรศการศิลปะ "Every Flower Tells a Story" โดยบูลล์ แอนด์ สไตน์ (Bull & Stein) แบรนด์ของตกแต่งบ้านชื่อดังจากเยอรมนี ได้นำเสนอผลงานประติมากรรมเฮลโล คิตตี้ ของกลุ่มช่างฝีมือชั้นนำจากยุโรป ซึ่งใช้สีที่ได้รับสิทธิบัตรจากสวิตเซอร์แลนด์ ขณะที่ศิลปินจากประเทศญี่ปุ่น ฮิซาฮิโระ ฟุคาซาวะ (Hisahiro Fukazawa) ได้มาร่วมนำเสนอคอลเลกชันภาพวาดสีอะคริลิกปิดทองคำ 24 กะรัตที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเฮลโล คิตตี้

    เนื่องจากการเชิดสิงโตเป็นหนึ่งในการแสดงโบราณที่สำคัญของจีนในช่วงเทศกาลและงานเฉลิมฉลองต่าง ๆ ดังนั้น ในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีของเฮลโล คิตตี้ จึงมีโซนจัดแสดงผลงานศิลปะจัดวาง "Hello Kitty Lion Dance Garden" ณ ลานชมวิวโอเชียนเทอร์มินอล (Ocean Terminal Observation Deck) พร้อมฉากหลังเป็นเส้นขอบฟ้าอันงดงามของฮ่องกง โดยเฮลโล คิตตี้ ผู้น่ารัก ยืนตระหง่านอยู่บนเสาสูง สวมหัวสิงโตขนาดใหญ่ และมีกลองใหญ่สี่ใบอยู่เบื้องหลัง เชิญชวนให้ทุกคนมาตีกลองด้วยกันอย่างสนุกสนาน

    นอกจากนี้ แฟนตัวจริงของเฮลโล คิตตี้ ยังสามารถค้นพบขุมทรัพย์สุดน่ารักได้ที่ป๊อปอัปสโตร์สองแห่งในห้าง โดยไฮไลต์อยู่ที่กล่องของขวัญบรรจุคุกกี้และขนมที่เลือกได้ตามใจชอบ และของสะสมวันครบรอบสุดพิเศษ

    @HarbourCity @Sanrio.hk @SanrioHongKong #HarbourCity #HelloKittyHappy50 #HelloKitty #SanrioHK #HelloKitty50 #HelloKitty50thAnniversary #FriendTheFuture #CelebrateTheFuture

    รูปภาพ - https://mma.prnewswire.com/media/2327675/Hello_Kitty_Parade.jpg

รูปภาพ - https://mma.prnewswire.com/media/2327676/Hello_Kitty_Lion_Dance.jpg

รูปภาพ - https://mma.prnewswire.com/media/2327680/Hello_Kitty_Art_Exhibition.jpg   

Hello Kitty celebrates her 50th anniversary worldwide in 2024. In Hong Kong, partners with the Largest Shopping Mall, Harbour City to host mega event with 5 captivating experiential zones.

          Hello Kitty celebrates its 50th anniversary worldwide in style. In Hong Kong, Hello Kitty partners with Harbour City Shopping Mall as the "International Friendship Ambassador" for the unforgettable "HELLO KITTY - HAPPY 50 @ Harbour City" anniversary celebration. Join us at the largest shopping mall in town from 25 January to 25 February for an unique experience at the 5 captivating experiential zones, art exhibition and pop up stores throughout the mall!
          The largest zone is the HELLO KITTY 50th Anniversary "Parade Performance" Themed Installation designed with the concept of an "Apple Wishing Garden", where Hello Kitty transforms into a Daruma of wishes, hoping to send different blessings to everyone. The garden features a 5-meter-tall red Hello Kitty Daruma and eight smaller Darumas representing different wishes. As visitors cross the love lock bridge, they are greeted by an archway inspired by Hello Kitty's Dream House!
          Art lovers can visit "Every Flower Tells a Story" Art Exhibition. Bull & Stein, a renowned German home decor brand, creates a series of collectible Hello Kitty art sculptures handcrafted by top European artisans using Swiss-patented pigments. Another featured artist is Hisahiro Fukazawa from Japan, presenting a collection of Hello Kitty-inspired exquisite 24 Karat Gold Acrylic Paintings.
          Lion dance is one of the important Chinese traditional performances that locals would see during festivals and celebrations. To celebrate Hello Kitty's 50th Anniversary, "Hello Kitty Lion Dance Garden" is set at the Ocean Terminal Observation Deck with spectacular Hong Kong skyline. An adorable Hello Kitty is stepping on a high pole, accompanied by a large lion head and four big drums behind her, inviting everyone to join in the drumming excitement.
          Fans of Hello Kitty can also discover a world of adorable treasures at the two pop-up stores, including customizable candy cookie gift boxes and exclusive anniversary collectibles.
          @HarbourCity @Sanrio.hk @SanrioHongKong #HarbourCity #HelloKittyHappy50 #HelloKitty #SanrioHK #HelloKitty50 #HelloKitty50thAnniversary #FriendTheFuture #CelebrateTheFuture
          Photo - https://mma.prnewswire.com/media/2327675/Hello_Kitty_Parade.jpg
Photo - https://mma.prnewswire.com/media/2327676/Hello_Kitty_Lion_Dance.jpg
Photo - https://mma.prnewswire.com/media/2327680/Hello_Kitty_Art_Exhibition.jpg

โบรกเกอร์ระดับโลก FBS ชี้ตลาดหุ้นสหรัฐทำผลงานทุบสถิติใหม่ในช่วงต้นปีนี้ เปิดโอกาสอันดีให้นักลงทุนได้ตักตวง



          FBS โบรกเกอร์ชั้นนำระดับโลก ขอเน้นย้ำโอกาสใหม่ ๆ สำหรับนักลงทุนเมื่อตลาดหุ้นสหรัฐทำสถิติใหม่เป็นประวัติการณ์ในช่วงต้นปี 2567 โดยหลังจากที่หุ้นสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นส่งท้ายปี 2566 แล้ว ประเด็นในเรื่องอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น การชะลอตัวของเศรษฐกิจ และเงินเฟ้อที่ร้อนแรง ก็กลายเป็นสิ่งที่คนมีความกังวลลดลง ทำให้วงการเทรดในไตรมาสแรกของปีนี้มีแนวโน้มสดใสน่าจับตาอย่างมาก
          นักวิเคราะห์ตลาดเงินของ FBS เปิดเผยว่า การที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง ส่งผลให้ดัชนีแนสแด็ก คอมโพสิต (Nasdaq Composite) ทำผลงานรวมทั้งปีได้อย่างโดดเด่นที่สุดนับตั้งแต่ปี 2552 ซึ่งทำให้ภาคส่วนตลาดหุ้นสายเทคโนโลยีนี้มีความร้อนแรงมากขึ้น ซึ่งในเดือนมกราคม 2567 นั้น ดัชนีแนสแด็ก คอมโพสิต, เอสแอนด์พี 500 (S&P 500) และดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average) ล้วนปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
          ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ ปัจจัยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ย ความเสี่ยงในการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย และตัวเลขผลประกอบการของบริษัทต่าง ๆ จะยังคงเข้ามากำหนดทิศทางของตลาดเงินในปี 2567 โดยมีปัจจัยและเหตุการณ์ต่าง ๆ มากมายที่ทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐส่งสัญญาณขาขึ้นอย่างเด่นชัดเป็นพิเศษ เช่น
  • ราคาพลังงานปรับตัวลดลง ขณะที่เงินเฟ้อส่งสัญญาณลดความร้อนแรง
  • เมื่อดัชนีราคาจากรายจ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ยังคงอยู่เหนือเป้าหมายระยะยาวของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ทางเฟดจึงได้มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 5.25-5.50% ซึ่งก่อให้เกิดการคาดการณ์ว่าเฟดจะดำเนินการอย่างไรต่อไป รวมถึงการปรับลดดอกเบี้ยด้วย
  • แบบจำลองโอกาสในการเกิดภาวะถดถอยของธนาคารกลางสหรัฐ สาขานิวยอร์ก คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจสหรัฐมีโอกาสอยู่ 51.8% ในการเกิดภาวะถดถอยภายใน 12 เดือนข้างหน้า ซึ่งทำให้เทรดเดอร์เกิดความกังวล
  • ธุรกิจองค์กรหลายแห่งได้เริ่มรายงานผลประกอบการประจำไตรมาส 4 ปี 2566 กันไปแล้วในเดือนมกราคม 2567 ซึ่งตลาดคาดการณ์ว่าผลประกอบการจะเติบโตในระดับปานกลาง โดยคาดกันว่าบริษัทในดัชนีเอสแอนด์พี 500 จะมีกำไรเพิ่มขึ้น 2.4% ส่วนรายได้น่าจะเพิ่มขึ้น 3.1%
  • นักวิเคราะห์ของ FBS คาดการณ์ว่า บริษัทในดัชนีเอสแอนด์พี 500 น่าจะมีกำไรรวมทั้งปีเพิ่มขึ้น 11.5% ในปี 2567 อย่างไรก็ดี แนวโน้มที่สดใสนี้แตกต่างกันไปในแต่ละภาคส่วน โดยหุ้นบริษัทพลังงานและบริการด้านการสื่อสารมีแนวโน้มดีกว่าภาคส่วนอื่น ๆ ส่วนหุ้นในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นมักมีอัตรา "ซื้อ" ที่น้อยกว่ากลุ่มอื่น ๆ อยู่แล้ว

          สำหรับอนาคตข้างหน้านั้น นักวิเคราะห์ของ FBS ขอให้เทรดเดอร์พิจารณากลยุทธ์การลงทุนอย่างรอบคอบ โดยเน้นสร้างพอร์ตการลงทุนให้สมดุลและหลากหลาย และให้ความสำคัญกับบริษัทที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง ก่อนตัดสินใจเทรดใด ๆ ควรพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ อย่างอดทนและระมัดระวัง และขอให้เฝ้าติดตามการดำเนินการของธนาคารกลางสหรัฐและสถานการณ์ทางภูมิศาสตร์การเมืองอย่างใกล้ชิด โดยนักลงทุนไม่ควรตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในระยะสั้นมากเกินไป
          ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการของ FBS ได้ที่ www.fbs.com 
          ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหานี้มิได้มีเจตนาที่จะชี้นำ ชี้แนะ หรือให้คำแนะนำในการซื้อขายใด ๆ ทั้งสิ้น และมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเพียงเท่านั้น
          เกี่ยวกับ FBS
          FBS เป็นโบรกเกอร์ระดับโลกที่ได้รับใบอนุญาตซึ่งมีประสบการณ์มากกว่า 14 ปี และได้รับรางวัลระดับสากลมากกว่า 90 รางวัล FBS กำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่องในฐานะที่เป็นหนึ่งในโบรกเกอร์ที่ได้รับความไว้วางใจมากที่สุดในตลาด โดยมีเทรดเดอร์มากกว่า 27,000,000 ราย และพาร์ตเนอร์มากกว่า 500,000 รายทั่วโลก ปริมาณการซื้อขายต่อปีของลูกค้า FBS นั้นมีมากกว่า $8.9 ล้านล้าน นอกจากนี้ FBS ยังเป็นหุ้นส่วนอย่างเป็นทางการของสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ซิตี้อีกด้วย
          รูปภาพ - https://mma.prnewswire.com/media/2324605/FBS.jpg

Friday, January 26, 2024

BingX Wins TradingView Best Crypto Exchange 2023

BingX, a global leading crypto exchange, has been awarded Best Crypto Broker/Exchange for three consecutive years at the 2023 TradingView Broker Awards, scoring an impressive 4.9 out of 5. This accolade reflects the opinions and reviews of TradingView's user base, supplemented by TradingView's analysis of various aspects such as user engagement, performance metrics, and platform reliability.

TradingView, a widely recognized market analysis tool, offers sophisticated financial visualization resources and detailed market insights. It serves a global community of over 50 million traders and investors monthly, providing a platform for market opportunity identification. The TradingView Broker Awards are a competitive arena for leading financial service providers to demonstrate their brokerage prowess on a global scale. BingX's exceptional performance over the past year has earned them this distinguished recognition from TradingView.

Throughout 2023, BingX celebrated pivotal milestones in technological innovation, rebranding initiatives, and strategic partnerships, garnering increased recognition in the global TradingView community. The completion of a transformative rebranding initiative underscores BingX's commitment to providing a secure platform enriched with innovative tools. Notable product launches include BingX Wealth for asset management and groundbreaking features such as zero-slippage in futures trading. The icing on the cake was BingX's collaboration with Chelsea Football Club. All of these result in its remarkable growth — a doubling of the user base from 5 million to 10 million.

Vivien Lin, Chief Product Officer at BingX, expressed gratitude, stating, "We are immensely thankful to our users and the TradingView community for their steadfast support, which has been instrumental in BingX securing this prestigious award for the third year. This honor reaffirms the trust our users place in us. We are committed to empowering our users, helping them surpass their trading goals. This award not only acknowledges our past achievements but also inspires our future innovations aimed at providing an unmatched trading experience. We are dedicated to breaking new ground and setting higher standards in the industry."

About BingX

Founded in 2018, BingX is a leading cryptocurrency exchange serving over 10 million users worldwide. BingX offers diversified products and services, including spot, derivatives, copy trading, and asset management - all designed for the evolving needs of users, from beginners to professionals. BingX is committed to providing a trustworthy and transparent platform that empowers users with innovative tools and features to elevate their trading proficiency.

Photo - https://mma.prnewswire.com/media/2326861/TradingView_1920x1080.jpg 

Thursday, January 25, 2024

Crescendo Lab ยกระดับความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลให้แก่บริษัทกว่า 500 แห่งทั่วโลก ด้วยมาตรฐาน ISO 27001


          ในปัจจุบัน หลายบริษัทและองค์กรได้เริ่มปรับเปลี่ยนให้การดำเนินงานสอดรับกับแนวทางในยุคดิจิทัลมากขึ้น การคำนึงถึงความปลอดภัยของข้อมูลจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อองค์กรในการเลือกใช้โซลูชัน หรือเชื่อมต่อข้อมูลกับเครื่องมือ MarTech ต่าง ๆ

          Crescendo Lab ผู้ให้บริการชั้นนำระดับโลกด้านโซลูชัน Omichannel Martech และ Salestech ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการตลาดและการขาย เปิดเผยว่า ทางบริษัทฯ ได้รับใบรับรองมาตรฐาน ISO 27001 สำหรับการจัดการความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศ (ISMS) ซึ่งช่วยเพิ่มความมั่นคงปลอดภัยให้กับสินทรัพย์ดิจิทัลและข้อมูลลูกค้า
          Crescendo Lab ใช้เทคโนโลยีและข้อมูลเพื่อยกระดับการตลาด การบริการลูกค้า และการขาย ให้แก่บริษัทต่าง ๆ โดยมี MAAC และ CAAC เป็นผลิตภัณฑ์เรือธงของบริษัทฯ ที่เป็นแรงขับเคลื่อนและช่วยให้หลายแบรนด์ดังดูแลจัดการบัญชีทางการ LINE (LINE Official Account) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
          ด้วยเวลาเพียง 6 ปีหลังก่อตั้งที่ไต้หวัน Crescendo Lab เติบโตอย่างรวดเร็วและขยายสู่ตลาดประเทศไทยและญี่ปุ่น และได้ผ่านการรับรองมาตรฐานระดับนานาชาติ ISO 27001 ด้านการจัดการความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศ ทำให้สามารถให้บริการโซลูชันทางดิจิทัลได้อย่างปลอดภัยอีกขั้น โดยได้รับความไว้วางใจให้ดูแลข้อมูลจากลูกค้ามากกว่า 500 แบรนด์ทั่วโลก ซึ่งถือเป็นมาตรฐานที่ช่วยการันตีและรับประกันการรักษาความลับของข้อมูล ความมั่นคงปลอดภัย และความพร้อมในการเข้าถึงข้อมูลภายในองค์กร
          ISO 27001 เป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกสำหรับระบบการจัดการความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศ (ISMS) โดยมีข้อกำหนดให้มีการตรวจสอบความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของข้อมูลอย่างเป็นระบบ รวมถึงการจัดทำ การนำไปใช้ และการรักษามาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมดิจิทัลที่ปลอดภัยให้แก่ลูกค้าและพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ
          Crescendo Lab ในฐานะผู้ให้บริการ SaaS "B2B2C" ให้ความสำคัญกับการรวบรวมและจัดการข้อมูลผู้บริโภคของลูกค้า เพื่อให้เกิดประโยชน์ในเชิงธุรกิจกับลูกค้า ในขณะเดียวกันยังมุ่งมั่นที่จะป้องกันข้อมูลของผู้บริโภคและลูกค้าให้มีความปลอดภัยอย่างครอบคลุมท่ามกลางระบบนิเวศดิจิทัลที่ซับซ้อนมากขึ้นทุกวัน
          Crescendo Lab ได้จัดตั้งทีมดูแลจัดการความปลอดภัยของข้อมูล เพื่อสร้างมาตรการความปลอดภัยของข้อมูลทั้งในระดับแอปพลิเคชัน ระดับข้อมูล และระดับเครือข่าย โดยเฉพาะในการส่งและการจัดเก็บข้อมูลระดับเครือข่ายนั้น ทาง Crescendo Lab เลือกใช้มาตรฐานการเข้ารหัสในระดับเดียวกันกับการเข้ารหัสของสถาบันการเงินและธนาคาร และยังมีกลไกสำรองและกู้คืนข้อมูลอย่างครบวงจร ทีมงานของเราได้ทุ่มเทเพื่อยกระดับบริการด้วยมาตรฐานความปลอดภัยของข้อมูลสากล ISO 27001 อีกทั้งยังมุ่งมั่นที่จะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กร ป้องกันไม่ให้ความลับทางธุรกิจรั่วไหล รวมถึงมาตรการตรวจสอบขั้นตอนการรวบรวม ใช้งาน และจัดเก็บข้อมูลของลูกค้าเป็นไปตามกฎระเบียบปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง
          บริษัทฯ ยังมีความตั้งใจที่จะปรับปรุงประสิทธิภาพของโซลูชันและทำให้การส่งข้อความมีความเสถียรสูงถึง 99.9% จากข้อได้เปรียบอันโดดเด่น Crescendo Lab จึงได้กลายเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจที่ได้รับความไว้วางใจสำหรับหลายองค์กรในอุตสาหกรรม MarTech อย่างต่อเนื่อง
          เกี่ยวกับ Crescendo Lab
          Crescendo Lab ก่อตั้งขึ้นใน พ.ศ. 2560 โดยได้ทุ่มเทให้กับการพัฒนาและใช้เทคโนโลยีสำหรับการตลาด MarTech เราเชื่อมั่นว่าเทคโนโลยีและดาต้าสามารถเพิ่มมูลค่าให้การสื่อสาร เป็นตัวช่วยให้แก่บริษัทและแบรนด์ในยุคของการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล (Digital Transformation) และการกำหนดเป้าหมายทางการตลาด รวมถึงมอบประสบการณ์เหนือชั้นให้แก่ลูกค้า จากการเชื่อมต่อ AI และการตลาดอัตโนมัติเข้าด้วยกัน Crescendo Lab ได้สร้างโปรดักต์ขึ้นมา 2 รายการ ได้แก่ MAAC (Messaging Analytics Automation Cloud) แพลตฟอร์มเพิ่มประสิทธิภาพทางการตลาด และ CAAC (Conversation Analytics Automation Cloud) แพลตฟอร์มสำหรับการสนทนาและการโต้ตอบ แพลตฟอร์มดังกล่าวได้รับการยอมรับในบัญชีทางการ LINE  (LINE Official Accounts) นอกจากนั้นยังขยายการใช้งานไปสู่การส่งข้อความ SMS อีกด้วย Crescendo Lab ได้นำเสนอ 3 โซลูชันหลักสำหรับการทำการตลาด การบริการลูกค้า และการขาย ข้ามช่องทางที่หลากหลาย อีกทั้งเรายังได้รับเลือกให้เป็น LINE Gold Level Technology Partner ในไต้หวันต่อเนื่องหลายปี Crescendo Lab ดำเนินธุรกิจในตลาดไต้หวัน ญี่ปุ่น และไทย โดยให้บริการในอุตสาหกรรมต่าง ๆ มากมาย เช่น อีคอมเมิร์ซ การค้าปลีก สื่อ ยานยนต์ การดูแลสุขภาพ บริการอาหาร การเงิน รัฐบาล ฯลฯ จนถึงปัจจุบันนี้ เราได้ให้บริการแก่ลูกค้ามากกว่า 500 แบรนด์ ยกตัวอย่างเช่น IKEA, Rakuten Market, PChome, Starbucks, H&M, GAP, adidas ฯลฯ
  • เว็บไซต์ทางการ: https://www.cresclab.com/th  

Crescendo Lab Achieves ISO 27001 Certification, Elevating Data Security for 500+ Companies Globally

    


    Companies are increasingly transitioning to digital operations. When selecting and integrating MarTech solutions, the focus on information security has also grown significantly. Crescendo Lab, the leading global provider of all-in-one conversational commerce solutions, has announced the attainment of ISO 27001 certification for its Information Security Management System (ISMS), offering more robust protection for digital assets and customer data.

    Crescendo Lab uses technology and data to assist companies in enhancing their marketing, customer service, and sales operations. Its products MAAC and CAAC are the driving force behind many well-known brands operating LINE official accounts. 6 years after its establishment, the company has rapidly expanded to Thailand and Japan and has now achieved the international information security verification standard ISO 27001. This allows it to provide secure digital solutions to over 500 corporate customers worldwide, ensuring the confidentiality, integrity, and availability of corporate information.

    ISO 27001 is the globally recognized standard for information security management systems (ISMS). It mandates a systematic examination of information security risks, and the establishment, implementation, and maintenance of security measures to ensure a safe and secure digital environment for customers and partners. Crescendo Lab, as a "B2B2C" SaaS provider, prioritizes the integration and application of customer data in product development, while also aiming to comprehensively protect enterprise and customer information security in an increasingly complex digital ecosystem.

    Crescendo Lab has established an information security management team to create measures for the application layer, data layer, and network layer. Bank-level encryption standards are used for data transmission and storage, and a complete backup and recovery mechanism is in place. The team is working to achieve the ISO 27001 international information security standard to enhance enterprise competitiveness, prevent confidential business information from being leaked, and ensure compliance with relevant regulations when collecting, using, and storing customer information.

    Additionally, efforts are being made to improve product efficacy and achieve 99.9% message-sending stability. With its significant advantages, Crescendo Lab has become a highly trusted business partner for enterprises in the MarTech industry.

    About Crescendo Lab

    Crescendo Lab was founded in 2017 and is dedicated to the advancement and implementation of MarTech marketing technology and SalesTech sales technology. It's convinced that technology and data can enhance the value of communication, assist companies and brands create complete customer journeys, and establish a digital ecosystem.

    Through the integration of AI and marketing automation, Crescendo Lab has created 2 main products: a comprehensive marketing platform, MAAC (Messaging Analytics Automation Cloud), and a conversation and interaction platform, CAAC (Conversation Analytics Automation Cloud), and the data is integrated through CDH (Customer Data Hub). It has established a strong presence in LINE Official Accounts and expanded to SMS text messages, Facebook Messenger, and Instagram Direct. Crescendo Lab offers an all-in-one solution for marketing, customer service, and sales across multiple channels, and has been recognized as a LINE Gold Level Technology Partner in Taiwan for several years in a row.

    Crescendo Labs operates in the Taiwan, Japan, and Thailand markets, serving a wide range of industries including e-commerce, retail, media, automotive, healthcare, food service, finance, government, and more. To date, we have served over 500 brands, including IKEA, Rakuten Market, PChome, Starbucks, H&M, GAP, adidas, and others.

  • English official website: https://www.cresclab.com/en

    Photo - https://mma.prnewswire.com/media/2326015/ISO_27001_group_photo.jpg

Navigating the Automotive Digital Highway: Yana Automotive Solution, Powered by Local Partnerships and Microsoft AI Integration

Technosoft Automotive, a leading provider of cutting-edge automotive solutions, is thrilled to announce the launch of its new local websites and initiate dynamic local marketing campaigns in collaboration with Microsoft AI technology. The innovative Yana Automotive Solution, integrated with Microsoft AI, aims to revolutionize dealership operations, providing an advanced and streamlined experience for dealers and customers.

The newly unveiled website showcases Yana's commitment to delivering state-of-the-art technology to the automotive sector. The user-friendly interface provides easy navigation for visitors to explore the features and benefits of Yana's comprehensive solution, emphasizing its integration with Microsoft AI technology.

To kickstart the Yana launch in Thailand and Vietnam, Technosoft Automotive has joined forces with two prominent local partners, Yokogawa Votiva Solutions and ABeam Consulting, who have expressed their enthusiasm and support for this groundbreaking initiative.

Dinh Tien Dung, the General Director at Yokogawa Votiva Solutions, has expressed his excitement about collaborating with Technosoft Automotive. He stated they are thrilled to work together and are committed to delivering an exceptional Yana Automotive Solution (Microsoft Dynamics 365 CRM-based solution) natively integrated with Dynamics 365 Finance and Operations at the back office. With almost two decades of experience in the Southeast Asian region, Yokogawa Votiva Solutions Group has extensive knowledge of local accounting practices, regulations, and cultures beyond Vietnam and Thailand. This knowledge makes them well-positioned to provide locally compliant solutions tailored to different business needs. This collaboration is a powerful alliance for enterprises seeking excellence in the dynamic landscape of Southeast Asia.

"The partnership between ABeam Consulting and Technosoft Automotive is a strong collaboration that brings together extensive industry expertise to aid the strategic navigation of digital transformation in the automotive sector in Vietnam and the wider region," said Mr. Ryohei Oda, Managing Director of ABeam Consulting Vietnam. He emphasized that Yana Automotive Solution is not just a new product launch, but it represents a significant value creation and a competitive advantage for automotive players in the rapidly expanding markets of Thailand and Vietnam. This partnership showcases their commitment to excellence and innovation in the region's ever-changing automotive industry.

Following this successful local website launch, Technosoft Automotive is thrilled to roll out dynamic joint marketing campaigns, including events, digital outreach, and collaborative efforts with partners, spotlighting Yana's transformative benefits for local businesses. Explore Yana's groundbreaking features, aiming to revolutionize dealership operations and optimize business processes among vehicle owners, OEMs, and dealers. For an in-depth exploration and firsthand experience, visit https://technosoftautomotive.com/th-th/ and https://technosoftautomotive.com/vi-vn/.

About Yana Automotive Solution:

Yana Automotive Solution is a leading cloud-based platform designed for automotive enterprises. This comprehensive National Sales Company (NSC) service suite goes beyond the conventional Dealer Management System (DMS), focusing on digital marketing, finance, and supply chain functionalities. It aims to improve communication between Original Equipment Manufacturers (OEMs) and dealers, resulting in an enhanced Customer Experience (CX) and improved operational efficiency across the automotive ecosystem.

For media inquiries, please contact:
Marketing 
th.marketing@technosoftautomotive.com  
vn.marketing@technosoftautomotive.com 

ยานา ออโตโมทีฟ โซลูชั่น ใช้ขุมพลังของไมโครซอฟท์ เอไอ ช่วยธุรกิจยานยนต์เปลี่ยนไปใช้ระบบดิจิทัลอย่างราบรื่น

บริษัท เทคโนซอฟท์ ออโตโมทีฟ (Technosoft Automotive) ผู้ให้บริการโซลูชั่นยานยนต์ล้ำสมัย มีความยินดีที่จะประกาศเปิดตัวเว็บไซต์ใหม่ในภาษาไทยและแคมเปญการตลาดระดับท้องถิ่น เพื่อนำเสนอ ยานา ออโตโมทีฟ โซลูชั่น (Yana Automotive Solution) แพลตฟอร์มครบวงจรที่บูรณาการเข้ากับเทคโนโลยีไมโครซอฟท์ เอไอ (Microsoft AI) ซึ่งจะเข้ามาปฏิวัติการดำเนินงานของตัวแทนจำหน่ายยานยนต์ เพื่อมอบประสบการณ์ที่คล่องตัวและก้าวล้ำให้แก่ตัวแทนจำหน่ายและลูกค้า

เว็บไซต์ที่เพิ่งเปิดตัวใหม่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเทคโนซอฟท์ ออโตโมทีฟ ในการนำเสนอเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยให้แก่อุตสาหกรรมยานยนต์ โดยอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่ายช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์สามารถสำรวจคุณสมบัติและคุณประโยชน์ของโซลูชั่นอันครอบคลุมของยานา ซึ่งมุ่งเน้นในส่วนของการบูรณาการเข้ากับเทคโนโลยีไมโครซอฟท์ เอไอ

เพื่อเป็นการเปิดตัวแพลตฟอร์มยานา ออโตโมทีฟ โซลูชั่น ในประเทศไทยและเวียดนาม บริษัท เทคโนซอฟท์ ออโตโมทีฟ ได้ผนึกกำลังกับพันธมิตรในท้องถิ่นที่มีชื่อเสียงสองราย ได้แก่ โยโกกาวา โวติว่า โซลูชั่นส์ (Yokogawa Votiva Solutions) และ เอบีม คอนซัลติ้ง (ABeam Consulting) ซึ่งแสดงความกระตือรือร้นในการสนับสนุนความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญนี้

คุณดิ่นห์ เตียน หยุง (Dinh Tien Dung) ผู้อำนวยการทั่วไปบริษัท โยโกกาวา โวติว่า โซลูชั่นส์ แสดงความตื่นเต้นที่ได้ร่วมงานกับเทคโนซอฟท์ ออโตโมทีฟ โดยกล่าวว่ายินดีที่ได้ทำงานร่วมกัน และมุ่งมั่นที่จะนำเสนอยานา ออโตโมทีฟ โซลูชั่น ซึ่งเป็นโซลูชั่นที่ใช้ระบบการจัดการความสัมพันธ์ลูกค้า (CRM) ไมโครซอฟท์ ไดนามิกส์ 365 (Microsoft Dynamics 365) และบูรณาการเข้ากับแอปไดนามิกส์ 365 ไฟแนนซ์ แอนด์ โอเปอเรชันส์ (Dynamics 365 Finance and Operations) สำหรับงาน Back office ทั้งนี้ ด้วยประสบการณ์ยาวนานเกือบสองทศวรรษในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โยโกกาวา โวติว่า โซลูชั่นส์ กรุ๊ป จึงมีความรู้กว้างขวางเกี่ยวกับแนวปฏิบัติทางการบัญชี กฎระเบียบ และวัฒนธรรมท้องถิ่นทั้งในเวียดนามและไทย ทำให้บริษัทมีความพร้อมในการจัดหาโซลูชั่นที่สอดคล้องกับท้องถิ่นและสามารถตอบสนองความต้องการทางธุรกิจที่แตกต่างกันไป ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นพันธมิตรที่ทรงพลังสำหรับองค์กรต่าง ๆ ที่กำลังแสวงหาความเป็นเลิศท่ามกลางภูมิทัศน์ที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

คุณเรียวเฮ โอดะ (Ryohei Oda) กรรมการผู้จัดการบริษัท เอบีม คอนซัลติ้ง เวียดนาม กล่าวว่า "การผนึกกำลังระหว่างเอบีม คอนซัลติ้ง กับ เทคโนซอฟท์ ออโตโมทีฟ ถือเป็นความร่วมมืออันแข็งแกร่งเพื่อนำความเชี่ยวชาญที่ครอบคลุมในอุตสาหกรรมมาช่วยนำทางธุรกิจยานยนต์ในการเปลี่ยนไปใช้ระบบดิจิทัล ทั้งในเวียดนามและทั่วภูมิภาค" พร้อมกับเน้นย้ำว่าการนำเสนอยานา ออโตโมทีฟ โซลูชั่น ไม่ใช่แค่การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างคุณค่าอย่างมีนัยสำคัญและสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันให้กับผู้ประกอบธุรกิจในตลาดยานยนต์ของไทยและเวียดนามที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว ความร่วมมือครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศและนวัตกรรมในอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับภูมิภาคที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

หลังจากประสบความสำเร็จในการเปิดตัวเว็บไซต์ท้องถิ่นแล้ว เทคโนซอฟท์ ออโตโมทีฟ ก็ได้เปิดตัวแคมเปญการตลาดร่วมกับพันธมิตร ซึ่งครอบคลุมถึงการจัดกิจกรรมต่าง ๆ การตลาดผ่านช่องทางดิจิทัล และการทำงานร่วมกับพันธมิตร เพื่อเน้นย้ำถึงประโยชน์ของยานา ออโตโมทีฟ โซลูชั่น ที่มีต่อผู้ประกอบธุรกิจในท้องถิ่น ตลอดจนสำรวจคุณสมบัติที่ก้าวล้ำของยานา ออโตโมทีฟ โซลูชั่น ซึ่งมีเป้าหมายที่จะปฏิวัติการดำเนินงานของตัวแทนจำหน่าย ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทางธุรกิจสำหรับเจ้าของรถยนต์ บริษัท OEM และตัวแทนจำหน่าย สามารถสำรวจข้อมูลเชิงลึกและสัมผัสประสบการณ์ตรงได้ที่เว็บไซต์ https://technosoftautomotive.com/th-th/ และ https://technosoftautomotive.com/vi-vn/

เกี่ยวกับยานา ออโตโมทีฟ โซลูชั่น

ยานา ออโตโมทีฟ โซลูชั่น (Yana Automotive Solution) คือแพลตฟอร์มบนระบบคลาวด์ชั้นนำที่ออกแบบมาเพื่อธุรกิจยานยนต์โดยเฉพาะ โซลูชั่นยานยนต์ที่ครบวงจรสำหรับตัวแทนจำหน่ายนี้พัฒนาไปไกลกว่าระบบการจัดการตัวแทนจำหน่ายทั่วไป เพราะมุ่งเน้นไปที่การตลาดดิจิทัล การเงิน และห่วงโซ่อุปทาน โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงการสื่อสารระหว่างผู้รับจ้างผลิต (OEM) กับตัวแทนจำหน่าย ซึ่งนำไปสู่การยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานทั่วทั้งระบบนิเวศยานยนต์

สื่อมวลชนกรุณาติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่
ฝ่ายการตลาด
th.marketing@technosoftautomotive.com

vn.marketing@technosoftautomotive.com   

Wednesday, January 24, 2024

Vantage revamps Indices product offering for 2024, making it one of the most competitive in the industry



          Award-winning multi-asset broker Vantage (or Vantage Markets), has revamped its CFD products on indices to enhance cost-effectiveness for CFD traders.
          As part of its revamp, Vantage will be introducing a broader range of indices to its product lineup, starting with the Straits Times Index (STI) and the Taiwan Stock Exchange Index (TWSE). Both indices are popularly traded instruments that are also representative of their respective stock exchanges.
          Vantage's Indices CFDs have been very well received, owing to its key competitive advantages, but now, traders stand to enjoy even greater benefits.
  1. High Leverage up to 500:1: Empowering traders with flexibility, Vantage allows its clients to amplify their trading potential with high leverage, enabling control over larger positions with a smaller capital investment.
  2. Tighter spreads: With a competitive and transparent pricing structure, Vantage allows retail traders to enjoy some of the lowest spreads in the market, potentially reducing their trading costs by as much as 15%.  Additionally, Vantage offers exceptionally competitive rebates for Introducing Brokers (IBs).
  3. Wide Range of Markets: Beyond providing CFD products on indices from US, Hong Kong and Europe, Vantage's CFD products offering also allows traders to explore opportunities in other instruments with a single account, to accommodate more trading and risk management strategies.
  4. Negative Balance Protection : Vantage is committed to help traders protect against losses exceeding their deposited funds account balance, when they trade under normal market trading conditions.

          "At Vantage, our commitment to excellence has been unwavering," says Marc Despallieres, Chief Strategy & Trading Officer, Vantage. "The expansion of our CFD products offering on indices reinforces our dedication to providing traders with a reliable and comprehensive trading experience that sets us apart from the competition."
          For more information about Vantage's CFD products offering on indices , please visit https://www.vantagemarkets.com/trading/markets/indices-trading/  
          About Vantage
          Vantage (or Vantage Markets) is a multi-asset broker offering clients access to a nimble and powerful service for trading Contract for Differences (CFDs) products, including Forex, Commodities, Indices, Shares, ETFs, and Bonds.
          With over 13 years of market experience, Vantage transcends the role of broker, providing a trusted trading ecosystem, an award-winning mobile trading app, and a user-friendly trading platform that empowers clients to seize trading opportunities. Download the Vantage App on App Store or Google Play.
          trade smarter @vantage
http://www.vantagemarkets.com/

          Photo - https://mma.prnewswire.com/media/2324686/Vantage.jpg

แวนเทจ ยกระดับการนำเสนอผลิตภัณฑ์ดัชนีในปี 2567 ก้าวขึ้นเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม

 

แวนเทจ (Vantage) หรือ แวนเทจ มาร์เก็ตส์ (Vantage Markets) โบรกเกอร์ผู้ให้บริการซื้อขายสินทรัพย์หลากหลายประเภทที่คว้ารางวัลมาแล้วมากมาย ได้ยกระดับการนำเสนอผลิตภัณฑ์ CFD ของดัชนีต่าง ๆ เพื่อมอบความคุ้มค่ามากขึ้นให้แก่เทรดเดอร์ CFD

สำหรับการปรับปรุงบริการในครั้งนี้ แวนเทจจะนำเสนอดัชนีที่หลากหลายมากขึ้น โดยเริ่มจากดัชนีสเตรทส์ไทมส์ (Straits Times Index หรือ STI) และดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไต้หวัน (Taiwan Stock Exchange Index หรือ TWSE) ซึ่งเป็นตัวแทนของตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์และไต้หวันตามลำดับ โดยทั้งสองดัชนีเป็นตราสารที่มีการซื้อขายกันอย่างแพร่หลาย

CFD ของดัชนีที่แวนเทจนำเสนอได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีเสมอมา เนื่องจากมีความสามารถในการแข่งขันสูง และตอนนี้เทรดเดอร์จะได้รับสิทธิประโยชน์มากยิ่งขึ้น ดังนี้

  1. เลเวอเรจสูงถึง 500:1: เสริมศักยภาพให้เทรดเดอร์ด้วยความยืดหยุ่น โดยแวนเทจเปิดโอกาสให้ลูกค้าเพิ่มศักยภาพการเทรดด้วยเลเวอเรจในระดับสูง ทำให้สามารถลงทุนได้ครอบคลุมมากขึ้นโดยใช้เงินลงทุนน้อยลง
  2. สเปรดที่แคบกว่า: ด้วยโครงสร้างราคาที่แข่งขันได้และโปร่งใส แวนเทจช่วยให้เทรดเดอร์เพลิดเพลินไปกับค่าสเปรดที่ต่ำที่สุดในตลาด ซึ่งช่วยลดต้นทุนการเทรดได้มากถึง 15% นอกจากนี้ แวนเทจยังจ่ายรีเบตเงินคืนสูงเป็นพิเศษสำหรับผู้แนะนำโบรกเกอร์ (IB) อีกด้วย
  3. ตลาดที่หลากหลาย: นอกเหนือจากการนำเสนอผลิตภัณฑ์ CFD ของดัชนีจากสหรัฐอเมริกา ฮ่องกง และยุโรปแล้ว ผลิตภัณฑ์ CFD ของแวนเทจยังเปิดโอกาสให้เทรดเดอร์ได้สำรวจการลงทุนในตราสารอื่น ๆ ด้วยบัญชีเดียว รองรับกลยุทธ์การเทรดและการบริหารความเสี่ยงมากขึ้น
  4. การป้องกันยอดคงเหลือติดลบ: แวนเทจมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือเทรดเดอร์ในการป้องกันการขาดทุนเกินยอดคงเหลือในบัญชีเงินฝาก เมื่อเทรดภายใต้เงื่อนไขการเทรดในตลาดปกติ

"สำหรับแวนเทจนั้น ความมุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศไม่เคยเปลี่ยนแปลง" คุณมาร์ก เดส์ปาลลิแยร์ (Marc Despallieres) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์และการเทรดของแวนเทจ กล่าว "การขยายผลิตภัณฑ์ CFD ของดัชนีเป็นการตอกย้ำความทุ่มเทของเราในการมอบประสบการณ์การเทรดที่เชื่อถือได้และครอบคลุมให้แก่เทรดเดอร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีความโดดเด่นเหนือคู่แข่ง"

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ CFD ของดัชนีที่แวนเทจนำเสนอได้ที่ https://www.vantagemarkets.com/trading/markets/indices-trading/

เกี่ยวกับแวนเทจ

แวนเทจ (Vantage) หรือ แวนเทจ มาร์เก็ตส์ (Vantage Markets) เป็นโบรกเกอร์ผู้ให้บริการซื้อขายสินทรัพย์หลากหลายประเภท โดยเปิดโอกาสให้ลูกค้าเข้าถึงบริการที่ว่องไวและทรงพลังในการเทรดสัญญาซื้อขายส่วนต่าง (CFD) ของฟอเร็กซ์, สินค้าโภคภัณฑ์, ดัชนี, หุ้น, กองทุน ETF และพันธบัตร

แวนเทจสั่งสมประสบการณ์ในตลาดมานานกว่า 13 ปี และมีบทบาทมากกว่าแค่โบรกเกอร์ โดยทางบริษัทได้นำเสนอระบบนิเวศการเทรดที่วางใจได้ แอปเทรดผ่านมือถือระดับรางวัล และแพลตฟอร์มเทรดที่ใช้ง่ายขึ้น ซึ่งช่วยลูกค้าคว้าโอกาสในการเทรด สามารถดาวน์โหลดแอปแวนเทจได้ทางแอปสโตร์หรือกูเกิลเพลย์

เทรดอย่างชาญฉลาดกว่าเดิมไปกับ @vantage
http://www.vantagemarkets.com/

รูปภาพ - https://mma.prnewswire.com/media/2324686/Vantage.jpg

US Stock Markets Break Historic Highs in Early 2024 - Global Broker FBS Reports

FBS, a leading global broker, underscores new opportunities for investors amid the historic highs of the US stock market in early 2024. Following the extraordinary rally of the US stocks at the end of 2023, public concerns about rising interest rates, economic growth slowdown, and tipping inflation went down, shaping exciting trading trends for Q1 2024.

As FBS financial market analysts report, the resurgence of enthusiasm for artificial intelligence (AI) drove the Nasdaq Composite to the most remarkable annual returns since 2009, further heating the tech-heavy stock market sector. In January 2024, the Nasdaq Composite, the S&P 500, and the Dow Jones Industrial Average experienced remarkable gains.

In the upcoming months, factors such as inflation and interest ratesrecession risks, and corporate earnings figures will continue shaping the financial market landscape in 2024. Several factors and events particularly solidify the upward tendencies in the US stock market:

  • Driven by the falling energy prices, inflation is showing signs of moderation.
  • As the Core Personal Consumption Expenditure (PCE) Price Index remained above the Fed's long-term target, the institution decided to maintain its federal funds target rate between 5.25% and 5.5% which fueled speculations about future moves, including rate cuts.
  • The New York Fed's recession probability model estimated a 51.8% chance of a US recession within the next 12 months, sparking traders' concerns.
  • The 2023 Q4 earnings season began in January 2024 with predictions of modest growth - 2.4% earnings and 3.1% revenue growth for S&P 500 companies.
  • FBS analysts share the projections of the full-year S&P 500 earnings growth at 11.5% in 2024. However, optimism varies across sectors, where stocks of energy and communication services companies are leading. Consumer staples stocks traditionally have lower "buying" rates.

Looking ahead, FBS analysts warn traders of investment strategies focused on balanced and diversified portfolios, with attention to companies exhibiting solid fundamentals. Trading decisions should be full of patience and vigilance, and monitoring the Federal Reserve's actions and geopolitical situations remains critical. Investors are advised to avoid overreactions to short-term changes.

For more information about FBS's services, visit www.fbs.com.

Disclaimer: This material does not constitute a call to trade, trading advice or recommendation and is intended for informational purposes only.

About FBS

FBS is a licensed global broker with over 14 years of experience and more than 90 international awards. FBS is steadily developing as one of the market's most trusted brokers, with its traders numbering more than 27,000,000 and its partners exceeding 500,000 around the globe. The annual trading volume of FBS clients is over $8.9 trillion. FBS is also the Official Partner of Leicester City Football Club.

Photo - https://mma.prnewswire.com/media/2324604/FBS.jpg 

เอฟเอสพี กรุ๊ป เปิดตัวเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ไลต์อัป ซีรีส์ และระบบกักเก็บพลังงานเอเนอร์เอ็กซ์ 3000


เอฟเอสพี กรุ๊ป (FSP group) หนึ่งในผู้ผลิตพาวเวอร์ซัพพลายชั้นนำของโลก มีความยินดีในการเปิดตัวโซลูชันที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมรุ่นใหม่ล่าสุดอย่างอินเวอร์เตอร์พลังงานแสงอาทิตย์แบบออฟกริดในกลุ่มไลต์อัป (LightUp) และระบบกักเก็บพลังงานอย่างเอเนอร์เอ็กซ์ 3000 (EnerX 3000) (วิดีโอ: https://bit.ly/3S0dprS) โดยทุกวันนี้ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั่วโลกและภาวะโลกร้อนได้รับผลกระทบโดยตรงจากเชื้อเพลิงฟอสซิล พลังงานหมุนเวียนจึงเป็นหนทางที่เราจะสามารถชะลอผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสร้างพลังงานที่จำเป็นสำหรับการผลิตเพื่อใช้เองได้

เครื่องแปลงกระแสไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์รุ่นไลต์อัป เครื่องแปลงกระแสไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์แบบออฟกริดคือโซลูชันที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับการผลิตพลังงานเพื่อใช้เองในพื้นที่ชนบทและพื้นที่ห่างไกล โดยยังคงมีอีกหลายพื้นที่ที่ผู้คนเข้าถึงไฟฟ้าได้อย่างยากลำบาก ขณะที่รัฐบาลท้องถิ่นขาดแคลนทรัพยากรในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านพาวเวอร์ซัพพลาย สถานการณ์ข้างต้นทำให้เครื่องแปลงกระแสไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์รุ่นไลต์อัปเป็นโซลูชันที่ดีที่สุดสำหรับการผลิตไฟฟ้าคลื่นไซน์เวฟ (sinewave) เครื่องแปลงกระแสไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในกลุ่มไลต์อัปทุกรุ่นรองรับการนำไปใช้กับระบบสาธารณูปโภคและเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ทำให้ใช้ไฟฟ้าได้อย่างง่ายดายและเป็นอิสระด้านพลังงาน ไม่ว่าจะในระดับ 2KW, 3KW, 5KW, 6KW, 8KW และ 11KW บางรุ่นยังมาพร้อมอินเตอร์เฟสบลูทูธและแอปเพื่อให้ดูพลังงานได้ และยังมีระบบการจัดการแบตเตอรี่ (BMS) ที่เข้ากันได้ ให้เลือกโมดูลแบตเตอรี่จัดเก็บพลังงานได้หลากหลายอีกด้วย
ข้อมูลผลิตภัณฑ์
ไลต์อัป อี2000 (LightUp E2000) : https://bit.ly/3TbXMje
ไลต์อัป อี3000 (LightUp E3000) : https://bit.ly/3R9YPxt
ไลต์อัป พี5000 (LightUp P5000) : https://bit.ly/485qTcd
ไลต์อัป พี6000 (LightUp P6000) : https://bit.ly/47KxARm
ไลต์อัป แอล8000 (LightUp L8000) : https://bit.ly/3GQz2G9
ไลต์อัป แอล11เค (LightUp L11K) : https://bit.ly/3TvEy8H 

ระบบกักเก็บพลังงานเอเนอร์เอ็กซ์ 3000
เอเนอร์เอ็กซ์ 3000 คือระบบครบวงจรแบบปลั๊กแอนด์เพลย์ (plug-and-play) ที่นำเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบออฟกริดมารวมกับระบบกักเก็บพลังงาน โดยมีการออกแบบให้ปรับแต่งได้อย่างยืดหยุ่น ช่วยให้ใช้เอเนอร์เอ็กซ์ 3000 อีกเครื่องหนึ่งควบคู่กันไปเพื่อให้ได้พลังงานสูงสุด 6KW และต่อขยายด้วยเอเน็กซ์แพ็ค 2500 (EnexPack 2500) เพื่อให้สำรองแบตเตอรี่ได้นานขึ้น ซึ่งในสถานที่ซึ่งประสบปัญหาไฟฟ้าดับอยู่บ่อยครั้งนั้น ฟีเจอร์การชาร์จพลังงานเร็วเป็นพิเศษ (3KW) ช่วยให้ผู้ใช้รีชาร์จได้เมื่อระบบสาธารณูปโภคไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) ได้รับการกู้คืน และจ่ายพลังงานให้กับเครื่องใช้ภายในบ้านอย่างต่อเนื่องในระหว่างที่ไฟฟ้าดับด้วยตัวชาร์จ USB-C PD และ USB-A ที่ใช้งานง่ายสำหรับอุปกรณ์พกพา นอกจากนี้ เรายังมีเต้ารับ AC หลายประเภทสำหรับประเทศต่าง ๆ อีกด้วย
ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์: เอเนอร์เอ็กซ์ 3000 : https://bit.ly/46MZcDS 

ทุกวันนี้ พลังงานสะอาดและสภาพแวดล้อมที่ยั่งยืนได้กลายเป็นที่สนใจ เอฟเอสพีจึงมีเป้าหมายที่จะเป็นผู้นำระดับโลกในการจัดหาโซลูชันพลังงานสะอาด เข้าถึงชีวิตของผู้คน และมีส่วนร่วมในการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดียิ่งขึ้น เรามุ่งสร้างโลกที่มีพลังงานไร้ที่สิ้นสุด

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของเอฟเอสพีได้ที่ เว็บไซต์
เว็บไซต์ผลิตภัณฑ์
ลิงด์อิน
ยูทูบ

เกี่ยวกับเอฟเอสพี
เอฟเอสพี กรุ๊ป (FSP Group) (3015) ก่อตั้งในปี 2536 และเป็นหนึ่งในผู้ผลิตอุปกรณ์จ่ายไฟชั้นนำของโลก ด้วยผู้เชี่ยวชาญกว่า 400 คนในทีมวิจัยและพัฒนา พร้อมด้วยกำลังการผลิตที่แข็งแกร่ง ทำให้ได้ไลน์ผลิตภัณฑ์สมบูรณ์แบบเพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านการจ่ายไฟฟ้าสำหรับผู้บริโภค เรามีโมเดลมากกว่า 600 โมเดลที่มีใบรับรองมาตรฐาน 80PLUS ทำให้ในบรรดาบริษัททั้งหมด เราคือผู้ถือใบรับรอง 80 PLUS ระดับท็อปของโลก เรามุ่งพัฒนาอุปกรณ์จ่ายไฟที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและคุณภาพสูง ซึ่งมอบเครื่องมือแก่ผู้บริโภคในการใช้เทคโนโลยีอย่างเพลิดเพลิน และลดผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อมไปพร้อม ๆ กัน

รูปภาพ - https://mma.prnewswire.com/media/2299778/FSP_Off_grid_Solar_Inverter_LightUp_Series.jpg
รูปภาพ - https://mma.prnewswire.com/media/2299779/FSP_Portable_Energy_Storage_System_EnerX_and_EnerXPack.jpg 

FSP Group launches new LightUp Series PV Inverters and EnerX 3000 Energy Storage System


As one of the world's leading power supply manufacturers, FSP group is pleased to announce new green energy solutions include the LightUp off-grid PV Inverter and EnerX 3000 energy storage system (Video: https://bit.ly/3S0dprS ). Global climate change and global warming are directly impacted by fossil fuels. Renewable energy is the way we can slow down the impact of climate change and generate energy we need for self-consumption.

LightUp Series PV Inverters
Off-grid solar PV inverters are the most cost-effective solution for energy self-consumption for rural areas and remote regions. There are still many places where people have difficulties accessing electricity. Local governments lack the resources to build up a basic power supply infrastructure. For such situations, the LightUp series PV Inverter is the best solution for generating electricity with pure sinewave output. All LightUp series PV inverters are compatible with utilities and generators. People can easily use electricity by energy independence coming from 2KW, 3KW, 5KW, 6KW, 8KW, and 11KW. Some versions offer integrated Bluetooth interface with App for power monitoring. With compatible BMS design, users are able to select a variety of battery modules for energy storage.
Product Information:
LightUp E2000 : https://bit.ly/3TbXMje
LightUp E3000 : https://bit.ly/3R9YPxt
LightUp P5000 : https://bit.ly/485qTcd
LightUp P6000 : https://bit.ly/47KxARm
LightUp L8000 : https://bit.ly/3GQz2G9
LightUp L11K : https://bit.ly/3TvEy8H

EnerX 3000 Energy Storage System
EnerX 3000 is a plug-and-play all-in-one off-grid PV inverter plus energy storage system. With flexible configuration design, users can use another EnerX 3000 in parallel for up to 6KW output and extend EnexPack 2500 for longer battery backup time. In places with frequent power outages, super-fast charging (3KW) features let user recharge when the AC utility is recovered and continuously supply energy to home appliances during AC blackouts---thanks to user-friendly USB-C PD and USB-A chargers for mobile devices. We provide a variety of AC socket types for different countries.
Product Information: EnerX 3000 : https://bit.ly/46MZcDS

People like to go for green energy and create a sustainable environment. FSP is aiming to be the global leading provider of green energy solutions, touch people's lives, and contribute to a better environment. We work for a world with an endless power supply.

To find out more about FSP products, please go to:
Website
Brand Product Website
LinkedIn
YouTube

About FSP
Founded in 1993, FSP Group (3015) is one of the world's leading power supply manufacturers. With a professional R&D team of over 400 experts and strong production capabilities, we have a comprehensive product line to meet the different power supply needs of users. With more than 600 models certified by 80PLUS to date, we have more products certified by 80 PLUS than any other company in the world. We are committed to continuously providing the best eco-friendly and high-quality power supply products to consumers, allowing users to enjoy technology while doing our best to protect the environment.

Photo - https://mma.prnewswire.com/media/2299782/FSP_Off_grid_Solar_Inverter_LightUp_Series.jpg
Photo - https://mma.prnewswire.com/media/2299783/FSP_Portable_Energy_Storage_System_EnerX_and_EnerXPack.jpg