Thursday, June 4, 2026

ไดเร็คเต็ด เทคโนโลยีส์ ปักหมุดอาเซียน ประกาศซื้อกิจการ GPS2GO ในไทย

 ไดเร็คเต็ด เทคโนโลยีส์

ไดเร็คเต็ด เทคโนโลยีส์ (Directed Technologies) ประกาศเข้าซื้อกิจการของผู้ให้บริการระบบเทเลเมติกส์ชั้นนำของไทยอย่าง GPS2GO โดยเป็นความเคลื่อนไหวในทางกลยุทธ์เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งและขยายเครือข่ายธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตามแผนผลักดันการเติบโตในระดับภูมิภาค

การเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้จะช่วยให้ไดเร็คเต็ด เทคโนโลยีส์ มีฐานปฏิบัติงานที่มั่นคงยิ่งขึ้นในประเทศไทย โดยได้รับแรงหนุนจากเครือข่ายลูกค้าและพันธมิตรที่แข็งแกร่ง โซลูชันเทคโนโลยีที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานภาครัฐ ตลอดจนทีมงานในพื้นที่ที่มีความเชี่ยวชาญสูง นอกจากนี้ ยังเป็นการต่อยอดรากฐานธุรกิจเดิมของไดเร็คเต็ด เทคโนโลยีส์ ในตลาดไทย ซึ่งมีความพร้อมอยู่แล้วในปัจจุบัน ทั้งในด้านการดูแลลูกค้า การวิเคราะห์ข้อมูล และการขาย

ไทยมีบทบาทสำคัญในซัพพลายเชนอุตสาหกรรมยานยนต์โลก ในฐานะศูนย์กลางการผลิตรายใหญ่ครอบคลุมทั้งรถบรรทุก รถยนต์นั่งส่วนบุคคล และรถเพื่อการพาณิชย์ ประกอบกับการที่ลูกค้าหลายรายของไดเร็คเต็ด เทคโนโลยีส์ มีฐานการผลิตอยู่ในภูมิภาคนี้ การดูแลพื้นที่โดยตรงจึงมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อรองรับความต้องการทั้งในกลุ่มผู้รับจ้างผลิต (OEM) และกลุ่มตลาดอะไหล่ทดแทน

สำหรับการควบรวมกิจการครั้งนี้ คุณหทัยชนก ลีฬหาทร จะเข้าดำรงตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปของ GPS2GO ควบคู่กับตำแหน่งผู้จัดการประจำประเทศไทยของไดเร็คเต็ด เทคโนโลยีส์ ประเทศไทย เพื่อสานต่อการดำเนินงานร่วมกับลูกค้าและพันธมิตร พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตภายใต้ไดเร็คเต็ด เทคโนโลยีส์ อย่างมั่นคงในเฟสต่อไป

"การขยายธุรกิจสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการเพิ่มพื้นที่บนแผนที่ แต่คือการยกระดับขีดความสามารถในการดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิดด้วยทีมงานในพื้นที่ ในตลาดยานยนต์ที่มีความสำคัญมากเป็นอันดับต้น ๆ ของภูมิภาค" คุณสตีฟ ซีโอลิส (Steve Siolis) ซีอีโอของไดเร็คเต็ด เทคโนโลยีส์ กล่าว "การจับมือกับ GPS2GO เปิดโอกาสให้เรานำความเชี่ยวชาญที่สั่งสมมาอย่างล้ำลึกในท้องถิ่น มาหลอมรวมเข้ากับแพลตฟอร์มระดับโลกของเรา เพื่อมอบโซลูชันยานยนต์อัจฉริยะให้แก่กลุ่ม OEM และลูกค้าระดับองค์กรที่ดำเนินธุรกิจอยู่ทั่วทั้งภูมิภาค"

"ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นก้าวสำคัญสู่การเติบโตของ GPS2GO ในเฟสต่อไป ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถนำความเชี่ยวชาญที่สั่งสมมาอย่างแข็งแกร่งในไทย มาต่อยอดเพื่อดูแลสนับสนุนลูกค้าทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้" คุณหทัยชนก ลีฬหาทร ผู้จัดการทั่วไปของ GPS2GO กล่าว "การผสานองค์ความรู้ที่เราศึกษามาอย่างเจาะลึกในตลาด เข้ากับแพลตฟอร์มระดับโลกของไดเร็คเต็ด เทคโนโลยีส์ ทำให้เรามีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการส่งมอบโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละพื้นที่ได้อย่างตรงจุด พร้อมยึดมั่นในรากฐานอันแข็งแกร่งในระดับสากล"

การเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้ยังเป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการขยายระบบนิเวศ e.things ของไดเร็คเต็ด เทคโนโลยีส์ ให้เติบโตยิ่งขึ้นทั่วภูมิภาคอาเซียน โดยแพลตฟอร์ม e.things ของไดเร็คเต็ด เทคโนโลยีส์ นั้นหลอมรวมระบบเทเลเมติกส์ ฮาร์ดแวร์ IoT ระบบเครือข่าย และการวิเคราะห์ข้อมูลอัจฉริยะบนคลาวด์ เข้าไว้ด้วยกันอย่างเบ็ดเสร็จ เพื่อรองรับโปรแกรมของผู้ผลิต OEM การบริหารจัดการฟลีตรถยนต์ ตลอดจนระบบนิเวศแอปพลิเคชันที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ไดเร็คเต็ด เทคโนโลยีส์ มีฐานการดำเนินงานที่ครอบคลุมทั้งในเอเชียแปซิฟิก ยุโรป แอฟริกา และทวีปอเมริกา โดยยังคงเดินหน้าผลักดันธุรกิจให้เติบโตในระดับสากล ด้วยการเข้าซื้อกิจการและการจับมือเป็นพันธมิตรในกลุ่มเป้าหมาย เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มยานยนต์อัจฉริยะที่มีความเชื่อมโยงและยืดหยุ่นยิ่งขึ้นในตลาดหลัก ๆ ทั่วโลก

สิ้นสุดข่าวประชาสัมพันธ์

สื่อมวลชนกรุณาติดต่อ
ไรอัน โอเลียรี (Ryan O'Leary) - roleary@keepleft.com.au

อนิชา ซามันตา (Anisha Samanta) - asamanta@keepleft.com.au

เกี่ยวกับไดเร็คเต็ด เทคโนโลยีส์
ไดเร็คเต็ด เทคโนโลยีส์ (Directed Technologies) คือบริษัทเทคโนโลยียานยนต์อัจฉริยะและ IoT ระดับโลก โดยส่งมอบโซลูชันมาตรฐานระดับ OEM ที่หลอมรวมฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และข้อมูลเข้าไว้ด้วยกันอย่างเบ็ดเสร็จในแพลตฟอร์มเดียว

แพลตฟอร์ม e.things ของบริษัทฯ ทำหน้าที่เป็นระบบควบคุมหลักสำหรับการขับเคลื่อนอัจฉริยะ โดยเป็นขุมพลังขับเคลื่อนโปรแกรมฝังตัวสำหรับผู้ผลิต OEM (e.things Auto) ระบบบริหารจัดการฟลีตรถยนต์ (e.things Fleet) ตลอดจนระบบนิเวศแบบเปิดสำหรับแอปพลิเคชันที่ขับเคลื่อนด้วย API (e.things Marketplace)

โซลูชันของไดเร็คเต็ด เทคโนโลยีส์ มีผู้นำไปติดตั้งใช้งานในฟลีตรถยนต์มากกว่า 5,000 แห่งทั่วโลก พร้อมรองรับการดำเนินงานของผู้ผลิตยานยนต์และผู้ให้บริการขนส่งชั้นนำมากมาย บริษัทฯ มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย และมีเครือข่ายการดำเนินงานครอบคลุมทั้งในเอเชียแปซิฟิก ยุโรป แอฟริกา และทวีปอเมริกา

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.directedtechnologies.com.au

เกี่ยวกับ GPS2GO ประเทศไทย
GPS2GO คือผู้ให้บริการระบบเทเลเมติกส์ระดับแถวหน้า โดยมีความเชี่ยวชาญในด้านโซลูชันยานยนต์อัจฉริยะ ระบบบริหารจัดการฟลีตรถยนต์ และระบบติดตามสินทรัพย์ ครอบคลุมตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

GPS2GO มีสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพฯ โดยมีความเชี่ยวชาญที่สั่งสมมาอย่างล้ำลึกในพื้นที่ ประกอบกับมีเครือข่ายลูกค้าและพันธมิตรที่แข็งแกร่ง ตลอดจนศักยภาพในการส่งมอบบริการที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว เพื่อช่วยขับเคลื่อนองค์กรต่าง ๆ ให้นำโซลูชันเทเลเมติกส์ไปใช้และขยายผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ซับซ้อนและเติบโตอย่างรวดเร็ว

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ gps2go.co

ติดต่อ: คุณหทัยชนก ลีฬหาทร - Hataichanok.Leerahathon@gps2go.co

Directed Technologies expands Southeast Asia footprint through acquisition of GPS2GO Thailand

Directed Technologies

Directed Technologies has announced the strategic acquisition of GPS2GO, a leading telematics provider based in Thailand, strengthening its presence in Southeast Asia as part of its regional expansion strategy.

The acquisition establishes a stronger local operating base in Thailand, supported by an established customer and partner network, a government-approved technology solution, and a highly experienced team on the ground. It also builds on Directed's existing footprint in the market, where customer support, analytics and sales capabilities are already in place.

Thailand plays a critical role in the global automotive supply chain, particularly as a major manufacturing hub for trucks, passenger vehicles and commercial utility vehicles. Many of Directed's customers operate manufacturing facilities in the region, making a local presence increasingly important to support both OEM and aftermarket programs.

As part of the integration, Hataichanok Leerahathon will take up the role of General Manager GPS2GO, alongside her Country Manager, Directed Technologies Thailand role, ensuring continuity for customers and partners, while supporting the next phase of growth under Directed Technologies.

"This is not just about expanding into Southeast Asia, it's about strengthening our ability to support customers with on-the-ground capability in one of the region's most important automotive markets," said Steve Siolis, CEO, Directed Technologies. "Through GPS2GO, we are combining deep local expertise with our global platform to deliver connected vehicle solutions for OEMs and enterprise customers operating across the region."

"This marks the next phase of growth for GPS2GO, allowing us to extend our local expertise beyond Thailand and support customers across Southeast Asia," said Hataichanok Leerahathon, General Manager at GPS2GO. "By combining our in-market knowledge with Directed Technologies' global platform, we are well positioned to deliver solutions that are tailored to local requirements while maintaining a strong global foundation."

The acquisition also provides a platform to scale Directed Technologies' e.things ecosystem further across the ASEAN region. Directed Technologies' e.things platform brings together telematics, IoT hardware, connectivity and cloud-based data intelligence into a unified operating environment, supporting OEM programs, fleet management and an expanding ecosystem of applications.

With operations across Asia-Pacific, Europe, Africa and the Americas, Directed Technologies continues to expand its global footprint through targeted acquisitions and partnerships, building a more integrated and adaptable platform for connected mobility across key international markets.

ENDS

Media contact
Ryan O'Leary - roleary@keepleft.com.au

Anisha Samanta - asamanta@keepleft.com.au

About Directed Technologies
Directed Technologies is a global connected vehicle and IoT technology company, delivering OEM-grade solutions that integrate hardware, software, and data into a single platform.

Its e.things platform acts as the control layer for connected mobility - powering embedded OEM programs (e.things Auto), fleet operations (e.things Fleet), and an open ecosystem of API-driven applications (e.things Marketplace).

Directed's solutions are deployed across more than 5,000 fleets globally and support leading automotive manufacturers and transport operators. Headquartered in Melbourne, Australia, the company operates across Asia-Pacific, Europe, Africa, and the Americas.

Learn more at: www.directedtechnologies.com.au

About GPS2GO Thailand
GPS2GO is a leading telematics provider specialising in connected vehicle solutions, fleet management, and asset tracking across the Southeast Asian market.

Headquartered in Bangkok, Thailand, with strong local expertise, an established customer and partner network, and proven delivery capability, GPS2GO enables organisations to deploy and scale telematics solutions in complex and fast-growing operating environments.

Learn more at: gps2go.co

Contact: Hataichanok Leerahathon - Hataichanok.Leerahathon@gps2go.co

Tuesday, June 2, 2026

RX Japan GK เตรียมจัดงาน "JAPAN'S FOOD" EXPORT FAIR SUMMER นำเสนออาหารญี่ปุ่นพร้อมส่งออกแก่ผู้ซื้อจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 RX Japan GK

อาร์เอ็กซ์ เจแปน จีเค (RX Japan GK) เตรียมจัดงาน "JAPAN'S FOOD" EXPORT FAIR SUMMER ระหว่างวันที่ 24-26 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการโตเกียวบิ๊กไซต์ (Tokyo Big Sight) เปิดโอกาสให้ผู้ซื้อจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และทั่วโลกได้สำรวจผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มญี่ปุ่นที่พร้อมสำหรับการส่งออก

รูปภาพ: https://drive.google.com/file/d/1C1JDnGsbpBuTrD-NT9f5KdYM7YcBCSLU/view?usp=sharing

เนื่องจากความต้องการผลิตภัณฑ์ญี่ปุ่นยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยได้รับแรงหนุนจากความนิยมอย่างมากของมัทฉะและวัตถุดิบพรีเมียมอื่น ๆ งานนี้จึงเป็นเวทีที่เหมาะสมสำหรับการสำรวจผลิตภัณฑ์ที่มีมัทฉะเป็นส่วนผสม รวมถึงอาหารญี่ปุ่นคุณภาพสูงหลากหลายประเภทที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะ ผู้เข้าชมงานจะได้พบกับผลิตภัณฑ์มากมาย ตั้งแต่อาหารแปรรูปและเครื่องดื่ม ไปจนถึงสินค้าระดับพรีเมียม สินค้าเพื่อสุขภาพ และสินค้าเพิ่มมูลค่า ซึ่งเหมาะสำหรับธุรกิจค้าปลีก บริการอาหาร และการจัดจำหน่าย

"JAPAN'S FOOD" EXPORT FAIR คืองานแสดงสินค้าเพื่อการค้าแบบ B2B ที่รวบรวมผู้จัดแสดงสินค้าจากญี่ปุ่นซึ่งดำเนินธุรกิจส่งออกไปยังต่างประเทศโดยเฉพาะ งานนี้จัดขึ้นโดยได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากหน่วยงานภาครัฐของญี่ปุ่น และออกแบบมาเพื่อผู้นำเข้า ผู้จัดจำหน่าย ผู้ค้าปลีก ผู้ค้าส่ง ผู้ประกอบธุรกิจบริการอาหาร รวมถึงบริษัทการค้าที่กำลังแสวงหาความร่วมมือระยะยาวและโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ

งานแสดงสินค้าประจำฤดูร้อนปี 2569 คาดว่าจะต้อนรับผู้เข้าชมงานระดับมืออาชีพกว่า 25,000 คน โดยมีผู้จัดแสดงสินค้า 700 ราย พร้อมด้วยงานแสดงสินค้าที่จัดควบคู่กัน ส่งผลให้เป็นเวทีจัดซื้อผลิตภัณฑ์อาหารญี่ปุ่นเพื่อการส่งออกที่ใหญ่ที่สุดงานหนึ่ง โดยขนาดของงานและความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ช่วยให้ผู้ซื้อมีตัวเลือกสินค้ามากมาย พร้อมทั้งเปิดโอกาสสำคัญสำหรับการเจรจาธุรกิจอย่างเป็นระบบ

งานนี้จะจัดขึ้นพร้อมกับ JFEX SUMMER (งานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มนานาชาติญี่ปุ่น ครั้งที่ 8) และ Food LogiX SUMMER งานด้านโลจิสติกส์อาหารนานาชาติของญี่ปุ่น เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการจัดซื้อสินค้าแบบครบวงจรที่เชื่อมโยงผลิตภัณฑ์ โลจิสติกส์ และโซลูชันการเข้าสู่ตลาดไว้ในที่เดียว โดยผู้เข้าชมสามารถเข้าร่วมงานที่จัดขึ้นพร้อมกันทั้งหมดได้ด้วยการลงทะเบียนเพียงครั้งเดียว ช่วยเพิ่มความคุ้มค่าสูงสุดในการเข้าชมงาน

ผู้เข้าชมงานสามารถลงทะเบียนได้แล้วทางเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ https://www.jfex.jp/jfex/en-gb.html

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับผู้ซื้อจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ งาน "JAPAN'S FOOD" EXPORT FAIR SUMMER ถือเป็นประตูสำคัญสู่อุตสาหกรรมอาหารญี่ปุ่นเพื่อการส่งออก ช่วยให้ผู้เข้าชมงานก้าวทันเทรนด์ผู้บริโภค ค้นพบผลิตภัณฑ์อาหารญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมทั่วโลก พร้อมสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่ยั่งยืน

ที่มา: RX Japan GK

RX Japan GK to Host "JAPAN'S FOOD" EXPORT FAIR SUMMER, Showcasing Export-ready Japanese Foods to Southeast Asian Buyers

 RX Japan GK

RX Japan GK will host "JAPAN'S FOOD" EXPORT FAIR SUMMER from June 24-26, 2026, at Tokyo Big Sight, offering buyers from Southeast Asia and around the world a dedicated opportunity to discover export-ready Japanese food and beverage products.

Image: https://drive.google.com/file/d/1C1JDnGsbpBuTrD-NT9f5KdYM7YcBCSLU/view?usp=sharing

As demand for Japanese products continues to grow across Southeast Asia -- driven by strong interest in matcha and other premium ingredients -- the exhibition provides a timely platform to explore not only matcha-based items, but also a wide variety of high-quality Japanese foods developed specifically for overseas markets. Visitors can discover products ranging from processed foods and beverages to premium, health-oriented, and value-added items suitable for retail, food service, and distribution.

"JAPAN'S FOOD" EXPORT FAIR is a B2B trade exhibition composed exclusively of Japanese exhibitors actively engaged in overseas exports, organised with the strong support of Japanese government bodies. The show is designed for importers, distributors, retailers, wholesalers, foodservice operators, and trading companies seeking long-term partnerships and new product opportunities.

The 2026 summer edition is expected to welcome over 25,000 professional visitors and feature 700 exhibitors, including concurrent exhibitions, making it one of the largest sourcing platforms for Japanese food exports. These scales and diversity provide buyers with a broad product choice and strong opportunities for structured business discussions.

The fair will be held concurrently with JFEX SUMMER (8th JAPAN INT'L FOOD & BEVERAGE EXPO) and Food LogiX SUMMER, Japan's international food logistics exhibition, creating a comprehensive sourcing environment that connects products, logistics, and market-entry solutions under one roof. A single registration grants access to all concurrent shows, maximizing the value of each visit.

Visitor registration is now open via the official website: https://www.jfex.jp/jfex/en-gb.html

For Southeast Asian buyers in particular, "JAPAN'S FOOD" EXPORT FAIR SUMMER offers a strategic gateway to Japan's export-focused food industry, allowing visitors to stay ahead of consumer trends, discover globally appealing Japanese products, and build sustainable business relationships.

Source: RX Japan GK

เมืองฝูชิงทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน เดินหน้าฟื้นฟูชนบท พลิกโฉมภูมิทัศน์ใหม่ให้มณฑลฝูเจี้ยน

เมืองฝูชิง มณฑลฝูเจี้ยน ทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน ได้จัดงานประชุมสัมมนาในพื้นที่จริงเมื่อวันที่ 27-28 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เพื่อหาแนวทางพัฒนาอุตสาหกรรมที่มีอัตลักษณ์เฉพาะและเร่งขับเคลื่อนการฟื้นฟูชนบท โดยการประชุมครั้งนี้มุ่งขยายผลความสำเร็จจาก "โครงการฟื้นฟูชนบทสีเขียว" เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในวงกว้าง



ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เมืองฝูชิงได้ขับเคลื่อนศักยภาพในฐานะเมืองรองของเมืองเอกประจำมณฑลฝูเจี้ยน โดยเร่งจัดสรรพื้นที่ทางการเกษตรให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมนำโมเดลห่วงโซ่อุตสาหกรรมมาปรับใช้ เมืองฝูชิงได้ดำเนินกลยุทธ์ฟื้นฟูที่ตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละพื้นที่อย่างตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับเกษตรกรรมสมัยใหม่เพื่อวางรากฐานให้มั่นคง สร้างมูลค่าเชิงนิเวศผ่านระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนสีเขียว บูรณาการภาคเกษตรกรรมเข้ากับการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมเพื่อเพิ่มบทบาทที่หลากหลายให้กับท้องถิ่น ตลอดจนสร้างกลไกเชื่อมโยงผลประโยชน์ที่เข้มแข็งเพื่อให้เกษตรกรได้รับส่วนแบ่งอย่างเป็นธรรม การดำเนินงานอย่างเป็นระบบนี้ได้ผลิดอกออกผลจนกลายเป็นภูมิทัศน์ใหม่ที่สะท้อนความสำเร็จได้อย่างรอบด้าน ทั้งอุตสาหกรรมที่เติบโต ระบบนิเวศที่สมบูรณ์ เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และชุมชนชนบทที่กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

ความสำเร็จดังกล่าวส่งผลให้เมืองฝูชิงคว้าเกียรติยศระดับชาติมาครองถึง 15 รางวัล โดยได้รับการยกย่องให้เป็นเขตสาธิตเกษตรกรรมสมัยใหม่ระดับชาติ และนิคมอุตสาหกรรมระดับชาติ พร้อมกันนี้ยังได้จัดตั้งคลัสเตอร์อุตสาหกรรมเด่น 6 กลุ่มหลัก ได้แก่ โลควอท สัตว์ปีก หอยลาย ปลาไหล สุกร และธุรกิจการเกษตรข้ามช่องแคบ ฝูชิงถือเป็นฐานเพาะพันธุ์ลูกหอยลายมะนิลาที่ใหญ่ที่สุดในจีน ทั้งยังเป็นศูนย์กลางการเลี้ยงและแปรรูปปลาไหลเพื่อการส่งออก รวมถึงเป็นผู้นำด้านการส่งออกผลิตภัณฑ์ไข่ นอกจากนี้ เมืองฝูชิงยังได้รับเลือกให้เข้าร่วม "โครงการยกระดับมูลค่าหมื่นล้านหยวน" เพื่อพัฒนาเกษตรกรรมอัตลักษณ์เฉพาะถิ่นของมณฑลฝูเจี้ยนอีกด้วย

เมื่อปี 2568 ที่ผ่านมา มูลค่าผลผลิตรวมในภาคเกษตรกรรม การป่าไม้ การปศุสัตว์ และการประมงของเมืองฝูชิง ทะยานแตะ 2.506 หมื่นล้านหยวน ครองอันดับ 2 ในกลุ่มเขตพื้นที่ระดับอำเภอของมณฑลฝูเจี้ยน

ที่มา: ศูนย์สื่อสารมวลชนเมืองฝูชิง

Rural revitalization paints a new landscape in Fuqing, SE China's Fujian

An on-site conference on accelerating rural revitalization through specialty industries was held in Fuqing City, southeast China's Fujian Province, from May 27 to 28. The conference focused on scaling up the proven experience of the "Green Rural Revival Programme."



In recent years, leveraging its status as a sub-central city of Fujian's provincial capital, Fuqing has optimized the spatial layout of agriculture and adopted industrial chain models. The city pursues area-specific revitalization strategies: bolstering modern agriculture as the cornerstone, unlocking ecological value through green circular economies, integrating agriculture with culture and tourism to diversify rural functions, and ensuring farmers share in the dividends via robust benefit-linkage mechanisms. This holistic approach has culminated in a landscape where industries thrive, ecosystems flourish, farmers prosper, and rural communities are revitalized.

Fuqing has secured 15 national-level honors, including designation as a National Modern Agriculture Demonstration Zone and a National Industrial Park. It has established six signature industrial clusters centered on loquats, poultry, clams, eels, hogs, and cross-strait agribusiness. Notably, the city hosts China's largest seedling base for Manila clams, eel farming and processing hubs for export, and leading egg product exporters. It has also been selected for Fujian's "10-Billion-Yuan Upgrade Initiative" for specialty agriculture.

In 2025, Fuqing's total output value of agriculture, forestry, animal husbandry, and fisheries reached 25.06 billion yuan, ranking second among all county-level jurisdictions in Fujian province.

Source: Convergence Media Center of Fuqing City

Friday, May 29, 2026

เขตหนานซา นครกว่างโจว เดินหน้ายกระดับสู่ศูนย์กลางวัฒนธรรม การท่องเที่ยว และความบันเทิงระดับโลกแห่ง Greater Bay Area


 สำนักประชาสัมพันธ์เขตหนานซา

เขตหนานซา นครกว่างโจว ได้รับเกียรติเป็นเวทีจัดการแข่งขันมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติหลากหลายรายการ ท่ามกลางทัศนียภาพชายฝั่งทะเลอันงดงามชวนหลงใหล อีกทั้งยังเป็นจุดบรรจบระหว่างมรดกวัฒนธรรมหลิงหนานอายุนับพันปีกับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ดิจิทัลยุคใหม่ได้อย่างกลมกลืน ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจเรือสำราญและกีฬาทางน้ำก็กำลังหลอมรวมเข้ากับวิถีชีวิตของผู้คนในเขตเศรษฐกิจอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า (Greater Bay Area: GBA) อย่างลงตัว ส่งให้เมืองชายฝั่งที่เปี่ยมด้วยชีวิตชีวาและเปิดกว้างแห่งนี้ ก้าวขึ้นเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ภายในงานมหกรรมการท่องเที่ยวนานาชาติกว่างโจว ครั้งที่ 34 (34th Guangzhou International Travel Fair: GITF) เขตหนานซาได้เปิดพาวิลเลียนของตนเองเป็นครั้งแรก พร้อมจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ภายใต้แนวคิด Shape the Future in Nansha เพื่อสะท้อนอัตลักษณ์ของเมือง พร้อมทั้งดึงดูดการลงทุนด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว โดยให้การต้อนรับภาคธุรกิจ นักลงทุน และนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกอย่างอบอุ่น ภายในงาน หนานซาได้เปิดตัวโครงการ "1+6+N" ซึ่งครอบคลุมการจัดอีเวนต์ระดับเรือธง การพัฒนา 10 จุดหมายปลายทางไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ การออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวตามธีมต่าง ๆ ตลอดจนชุดนโยบายสนับสนุนอุตสาหกรรมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว เพื่อวางรากฐานสู่การพัฒนาอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนของภาคส่วนนี้ในอนาคต

หนานซาไม่ได้เป็นเพียง "เขตใหม่ระดับชาติ" และ "เขตการค้าเสรีนำร่อง" เท่านั้น หากยังมีบทบาทในฐานะ "เขตสาธิตความร่วมมือเชิงบูรณาการระหว่างกวางตุ้ง ฮ่องกง และมาเก๊า" โดยสถานะเชิงยุทธศาสตร์เหล่านี้เปิดโอกาสให้หนานซาริเริ่มแนวทางใหม่ในการพัฒนาเมืองคุณภาพสูงของจีน ผ่านการผสานพลังของ "วัฒนธรรมและการท่องเที่ยว + กีฬา + เทคโนโลยี + ความเปิดกว้าง" เข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์

จากการชมทิวทัศน์ สู่ประสบการณ์เต็มอิ่ม: กีฬาและชีวิตชีวา เอกลักษณ์ใหม่ของหนานซา

เสน่ห์ที่แท้จริงของเมืองไม่ใช่แค่ความงดงามของทิวทัศน์ หากคือวิถีชีวิตที่สามารถเข้าถึงและสัมผัสได้

หนานซาคือเขตเดียวของนครกว่างโจวที่มีทางออกสู่ทะเลโดยตรง จึงโดดเด่นด้วยภูมิทัศน์ที่ผสานภูเขา พื้นที่เกษตรกรรม แม่น้ำ ทะเล และเมืองเข้าไว้ด้วยกันอย่างงดงาม ความหลากหลายของภูมิประเทศได้สร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวอันเป็นเอกลักษณ์ โดยทางตอนเหนือ นักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินกับการเดินเขา ชมดอกไม้ตามฤดูกาล และสัมผัสมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมท้องถิ่น ขณะที่ใจกลางเมืองเหมาะสำหรับการล่องเรือชมวิวแม่น้ำและเดินเล่นสัมผัสบรรยากาศเมือง ส่วนทางตอนใต้ถือเป็นสวรรค์สำหรับผู้ที่หลงใหลในทัศนียภาพชายทะเล การดูนก และการลิ้มรสเมนูอาหารจากวัตถุดิบสดใหม่แห่งลุ่มน้ำ

เจ้าหน้าที่จากเขตหนานซา นครกว่างโจว กล่าวว่า "หนานซามีข้อได้เปรียบด้านทำเลที่ตั้งและระบบคมนาคมที่เชื่อมโยงอย่างครอบคลุม เราดำเนินงานภายใต้วิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์ระยะยาว พร้อมทรัพยากรวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น" ทั้งนี้ เขตหนานซายังคงมุ่งผลักดันการบูรณาการเชิงลึกระหว่างวัฒนธรรม การท่องเที่ยว และกีฬาอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับเสน่ห์ของเมืองและศักยภาพทางอุตสาหกรรม งานมหกรรมการท่องเที่ยวนานาชาติกว่างโจวจึงไม่เพียงเป็นเวทีสำคัญในการนำเสนออัตลักษณ์เมือง ทำเลที่ตั้งอันโดดเด่น ทรัพยากรวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวที่อุดมสมบูรณ์ รวมถึงโอกาสทางธุรกิจของหนานซาเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงทรัพยากรทางการตลาด และเสริมสร้างความร่วมมือด้านการลงทุนในอุตสาหกรรมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กีฬาได้กลายเป็นหนึ่งในอัตลักษณ์สำคัญของเขตหนานซา โดยหนานซามีสนามกีฬาขนาดใหญ่ความจุ 60,000 ที่นั่ง สนามกีฬาในร่มขนาด 20,000 ที่นั่ง รวมถึงศูนย์ว่ายน้ำและกระโดดน้ำขนาด 4,000 ที่นั่ง ขณะเดียวกัน ศูนย์เทนนิสนานาชาติหนานซายังขึ้นชื่อว่ามีคอร์ตดินจำนวนมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศจีน นอกจากนี้ หนานซายังมีพื้นที่นันทนาการหลากหลาย ทั้งเส้นทางปั่นจักรยานเลียบชายฝั่งยาว 20 กิโลเมตร ศูนย์กีฬาทางน้ำครบวงจร และสนามกอล์ฟระดับพรีเมียม โดยที่ผ่านมา หนานซาได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันสำคัญมาแล้วหลายรายการ อาทิ การแข่งขันวูซูและเทนนิสในมหกรรมกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 15 รวมถึงการแข่งขันเทนนิสเดวิสคัพ รอบเพลย์ออฟ เวิลด์กรุ๊ป 1

การหลั่งไหลของมหกรรมกีฬาอย่างต่อเนื่องกำลังเปลี่ยนให้หนานซากลายเป็นเมืองที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังและชีวิตชีวา ข้อมูลระบุว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จำนวนผู้เล่นเทนนิสในหนานซาเพิ่มขึ้นเกือบ 200 เท่า เป็นมากกว่า 20,000 คน สะท้อนการพลิกโฉมจาก "ดินแดนไร้เทนนิส" สู่ "ศูนย์กลางเทนนิสระดับโลก" ได้อย่างน่าทึ่ง ขณะเดียวกัน กีฬาชายฝั่งอย่างการพายคายัก แพดเดิลบอร์ด เรือใบ และเรือยอชต์ ก็กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับกีฬาทางน้ำ การปั่นจักรยานในเมือง และการตั้งแคมป์กลางแจ้ง ทุกวันนี้ กีฬาจึงไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันอีกต่อไป หากยังเป็นส่วนสำคัญของประสบการณ์การท่องเที่ยวอย่างเต็มรูปแบบ การสัมผัสเสน่ห์ของเมืองผ่านกิจกรรมกีฬา และการเรียนรู้วิถีชีวิตท้องถิ่นผ่านอีเวนต์ต่าง ๆ กำลังกลายเป็นวิถีใหม่ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ให้มาค้นพบหนานซา

จาก "ศูนย์กลางของ GBA" สู่ "ประตูสู่สากล": ความเป็นนานาชาติขับเคลื่อนการเติบโตของเมือง

หากกีฬาคือพลังที่เติมชีวิตชีวาให้กับหนานซา ความเปิดกว้างก็คือหัวใจสำคัญที่หล่อหลอมเอกลักษณ์ความเป็นนานาชาติของหนานซา ด้วยทำเลที่ตั้ง ณ ใจกลางเขตเศรษฐกิจอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า (GBA) หนานซาจึงมีบทบาทเป็นศูนย์กลางยุทธศาสตร์สำคัญในการเชื่อมโยงพื้นที่ฝั่งตะวันออกและตะวันตกของปากแม่น้ำเพิร์ล อีกทั้งยังเป็นแพลตฟอร์มระดับชาติในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกวางตุ้ง ฮ่องกง และมาเก๊า

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หนานซาได้เร่งพัฒนาท่าเรือสำราญนานาชาติ ควบคู่กับการออกนโยบายอนุญาตให้เรือยอชต์จากฮ่องกงและมาเก๊าสามารถเดินทางขึ้นเหนือได้ รวมถึงอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางข้ามพรมแดนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การไหลเวียนของผู้คน ระบบโลจิสติกส์ และข้อมูลข่าวสารระหว่างหนานซา ฮ่องกง และมาเก๊า เติบโตอย่างคึกคักและเชื่อมโยงใกล้ชิดกันมากขึ้น

ท่าเรือสำราญนานาชาติเขตหนานซา นครกว่างโจว หนึ่งในท่าเรือสำราญนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดของจีน กำลังเร่งสร้างประสบการณ์การเดินทางรูปแบบใหม่เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก โดยเรือสำราญขนาดยักษ์ที่ต่อขึ้นภายในประเทศจีน "Adora Flora City" เตรียมออกเดินทางเที่ยวปฐมฤกษ์จากหนานซา พร้อมเปิดเส้นทางพิเศษสู่เอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจะช่วยยกระดับสถานะของ GBA ให้ก้าวขึ้นเป็นประตูสู่การท่องเที่ยวนานาชาติ ขณะเดียวกัน สภาพแวดล้อมด้านการพัฒนาที่เอื้อต่อความเป็นสากลของหนานซา ยังคงดึงดูดทรัพยากรและโอกาสทางธุรกิจจากทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง

เฟรดดี ยิป ฮิงหนิง ประธานสมาคมตัวแทนการท่องเที่ยวฮ่องกง และสมาชิกคณะกรรมการที่ปรึกษาความร่วมมือกวางตุ้ง-ฮ่องกง (เขตหนานซา นครกว่างโจว) กล่าวว่า "หนานซาเปี่ยมด้วยมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า รายล้อมด้วยทัศนียภาพงดงามทั้งขุนเขาและสายน้ำ อีกทั้งยังเป็นสวรรค์แห่งอาหารรสเลิศ ทรัพยากรด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวที่โดดเด่นเหล่านี้สามารถตอบโจทย์ความต้องการด้านการท่องเที่ยวที่หลากหลายและเฉพาะตัวของชาวฮ่องกงได้อย่างลงตัว จึงถือเป็นจุดหมายปลายทางการพักผ่อนคุณภาพสูงอย่างแท้จริง" พร้อมกับเสริมว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ชาวฮ่องกงจำนวนมากนิยมเดินทางไปยังหนานซาในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดยาว เพื่อพักผ่อนริมทะเล เพลิดเพลินกับธรรมชาติอันงดงาม ตลอดจนเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น ส่งผลให้หนานซากลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระยะใกล้ที่ได้รับความนิยมอย่างมากของเขต GBA

ขณะเดียวกัน หนานซายังคงเดินหน้าดึงดูดนักลงทุนจากทั่วโลกผ่านนโยบายเปิดกว้างและสิทธิประโยชน์ที่เอื้อต่อการลงทุน อาทิ อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลพิเศษเพียง 15% สำหรับบริษัทที่เข้าเกณฑ์ ขณะที่ชาวฮ่องกงและมาเก๊าได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในส่วนที่สูงกว่าอัตราภาษีของภูมิลำเนาเดิม นอกจากนี้ หนานซายังออกมาตรการสนับสนุนเฉพาะทางสำหรับอุตสาหกรรมสำคัญ ทั้งธุรกิจการแสดงและอีเวนต์ขนาดใหญ่ การแข่งขันกีฬา การผลิตภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์ ตลอดจนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ดิจิทัล นับตั้งแต่ต้นปี 2568 เป็นต้นมา หนานซาประสบความสำเร็จในการจัดคอนเสิร์ตของศิลปินชื่อดังมากมาย เช่น Mayday และ Teens in Times (TNT) ซึ่งช่วยขับเคลื่อนโมเดล "ความบันเทิง + การท่องเที่ยว + การบริโภค" ให้สร้างผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเสริมศักยภาพด้านการรวมตัวของอุตสาหกรรม และยกระดับเสน่ห์โดยรวมของหนานซาให้โดดเด่นยิ่งขึ้น

จาก "วัฒนธรรมหลิงหนาน" สู่ "อนาคตดิจิทัล": เรื่องราวใหม่ของเมืองถูกขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม

วัฒนธรรมถือเป็นรากฐานสำคัญของขีดความสามารถในการแข่งขันของเมือง และหนานซามีความแตกต่างจากเขตเมืองใหม่หลายแห่ง เนื่องจากการพัฒนาหนานซาไม่ได้มุ่งเพียงการขยายตัวของเมืองเท่านั้น หากแต่เป็นการฟื้นฟูทรัพยากรวัฒนธรรมดั้งเดิม จนหลอมรวมและก่อเกิดเป็นเรื่องราวเฉพาะตัวของเมืองยุคใหม่ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น

อิฐสีน้ำเงินและกระเบื้องสีดำของเมืองริมน้ำตงชง ถ่ายทอดเรื่องราวของหลิงหนานในอดีต ขณะที่ผ้าไหมเซียงอวิ๋น และบทเพลงเซียนสุ่ย สะท้อนการสืบสานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่ยาวนานนับพันปี นอกจากนี้ วัฒนธรรมของชุมชนชาวประมงทันก้า เมืองริมน้ำ และประวัติศาสตร์ทางทะเล ล้วนหล่อหลอมรากฐานทางวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของหนานซา ในอีกด้านหนึ่ง อุตสาหกรรมเกิดใหม่อย่างอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ดิจิทัล ฐานการผลิตละครสั้นด้วยเทคโนโลยี AI และพื้นที่ประสบการณ์เสมือนจริง ต่างกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว นวัตกรรมต่าง ๆ เช่น ทัวร์กลางคืนด้วยเรือไร้คนขับ พื้นที่วัฒนธรรมและการท่องเที่ยวดิจิทัล รวมถึงระบบเดินทางอัจฉริยะ ล้วนได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง และช่วยเชื่อมโยงมรดกวัฒนธรรมดั้งเดิมเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้อย่างไร้รอยต่อ

ภายในกิจกรรมประชาสัมพันธ์เขตหนานซาครั้งนี้ ยังมีการเปิดตัวโครงการสำคัญหลายรายการอย่างเป็นทางการ อาทิ ฐานฝึกอบรมการผลิตละครสั้นด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวด้วยเทคโนโลยี AI ของ Asia Television (ATV) ในหนานซา และศูนย์สร้างสรรค์วิดีโอสั้นด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวรูปแบบ OPC (One Person Company) ในหนานซา นอกจากนี้ ยังมีการจัดตั้งสถาบันวิจัยกีฬาและวัฒนธรรมเขตอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า ในหนานซาอย่างเป็นทางการ เพื่อยกระดับและเสริมสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมสำหรับการพัฒนาวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวแบบบูรณาการ

ที่มา: สำนักประชาสัมพันธ์เขตหนานซา