Friday, May 29, 2026

เขตหนานซา นครกว่างโจว เดินหน้ายกระดับสู่ศูนย์กลางวัฒนธรรม การท่องเที่ยว และความบันเทิงระดับโลกแห่ง Greater Bay Area


 สำนักประชาสัมพันธ์เขตหนานซา

เขตหนานซา นครกว่างโจว ได้รับเกียรติเป็นเวทีจัดการแข่งขันมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติหลากหลายรายการ ท่ามกลางทัศนียภาพชายฝั่งทะเลอันงดงามชวนหลงใหล อีกทั้งยังเป็นจุดบรรจบระหว่างมรดกวัฒนธรรมหลิงหนานอายุนับพันปีกับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ดิจิทัลยุคใหม่ได้อย่างกลมกลืน ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจเรือสำราญและกีฬาทางน้ำก็กำลังหลอมรวมเข้ากับวิถีชีวิตของผู้คนในเขตเศรษฐกิจอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า (Greater Bay Area: GBA) อย่างลงตัว ส่งให้เมืองชายฝั่งที่เปี่ยมด้วยชีวิตชีวาและเปิดกว้างแห่งนี้ ก้าวขึ้นเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ภายในงานมหกรรมการท่องเที่ยวนานาชาติกว่างโจว ครั้งที่ 34 (34th Guangzhou International Travel Fair: GITF) เขตหนานซาได้เปิดพาวิลเลียนของตนเองเป็นครั้งแรก พร้อมจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ภายใต้แนวคิด Shape the Future in Nansha เพื่อสะท้อนอัตลักษณ์ของเมือง พร้อมทั้งดึงดูดการลงทุนด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว โดยให้การต้อนรับภาคธุรกิจ นักลงทุน และนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกอย่างอบอุ่น ภายในงาน หนานซาได้เปิดตัวโครงการ "1+6+N" ซึ่งครอบคลุมการจัดอีเวนต์ระดับเรือธง การพัฒนา 10 จุดหมายปลายทางไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ การออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวตามธีมต่าง ๆ ตลอดจนชุดนโยบายสนับสนุนอุตสาหกรรมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว เพื่อวางรากฐานสู่การพัฒนาอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนของภาคส่วนนี้ในอนาคต

หนานซาไม่ได้เป็นเพียง "เขตใหม่ระดับชาติ" และ "เขตการค้าเสรีนำร่อง" เท่านั้น หากยังมีบทบาทในฐานะ "เขตสาธิตความร่วมมือเชิงบูรณาการระหว่างกวางตุ้ง ฮ่องกง และมาเก๊า" โดยสถานะเชิงยุทธศาสตร์เหล่านี้เปิดโอกาสให้หนานซาริเริ่มแนวทางใหม่ในการพัฒนาเมืองคุณภาพสูงของจีน ผ่านการผสานพลังของ "วัฒนธรรมและการท่องเที่ยว + กีฬา + เทคโนโลยี + ความเปิดกว้าง" เข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์

จากการชมทิวทัศน์ สู่ประสบการณ์เต็มอิ่ม: กีฬาและชีวิตชีวา เอกลักษณ์ใหม่ของหนานซา

เสน่ห์ที่แท้จริงของเมืองไม่ใช่แค่ความงดงามของทิวทัศน์ หากคือวิถีชีวิตที่สามารถเข้าถึงและสัมผัสได้

หนานซาคือเขตเดียวของนครกว่างโจวที่มีทางออกสู่ทะเลโดยตรง จึงโดดเด่นด้วยภูมิทัศน์ที่ผสานภูเขา พื้นที่เกษตรกรรม แม่น้ำ ทะเล และเมืองเข้าไว้ด้วยกันอย่างงดงาม ความหลากหลายของภูมิประเทศได้สร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวอันเป็นเอกลักษณ์ โดยทางตอนเหนือ นักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินกับการเดินเขา ชมดอกไม้ตามฤดูกาล และสัมผัสมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมท้องถิ่น ขณะที่ใจกลางเมืองเหมาะสำหรับการล่องเรือชมวิวแม่น้ำและเดินเล่นสัมผัสบรรยากาศเมือง ส่วนทางตอนใต้ถือเป็นสวรรค์สำหรับผู้ที่หลงใหลในทัศนียภาพชายทะเล การดูนก และการลิ้มรสเมนูอาหารจากวัตถุดิบสดใหม่แห่งลุ่มน้ำ

เจ้าหน้าที่จากเขตหนานซา นครกว่างโจว กล่าวว่า "หนานซามีข้อได้เปรียบด้านทำเลที่ตั้งและระบบคมนาคมที่เชื่อมโยงอย่างครอบคลุม เราดำเนินงานภายใต้วิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์ระยะยาว พร้อมทรัพยากรวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น" ทั้งนี้ เขตหนานซายังคงมุ่งผลักดันการบูรณาการเชิงลึกระหว่างวัฒนธรรม การท่องเที่ยว และกีฬาอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับเสน่ห์ของเมืองและศักยภาพทางอุตสาหกรรม งานมหกรรมการท่องเที่ยวนานาชาติกว่างโจวจึงไม่เพียงเป็นเวทีสำคัญในการนำเสนออัตลักษณ์เมือง ทำเลที่ตั้งอันโดดเด่น ทรัพยากรวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวที่อุดมสมบูรณ์ รวมถึงโอกาสทางธุรกิจของหนานซาเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงทรัพยากรทางการตลาด และเสริมสร้างความร่วมมือด้านการลงทุนในอุตสาหกรรมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กีฬาได้กลายเป็นหนึ่งในอัตลักษณ์สำคัญของเขตหนานซา โดยหนานซามีสนามกีฬาขนาดใหญ่ความจุ 60,000 ที่นั่ง สนามกีฬาในร่มขนาด 20,000 ที่นั่ง รวมถึงศูนย์ว่ายน้ำและกระโดดน้ำขนาด 4,000 ที่นั่ง ขณะเดียวกัน ศูนย์เทนนิสนานาชาติหนานซายังขึ้นชื่อว่ามีคอร์ตดินจำนวนมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศจีน นอกจากนี้ หนานซายังมีพื้นที่นันทนาการหลากหลาย ทั้งเส้นทางปั่นจักรยานเลียบชายฝั่งยาว 20 กิโลเมตร ศูนย์กีฬาทางน้ำครบวงจร และสนามกอล์ฟระดับพรีเมียม โดยที่ผ่านมา หนานซาได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันสำคัญมาแล้วหลายรายการ อาทิ การแข่งขันวูซูและเทนนิสในมหกรรมกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 15 รวมถึงการแข่งขันเทนนิสเดวิสคัพ รอบเพลย์ออฟ เวิลด์กรุ๊ป 1

การหลั่งไหลของมหกรรมกีฬาอย่างต่อเนื่องกำลังเปลี่ยนให้หนานซากลายเป็นเมืองที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังและชีวิตชีวา ข้อมูลระบุว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จำนวนผู้เล่นเทนนิสในหนานซาเพิ่มขึ้นเกือบ 200 เท่า เป็นมากกว่า 20,000 คน สะท้อนการพลิกโฉมจาก "ดินแดนไร้เทนนิส" สู่ "ศูนย์กลางเทนนิสระดับโลก" ได้อย่างน่าทึ่ง ขณะเดียวกัน กีฬาชายฝั่งอย่างการพายคายัก แพดเดิลบอร์ด เรือใบ และเรือยอชต์ ก็กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับกีฬาทางน้ำ การปั่นจักรยานในเมือง และการตั้งแคมป์กลางแจ้ง ทุกวันนี้ กีฬาจึงไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันอีกต่อไป หากยังเป็นส่วนสำคัญของประสบการณ์การท่องเที่ยวอย่างเต็มรูปแบบ การสัมผัสเสน่ห์ของเมืองผ่านกิจกรรมกีฬา และการเรียนรู้วิถีชีวิตท้องถิ่นผ่านอีเวนต์ต่าง ๆ กำลังกลายเป็นวิถีใหม่ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ให้มาค้นพบหนานซา

จาก "ศูนย์กลางของ GBA" สู่ "ประตูสู่สากล": ความเป็นนานาชาติขับเคลื่อนการเติบโตของเมือง

หากกีฬาคือพลังที่เติมชีวิตชีวาให้กับหนานซา ความเปิดกว้างก็คือหัวใจสำคัญที่หล่อหลอมเอกลักษณ์ความเป็นนานาชาติของหนานซา ด้วยทำเลที่ตั้ง ณ ใจกลางเขตเศรษฐกิจอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า (GBA) หนานซาจึงมีบทบาทเป็นศูนย์กลางยุทธศาสตร์สำคัญในการเชื่อมโยงพื้นที่ฝั่งตะวันออกและตะวันตกของปากแม่น้ำเพิร์ล อีกทั้งยังเป็นแพลตฟอร์มระดับชาติในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกวางตุ้ง ฮ่องกง และมาเก๊า

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หนานซาได้เร่งพัฒนาท่าเรือสำราญนานาชาติ ควบคู่กับการออกนโยบายอนุญาตให้เรือยอชต์จากฮ่องกงและมาเก๊าสามารถเดินทางขึ้นเหนือได้ รวมถึงอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางข้ามพรมแดนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การไหลเวียนของผู้คน ระบบโลจิสติกส์ และข้อมูลข่าวสารระหว่างหนานซา ฮ่องกง และมาเก๊า เติบโตอย่างคึกคักและเชื่อมโยงใกล้ชิดกันมากขึ้น

ท่าเรือสำราญนานาชาติเขตหนานซา นครกว่างโจว หนึ่งในท่าเรือสำราญนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดของจีน กำลังเร่งสร้างประสบการณ์การเดินทางรูปแบบใหม่เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก โดยเรือสำราญขนาดยักษ์ที่ต่อขึ้นภายในประเทศจีน "Adora Flora City" เตรียมออกเดินทางเที่ยวปฐมฤกษ์จากหนานซา พร้อมเปิดเส้นทางพิเศษสู่เอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจะช่วยยกระดับสถานะของ GBA ให้ก้าวขึ้นเป็นประตูสู่การท่องเที่ยวนานาชาติ ขณะเดียวกัน สภาพแวดล้อมด้านการพัฒนาที่เอื้อต่อความเป็นสากลของหนานซา ยังคงดึงดูดทรัพยากรและโอกาสทางธุรกิจจากทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง

เฟรดดี ยิป ฮิงหนิง ประธานสมาคมตัวแทนการท่องเที่ยวฮ่องกง และสมาชิกคณะกรรมการที่ปรึกษาความร่วมมือกวางตุ้ง-ฮ่องกง (เขตหนานซา นครกว่างโจว) กล่าวว่า "หนานซาเปี่ยมด้วยมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า รายล้อมด้วยทัศนียภาพงดงามทั้งขุนเขาและสายน้ำ อีกทั้งยังเป็นสวรรค์แห่งอาหารรสเลิศ ทรัพยากรด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวที่โดดเด่นเหล่านี้สามารถตอบโจทย์ความต้องการด้านการท่องเที่ยวที่หลากหลายและเฉพาะตัวของชาวฮ่องกงได้อย่างลงตัว จึงถือเป็นจุดหมายปลายทางการพักผ่อนคุณภาพสูงอย่างแท้จริง" พร้อมกับเสริมว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ชาวฮ่องกงจำนวนมากนิยมเดินทางไปยังหนานซาในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดยาว เพื่อพักผ่อนริมทะเล เพลิดเพลินกับธรรมชาติอันงดงาม ตลอดจนเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น ส่งผลให้หนานซากลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระยะใกล้ที่ได้รับความนิยมอย่างมากของเขต GBA

ขณะเดียวกัน หนานซายังคงเดินหน้าดึงดูดนักลงทุนจากทั่วโลกผ่านนโยบายเปิดกว้างและสิทธิประโยชน์ที่เอื้อต่อการลงทุน อาทิ อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลพิเศษเพียง 15% สำหรับบริษัทที่เข้าเกณฑ์ ขณะที่ชาวฮ่องกงและมาเก๊าได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในส่วนที่สูงกว่าอัตราภาษีของภูมิลำเนาเดิม นอกจากนี้ หนานซายังออกมาตรการสนับสนุนเฉพาะทางสำหรับอุตสาหกรรมสำคัญ ทั้งธุรกิจการแสดงและอีเวนต์ขนาดใหญ่ การแข่งขันกีฬา การผลิตภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์ ตลอดจนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ดิจิทัล นับตั้งแต่ต้นปี 2568 เป็นต้นมา หนานซาประสบความสำเร็จในการจัดคอนเสิร์ตของศิลปินชื่อดังมากมาย เช่น Mayday และ Teens in Times (TNT) ซึ่งช่วยขับเคลื่อนโมเดล "ความบันเทิง + การท่องเที่ยว + การบริโภค" ให้สร้างผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเสริมศักยภาพด้านการรวมตัวของอุตสาหกรรม และยกระดับเสน่ห์โดยรวมของหนานซาให้โดดเด่นยิ่งขึ้น

จาก "วัฒนธรรมหลิงหนาน" สู่ "อนาคตดิจิทัล": เรื่องราวใหม่ของเมืองถูกขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม

วัฒนธรรมถือเป็นรากฐานสำคัญของขีดความสามารถในการแข่งขันของเมือง และหนานซามีความแตกต่างจากเขตเมืองใหม่หลายแห่ง เนื่องจากการพัฒนาหนานซาไม่ได้มุ่งเพียงการขยายตัวของเมืองเท่านั้น หากแต่เป็นการฟื้นฟูทรัพยากรวัฒนธรรมดั้งเดิม จนหลอมรวมและก่อเกิดเป็นเรื่องราวเฉพาะตัวของเมืองยุคใหม่ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น

อิฐสีน้ำเงินและกระเบื้องสีดำของเมืองริมน้ำตงชง ถ่ายทอดเรื่องราวของหลิงหนานในอดีต ขณะที่ผ้าไหมเซียงอวิ๋น และบทเพลงเซียนสุ่ย สะท้อนการสืบสานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่ยาวนานนับพันปี นอกจากนี้ วัฒนธรรมของชุมชนชาวประมงทันก้า เมืองริมน้ำ และประวัติศาสตร์ทางทะเล ล้วนหล่อหลอมรากฐานทางวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของหนานซา ในอีกด้านหนึ่ง อุตสาหกรรมเกิดใหม่อย่างอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ดิจิทัล ฐานการผลิตละครสั้นด้วยเทคโนโลยี AI และพื้นที่ประสบการณ์เสมือนจริง ต่างกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว นวัตกรรมต่าง ๆ เช่น ทัวร์กลางคืนด้วยเรือไร้คนขับ พื้นที่วัฒนธรรมและการท่องเที่ยวดิจิทัล รวมถึงระบบเดินทางอัจฉริยะ ล้วนได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง และช่วยเชื่อมโยงมรดกวัฒนธรรมดั้งเดิมเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้อย่างไร้รอยต่อ

ภายในกิจกรรมประชาสัมพันธ์เขตหนานซาครั้งนี้ ยังมีการเปิดตัวโครงการสำคัญหลายรายการอย่างเป็นทางการ อาทิ ฐานฝึกอบรมการผลิตละครสั้นด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวด้วยเทคโนโลยี AI ของ Asia Television (ATV) ในหนานซา และศูนย์สร้างสรรค์วิดีโอสั้นด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวรูปแบบ OPC (One Person Company) ในหนานซา นอกจากนี้ ยังมีการจัดตั้งสถาบันวิจัยกีฬาและวัฒนธรรมเขตอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า ในหนานซาอย่างเป็นทางการ เพื่อยกระดับและเสริมสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมสำหรับการพัฒนาวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวแบบบูรณาการ

ที่มา: สำนักประชาสัมพันธ์เขตหนานซา

Powering Up the Greater Bay Area: Guangzhou's Nansha District Speeds Up Development into a Global Hub for Culture, Tourism and Performing Arts


The Publicity Department of Nansha District

Here in Nansha, international sports events take place against the backdrop of an enchanting coastal landscape. It is also in Nansha where you can witness the interplay of thousand-year-old Lingnan cultural heritage and dynamic digital creative industries. As the cruise economy and water sports seamlessly blend with the lifestyle of the Greater Bay Area, this vibrant, open coastal city is rapidly grabbing global attention.

At the 34th Guangzhou International Travel Fair (GITF), Nansha set up its own pavilion for the first time. The district hosted a promotional event themed Shape the Future in Nansha to showcase its urban identity and attract cultural tourism investment, extending a warm invitation to global businesses, investors, and tourists. During the event, Nansha unveiled the "1+6+N" program - covering the hosting of flagship events, the development of ten trendy destinations, the curation of themed itineraries, and a suite of policies aimed at facilitating the development of the culture and tourism industry - creating a blueprint for the high-quality development of this sector in Nansha.

Nansha is not only a National New District and a Pilot Free Trade Zone but also a Demonstration Zone for Comprehensive Cooperation among Guangdong, Hong Kong, and Macao. These identities enable Nansha to pioneer new practices for high-quality urban development in China through the integration of "Culture and Tourism + Sports + Tech + Openness."

From Sightseeing to Urban Immersive Experiences: Sports and Energy Become Nansha's New Calling Card

For any city, the ultimate draw lies not just in its landscapes, but in its lifestyle.

As Guangzhou's only district with direct ocean access, Nansha weaves together mountains, urban spaces, farmland, rivers, and the sea. This diverse landscape has endowed Nansha with a distinctive portfolio of tourism experiences. In the north, you can enjoy activities such as climbing mountains, admiring seasonal blossoms, and exploring intangible cultural heritage; in the center, you may indulge yourself in river cruising and trendy, immersive city walks; while the south is a haven for appreciating ocean vistas, birdwatching, and savoring fresh river delicacies.

"Nansha boasts unparalleled geographical advantages and seamless transport connectivity. We are guided by a far-reaching strategic vision, and we offer highly distinctive cultural and tourism resources," noted an official from Guangzhou's Nansha District. The district is fully committed to driving the in-depth integration of culture, tourism, and sports to continuously elevate its urban appeal and industrial capacity. This event serves not only as an important window to showcase Nansha's urban charm, prime location, cultural and tourism resources, and industry prospects, but also as a crucial platform to actively connect with market resources and deepen investment cooperation in the culture and tourism sector.

In recent years, sports have become one of the most distinctive components of Nansha's urban identity. The district is equipped with a massive 60,000-seat stadium, a 20,000-seat indoor arena, and a 4,000-seat diving and swimming center. The International Tennis Center in Nansha is known for featuring one of the highest numbers of clay courts in China. Furthermore, Nansha offers abundant recreational spaces, including a 20-kilometer coastal cycling trail, a comprehensive water sports complex, and a premium golf course. High-profile events, such as the Wushu Taolu and tennis competitions of the 15th National Games, have been hosted here, alongside the thrilling Davis Cup World Group I Playoffs.

The continuous influx of sporting events is turning Nansha into a vibrant city. Data shows that over the past five years, the number of active tennis players in Nansha has grown nearly 200-fold to over 20,000, achieving a remarkable transformation from a "tennis desert" to a "global tennis hub". At the same time, coastal sports like kayaking, paddleboarding, sailing, and yachting are flourishing, with water sports, urban cycling, and outdoor camping rapidly gaining popularity. Sports are no longer just about the competitions themselves; they have gradually become an indispensable way for visitors to experience the charm of Nansha. Perceiving the city through sports and experiencing local life through events is becoming a new approach for an increasing number of young travelers to discover Nansha.

From the "Hinterland of the GBA" to a "Global Gateway": An International Vibe Sets the Tone for Urban Growth

If sports have breathed new life into Nansha, then openness is what has shaped its international character. Situated at the geographical heart of the Guangdong-Hong Kong-Macao Greater Bay Area (GBA), Nansha is a crucial strategic hub connecting the east and west banks of the Pearl River Estuary, and a key national platform for deepening cooperation among Guangdong, Hong Kong, and Macao.

In recent years, with the accelerated construction of its international cruise homeport, the introduction of policies allowing Hong Kong and Macao yachts to travel north, and continuous improvement in cross-border travel facilitation, the flow of people, logistics, and information between Nansha, Hong Kong, and Macao has grown increasingly robust.

As one of the largest international cruise homeports in China, the Guangzhou Nansha International Cruise Homeport is accelerating the creation of new experiences for international travel. The domestically built mega-cruise ship, the Adora Flora City, will soon embark on its maiden voyage from Nansha, launching special itineraries covering East and Southeast Asia, further elevating the status of the GBA as an international tourism gateway. A development environment that champions internationalization is continuously attracting global resources.

"Nansha boasts a profound cultural heritage, offers beautiful views of both mountains and waters, moreover, and is a culinary paradise. Its exceptional cultural and tourism resources perfectly cater to the diverse and personalized travel demands of Hong Kong residents, making it a premium leisure destination," said Freddy Yip Hing-Ning, President of the Hong Kong Association of Travel Agents and member of the Consultative Committee on Guangdong-Hong Kong Co-operation (Guangzhou Nansha). Yip observed that in recent years, a growing number of Hong Kong residents have been visiting Nansha during weekends and holidays to relax by the sea, enjoy the charming ecological environment, and explore local culture, making Nansha a premier short-haul travel destination within the GBA.

Simultaneously, Nansha continues to provide global investors with the additional benefits of open policies. For instance, eligible enterprises can enjoy a reduced corporate income tax rate of 15%, while Hong Kong and Macao residents are exempt from the portion of their personal income tax burden that exceeds that of their home regions. Targeted support policies are in place for industries such as large-scale performing arts events, sports events, film and television production, and the digital creative industry. Since the beginning of 2025, Nansha has successfully hosted concerts by major acts like Mayday and Teens in Times (TNT), continuously unleashing the spillover effects of a model featuring "Entertainment + Tourism + Consumption," further strengthening industry agglomeration and Nansha's overall appeal.

From "Lingnan Culture" to a "Digital Future": A New Urban Narrative is Taking Shape

Culture is the cornerstone of a city's competitiveness. Unlike many emerging urban districts, Nansha's development is not merely about urban expansion. Instead, its modernization journey is marked by the continuous revitalization of traditional cultural resources, shaping a unique urban narrative.

The blue bricks and black tiles of Dongchong Water Town whisper tales of ancient Lingnan; intangible cultural heritage like Xiangyun silk and Xianshui songs carry forward a millennium of craftsmanship; and the legacies of the Tanka fishing communities, water towns, and maritime history collectively forge the distinctive cultural foundation of Nansha. At the same time, emerging sectors such as the digital creative industry, AI short drama production bases, and immersive experience spaces are growing rapidly. Innovations such as unmanned boat night tours, digital culture and tourism spaces, and smart mobility experiences are also garnering attention, enabling the effortless integration of traditional culture and modern technology.

During this promotional event, several projects were officially unveiled, including the Asia Television (ATV) Nansha AI Culture and Tourism Short Drama Production Training Base and the Nansha Culture and Tourism Short Video Creation OPC (One Person Company) Digital Center. Additionally, the Guangdong-Hong Kong-Macao Greater Bay Area Sports and Culture Research Institute was officially established in Nansha, further enriching the innovation ecosystem for the integrated development of culture and tourism.

Source: The Publicity Department of Nansha District


Wednesday, May 27, 2026

โรงเรียนนานาชาติไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ วิภาวดี คว้ารางวัล Public Choice Award ด้านสิ่งอำนวยความสะดวกเชิงนวัตกรรม ในงาน ASEAN School Awards 2026

โรงเรียนนานาชาติไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ วิภาวดี มีความยินดีที่ได้รับรางวัล Public Choice Award ด้านสิ่งอำนวยความสะดวกเชิงนวัตกรรม (Innovative Facilities) จากเวที ASEAN School Awards 2026 อันทรงเกียรติ ซึ่งเป็นการยืนยันถึงความมุ่งมั่นอย่างโดดเด่นของโรงเรียนในการสร้างสภาพแวดล้อมทางการศึกษาที่พร้อมรับอนาคต และส่งเสริมให้นักเรียนเกิดความใฝ่รู้ ความมั่นใจ และความเมตตา

รางวัลดังกล่าวได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการในเดือนพฤษภาคม 2569 โดย ASEAN School Awards มุ่งเชิดชูโรงเรียนทั่วภูมิภาคที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นเลิศ นวัตกรรม และผลกระทบเชิงบวกที่มีความหมายต่อการศึกษา ไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ วิภาวดี ได้รับการคัดเลือกผ่านการโหวตจากสาธารณชน สะท้อนถึงความไว้วางใจและการสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งจากผู้ปกครอง นักเรียน และชุมชนในวงกว้างทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

วิทยาเขตวิภาวดีได้รับการออกแบบร่วมกับไบรท์ตัน คอลเลจ สหราชอาณาจักร โดยมีวิสัยทัศน์ที่ยิ่งไปกว่าการเป็นเพียงอาคารเรียน ทุกองค์ประกอบของวิทยาเขตได้รับการออกแบบอย่างมีเจตนาชัดเจนเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ ความเป็นอยู่ที่ดี ความคิดสร้างสรรค์ และการทำงานร่วมกัน สร้างสภาพแวดล้อมที่มีจุดมุ่งหมายชัดเจน ซึ่งนักเรียนได้รับแรงบันดาลใจให้เติบโตทั้งในด้านวิชาการและความเป็นตัวของตัวเอง

แรงขับเคลื่อนสำคัญเบื้องหลังการพัฒนาวิทยาเขตแห่งนี้คือ คุณณพงศ์ ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โอเชี่ยน พรอพเพอร์ตี้ จำกัด และกรรมการบริหารโรงเรียนไบรท์ตัน คอลเลจ ประเทศไทย ผู้ดูแลการก่อสร้างด้วยตนเองและมีบทบาทสำคัญในการออกแบบและพัฒนาโรงเรียนตั้งแต่แนวคิดจนถึงการก่อสร้างแล้วเสร็จ

คุณณพงศ์ ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์ กล่าวว่า ตั้งแต่ขั้นตอนการวางแนวคิดในช่วงแรกจนถึงการก่อสร้าง วิสัยทัศน์ของเราคือการสร้างสิ่งที่ยิ่งกว่าอาคารที่สวยงาม ทุกพื้นที่ได้รับการออกแบบอย่างตั้งใจเพื่อจุดประกายความใฝ่รู้ ความคิดสร้างสรรค์ ความเป็นอยู่ที่ดี และความรักในการเรียนรู้ที่แท้จริง เราภูมิใจอย่างยิ่งที่ไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ วิภาวดี ได้รับการยอมรับจากกลุ่ม ASEAN ในวงกว้างในฐานะต้นแบบของการออกแบบทางการศึกษาเชิงนวัตกรรมสำหรับคนรุ่นต่อไป

รางวัลดังกล่าวยกย่องสิ่งอำนวยความสะดวกอันยอดเยี่ยมของไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ วิภาวดี ซึ่งประกอบด้วย โรงละครศิลปะการแสดงมาตรฐานมืออาชีพ ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ Innovation Hub ศูนย์ Sixth Form ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์และการออกแบบ & เทคโนโลยีเฉพาะทาง สระว่ายน้ำบนดาดฟ้า สิ่งอำนวยความสะดวกด้านกีฬาระดับแข่งขัน และสภาพแวดล้อมสำหรับเด็กปฐมวัยที่ออกแบบอย่างรอบคอบโดยได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติและการเรียนรู้ผ่านการเล่น นอกจากนี้ ความยั่งยืนยังเป็นส่วนสำคัญของการออกแบบวิทยาเขต โดยมีการติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ทั่วทั้งอาคารของโรงเรียน

คุณคริสเปียน วอเตอร์แมน อาจารย์ใหญ่ของไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ วิภาวดี กล่าวว่ารางวัลดังกล่าวถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงวิสัยทัศน์ที่ยิ่งใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังการก่อตั้งไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ วิภาวดี ทุกพื้นที่ภายในวิทยาเขตได้รับการออกแบบอย่างมีจุดมุ่งหมาย เพื่อหล่อเลี้ยงการเรียนรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ เป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่งที่กลุ่มการศึกษาในภูมิภาค ASEAN ได้ให้การยอมรับถึงความสำคัญของสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง

คุณนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ ประธานคณะกรรมการของไบรท์ตัน คอลเลจ ประเทศไทย กล่าวเสริมว่า เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างสูงที่ได้รับรางวัล Public Choice Award นี้ ซึ่งสะท้อนถึงความไว้วางใจและการสนับสนุนจากผู้ปกครอง นักเรียน บุคลากร และชุมชนในวงกว้าง ที่ไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ วิภาวดี เราเชื่อว่าสิ่งอำนวยความสะดวกที่ยอดเยี่ยมไม่ได้อยู่ที่สถาปัตยกรรมเพียงอย่างเดียว แต่คือการสร้างพื้นที่ที่นักเรียนรู้สึกได้รับแรงบันดาลใจ การสนับสนุน และพลังในการเติบโตทั้งด้านวิชาการและการพัฒนาส่วนบุคคล

คุณนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ ในฐานะประธานคณะกรรมการ พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารและทีมผู้นำของโรงเรียน (CLT) ขอแสดงความขอบคุณต่อครอบครัวไบรท์ตัน กรุงเทพฯ วิภาวดี ทั้งหมดที่มีส่วนร่วมในความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของโรงเรียน และมีวิสัยทัศน์ร่วมกันเพื่อพัฒนาการศึกษาระดับโลกในประเทศไทย

การได้รับรางวัลครั้งนี้ยิ่งตอกย้ำตำแหน่งของไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ วิภาวดี ในฐานะหนึ่งในโรงเรียนนานาชาติชั้นนำของภูมิภาค ที่ผสานความเป็นเลิศทางวิชาการเข้ากับการออกแบบเชิงนวัตกรรมที่เน้นเด็กเป็นศูนย์กลาง โดยได้รับแรงบันดาลใจจากปรัชญาและคุณค่าทางการศึกษาของไบรท์ตัน คอลเลจ สหราชอาณาจักร ในการบ่มเพาะนักเรียนให้มีความใฝ่รู้ทางปัญญา ความมั่นใจ และความเมตตา

Brighton College Bangkok Vibhavadi Receives Public Choice Award for Innovative Facilities at the ASEAN School Awards 2026

    Brighton College Bangkok Vibhavadi is proud to announce that it has been awarded the Public Choice Award for Innovative Facilities at the prestigious ASEAN School Awards 2026, recognising the College’s outstanding commitment to creating future-ready educational environments that inspire curiosity, confidence, and kindness.

Officially announced in May 2026, the ASEAN School Awards celebrate schools across the region that demonstrate excellence, innovation, and meaningful impact in education. Brighton College Bangkok Vibhavadi was selected through public voting, reflecting strong support and confidence from families, educators, and the wider community across Southeast Asia.

Designed in partnership with Brighton College UK, the Vibhavadi campus was envisioned as far more than a school building. Every aspect of the campus was intentionally created to enhance learning, wellbeing, creativity, and collaboration; delivering a purpose-driven environment where pupils are inspired to thrive academically and personally.

A key driving force behind the development of the campus was Khun Napong Paripontpochanapisuti, Board Member of Brighton College Thailand, who personally oversaw the construction and played a central role in the design and development of the school from concept through completion.

Khun Napong Paripontpochanapisuti commented:

“From the earliest concept stage through to construction, our vision was to create far more than a beautiful campus. Every space was intentionally designed to inspire curiosity, creativity, wellbeing, and a genuine love of learning. We are incredibly proud that Brighton College Bangkok Vibhavadi has been recognised by the wider ASEAN community as a model of innovative educational design for the next generation.”

The award recognises Brighton College Bangkok Vibhavadi’s exceptional facilities, including its professional-standard Performing Arts Theatre, Science Labs, Innovation Hub, Sixth Form Centre, specialist Science and Design & Technology laboratories, rooftop swimming pool, competition-grade sports facilities, and thoughtfully designed Early Years environment inspired by nature and play-based learning. Sustainability also forms an important part of the campus design, with solar energy systems integrated throughout the school buildings.

Mr. Crispian Waterman, Headmaster of Brighton College Bangkok Vibhavadi, said:

“This award is a wonderful recognition of the vision behind Brighton College Bangkok Vibhavadi. Every space on campus was intentionally designed to inspire learning, creativity, and human connection. We are delighted that the wider community across ASEAN has recognised the importance of educational environments that genuinely place children at the centre of design.”

Khun Nusara (Assakul) Banyatpiyaphod, Chair of Governors of Brighton College Bangkok Vibhavadi, added:

“We are deeply honoured to receive this Public Choice Award. It reflects the trust and support of our parents, pupils, staff, and wider community. At Brighton College Bangkok Vibhavadi, we believe exceptional facilities are not about architecture alone; they are about creating spaces where pupils feel inspired, supported, and empowered to thrive academically and personally.”

Khun Nusara (Assakul) Banyatpiyaphod, Chair of Governors of Brighton College Thailand, together with the Executive Committee and College Leadership Team (CLT), expressed their appreciation to the entire Brighton community for contributing to the school’s continued success and shared vision for world-class education in Thailand.

This recognition further strengthens Brighton College Bangkok Vibhavadi’s position as one of the region’s leading international schools, combining academic excellence with innovative, child-centred design inspired by the educational philosophy and values of Brighton College UK: nurturing pupils who are intellectually curious, confident, and kind.

Source: Brighton College Bangkok Vibhavadi

"ซูโจว" โชว์ศักยภาพบนเวที APEC ชูความร่วมมือเศรษฐกิจควบคู่มนต์เสน่ห์แห่งเจียงหนาน

 การประชุมรัฐมนตรีการค้าความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (APEC) ครั้งที่ 32

ระหว่างวันที่ 22-23 พฤษภาคม 2569 เมืองซูโจวได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปค (APEC) ครั้งที่ 32 อย่างยิ่งใหญ่ โดยนครแห่งสายน้ำฝั่งตะวันออกซึ่งเป็นที่รู้จักระดับสากลมายาวนานกว่า 2,500 ปีแห่งนี้ สามารถดึงดูดสายตาจากทั่วโลกได้อีกครั้ง ด้วยเอกลักษณ์การพัฒนาทางเศรษฐกิจที่สอดรับกับวิถีวัฒนธรรมดั้งเดิมอย่างกลมกลืนเสมือน "ภาพปักสองหน้า" อันเลื่องชื่อ

แขกผู้มีเกียรติและผู้เข้าร่วมประชุมต่างชื่นชมซูโจวว่าเป็นเมืองที่มีความตื่นตัวทางอุตสาหกรรม ควบคู่ไปกับความงดงามเหนือกาลเวลา โดยปัจจุบัน ซูโจวมีมูลค่าผลผลิตรวมของวิสาหกิจอุตสาหกรรมขนาดใหญ่กว่า 4.9 ล้านล้านหยวน รั้งตำแหน่งเมืองอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของประเทศจีน ซึ่งสะท้อนถึงฮาร์ดพาวเวอร์ทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน ความประณีตงดงามในฐานะนครร้อยสวน ความลึกซึ้งของนครร้อยพิพิธภัณฑ์ และความสุนทรีย์ของนครร้อยงิ้ว ได้หลอมรวมกันเป็นเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของ "สรวงสวรรค์บนดิน" อันเป็นซอฟต์พาวเวอร์ทางวัฒนธรรม เมืองซูโจวสามารถประยุกต์การจัดวางโครงสร้างอันประณีตของสวนโบราณมาเป็นแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ ทั้งยังใช้ศิลปะการปักผ้าสองหน้าอันเลื่องชื่อเป็นสะพานเชื่อมโลกตะวันออกและตะวันตก ส่งผลให้ก้าวขึ้นเป็นหน้าต่างบานสำคัญในการปฏิรูปและเปิดประเทศของจีน

บริเวณต้อนรับภายในงาน แขกผู้มาเยือนต่างตื่นตาตื่นใจกับฉากหลังต้อนรับโทนสีฟ้าอ่อนที่จำลองแบบจากสวนคลาสสิกของซูโจว เพื่อต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมจากทั่วทุกสารทิศอย่างอบอุ่น พร้อมทั้งถ่ายทอดศิลปะความงดงามและงานฝีมือประณีตของสวนสไตล์เจียงหนาน เผยให้ผู้มาเยือนทั้งชาวจีนและชาวต่างชาติสัมผัสได้ถึงความอ่อนน้อมถ่อมตนและมิตรไมตรีจิตอันเป็นเอกลักษณ์ในแบบฉบับวัฒนธรรมเจียงหนาน

งานปักซูโจวอันวิจิตรบรรจงได้ดึงดูดสายตาให้แขกผู้มีเกียรติต่างหยุดชมด้วยความชื่นชม โดย ยฺหวี จฺวินเหยา (Yu Junyao) ช่างปักผ้าชาวซูโจววัย 28 ปี ผู้ช่วยผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ศิลปะงานปักซูโจวเหยาฮุ่ยเฟิน เปิดเผยว่า "ความงามไม่จำเป็นต้องมีคำแปล และมีพลังในการเชื่อมโยงผู้คนจากต่างถิ่นต่างแดนให้ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น" ปัจจุบันเธออยู่ระหว่างการจำลองภาพพิมพ์แกะไม้สมัยราชวงศ์หมิงเรื่องบันทึกหอประจิม (The Romance of the Western Chamber) ขึ้นมาใหม่ด้วยเทคนิคงานปัก พร้อมแต่งแต้มสีสันตามการตีความของตนเอง "เหตุผลที่ดิฉันเลือกสาธิตผลงานชิ้นนี้ในงาน เพราะผลงานดังกล่าวได้รวบรวมองค์ประกอบอันหลากหลายของวัฒนธรรมจีนเอาไว้" และเสริมว่า "ทั้งการบอกเล่าวรรณกรรมรักคลาสสิก การแสดงทักษะชั้นครูของงานปักซูโจว ตลอดจนการชูความงามของศิลปะภาพพิมพ์แกะไม้ดั้งเดิม" โดยสิ่งที่สร้างความสนใจให้แก่ผู้เข้าร่วมงานชาวต่างชาติมากที่สุด คือความหลากหลายของเทคนิคการเย็บปักถักร้อยที่นำมาสาธิตในบริเวณงาน

ทุกย่างก้าวภายในงานเปรียบเสมือนการเปิดมุมมองใหม่ที่เผยความงดงามแปลกตาในทุกมิติ โดยคณะผู้จัดงานได้เนรมิตสถานที่จัดประชุมให้กลายเป็น "ห้องรับแขกทางวัฒนธรรม" เพื่อเผยแพร่มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของซูโจว ไม่ว่าจะเป็นศิลปะการปักผ้า งานทอผ้าไหมเค่อซือ ผ้าไหมซ่งจิ่น และมรดกแขนงอื่น ๆ ที่สะกดสายตาผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวจีนและชาวต่างชาติ นอกจากนี้ บริเวณสาธิตการทำภาพพิมพ์แกะไม้ปีใหม่เถาฮฺวาอู้ก็ได้รับความสนใจอย่างคึกคัก โดยแขกผู้มีเกียรติต่างเข้าคิวรอสัมผัสประสบการณ์พิมพ์ภาพมงคลด้วยฝีมือตนเอง โดยมี เฉียว หลานหรง (Qiao Lanrong) ผู้สืบทอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมระดับมณฑล ได้นำผลงานดั้งเดิมชุดปรองดองเป็นหนึ่งเดียว (Harmony in Unity) รวมถึงภาพพิมพ์มงคลต้อนรับ "ปีมะเมีย" รูปแบบใหม่มาให้แขกได้ทดลองปฏิบัติ "ผู้เข้าร่วมงานจะได้รับประสบการณ์ตรงจากการพิมพ์สีด้วยเทคนิคโบราณ และสามารถนำผลงานที่ทำเสร็จแล้วกลับไปเป็นที่ระลึกได้" เฉียวกล่าว พร้อมชี้ชวนให้ชมผลงานที่มีชื่อว่าเสียวหม่าน (Grain Buds) "เนื่องจากช่วงเวลาของการประชุมตรงกับช่วงปักษ์ 'เสียวหม่าน' ในปฏิทินจีนพอดี เราจึงตั้งใจใช้ผลงานศิลปะของเรานี้เพื่อร่วมแบ่งปันภูมิปัญญาเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านฤดูกาลของชาวจีนโบราณแก่ผู้มาเยือน"

ในโอกาสนี้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของไทย ตลอดจนกลุ่มนักธุรกิจชาวอินโดนีเซีย ผู้สื่อข่าวชาวอเมริกัน และมิตรจากหลากหลายประเทศ ได้มีส่วนร่วมปักฝีเข็มลงบนผืนผ้าปักซูโจวชุดพิเศษในชื่อ "APEC CHINA 2026" โดยการร่วมร้อยเรียงเส้นด้ายในครั้งนี้ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งการถักทอสายสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และเป็นพยานชิ้นสำคัญของความร่วมมือร่วมใจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

นวัตกรรมเป็นทั้งกลไกเบื้องหลังความสำเร็จทางเศรษฐกิจอันโดดเด่นของซูโจว และกุญแจสำคัญในการสืบสานความมีชีวิตชีวาของมรดกทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมให้อยู่คู่สังคมปัจจุบันด้วย

ในการประชุมครั้งนี้ จิน อี๋ (Jin Yi) ผู้สืบทอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมด้านการตัดเย็บชุดกี่เพ้าแฮนด์เมดของซูโจว ได้นำสัญลักษณ์ประจำท้องถิ่น อาทิ ดอกไม้ประจำเมือง (ดอกหอมหมื่นลี้), ปูขนอันเลื่องชื่อ และเครื่องดนตรีซูโจวผิงถาน มาผสมผสานเข้ากับศิลปะการทำกระดุมจีน (ผานโค่ว) ซึ่งผลงานสร้างสรรค์เหล่านี้โดดเด่นทั้งความวิจิตรบรรจงและประโยชน์ใช้สอยจริง โดยนำมาประยุกต์เป็นเข็มกลัดติดหน้าอกหรือเข็มกลัดปกเสื้อ ช่วยให้ผู้มาเยือนชาวต่างชาติได้สัมผัสถึงความประณีตและหัวใจในงานฝีมือดั้งเดิมของจีนอย่างใกล้ชิด

ขณะเดียวกัน บริษัท ซูโจว ไท่หู สโนว์ ซิลก์ จำกัด (Suzhou Taihu Snow Silk Co., Ltd.) ได้นำลวดลายสิบสองนักษัตรมาผสานเข้ากับผลิตภัณฑ์ผ้าไหมอย่างสร้างสรรค์ เกิดเป็นสินค้าทางวัฒนธรรมที่ครองใจทั้งกลุ่มลูกค้าต่างชาติและผู้บริโภครุ่นใหม่

การสืบสานความมีชีวิตชีวาของมรดกทางวัฒนธรรมจะเกิดขึ้นได้จริง ก็ต่อเมื่อศิลปะนั้นได้รับการหลอมรวมเข้ากับวิถีชีวิตยุคปัจจุบันได้อย่างเหมาะสม ซึ่งเมืองซูโจวได้ใช้นวัตกรรมขับเคลื่อนเพื่อฟื้นคืนชีวิตให้แก่มรดกทางประวัติศาสตร์ ทั้งในแง่การอนุรักษ์ในปัจจุบันและการปูรากฐานสู่อนาคต

ทางด้าน เฉิน เหวิน (Chen Wen) ผู้สืบทอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมเทคนิคการทอผ้าไหมเค่อซือระดับมณฑล แสดงทัศนะว่า งานฝีมือโบราณชนิดนี้สามารถทำหน้าที่เป็นสื่อกลางแห่งยุคสมัยได้เป็นอย่างดี โดยนอกจากจะยังคงรักษาความงดงามตามแบบแผนภาพวาดจีนโบราณแล้ว ปัจจุบันยังได้ผสมผสานสุนทรียภาพในชีวิตประจำวันเพื่อสร้างเสียงสะท้อนทางวัฒนธรรมให้กว้างขวางยิ่งขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้สาธารณชนได้เข้าถึง "ศิลปะที่ใกล้สูญหาย" นี้ง่ายขึ้น เฉินจึงริเริ่มนำผลงานไปจัดแสดงนิทรรศการในประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ นิวซีแลนด์ และอื่น ๆ อีกทั้งยังได้พัฒนากี่ทอผ้าไหมเค่อซือขนาดเล็กสำหรับการเรียนรู้ขึ้นมาใหม่โดยอิงรูปแบบจากกี่ทอผ้าโบราณ พร้อมทั้งเปิดชั้นเรียนเสริมทักษะตามความสนใจในโรงเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา เพื่อนำวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้าสู่ห้องเรียนอย่างเป็นรูปธรรม ช่วยให้เยาวชนเข้าใจในภูมิปัญญาจีนที่ถักทออยู่ในเส้นด้ายแต่ละเส้นผ่านประสาทสัมผัสและการทดลองทอด้วยตนเอง โดย โยร์ก ไฮน์ริช (Joerg Heinrich) กรรมการบริหารสมาพันธ์เครื่องจักรกลสวิส ได้กล่าวชมว่า ประสบการณ์ที่เขาคลุกคลีอยู่กับเครื่องจักรสิ่งทอมาหลายปี ทำให้เขารู้สึกผูกพันและคุ้นเคยกับภาพวิถีชีวิตการทอผ้าทำมือเช่นนี้เป็นอย่างมาก

ขณะเดียวกัน ผู้ที่เดินเยี่ยมชมรอบบริเวณงานอาจมีโอกาสได้ยลโฉมบอนไซสไตล์ซูโจวที่จัดแสดงอยู่ตามจุดต่าง ๆ โดยมีผลงานบอนไซสนเจินไป๋โบราณอายุกว่า 200 ปีที่มีชื่อว่า มังกรหมอบ หงส์เริงร่า (Dragon in Repose, Phoenix at Ease) ตั้งตระหง่านสะดุดตา ซึ่งบอนไซชิ้นนี้นอกจากจะเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ความร่มรื่นแก่สถานที่จัดงานแล้ว ยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวจีนและชาวต่างชาติได้สัมผัสถึงปรัชญาของสวนซูโจวโดยไม่จำเป็นต้องก้าวออกจากโถงจัดงาน

"บอนไซไม่ได้เป็นเพียงการจำลองย่อส่วนธรรมชาติลงมาเท่านั้น ทว่าเป็นการจัดระเบียบโครงสร้างความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติ กาลเวลา และมนุษย์ให้อยู่ร่วมกันภายใต้พื้นที่จำกัด" ตัวแทนจากสำนักงานบริหารสวนจัวเจิ้ง ภายใต้สำนักงานบริหารสวนและพื้นที่สีเขียวเมืองซูโจว กล่าว โดยทางหน่วยงานคาดหวังว่า การอาศัยเวทีระดับนานาชาตินี้จะสามารถแสดงให้ผู้มาเยือนเห็นว่า สวนโบราณซูโจวไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่เพียงรูปแบบสิ่งก่อสร้างดั้งเดิมเท่านั้น แต่ยังสามารถแทรกซึมเข้าสู่พื้นที่วัฒนธรรมสาธารณะในปัจจุบันได้ผ่านทางบอนไซ เครื่องเรือนตกแต่ง และรูปแบบงานร่วมสมัยต่าง ๆ ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นภาษาที่นุ่มนวลทว่าทรงพลังในการเชื่อมโยงเมืองซูโจวเข้ากับสังคมโลก

การประชุมรัฐมนตรีการค้า APEC ในครั้งนี้เปรียบเสมือนสะพานเชื่อมเมืองกูซู (ชื่อโบราณของซูโจว) อายุกว่าพันปี เข้ากับผู้มาเยือนจากทั่วทุกมุมโลก ก่อให้เกิดมิตรภาพและความประทับใจอันงดงามมากมาย โดยนอกรอบการประชุม แขกผู้มีเกียรติได้เดินเที่ยวชมถนนสายประวัติศาสตร์ผิงเจียง ตรอกซอกซอยโบราณ ตลอดจนสวนโอ่วหยวน พร้อมทั้งดื่มด่ำกับการบูรณาการด้านวัฒนธรรม พาณิชยกรรม และการท่องเที่ยว อันเป็นแก่นแท้ของเจียงหนาน นอกจากนี้ยังได้เที่ยวชมสวนจัวเจิ้งเพื่อชื่นชมสุนทรียศาสตร์ตะวันออกในการรังสรรค์ฟ้าดินไว้ในพื้นที่อันจำกัด ตลอดจนเดินทางไปเยือนเมืองน้ำโบราณอย่างโจวจวางและถงหลี่ เพื่อสัมผัสวิถีชีวิตริมน้ำดั้งเดิม นั่งเรือพาย และร่วมฟังการขับร้องและเล่าเรื่องผิงถานกับงิ้วคุนฉฺวี่อย่างใกล้ชิด

ฟลอร์ เบเยนส์ (Flor Baeyens) ผู้จัดการโครงการแห่งหอการค้าเบเนลักซ์ประจำประเทศจีน กล่าวว่า "ในการสรรหาแหล่งลงทุนของกลุ่มธุรกิจ เรามองหาพื้นที่ที่สามารถสร้างความเชื่อมโยงร่วมกันได้อยู่เสมอ ซึ่งที่ซูโจวแห่งนี้ ผมสัมผัสได้ถึงความลุ่มลึกของวัฒนธรรมท้องถิ่น งานศิลปะ และความประณีตงดงามของงานฝีมืออย่างแท้จริง สิ่งเหล่านี้มีส่วนสำคัญอย่างมากที่ช่วยให้ทั้งสองฝ่ายสามารถสร้างความเข้าใจและร่วมมือกันได้ง่ายยิ่งขึ้น ก่อนที่จะเปิดโต๊ะเจรจาธุรกิจเพื่อการลงทุนอย่างเป็นทางการเสียด้วยซ้ำ"

ฆอร์เฆ กาซิมิโร (Jorge Casimiro) รองประธานกลุ่มบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์และนโยบายสาธารณะของไนกี้ (Nike) เปิดเผยในการเสวนาพันธมิตรผู้นำธุรกิจเอเชีย-แปซิฟิก และการประชุมส่งเสริมการลงทุนระดับโลกซูโจว ประจำปี 2569 ว่า "ซูโจวถือเป็นเมืองแห่งนวัตกรรมและโอกาส เราได้เปิดร้านสาขาแรกที่เมืองไท่ชางมาตั้งแต่ปี 2539 และไนกี้ก็ได้เติบโตก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องเคียงคู่มากับพัฒนาการของเมืองซูโจว" พร้อมทั้งยกย่องสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ยอดเยี่ยมและยืนยันนโยบายของไนกี้ในการขยายการลงทุนในเมืองนี้ต่อไป ด้วยศักยภาพทำเลที่ตั้งและบรรยากาศการลงทุนชั้นหนึ่ง ส่งผลให้ซูโจวกลายเป็นศูนย์กลางยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการดำเนินธุรกิจของไนกี้ในประเทศจีน โดยนับตั้งแต่ก่อตั้งศูนย์โลจิสติกส์ขึ้นที่เมืองไท่ชางในปี 2553 บริษัทสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานได้สูงถึงห้าเท่า ด้วยมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีความสามารถในการรองรับและจัดการสินค้าสูงกว่า 180 ล้านชิ้นต่อปี

นอกจากนี้ เมืองซูโจวยังเป็นที่ตั้งของคณะนักแสดงบัลเลต์ วงซิมโฟนีออร์เคสตรา และวงดนตรีออร์เคสตราจีนดั้งเดิม ทั้งยังมุ่งมั่นดึงดูดทรัพยากรชั้นนำทั้งในและต่างประเทศในด้านการศึกษา การแพทย์ สาธารณสุข ศิลปวัฒนธรรม และการกีฬา ตลอดจนการดำเนินมาตรการอำนวยความสะดวกแบบครบวงจรเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของชาวต่างชาติ ส่งผลให้เมืองซูโจวได้รับการยอมรับให้เป็น "เมืองของจีนที่ดึงดูดใจบุคลากรผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติมากที่สุด" ติดต่อกันเป็นเวลายาวนานถึง 14 ปี

ความเจริญรุ่งเรืองทางวัฒนธรรมและความตื่นตัวทางเศรษฐกิจต่างเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน หล่อหลอมให้ชาวซูโจวมีจิตวิญญาณแห่งการกล้าคิดกล้าทำ ลงมือปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ และมุ่งมั่นแสวงหาความเป็นเลิศอย่างไม่หยุดยั้ง ด้วยหน้าประวัติศาสตร์อันยาวนานถึง 2,500 ปี ในวันนี้ ซูโจวพร้อมเปิดประตูรับความหลากหลายและความเป็นสากล เพื่อพิสูจน์ให้ผู้มาเยือนทั้งชาวจีนและชาวต่างประเทศได้ประจักษ์ว่า มนต์เสน่ห์ทางวัฒนธรรมของเมืองคือสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ดีที่สุด

ที่มา: การประชุมรัฐมนตรีการค้าความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (APEC) ครั้งที่ 32

APEC Suzhou Moment: A Symphony of Economic Consensus and Jiangnan Poetic Charm


 The 32nd Asia-Pacific Economic Cooperation (APEC) Ministers Responsible for Trade Meeting

From May 22 to 23, the 32nd Asia-Pacific Economic Cooperation (APEC) Ministers Responsible for Trade Meeting was held in Suzhou. Suzhou, the oriental water city that has been read by the world for more than 2,500 years, has once again attracted global attention with its "double-sided embroidery" charm of co-prosperity and symbiosis of humanities and economy.

Guests see Suzhou as a city of both industrial vitality and timeless grace. With the total output value of large-scale industrial enterprises exceeding 4.9 trillion yuan, Suzhou stands firmly as China's second-largest industrial city - this is its economic hard power. The elegance of the City of a Hundred Gardens, the profundity of the City of a Hundred Museums, and the vitality of the City of a Hundred Operas intertwine to create the timeless charm of "Paradise on Earth" - this is Suzhou's cultural soft power. Using the delicate layout of its classical gardens to map out the landscape of a modern economy, and the mastery of double-sided embroidery to bridge the East and the West, Suzhou has leaped to become a leading window of China's reform and opening-up.

Stepping into the venue, a sky-blue welcome backdrop, inspired by Suzhou's classical gardens, warmly greets guests from near and far. It encapsulates the elegance and craftsmanship of Jiangnan garden culture, offering Chinese and international visitors a taste of the unique reserve and warmth that define Jiangnan's heritage.

Fine examples of Suzhou embroidery made guests pause in admiration. "Beauty needs no translation, it brings people from different countries and regions closer," said Yu Junyao, a 28-year-old Suzhou embroiderer and assistant director of the Yao Huifen Suzhou Embroidery Art Museum. She has been recreating the Ming-dynasty woodblock print The Romance of the Western Chamber using embroidery techniques, adding colors according to her own interpretation. "I chose to demonstrate this piece on-site because it integrates multiple elements of Chinese culture," Yu explained, "It tells a classic love story, showcases the exquisite skill of Suzhou embroidery, and also highlights the beauty of woodblock prints." What intrigued foreign guests the most was the dazzling variety of stitching techniques on display.

Every step reveals a new scene, beauty unfolds in every direction. The resourceful people of Suzhou have transformed the venue into a "cultural living room," where time-honored Suzhou intangible cultural heritage - embroidery, Kesi silk tapestry, Song brocade, and more - captivates Chinese and international guests alike. At the Taohuawu New Year woodblock print experience area, excitement runs high. Guests line up eagerly to print their own festive picture. Qiao Lanrong, provincial-level representative inheritor of this national intangible cultural heritage item, brings both the traditional piece Harmony in Unity and an innovative "Year of the Horse" blessing print for guests to try. "Guests get hands-on experience with color-printing techniques and can take home their own work," Qiao says, pointing to a piece titled Grain Buds . "The conference coincides with the 'Grain Buds' solar term, so we also use our art to share the wisdom of traditional Chinese solar terms."

Suphajee Suthumpun, Deputy Prime Minister and Minister of Commerce of Thailand, along with Indonesian businesspeople, American journalists, and other friends from different countries and regions attending the conference, left their stitches on the Suzhou embroidery piece " APEC CHINA 2026 ." Sewing together the bonds of friendship across nations, it stands as a unique testament to Asia-Pacific solidarity.

Innovation is the magic key to Suzhou's remarkable economic success, and equally, the secret behind the enduring vitality of its historical and cultural heritage.

For the conference, Jin Yi, inheritor of Suzhou's handmade cheongsam intangible cultural heritage, incorporated local elements such as the city flower (osmanthus), the famous hairy crab, and Suzhou pingtan musical instruments into the art of Chinese knotted buttons (pankou). These works go beyond aesthetics - they can be transformed into brooches, collar pins, and other forms, allowing foreign guests to experience the resilience and warmth of traditional Chinese craftsmanship firsthand.

Suzhou Taihu Snow Silk Co., Ltd. has creatively integrated the twelve zodiac signs into its silk products, producing cultural goods that appeal not only to foreign customers but also to young consumers.

The vitality of a culture lies in its ability to weave into the fabric of modern life. Suzhou has consistently used innovation to bring its historical heritage to life - preserving it in the present and empowering it for the future.

In the eyes of Chen Wen, a provincial-level representative inheritor of the Kesi (silk tapestry) weaving technique, this ancient craft serves as a contemporary medium - while preserving the charm of classical Chinese painting, it is increasingly infused with everyday beauty and cultural resonance. To make this "lost art" more accessible, Chen has not only organized exhibitions in Malaysia, Singapore, New Zealand and beyond, but also developed a new Kesi learning loom based on traditional designs. By offering interest classes in primary and secondary schools, she brings culture into the classroom, allowing children to understand the Chinese wisdom embedded in every thread through the push and pull of their fingertips. Joerg Heinrich, a board member of the Swiss Mechanical Processing Alliance, noted that his years of work in textile machinery made such a cultural scene feel especially familiar to him.

Wandering through the APEC venue, one might unexpectedly come across a Suzhou-style bonsai. A striking true cypress piece titled Dragon in Repose, Phoenix at Ease stands out - with a tree age of 200 years. It not only adds greenery to the venue but also offers domestic and international guests a taste of the philosophical essence of Suzhou gardens without leaving the hall.

"It is not about shrinking nature, but about reorganizing the relationship between nature, time, and people within a limited space," said a representative from the Administration of the Humble Administrator's Garden under the Suzhou Gardens and Greening Administration Bureau. Through this international platform, the representative hopes to show Chinese and overseas guests that Suzhou gardens exist not only in their classical forms, but can also enter today's public cultural spaces through bonsai, furnishings, and contemporary expressions, becoming a gentle yet powerful language for Suzhou to connect with the world.

The APEC Trade Ministers' Meeting bridged millennia-old Gusu with global visitors, sparking many beautiful encounters. Outside the venue, guests strolled along Pingjiang Road, explored ancient alleys and the Couple's Garden Retreat, immersing themselves in the cultural-commerce-tourism fusion that defines the essence of Jiangnan. They toured the Humble Administrator's Garden to appreciate the Eastern aesthetic of creating heaven and earth within inches, and visited the ancient towns of Zhouzhuang and Tongli, where they took rowing boats, listened to pingtan and Kunqu opera, and experienced the water-town charm and Jiangnan lifestyle firsthand.

"When companies look for investment destinations, we always consider where we can build connections. In Suzhou, I truly feel the profound local culture, arts, and exquisite craftsmanship. This alone makes it easier for both sides to find common ground even before formal investment and business talks begin," said Flor Baeyens, Project Manager of the Benelux Chamber of Commerce in China.

"Suzhou is a city of innovation and opportunity. We opened our first physical store in Taicang in 1996, and Nike has continued to grow here, developing alongside Suzhou," said Jorge Casimiro, Nike's Chief Government Affairs and Public Policy Officer and Group Vice President, at the Asia-Pacific Business Leaders Partnership Dialogue and 2026 Suzhou Global Investment Promotion Conference. He praised Suzhou and reaffirmed Nike's commitment to further investment in the city. Thanks to its superior location and first-class business environment, Suzhou has become a key hub for Nike's operations in China. Since establishing its logistics center in Taicang in 2010, the company has increased efficiency fivefold, with total investment exceeding US$300 million and an annual handling capacity of over 180 million units.

Moreover, Suzhou is home to a ballet company, a symphony orchestra, and a traditional Chinese orchestra. It continues to attract top-tier domestic and international resources in education, healthcare, culture and sports, and has implemented a package of facilitation measures to improve the daily lives of foreign residents. For 14 consecutive years, Suzhou has been named "the most attractive Chinese city for foreign talent."

Cultural prosperity and economic dynamism complement each other, nurturing in Suzhou's people a spirit of bold action, effective execution, and relentless pursuit of excellence. With a history of 2,500 years, Suzhou now embraces the world with openness and inclusiveness, letting Chinese and international guests feel that a city's cultural charm is its best business environment.

Source: The 32nd Asia-Pacific Economic Cooperation (APEC) Ministers Responsible for Trade Meeting

Tuesday, May 26, 2026

ลอรีอัล เปิดรับสมัครทุนวิจัย “เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์” ครั้งที่ 24

ขยายเกณฑ์อายุเป็น 45 ปี ผนึกกำลังมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฯ มอบสูงสุด 5 ทุน ยื่นผลงานได้ถึง 15 กรกฎาคมนี้

ลอรีอัล กรุ๊ป ในประเทศไทย เดินหน้ายกระดับสตรีในแวดวงวิทยาศาสตร์ ประกาศเปิดรับสมัครนักวิจัยหญิงชาวไทยชิงทุน  โครงการทุนวิจัยลอรีอัล ประเทศไทย “เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์” (For Women in Science) ประจำปีที่ 24 โดยปีนี้มีการปรับเปลี่ยนเกณฑ์ครั้งสำคัญเพื่อเปิดโอกาสที่กว้างยิ่งขึ้น ด้วยการปรับเกณฑ์อายุใหม่เป็น 45 ปี สำหรับผู้ที่มีโครงการวิจัยอิสระด้านวิทยาศาสตร์กายภาพหรือวิทยาศาสตร์ชีวภาพที่กำลังดำเนินงานอยู่ โดยมอบทุนสนับสนุนสูงสุด 5 รางวัล รางวัลละ 250,000 บาท พร้อมโล่เกียรติคุณ เพื่อเชิดชูเกียรติ และสร้างพลังขับเคลื่อนแก่นักวิทยาศาสตร์หญิงไทยในการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่เพื่อสังคม

คุณอรอนงค์ ประทักษ์พิริยะ ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการองค์กรและสื่อสารสัมพันธ์ บริษัท ลอรีอัล ประเทศไทย กล่าวว่า “ลอรีอัล ประเทศไทย มุ่งมั่นที่จะเคียงข้างและสร้างโอกาสให้ผู้หญิงผ่านโครงการที่หลากหลาย รวมถึงโครงการทุนวิจัย ‘เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์’ ซึ่งดำเนินงานมาจนถึงปีที่ 24 แล้ว ถือเป็นแรงส่งให้แก่นักวิจัยหญิงไทยมากความสามารถ เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อสังคม และพร้อมผลักดันผลงานเหล่านี้สู่เวทีระดับนานาชาติ โดยในปีนี้ ลอรีอัล ตั้งใจขยายขอบเขตอายุของผู้สมัครให้ถึง 45 ปี เพื่อเปิดประตูโอกาสให้กว้างยิ่งขึ้น อีกทั้งยังจับมือกับมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์ อันเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยส่งเสริมการสร้างระบบนิเวศในวงการวิทยาศาสตร์เพื่อความเท่าเทียม เอื้อให้นักวิจัยสตรีไทยมีโอกาสแสดงศักยภาพมากยิ่งขึ้น“

รองศาสตราจารย์ ดร.ศักรินทร์ ภูมิรัตน ประธานมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า “ทางมูลนิธิฯ มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับลอรีอัล ประเทศไทย ในการส่งเสริมและสร้างพื้นที่ให้นักวิจัยหญิงได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ ซึ่งตลอดปีที่ผ่านมา ลอรีอัล ก็ได้ร่วมสนับสนุนรางวัลนักเทคโนโลยีดีเด่นของทางมูลนิธิฯ ด้วยดีเสมอมา การผนึกกำลังในโครงการเพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์ปีนี้ จึงเป็นการสานต่อความตั้งใจร่วมกันที่จะเป็นกระบอกเสียง ยกระดับผลงานวิจัยของสตรีไทยให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น”

ศ. (เกียรติคุณ) ดร. ยงยุทธ์ ยุทธวงศ์ ประธานคณะกรรมการกิตติมศักดิ์ โครงการทุนวิจัย ลอรีอัล ประเทศไทย “เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์”  กล่าวว่า “กว่า 20 ปี ที่โครงการทุนวิจัย ลอรีอัล ประเทศไทย “เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์” เป็นเวทีสำคัญในการผลักดันให้ผลงานของนักวิจัยหญิงชาวไทยเป็นที่ประจักษ์และเปิดโอกาสสู่ระดับสากล และความเชื่อมั่นที่เรามีต่อศักยภาพอันไร้ขีดจำกัดของสตรีในวงการวิทยาศาสตร์ก็ยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง จึงขอเชิญชวนนักวิจัยหญิงชาวไทยมาร่วมส่งผลงานสมัครรับทุนวิจัยในปีนี้ เพื่อร่วมเป็นแรงขับเคลื่อนความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ของประเทศ และเป็นแรงบันดาลใจให้นักวิจัยหญิงรุ่นใหม่มุ่งมั่นก้าวเดินบนเส้นทางอาชีพ STEM ต่อไป”

นักวิจัยสตรีที่สนใจสามารถสมัครเข้าชิงทุนโครงการทุนวิจัยลอรีอัล ประเทศไทย เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์ ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ถึง 15 กรกฎาคม 2569 หรือศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการฯ ได้ผ่านทางเว็บไซต์ www.FWISThailand.com หรือสอบถามเพิ่มเติมที่อีเมล FWISTH@loreal.com 

เกี่ยวกับลอรีอัล   

ลอรีอัล กรุ๊ป ในฐานะองค์กรด้านความงามชั้นนำของโลก ทุ่มเทในธุรกิจความงามมายาวนาน 116 ปี เพื่อตอบสนองต่อความปรารถนาด้านความงามของผู้คนทั่วโลก ภายใต้เป้าหมายในการสร้างสรรค์ความงามที่ขับเคลื่อนโลกใบนี้ ลอรีอัลกำหนดทิศทางและมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจด้านความงามที่ครอบคลุม มีจริยธรรม สร้างความยั่งยืนให้กับสังคม และสิ่งแวดล้อม โดยมีพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์อันเป็นเอกลักษณ์ซึ่งประกอบด้วย 40 แบรนด์ชั้นนำระดับโลก และพันธสัญญาเพื่อความยั่งยืนอย่าง L’Oréal for the Future ลอรีอัลมุ่งมั่นมอบสิ่งที่ดีที่สุดด้านคุณภาพ ประสิทธิภาพ ความปลอดภัย เต็มเปี่ยมไปด้วยความจริงใจ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันก็ส่งเสริมความงามอันเป็นเอกลักษณ์ให้กับผู้คน  

ลอรีอัล กรุ๊ป มียอดขายผลิตภัณฑ์ 4.405 หมื่นล้านยูโรในปี 2568 มีผลิตภัณฑ์จัดจำหน่ายผ่านทุกช่องทาง ครอบคลุมถึงอีคอมเมิร์ซ ตลาดทั่วไป ห้างสรรพสินค้า เภสัชกรรมและร้านขายยา ซาลอน ร้านค้าปลีก ร้านค้าในสนามบิน และร้านค้าแบบบูติกของแบรนด์ และมีพนักงาน 95,000 คนทั่วโลก ลอรีอัลยึดมั่นในกลยุทธ์ที่สำคัญขององค์กรในการค้นคว้าวิจัยและพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่องโดยมีศูนย์วิจัยและพัฒนา 22 แห่งใน 7 ภูมิภาคทั่วโลก พร้อมด้วยทีมงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมมากกว่า 4,000 คน และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีกว่า 8,000 คน คิดค้นและพัฒนาความงามแห่งอนาคต เพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้าน Beauty Tech ต่อไป  

ในปี 2025 ลอรีอัล กรุ๊ปได้รับการยกย่องให้เป็นบริษัทที่ความล้ำหน้าด้านนวัตกรรมสูงสุดในยุโรปโดยนิตยสาร Fortune จากทั้งหมด 300 บริษัทใน 21 ประเทศและ 16 อุตสาหกรรมทั่วยุโรป  

เกี่ยวกับลอรีอัล ประเทศไทย 

ลอรีอัล ประเทศไทย นำเข้าและจัดจำหน่ายแบรนด์ระดับสากล ใน 4 แผนกผลิตภัณฑ์   

  • แผนกผลิตภัณฑ์อุปโภค: ลอรีอัล ปารีส, การ์นิเย่, เมย์เบลลีน นิวยอร์ก และ 3CE 
  • แผนกผลิตภัณฑ์ความงามชั้นสูง: ลังโคม, จิออร์จิโอ อาร์มานี, คีลส์, ชู อูเอมูระ, อีฟส์ แซ็งต์ โลร็องต์ โบเต้, เอสอป และ เฮเลนา รูบินสไตน์  
  • แผนกผลิตภัณฑ์ช่างผมมืออาชีพ: ลอรีอัล โปรเฟสชั่นแนล และเคเรสตาส  
  • แผนกผลิตภัณฑ์เวชสำอาง: ลา โรช-โพเซย์, วิชี่ เซราวี และสกินซูติคัลส์ 

ข้อมูลเพิ่มเติม: www.loreal.com และ www.facebook.com/lorealthailand