Monday, September 28, 2026

ยูเนี่ยนเพย์ ชูพลัง AI ยกระดับนวัตกรรมการเงิน เชื่อมโยงเศรษฐกิจดิจิทัลจีน-อาเซียน ในงาน CAEXPO ครั้งที่ 23

เมื่อวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา งานแสดงสินค้าจีน-อาเซียน (China-ASEAN Expo หรือ CAEXPO) ครั้งที่ 23 ได้เปิดฉากขึ้น ณ นครหนานหนิง เมืองเอกของเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ในโอกาสนี้ ตง จวินเฟิง (Dong Junfeng) ประธานของไชน่า ยูเนี่ยนเพย์ (China UnionPay) และยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล (UnionPay International) ได้เข้าร่วมงาน พร้อมร่วมการประชุมว่าด้วยความร่วมมือและการพัฒนาทางการเงินจีน-อาเซียน (China-ASEAN Financial Cooperation and Development Forum)

งานมหกรรมในปีนี้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเขตการค้าเสรีจีน-อาเซียน 3.0 และการฉลองครบรอบ 5 ปีของการสถาปนาความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์รอบด้านจีน-อาเซียน พร้อมมุ่งเน้นไปที่การบูรณาการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ากับภาคเศรษฐกิจจริงอย่างลึกซึ้ง โดยยูเนี่ยนเพย์ได้อาศัยเทคโนโลยี AI และศักยภาพด้านการเชื่อมโยงเครือข่ายการชำระเงินเพื่อยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีนกับอาเซียน ตลอดจนส่งเสริมการพัฒนาระบบนิเวศดิจิทัลให้เติบโตอย่างมีคุณภาพสูง

ขับเคลื่อนภาคเศรษฐกิจจริงด้วย AI สร้างศักยภาพใหม่ให้การเงินดิจิทัลอัจฉริยะในอาเซียน

เพื่อต่อยอดบทบาทของกว่างซีในฐานะประตูเชื่อมสู่ภูมิภาคอาเซียน ยูเนี่ยนเพย์กำลังพัฒนาศูนย์กลางนวัตกรรม "AI + การเงิน" ที่มุ่งเน้นการบูรณาการภายในกว่างซี การให้บริการแก่ภูมิภาคอาเซียน และการขยายการดำเนินงานครอบคลุมภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยความร่วมมือที่อยู่ระหว่างการดำเนินงานประกอบด้วย การพัฒนาชุดข้อมูลด้านการเงินสำหรับใช้ฝึกฝน AI ที่มุ่งเน้นตลาดอาเซียน การประเมินและทดสอบเครือข่ายแบ่งปันบริการ AI ด้านการเงินระหว่างจีนและอาเซียน ตลอดจนการร่วมจัดตั้งพันธมิตรในกว่างซีเพื่อต่อต้านการฉ้อโกงทางโทรคมนาคม

ยูเนี่ยนเพย์เดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งด้านการบริหารจัดการความเสี่ยงข้ามพรมแดน ด้วยระบบควบคุมความเสี่ยงที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งพัฒนาขึ้นภายในองค์กร โดยการนำระบบยืนยันตัวตนขั้นสูงแบบ Out-of-Band (OOB) มาใช้งาน ช่วยให้ธนาคารที่เข้าร่วมโครงการนำร่องสามารถลดอัตราการฉ้อโกงลงได้ถึง 90% เมื่อเทียบกับระดับก่อนนำระบบมาใช้งาน นอกจากนี้ ยูเนี่ยนเพย์ยังร่วมมือกับผู้ผลิตอุปกรณ์ปลายทางในต่างประเทศเพื่อยกระดับอุปกรณ์ให้มีความอัจฉริยะมากยิ่งขึ้น ช่วยป้องกันความเสี่ยงจากการชำระเงินข้ามพรมแดนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมยกระดับบริการทางการเงินข้ามพรมแดนให้สะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น

เพื่อให้สอดรับกับแนวคิดหลักของงาน พื้นที่จัดแสดงของยูเนี่ยนเพย์ได้จัดโซน Immersive Experience ที่นำเสนอการใช้งานระบบอัจฉริยะภายในรถยนต์และแว่นตาอัจฉริยะ เพื่อสาธิตศักยภาพของ Agentic Payment Open Protocol (APOP) ในการเชื่อมโยงบริการต่าง ๆ เข้ากับการชำระเงินที่ขับเคลื่อนด้วย AI แบบครบวงจร และรองรับการใช้งานในหลากหลายรูปแบบ การนำเสนอดังกล่าวแสดงถึงประสิทธิภาพของวงจรผลิตภัณฑ์ AI ด้านการเงิน ซึ่งเริ่มต้นจากการวิจัยและพัฒนาในกรุงปักกิ่ง นครเซี่ยงไฮ้ และนครกว่างโจว ก่อนบูรณาการระบบในกว่างซี และนำไปประยุกต์ใช้จริงในประเทศต่าง ๆ ทั่วภูมิภาคอาเซียน อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงคุณค่าเชิงนวัตกรรมของ AI ในการขับเคลื่อนภาคเศรษฐกิจจริงและยกระดับภาคการเงิน

เชื่อมโยงเครือข่ายการชำระเงินข้ามพรมแดน บูรณาการเศรษฐกิจและการค้าระดับภูมิภาค

ภายในงานปีนี้ยังมีการจัดพื้นที่สำหรับจับคู่ความต้องการด้านการจัดซื้อที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยมุ่งเน้นสามหัวข้อหลัก ได้แก่ "การจัดซื้อในจีน" "การส่งออกไปจีน" และ "การลงทุนในจีน" ขณะที่ยูเนี่ยนเพย์ยังคงเดินหน้าพัฒนาระบบบริการชำระเงินสำหรับภูมิภาคอาเซียนอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงิน เพื่อยกระดับการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจและการค้าในภูมิภาคให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ปัจจุบัน เครือข่ายการรับชำระเงินของยูเนี่ยนเพย์ครอบคลุม 10 ประเทศในอาเซียน โดยมีร้านค้าที่รองรับการชำระเงินผ่าน QR Code มากกว่า 38 ล้านรายทั่วภูมิภาค นอกจากนี้ ยังให้บริการรับชำระเงินแบบไร้สัมผัส (Contactless) ผ่านเครื่องรับชำระเงิน (POS) และตู้เอทีเอ็ม (ATM) รวมถึงบริการออกบัตรในประเทศต่าง ๆ อย่างครอบคลุม ในหลายประเทศอาเซียน ยูเนี่ยนเพย์ยังเดินหน้าสร้างต้นแบบการเชื่อมโยงระบบการชำระเงินข้ามพรมแดนภายใต้กรอบความร่วมมือระหว่างรัฐบาลต่อรัฐบาล (G2G) โดยหนึ่งในตัวอย่างสำคัญคือการเชื่อมโยงระบบการชำระเงินผ่าน QR Code ระหว่างจีนกับอินโดนีเซีย ซึ่งเปิดให้บริการเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ส่งผลให้จำนวนร้านค้าในต่างประเทศที่รองรับการชำระเงินผ่าน QR Code ของยูเนี่ยนเพย์เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 46 ล้านราย ขณะเดียวกัน ยูเนี่ยนเพย์ยังเดินหน้าผลักดันการเชื่อมโยงมาตรฐานเครือข่ายการชำระเงินและการบูรณาการระบบร่วมกับประเทศสมาชิกอาเซียนอีกหลายประเทศ อาทิ ความร่วมมือระหว่างจีนกับเวียดนามที่กำลังมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยการบูรณาการระบบช่วยให้มาตรฐานการชำระเงินมีความสอดคล้องกัน ส่งผลให้ผู้บริโภคชาวจีนสามารถใช้วอลเล็ตของตนชำระเงินในเวียดนามได้ ขณะเดียวกัน ทั้งสองฝ่ายกำลังดำเนินการเพื่อรองรับการใช้วอลเล็ตของเวียดนามสำหรับการชำระเงินในประเทศจีนเช่นกัน

นอกเหนือจากการเชื่อมโยงระบบการชำระเงินรายย่อยแล้ว ยูเนี่ยนเพย์ยังคงขยายขอบเขตการให้บริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการจากการขยายธุรกิจข้ามพรมแดนขององค์กรและห่วงโซ่อุตสาหกรรม โดยนำแพลตฟอร์มบริการข้อมูลแบบบูรณาการสำหรับธุรกรรม B2B ข้ามพรมแดนที่พัฒนาขึ้นเอง มาใช้สร้างสรรค์โซลูชันการชำระเงินดิจิทัลเพื่อรองรับรูปแบบธุรกิจใหม่ ๆ อาทิ อีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน รวมถึงบริการด้านเที่ยวบินและโรงแรม ตลอดจนเสริมศักยภาพให้แก่พันธมิตรในภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ ไปพร้อมกัน

ยกระดับบริการผู้บริโภคข้ามพรมแดน ปลดล็อกศักยภาพการจับจ่ายรูปแบบใหม่ด้วย AI

งานแสดงสินค้าในปีนี้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการยกระดับประสบการณ์การบริโภคในชีวิตประจำวัน โดยมีการจัดตั้ง "ตลาดสินค้า AI" ขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อส่งเสริมการจับจ่ายข้ามพรมแดนที่ขับเคลื่อนด้วย AI ขณะเดียวกัน เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของนักธุรกิจและผู้บริโภคที่เดินทางมายังประเทศจีน ตั้งแต่การเดินทาง การชอปปิง ไปจนถึงการเดินทางออกจากประเทศ ยูเนี่ยนเพย์ได้เปิดตัวแอปพลิเคชัน Nihao China แพลตฟอร์มอัจฉริยะครบวงจรสำหรับบริการดิจิทัลข้ามพรมแดน เพื่อรองรับความต้องการของภาคธุรกิจและผู้บริโภคจากอาเซียนตลอดการเดินทาง โดย Nihao China รองรับการลงทะเบียนด้วยหมายเลขโทรศัพท์มือถือระหว่างประเทศและอีเมล พร้อมอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถชำระเงินผ่าน QR Code ของจีนได้โดยไม่จำเป็นต้องผูกบัญชีกับบัตรธนาคารของจีน นอกจากนี้ ยังมีบริการช่วยเหลือหลายภาษาถึง 27 ภาษา ครอบคลุมการใช้งานในหลากหลายกรณี อาทิ การชอปปิงข้ามพรมแดน การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การเดินทาง และการจับจ่ายในชีวิตประจำวัน ยิ่งไปกว่านั้น แอปพลิเคชันยังช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้เดินทางในการดำเนินการขอคืนภาษี โดยช่วยให้กระบวนการเป็นไปอย่างรวดเร็วและราบรื่นยิ่งขึ้น นับเป็นการเชื่อมโยงบริการด้านการชำระเงินตลอดการเดินทาง พร้อมมอบประสบการณ์ดิจิทัลอัจฉริยะแบบครบวงจรในแพลตฟอร์มเดียว

UnionPay Showcases at the 23rd China-ASEAN Expo

On September 17, the 23rd China-ASEAN Expo opened in Nanning, Guangxi. Dong Junfeng, Chairman of China UnionPay and UnionPay International, attended the event and participated in the China-ASEAN Financial Cooperation and Development Forum.

Centering on the development of the China-ASEAN Free Trade Area 3.0 and marking the fifth anniversary of the China-ASEAN Comprehensive Strategic Partnership, this year's expo focused on deepening the integration of artificial intelligence and the real economy. UnionPay leverages AI technology and connectivity to enhance the effectiveness of China-ASEAN economic and trade cooperation and drive the high-quality development of the digital ecosystem.

Driving AI - Powered Real Economy to Build New Advantages for ASEAN Digital and Intelligent Finance

Based on Guangxi's position as a gateway to the ASEAN region, UnionPay is building an "AI + finance" innovation hub characterized by integrations in Guangxi, service delivery to ASEAN, and wider reach across the Asia-Pacific. Collaborations in progress include the development of ASEAN-oriented financial corpora for AI training, the assessment and testing of the China-ASEAN financial AI service sharing network, and the co-creation of Guangxi's alliance for combating telecom fraud.

Powered by the AI-driven risk control system that it has developed in-house, UnionPay continues to strengthen cross-border risk governance. The Out-of-Band (OOB) enhanced authentication implementation has seen the fraud rate of pilot banks drop by 90% against pre-deployment levels. UnionPay is also collaborating with overseas terminal manufacturers to roll out intelligent upgrades on their devices, effectively preventing cross-border payment risks and making cross-border financial services easier to use and more secure.

Echoing the expo's highlights, the UnionPay exhibition area also featured immersive experience zones for intelligent in-vehicle systems and smart glasses, showing how the Agentic Payment Open Protocol (APOP) framework enables the end-to-end integration of services and AI-powered payment in multiple use cases. The presentations demonstrated the efficacy of the financial AI product cycle that starts with R&D in Beijing, Shanghai, and Guangzhou, integration in Guangxi, and eventually ends with application in the ASEAN nations. They also showcased AI's innovative value in powering the real economy and upgrading the financial sector.

Connecting Cross - Border Payment Rails to Drive Regional Economic and Trade Integration

This year's expo also featured a area for matching supply and demand in AI-powered procurement. Focusing on the three themes of "Procurement in China," "Export to China," and "Investment in China," UnionPay continues to refine its payment service system for ASEAN by strengthening the infrastructure for economic and trade connectivity.

UnionPay's acceptance network has expanded to ten ASEAN countries, covering over 38 million QR merchants in the region. Contactless payment acceptance at POS terminals and ATMs, as well as local card issuance, is also available extensively in these markets. In multiple ASEAN countries, UnionPay is creating benchmarks for cross-border connectivity under the government-to-government cooperation model. A prime example is the China-Indonesia QR payment linkage that went live this past June, bringing the number of UnionPay's overseas QR merchants to over 46 million. The interoperability of payment network standards and the integration of the systems involved have also been completed with many other ASEAN members. For example, the cooperation between China and Vietnam is accelerating. An integration of systems has ensured standards harmonization, allowing Chinese consumers to use their wallets in Vietnam, while work is underway to enable the acceptance of Vietnam-based wallets in China.

Building on retail payment connectivity, UnionPay continues to broaden its service offerings. To meet the needs arising from the cross-border expansion of enterprises and industrial chains, UnionPay leverages its self-developed integrated information service platform for cross-border B2B transactions to create digital payment solutions for emerging business models, such as cross-border e-commerce and flight and hotel services, empowering industry partners in the process.

Upgrading Cross - Border Consumer Services to Unlock Potential for New Use Cases of AI - Powered Purchasing

This year's expo placed a strong focus on the upgrade of everyday consumption. A first-ever "AI product marketplace" was set up that promoted cross-border AI-driven consumer purchasing. Addressing the various needs of business people and consumers visiting China during their travel cycles, which ranges from transport, shopping to the final departure from the country, UnionPay has launched the Nihao China App, an all-in-one platform of intelligent and digital cross-border services. The solution targeted the above needs of the ASEAN businesses and consumers during the expo. Supporting easy sign-up with international mobile numbers and email addresses, the Nihao China App allows users to pay via Chinese QR codes without needing to link a Chinese bank card. The app provides multilingual assistance across high-frequency use cases in 27 languages, such as cross-border shopping, cultural tourism, transit, and everyday purchases. The app also facilitates departure tax refunds by streamlining the process for travelers, closing the payment loop with an intelligent, all-inclusive service.

Thursday, September 24, 2026

วิทยาลัยเยียนไถ ผลักดันอาชีวศึกษาจีนสู่สากล ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านยานยนต์พลังงานใหม่สู่มาเลเซีย

 วิทยาลัยอาชีวศึกษาเยียนไถ

เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา วิทยาลัยอาชีวศึกษาเยียนไถ (Yantai Vocational College) ได้ส่งอาจารย์สองท่าน ได้แก่ จ้าว อวี่หู (Zhao Yuhu) และ หวัง กวงอี้ (Wang Guangyi) เดินทางไปยังสถาบันการศึกษาสองแห่งในประเทศมาเลเซีย ได้แก่ KWT Technical College และ Universiti Malaysia Perlis (UniMAP) เพื่อดำเนินโครงการฝึกอบรมให้แก่คณาจารย์ด้านเทคโนโลยียานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) เป็นระยะเวลา 15 วัน โครงการดังกล่าวต่อยอดจากความสำเร็จในการพัฒนาหลักสูตร NEV ของทางวิทยาลัยฯ ภายใต้โครงการระดับชาติ "Double High-Level" รวมถึงความร่วมมือกับ BYD Industrial College ในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรมกับสถาบันการศึกษา โดยโครงการได้จัดการฝึกอบรมอย่างเป็นระบบให้แก่คณาจารย์จากมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยอาชีวศึกษาในมาเลเซีย ครอบคลุมเทคโนโลยีหลักสามด้านของ NEV ได้แก่ แบตเตอรี่ มอเตอร์ไฟฟ้า และระบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ โครงการยังนำเสนอโครงสร้างหลักสูตร NEV และรูปแบบการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติของจีน นับเป็นอีกก้าวสำคัญที่เป็นรูปธรรมของวิทยาลัยฯ ในการผลักดันอาชีวศึกษาจีนสู่ระดับนานาชาติ และสนับสนุนความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมระหว่างประเทศ

"เราเคยเข้าร่วมโครงการฝึกอบรมระยะสั้นในประเทศจีนมาแล้ว แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เราได้เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญซึ่งมีทั้งประสบการณ์ตรงในภาคอุตสาหกรรมและความเชี่ยวชาญด้านอาชีวศึกษา" มูฮัมหมัด ไฮซีร์ (Mohd Haidzir) อาจารย์ผู้เข้าร่วมโครงการกล่าว พร้อมเสริมว่าโครงการดังกล่าวเป็นประสบการณ์ที่มีประโยชน์อย่างยิ่ง โดยการฝึกอบรมครั้งนี้ดำเนินการภายใต้รูปแบบ "China-Malaysia Dual-Track" (แนวทางคู่ขนานจีน-มาเลเซีย) ซึ่งผสมผสานการเรียนการสอนภาคทฤษฎี การสาธิตหลักสูตร การฝึกปฏิบัติกับยานยนต์จริง และการสัมมนาในหัวข้อเฉพาะทางเข้าด้วยกัน แนวทางดังกล่าวไม่เพียงช่วยให้คณาจารย์ชาวมาเลเซียมีความเข้าใจอย่างเป็นระบบเกี่ยวกับเทคโนโลยีหลักของ NEV แต่ยังช่วยถ่ายทอดมาตรฐานวิชาชีพ มาตรฐานหลักสูตร และมาตรฐานการพัฒนาบุคลากรสำหรับหลักสูตร NEV ของวิทยาลัยฯ สู่การจัดการเรียนการสอนและการฝึกอบรมอย่างเป็นรูปธรรม โครงการดังกล่าวจึงเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการถ่ายทอดเทคโนโลยี NEV และองค์ความรู้ด้านอาชีวศึกษาของจีนสู่มาเลเซีย พร้อมทั้งเปิดแนวทางใหม่สำหรับความร่วมมือระหว่างประเทศที่มุ่งเน้นการฝึกอบรมด้านเทคนิค เสริมด้วยความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรมกับสถาบันการศึกษา และมุ่งมั่นในการพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากร

โครงการดังกล่าวได้เปิดแนวทางใหม่ในการส่งเสริมความร่วมมือด้านอาชีวศึกษาและอุตสาหกรรมระหว่างจีนกับมาเลเซีย พร้อมเป็นตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมของการแบ่งปันองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และรูปแบบการฝึกอบรมของวิทยาลัยอาชีวศึกษาจีนสู่นานาชาติ

Yantai College Explores New Approaches to Taking Vocational Education Global

 Yantai Vocational College

In August, Yantai Vocational College sent two faculty members, Zhao Yuhu and Wang Guangyi, to KWT Technical College and Universiti Malaysia Perlis (UniMAP) in Malaysia for a 15-day training program for instructors in new energy vehicle (NEV) technology. Drawing on the college's achievements in developing its NEV program under the national "Double High-Level" initiative and its industry-academia partnership with the BYD Industrial College, the program provided faculty from local universities and vocational institutions with systematic training in the three core NEV technologies, namely batteries, electric motors, and electronic control systems. It also introduced China's NEV curriculum framework and hands-on training model, marking a concrete step in the college's efforts to take vocational education overseas and support international industrial cooperation.

"We had previously come to China for short-term training programs, but this marks the first time we have learned from experts with both hands-on industry experience and expertise in vocational education," said Mohd Haidzir, a participating instructor, who found the program highly rewarding. Adopting a "China-Malaysia Dual-Track" model, the training integrated theoretical instruction, curriculum demonstrations, hands-on vehicle operation, and thematic seminars. This approach not only enabled Malaysian instructors to gain a systematic understanding of core NEV technologies while also translating the college's professional standards, curriculum standards and talent-training standards for NEV programs into concrete teaching and training practices. In doing so, the program brought China's NEV technologies and vocational education expertise to Malaysia and explored an approach to international cooperation centered on technical training, strengthened by industry-academia collaboration and grounded in competency development.

This initiative has opened up a new avenue for cooperation between China and Malaysia in vocational education and industry, providing a practical example of how Chinese vocational colleges can share their expertise and training models internationally.

Wednesday, September 23, 2026

การประชุมรัฐมนตรีด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เอเปค ครั้งที่ 8 ณ นครหนานจิง ชูแนวคิด "การลงทุนเพื่อพัฒนาคน" เป็นพันธกิจร่วมกันในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

การประชุมรัฐมนตรีด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เอเปค ครั้งที่ 8

การประชุมรัฐมนตรีด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เอเปค ครั้งที่ 8 (The 8th APEC Human Resources Development Ministerial Meeting) จัดขึ้น ณ นครหนานจิง มณฑลเจียงซู ประเทศจีน เมื่อวันที่ 21 กันยายน โดยที่ประชุมได้ให้การรับรองถ้อยแถลงร่วมของการประชุมฯ หรือ "แถลงการณ์หนานจิง" พร้อมทั้งเห็นพ้องที่จะร่วมกันยกระดับแนวทางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีความทันสมัย และมีส่วนสนับสนุนการสร้างประชาคมเอเชีย-แปซิฟิกที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน แถลงการณ์หนานจิงได้ระบุข้อเสนอแนะเชิงนโยบายด้านการจ้างงาน 6 ประการ พร้อมเรียกร้องให้เขตเศรษฐกิจสมาชิกเอเปคร่วมกันเสริมสร้างระบบการฝึกอบรมและพัฒนาทักษะวิชาชีพตลอดชีวิต เพื่อผลักดันให้ "การลงทุนเพื่อพัฒนาคน" เป็นพันธกิจร่วมกันของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

นครหนานจิงได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับพหุภาคีครั้งสำคัญ ในฐานะเมืองหลวงโบราณที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและเคยเป็นเมืองหลวงของจีนถึง 6 ราชวงศ์ นครหนานจิงได้ผสานแนวคิดเรื่อง "การลงทุนเพื่อพัฒนาคน" เข้ากับการพัฒนาเมืองและวิถีชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ปัจจุบัน นครหนานจิงเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัย 54 แห่ง และเป็นที่พำนักของนักวิชาการจากสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน (Chinese Academy of Sciences) และสถาบันบัณฑิตวิศวกรรมศาสตร์จีน (Chinese Academy of Engineering) รวม 103 คน ขณะเดียวกัน นครหนานจิงยังได้รับการจัดให้อยู่ใน 100 อันดับแรกของโลกด้านขีดความสามารถในการแข่งขันด้านบุคลากรวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นอกจากนี้ ภายใต้นโยบายด้านบุคลากรฉบับล่าสุดที่ประกาศใช้ในปีนี้ นครหนานจิงยังได้ขยายมาตรการสนับสนุนไปยังแรงงานในรูปแบบการจ้างงานใหม่ อาทิ ไรเดอร์ส่งอาหารและผู้จัดไลฟ์สตรีมมิง เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้คนจากหลากหลายสาขาอาชีพได้พัฒนาศักยภาพและแสดงความสามารถของตนอย่างเต็มที่ ตั้งแต่นักวิทยาศาสตร์ชั้นนำไปจนถึงผู้ปฏิบัติงานแนวหน้า

วิตาลี อิกนาโตวิช (Vitaly Ignatovich) ผู้ประกอบการชาวออสเตรีย เคยเดินทางไปเยือนหลายเมืองในประเทศจีน ก่อนตัดสินใจเลือกนครหนานจิงเป็นสถานที่สานฝันในการทำธุรกิจ โดยเขากล่าวว่า รากฐานทางเทคโนโลยีที่แข็งแกร่งของเมือง ประกอบกับสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ และตลาดจีนที่มีขนาดใหญ่ ล้วนเป็นปัจจัยที่ช่วยให้การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ "มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า โดยใช้ความพยายามเพียงครึ่งเดียว"

นครหนานจิงกำลังแสดงให้เห็นถึงการเติบโตและการพัฒนาที่เกื้อหนุนซึ่งกันและกันระหว่างบุคลากรที่มีความสามารถกับเมือง พร้อมส่งสารที่ชัดเจนไปยังภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกว่า นครหนานจิงไม่เพียงเป็นสถานที่ที่เปิดโอกาสให้บุคลากรที่มีความสามารถได้เข้ามาลงหลักปักฐาน หากยังเป็นศูนย์กลางที่เชื่อมโยงนวัตกรรมกับการนำไปใช้ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ตลอดจนเป็นเวทีสำคัญสำหรับการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ

การให้การรับรองแถลงการณ์หนานจิงมิใช่จุดสิ้นสุด หากแต่เป็นจุดเริ่มต้นของการสานต่อความร่วมมือ โดยนครหนานจิงมุ่งกระชับความสัมพันธ์กับนักนวัตกรรมและผู้ประกอบการจากทั่วโลกให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น พร้อมสร้างโอกาสสำหรับการเติบโตและความสำเร็จร่วมกัน

The 8th APEC Human Resources Development Ministerial Meeting Held in Nanjing, "Investing in People" Becomes a Shared Action Across Asia-Pacific

 The 8th Asia-Pacific Economic Cooperation (APEC) Human Resources Development Ministerial Meeting

The 8th Asia-Pacific Economic Cooperation (APEC) Human Resources Development Ministerial Meeting was held in Nanjing, Jiangsu Province, on Sept. 21. The meeting adopted the Joint Statement of the 8th APEC Human Resources Development Ministerial Meeting (Nanjing Statement), with participants agreeing to work together to modernize human resources development and contribute to building a stronger Asia-Pacific community. The statement put forward six policy recommendations on employment and called on APEC economies to strengthen lifelong vocational skills training systems, making "investing in people" a shared action across the Asia-Pacific region.

Why was Nanjing chosen to host such a high-level multilateral meeting? The ancient capital, with a history spanning six dynasties, has made "investing in people" part of everyday life. Nanjing is home to 54 universities and 103 academicians from the Chinese Academy of Sciences and the Chinese Academy of Engineering. The city has also entered the global top 100 for science and technology talent competitiveness. In its latest talent policies released this year, Nanjing expanded support to workers in emerging forms of employment, including food delivery riders and livestreaming hosts. From leading scientists to frontline workers, the city is creating opportunities for people from all walks of life to realize their potential.

Austrian entrepreneur Vitaly Ignatovich visited several Chinese cities before choosing Nanjing as the place to pursue his entrepreneurial ambitions. The city's solid technological foundation, vibrant entrepreneurial environment and vast Chinese market, he said, have made the development of new products "twice as effective with half the effort."

Nanjing is demonstrating how talent and the city can grow and thrive together, sending a clear message to the Asia-Pacific: it is not only a place where talent can put down roots, but also a hub where innovation is transformed into practical outcomes and international cooperation comes together.

The adoption of the Nanjing Statement is not an end in itself. Through the meeting, Nanjing looks forward to forging stronger ties with innovators and entrepreneurs from around the world, creating opportunities for mutual growth and success.

จีนจัดการแข่งขันกีฬาวู้ดบอล "ไชน่า อินเตอร์เนชันแนล วู้ดบอล โอเพน 2026" ณ อำเภอเหลียนสุ่ย มณฑลเจียงซู พร้อมส่งเสริมวัฒนธรรม-การท่องเที่ยว


 คณะกรรมการจัดการแข่งขัน ไชน่า อินเตอร์เนชันแนล วู้ดบอล โอเพน 2026

การแข่งขัน ไชน่า อินเตอร์เนชันแนล วู้ดบอล โอเพน 2026 (China International Woodball Open 2026) เปิดฉากขึ้นเมื่อวันที่ 20 กันยายน ณ ตำบลเป่าถาน อำเภอเหลียนสุ่ย มณฑลเจียงซู ประเทศจีน โดยมีนักกีฬากว่า 50 ทีม รวมกว่า 400 คนจากทั่วประเทศมาร่วมชิงชัยในการแข่งขันซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-22 กันยายน

ตลอดระยะเวลาสามวัน มีการแข่งขัน 2 ประเภทหลัก ได้แก่ ประเภทนับจำนวนการตี (Stroke Play) และประเภทนับจำนวนเกท (Fairway Competition) โดยแบ่งเป็น 2 รุ่น คือ รุ่นทั่วไป (Open) และรุ่นเอเวอร์กรีน (Evergreen) สำหรับการแข่งขันประเภท Stroke Play นักกีฬาชายและหญิงที่ทำผลงานดีที่สุด 30 อันดับแรกในแต่ละรุ่น จะได้รับคะแนนสะสมตามระบบคะแนนของ อินเตอร์เนชันแนล วู้ดบอล ทัวร์ (International Woodball Tour)

ในการแข่งขันครั้งนี้ คณะกรรมการจัดการแข่งขันยังได้จัดบูธนิทรรศการและจำหน่ายสินค้ากว่า 20 บูธรอบบริเวณงาน เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม สินค้าขึ้นชื่อประจำท้องถิ่น ผลิตภัณฑ์ด้านวัฒนธรรมและสินค้าสร้างสรรค์ที่มีเอกลักษณ์ รวมถึงสินค้าเกษตรและสินค้าที่เกี่ยวข้อง โดยมุ่งใช้การแข่งขันกีฬาเป็นอีกหนึ่งเวทีในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและกระตุ้นการบริโภคในท้องถิ่น

กีฬาวู้ดบอลเป็นกีฬาที่ผสมผสานความสนุกสนานและความท้าทายในการแข่งขัน และได้รับการส่งเสริมอย่างต่อเนื่องในประเทศจีนตลอดหลายปีที่ผ่านมา เมื่อปีที่แล้ว อำเภอเหลียนสุ่ยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาวู้ดบอลชิงแชมป์แห่งชาติ (National Woodball Championships 2025) และในปีนี้ก็ได้รับหน้าที่สำคัญอีกครั้ง ในฐานะเจ้าภาพจัดการแข่งขัน China International Woodball Open 2026 ทั้งนี้ หน่วยงานท้องถิ่นได้ปรับใช้พื้นที่ราบน้ำท่วมถึง (tidal flat) ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ มาพัฒนาเป็นสนามกีฬาวู้ดบอล พร้อมจัดการแข่งขันวู้ดบอลระดับชาติมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมการบูรณาการระหว่างการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ วัฒนธรรม กีฬา การค้า และการท่องเที่ยว การจัดการแข่งขันครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงกีฬาเข้ากับการศึกษาและการท่องเที่ยว ตลอดจนต่อยอดผลสำเร็จจากการแข่งขันกีฬารายการสำคัญ เพื่อขยายความนิยมและส่งเสริมการพัฒนากีฬาวู้ดบอลให้เติบโตอย่างต่อเนื่องและหยั่งรากในชุมชนท้องถิ่นต่อไป