Wednesday, August 5, 2026

สืบสานตำนานกุ้ยโจว สัมผัสเสน่ห์ "กุนซานจู" นาฏศิลป์พื้นเมืองระดับตำนาน ถอดรหัสประวัติศาสตร์และจิตวิญญาณชนเผ่าเหมียว

 

บริษัท น่ายง หย่งคัง คัลเจอรัล ทัวริซึม อินเวสต์เมนต์ แอนด์ ดีเวลอปเมนต์ จำกัด

ลึกเข้าไปในวงโอบล้อมของขุนเขา ณ ตำบลจู๋ฉ่าง อำเภอน่ายง เมืองปี้เจี๋ย มณฑลกุ้ยโจว ยังคงมีมรดกทางวัฒนธรรมการเต้นรำอันเป็นเอกลักษณ์ของชนเผ่าเหมียว ที่ได้รับการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นมาอย่างยาวนาน ศิลปะการแสดงอันโดดเด่นนี้มีชื่อเรียกว่ากุนซานจู (Gunshanzhu) หรือเจ้าของฉายา "ไข่มุกแห่งที่ราบสูงกุ้ยโจว" ซึ่งทรงคุณค่าเป็นยิ่งกว่าการแสดง เพราะทำหน้าที่จดบันทึกประวัติศาสตร์การอพยพย้ายถิ่นฐาน สะท้อนภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมอันรุ่มรวย และตอกย้ำจิตวิญญาณอันแข็งแกร่งของชนเผ่าเหมียวไว้ได้อย่างงดงาม

ตำนานเล่าว่า ยามอพยพย้ายถิ่นฐานในอดีตกาล เส้นทางของชาวเหมียวต้องเผชิญกับเทือกเขาสูงชันและพงหนามรกร้าง เพื่อเปิดทางให้เพื่อนพ้องเดินทางผ่านพงไพร เหล่าผู้กล้าหาญจึงใช้ร่างกายของตนกลิ้งทับพงหนามอย่างไม่เกรงกลัวเพื่อถางทางให้คนในเผ่า ด้วยเหตุนี้ คนรุ่นหลังจึงได้จำลองท่วงท่าการกลิ้งตัวดังกล่าวมาต่อยอดและรังสรรค์เป็นระบำลู่เซิงอันเป็นเอกลักษณ์ เพื่อรำลึกถึงความกล้าหาญและหยาดเหงื่อแรงกายของบรรพบุรุษ โดยทุกท่วงท่าการกลิ้งตัวคือการคารวะต่อบรรพชน และทุกการกระโดดสะท้อนถึงจิตวิญญาณอันแรงกล้าของชนเผ่าเหมียว

กุนซานจูถือเป็นหนึ่งในศิลปะการเต้นรำที่ปราบเซียนและท้าทายที่สุดของชนเผ่าเหมียว ผู้แสดงจะสวมเสื้อนอกสีขาวปักลายอันประณีต และสวมหมวกขนไก่ฟ้า พร้อมบรรเลงลู่เซิงแบบ 6 ท่อ จุดที่ท้าทายที่สุดคือเสียงเพลงจะต้องพลิ้วไหวอย่างต่อเนื่อง นักเต้นจึงต้องเป่าลู่เซิงอย่างสม่ำเสมอโดยไม่สะดุด แม้ในยามที่ต้องโลดโผนด้วยท่วงท่าที่ยากและซับซ้อนก็ตาม

ในระหว่างการแสดง นักเต้นจะกลิ้งและหมุนตัวผ่านชามใส่น้ำที่วางเรียงเอาไว้ โดยต้องทรงตัวด้วยความแม่นยำอย่างน่าอัศจรรย์ พร้อมรังสรรค์ลีลาท่ารำอันตื่นตาตื่นใจ ไม่ว่าจะเป็นท่านางแอ่นบิน พีระมิดมนุษย์ หรือท่ามังกรพลิกกาย การผสานท่วงทำนอง การเคลื่อนไหว ลมหายใจ และพละกำลังเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบนี้เอง ที่หล่อหลอมให้เกิดเป็นสุนทรียศาสตร์อันเป็นเอกลักษณ์ของศิลปะโบราณชนิดนี้

นับตั้งแต่คริสต์ทศวรรษ 1990 เป็นต้นมา กุนซานจูได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางทั้งในและต่างประเทศ จากคุณค่าทางศิลปะและนัยสำคัญทางวัฒนธรรม จนกระทั่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ระดับชาติชุดแรกของจีนอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2549

เบื้องหลังการดำรงอยู่ของศิลปะแขนงนี้ คือความทุ่มเทยาวนานหลายทศวรรษของหวัง จิงไฉ (Wang Jingcai) ผู้สืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมการแสดงกุนซานจูระดับชาติ เขาได้ผสานเทคนิคกายกรรมเข้ากับท่วงท่ารำแบบดั้งเดิม จนยกระดับศิลปะพื้นบ้านจากชุมชนอันห่างไกลขึ้นสู่เวทีโลกได้สำเร็จ ยิ่งไปกว่านั้น สถานศึกษาในท้องถิ่นยังได้บรรจุวิชากุนซานจูเข้าในหลักสูตรการเรียนการสอน เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนรุ่นหลังร่วมสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมนี้ต่อไป

กุนซานจูจึงเปรียบประดุจจดหมายเหตุที่มีชีวิตและเป็นสัญลักษณ์แห่งความอดทนของชนเผ่าเหมียว ยามที่เสียงลู่เซิงกังวานขึ้นพร้อมท่วงท่าการกลิ้งและกระโดดทะยานของเหล่านักเต้น สิ่งที่ผู้ชมได้ประจักษ์แก่สายตาจึงไม่ได้มีเพียงทักษะอันน่าอัศจรรย์เท่านั้น หากแต่เป็นการได้ร่วมสัมผัสความทรงจำอันยาวนานนับพันปี มรดกทางวัฒนธรรมที่ล้ำค่า ตลอดจนจิตวิญญาณอันแข็งแกร่งของชนเผ่าผู้อยู่เบื้องหลัง

ที่มา: บริษัท น่ายง หย่งคัง คัลเจอรัล ทัวริซึม อินเวสต์เมนต์ แอนด์ ดีเวลอปเมนต์ จำกัด

Rolling Through History: Discover Gunshanzhu, Guizhou's Legendary Miao Dance

 

Nayong Yongkang Cultural Tourism Investment & Development Co., Ltd.

Deep in the mountains of Zhuchang Township, Nayong County, Bijie City, Guizhou Province, a unique Miao ethnic dance has been passed down for generations. Known as gunshanzhu, or the "Pearl of the Guizhou Plateau," this remarkable art form is more than a performance. It carries the memories of Miao migration, rich cultural traditions, and the enduring spirit of the Miao people.

According to legend, during the ancient migration of the Miao people, their journey was filled with rugged mountains and thorny paths. To help their people pass through the wilderness, brave Miao youths used their own bodies to roll through the thorn bushes, creating a path for their community. To honor this courage and hardship, later generations recreated these rolling movements and developed them into a unique lusheng dance. Every roll is a tribute to their ancestors. Every leap reflects the resilience of the Miao people.

Gunshanzhu is one of the most challenging forms of Miao ethnic dance. Performers wear embroidered white jackets and pheasant-feathered hats while playing six-pipe lusheng instruments. The greatest challenge is that the melody must never stop. Even while performing extremely difficult movements, dancers must continue playing the lusheng without interruption.

During performances, dancers roll and spin between bowls filled with water, balancing their bodies with remarkable precision. They perform breathtaking movements such as the Flying Swallows, Human Pyramid, and Rolling Dragon. The seamless combination of music, movement, breath, and strength creates the unique beauty of this ancient art.

Since the 1990s, gunshanzhu has earned recognition both at home and internationally for its unique artistic value and cultural significance. In 2006, it was included in the first batch of China's national intangible cultural heritage list.

Behind its preservation is the decades-long dedication of Wang Jingcai, a national-level inheritor of gunshanzhu. By incorporating acrobatic elements into the traditional dance, he helped bring this art form from remote communities to the world stage. Today, local schools have introduced gunshanzhu courses, allowing younger generations to continue this cultural legacy.

Gunshanzhu is a living historical record and a symbol of the Miao people's perseverance. When the sound of the lusheng rises and dancers begin to roll and leap, audiences witness more than extraordinary skills. They see a thousand-year-old memory, a cherished tradition, and the enduring spirit of a people.

Source: Nayong Yongkang Cultural Tourism Investment & Development Co., Ltd.

Tuesday, August 4, 2026

Yili Group เดินหน้านวัตกรรมและความร่วมมือ สร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมนมโลกอย่างยั่งยืน ในการประชุมนมโลก ประจำปี 2569



 Yili Group

การประชุมนมโลก (World Dairy Congress) ประจำปี 2569 ได้เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา ณ เมืองฮูฮอต เขตปกครองตนเองมองโกเลียใน งานนี้มี Yili Group เป็นผู้จัดในธีม Technology-driven, Partnership Oriented, Co-building a Sustainable Global Dairy Ecosystem (ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี มุ่งกระชับความร่วมมือ สร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมนมโลกอย่างยั่งยืน) ถือเป็นเวทีระดับโลกที่รวบรวมผู้นำจากสมาคมการค้านานาชาติ นักวิชาการ และผู้บริหารระดับสูงตลอดห่วงโซ่คุณค่าของอุตสาหกรรมนมทั่วโลก

ฮูฮอตขึ้นแท่นเมืองหลวงแห่งอุตสาหกรรมนมโลกอย่างเป็นทางการ

ในพิธีเปิดการประชุม สหพันธ์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหารนานาชาติ (IUFoST) ได้มอบป้ายประกาศเกียรติคุณและรางวัลที่ระลึก เพื่อรับรองให้เมืองฮูฮอตดำรงตำแหน่ง World Dairy Capital หรือเมืองหลวงแห่งอุตสาหกรรมนมโลก อย่างเป็นทางการ

ดร.ภาวิณี ชินะโชติ ประธานบริหาร IUFoST กล่าวในพิธีเปิดว่า การมอบตำแหน่งดังกล่าวถือเป็นสัญญาณแห่งความสำเร็จที่สะท้อนความมุ่งมั่นทุ่มเทของเมืองฮูฮอตในการยกระดับอุตสาหกรรมนม พร้อมกล่าวเสริมว่า รางวัลอันทรงเกียรตินี้ยังมุ่งหวังให้เป็นแรงขับเคลื่อนแก่องค์กรระดับแถวหน้าอย่าง Yili Group ในการร่วมยกระดับภาคอุตสาหกรรมอาหารเพื่อสุขภาพในระดับสากล ตลอดจนเร่งสร้างอนาคตที่เข้มแข็งด้วยความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีและการเติบโตร่วมกัน

สร้างสรรค์มูลค่าร่วม ผสานพลังเติบโตเคียงคู่กัน

ภายในงานนี้ Pan Gang ประธานกรรมการและประธานบริหาร Yili Group ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ Shared Value, Mutual Harmony, Building a New Global Dairy Ecosystem (สร้างสรรค์มูลค่าร่วม ผสานพลังเติบโตเคียงคู่กัน ขับเคลื่อนระบบนิเวศอุตสาหกรรมนมโลกยุคใหม่)

ปัจจุบัน โลกปรากฏให้เห็นปัญหาท้าทายมากมาย ทั้งการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี การปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง ตลอดจนพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ย้ายทิศทาง Pan Gang ได้ฉายภาพวิสัยทัศน์ของ Yili โดยเน้นย้ำว่า พันธกิจของนมหนึ่งแก้วไม่ได้หยุดอยู่เพียงการมอบโภชนาการ แต่คือการบรรลุเป้าหมาย World Integrally Sharing Health หรือการสร้างสุขภาวะที่ดีร่วมกันของคนทั่วโลก พร้อมนำเสนอทางออกในแบบฉบับของจีนท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรม ด้วยการผนึกกำลังพันธมิตรทุกภาคส่วน เพื่อกรุยทางสู่เส้นทางใหม่ในการสร้างมูลค่าและการเติบโตร่วมกัน

Pan Gang ระบุว่า นวัตกรรมที่แท้จริงต้องไม่โดดเดี่ยวเหมือนเกาะกลางทะเล แต่ต้องเชื่อมโยงกันดั่งผืนแผ่นดิน โดย Yili ได้รวบรวมองค์ความรู้จากทั่วทุกมุมโลกเพื่อร้อยเรียงเป็นเครือข่ายนวัตกรรมที่เข้มแข็ง ขณะเดียวกันในมิติด้านดิจิทัล เขาเปรียบว่าเทคโนโลยีดิจิทัลอัจฉริยะไม่ใช่การแสดงเดี่ยว หากแต่เป็นการเล่นบรรเลงวงซิมโฟนีร่วมกันตลอดห่วงโซ่ ซึ่ง Yili กำลังเร่งบูรณาการทั้งในแนวตั้งและแนวราบเพื่อสร้างระบบนิเวศดิจิทัลอัจฉริยะเต็มรูปแบบ ก่อนจะกล่าวเชิญชวนพันธมิตรทั่วโลกร่วมออกเดินทางบนเส้นทางแห่งการสร้างมูลค่าและการเติบโตร่วมกัน เพื่อนำศักยภาพของอุตสาหกรรมนมมาเป็นรากฐานในการยกระดับสุขภาพและสุขภาวะของมวลมนุษยชาติ

เปิดตัวนวัตกรรมเปลี่ยนโลก

พิธีเปิดงานในครั้งนี้ยังได้มีการเปิดตัวศูนย์ข้อมูลอัจฉริยะด้านอุตสาหกรรมนมแห่งประเทศจีน หรือ China (Global) Dairy Data Intelligent Hub และคลังชุดข้อมูลคุณภาพสูงแห่งอุตสาหกรรมนมโลก หรือ Global Dairy High-Quality Datasets Factory อย่างเป็นทางการด้วย

พร้อมกันนี้ ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีแห่งชาติเพื่ออุตสาหกรรมนมแห่งประเทศจีน (NTICD) ยังได้เปิดตัว 10 สุดยอดผลงานนวัตกรรมแห่งปี 2569 ซึ่งครอบคลุมสายงานสำคัญ ตั้งแต่เทคโนโลยีการพัฒนาสายพันธุ์โคนม การลดและใช้วัตถุดิบทดแทนในอาหารสัตว์ การวิจัยโพรไบโอติกในนมแม่ การผลิตแลกโตเฟอร์รินเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ ระบบตรวจวัดอัจฉริยะแบบครบวงจร ไปจนถึงเทคโนโลยีรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์คุณภาพสูง ซึ่งตอกย้ำความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมนมทั่วโลกให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน

ที่มา: Yili Group

Yili Group Drives Innovation and Collaboration for a Sustainable Global Dairy Ecosystem at the 2026 World Dairy Congress


 Yili Group

The 2026 World Dairy Congress officially commenced on August 1 in Hohhot, Inner Mongolia. Hosted by Yili Group, the Congress centered around the theme of Technology-driven, Partnership Oriented, Co-building a Sustainable Global Dairy Ecosystem . The prestigious event gathered leaders from international industry associations, distinguished academicians, and top executives from across the global dairy value chain.



Hohhot Officially Crowned World Dairy Capital

During the opening ceremony, the International Union of Food Science and Technology (IUFoST) officially presented Hohhot with the World Dairy Capital plaque and a commemorative award.

In her address, Dr. Pavinee Chinachoti, Executive President of IUFoST, emphasized that this title recognizes the city's persistent efforts in advancing the dairy industry. She added that this honor also aims to inspire pioneering enterprises like Yili Group to elevate the global health food sector and accelerate a future grounded in technological leadership and shared success.

Fostering Shared Value and Mutual Harmony

At the event, Pan Gang, Chairman and President of Yili Group, delivered a keynote speech titled Shared Value, Mutual Harmony, Building a New Global Dairy Ecosystem .

Addressing global challenges - ranging from rapid technological iteration and supply chain restructuring to climate change and evolving consumer demands - Pan Gang outlined Yili's strategic vision. He emphasized that the mission of a glass of milk is not just nourishing life but achieving World Integrally Sharing Health. Amidst industry transformations, he delivered China's answer to the global dairy industry by calling on all partners to join hands and forge a new path of shared value and mutual harmony.

Pan Gang noted that true innovation is never an island but an entire continent, highlighting how Yili pools global dairy wisdom to weave a strong innovation network. Regarding digital transformation, he described digital intelligence not as a solo act, but as a whole-chain symphony. To this end, Yili is currently driving vertical and horizontal integration to build a full-chain digital-intelligent ecosystem. He concluded by inviting global partners to embark on a journey of shared value in the spirit of mutual harmony, contributing the strength of the dairy industry to strengthen the foundation of human health and advance global well-being.

Unveiling Breakthrough Innovations

The opening ceremony also marked the official launch of the China (Global) Dairy Data Intelligent Hub and the Global Dairy High-Quality Datasets Factory.

Furthermore, the China National Technology Innovation Center for Dairy (NTICD) unveiled its Top 10 Innovation Achievements of 2026. These cover critical areas including dairy cow breeding, feed reduction and substitution technologies, probiotic strains for human milk research, large-scale production of lactoferrin, intelligent end-to-end inspection systems, and high-quality packaging recycling. These advanced technologies demonstrate a firm commitment to driving the high-quality and sustainable development of the global dairy industry.

Source: Yili Group

Monday, August 3, 2026

คณะผู้แทนเศรษฐกิจ-การค้าไห่หนานเยือนไทย-อินโดนีเซีย มุ่งยกระดับความร่วมมืออาเซียน

 สภาส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศแห่งชาติจีน สาขามณฑลไห่หนาน

คณะผู้แทนทางเศรษฐกิจและการค้าจากมณฑลไห่หนาน ประเทศจีน เสร็จสิ้นภารกิจเดินทางเยือนไทยและอินโดนีเซียเป็นเวลา 5 วันอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา การเยือนในครั้งนี้มุ่งชูจุดเด่นของนโยบายท่าเรือการค้าเสรีไห่หนาน พร้อมนำเสนอนิคมอุตสาหกรรมศักยภาพสูงและโอกาสเติบโตทางการลงทุน นอกจากนี้ คณะผู้แทนฯ ยังได้ร่วมหารือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสมาคมการค้าชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อกระชับความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนระหว่างมณฑลไห่หนานกับกลุ่มประเทศอาเซียนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ที่กรุงเทพฯ ได้มีการจัดงานประชุมส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าจีน (ไห่หนาน)-ไทย ขึ้นเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาลมณฑลไห่หนานกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ซึ่งมีผู้แทนหน่วยงานและองค์กรชั้นนำของไทยเข้าร่วมงานนี้ราว 200 คน ภายในงาน ผู้แทนจากเขตพัฒนาอุตสาหกรรมไฮเทคแห่งชาติไห่โข่ว และเขตนำร่องการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์นานาชาติโป๋อ๋าวเล่อเฉิง (Boao Lecheng) ได้ร่วมกันนำเสนอสิทธิประโยชน์และนโยบายที่เอื้อต่อการลงทุนในท่าเรือการค้าเสรีไห่หนาน ตลอดจนทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมในพื้นที่ ขณะที่นางสาวฐนิตา ศิริทรัพย์ รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ได้ฉายภาพรวมของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจและโอกาสการลงทุนในไทย

นอกจากนี้ สภาส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศแห่งชาติจีน สาขามณฑลไห่หนาน (CCPIT Hainan), สภาหอการค้านานาชาติแห่งประเทศจีน สาขามณฑลไห่หนาน (CCOIC Hainan) และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ยังได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อสร้างเวทีกลางในการเชื่อมโยงและส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางธุรกิจระหว่างภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ พร้อมทั้งมีการเซ็นสัญญาความร่วมมือในโครงการสำคัญอีก 6 โครงการ

เมื่อวันที่ 22 ถึง 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา มณฑลไห่หนานได้นำคณะผู้ประกอบการ 12 ราย เข้าร่วมงาน Thailand-China Cooperation Expo 2026 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี พร้อมเนรมิตพื้นที่จัดตั้งพาวิลเลียนไห่หนาน เพื่อขนทัพผลิตภัณฑ์เด่นมาอวด ไม่ว่าจะเป็นกาแฟ ผลิตภัณฑ์จากไม้กฤษณา สินค้าแปรรูปจากมะพร้าว ผลผลิตทางการเกษตรและอาหารเมืองร้อน ตลอดจนผลิตภัณฑ์กลุ่มคอลลาเจนเปปไทด์ ซึ่งช่วยชูศักยภาพอุตสาหกรรมและแบรนด์ท้องถิ่นของไห่หนานให้เป็นที่รู้จักในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ระหว่างที่เยือนประเทศไทย คณะผู้แทนฯ ยังได้ร่วมหารือแลกเปลี่ยนทัศนะกับบริษัทระดับแถวหน้า ทั้งเครือเจริญโภคภัณฑ์ กลุ่มบริษัททีซีพี และไอเอฟบีเอช เพื่อต่อยอดโอกาสความร่วมมือในการวิจัยเมล็ดพันธุ์ การจัดตั้งสำนักงานใหญ่ห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาค รวมถึงการแปรรูปผลิตภัณฑ์มะพร้าว ขณะเดียวกัน เขตนำร่องการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์นานาชาติโป๋อ๋าวเล่อเฉิง ยังได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อผลักดันความร่วมมือในด้านการศึกษาทางการแพทย์ระดับนานาชาติ การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ และสาขาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

สำหรับภารกิจ ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย คณะผู้แทนฯ ได้พบปะหารือกับสมาคมธุรกิจในพื้นที่ รวมถึงสภาธุรกิจอินโดนีเซีย-จีน และคณะกรรมการความร่วมมือทวิภาคีอินโดนีเซีย-จีน สังกัดสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมอินโดนีเซีย (KIKT) ทั้งยังร่วมเป็นเจ้าภาพจัดงานสัมมนาส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าจีน (ไห่หนาน)-อินโดนีเซีย งานนี้ได้รับความสนใจจากบริษัทชั้นนำร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองอย่างคึกคัก ไม่ว่าจะเป็นอินโดนีเซีย เนชันแนล อินเวสต์เมนต์ คอมปะนี (Indonesia National Investment Company), หย่าลี่ กรุ๊ป (Yali Group), หลินส์ กรุ๊ป (Lin's Group) และเคเอ็มแอล ซีฟู้ด กรุ๊ป (KML Seafood Group) เพื่อเจาะลึกโอกาสความร่วมมือในอุตสาหกรรมศักยภาพ ทั้งด้านการเกษตร เวชภัณฑ์ เศรษฐกิจดิจิทัล ตลอดจนสาขาอื่น ๆ

การเดินสายเยือนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในครั้งนี้ ถือเป็นการแผ่ขยายเครือข่ายความร่วมมือของท่าเรือการค้าเสรีไห่หนานให้กว้างไกลยิ่งขึ้นในระดับสากล พร้อมเปิดมิติใหม่ในการกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้า และส่งเสริมความร่วมมือในภาคอุตสาหกรรมระหว่างมณฑลไห่หนานกับพันธมิตรในอาเซียนให้พัฒนาก้าวหน้า

ที่มา: สภาส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศแห่งชาติจีน สาขามณฑลไห่หนาน

Hainan economic, trade delegation visits Thailand, Indonesia to enhance cooperation

China Council for the Promotion of International Trade Hainan Provincial Committee

An economic and trade delegation from Hainan Province, China, wrapped up a five-day visit to Thailand and Indonesia on July 25. Focusing on the advantages of Hainan Free Trade Port policies, key industrial parks and investment opportunities, the delegation engaged in exchanges with relevant government agencies, business associations and enterprises in Southeast Asia, further expanding trade and investment cooperation between Hainan and ASEAN countries.

In Bangkok, the China (Hainan)-Thailand Economic and Trade Cooperation Promotion Conference, co-hosted by the Hainan Provincial Government and the Thailand Board of Investment (BOI), took place on July 21 and drew around 200 guests from Thai institutions. At the conference, representatives from the Haikou National High-tech Industrial Development Zone and the Boao Lecheng International Medical Tourism Pilot Zone each presented the Hainan Free Trade Port's preferential policies and industrial plans, while BOI Deputy Secretary-General Tanita Sirisup introduced Thailand's business environment and investment opportunities.

During the event, the China Council for the Promotion of International Trade Hainan Provincial Committee (CCPIT Hainan), the China Chamber of International Commerce Hainan Chamber of Commerce (CCOIC Hainan) and the Board of Trade of Thailand signed an MOU, creating a platform for business exchanges and cooperation between enterprises on both sides. A signing ceremony was also held for 6 projects.

From July 22 to 25, the Thailand-China Cooperation Expo 2026 was staged at the IMPACT Convention and Exhibition Center in Bangkok. Hainan organized 12 enterprises to attend the expo and set up the Hainan Pavilion, where products such as coffee, agarwood items, coconut specialties, tropical foods and agricultural products, and collagen peptide series were displayed, presenting Hainan's distinctive industries and brands to the Southeast Asian market.

While in Thailand, the delegation exchanged views with companies including Charoen Pokphand Group, TCP Group and IFBH, exploring opportunities for cooperation in seed research, regional supply chain headquarters development and coconut product processing. The Boao Lecheng International Medical Tourism Pilot Zone signed a memorandum of cooperation with Chulalongkorn University, aiming to advance collaboration in international medical education, medical tourism and other fields.

In Jakarta, Indonesia, the delegation visited local business associations including the Indonesia China Business Council and the Indonesian Chamber of Commerce and Industry Bilateral Committee for China (KIKT), and hosted the China (Hainan)-Indonesia Economic and Trade Cooperation Symposium. The event was attended by companies such as Indonesia National Investment Company, Yali Group, Lin's Group, and KML Seafood Group, with discussions focused on potential cooperation in agriculture, pharmaceuticals, digital economy, and other sectors.

The trip to Southeast Asia further extended the international cooperation network of the Hainan Free Trade Port and created fresh opportunities for deepening economic and trade exchanges and advancing industrial collaboration between Hainan and ASEAN partners.

Source: China Council for the Promotion of International Trade Hainan Provincial Committee

เที่ยวเกาหลีเองต้องมีติดเครื่อง! “LACHA” ไม่ต้องมีเบอร์เกาหลี ก็จอง KTX–รถบัสด่วน เรียกแท็กซี่ จ่ายค่าตั๋ว ครบจบในแอปเดียว

สายเที่ยวเกาหลีฟังทางนี้! ไม่ว่าจะบินไปดูคอนเสิร์ตศิลปินที่ชอบ ไปเก็บภาพใบไม้เปลี่ยนสี หรือไปนั่งกินปิ้งย่างเกาหลีร้อนๆ ถึงถิ่น ตอนนี้มีตัวช่วยใหม่แล้ว


“LACHA” (ลาช่า) แอปจองตั๋วเดินทางในเกาหลีใต้ เปิดให้บริการนักท่องเที่ยวไทยแล้ว โดยไม่ต้องมีเบอร์มือถือเกาหลี ไม่ต้องผ่านระบบยืนยันตัวตนของเกาหลี ก็จองตั๋วรถไฟความเร็วสูง KTX และรถบัสด่วนระหว่างเมืองได้โดยตรง พร้อมเรียกแท็กซี่และจ่ายค่าตั๋วได้ในแอปเดียวกัน

ด่านหินของการจองตั๋วในเกาหลี: ต้องยืนยันตัวตนด้วยเบอร์เกาหลี แถมบัตรต่างประเทศมักถูกปฏิเสธ

ข้อมูลจากองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี (KTO) ระบุว่า ปี 2568 มีนักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปเกาหลีใต้ 333,930 คน และในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 เพิ่มขึ้น 20% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดย KTO ตั้งเป้านักท่องเที่ยวไทยไว้ที่ 410,000 คนตลอดทั้งปี 2569

แต่คนไทยที่เคยไปเที่ยวเกาหลีด้วยตัวเองน่าจะเคยเจอปัญหาคล้ายๆ กัน คือพอจะโหลดแอปของเกาหลีมาจองตั๋ว KTX หรือรถบัสด่วน ก็ติดตรงต้องยืนยันตัวตนด้วยเบอร์มือถือเกาหลี บางคนผ่านมาถึงหน้าชำระเงินได้ ก็เจอว่าบัตรเครดิตต่างประเทศใช้ไม่ผ่าน สุดท้ายต้องไปต่อคิวซื้อที่เคาน์เตอร์ในสถานี ซึ่งรอบเวลาดีๆ มักเต็มไปตั้งแต่ก่อนหน้านั้นแล้ว

แอป LACHA สำหรับจองตั๋วเดินทางในเกาหลี | ที่มา: LACHA

ไม่ต้องยืนยันตัวตน ใช้งานเป็นภาษาไทยได้ ถึงเกาหลีวันแรกก็จองได้เลย

จุดขายหลักของ LACHA คือ “ไม่ต้องยืนยันตัวตน” ผู้เดินทางไม่ต้องมีบัญชีธนาคารเกาหลี ไม่ต้องซื้อซิมเกาหลี ลงเครื่องแล้วโหลดแอปก็เริ่มใช้งานได้ทันที ตัวแอปรองรับภาษาไทย อังกฤษ และอีกหลายภาษา สลับภาษาได้ในแอปด้วยปุ่มเดียว ไม่ต้องรู้ภาษาเกาหลีก็เดินทางได้สบาย

ช่องทางจ่ายเงินก็เลือกมาให้เหมาะกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยรองรับอีวอลเล็ตที่คนไทยใช้กันอยู่แล้วอย่าง TrueMoney Wallet และ Rabbit LINE Pay รวมถึงบัตรเครดิตที่ออกในต่างประเทศ ทั้ง VISA, Mastercard, JCB, American Express และ UnionPay จึงจ่ายค่าตั๋วได้โดยไม่ต้องมีบัตรของธนาคารเกาหลี

ขั้นตอนการใช้งานมี 3 ขั้น คือ 1. ดาวน์โหลดแอป LACHA แล้วสมัครสมาชิกโดยไม่ต้องใช้เบอร์เกาหลี 2. ค้นหาเที่ยวเดินทางที่ต้องการและเลือกที่นั่ง 3. จ่ายค่าตั๋วด้วยอีวอลเล็ตหรือบัตรเครดิตต่างประเทศ เท่านี้ก็ได้ตั๋วเรียบร้อย

บริการแรกในเกาหลีที่จอง KTX และรถบัสด่วนได้ในแอปเดียว

LACHA เชื่อมต่อกับระบบสำรองที่นั่งแบบเรียลไทม์ของการรถไฟเกาหลี (KORAIL) จึงเช็กที่นั่งว่างและจองตั๋ว KTX ได้ทันที และเป็นบริการแรกในเกาหลีใต้ที่รวมการจองตั๋ว KTX กับรถบัสด่วนระหว่างเมืองไว้ในแอปเดียว ไม่ว่าจะนั่ง KTX จากกรุงโซลไปปูซาน หรือขึ้นรถบัสด่วนไปคังนึง จังหวัดคังวอน และจอนจู รวมถึงรถไฟเชื่อมสนามบิน (AREX) ก็ครอบคลุมการเดินทางหลักในเกาหลีไว้ในแอปเดียว นอกจากนี้ยังเรียกแท็กซี่ได้โดยตรง มีทั้งแท็กซี่ทั่วไปและแท็กซี่แวนที่นั่งได้ 5-6 คน เหมาะกับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน ช่วยให้เดินทางต่อจากสถานีได้สะดวกขึ้น

ตัวแทนจาก LACHA กล่าวว่า “ด่านแรกที่นักท่องเที่ยวต่างชาติต้องเจอหลังลงเครื่องที่เกาหลี มักเป็นเรื่องการจองตั๋วและการจ่ายเงิน เราจึงอยากให้ทุกคนออกเดินทางได้อย่างสบายใจตั้งแต่วันแรกที่มาถึง”

แอป LACHA เปิดให้ดาวน์โหลดฟรีแล้ววันนี้ ทั้งบน App Store (iOS) และ Google Play ผู้ที่วางแผนเที่ยวเกาหลีด้วยตัวเองสามารถดาวน์โหลดไว้ล่วงหน้าก่อนออกเดินทาง และเริ่มจองตั๋วได้ทันทีเมื่อไปถึง

เกี่ยวกับ LACHA

LACHA (ลาช่า) คือแอปพลิเคชันจองตั๋วเดินทางที่พัฒนาขึ้นเพื่อนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติในเกาหลีใต้โดยเฉพาะ ให้บริการจองตั๋วรถไฟความเร็วสูง KTX รถบัสด่วนระหว่างเมือง รถไฟเชื่อมสนามบิน และเรียกแท็กซี่ โดยไม่ต้องผ่านการยืนยันตัวตนของเกาหลี เชื่อมต่อกับระบบสำรองที่นั่งแบบเรียลไทม์ของการรถไฟเกาหลี (KORAIL) และเป็นบริการแรกในเกาหลีใต้ที่จองตั๋ว KTX และรถบัสด่วนได้ในแอปเดียว รองรับการจ่ายค่าตั๋วผ่าน TrueMoney Wallet, Rabbit LINE Pay และบัตรเครดิตต่างประเทศ (VISA, Mastercard, JCB, American Express, UnionPay) ดาวน์โหลดฟรีทั้งระบบ iOS และ Android

ดาวน์โหลด: