Friday, April 24, 2026

เอ็นเอ็กซ์ กรุ๊ป เตรียมเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของเมโทร ซัพพลาย เชน กรุ๊ป จากแคนาดา พร้อมเปลี่ยนสถานะเป็นบริษัทย่อย

 นิปปอน เอ็กซ์เพรส โฮลดิงส์ อิงค์

นิปปอน เอ็กซ์เพรส โฮลดิงส์ อิงค์ (NIPPON EXPRESS HOLDINGS, INC.) ซึ่งต่อจากนี้จะเรียกว่า "เอ็นเอ็กซ์ กรุ๊ป" (NX Group) ได้บรรลุข้อตกลงในการเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของเมโทร ซัพพลาย เชน กรุ๊ป อิงค์ (Metro Supply Chain Group Inc.) ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองมอนทรีออล ประเทศแคนาดา โดยได้ลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569

โลโก้: https://drive.google.com/file/d/1dqm0cxpYamnvMUra1AGXMuGlX932Z353/view?usp=drive_link

ธุรกรรมครั้งนี้ประเมินมูลค่าของเมโทร ซัพพลาย เชน กรุ๊ป ไว้ที่ 1.8 พันล้านดอลลาร์แคนาดา (ประมาณ 207,000 ล้านเยน) โดยพิจารณาจากมูลค่ากิจการ นับเป็นการเข้าซื้อกิจการครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของเอ็นเอ็กซ์ กรุ๊ป นอกจากนี้ อาจมีการจ่ายเงินเพิ่มเติมตามผลการดำเนินงาน (earn-out) สูงสุดถึง 400 ล้านดอลลาร์แคนาดา (ประมาณ 46,000 ล้านเยน) ให้แก่ผู้ขายกิจการ ขึ้นอยู่กับการบรรลุเป้าหมายทางการเงินที่กำหนดไว้ในสัญญาซื้อขายหุ้น

เมโทร ซัพพลาย เชน กรุ๊ป มีเครือข่ายการดำเนินงานที่แข็งแกร่งครอบคลุมทั่วทั้งแคนาดา สหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักร โดยให้บริการโลจิสติกส์บุคคลที่สาม (3PL) แก่หลากหลายอุตสาหกรรม อาทิ สินค้าอุปโภคบริโภค ยานยนต์ การผลิต และการดูแลสุขภาพ การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้คาดว่าจะช่วยให้เอ็นเอ็กซ์ กรุ๊ป สามารถขยายการดำเนินงานในตลาดอเมริกาเหนือได้อย่างมีนัยสำคัญ พร้อมทั้งเสริมสร้างขีดความสามารถด้านโลจิสติกส์แบบครบวงจร อีกทั้งธุรกรรมครั้งนี้ยังถือเป็นก้าวสำคัญในการเร่งขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ระยะยาวของเอ็นเอ็กซ์ กรุ๊ป ตามแผนการจัดการ "NX Group Management Plan 2028 Dynamic Growth 2.0" เพื่อมุ่งสู่การเป็น "บริษัทโลจิสติกส์ที่มีบทบาทโดดเด่นในตลาดโลก"

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: https://drive.google.com/file/d/1SvzqxdP0zEEDCtmm2yhpGjBuDkM3iJea/view?usp=drive_link

เกี่ยวกับเอ็นเอ็กซ์ กรุ๊ป: https://drive.google.com/file/d/1mbvBL6C8THZNrR5LREgGeafNkEdaAmV-/view?usp=drive_link

เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของเอ็นเอ็กซ์ กรุ๊ป: https://www.nipponexpress.com/
บัญชีลิงด์อินอย่างเป็นทางการของเอ็นเอ็กซ์ กรุ๊ป: https://www.linkedin.com/company/nippon-express-group/

ที่มา: นิปปอน เอ็กซ์เพรส โฮลดิงส์ อิงค์

NX Group to Acquire All Shares in Metro Supply Chain Group of Canada, Turning It into Subsidiary

 NIPPON EXPRESS HOLDINGS, INC.

NIPPON EXPRESS HOLDINGS, INC. (hereafter "NX Group") has reached an agreement to acquire all shares in Metro Supply Chain Group Inc. ("Metro Supply Chain Group") based in Montreal, Canada, and entered into a share purchase agreement, dated April 17, 2026.

Logo: https://drive.google.com/file/d/1dqm0cxpYamnvMUra1AGXMuGlX932Z353/view?usp=drive_link

The transaction values Metro Supply Chain Group at CAD1.8 billion (approximately 207.0 billion yen) on an enterprise value basis, representing the largest acquisition in NX Group's history. In addition, an earnout of up to CAD400 million (approximately 46.0 billion yen) may be payable to the sellers, contingent on the company meeting certain financial targets as defined in the share purchase agreement.

Metro Supply Chain Group has a strong operational footprint across Canada, the United States and the United Kingdom, providing third-party logistics (3PL) services to a broad range of industries, including consumer goods, automotive, manufacturing and healthcare. Through this acquisition, NX Group expects to significantly expand its presence in the North American market and enhance its end-to-end logistics capabilities. The transaction represents a pivotal step toward accelerating NX Group's long-term vision -- set out in its management plan "NX Group Management Plan 2028 Dynamic Growth 2.0" -- of becoming "a logistics company with a strong presence in global markets."

For more details, please visit: https://drive.google.com/file/d/1SvzqxdP0zEEDCtmm2yhpGjBuDkM3iJea/view?usp=drive_link

About the NX Group: https://drive.google.com/file/d/1mbvBL6C8THZNrR5LREgGeafNkEdaAmV-/view?usp=drive_link

NX Group official website: https://www.nipponexpress.com/
NX Group's official LinkedIn account: https://www.linkedin.com/company/nippon-express-group/

Source: NIPPON EXPRESS HOLDINGS, INC.

Thursday, April 23, 2026

6th Asian Beach Games opens in Sanya


 The 6th Asian Beach Games Sanya 2026 Organizing Committee

The 6th Asian Beach Games opened on Wednesday evening in China's tropical resort city of Sanya, with the opening ceremony held at the seaside Yasha Park.

Chinese State Councilor Shen Yiqin declared the Games open after 45 delegations marched in for the continental Games, which had previously been scheduled to be held in 2020.

After having twice been postponed, chiefly due to the COVID-19 pandemic, the Sanya Games has drawn around 10,000 participants, including 1,790 athletes.

The Games marks the first time Hainan has hosted a continental-level beach sports event. It is also the first major international sporting event since the island-wide Hainan Free Trade Port was inaugurated last December.

Scheduled from April 22 to 30, the Games features 14 sports, 15 disciplines and 62 events. It is the second time that China has hosted the Asian Beach Games, after the 2012 edition in Haiyang, Shandong Province.

China has sent a delegation of 255 members, including 171 athletes, competing in 13 sports and 60 events, marking the country's highest participation in Asian Beach Games history.

Source: The 6th Asian Beach Games Sanya 2026 Organizing Committee

มหกรรมกีฬาชายหาด เอเชียนบีชเกมส์ ครั้งที่ 6 เปิดฉากยิ่งใหญ่ที่ซานย่า


 คณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาเอเชียนบีชเกมส์ ครั้งที่ 6 "ซานย่า 2026"

การแข่งขันกีฬาเอเชียนบีชเกมส์ ครั้งที่ 6 เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการในช่วงค่ำของวันพุธที่ 22 เมษายน ณ ซานย่า เมืองตากอากาศชื่อดังของจีน โดยพิธีเปิดจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ที่สวนสาธารณะริมชายหาด ยาชา พาร์ค (Yasha Park)

เสิ่น อี้ฉิน ที่ปรึกษาแห่งรัฐของจีน ได้ประกาศเปิดการแข่งขันอย่างเป็นทางการ หลังจากที่ตัวแทนนักกีฬา 45 คณะ เดินขบวนเข้าสู่พิธีเปิดการแข่งขันกีฬาชายหาดรายการใหญ่ระดับภูมิภาค

เดิมทีนั้น การแข่งขันกีฬาเอเชียนบีชเกมส์ ครั้งที่ 6 มีกำหนดจัดขึ้นในปี 2020 แต่จำเป็นต้องเลื่อนออกไปถึงสองครั้ง โดยมีสาเหตุหลักมาจากการระบาดของโรคโควิด-19 จนในที่สุดก็ได้จัดขึ้นที่เมืองซานย่าในปีนี้ โดยมีผู้เข้าร่วมประมาณ 10,000 คน รวมถึงนักกีฬา 1,790 คน

นับเป็นครั้งแรกที่มณฑลไห่หนานได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาชายหาดระดับทวีป อีกทั้งยังเป็นมหกรรมกีฬานานาชาติรายการใหญ่ครั้งแรกตั้งแต่มีการเปิดท่าเรือการค้าเสรีไห่หนานเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว

การแข่งขันกีฬาเอเชียนบีชเกมส์ ครั้งที่ 6 มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-30 เมษายน โดยมีการแข่งขันทั้งหมด 14 ชนิดกีฬา (15 ประเภทกีฬา) ชิงเหรียญทองรวมทั้งสิ้น 62 เหรียญ ทั้งนี้ นับเป็นครั้งที่สองที่จีนได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาเอเชียนบีชเกมส์ หลังจากที่เคยเป็นเจ้าภาพมาแล้วในปี 2012 ณ เมืองไห่หยาง มณฑลซานตง

ประเทศจีนได้ส่งคณะผู้แทนเข้าร่วมการแข่งขันทั้งสิ้น 255 คน ประกอบด้วยนักกีฬา 171 คน ลงแข่งขันใน 13 ชนิดกีฬา ชิงเหรียญทองรวม 60 เหรียญ นับว่าครั้งนี้จีนส่งทัพนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันเอเชียนบีชเกมส์มากที่สุดเป็นประวัติการณ์

ที่มา: คณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาเอเชียนบีชเกมส์ ครั้งที่ 6 "ซานย่า 2026"

มาห์เล ดำเนินกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง มุ่งบรรลุเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอน

  • มาห์เลเผยแพร่รายงานความยั่งยืนประจำปี 2568 ซึ่งรวมอยู่ในรายงานประจำปีของบริษัท
  • มาห์เลบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศเร็วกว่ากำหนด โดยสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ Scope 1 และ 2 ลงได้เกือบครึ่งหนึ่งแล้ว ส่งผลให้เป้าหมายปี 2573 อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม
  • มาห์เลยังคงมุ่งมั่นพัฒนาห่วงโซ่อุปทานที่มีความรับผิดชอบทางจริยธรรมและมีความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง
  • มาห์เลเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์จากวัสดุหมุนเวียน โดยมีการนำวัสดุรีไซเคิลและวัสดุชีวภาพมาใช้มากขึ้น
  • อัตราการเกิดอุบัติเหตุลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากมีการเสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น

การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนและมีความรับผิดชอบถือเป็นหัวใจสำคัญภายใต้กลยุทธ์องค์กรของมาห์เล (MAHLE) และแนวปฏิบัติดังกล่าวได้รับการเน้นย้ำความสำคัญในรายงานความยั่งยืนประจำปี 2568 ซึ่งรวมอยู่ในรายงานประจำปีของกลุ่มบริษัทเป็นครั้งแรก รายงานดังกล่าวระบุว่า มาห์เลบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศเร็วกว่ากำหนด และมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องในการลดการปล่อยคาร์บอน โดยสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการใช้ไฟฟ้าและเชื้อเพลิง (Scope 1 และ 2) ลงได้เกือบครึ่งหนึ่งแล้วนับจนถึงปัจจุบัน ส่งผลให้เป้าหมายปี 2573 อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม นอกจากนี้ ในปีที่มีการรายงานนั้น มาห์เลได้ยกระดับความมุ่งมั่นในการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานที่มีความรับผิดชอบทางจริยธรรมและมีความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน กลุ่มบริษัทได้เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน โดยมีการนำวัสดุรีไซเคิลและวัสดุชีวภาพมาใช้มากขึ้น ทั้งยังประสบความสำเร็จอย่างมากในการเสริมสร้างความปลอดภัยในการทำงาน ส่งผลให้จำนวนการเกิดอุบัติเหตุที่ทำให้ต้องหยุดงานลดลงครึ่งหนึ่งนับตั้งแต่ปี 2565 และอัตราการเกิดอุบัติเหตุของบริษัทอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม

“การที่มาห์เลผนวกรายงานความยั่งยืนไว้ในรายงานประจำปีของบริษัทเป็นครั้งแรก สะท้อนให้เห็นว่าความยั่งยืนมีความสำคัญต่อทิศทางการดำเนินกลยุทธ์ในอนาคตของบริษัท” เกออร์ก ดีทซ์ (Georg Dietz) กรรมการบริหารกลุ่มบริษัทมาห์เล ผู้รับผิดชอบด้านความยั่งยืน ความปลอดภัยในการทำงาน และการจัดการสิ่งแวดล้อม กล่าว “มาห์เลกำลังดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ และเรารู้สึกยินดีอย่างยิ่งกับความก้าวหน้าอย่างมีนัยสำคัญด้านความปลอดภัยในสถานที่ทำงานในปี 2568”

Georg Dietz, Member of the Management Board, responsible, among others, for Sustainability, Occupational Safety and Environmental Management in the MAHLE Group

ในปีที่ผ่านมา มาห์เลสามารถลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุจากการทำงานลงได้ถึง 19% โดยมีอัตราการเกิดอุบัติเหตุที่ทำให้ต้องหยุดงานเพียง 1.7 ครั้ง ต่อชั่วโมงทำงาน 1 ล้านชั่วโมง ซึ่งแนวโน้มเชิงบวกดังกล่าวยังสะท้อนผ่านรางวัลต่าง ๆ ที่องค์กรภายนอกมอบให้แก่สถานประกอบการของมาห์เล เพื่อยกย่องผลการดำเนินงานที่โดดเด่นด้านสุขภาพและความปลอดภัยในการทำงาน

กลยุทธ์ที่หลากหลายในการลดคาร์บอน

Kathrin Apel, Director Corporate Sustainability and Occupational Health, Safety and Environmental Management at MAHLE

“เราได้เสริมสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมที่มีความยั่งยืนและมีความรับผิดชอบทั่วทั้งบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ” คัทริน อาเพิล (Kathrin Apel) ผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืน สุขภาพ ความปลอดภัยในการทำงาน และการจัดการสิ่งแวดล้อมของมาห์เล กล่าว “แนวคิดดังกล่าวครอบคลุมตั้งแต่การใช้พลังงานและวัสดุอย่างมีประสิทธิภาพ ไปจนถึงการผนวกรวมปัจจัยด้านความยั่งยืนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตัดสินใจในด้านการพัฒนา การจัดซื้อ และการผลิตในปี 2568 การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ Scope 1 และ 2 จากกระบวนการผลิตของบริษัทและการใช้พลังงาน ลดลงกว่า 47%เมื่อเทียบกับปีฐาน 2562 ทำให้เหลืออีกไม่ถึงสองจุดเปอร์เซ็นต์ก็จะบรรลุเป้าหมายปี 2573 ซึ่งตั้งไว้ที่ 49% ขณะเดียวกัน การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ Scope 3 จากห่วงโซ่อุปทานและการใช้ผลิตภัณฑ์ ลดลง 23% เมื่อเทียบกับปีฐานเดียวกัน

มาห์เลลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างต่อเนื่องโดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่หลากหลาย บริษัทใช้ไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนคิดเป็นสัดส่วน 17% ของการใช้ไฟฟ้าทั้งหมดในปี 2568 ขณะที่โรงงานของมาห์เลในเยอรมนีบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน ด้วยการใช้ไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานสีเขียวและการชดเชยการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ด้านโรงงานแห่งหนึ่งในเมืองโมกีกัวซู ได้กลายเป็นโรงงานแห่งที่สี่ในบราซิลที่ทำข้อตกลงจัดหาไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานสีเขียวในปี 2568 นอกจากนี้ โรงงานของมาห์เลหลายแห่งทั่วยุโรป อเมริกาใต้ อินเดีย จีน (กว่างโจว เซี่ยงไฮ้ และเสิ่นหยาง) รวมถึงในจังหวัดสมุทรปราการของไทย ล้วนใช้ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ทันสมัย

ปัจจุบัน มาห์เลได้ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าและความร้อนจากพลังงานแสงอาทิตย์ (PVT) ที่ใหญ่ที่สุดในเยอรมนี ณ โรงงานของบริษัทในเมืองไวฮิงเงิน/เอนซ์ ครอบคลุมพื้นที่เกือบ 21,500 ตารางฟุต เพื่อผลิตไฟฟ้าและความร้อนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ขณะเดียวกัน มาห์เลยังดำเนินการขยายสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีการติดตั้งจุดชาร์จ MAHLE chargeBIG มากกว่า 300 จุดในลานจอดรถของพนักงานตามโรงงานหลายแห่งทั่วประเทศเยอรมนี

สำหรับการขนส่งภายในบริษัทระหว่างคลังสินค้ากลางของมาห์เลใกล้เมืองชตุทท์การ์ทกับโรงงานที่เมืองมูห์ลักเกอร์และไวฮิงเงิน มีการเปลี่ยนจากการใช้น้ำมันดีเซลจากเชื้อเพลิงฟอสซิลมาเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพ HVO100 ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า 90%

นอกจากนี้ มาห์เลได้พัฒนาวัสดุหลากหลายประเภทที่ช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ เช่น วัสดุที่ผ่านการรับรองจาก FSC (Forest Stewardship Council) ซึ่งนำมาใช้ในการผลิตไส้กรองอากาศสำหรับห้องโดยสารรถยนต์

ห่วงโซ่อุปทานที่มีความรับผิดชอบในระดับโลก

มาห์เลเข้าร่วมโครงการ Responsible Supply Chain Initiative (RSCI) ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการดำเนินการจัดซื้ออย่างโปร่งใส โดยบริษัทดำเนินการตรวจสอบสถานประกอบการของซัพพลายเออร์อย่างสม่ำเสมอ รวมถึงพิจารณาสภาพการทำงานและประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการยกระดับความโปร่งใสของซัพพลายเออร์เช่นนี้ ช่วยให้มั่นใจได้ถึงการปฏิบัติตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ในจรรยาบรรณซัพพลายเออร์ของมาห์เล

สามารถอ่านรายงานความยั่งยืนประจำปี 2568 ได้ที่เว็บไซต์ของ
มาห์เล https://newsroom.mahle.com/press/en/publications/

MAHLE Sustainability Strategy on Track

  • Sustainability Report 2025 published as part of the MAHLE Annual Report
  • MAHLE ahead of schedule on its climate targets: Scope 1 and 2 CO2 emissions reduced by nearly half – 2030 goal within reach
  • Commitment to an ethically responsible and sustainable supply chain consistently strengthened
  • Circular product development with increased use of recycled and bio-based materials
  • Accident rate significantly reduced thanks to a strengthened safety culture

Sustainable and responsible business practices are an integral part of the MAHLE corporate strategy. This is underlined by the recently published Sustainability Report 2025, which the Group has presented for the first time as part of its Annual Report. The automotive supplier is ahead of schedule in meeting its climate targets, with continued progress in emissions reduction. MAHLE has cut its CO₂ emissions from electricity and fuel consumption (Scope 1 and 2) by nearly half to date. The 2030 target is now within reach. During the reporting year, MAHLE intensified its commitment to an ethically responsible and sustainable supply chain. In addition, the Group advanced sustainable product development through the increased use of circular and bio-based materials. MAHLE also achieved significant success in strengthening its occupational safety activities. The number of accidents involving lost workdays has been cut in half since 2022, and the company’s accident rate is below the industry average.


“With the integration of our sustainability report into the annual report for the first time, MAHLE emphasizes the importance of sustainability for the company’s future strategic direction,” said Georg Dietz, Member of the MAHLE Group Management Board responsible for Sustainability, Occupational Safety and Environmental Management. “MAHLE is on track in pursuing its objectives. We are particularly pleased with the significant progress achieved in the area of workplace safety in 2025.”

Georg Dietz, Member of the Management Board, responsible, among others, for Sustainability, Occupational Safety and Environmental Management in the MAHLE Group

Last year, MAHLE reduced its accident rate by 19 percent to 1.7 occupational accidents with lost days per 1 million hours worked. This positive trend is also reflected in several awards from external organizations that have honored MAHLE locations for their outstanding performance in the area of occupational health and safety.

Multiple Levers for Decarbonization

Kathrin Apel, Director Corporate Sustainability and Occupational Health, Safety and Environmental Management at MAHLE

“We have significantly sharpened awareness for sustainable and responsible behavior across the entire company,” said Kathrin Apel, Director Corporate Sustainability and Occupational Health, Safety and Environmental Management at MAHLE. “This ranges from the resource-efficient use of energy and materials to the integration of sustainability aspects into decision-making in development, purchasing, and production.”

Scope 1 and 2 CO₂ emissions from production and energy sourcing have been reduced by over 47 percent compared to the base year 2019 – so we are just under two percentage points away from the 2030 target of 49 percent. Scope 3 emissions from the supply chain and product use decreased by 23 percent in 2025 compared to the same base year.

The company is consistently expanding its CO₂ reduction activities by leveraging a wide range of technologies. Renewable electricity accounted for 17 percent of total power consumption in 2025. MAHLE locations in Germany are carbon-neutral, thanks to green electricity supply and the offsetting of fossil fuel use. One of the company’s plants in Mogi Guaçu became the fourth site in Brazil to enter into a green electricity supply agreement in 2025. Multiple MAHLE locations across Europe, South America, India, and China – including Guangzhou, Shanghai, and Shenyang – as well as Samut Prakan in Thailand, are powered by modern photovoltaic systems.

MAHLE is currently installing what is presently Germany’s largest photovoltaic-thermal (PVT) system at its plant in Vaihingen/Enz (Germany) covering an area of nearly 21,500 sq ft, providing climate-friendly electricity and heat supply.

The expansion of EV charging infrastructure at MAHLE continues at full pace: MAHLE chargeBIG has now installed over 300 charging points at employee parking lots at numerous plants across Germany.

For inter-company transport between the MAHLE central warehouse near Stuttgart and the Mühlacker and Vaihingen sites, fossil diesel has been replaced with the biofuel HVO100, enabling savings of more than 90 percent in CO₂ emissions.

MAHLE develops materials that enable resource conservation and CO₂ reduction over the entire product life cycle. Among others, FSC-certified (Forest Stewardship Council) materials are applied, for example in the production of cabin air filters for vehicles.

Responsible Supply Chains Worldwide

By joining the Responsible Supply Chain Initiative (RSCI), the automotive supplier emphasizes its commitment to transparent procurement processes. The company conducts on-site audits at its suppliers and consistently reviews working conditions as well as environmental aspects. The improved supplier transparency ensures compliance with the standards set out in the MAHLE Supplier Code of Conduct.

The MAHLE Sustainability Report 2025 is available on the MAHLE website at https://newsroom.mahle.com/press/en/publications/

Tuesday, April 21, 2026

“เกษตรกรสายโค้ด” พลิกโฉมการไลฟ์ขายของบนที่ราบสูงดินเหลือง

ณ เมืองชิงหยาง มณฑลกานซู การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลที่ถักทอร่วมกันระหว่าง ผืนดินสีเหลืองกับ พลังแห่งการประมวลผล กำลังขับเคลื่อนไปอย่างเงียบเชียบ เหล่าเกษตรกรที่เคยหลังขดหลังแข็งทำไร่ไถนา รวมถึงกลุ่มแม่บ้านที่เคยคลุกคลีอยู่แต่ในครัว ได้สลัดภาพจำเดิม ๆ สู่ตัวตนใหม่สุดล้ำในฐานะ เกษตรกรสายโค้ดนักขายออนไลน์มือโปร



เมื่อก้าวเข้าไปในห้องอบรมรวมของสมาคมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เมืองชิงหยาง จะเห็นภาพผู้คนนั่งกันจนเต็มทุกที่นั่ง เพื่อเข้าฟังการบรรยายเรื่องการไลฟ์สดด้วยระบบ AI และอีคอมเมิร์ซอัจฉริยะ ตั้งแต่เทคนิคการคัดเลือกสินค้า การวางแผนเนื้อหา ไปจนถึงการลงมือปฏิบัติจริงกับระบบไลฟ์สดผ่านมนุษย์เสมือน ซึ่งองค์ความรู้ที่นำไปใช้ได้จริงเหล่านี้กำลังเข้ามาพลิกนิยามในการสร้างเนื้อสร้างตัวบนแผ่นดินที่ราบสูงแห่งนี้ไปอย่างสิ้นเชิง

 

เมืองชิงหยางจัดอบรมเชิงปฏิบัติการด้านอีคอมเมิร์ซ AI อย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการหันมาใช้เครื่องมือ AI สุดล้ำอย่างสตรีมเมอร์เสมือน โดยมีแรงหนุนสำคัญจากพลังการประมวลผลที่มีต้นทุนและความหน่วงต่ำของศูนย์ประมวลผลข้อมูลแห่งชาติเมืองชิงหยาง ภายใต้อภิมหาโปรเจกต์ “Eastern Data and Western Computing” (ข้อมูลตะวันออก ประมวลผลตะวันตก) ซึ่งช่วยให้การใช้งาน AI มีประสิทธิภาพมากขึ้นในราคาที่ประหยัดลง โมเดลการทำงานแบบครบวงจรที่ผสานระหว่าง ขุมพลังประมวลผลท้องถิ่น + การประยุกต์ใช้ AI + การบ่มเพาะบุคลากรเช่นนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของศูนย์กลางการประมวลผลในพื้นที่เท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ถือเป็นการผสานพลังระหว่างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลกับภาคเศรษฐกิจจริงได้อย่างเป็นรูปธรรม

 

ข้อมูลระบุว่าในปี 2568 ที่ผ่านมา เมืองชิงหยางมียอดขายผ่านอีคอมเมิร์ซสูงถึง 6.91 พันล้านหยวน โดยในจำนวนนี้เป็นการค้าปลีกออนไลน์ถึง 3.271 พันล้านหยวน เติบโตขึ้นจากปีก่อนหน้านั้นถึง 12.7% ทั้งนี้ นับตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นมา เมืองชิงหยางได้จัดอบรมเชิงปฏิบัติการด้านอีคอมเมิร์ซให้บุคลากรไปแล้วกว่า 2,000 คน นับเป็นการวางรากฐานด้านทรัพยากรมนุษย์ที่แข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

 

จากวิถีเดิมที่ ทำไร่ไถนาสู่ทักษะใหม่ในการ ไลฟ์ขายของและจากชีวิตที่เคยต้อง พึ่งพาฟ้าฝนสู่การ สร้างความมั่งคั่งด้วยพลังประมวลผลเหล่า เกษตรกรสายโค้ดรุ่นใหม่เหล่านี้กำลังเชื่อมโยงผู้คนทั่วประเทศเข้าด้วยกันผ่านขุมพลังของอัลกอริทึม โดยอาศัยเทคโนโลยีคลาวด์เป็นสะพานส่งต่อของดีจากดินแดนที่ราบสูงดินเหลืองออกสู่ตลาดที่กว้างไกลกว่าเดิม