Friday, June 12, 2026

NT พร้อมสนับสนุนหน่วยงานรัฐและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เตรียมความพร้อมสู่มาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระบบคลาวด์ของ สกมช. ก่อนมีผลบังคับใช้ 10 กันยายน 2569

 

ดร.วงกต วิจักขณ์สังสิทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานดิจิทัลและโซลูชัน บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน)

บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ประกาศความพร้อมในการสนับสนุนหน่วยงานภาครัฐ และหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศให้พร้อมใช้บริการคลาวด์อย่างมั่นคงปลอดภัย รองรับการปฏิบัติตามมาตรฐานด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระบบคลาวด์ พ.ศ. 2567 ของคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 10 กันยายน 2569

มาตรฐานดังกล่าวเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศ โดยกำหนดแนวทางปฏิบัติสำหรับทั้งผู้ใช้บริการคลาวด์และผู้ให้บริการคลาวด์ ครอบคลุมการกำกับดูแลด้านความมั่นคงปลอดภัย การบริหารจัดการความเสี่ยง การคุ้มครองข้อมูล การควบคุมการเข้าถึง การบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ และการจัดเตรียมหลักฐานเพื่อการตรวจประเมินตามระดับความสำคัญของข้อมูลและระบบสารสนเทศ

ด้วยประสบการณ์ด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล คลาวด์ และความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ NT พร้อมสนับสนุนหน่วยงานต่าง ๆ ให้สามารถวางแผนและดำเนินการ Cloud Transformation ได้อย่างเป็นระบบตั้งแต่การประเมินความพร้อมขององค์กร การการออกแบบสถาปัตยกรรมและระบบความปลอดภัยคลาวด์ การย้ายระบบขึ้นสู่คลาวด์ การบริหารจัดการระบบอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการจัดเตรียมเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการตรวจประเมิน

ดร.วงกต วิจักขณ์สังสิทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานดิจิทัลและโซลูชัน บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า

“การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบคลาวด์ไม่ควรเป็นแค่การย้ายระบบขึ้นสู่เทคโนโลยีใหม่ แต่ควรช่วยยกระดับการบริหารจัดการระบบงานให้มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และสอดคล้องกับกรอบการกำกับดูแลของประเทศ NT มีความพร้อมในการสนับสนุนหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนให้ใช้เทคโนโลยีคลาวด์ได้อย่างเต็มศักยภาพ ด้วยทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการระบบคลาวด์ขนาดใหญ่ รวมถึงประสบการณ์ในการให้บริการระบบคลาวด์กลางภาครัฐ ระบบคลาวด์กลางสาธารณสุข และบริการด้าน Cybersecurity ภายใต้มาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานต่าง ๆ จึงสามารถมั่นใจได้ว่าจะได้รับคำปรึกษาและบริการที่ออกแบบให้รองรับทั้งประสิทธิภาพ ความมั่นคงปลอดภัย และการปฏิบัติตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง”

หน่วยงานที่สนใจรับคำปรึกษาและประเมินความพร้อม สามารถติดต่อ NT ได้ที่ ntcloud@ntplc.co.th หรือเยี่ยมชม https://ntcloudsolutions.ntplc.co.th/

ปวดเข่าไม่ใช่เรื่องไกลตัว! คนไทยเสี่ยงข้อเข่าเสื่อมเพิ่มขึ้น การออกกำลังกายผิดวิธีอาจยิ่งทำร้ายข้อ


ในวันที่คนไทยให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายที่บ้านมากขึ้น “ลู่วิ่งไฟฟ้า” ไม่ได้เป็นเพียงอุปกรณ์คาร์ดิโอเพื่อเผาผลาญพลังงานเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้การดูแลสุขภาพเกิดขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่กังวลเรื่องอาการปวดเข่า เข่าฝืด หรือแรงกระแทกระหว่างการเดินและวิ่ง

Johnson Fitness and Wellness จึงชวนคนไทยให้ความสำคัญกับการเลือกลู่วิ่งที่มี “ระบบรองรับแรงกระแทก” ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มความสบายในการใช้งาน ลดภาระต่อข้อเข่า และรองรับการออกกำลังกายในบ้านได้อย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในครอบครัวที่มีผู้ใช้งานหลายช่วงวัย

ปัญหาอาการปวดเข่าและข้อเข่าเสื่อมกำลังเป็นเรื่องใกล้ตัวมากขึ้น ทั้งในผู้สูงอายุ วัยกลางคน รวมถึงผู้ที่ใช้งานข้อเข่าหนักหรือออกกำลังกายผิดวิธี อาการที่พบได้บ่อย ได้แก่ ปวดรอบข้อเข่า เข่าฝืดตึงในช่วงเช้า ลุกนั่งแล้วเจ็บ ขึ้นลงบันไดไม่คล่อง มีเสียงกรอบแกรบ หรือเริ่มรบกวนกิจกรรมในชีวิตประจำวัน

องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ในปี 2562 มีผู้ป่วยโรคข้อเสื่อมทั่วโลกราว 528 ล้านคน เพิ่มขึ้น 113% เมื่อเทียบกับปี 2533 โดยพบที่ข้อเข่ามากที่สุดประมาณ 365 ล้านคนทั่วโลก ขณะที่ประเทศไทยมีข้อมูลจากกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่าในปี 2561 มีคนไทยป่วยเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมมากกว่า 6 ล้านคน สะท้อนให้เห็นว่าการดูแลข้อเข่าไม่ใช่เรื่องของผู้สูงอายุเท่านั้น แต่เป็นเรื่องที่ทุกคนควรเริ่มใส่ใจตั้งแต่วันนี้

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพแนะนำว่า การออกกำลังกายยังคงเป็นสิ่งจำเป็นต่อการดูแลร่างกายและข้อเข่า แต่ควรเลือกกิจกรรมที่เหมาะสม ไม่หักโหมเกินไป และลดแรงกระแทกที่อาจเกิดขึ้นกับข้อต่อ โดยเฉพาะผู้ที่มีน้ำหนักเกิน เคยบาดเจ็บบริเวณเข่า หรือเริ่มมีอาการปวดเข่าระหว่างเดิน วิ่ง หรือลงน้ำหนัก

ด้วยเหตุนี้ การเลือกลู่วิ่งไฟฟ้าสำหรับใช้งานที่บ้านจึงไม่ควรพิจารณาเพียงความเร็ว โปรแกรมออกกำลังกาย หรือดีไซน์เท่านั้น แต่ควรให้ความสำคัญกับโครงสร้าง ความมั่นคงของเครื่อง พื้นที่วิ่ง และระบบรองรับแรงกระแทกที่ช่วยให้ทุกก้าวนุ่มนวลและใช้งานได้มั่นใจมากขึ้น

หนึ่งในรุ่นที่โดดเด่นด้านการรองรับแรงกระแทกคือ Matrix TF50 ลู่วิ่งไฟฟ้าที่มาพร้อมเทคโนโลยี Ultimate Deck System ซึ่งผสานการทำงานของโครงสร้าง กระดานวิ่ง และระบบรองรับแรงกระแทกเข้าด้วยกัน เพื่อช่วยให้การเดินหรือวิ่งมีความนุ่มนวลและมั่นคง เหมาะสำหรับบ้านที่ต้องการลู่วิ่งคุณภาพสูงสำหรับใช้งานต่อเนื่อง หรือครอบครัวที่มีผู้ใช้งานหลายคน

อีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจคือ Bowflex T9 ที่มาพร้อมระบบรองรับแรงกระแทก FlexZone™ XL Deck System พื้นที่วิ่งกว้างขึ้น และระบบ FlexZone™ ที่ช่วยเพิ่มการรองรับและความมั่นคงระหว่างใช้งาน เหมาะทั้งสำหรับการเดินเร็ว จ๊อกกิง หรือวิ่งออกกำลังกายที่บ้านอย่างจริงจัง

Johnson Fitness and Wellness เชื่อว่า การออกกำลังกายที่ดีไม่ใช่แค่การทำให้ร่างกายแข็งแรงในวันนี้ แต่ต้องช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถดูแลสุขภาพได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว สำหรับผู้ที่ใส่ใจเรื่องข้อเข่า การเลือกลู่วิ่งที่มีระบบรองรับแรงกระแทกอย่างเหมาะสม จึงเป็นอีกหนึ่งการลงทุนเพื่อสุขภาพที่คุ้มค่าและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่

ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ johnson.co.th หรือสอบถามข้อมูลที่ โทร. 02-751-9360, 090-090-6797 และอีเมล jhtthailand@johnsonfitness.com

ไทยร้อนแตะ 43 องศาฯ บ้านยังไหวไหม? “ตราภูเขา” เปิด 3 หลังคาไวนิล รับมือปัญหาบ้านร้อน-เสียงดัง

“ตราภูเขา” แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุไวนิลและพลาสวูด เปิดตัว 3 หลังคาไวนิล ตราภูเขา รุ่นเด่น ได้แก่ PR-7, PR-8 และ PR-9 สำหรับงานหลังคาหลักของบ้าน ชูจุดเด่นเทคโนโลยี uPVC Foaming ที่ช่วยเป็นฉนวนกันความร้อนและช่วยซับเสียงในตัว ตอบโจทย์บ้านไทยที่ต้องรับมือทั้งอากาศร้อนจัด ความร้อนสะสมใต้หลังคา และเสียงฝนรบกวนในชีวิตประจำวัน

หลังคาไวนิล ตราภูเขา ทั้ง 3 รุ่นถูกพัฒนาให้ตอบโจทย์ทั้งเจ้าของบ้าน นักออกแบบ และช่างติดตั้งที่ต้องการวัสดุหลังคาที่สวย ใช้งานได้จริง และดูแลรักษาง่าย โดยมีคุณสมบัติเด่นด้านการช่วยลดความร้อนใต้หลังคา ช่วยซับเสียง น้ำหนักเบา ทนความชื้น ปลอดปัญหาปลวกและเชื้อรา พร้อมรองรับการใช้งานระยะยาวสำหรับบ้านยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับทั้งความสบายและคุณภาพชีวิต

หลังคาไวนิล รุ่น PR-7 ดับเบิ้ลล็อก เป็นรุ่นยอดนิยมที่มาพร้อมดีไซน์ลอนเหลี่ยมสไตล์โมเดิร์น ความกว้าง 25 เซนติเมตร จุดเด่นอยู่ที่ระบบ “ดับเบิ้ลล็อก” หรือล็อกเข้าลิ้น 2 ชั้น ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยเพิ่มความมั่นใจในการป้องกันการรั่วซึม โดยเฉพาะในช่วงฝนตกหนัก เหมาะสำหรับบ้านที่ต้องการหลังคาที่ครบทั้งความสวยงาม ความคุ้มค่า และการติดตั้งที่รวดเร็ว

หลังคาไวนิล รุ่น PR-8 เมาท์เทนล็อก โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี Mountain Lock เอกสิทธิ์เฉพาะของตราภูเขา ซึ่งผสานระบบล็อกเข้าลิ้นเข้ากับการครอบลอน พร้อมซ่อนหัวสกรูอย่างแนบเนียน ทำให้ได้ผืนหลังคาที่เรียบสวย ทันสมัย และดูเรียบร้อย เหมาะกับบ้านสไตล์มินิมอล อาคารสมัยใหม่ หรือโครงการที่ต้องการความเนี้ยบของงานดีไซน์เป็นพิเศษ

หลังคาไวนิล รุ่น PR-9 เมาท์เทนล็อก เป็นรุ่นใหม่ล่าสุดที่ออกแบบมาสำหรับงานหลังคาหลักโดยเฉพาะ มาพร้อมระบบ Mountain Lock และขยายความกว้างพิเศษถึง 50 เซนติเมตร ใช้เพียง 2 แผ่นต่อเมตร ช่วยลดจำนวนรอยต่อ ลดเวลาการติดตั้ง และเพิ่มความรวดเร็วในการทำงาน เหมาะสำหรับโครงการก่อสร้างที่ต้องการส่งมอบงานอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมรองรับการถอดเปลี่ยนหรือซ่อมแซมเฉพาะแผ่นได้ง่ายในอนาคต

การเปิดตัวหลังคาไวนิลทั้ง 3 รุ่นเกิดขึ้นท่ามกลางสภาพอากาศของประเทศไทยที่ร้อนต่อเนื่อง โดยข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่าในเดือนเมษายน 2569 ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนอบอ้าวโดยทั่วไป และบางพื้นที่มีอุณหภูมิสูงสุด 42.0–43.0 องศาเซลเซียส ขณะที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลมีอุณหภูมิสูงสุด 39.0–41.0 องศาเซลเซียส สะท้อนให้เห็นว่า “บ้านร้อน” ยังคงเป็นโจทย์สำคัญของการอยู่อาศัยในประเทศไทย

นอกจากความร้อนแล้ว เสียงฝนที่ตกกระทบหลังคายังเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่รบกวนการพักผ่อน โดยเฉพาะในช่วงที่ฝนเริ่มตกถี่ขึ้นในหลายพื้นที่ การเลือกวัสดุหลังคาที่ช่วยซับเสียงได้จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญสำหรับบ้านที่ต้องการความสงบและความสบายในการอยู่อาศัย

นอกจากจุดเด่นด้านการช่วยลดความร้อนและซับเสียง หลังคาไวนิลตราภูเขายังออกแบบให้ทนความชื้น ไม่ลามไฟ และรับประกัน 10 ปีไม่แห้ง กรอบ แตก อีกทั้งยังรองรับการสั่งผลิตความยาวพิเศษได้สูงสุดถึง 20 เมตร พร้อมจัดส่งภายใน 3–5 วันทำการ ช่วยลดเศษวัสดุจากการตัดหน้างาน และเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับงานออกแบบและติดตั้งได้มากขึ้น

ตราภูเขา ย้ำแนวคิด Mindful Innovation หรือการพัฒนานวัตกรรมที่เข้าใจทั้งคนทำบ้านและคนอยู่บ้าน ผ่านวัสดุก่อสร้างที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง ควบคู่กับการใส่ใจสุขภาวะและสิ่งแวดล้อม โดยผลิตภัณฑ์หลังคาไวนิลของตราภูเขาเป็นผลิตภัณฑ์ไร้สารตะกั่ว และออกแบบมาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยในระยะยาว

เกี่ยวกับตราภูเขา

กว่า 36 ปีในอุตสาหกรรม “ตราภูเขา” คือผู้ผลิตและจัดจำหน่ายหลังคาไวนิลและแผ่นพลาสวูดคุณภาพสูง ภายใต้ปรัชญาการออกแบบที่เข้าใจชีวิต ผลิตภัณฑ์ของตราภูเขามุ่งเน้นนวัตกรรมที่ใส่ใจมนุษย์ ธรรมชาติ และการใช้งานที่ยั่งยืน

ศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์และการสั่งซื้อได้ที่ https://thaiplastwood.com/roof/ หรือติดต่อตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

เมืองสุยโจวจัดพิธีสักการะจักรพรรดิเหยียนอย่างยิ่งใหญ่ สืบสานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมระดับชาติ

 คณะกรรมการจัดพิธีสักการะจักรพรรดิเหยียนแห่งสุยโจว

เช้าวันที่ 11 มิถุนายน (ตรงกับวันที่ 26 เดือน 4 ตามปฏิทินจันทรคติจีน อันเป็นวันคล้ายวันประสูติของจักรพรรดิเหยียน) ได้มีการจัดพิธีสักการะครั้งยิ่งใหญ่เพื่อรำลึกถึง "จักรพรรดิเหยียน" ปฐมบรรพชนแห่งการเกษตรและการแพทย์ของชนชาติจีน ณ เมืองสุยโจว มณฑลหูเป่ย ทางภาคกลางของจีน อันเป็นถิ่นกำเนิดของจักรพรรดิเหยียน ผู้เป็นที่รู้จักในอีกพระนามหนึ่งว่า "เสินหนง" หรือ "เทพกสิกร"

พิธีดังกล่าวจัดขึ้นโดยความร่วมมือของสำนักงานกิจการไต้หวันแห่งคณะมุขมนตรีจีน สหพันธ์วงการวรรณกรรมและศิลปะแห่งประเทศจีน สหพันธ์ชาวจีนโพ้นทะเลที่หวนคืนสู่มาตุภูมิ สมาคมวัฒนธรรมเหยียน-หวงแห่งประเทศจีน และรัฐบาลประชาชนมณฑลหูเป่ย โดยมีชาวจีนจากฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวัน รวมถึงผู้แทนชาวจีนโพ้นทะเล ตลอดจนบุคคลจากหลากหลายวงการเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

พิธีเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการท่ามกลางท่วงทำนองอันสง่างามของระฆังโบราณ โดยดำเนินการอย่างเคร่งครัดตามแบบแผนพิธีสักการะเสินหนงแห่งสุยโจว ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมระดับชาติของจีน พิธีประกอบด้วยขั้นตอนสำคัญ 9 ประการ ได้แก่ การประโคมกลองและระฆัง การเปิดประตูศักดิ์สิทธิ์ การจุดเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์ การถวายกระเช้าดอกไม้ การถวายธูปสักการะบรรพชน การกล่าวบทสดุดี การแสดงความเคารพต่อบรรพชนร่วมกัน การขับร้องบทสรรเสริญ และการสักการะรูปเคารพศักดิ์สิทธิ์

เมืองสุยโจวได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในแหล่งกำเนิดสำคัญของดนตรีพิธีการ และยังเป็นที่ตั้งของ "เปียนจง" หรือชุดระฆังสัมฤทธิ์แห่งเจิงโหวอี้ ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น "สิ่งมหัศจรรย์อันดับแปดของโลก" เสียงประโคมกลองโบราณขนาดใหญ่และเสียงระฆังกังวานขับเน้นบรรยากาศอันสง่างาม เปี่ยมด้วยความขลังและความเคารพตลอดทั้งพิธี ซึ่งดำเนินไปอย่างกระชับ เป็นระเบียบ และสมพระเกียรติ

ขณะเดียวกัน ชุมชนท้องถิ่นยังได้ยกระดับพิธีสักการะจักรพรรดิเหยียนประจำปีให้เป็นกิจกรรมการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง โดยในส่วนของพิธีการ นักเรียนนักศึกษาในระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอุดมศึกษาในเมืองสุยโจวได้เข้าร่วมขบวนพิธีและการแสดงทางวัฒนธรรม ขณะที่การเผยแพร่วัฒนธรรมสู่สาธารณชนก็ได้รับการส่งเสริมควบคู่กันไป ผ่านการบูรณาการวัฒนธรรมจักรพรรดิเหยียนเข้ากับการให้ความรู้ในสถานศึกษา การทำกิจกรรมของชุมชน รวมถึงการหล่อหลอมอัตลักษณ์และจิตวิญญาณของเมือง เพื่อธำรงรักษาขนบธรรมเนียมอันทรงคุณค่านี้ให้คงอยู่และสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น

นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรมสนับสนุนต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนเมษายนถึงมิถุนายน โดยมีกิจกรรมแลกเปลี่ยนหลากหลายรูปแบบสำหรับชาวจีนจากฮ่องกง มาเก๊า ไต้หวัน ตลอดจนชาวจีนโพ้นทะเล เพื่อให้ได้สัมผัสและเรียนรู้วัฒนธรรมของเมืองสุยโจวอย่างแท้จริง

ที่มา: คณะกรรมการจัดพิธีสักการะจักรพรรดิเหยียนแห่งสุยโจว

Chinese Ancestor Emperor Yan's Hometown Suizhou Holds Worship Ceremony


 Organizing Committee of the Worship Ceremony for Emperor Yan in Suizhou

On the morning of June 11 (the 26th day of the fourth lunar month, the birthday of Emperor Yan), a grand worship ceremony for the pioneer of Chinese farming and medicine took place in Suizhou City, central China's Hubei Province, the hometown of Emperor Yan, also known as Shennong or the "Celestial Farmer."

Co-hosted by the Taiwan Affairs Office of the State Council, China Federation of Literary and Art Circles, All-China Federation of Returned Overseas Chinese, Association for Yan Huang Culture of China and the People's Government of Hubei Province, the event drew attendees including compatriots from Hong Kong, Macao and Taiwan, representatives of overseas Chinese and guests from all walks of life.

The ceremony officially commenced amid the elegant music of ancient chime bells. Strictly following the rituals of Suizhou Shennong worship ceremony, a national intangible cultural heritage, the event consisted of nine procedures: sounding drums and bells, opening the sacred gate, lighting the sacred flame, presenting flower baskets, offering incense to the ancestor, reciting eulogies, paying collective homage to the ancestor, singing odes in praise, and viewing the sacred statue.

As a renowned cradle of ritual music, Suizhou is home to the Bianzhong (bronze chime bell sets) of Marquis Yi of Zeng, known as the "eighth wonder of the world." The beating of large ancient drums and ringing of chime bells created a solemn and reverent atmosphere throughout the ceremony, which was organized in a concise and efficient manner.

It is worth noting that the local community has turned the annual worship ritual for Emperor Yan into a regular cultural inheritance initiative. For the ceremonial activities, primary, secondary and university students from Suizhou formed ritual teams and gave cultural performances. For public outreach, Emperor Yan culture has been integrated into school education, community culture and the city's spirit, keeping this time-honored tradition alive and passing it down from generation to generation.

A series of supporting events was also held from April to June. A number of exchange activities were organized for compatriots from Hong Kong, Macao, Taiwan and overseas Chinese to experience the culture of Suizhou.

Source: Organizing Committee of the Worship Ceremony for Emperor Yan in Suizhou

Thursday, June 11, 2026

โรงพยาบาล The Senior และ NextMove Rehabilitation เปิดตัว“ศูนย์ฟื้นฟูอัจฉริยะ” ผสานเทคโนโลยีสมอง ระบบประสาท และหุ่นยนต์ฟื้นฟู เพื่อยกระดับการดูแลผู้ป่วย Stroke


โรงพยาบาล The Senior รัชโยธิน ร่วมกับ NextMove Rehabilitation by InterRehab จัดงาน “6.6 Grand Opening” เปิดตัวศูนย์ฟื้นฟูอัจฉริยะอย่างเป็นทางการ เพื่อยกระดับการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ผู้ป่วยหลังผ่าตัด ผู้ที่มีปัญหาด้านการเคลื่อนไหว และผู้สูงอายุ ผ่านการบูรณาการเทคโนโลยีกระตุ้นสมอง ระบบประสาท และหุ่นยนต์ฟื้นฟู เข้ากับองค์ความรู้ทางเวชศาสตร์ฟื้นฟูสมัยใหม่และการออกแบบโปรแกรมฟื้นฟูเฉพาะบุคคล ภายใต้แนวคิด “Every Recovery Deserves Its Best Chance” หรือ “เพราะทุกการฟื้นตัวควรได้รับโอกาสที่ดีที่สุด” สะท้อนความมุ่งมั่นในการเพิ่มโอกาสในการฟื้นตัวและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย

ภายในงานได้รับเกียรติจากผู้บริหารและทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญร่วมแบ่งปันวิสัยทัศน์ด้านการฟื้นฟูสมัยใหม่ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสเทคโนโลยีฟื้นฟูจริง ทั้งกลุ่มเทคโนโลยีกระตุ้นสมอง หุ่นยนต์ฟื้นฟูการเดิน หุ่นยนต์ฟื้นฟูมือ และระบบการฝึกเคลื่อนไหวอัจฉริยะที่ถูกนำมาใช้ร่วมกับโปรแกรมฟื้นฟูเฉพาะบุคคล

คุณสิทธิศักดิ์ ผาณิตพจมาน กรรมการบริษัท อินเตอร์ ฟาร์มา เมดเทค จำกัด กล่าวว่า

“ความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาล The Senior และ NextMove Rehabilitation เกิดขึ้นจากวิสัยทัศน์ร่วมกันในการพัฒนาการดูแลผู้ป่วย Stroke และผู้ป่วยในกลุ่มที่มีปัญหาด้านการเคลื่อนไหว ให้เข้าถึงเทคโนโลยีการฟื้นฟูที่ทันสมัยมากยิ่งขึ้น เราเชื่อว่าการนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาผสานกับองค์ความรู้ทางการแพทย์และทีมสหวิชาชีพ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการฟื้นตัวของผู้ป่วย และสนับสนุนให้ผู้ป่วยกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีคุณภาพมากที่สุด”

ด้าน นพ.ฐชิภัทร เสรีอรุโณ Chief Technical Officer บริษัท อินเตอร์ ฟาร์มา เมดเทค จำกัด กล่าวถึงทิศทางของการฟื้นฟูในปัจจุบันและอนาคตไว้อย่างน่าสนใจว่า “ในปัจจุบันเทคโนโลยีและเครื่องมือที่ใช้ในการฟื้นฟูผู้ป่วย โดยเฉพาะกลุ่มโรคหลอดเลือดสมองและกลุ่มโรคทางระบบประสาท มีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด อาทิ เทคโนโลยีกระตุ้นสมองแบบไม่รุกล้ำ หรือหุ่นยนต์ฝึกการเคลื่อนไหว และการยืนเดินทรงตัว ทำให้สามารถเติมเต็มช่องว่างที่เกิดจากข้อจำกัดของการฟื้นฟูแบบเดิม จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการฝึก และเพิ่มโอกาสในการฟื้นตัวให้กับผู้เข้ารับการฟื้นฟู”

ทั้งนี้ นพ.ฐชิภัทร ได้เน้นย้ำถึงความตั้งใจในการจัดตั้งศูนย์ฟื้นฟูอัจฉริยะ Nextmove นี้ขึ้นเพราะต้องการให้ผู้ป่วยได้เข้าถึงการฟื้นฟูที่ทันสมัย ครบวงจร ให้การดูแลด้วยแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูและวิชาชีพที่มีประสบการณ์โดยเฉพาะ ภายใต้ค่าบริการที่สมเหตุสมผล สมกับหัวใจของการทำงานของศูนย์ที่ว่า “ทุกการฟื้นตัว ควรได้รับโอกาสที่ดีที่สุด”

ภายในงานยังมีการพูดคุยในหัวข้อ “หลังเป็น Stroke แล้ว นอกจากกายภาพแล้วต้องทำอะไร” โดย นพ.กฤต วรรณพฤกษ์ ผู้อำนวยการและอายุรแพทย์ โรงพยาบาล The Senior ซึ่งเน้นย้ำถึงความสำคัญของการดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องหลังพ้นระยะวิกฤต ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมปัจจัยเสี่ยง การป้องกันการเกิด Stroke ซ้ำและภาวะแทรกซ้อน การฟื้นฟูร่างกายและดูแลจิตใจ และการดูแลสุขภาพโดยรวม เพื่อสนับสนุนผลลัพธ์การรักษาในระยะยาว

ขณะที่ พญ.ภาสินี ธีระภาพ แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู จาก NextMove Rehabilitation ได้ร่วมแบ่งปันความรู้ในหัวข้อ “การเร่งประสิทธิภาพการฟื้นตัวสูงสุด สำหรับผู้ป่วยอัมพฤกษ์ อัมพาต” โดยอธิบายถึงหลักการฟื้นฟูผู้ป่วย Stroke ในยุคปัจจุบัน ที่ให้ความสำคัญกับ Neuroplasticity หรือความสามารถของสมองในการสร้างการเชื่อมต่อใหม่ รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีกระตุ้นสมองและหุ่นยนต์ฟื้นฟู เพื่อเพิ่มความเข้มข้น คุณภาพ และประสิทธิภาพของการฝึกฟื้นฟู

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงาน คือการสาธิตแนวคิด Advanced Closed-Loop Neurorehabilitation ซึ่งเป็นการบูรณาการการกระตุ้นสมอง เทคโนโลยีกระตุ้นระบบประสาทส่วนปลาย และหุ่นยนต์ฟื้นฟูการเคลื่อนไหวเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างวงจรการเรียนรู้ของสมองและร่างกายอย่างต่อเนื่อง ช่วยส่งเสริมกระบวนการฟื้นตัวของระบบประสาทได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ผู้เข้าร่วมงานยังได้สัมผัสเทคโนโลยีต่าง ๆ ภายในศูนย์ อาทิ

  • เทคโนโลยีกระตุ้นสมอง ได้แก่ TMS (Transcranial Magnetic Stimulation) และ tDCS (Transcranial Direct Current Stimulation)
  • เทคโนโลยีกระตุ้นระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ได้แก่ PMS (Peripheral Magnetic Stimulation)
  • หุ่นยนต์ฟื้นฟูการเดิน ได้แก่ HIWIN Gait Training Robot, ExoAtlet Wearable Exoskeleton
  • หุ่นยนต์ฝึกการเคลื่อนไหวมือและแขน Syrebo Robotic Hand Rehabilitation
  • ระบบฝึกการเคลื่อนไหวและการทรงตัว Motion Training
  • โปรแกรมฝึกสมองและสมาธิผ่านการวิเคราะห์คลื่นสมองและเสียงบำบัด OmniFit Neurofeedback
  • เทคโนโลยีฟื้นฟูอาการปวดและเนื้อเยื่อ ได้แก่ Shockwave Therapy, High-Intensity Laser Therapy (HILT) และ TECAR Therapy

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการแบ่งปันประสบการณ์จากผู้ป่วยและครอบครัวที่เคยเข้ารับการฟื้นฟูจริง เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการฟื้นฟูอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ตลอดจนบทบาทของครอบครัวและผู้ดูแลในการสนับสนุนการรักษา โดยผู้ร่วมงานได้เห็นตัวอย่างของการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีฟื้นฟูสมัยใหม่ร่วมกับการดูแลโดยทีมสหวิชาชีพ เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสในการฟื้นตัวและการกลับไปใช้ชีวิตประจำวันของผู้ป่วย

การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ดังกล่าวยังช่วยตอกย้ำแนวคิดของ NextMove Rehabilitation ที่มุ่งเน้นการฟื้นฟูแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Rehabilitation) ผ่านการผสานองค์ความรู้ทางเวชศาสตร์ฟื้นฟู เทคโนโลยีด้านสมอง ระบบประสาท และหุ่นยนต์ฟื้นฟู เพื่อมุ่งสู่ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย

การเปิดตัวศูนย์ฟื้นฟูอัจฉริยะ NextMove Rehabilitation ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการยกระดับบริการด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูในประเทศไทย ผ่านการบูรณาการองค์ความรู้ทางการแพทย์ เทคโนโลยีด้านสมอง ระบบประสาท และหุ่นยนต์ฟื้นฟู เข้ากับการดูแลโดยทีมสหวิชาชีพ เพื่อเพิ่มโอกาสในการฟื้นตัวและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาว พร้อมตอกย้ำพันธกิจของ NextMove Rehabilitation ภายใต้แนวคิด “Every Recovery Deserves Its Best Chance” ที่เชื่อว่าทุกการฟื้นตัวควรได้รับโอกาสที่ดีที่สุดในการกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเต็มศักยภาพ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว

Wednesday, June 10, 2026

เมืองนิเวศเทียนจิน จีน-สิงคโปร์ ต้นแบบการสร้าง "บาร์ออกซิเจนตามธรรมชาติ" ใจกลางเมือง

รายงานล่าสุดจากคณะกรรมการบริหารเมืองนิเวศเทียนจิน จีน-สิงคโปร์ (China-Singapore Tianjin Eco-City) ระบุว่า ความเข้มข้นของไอออนออกซิเจนประจุลบที่ตรวจวัดได้ในสวนสาธารณะหย่งติ้งโจว (Yongdingzhou Park) ภายในเมืองนิเวศแห่งนี้ อยู่ในระดับสูงถึง 7,100 ไอออนต่อลูกบาศก์เซนติเมตร ในเดือนพฤษภาคม 2569 ซึ่งนับเป็นสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์สำหรับช่วงเวลาดังกล่าว


ไอออนออกซิเจนประจุลบ หรือที่เรียกกันว่า "วิตามินในอากาศ" เป็นตัวชี้วัดสำคัญด้านคุณภาพอากาศ โดยยิ่งมีความเข้มข้นสูงเท่าใด อากาศก็จะยิ่งรู้สึกสะอาดสดชื่นมากขึ้นเท่านั้น ไอออนออกซิเจนประจุลบสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ผ่านระบบทางเดินหายใจและผิวหนัง จึงมีส่วนช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย ทั้งระบบทางเดินหายใจ ระบบประสาท ระบบเผาผลาญ ระบบภูมิคุ้มกัน รวมถึงระบบหัวใจและหลอดเลือด


ตลอดระยะเวลากว่าทศวรรษที่ผ่านมา เมืองนิเวศเทียนจิน จีน-สิงคโปร์ มุ่งมั่นบูรณาการการพัฒนาเมืองเข้ากับธรรมชาติอย่างกลมกลืน และได้พิสูจน์ให้เห็นว่า "บาร์ออกซิเจนตามธรรมชาติ" (Natural Oxygen Bar) หรือพื้นที่สีเขียวที่มีอากาศบริสุทธิ์ มิได้จำกัดอยู่เพียงในพื้นที่ภูเขาสูงหรือป่าทึบเท่านั้น แต่สามารถพัฒนาให้เกิดขึ้นได้ในสวนสาธารณะใจกลางเมืองเช่นเดียวกัน


สวนหย่งติ้งโจวเป็นสวนสาธารณะใจกลางเมืองแห่งแรก ๆ ที่เปิดให้บริการในเมืองนิเวศเทียนจิน จีน-สิงคโปร์ สำหรับแนวคิดการออกแบบมุ่งเน้นพื้นที่สีเขียวกว้างใหญ่และการปลูกต้นไม้หนาแน่น โดยครอบคลุมพื้นที่สีเขียวมากถึง 184,000 ตารางเมตร และนับเป็นพื้นที่ที่มีความหนาแน่นของต้นไม้มากที่สุดในเมืองนิเวศแห่งนี้


เมืองนิเวศเทียนจิน จีน-สิงคโปร์ มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาเมืองให้เป็น "เมืองแห่งสวน" โดยได้วางแผนและพัฒนาพื้นที่ในลักษณะบูรณาการ ครอบคลุมทั้งแม่น้ำ ทะเล และเขตเมืองอย่างเชื่อมโยงกัน ส่งผลให้มีพื้นที่สีเขียวรวมทั้งสิ้น 12 ล้านตารางเมตร ขณะเดียวกัน พื้นที่สีเขียวในสวนสาธารณะต่อหัวประชากรยังอยู่ในระดับสูงเกือบสามเท่าของค่าเฉลี่ยระดับชาติของเมืองต่าง ๆ ในประเทศจีน


สวนสาธารณะจำนวนมากถูกจัดวางกระจายตัวอยู่ตามแนวแม่น้ำ ทะเลสาบ อ่าว และชายฝั่ง อาทิ สวนมิตรภาพจีน-สิงคโปร์ (China-Singapore Friendship Garden) สวนกานลู่ซี (Ganluxi Park) สวนหนานหว่าน (Nanwan Park) และสวนตงตี้ (Dongdi Park) ซึ่งได้หลอมรวมเป็นเครือข่ายสวนสาธารณะหลากหลายระดับที่เชื่อมโยงทั่วทั้งเมือง


เมืองนิเวศเทียนจิน จีน-สิงคโปร์ ได้พัฒนาเส้นทางสีเขียวภายในเมืองรวมระยะทางทั้งสิ้น 151 กิโลเมตร โดยขณะนี้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ 65.6 กิโลเมตร เส้นทางสีเขียวเหล่านี้ทำหน้าที่เชื่อมโยงสวนสาธารณะ พื้นที่ชุ่มน้ำ และพื้นที่ชายฝั่งเข้าด้วยกัน ก่อให้เกิดเครือข่ายพื้นที่สีเขียวที่ต่อเนื่องและสามารถรองรับการใช้งานได้อย่างหลากหลาย


เมืองนิเวศแห่งนี้ยึดมั่นแนวคิด "สวนบำบัด" (Therapeutic Garden) ของสิงคโปร์ โดยได้พัฒนาสวนสาธารณะภายในเมืองให้มีคุณค่าทางอารมณ์ นอกเหนือจากการเป็นพื้นที่ชมวิวและพักผ่อนหย่อนใจ ผ่านการผสานการบำบัดด้วยพืชพรรณเข้ากับการออกแบบภูมิทัศน์อย่างสวยงาม เพื่อสร้างพื้นที่ที่ส่งเสริมทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต และเป็นมิตรต่อผู้คนทุกเพศทุกวัย ตลอดจนยกระดับสวนสาธารณะใจกลางเมืองให้เป็นพื้นที่ที่เอื้อต่อการผ่อนคลายและฟื้นฟูจิตใจอย่างแท้จริง


ในปี 2567 เมืองนิเวศเทียนจิน จีน-สิงคโปร์ ได้รับรางวัลต้นแบบด้านสิ่งแวดล้อมและการตั้งถิ่นฐานมนุษย์ (China Human Settlements and Environment Exemplary Award) จากกระทรวงการเคหะและการพัฒนาเมืองและชนบทของจีน ต่อมาในปี 2568 ยังได้รับรางวัลการตั้งถิ่นฐานมนุษย์และเมืองใหม่ยั่งยืน (New Sustainable Cities and Human Settlements Awards) จากการประชุมโลกว่าด้วยการตั้งถิ่นฐานมนุษย์ (Global Forum on Human Settlements) ซึ่งนับเป็นความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์สำหรับเมืองของจีน ที่สามารถคว้ารางวัลระดับนานาชาติอันทรงเกียรติดังกล่าว


ที่มา: คณะกรรมการบริหารเมืองนิเวศเทียนจิน จีน-สิงคโปร์