Wednesday, June 17, 2026

คอมแพ็ค เบรก เปิดเกมมอเตอร์สปอร์ตเต็มตัว ประเดิมสปอนเซอร์ Toyota Gazoo Racing Thailand 2026

 

เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท คอมแพ็ค อินเตอร์เนชั่นแนล (1994) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผ้าเบรกคุณภาพยอดขายอันดับ 1 ภายใต้แบรนด์ “คอมแพ็ค เบรก” โดยคุณพงษ์รพีภัค อิสระพิทักษ์กุล ผู้อำนวยการสายงานพัฒนาธุรกิจและภาพลักษณ์ พร้อมด้วยคุณมีชัย ศรีวิบูลย์ ผู้อำนวยการสายงานด้านเทคนิค และคุณมินทร์ลดา อัศวกุลบุรานนท์ รองผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและภาพลักษณ์ ประกาศเข้าสู่วงการมอเตอร์สปอร์ตอย่างเต็มตัว ด้วยการเข้าร่วมเป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการในรายการ “Toyota Gazoo Racing Thailand 2026” การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบแบบวันเมคเรซ (One Make Race) ที่ใหญ่และได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศไทย นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ คอมแพ็ค เบรก ในการต่อยอดภาพลักษณ์ผู้นำด้านเบรกคุณภาพมาตรฐานการผลิตสากล สู่การเป็นส่วนหนึ่งของวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมขยายการรับรู้แบรนด์สู่กลุ่มคนรักรถ แฟนมอเตอร์สปอร์ต และผู้ที่หลงใหลในความเร็ว

การเปิดตัวความร่วมมือครั้งนี้จัดขึ้นภายในงานแถลงข่าว Toyota Gazoo Racing Thailand 2026 ภายใต้แนวคิด “Making Ever-Better Motorsports-Bred Cars” ซึ่งในปีนี้ถือเป็นการครบรอบ 40 ปี ของโตโยต้า มอเตอร์สปอร์ต ในประเทศไทย ที่พร้อมเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมจากสนามแข่งสู่การใช้งานจริง และส่งเสริมการเติบโตของวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยอย่างยั่งยืน นอกจากการก้าวสู่บทบาทผู้สนับสนุนรายการอย่างเป็นทางการแล้ว คอมแพ็ค เบรก ยังได้เปิดตัวนักแข่งที่ให้การสนับสนุนในฤดูกาลแข่งขันนี้ ได้แก่ “แตงโม – ปุณณดา พรหมยศ” ลูกสาวคนสวยของ แจ๊ส ชวนชื่น และ แจง ปุณณาสา ที่เตรียมลงแข่งขันในรุ่น Yaris ATIV Lady One Make Race ภายใต้สังกัดทีม Compact Brakes Superclub Racing รถหมายเลข 159 และ “ฟิน – สิตานัน พิกุลขจร” ที่จะลงแข่งขันในรุ่น Corolla ALTIS GR Sport One Make Race รถหมายเลข 7 ภายใต้ทีม Bfin Racing Compact Elf The Hub

“การก้าวเข้าสู่บทบาทผู้สนับสนุนรายการในครั้งนี้ ไม่เพียงสะท้อนความแข็งแกร่งของ คอมแพ็ค เบรก ในฐานะผู้นำตลาดผ้าเบรกของประเทศไทย แต่ยังเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นในการร่วมขับเคลื่อนวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยอย่างจริงจัง ผ่านการสนับสนุนนักแข่ง ทีมแข่ง และรายการแข่งขันระดับประเทศ เพื่อยกระดับศักยภาพของวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย และต่อยอดสู่วงการมอเตอร์สปอร์ตระดับนานาชาติในอนาคต” คุณพงษ์รพีภัค กล่าว

สำหรับแฟนมอเตอร์สปอร์ตสามารถร่วมติดตามและส่งกำลังใจให้กับ “แตงโม – ปุณณดา พรหมยศ” และ “ฟิน – สิตานัน พิกุลขจร” ตลอดฤดูกาลแข่งขัน Toyota Gazoo Racing Thailand 2026 ซึ่งสนามแรกจะเปิดฉากการแข่งขันในระหว่างวันที่ 1 – 5 ก.ค.นี้ ที่บางแสน สตรีท เซอร์กิต จ.ชลบุรี พร้อมติดตามกิจกรรมพิเศษจาก คอมแพ็ค เบรก ที่เตรียมสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับแฟนมอเตอร์สปอร์ตทั่วประเทศตลอดทั้งปี

จีนจัดประกวด AI ภาพถ่ายทางการแพทย์ระดับชาติ ร่อนหนังสือเชิญอาเซียนร่วมโชว์นวัตกรรม

คณะกรรมการจัดงานประกวดปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อการตรวจจับและรู้จำภาพถ่ายทางการแพทย์ กองทุนประกันสุขภาพแห่งชาติจีน เปิดเผยว่า ภายหลังความสำเร็จในการจัดงานสัมมนาที่มาเลเซียเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ล่าสุดเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน คณะผู้จัดงานฯ ได้เดินทางเยือนประเทศเวียดนาม เพื่อเปิดฉากความร่วมมือและแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างเจาะลึกร่วมกับหน่วยงานภาครัฐของเวียดนาม ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานสาธารณสุข สำนักงานประกันสังคม หน่วยงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตลอดจนสถาบันทางการแพทย์และผู้ประกอบการในท้องถิ่น



การประกวดดังกล่าว ( https://ybystds.ybj.gxzf.gov.cn ) ถือกำเนิดขึ้น ณ ประเทศจีน ซึ่งเป็นศูนย์กลางการพัฒนานวัตกรรม AI ระดับโลก และนับเป็นเวทีแข่งขันระดับมืออาชีพในระดับชาติครั้งแรกของจีนที่มุ่งเน้นด้าน "AI + การตรวจจับและรู้จำภาพถ่าย" โดยได้รับความร่วมมือจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติจีน ร่วมกับรัฐบาลประชาชนเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ในการเทียบเชิญทีมผู้เชี่ยวชาญจากทั่วทุกมุมโลกมาร่วมประชันฝีมือและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ โดยทางผู้จัดงานพร้อมให้การสนับสนุนด้านเทคนิคอย่างเต็มกำลัง ตลอดจนอำนวยความสะดวกในกระบวนการสมัคร การนำผลงานไปประยุกต์ใช้จริง และต่อยอดนวัตกรรมในทางการค้า


ด้วยศักยภาพทางภูมิศาสตร์ของเขตปกครองตนเองกว่างซีที่มีพรมแดนเชื่อมต่อกับกลุ่มประเทศอาเซียน ประกอบกับการเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมจีน-อาเซียน เป็นประจำทุกปี ณ นครหนานหนิง ซึ่งเป็นเมืองเอกของกว่างซี การประกวดในครั้งนี้จึงเตรียมเปิดฉากขึ้นที่กว่างซี ระหว่างเดือนสิงหาคมถึงตุลาคม 2569 การแข่งขันจะแบ่งออกเป็น 8 สาขา ครอบคลุมการวินิจฉัยกลุ่มโรคสำคัญ อาทิ มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม ไกลโอมา มะเร็งไต และมะเร็งไทรอยด์ โดยอาศัยเทคโนโลยีภาพถ่ายทางการแพทย์ขั้นสูงแบบองค์รวม ไม่ว่าจะเป็น CT, MRI, CTA, เอกซเรย์ และอัลตราซาวด์ ทั้งนี้ โจทย์การแข่งขันได้รับการออกแบบขึ้นโดยอิงจากข้อมูลแนวทางการรักษาจริงในสถานพยาบาล เพื่อมุ่งเน้นความสำเร็จในการนำโซลูชัน AI ไปใช้จริงในทางการแพทย์และก่อให้เกิดประโยชน์ในทางปฏิบัติ


สำหรับการแข่งขันในแต่ละสาขา ทางผู้จัดงานจะเตรียมชุดข้อมูลภาพถ่ายทางการแพทย์ที่ผ่านการตรวจสอบและกำกับข้อมูลโดยทีมผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งชุดข้อมูลดังกล่าวจะครอบคลุมทั้งกรณีที่ตรวจพบโรคและไม่พบโรค เพื่อให้นำไปใช้ในการฝึกฝน ทดสอบ และประเมินผลตัวแบบจำลอง ทั้งนี้ ข้อมูลทั้งหมดได้ผ่านกระบวนการแปลงข้อมูลเพื่อไม่ให้ระบุตัวตนตามมาตรฐาน พร้อมทั้งมีมาตรการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวอย่างเข้มงวด เพื่อรับประกันความปลอดภัยของข้อมูลและความเป็นส่วนตัวของคนไข้


งานประชาสัมพันธ์ ณ ประเทศเวียดนามในครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด "ภาพถ่ายอัจฉริยะ สู่อนาคตอันชาญฉลาด" โดยมุ่งเป้าไปที่สถาบันทางการแพทย์ ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัย และผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องในเวียดนาม รวมถึงทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียน ภายในงานได้มีการชี้แจงกฎกติกาการประกวด แพลตฟอร์มเทคโนโลยีที่รองรับ และขั้นตอนการสมัคร พร้อมเปิดเวทีเสวนาเจาะลึกเกี่ยวกับทิศทางของเทคโนโลยี AI ด้านภาพถ่ายทางการแพทย์ แนวทางการนำไปประยุกต์ใช้ในทางคลินิก และโอกาสในความร่วมมือระดับภูมิภาค ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวได้เสียงตอบรับอย่างล้นหลามจากแวดวงการแพทย์และเทคโนโลยีในอาเซียน


ณ กรุงฮานอย คณะผู้จัดงานได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับรูปแบบการประกวด ขั้นตอนการสมัคร ตลอดจนหลักเกณฑ์เข้าร่วมแข่งขันสำหรับทีมจากภูมิภาคอาเซียน โดยได้รับเกียรติจากผู้แทนหน่วยงานภาครัฐบาลหลายภาคส่วนของเวียดนามร่วมขึ้นกล่าวถ้อยแถลง พร้อมกันนี้ เหล่าผู้เชี่ยวชาญและตัวแทนจากสถาบันการแพทย์ของเวียดนาม ยังได้ร่วมแลกเปลี่ยนทัศนะเกี่ยวกับทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยี AI ด้านภาพถ่ายทางการแพทย์อีกด้วย


ขณะที่ในงานโรดโชว์ประชาสัมพันธ์ก่อนหน้านี้ที่มาเลเซีย กลุ่มมหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย และผู้ประกอบการด้านการแพทย์หลายแห่งของมาเลเซีย ต่างขานรับและแสดงความพร้อมที่จะระดมทีมเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้อย่างคึกคัก พร้อมทั้งคาดหวังว่าการประกวดดังกล่าวจะเป็นเวทีสำคัญ เพื่อกระชับความร่วมมือกับจีนในด้าน AI สำหรับภาพถ่ายทางการแพทย์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ตลอดจนร่วมผลักดันการนำเทคโนโลยีดังกล่าวไปประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับระบบบริการสุขภาพในกลุ่มประเทศอาเซียน


เขตปกครองตนเองกว่างซี ในฐานะหน้าด่านสำคัญของจีนในการเปิดกว้างและขับเคลื่อนความร่วมมือกับกลุ่มประเทศอาเซียน มีความได้เปรียบอย่างเด่นชัดทั้งในแง่ของทำเลที่ตั้ง แพลตฟอร์มรองรับ และการบูรณาการในภาคอุตสาหกรรม โดยกว่างซีเป็นที่ตั้งแพลตฟอร์มความร่วมมือข้ามพรมแดนที่สำคัญอย่างศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลสารสนเทศจีน-อาเซียน (China-ASEAN Information Harbor) และเขตนำร่องเปิดกว้างทางการแพทย์ระหว่างประเทศฟ่างเฉิงกัง (Fangchenggang International Medical Opening-up Pilot Zone) นอกจากนี้ยังได้รับอนุมัติให้ดำเนินโครงการนำร่องด้านการไหลเวียนของข้อมูลข้ามพรมแดน ซึ่งปัจจัยทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสภาพแวดล้อมที่เอื้อประโยชน์อย่างยิ่งต่อการวิจัยและพัฒนา การกำหนดมาตรฐาน การต่อยอดในทางการค้า ตลอดจนการนำเทคโนโลยี AI ด้านภาพถ่ายทางการแพทย์ไปประยุกต์ใช้ในระดับสากล


ยิ่งไปกว่านั้น แผนการพัฒนาเทคโนโลยี AI ของกว่างซียังได้รับการยกระดับให้เป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์ระดับชาติของจีน โดยได้รับการอนุมัติให้จัดตั้งศูนย์ความร่วมมือด้าน AI ระดับประเทศถึง 2 แห่งด้วยกัน


คณะผู้จัดงานเปิดเผยว่า กว่างซีเตรียมอัดฉีดงบประมาณมากถึง 4.5 หมื่นล้านหยวนในช่วง 3 ปีข้างหน้า เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนากำลังการผลิตคุณภาพใหม่โดยมีปัญญาประดิษฐ์เป็นแกนหลัก พร้อมทั้งจัดตั้งกองทุนรวมในอุตสาหกรรม AI มูลค่า 1 หมื่นล้านหยวน ควบคู่ไปกับการเดินหน้ามาตรการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง อาทิ การเปิดพื้นที่รองรับการนำเทคโนโลยีไปทดลองใช้งานจริง และการแจกคูปองสนับสนุนพลังการประมวลผล


นอกจากนี้ โครงการที่ได้รับรางวัลจากการประกวดในครั้งนี้ จะได้รับเงินทุนสนับสนุนรูปแบบพิเศษ พร้อมสิทธิ์เข้าสู่ช่องทางด่วนในการพิจารณาอนุมัติขึ้นทะเบียนเครื่องมือแพทย์ประเภทที่ 2 ยิ่งไปกว่านั้น สำหรับโครงการต่อยอดทางอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีที่เป็นแกนหลักสำคัญ อาจได้รับเงินทุนสนับสนุนสูงสุดถึง 20 ล้านหยวน ซึ่งจะช่วยยกระดับระบบนิเวศทางอุตสาหกรรมให้ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ทั้งการวิจัยและพัฒนา การบูรณาการระบบ การขับเคลื่อนสู่เชิงพาณิชย์ และการนำไปใช้จริง


กว่างซียังมาพร้อมประสบการณ์อันโชกโชนในการเป็นเจ้าภาพจัดงานแข่งขันระดับมืออาชีพขนาดใหญ่ โดยก่อนหน้านี้ประสบความสำเร็จอย่างงดงามจากการจัดเวที "AI Super League" ซึ่งเป็นโปรแกรมการแข่งขันที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับภาคอุตสาหกรรมด้วยปัญญาประดิษฐ์ และดึงดูดทีมผู้เข้าแข่งขันได้มากกว่า 10,000 ทีม ประสบการณ์อันแข็งแกร่งในครั้งนั้นจึงกลายเป็นแรงสนับสนุนสำคัญในการบริหารจัดการประกวดครั้งล่าสุดนี้ให้เป็นไปอย่างราบรื่น


การประกวดในครั้งนี้เปิดกว้างให้ทีมผู้สนใจทั้งจากในประเทศจีนและต่างประเทศ สมัครเข้าร่วมแข่งขันผ่านระบบออนไลน์ได้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยจะแบ่งออกเป็น 2 รอบหลัก ได้แก่ รอบคัดเลือกและรอบชิงชนะเลิศ สำหรับรอบคัดเลือกจะจัดขึ้นในรูปแบบออนไลน์ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม ถึง 30 กันยายน ซึ่งแต่ละทีมจะต้องทำการฝึกฝนและประเมินผลตัวแบบจำลองบนแพลตฟอร์มคลาวด์ส่วนกลาง ขณะที่การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศมีกำหนดจัดขึ้น ณ นครหนานหนิง ในช่วงกลางเดือนตุลาคม โดยทีมที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายจะต้องเดินทางมานำเสนอผลงานและขึ้นเวทีตอบข้อซักถามเพื่อชิงความเป็นหนึ่ง


เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้จนถึงเวลา 24:00 น. ของวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 โดยผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมแข่งขันผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของการประกวดได้ที่ https://ybystds.ybj.gxzf.gov.cn ซึ่งทีมที่คว้าชัยในครั้งนี้จะได้รับใบประกาศเกียรติคุณ พร้อมรับการสนับสนุนในการจัดแสดงผลงาน การจับคู่เจรจาความร่วมมือ การผลักดันในเชิงพาณิชย์ และการบ่มเพาะโครงการ


ทั้งนี้ ทางคณะผู้จัดงานตั้งตารอที่จะได้ต้อนรับทีมผู้เข้าแข่งขันจากกลุ่มประเทศอาเซียนที่จะเข้ามาร่วมประกวดในครั้งนี้เพิ่มมากขึ้น โดยเชื่อมั่นว่าการแข่งขันดังกล่าวจะช่วยขับเคลื่อนการแลกเปลี่ยนทางเทคโนโลยี ยกระดับนวัตกรรม AI ด้านภาพถ่ายทางการแพทย์ พร้อมกระชับความร่วมมือด้านการแพทย์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในระดับภูมิภาค เพื่อให้เทคโนโลยี AI นี้เป็นประโยชน์ต่อสถานพยาบาลตลอดจนผู้ป่วยได้มากขึ้น


ที่มา: คณะกรรมการจัดงานประกวด AI เพื่อการตรวจจับภาพถ่ายทางการแพทย์ กองทุนประกันสุขภาพแห่งชาติจีน

China's National Medical Imaging AI Contest Extends Innovation Invitation to ASEAN

According to the National Medical Insurance Imaging AI Recognition Competition Organizing Committee, following the successful seminar held in Malaysia this May, the China Medical Insurance Imaging AI Recognition Competition arrived in Vietnam on June 10, facilitating in-depth exchanges with Vietnamese government authorities including health, social security and science and technology departments, as well as local medical institutions and enterprises.



Launched in China, a global hub for AI innovation, the contest (https://ybystds.ybj.gxzf.gov.cn) is the country's first national-level professional competition focused on "AI+image recognition." Jointly hosted by China's National Healthcare Security Administration and the People's Government of Guangxi Zhuang Autonomous Region, the contest is extending an invitation to teams worldwide for participation and exchange, backed by strong technical support and assistance for participation, application and commercialization of results.


Guangxi borders ASEAN countries, and the China-ASEAN Expo is held annually in Nanning, the regional capital. The contest will take place in Guangxi from August to October 2026. It features eight professional tracks covering diagnostic scenarios for diseases including lung cancer, breast cancer, glioma, kidney cancer and thyroid cancer, and involves multimodal medical imaging such as CT, MRI, CTA, X-ray and ultrasound. Designed based on real clinical pathway data, the contest highlights the clinical feasibility and practical value of AI solutions.


For each track, the organizers will provide medical imaging datasets reviewed and annotated by teams of medical experts. The datasets include both positive and negative cases and will be used for model training, validation and evaluation. All data have undergone standardized anonymization and privacy protection procedures to ensure data security and patient privacy.


Under the theme "Intelligent Imaging, Smart Future," the Vietnam promotional event targeted medical institutions, university research teams and related enterprises in Vietnam and across ASEAN. It introduced the contest rules, technical platform and registration procedures, while facilitating in-depth discussions on trends in medical imaging AI, clinical application scenarios and opportunities for regional cooperation. The event drew broad attention from ASEAN's medical and technology communities.


In Hanoi, the contest organizing committee gave detailed briefings on the contest format, registration process and participation guidelines for ASEAN teams. Representatives from several Vietnamese government departments delivered remarks, while Vietnamese medical institutions and experts shared their views on the development of medical imaging AI.


At the earlier Malaysia promotional event, a number of Malaysian universities, research institutions and medical enterprises said they would actively organize teams to participate. They also expressed hope that the contest would serve as a platform to deepen cooperation with China in medical imaging AI and promote the application of related technologies in ASEAN health care systems.


As a frontier for China's opening-up and cooperation with ASEAN, Guangxi enjoys clear advantages in location, platforms and industrial coordination. It is home to cross-border cooperation platforms such as the China-ASEAN Information Harbor and the Fangchenggang International Medical Opening-up Pilot Zone, and has been approved to carry out pilot programs for cross-border data flows. These provide favorable conditions for the research and development, standard-setting, commercialization and cross-border application of medical imaging AI technologies.


Guangxi's AI development has also been incorporated into China's national planning, with approval granted for the establishment of two national-level AI cooperation centers.


According to organizers, Guangxi will allocate 45 billion yuan over the next three years to support the development of new quality productive forces led by artificial intelligence. It will also establish a 10-billion-yuan AI industry fund and continue to implement policies, such as opening up application scenarios and issuing computing-power vouchers.


Award-winning projects from the contest will receive special funding support and be included in the priority review and approval channel for Class II medical devices. Industrialization projects involving key core technologies may receive up to 20 million yuan in support, further improving the industrial ecosystem covering research and development, integration, commercialization and application.


Guangxi also has experience in hosting large-scale professional competitions. It previously hosted the "AI Super League," a competition designed to empower industries with artificial intelligence, which attracted more than 10,000 teams and provided strong organizational support for the upcoming contest.


The contest is open to teams from China and abroad, with free online registration. It consists of two stages: preliminary and final rounds. The preliminary round will be held online from August 1 to September 30, during which participating teams will conduct model training and evaluation on a unified cloud platform. The final is scheduled to be held in Nanning in mid-October, where shortlisted teams will compete through in-person presentations and defense sessions.


Registration will close at 24:00 on July 15, 2026. Teams can register through the contest's official website: https://ybystds.ybj.gxzf.gov.cn . Winning teams will receive certificates, as well as support for project showcases, cooperation matchmaking, commercialization and incubation.


The organizers said they look forward to the participation of more teams from ASEAN countries. They said the contest is expected to promote technical exchanges, advance innovation in medical imaging AI, deepen regional medical cooperation, and enable AI to benefit more medical institutions and patients.


Source: The National Medical Insurance Imaging AI Recognition Competition Organizing Committee

งานสัปดาห์ประมงข้ามช่องแคบ (ฝูโจว) ปี 2569 ต้อนรับผู้เข้าร่วมจาก 6 ทวีปทั่วโลก ก้าวสู่เวทีส่งเสริมเศรษฐกิจสีน้ำเงินระดับสากล

 คณะกรรมการจัดงานสัปดาห์ประมงข้ามช่องแคบ (ฝูโจว)

งานสัปดาห์ประมงข้ามช่องแคบ (ฝูโจว) ประจำปี 2569 (2026 Cross-Strait (Fuzhou) Fisheries Week) เปิดฉากอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน ณ ศูนย์การประชุมและนิทรรศการนานาชาติช่องแคบฝูโจว มณฑลฝูเจี้ยน ทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน โดยจัดขึ้นเป็นเวลา 5 วันภายใต้แนวคิด "ดินแดนแห่งความอุดมสมบูรณ์ การประมงเชื่อมโลก" นับเป็นครั้งแรกที่มีผู้เข้าร่วมงานจากทั้ง 6 ทวีปทั่วโลก ภายใต้แนวทางการจัดงานแบบองค์รวมที่ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรม ควบคู่กับรูปแบบการจัดงานสองพื้นที่ โดยมุ่งเน้น 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การพัฒนาแบบบูรณาการ การเชื่อมโยงความร่วมมือระดับโลก และการพัฒนาที่ยั่งยืน

งานดังกล่าวจัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลประชาชนเทศบาลนครฝูโจว สำนักงานกิจการมหาสมุทรและการประมงมณฑลฝูเจี้ยน และสมาคมการประมงแห่งประเทศจีน โดยมีสำนักงานกิจการมหาสมุทรและการประมงเทศบาลนครฝูโจว สมาคมอุตสาหกรรมประมงมณฑลฝูเจี้ยน และสมาคมส่งเสริมการพัฒนาการประมงทางทะเลและประมงน้ำลึกมณฑลฝูเจี้ยน ร่วมเป็นผู้จัดงาน ภายในงานแบ่งออกเป็น 4 ส่วนหลัก ได้แก่ "นวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์" "การบูรณาการข้ามช่องแคบ" "การเชื่อมโยงความร่วมมือ" และ "การพัฒนาที่ยั่งยืน" พร้อมด้วยกิจกรรมเฉพาะทางรวม 23 รายการ เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 7 รายการ เพื่อนำเสนอความก้าวหน้าและความสำเร็จล่าสุดด้านการพัฒนาการประมงทางทะเลของนครฝูโจวอย่างรอบด้าน งานนี้ได้รับความสนใจจากผู้แทนกว่า 30 ประเทศ องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ตลอดจนสถาบันวิจัยจากต่างประเทศ ส่งผลให้การจัดงานในปีนี้สร้างสถิติสูงสุดครั้งใหม่ทั้งในด้านขนาดการจัดงานและอิทธิพลในระดับนานาชาติ

งานนี้ใช้กลยุทธ์การจัดงานในรูปแบบ Phygital (Physical + Digital) ที่ล้ำสมัย โดยมีการเปิดตัว 2 แพลตฟอร์มหลัก ได้แก่ "Fuzhou: Where Blessings Meet Bountiful Seas' Online Platform" แพลตฟอร์มออนไลน์ที่ใช้เทคโนโลยีสามมิติ (3D) เพื่อจัดแสดงข้อมูลและนิทรรศการตลอด 24 ชั่วโมง และ "Million-Person, Billion-Fish Cloud Release" แพลตฟอร์มดิจิทัลที่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำในรูปแบบดิจิทัล พร้อมเรียนรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรประมงผ่านระบบการเรียนรู้แบบอินเตอร์แอคทีฟ

ภายในงานยังมีการจัดเวทีประชุมและสัมมนาสำคัญหลายรายการ ได้แก่ การประชุมเศรษฐกิจทางทะเลและการพัฒนาการประมง การประชุมพัฒนาการประมงแบบบูรณาการข้ามช่องแคบ การประชุมความร่วมมือด้านการประมงจีน-เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และการประชุมวิชาการนานาชาติด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในทะเลลึก โดยทุกเวทีมุ่งเน้นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมประมง พร้อมผลักดันการเปลี่ยนผ่านจากรูปแบบการประมงดั้งเดิมสู่การประมงอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล

นอกจากนี้ งานมหกรรมประมงจีน (ฝูโจว) ครั้งที่ 18 (18th China (Fuzhou) Fisheries Expo) ได้จัดขึ้นควบคู่กันระหว่างวันที่ 12-14 มิถุนายน ณ สถานที่เดียวกัน อีกทั้งปีนี้ได้เปิดตัวรูปแบบการจัดงานสองพื้นที่เป็นครั้งแรก ครอบคลุมพื้นที่จัดแสดงรวมกว่า 100,000 ตารางเมตร ซึ่งนับเป็นสถิติสูงสุดตั้งแต่มีการจัดงานมา และตอกย้ำบทบาทของงานในฐานะมหกรรมประมงชั้นนำระดับโลก ข้อมูล ณ วันที่ 14 มิถุนายน ระบุว่า มหกรรมครั้งนี้มีผู้เข้าชมงาน 272,500 คน (เพิ่มขึ้น 39% จากปีก่อนหน้า) มียอดจำหน่ายปลีกภายในงาน 531 ล้านหยวน (เพิ่มขึ้น 51%) และมูลค่าธุรกรรมที่คาดว่าจะเกิดขึ้น 2.076 พันล้านหยวน (เพิ่มขึ้น 33%) ขณะเดียวกัน งานนี้ยังช่วยกระตุ้นความสนใจต่อเส้นทางท่องเที่ยวและวัฒนธรรมที่ได้รับการคัดสรร 5 เส้นทาง สะท้อนถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนในวงกว้างและผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมอย่างเป็นรูปธรรม

ด้วยความเปิดกว้างและความร่วมมือในระดับนานาชาติ งานสัปดาห์ประมงข้ามช่องแคบ (ฝูโจว) ยังคงทำหน้าที่เป็นเวทีสำคัญในการส่งเสริมการบูรณาการข้ามช่องแคบ การจับคู่ทางการค้าระหว่างประเทศ รวมถึงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านการประมง ทั้งยังมีบทบาทในการยกระดับมูลค่าแบรนด์ "ฝูไห่" (ทะเลอันอุดมสมบูรณ์) และ "ฝูอวี้" (การประมงอันอุดมสมบูรณ์) นอกจากนี้ งานดังกล่าวยังสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพสูงตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่าของอุตสาหกรรมการประมงทางทะเล พร้อมสร้างแรงขับเคลื่อนต่อการเติบโตของเศรษฐกิจสีน้ำเงินอย่างยั่งยืน

ที่มา: คณะกรรมการจัดงานสัปดาห์ประมงข้ามช่องแคบ (ฝูโจว)

2026 Cross-Strait (Fuzhou) Fisheries Week kicks off, welcoming guests from all six continents for first time

Organizing Committee of the Cross-Strait (Fuzhou) Fisheries Week

The 2026 Cross-Strait (Fuzhou) Fisheries Week officially opened on June 12 at the Fuzhou Strait International Conference and Exhibition Center in southeastern China's Fujian Province. Running for five days under the theme "Land of Blessings, Fisheries Connecting the World," the event marks the first time it has attracted guests from all six continents. Adopting a holistic, full-industry-chain approach and an innovative dual-venue format, the week spotlights four pillars: technological advancement, integrated development, global connectivity, and sustainability.

Jointly hosted by the Fuzhou Municipal People's Government, the Fujian Provincial Department of Ocean and Fisheries, and the China Fisheries Association, and co-organized by the Fuzhou Municipal Bureau of Ocean and Fisheries, the Fujian Fisheries Industry Association, and the Fujian Oceanic and Distant-water Fisheries Development Promotion Association, the event features four distinctive sectors: "Scientific Innovation," "Cross-Strait Integration," "Partnership Connection," and "Sustainable Development."The event features 23 specialized programs - seven more than last year, comprehensively showcase the new achievements in Fuzhou's marine fishery development. It has drawn representatives from over 30 countries, the Food and Agriculture Organization of the United Nations (FAO), and overseas research institutions, setting new records in both scale and influence.

Adopting a pioneering phygital (physical plus digital) strategy, the event unveiled two key platforms: the "Fuzhou: Where Blessings Meet Bountiful Seas' Online Platform", utilizing 3D technology for a 24/7 showcase; and the "Million-Person, Billion-Fish Cloud Release", allowing the public to participate in digital stock enhancement with interactive learning modules.

The week also hosts three major sub-forums: the Marine Economy and Fisheries Development Forum, the Cross-Strait Fisheries Integrated Development Conference, the China-Southeast Asia Fisheries Cooperation Conference, and the International Symposium on Deep-Sea Aquaculture. These gatherings focus on digital empowerment, highlighting the transition of traditional fisheries toward smarter, data-driven operations.

Running concurrently, the 18th China (Fuzhou) Fisheries Expo was held from June 12 to 14 at the same venue. Also debuting a dual-venue model for the first time, the expo spans over 100,000 square meters - a historic high - further cementing its status as a leading global fisheries trade fair. As of June 14, the expo had recorded 272,500 visits (up 39% year-on-year), on-site retail sales of RMB 531 million (up 51%), and intended transaction volume of RMB 2.076 billion (up 33%). It has also spurred strong interest in five curated cultural and tourism routes, reflecting deep public engagement and broad social impact.

With an open and collaborative posture, the Cross-Strait (Fuzhou) Fisheries Week continues to serve as a pivotal platform for cross-strait integration, international trade matchmaking, and technological exchange. It is enhancing the brand equity of "Fuhai" (Blessed Sea) and "Fuyu" (Blessed Fisheries), supporting high-quality development across the marine fisheries value chain, and injecting sustained momentum into the blue economy.

Source: Organizing Committee of the Cross-Strait (Fuzhou) Fisheries Week

Tuesday, June 16, 2026

Qingyang Scented Sachets Exported to Uzbekistan for the First Time


 Qingyang Converged Media Center

On June 10, a batch of Chinese Qingyang scented sachets valued at approximately 2,000 US dollars was dispatched from Gansu to Uzbekistan. For the first time, Chinese Qingyang scented sachet entered the market of Central Asia.

This batch of scented sachets features the classic Zongzi (rice dumpling) shape design. The bag body, with its defined edges, is sewn from emerald brocade. Handmade dark green Chinese knot, paired with solid wood beads, is attached on top. Wood ornament with "Fu" character and tassel of the same color family act as the pendant at the bottom. The bag body is embroidered with patterns like golden Loong, red carps, and waves in colorful threads. The stitches of the inscription, "Together by Strong Bond", are fine and neat.

Listed among the first batch of national-level intangible cultural heritage items, Qingyang scented sachet is a custom for Loong Boat Festival passed down for thousands of years on the Loess Plateau of China. The patterns of tiger head, the Five Poisons, and Zongzi, deeply carry people's unadorned wish for driving away evil, welcoming blessings, and expecting health and well-being. This little embroidered sachet for the Loong Boat Festival, has sailed across the seas, and become a cultural souvenir gift for friendship and mutual understanding between China and other countries.

Source: Qingyang Converged Media Center

"ถุงหอมชิงหยาง" จากจีน เดินทางสู่อุซเบกิสถาน เปิดประตูสู่เอเชียกลางเป็นครั้งแรก


 ศูนย์สื่อบูรณาการชิงหยาง

เมื่อวันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา "ถุงหอมชิงหยาง" (Qingyang Scented Sachet) จำนวนหนึ่ง มูลค่าประมาณ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ ได้ถูกจัดส่งจากมณฑลกานซูของจีนไปยังประเทศอุซเบกิสถาน นับว่าถุงหอมชิงหยางของจีนได้เข้าสู่ตลาดเอเชียกลางเป็นครั้งแรก

ถุงหอมดังกล่าวมีรูปทรง "บ๊ะจ่าง" อันเป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิม ตัวถุงตัดเย็บจากผ้าไหมสีเขียวมรกต เย็บเก็บขอบอย่างประณีตบรรจง ด้านบนประดับสายห้อยเป็นเชือกถักจีนสีเขียวเข้ม ร้อยด้วยลูกปัดไม้เนื้อแข็งอย่างสวยงาม ส่วนด้านล่างตกแต่งด้วยจี้ไม้แกะสลักอักษรมงคล "ฝู" พร้อมพู่สีเขียวโทนเดียวกับสายห้อย บนตัวถุงปักลวดลายมังกรทอง ปลาคาร์ปสีแดง และเกลียวคลื่นด้วยเส้นด้ายหลากสีสัน พร้อมงานปักข้อความ "ผูกพันด้วยสายใยอันเหนียวแน่น" ด้วยฝีเข็มอันละเอียดและประณีต

ถุงหอมชิงหยาง ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นหนึ่งในมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมระดับชาติชุดแรกของจีน ถือเป็นประเพณีสำคัญในช่วงเทศกาลเรือมังกรที่สืบทอดมานานหลายพันปีบริเวณที่ราบสูงดินลมหอบ (Loess Plateau) ของจีน โดยถุงหอมรูปทรงต่าง ๆ เช่น หัวเสือ สัญลักษณ์พิษทั้งห้า และบ๊ะจ่าง ล้วนสะท้อนความเชื่อพื้นบ้านและความปรารถนาที่เรียบง่ายของชาวจีนในการขับไล่สิ่งชั่วร้าย เสริมความเป็นสิริมงคล พร้อมทั้งอธิษฐานให้มีสุขภาพแข็งแรงและสมบูรณ์พูนสุข ถุงหอมปักลายสำหรับเทศกาลเรือมังกรเหล่านี้ได้เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเล กลายเป็นของที่ระลึกทางวัฒนธรรมที่ถ่ายทอดมิตรภาพและความเข้าใจอันดีระหว่างจีนกับนานาประเทศ

ที่มา: ศูนย์สื่อบูรณาการชิงหยาง