Friday, July 31, 2026

บริดจสโตนตอกย้ำผู้นำด้านมอเตอร์สปอร์ตในฐานะผู้สนับสนุนหลักในงาน “IMPACT Speed Fest 2026” เทศกาลรถยนต์และคอมมูนิตี้ไลฟ์สไตล์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ปลุกความมันส์ เอาใจแฟนมอเตอร์สปอร์ต ตลอด 3 วันเต็ม

บริดจสโตน ประเทศไทย ในฐานะผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของงาน IMPACT Speed Fest 2026 เทศกาลยานยนต์และไลฟ์สไตล์สุดยิ่งใหญ่ระดับประเทศ ร่วมกับคุณเบียร์ ใบหยก ยูทูบเบอร์สายรถยนต์และเจ้าของสำนักแต่งรถยนต์ Top Secret Thailand และคุณโก้ Street Doc อินฟลูเอนเซอร์สายรถยนต์ พร้อมด้วยอินฟลูเอนเซอร์และครีเอเตอร์ชื่อดัง – คุณโอ๊ต ปราโมทย์ ปาทาน, คุณอูโน่ หลาวทอง และคุณบี ใบหยก ร่วมปลุกความมันส์ให้กับผู้ชื่นชอบความเร็วและแฟนมอเตอร์สปอร์ตตัวจริงสัมผัสความตื่นเต้นเร้าใจด้วยกิจกรรมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ยาง BRIDGESTONE POTENZA SPORT EVO ยางสปอร์ตพรีเมียมรุ่นใหม่และกิจกรรมความมันส์แบบเอ็กซ์คลูซีฟมากมายภายในบูธบริดจสโตนเมื่อวันที่ 17-19 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ IMPACT Challenger อาคาร 2 – 3 เมืองทองธานี

โดยกิจกรรมที่สร้างสีสันและได้รับความสนใจอย่างมากคือการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ BRIDGESTONE POTENZA SPORT EVO ยางสปอร์ตพรีเมียมรุ่นใหม่ที่รองรับรถยนต์สมรรถนะสูงและรถยนต์ไฟฟ้า (EV Ready) พร้อมจัดแสดงรถยนต์สมรรถนะสูงจาก Top Secret Thailand และ Street Doc ที่ติดตั้งยาง BRIDGESTONE POTENZA ให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด อีกหนึ่งไฮไลต์ในครั้งนี้ คืองาน StreetDoc. Fest On street ซึ่งได้นำขบวนรถแก๊งร่างทองและรถยนต์ Mitsubishi Lancer Evolution 8 MR ตำนานรถทดสอบยางรถยนต์ BRIDGESTONE POTENZA มาร่วมโชว์สมรรถนะภายในงาน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมพบปะแฟนคลับของคุณเบียร์ ใบหยก และคุณโก้ STREET DOC พร้อมการจำหน่ายเสื้อยืดจาก STREET DOC X BRIDGESTONE ที่มีเฉพาะงานนี้เท่านั้น จัดเต็มด้วยกิจกรรมร่วมสนุกลุ้นรับของรางวัลมากมายรวมมูลค่ากว่า 500,000 บาท โดยของรางวัลใหญ่ ได้แก่ ยางรถยนต์ BRIDGESTONE POTENZA จำนวน 1 รางวัล 4 เส้น มูลค่ารวมกว่า 50,000 บาท และส่วนลดยางรถยนต์บริดจสโตนมูลค่า 10,000 บาท จำนวน 4 รางวัล พร้อมของรางวัลและของที่ระลึกสุดลิมิเต็ดอีกมากมาย โดยตลอด 3 วันที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมงาน IMPACT Speed Fest 2026 ทั้งสิ้นมากกว่า 90,000 คน

สำหรับงาน IMPACT Speed Fest 2026 เป็นเทศกาลรถยนต์และคอมมูนิตี้ไลฟ์สไตล์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 2 ระหว่างวันที่ 17 – 19 กรกฎาคม 2569 ณ IMPACT Challenger อาคาร 2 – 3 โดยเน้นสร้างความแข็งแกร่งให้วัฒนธรรมคนรักรถผ่านมิติของแบรนด์ยานยนต์ ชุดของแต่ง อุปกรณ์ดูแลและทำความสะอาดรถ ยางและล้อแม็ก สำนักแต่งรถ แฟชั่น เฟอร์นิเจอร์ เกมส์ และอาหาร เพื่อสร้างพื้นที่ที่ทุกคนเข้าถึงได้ง่ายอย่างแท้จริง การได้เป็นผู้สนับสนุนหลักของการจัดงานในครั้งนี้ตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้นำด้านมอเตอร์สปอร์ตระดับโลกและผู้นำด้านนวัตกรรมยางสมรรถนะสูงระดับพรีเมียมของบริดจสโตน

BRIDGESTONE จับมือ TOP SECRET เปิดตัว BRIDGESTONE × TOP SECRET Limited Edition เสื้อคอลแลบสุดพิเศษ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 17 กันยายน 2569 หรือจนกว่าของจะหมด

นอกจากบรรยากาศภายในงานที่เต็มไปความสนุกสนานและความมันส์ผ่านกิจกรรมที่บริดจสโตนตั้งใจมอบให้กับแฟนมอเตอร์สปอร์ต อีกหนึ่งกิจกรรมเอ็กซ์คลูซีฟที่ไม่ควรพลาดสำหรับลูกค้าผู้ชื่นชอบความเร็ว คือ BRIDGESTONE ได้ร่วมมือกับ TOP SECRET เปิดตัว BRIDGESTONE × TOP SECRET Limited Edition เสื้อคอลแลบสุดพิเศษ ผลิตจำนวนจำกัด เพียงลูกค้าซื้อยาง BRIDGESTONE POTENZA รุ่นใดก็ได้ ขนาด 17 นิ้วขึ้นไป จำนวน 4 เส้น ที่ร้าน COCKPIT ทุกสาขาทั่วประเทศ รับสิทธิ์เป็นเจ้าของเสื้อ Limited Edition มูลค่า 1,990 บาท* ตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ถึงวันที่ 17 กันยายน 2569 หรือจนกว่าของจะหมด โดยสามารถยืนยันสิทธิ์ได้ง่ายๆ เพียงส่งใบเสร็จซื้อยางรถยนต์บริดจสโตนผ่าน POTENZA CLUB Facebook Group: https://www.facebook.com/share/g/14gYBodaRrM/  เมื่อยืนยันสิทธิ์เรียบร้อย บริษัทฯ จะจัดส่งเสื้อให้ตามชื่อและที่อยู่ที่แจ้งไว้

*หมายเหตุ เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

ทั้งนี้ สำหรับลูกค้าที่สนใจผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์ BRIDGESTONE สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและเลือกใช้บริการผ่านช่องทางออนไลน์ของค็อกพิทได้ที่

เกี่ยวกับบริดจสโตน ประเทศไทย:

บริดจสโตน ผู้นำระดับโลกด้านยางรถยนต์และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับยาง พร้อมนำเสนอโซลูชั่นด้านการเดินทางที่ปลอดภัยและยั่งยืน และสำหรับประเทศไทย บริษัท ไทยบริดจสโตน จำกัด คือหนึ่งในผู้ผลิตชั้นนำในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และบริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านการนำเข้า จัดจำหน่าย และทำการตลาดยางรถยนต์ภายใต้แบรนด์บริดจสโตน, ไฟร์สโตน และเดย์ตันแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย บริดจสโตนเป็นแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า ตัวแทนจำหน่าย และพันธมิตรทางธุรกิจ เรานำเสนอกลุ่มผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์พรีเมียมที่หลากหลายและโซลูชั่นขั้นสูงซึ่งพัฒนาจากนวัตกรรมทางเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาการเดินทาง, การใช้ชีวิต, การทำงาน และการพักผ่อนของผู้คนทั่วโลก

Bridgestone reinforces its leadership in motorsports as the Official Title Sponsor of IMPACT Speed Fest 2026, delivering three-day thrilling experiences for motorsport enthusiasts.

Bridgestone Thailand as the Official Title Sponsor of IMPACT Speed Fest 2026, Thailand’s largest automotive and lifestyle festival, joined hands with Beer Baiyoke, automotive YouTuber and owner of Top Secret Thailand, and Ko Street Doc, automotive influencer, alongside renowned influencers and content creators; Oat Pramote Pathan, Uno Laothong, and Bee Baiyoke, to deliver an adrenaline-filled experience for motorsport enthusiasts and performance lovers from July 17–19, 2026, at IMPACT Challenger Halls 2–3, Muang Thong Thani, showcasing the launch of the new BRIDGESTONE POTENZA SPORT EVO, Bridgestone’s latest premium sports tire engineered for both ultra high-performance vehicles and electric vehicles (EVs). Visitors also enjoyed a wide range of exclusive activities designed to bring them closer to the excitement of motorsports throughout the three-day event.

A major highlight of the event was the launch of the BRIDGESTONE POTENZA SPORT EVO, Bridgestone’s latest premium sports tire engineered for ultra-high-performance vehicles and electric vehicles (EV Ready). Visitors had the opportunity to get up close with high-performance cars from Top Secret Thailand and Street Doc, all equipped with BRIDGESTONE POTENZA tires. Another highlight was StreetDoc. Fest On Street, featuring the renowned Top Secret cars lineup alongside the Mitsubishi Lancer Evolution 8MR, the legendary test car for BRIDGESTONE POTENZA, showcasing outstanding driving performance throughout the event. Participants also enjoyed exclusive Meet & Greet with Beer Baiyoke and Ko Street Doc, while the limited-edition STREET DOC × BRIDGESTONE T-shirt, was available at the event.

To enhance the excitement, Bridgestone has organized a variety of giveaway activities worth more than THB 500,000. The grand prize was one set of four BRIDGESTONE POTENZA tires valued at over THB 50,000, along with THB 10,000 Bridgestone tire discount vouchers, as well as a wide range of exclusive limited-edition souvenirs. Over the three-day event, IMPACT Speed Fest 2026 welcomed more than 90,000 visitors.

IMPACT Speed Fest 2026 is Thailand’s largest automotive and lifestyle festival, held for the second consecutive year from July 17–19, 2026, at IMPACT Challenger Halls 2–3, Muang Thong Thani. The event celebrates automotive culture by bringing together leading automotive brands, performance parts and accessories, car care products, tires and wheels, tuning houses, fashion, furniture, gaming, and food in one destination, creating an accessible and engaging community space for car enthusiasts.

BRIDGESTONE × TOP SECRET Limited Edition collaboration T-shirt, available from now until 17th September 2026

In addition to the exciting atmosphere, another exclusive highlight for performance lovers and car enthusiasts is the BRIDGESTONE ×TOP SECRET Limited-Edition collaboration T-shirt; in partnership with TOP SECRET, this exclusive collection is limited. Customers who purchase any four BRIDGESTONE POTENZA tires in 17-inch sizes or larger at COCKPIT stores nationwide are eligible to receive the BRIDGESTONE × TOP SECRET Limited-Edition T-shirt, valued at THB 1,990*. The promotion is available from 17th July 2026 until 17th September 2026, or while stocks last. To redeem the offer, customers need to submit their Bridgestone tire purchase receipts for verification via inbox POTENZA CLUB Facebook Group:  https://www.facebook.com/share/g/14gYBodaRrM/  . Once the purchase has been verified, the T-shirt will be delivered to the recipient’s registered name and mailing address.

*Remark: Terms and conditions apply.

Those interested in BRIDGESTONE tires can learn more and access COCKPIT’s services through the following online channels at

About Bridgestone in Thailand:      
Bridgestone is a global leader in tires and rubber building on its expertise to provide solutions for safe and sustainable mobility. In Thailand, Thai Bridgestone Co., Ltd. (TBSC) is a leading manufacturer in the Thai automotive industry, while Bridgestone Sales (Thailand) Co., Ltd. (BSTL) is the exclusive importer & distributor, and supervises the marketing strategy for Bridgestone, Firestone and Dayton branded tires in Thailand. Bridgestone is a brand trusted by its customers, dealers and business partners. Bridgestone offers a diverse product portfolio of premium tires and advanced solutions backed by innovative technologies, improving the way people around the world move, live, work and play.  

YellowTire เผยครึ่งปีแรก 2569 ตลาดยางออนไลน์ไทยเข้าสู่ยุค EV เต็มตัว ความสนใจยางรถ EV พุ่งแตะเกือบ 70%

Yokohama ขึ้นอันดับ 1 ครั้งแรก พร้อมแนะร้านยางใช้ Data และออนไลน์รับมือกำลังซื้อชะลอ

YellowTire.com แพลตฟอร์มยางรถยนต์ออนไลน์ เปิดเผยรายงาน Thailand Tires Market Review ครึ่งปีแรก 2569 (มกราคม–มิถุนายน 2569) สะท้อนภาพการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของตลาดยางรถยนต์ไทย โดยความต้องการยางสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ขณะที่การแข่งขันของแบรนด์ยางกระจายตัวมากขึ้น ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการเปรียบเทียบราคา สมรรถนะ และความเหมาะสมกับรถแต่ละรุ่น มากกว่าการยึดติดกับแบรนด์เพียงอย่างเดียว 

รายงานระบุว่า ตลาดยางรถยนต์ออนไลน์ไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุค Data-Driven Tire Market อย่างชัดเจน ซึ่งข้อมูลพฤติกรรมการค้นหาและเปรียบเทียบสินค้าบนช่องทางดิจิทัล เริ่มสะท้อนทิศทางความต้องการของผู้บริโภคได้รวดเร็วกว่าตัวเลขยอดขายในตลาด ทำให้ข้อมูลเชิงพฤติกรรมกลายเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับร้านยาง ผู้ผลิต และผู้จัดจำหน่ายในการวางแผนธุรกิจ

ความสนใจยางรถ EV โตเกือบเท่าตัวในรอบปี

หนึ่งในสัญญาณสำคัญของครึ่งปีแรก คือการเติบโตของกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า โดยเดือนมิถุนายน 2569 กลุ่ม EV มีสัดส่วนการค้นหายางสูงถึง 67.54% เพิ่มขึ้นจาก 37.62% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน สอดคล้องกับจำนวนรถ EV ที่จดทะเบียนในช่วงปี 2565–2567 ซึ่งเริ่มทยอยเข้าสู่รอบเปลี่ยนยางชุดแรก

ขณะเดียวกัน ตลาดยังแสดงสัญญาณกลับเข้าสู่ความสมดุลมากขึ้น เมื่อความสนใจในกลุ่มรถยนต์นั่ง (Passenger Car) เพิ่มเป็น 14.02% และรถกระบะ (Light Truck) เพิ่มเป็น 12.68% สะท้อนว่าความต้องการไม่ได้กระจุกอยู่เฉพาะรถ EV แต่ขยายครอบคลุมรถยนต์นั่ง รถกระบะ SUV และ PPV มากขึ้น

ขนาดยางและรุ่นรถยอดนิยมสะท้อนการเติบโตของ SUV และ EV

ข้อมูลครึ่งปีแรกพบว่า 265/60R18 ยังคงเป็นขนาดยางที่ได้รับความสนใจสูงสุด และทำสถิติสูงสุดในรอบ 13 เดือน สะท้อนความแข็งแกร่งของตลาดรถกระบะและ PPV เช่น Toyota Fortuner, Hilux Revo, Isuzu D-Max, MU-X, Ford Everest และ Mitsubishi Pajero

ขณะเดียวกัน ขนาด 185/60R15 ซึ่งเป็นขนาดหลักของรถยนต์นั่งขนาดเล็ก ยังรักษาระดับความนิยมได้ต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่าตลาดรถยนต์นั่งยังคงมีฐานผู้ใช้ขนาดใหญ่ แม้กลุ่ม EV จะเติบโตอย่างรวดเร็ว

อีกหนึ่งแนวโน้มที่ชัดเจนคือการเติบโตของรถล้อขนาดใหญ่ โดยความสนใจยางขอบ 19 นิ้ว และ 20 นิ้ว เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนการขยายตัวของตลาด SUV, Crossover และรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่

ด้านรุ่นรถที่ถูกค้นหายางมากที่สุดในเดือนมิถุนายน 2569 ได้แก่

  • Toyota Fortuner
  • Honda HR-V
  • BYD Dolphin
  • BYD ATTO 3

สะท้อนการผสมผสานของความต้องการจาก 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ รถ PPV/SUV รถ Crossover และรถยนต์ไฟฟ้า

Yokohama ขึ้นอันดับ 1 ด้าน Consideration Share ครั้งแรก แบรนด์ทางเลือกเติบโตต่อเนื่อง

ผลการวิเคราะห์ Consideration Share บนแพลตฟอร์ม พบว่า Yokohama ขึ้นเป็นแบรนด์ที่ได้รับความสนใจสูงสุดในช่วงครึ่งปีแรก ด้วยสัดส่วน 13.48% ตามด้วย Bridgestone 9.50% และ Michelin 8.46%

ขณะเดียวกันจากรายงานพบว่า ส่วนแบ่งความสนใจรวมของ 3 แบรนด์หลัก ลดลงจากมากกว่า 40% ในปี 2568 เหลือประมาณ 27% ในเดือนมิถุนายน 2569 สะท้อนว่าผู้บริโภคเปิดรับแบรนด์ยางทางเลือกมากขึ้น และให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า สมรรถนะ และความเหมาะสมกับการใช้งาน มากกว่าความเป็นแบรนด์เพียงอย่างเดียว

แบรนด์ระดับกลางและกลุ่ม Value เช่น Otani, Maxxis, Toyo Tires, Continental, Goodyear และ Lenso ต่างมีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ร้านยางต้องเพิ่มตัวตนบนออนไลน์ พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจด้วยข้อมูล

นายวิทยา คุณาวิชยานนท์ ผู้ก่อตั้ง YellowTire กล่าวว่า “ข้อมูลครึ่งปีแรกสะท้อนว่าผู้บริโภคไทยไม่ได้เลือกซื้อยางจากแบรนด์หรือราคาที่ถูกที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มค้นหายางที่เหมาะกับรถของตัวเอง เปรียบเทียบราคา อ่านข้อมูล และเลือกร้านที่พร้อมให้บริการจริง การมีตัวตนบนออนไลน์และการใช้ข้อมูลพฤติกรรมลูกค้าจึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการแข่งขันของธุรกิจร้านยาง”

YellowTire มองว่า ในภาวะที่กำลังซื้อยังชะลอตัว ร้านยางควรเร่งปรับตัวใน 4 ด้านสำคัญ ได้แก่

  • สร้างการมองเห็นบนช่องทางออนไลน์ เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคตั้งแต่ขั้นตอนค้นหาและเปรียบเทียบ
  • ใช้ข้อมูลความต้องการของแต่ละพื้นที่ในการบริหารสต็อก แทนการอาศัยประสบการณ์เพียงอย่างเดียว
  • เตรียมสินค้าให้รองรับลูกค้ารถ EV ที่กำลังเข้าสู่รอบเปลี่ยนยางชุดแรก
  • จัดพอร์ตสินค้าให้ครอบคลุมทั้งกลุ่ม Premium, Medium และ Value เพื่อรองรับผู้บริโภคที่เปรียบเทียบมากขึ้น

นอกจากนี้ รายงานยังพบว่า Demand ออนไลน์ในต่างจังหวัดเติบโตต่อเนื่อง โดยสัดส่วนการค้นหาจากกรุงเทพฯ ลดลงเหลือ 35.22% ขณะที่จังหวัดนครราชสีมา ชลบุรี เชียงใหม่ และขอนแก่น มีการค้นหายางบนออนไลน์เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน สะท้อนโอกาสของร้านยางในหัวเมืองภูมิภาคที่สามารถเข้าถึงลูกค้าผ่านช่องทางออนไลน์ได้มากขึ้น

การทำการตลาดยางแบบเจาะกลุ่ม จะมาแทนที่ Mass Marketing

สำหรับผู้ผลิตและผู้นำเข้า รายงานชี้ว่าการทำตลาดแบบ Mass Marketing อาจไม่เพียงพออีกต่อไป เนื่องจากความต้องการของผู้บริโภคมีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น ทั้งการค้นหายางตามรุ่นรถ ขนาดยาง พื้นที่ และระดับราคา

YellowTire แนะนำให้ผู้ประกอบการใช้แนวทาง Car Model × Tire Size × Region × Price Tier เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการสื่อสารและเข้าถึงผู้บริโภคในช่วงที่กำลังค้นหาและตัดสินใจซื้อจริง

YellowTire ระบุว่า บริษัทฯ ได้ทำรายงาน Thailand Tires Market Review เป็นประจำทุกเดือน เพื่อสะท้อนทิศทางตลาดยางรถยนต์ออนไลน์ของไทย และสนับสนุนให้ร้านยาง ผู้ผลิต และผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมใช้ข้อมูลเชิงพฤติกรรมในการวางแผนธุรกิจ การบริหารสต็อก และการพัฒนาช่องทางการขายแบบ O2O ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

ข้อมูลอ้างอิงทางภูมิศาสตร์

หมายเหตุ: ข้อมูลในรายงานสะท้อนพฤติกรรมการค้นหา การเปรียบเทียบสินค้า (Digital Demand Signal และ Consideration Share) บนแพลตฟอร์ม YellowTire ไม่ใช่ข้อมูลยอดขายรวมของตลาดยางรถยนต์ไทย

เกี่ยวกับ YellowTire.com

YellowTire.com คือแพลตฟอร์มยางรถยนต์ออนไลน์อันดับหนึ่งของประเทศไทย มีผู้เข้าชมมากกว่า 200,000 ครั้งต่อเดือน ทำหน้าที่เชื่อมต่อผู้ใช้รถยนต์กับร้านยางพันธมิตรทั่วประเทศไว้ในระบบเดียว ครอบคลุมตั้งแต่การค้นหายาง เปรียบเทียบราคา ดูโปรโมชั่น สั่งซื้อออนไลน์ นัดหมายเข้ารับบริการติดตั้งที่ร้าน ไปจนถึงบริการจัดส่งยางถึงบ้าน

YellowTire ยังเป็นช่องทางสำคัญที่ช่วยให้ร้านยางเข้าถึงลูกค้าที่มีความต้องการซื้อจริง สามารถบริหารสินค้า ราคา โปรโมชั่น และช่องทางการขายออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมใช้ข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคในการวางแผนสต็อกและการขายให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด

ปัจจุบัน YellowTire มีฐานข้อมูลยางรถยนต์มากกว่า 53 แบรนด์ 989 รุ่น รวมกว่า 14,300 SKU ครอบคลุมการใช้งานทั้งรถยนต์นั่ง รถกระบะ SUV, PPV และรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ค้นหา เปรียบเทียบ และตัดสินใจซื้อยางผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น

ข้อมูลเพิ่มเติม

ความร่วมมือและความเชื่อมั่นคือปัจจัยสำคัญในการสร้างรากฐาน Neutral Digital Ecosystemสำหรับองค์กรทั้งในและต่างประเทศ / BKNIX x TCCtech

จากผู้บุกเบิกสู่รากฐานอินเทอร์เน็ตไทย

ในวันที่อินเทอร์เน็ตกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ผู้คนแทบทุกคนใช้งานในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเพื่อการเรียน การทำงาน การทำธุรกิจ หรือการเชื่อมโยงกับโลกภายนอก หลายคนอาจไม่เคยนึกถึงว่า เบื้องหลังระบบที่เชื่อมผู้คนหลายพันล้านคนเข้าด้วยกันนั้น เกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกันของผู้คนจำนวนมาก และจากความเชื่อพื้นฐานที่ว่า “การเข้าถึงการสื่อสารควรเป็นสิทธิของทุกคน”

เมื่อเร็ว ๆ นี้ OPEN-TEC ศูนย์รวมองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี (Tech Knowledge Sharing Platform) ภายใต้การดูแลของ TCC Technology Group ได้จัดเวที open talk เพื่อเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนมุมมองด้านเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยได้รับเกียรติจาก ดร.กาญจนา กาญจนสุต นักวิจัยและผู้บุกเบิกการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ผู้ได้รับการยกย่องในระดับนานาชาติใน Internet Hall of Fame และได้รับรางวัล Jon Postel Service Award จาก Internet Society รวมถึงเป็นที่รู้จักในฐานะ “มารดาแห่งอินเทอร์เน็ตไทย” โดยตลอดบทสนทนา ดร.กาญจนา ได้ถ่ายทอดมุมมองที่สะท้อนให้เห็นว่า ความสำเร็จของอินเทอร์เน็ตไม่ได้เกิดจากเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความร่วมมือ ความไว้วางใจ และการออกแบบระบบที่เปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม

จุดเริ่มต้นของอินเทอร์เน็ตไทย: เมื่อการเชื่อมต่อคือโอกาส

ย้อนกลับไปเมื่อกว่า 40 ปีก่อน ในช่วงที่อินเทอร์เน็ตยังเป็นเรื่องใหม่สำหรับโลกและแทบไม่มีใครในประเทศไทยพูดถึงเทคโนโลยีนี้ ดร.กาญจนา เริ่มมีส่วนร่วมในการพัฒนาเครือข่ายระดับโลก เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับงานวิจัยและชุมชนวิชาการไทย ในเวลานั้น เป้าหมายไม่ได้ยิ่งใหญ่ถึงขั้นการเปลี่ยนประเทศ แต่เป็นความจำเป็นพื้นฐานของนักวิจัยที่ต้องการเชื่อมต่อกับเพื่อนร่วมวิชาชีพทั่วโลก และไม่ต้องการให้การทำงานทางวิชาการถูกจำกัดด้วยข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์ อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป สิ่งที่เริ่มต้นจากความต้องการด้านวิชาการ กลับกลายเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงระดับประเทศ ดร.กาญจนาสะท้อนว่า การได้รับการยอมรับในฐานะผู้บุกเบิกหรือ “มารดาแห่งอินเทอร์เน็ตไทย” ไม่ได้เป็นเพียงเกียรติส่วนบุคคล แต่เป็นเครื่องยืนยันว่า สังคมยังให้คุณค่ากับผู้คนและความร่วมมือที่อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยี

Internet Hall of Fame: รางวัลที่สะท้อนบทบาทของภูมิภาค

อีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญในเส้นทางการทำงาน คือการได้รับการคัดเลือกให้เข้าสู่ Internet Hall of Fame สำหรับ ดร.กาญจนา ความรู้สึกในวันนั้นไม่ได้มีเพียงความภูมิใจ แต่ยังเป็นความรู้สึกว่ารางวัลดังกล่าวไม่ได้เป็นของบุคคลคนเดียวหากเป็นการยอมรับบทบาทของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในหน้าประวัติศาสตร์ของอินเทอร์เน็ตในระดับโลก การได้พบกับบุคคลที่เคยรู้จักผ่านชื่อและผลงาน กลายเป็นเครื่องเตือนใจว่า อินเทอร์เน็ตเป็นผลลัพธ์ของการร่วมสร้างจากผู้คนทั่วโลก ไม่มีเจ้าของเพียงคนเดียว และไม่มีประเทศใดประเทศหนึ่งที่สร้างมันขึ้นมาเพียงลำพัง

“Internet for Everyone”: แนวคิดที่เริ่มต้นจากประสบการณ์ชีวิต

 หนึ่งในแนวคิดที่อยู่เบื้องหลังการทำงานมาตลอด คือความเชื่อว่า “อินเทอร์เน็ตควรเป็นของทุกคน” ดร.กาญจนา เติบโตในจังหวัดตาก และมีประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับข้อจำกัดของการอยู่ห่างไกลจากศูนย์กลาง ทั้งด้านโอกาสทางการศึกษาและการเข้าถึงทรัพยากร ประสบการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความเชื่อว่า การเข้าถึงการสื่อสารและองค์ความรู้ไม่ควรถูกจำกัดด้วยพื้นที่หรือสถานะทางสังคม ในมุมมองนี้ อินเทอร์เน็ตจึงไม่ใช่เพียงเทคโนโลยี แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยเปิดโอกาสให้ผู้คนสามารถใช้ชีวิตและพัฒนาศักยภาพในพื้นที่ของตนเอง โดยไม่จำเป็นต้องละทิ้งชุมชนหรือวิถีชีวิตเดิม และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมต้องมี “Internet for Everyone” ซึ่งหมายถึงการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานที่มีความครอบคลุม (Inclusive) มีความเป็นกลาง (Neutral) และได้รับความไว้วางใจ (Trusted)

บทเรียนจากยุคบุกเบิก: เมื่อความร่วมมือสำคัญกว่าการแข่งขัน

แม้อินเทอร์เน็ตจะเป็นเทคโนโลยี แต่สิ่งที่ยากที่สุดในช่วงเริ่มต้นกลับไม่ใช่เรื่องเทคนิค ดร.กาญจนาสะท้อนว่า ทุกช่วงเวลาล้วนเต็มไปด้วยความท้าทาย เพราะเป็นการทำงานกับสิ่งที่คนส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจ และเป็นเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว บทเรียนสำคัญที่เกิดขึ้นในยุคนั้น คือการสร้าง “เครือข่ายของผู้คน” ควบคู่ไปกับการสร้างเครือข่ายทางเทคนิค แม้องค์กรจะเป็นคู่แข่งทางธุรกิจ แต่บุคลากรยังจำเป็นต้องทำงานร่วมกัน แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และสร้างความไว้วางใจ เพื่อให้ระบบโดยรวมสามารถพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง มุมมองนี้ยังคงมีความสำคัญในยุคปัจจุบัน เมื่อเทคโนโลยีเติบโตเร็วขึ้น และการแข่งขันไม่สามารถเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืน หากขาดระบบนิเวศของความร่วมมือ

BKNIX: โครงสร้างพื้นฐานที่สร้างขึ้นบนความเป็นกลาง

แม้ในช่วงปลายทศวรรษ 1980 ดร.กาญจนา เคยเชื่อว่าการพัฒนาอินเทอร์เน็ตจะค่อย ๆ ถูกส่งต่อให้หน่วยงานหรือองค์กรอื่นดูแล และตนเองจะได้กลับไปทำงานด้านการวิจัยและการสอนอย่างเต็มตัว แต่เมื่อเวลาผ่านไป เสียงสะท้อนจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยชี้ให้เห็นว่า ระบบยังต้องการพื้นที่กลางที่ทุกฝ่ายสามารถทำงานร่วมกันได้บนพื้นฐานของความไว้วางใจ สิ่งนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของ Bangkok Neutral Internet Exchange หรือ BKNIX โดย BKNIX ทำหน้าที่เป็น Internet Exchange Point ที่ช่วยให้เครือข่ายต่าง ๆ สามารถเชื่อมต่อและแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมช่วยให้เกิดtraffic ภายในประเทศ ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพในการเชื่อมต่อสู่ระดับโลก แต่สิ่งสำคัญยิ่งกว่าโครงสร้างพื้นฐาน คือบทบาทในการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ การแบ่งปันองค์ความรู้ และความร่วมมือระหว่างผู้เล่นในระบบนิเวศอินเทอร์เน็ต

ความเป็นกลาง: รากฐานของอินเทอร์เน็ตที่ยั่งยืน

อีกประเด็นที่ ดร.กาญจนา เน้นย้ำมากที่สุด คือ “ความเป็นกลาง” (Neutrality) ความสำเร็จของอินเทอร์เน็ตเกิดขึ้นเพราะทุกคนสามารถเข้าถึงและมีส่วนร่วมได้อย่างเท่าเทียม แม้ในระดับโครงสร้างพื้นฐานจะมีผู้เล่นเชิงพาณิชย์จำนวนมาก แต่ระบบจะทำงานได้ดีต่อเมื่อทุกฝ่ายสามารถเชื่อมต่อกันอย่างเปิดกว้าง โดยไม่มีผู้เล่นรายใดควบคุมระบบทั้งหมด

การมีจุดแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เป็นกลาง จึงไม่เพียงช่วยส่งเสริมการแข่งขัน แต่ยังช่วยสร้างนวัตกรรมและความยืดหยุ่นให้กับระบบอินเทอร์เน็ตโดยรวม

มองอนาคต: เมื่อโอกาสและความท้าทายเติบโตไปพร้อมกัน

ในช่วงท้ายของการสนทนา ดร.กาญจนา ได้ฝากมุมมองสำคัญว่า แม้อินเทอร์เน็ตในฐานะสถาปัตยกรรมแบบเปิดจะสร้างโอกาสและนวัตกรรมอย่างมหาศาล แต่ขณะเดียวกันก็สร้างความท้าทายรูปแบบใหม่ให้กับสังคมเช่นกัน อนาคตจะต้องการให้ผู้คนมีความตระหนักรู้ มีวิจารณญาณ และมีความสามารถในการรับมือกับโลกที่ซับซ้อนมากขึ้น พร้อมกันนั้น ยังได้กล่าวแสดงความยินดีกับวาระครบรอบ 25 ปีของ TCC Technology โดยสะท้อนว่าตลอดระยะเวลาที่ได้ร่วมงานกัน TCC Technology เป็นพันธมิตรที่มีความจริงใจ มีดาต้าเซ็นเตอร์ที่ไว้วางใจได้ มีการบริหารงานด้วยความเข้าใจต่อความต้องการโครงสร้างพื้นฐานระดับประเทศ และมีวิสัยทัศน์ระยะยาว คุณสมบัติเหล่านี้จะมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนให้ BKNIX สามารถทำหน้าที่เป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญของระบบอินเทอร์เน็ตไทยต่อไปในอนาคต

สุดท้ายนี้ เรื่องราวของอินเทอร์เน็ตไทยอาจไม่ได้เป็นเพียงประวัติศาสตร์ของเทคโนโลยี แต่เป็นเรื่องราวของผู้คน ความเชื่อ และความร่วมมือที่ช่วยทำให้การเชื่อมต่อเกิดขึ้นได้จริง เพราะท้ายที่สุดแล้ว อินเทอร์เน็ตไม่ได้ถูกสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานของ “ความไว้วางใจและการร่วมมือกัน”

แหล่งที่มา

opentalk ep. 57: https://youtu.be/vX3EoG1UOSU