Thursday, October 22, 2026

Conference on Zhu Xi's Philosophy and Dialogue of Global Civilisation (Fifth Kaoting Forum) opens in Nanping

 Organising Committee of the Conference on Zhu Xi's Philosophy and Dialogue of Global Civilisation

The Conference on Zhu Xi's Philosophy and Dialogue of Global Civilisation, known as the fifth Kaoting Forum was held on October 17 in Nanping, Fujian Province. Jointly organised by the Chinese Academy of Social Sciences, the International Confucian Association and the People's Government of Fujian Province, the event was themed "Comprehending Principle, Honoring Ritual, Knowledge and Action as One: Civilisational Dialogue and the Construction of Human Social Order". Nearly 200 experts and scholars from China and abroad gathered in Kaoting, the hometown of Zhu Xi, to exchange views on the intellectual insights, contemporary relevance and global significance of Zhu Xi's thought and legacy.

The conference featured four thematic forums, focusing respectively on the theoretical connections and contemporary practice of Zhu Xi studies and the "two integrations"; Chinese wisdom in global governance through the lens of Zhu Xi studies; humanistic concerns in the digital and intelligent age; and Zhu Xi's cultural heritage and the integrated development of the two sides of the Taiwan Strait. Discussions covered the contemporary interpretation of traditional thought, global governance, humanistic concerns in the digital and intelligent age, and cultural exchanges across the Taiwan Strait.

Participants agreed that the principles of governance embodied in Zhu Xi's thought resonate strongly with China's four major global initiatives and the vision of a community with a shared future for humanity. At a time of deepening globalisation and profound shifts in the international landscape, they noted that Zhu Xi's thought offers valuable insights for building a fairer and more equitable system of global governance.

That evening, Chinese and international scholars attending the forum watched Moonlight over Wuyi , a theatrical performance combining Zhu Xi's philosophy, intangible cultural heritage techniques and modern stage technology. Through a water-screen stage, imagery inspired by the landscapes of the Wuyi Mountains, and stories from Zhu Xi's life, the production portrayed his lifelong pursuit of knowledge, scholarly endeavours and dedication to teaching. Scholars attending the performance included Rentaro Sato, professor emeritus of the Faculty of Humanities and Human Sciences at Hokkaido University in Japan, who experienced first-hand how Zhu Xi's cultural legacy was brought to life through the performing arts.

เข่าถิง ฟอรัม ครั้งที่ 5 เปิดเวทีเสวนาปรัชญาจูซี ต่อยอดภูมิปัญญาดั้งเดิมสู่การประยุกต์ใช้ในยุคปัจจุบัน

 คณะกรรมการจัดการประชุมว่าด้วยหลักปรัชญาของจูซีและการเสวนาระหว่างอารยธรรมโลก

การประชุมว่าด้วยหลักปรัชญาของจูซีและการเสวนาระหว่างอารยธรรมโลก (The Conference on Zhu Xi's Philosophy and Dialogue of Global Civilization) หรือ เข่าถิง ฟอรัม ครั้งที่ 5 (The 5th Kaoting Forum) จัดขึ้นเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2569 ณ เมืองหนานผิง มณฑลฝูเจี้ยน ประเทศจีน โดยมีสถาบันบัณฑิตสังคมศาสตร์จีน (Chinese Academy of Social Sciences) สหพันธ์ขงจื๊อนานาชาติ (International Confucian Association) และรัฐบาลประชาชนมณฑลฝูเจี้ยน ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดงาน ภายใต้หัวข้อ "เข้าใจหลักการ เคารพจารีต ผสานความรู้สู่การปฏิบัติ: ขับเคลื่อนการเสวนาระหว่างอารยธรรมและสร้างระเบียบสังคมของมนุษยชาติ" โดยผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการเกือบ 200 คนจากประเทศจีนและนานาชาติได้มารวมตัวกัน ณ หมู่บ้านเข่าถิง ซึ่งเป็นบ้านเกิดของจูซี นักปรัชญาคนสำคัญของลัทธิขงจื๊อ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวคิดทางปัญญา ความร่วมสมัย และความสำคัญในระดับสากลของหลักปรัชญาและมรดกทางความคิดของจูซี

การประชุมครั้งนี้ประกอบด้วยเวทีเสวนา 4 หัวข้อหลัก ได้แก่ ความเชื่อมโยงระหว่างทฤษฎีกับการประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของจูซีในบริบทร่วมสมัย ภายใต้กรอบแนวคิด "การบูรณาการสองประการ", ภูมิปัญญาจีนจากหลักปรัชญาของจูซีเพื่อส่งเสริมธรรมาภิบาลโลก, ข้อคำนึงด้านมนุษยธรรมและคุณค่าความเป็นมนุษย์ในยุคดิจิทัลอัจฉริยะ และการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของจูซีควบคู่กับการพัฒนาแบบบูรณาการระหว่างสองฝั่งช่องแคบไต้หวัน ซึ่งหัวข้อเหล่านี้ครอบคลุมประเด็นสำคัญคือ การตีความแนวคิดดั้งเดิมให้สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน ธรรมาภิบาลโลก การธำรงคุณค่าความเป็นมนุษย์ในยุคดิจิทัลอัจฉริยะ ตลอดจนการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างสองฝั่งช่องแคบไต้หวัน

ผู้เข้าร่วมประชุมมีความเห็นสอดคล้องกันว่า หลักธรรมาภิบาลที่สะท้อนอยู่ในแนวคิดของจูซีมีความสอดคล้องอย่างยิ่งกับข้อริเริ่มระดับโลกที่สำคัญ 4 ประการของจีน ตลอดจนวิสัยทัศน์ในการสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันของมวลมนุษยชาติ นอกจากนี้ ท่ามกลางกระแสโลกาภิวัตน์ที่ทวีความเข้มข้นและการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของภูมิทัศน์ระหว่างประเทศ ผู้เข้าร่วมประชุมยังเห็นว่า แนวคิดของจูซีเป็นแหล่งองค์ความรู้และข้อคิดอันทรงคุณค่าในการพัฒนาระบบธรรมาภิบาลโลกให้มีความเป็นธรรมและเสมอภาคมากยิ่งขึ้น

ในช่วงค่ำของวันเดียวกัน นักวิชาการชาวจีนและชาวต่างชาติที่เข้าร่วมการประชุมได้รับชมการแสดงละครเวทีเรื่อง "แสงจันทร์เหนือภูเขาอู่อี๋" (Moonlight over Wuyi) ซึ่งผสานแนวคิดทางปรัชญาของจูซี ศิลปะการแสดงที่สะท้อนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม และเทคโนโลยีการแสดงสมัยใหม่ได้อย่างกลมกลืน การแสดงดังกล่าวนำเสนอเรื่องราวผ่านฉากม่านน้ำและภาพทิวทัศน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากภูเขาอู่อี๋ ผสานเรื่องราวชีวิตของจูซี เพื่อถ่ายทอดเส้นทางการแสวงหาความรู้ตลอดชีวิต ความมุ่งมั่นในการศึกษาค้นคว้าทางวิชาการ รวมถึงการอุทิศตนเพื่อสั่งสอนและถ่ายทอดความรู้ ทั้งนี้ หนึ่งในนักวิชาการที่ร่วมชมการแสดงครั้งนี้คือ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ เรนทาโร ซาโตะ (Rentaro Sato) จากคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้สัมผัสถึงมรดกทางวัฒนธรรมและแนวคิดของจูซี ที่ได้รับการถ่ายทอดอย่างมีชีวิตชีวาผ่านศิลปะการแสดงอันงดงามและทรงคุณค่านี้

ท่องวัฒนธรรมแห่งขุนเขา พร้อมสัมผัสสีสันฤดูใบไม้ร่วง ณ หนิวโส่วซาน


 เขตท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมหนิวโส่วซาน

เมื่อฤดูใบไม้ร่วงสีทองอร่ามย่างกรายสู่เมืองจินหลิง ไอร้อนของฤดูร้อนจางหาย เปิดทางให้สายลมเย็นชื่นและท้องฟ้าโปร่งเข้ามาแทนที่ เขตท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมหนิวโส่วซานซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมือง คือดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ขุนเขาและสายน้ำอันเงียบสงบแบบเซน ผสานเข้ากับมรดกวัฒนธรรมที่สืบทอดมานานนับพันปีได้อย่างลงตัว ยามกลางวัน ผู้มาเยือนจะได้เดินลัดเลาะไปตามทางคดเคี้ยวผ่านผืนป่าอันร่มรื่น ชื่นชมดอกหอมหมื่นลี้ พลางไต่ระดับสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนทิวทัศน์ของฤดูใบไม้ร่วงที่งดงามดั่งภาพวาดค่อย ๆ ปรากฏ ทั้งเนินเขาสลับซับซ้อน สายน้ำเลี้ยวลด และกลิ่นอายเซนที่อบอวลไม่จางหาย เขาหนิวโส่วจึงเป็นจุดหมายที่สง่างามสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจพร้อมซึมซับวัฒนธรรมในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้

ทิวทัศน์ฤดูใบไม้ร่วง: งดงามแปลกตาในทุกก้าวเดิน

เมื่อเริ่มเดินขึ้นจากเชิงเขาไปตามถนนเทียนเชวี่ย ตลอดเส้นทางจะอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมหวานของดอกหอมหมื่นลี้ที่ฟุ้งกระจายทั่วทิวเขา เส้นทางนี้ผ่านพระราชวังฝอติ่ง ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ฝอติ่ง และวัดฝอติ่ง ที่ซึ่งกลิ่นหอมหมื่นลี้ลอยเคล้าไปกับสีสันฤดูใบไม้ร่วงที่แต่งแต้มป่าเขา เปลี่ยนทัศนียภาพให้ชวนหลงใหลในทุก ๆ ก้าว นอกจากนี้ ในระหว่างทาง ผู้มาเยือนยังสามารถผ่อนคลายกับกิจกรรมยอดนิยม อาทิ คลื่นเสียงบำบัดด้วยขัน (Singing Bowl) และการฝึกชี่กงปาต้วนจิ่น (Baduanjin Qigong) เพื่อสัมผัสความสงบและธรรมชาติท่ามกลางแมกไม้ ณ ที่แห่งนี่ จะเลือกนั่งนิ่ง ๆ เพื่อดื่มด่ำทัศนียภาพของขุนเขา หรือจะเดินเล่นในป่าแล้วหยุดพักตามใจปรารถนาก็ได้เช่นกัน

มรดกวัฒนธรรม: ชุมนุมวรรณกรรมบนเขาหนิวโส่ว

ในฤดูใบไม้ร่วง เขาหนิวโส่วจะกลายเป็นห้องเรียนกลางแจ้งที่ค่อย ๆ เปิดให้ผู้มาเยือนได้ละเมียดเรียนรู้ ฤดูกาลอันงดงามที่แต่งแต้มไปด้วยสีทองนึ้จะเป็นช่วงเวลาแห่ง "สัปดาห์วัฒนธรรมเขาหนิวโส่ว ? ตุนหวง" (Niushou Mountain ? Dunhuang Culture Week) โดยได้รับเกียรติจากคุณฟ่าน ไจ้เซวียน ผู้เชี่ยวชาญการบูรณะจิตรกรรมฝาผนังจากสถาบันดุนหวง ซึ่งจะมาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวความทุ่มเทและประณีตศิลป์เบื้องหลังการอนุรักษ์ภาพจิตรกรรมฝาผนังกลางทะเลทราย นอกจากนี้ ในงานเสวนา "หนิวโส่วสิบสองปาฐกถา" (Niushou Twelve Lectures) จะมีการเชิญวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิมาบรรยายอย่างสม่ำเสมอ นำโดยคุณเผิง ข่ายผิง ที่จะพาไปเจาะลึกจิตใจและอารมณ์ของคนยุคใหม่ผ่านมุมมองจิตวิทยาเชิงบวก ตลอดจนเหล่านักวิชาการด้านวรรณกรรม ประวัติศาสตร์ และปรัชญา ที่จะหมุนเวียนขึ้นเวทีเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเรื่องปรัชญาชีวิต พร้อมเล่าเกร็ดประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม

ขณะเดียวกัน แสงและเงาจะช่วยเติมเสน่ห์ขุนเขาในฤดูใบไม้ร่วงให้ยิ่งน่าหลงใหล โดยเขตท่องเที่ยวได้ร่วมมือกับ 500px by Visual China จัดการประกวดภาพถ่ายซึ่งเปิดรับผลงานจากทั่วโลก ในหัวข้อ "หนึ่งภูเขา หนึ่งโลก: บันทึกหนิวโส่วผ่านแสงและเงา" (One Mountain, One World: Capturing Niushou Through Light and Shadow) ไม่ว่าจะเป็นแสงอรุณรุ่งเหนือเจดีย์ฝอติ่ง หรือบรรยากาศแห่งเซนภายใต้เงาของดอกหอมหมื่นลี้ ล้วนแล้วแต่เป็นช่วงเวลาที่ควรค่าแก่การบันทึกไว้ ขณะที่กิจกรรมแบบอิมเมอร์ซีฟในชื่อ "ตามหาฤดูใบไม้ร่วงในแดนเซนตะวันออก" (Seeking Autumn in Eastern Chan) จะจัดขึ้นตามเส้นทางโบราณบนเขา เพื่อเปิดให้ผู้เข้าร่วมได้สนุกสนานกับกิจกรรมแบบอินเทอร์แอคทีฟท่ามกลางโบราณสถาน อีกทั้งในช่วงเทศกาลฉงหยาง (Double Ninth Festival) การเดินผ่านเส้นทางเดินป่าที่เปลี่ยนสีเป็นระยะทาง 3.6 กิโลเมตร จะเปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้ไต่ระดับความสูงพร้อมชมความงดงามของฤดูใบไม้ร่วงแห่งเมืองจินหลิงได้เต็มสองตา

ท่องเที่ยวอย่างชาญฉลาด: เทคโนโลยีคู่กายตลอดการเดินทาง

เขตท่องเที่ยวให้บริการคู่มือท่องเที่ยวรูปแบบเสียงฟรีตลอดทั้งปี เพียงสแกนคิวอาร์โค้ด อีกทั้งยังมี "หนิวเสี่ยวจ้าน" (Niu Xiaochan) ไกด์นำเที่ยว AI ที่นำเทคโนโลยีโมเดลภาษาขนาดใหญ่มาร้อยเรียงเรื่องราวของจุดท่องเที่ยวแต่ละแห่งเข้าด้วยกัน ครอบคลุมสถานที่สำคัญทั้งหมด ได้แก่ สวนหน้าฝอติ่ง เส้นทางจิตวิญญาณเซนตะวันออก วัดฝอติ่ง และเจดีย์ฝอติ่ง พร้อมให้บริการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่มีค่าใช้จ่ายและไม่ต้องจองล่วงหน้า

ชื่นชมมวลบุปผาหอมหมื่นลี้ เสวนาปรัชญา ไต่ความสูงชมทิวทัศน์ และสักการะสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ในฤดูใบไม้ร่วงนี้ เขาหนิวโส่วทั้งร่าเริงและอ่อนโยน ด้วยทิวเขาเขียวขจีเป็นฉากหลัง และมรดกวัฒนธรรมพันปีเป็นจิตวิญญาณ ขุนเขาแห่งนี้เก็บงำเสน่ห์แห่งกาลเวลา และพร้อมเผยความงดงามของสายน้ำและขุนเขาในฤดูใบไม้ร้วง ขอเชิญมาสัมผัสเขาหนิวโส่วเพื่อโอบรับการนัดพบแห่งฤดูกาลที่มนุษย์และธรรมชาติอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน

Autumn Hues Over the Mountain: A Cultural Journey to Niushou Mountain


 Niushou Mountain Cultural Tourism Zone

Golden autumn descends on Jinling, as summer heat fades away and cool, crisp air fills the clear skies. Nestled in the city, the blessed land of Niushou Mountain Cultural Tourism Zone is where serene mountain-and-water zen landscapes blend seamlessly with a millennium-old cultural legacy. By day, visitors wander up the winding paths through tranquil woods, admiring osmanthus blossoms while climbing higher. Unfolding before them is a picturesque autumn scene of rolling hills, winding waters and lingering zen charm, making the mountain an elegant landmark for fall outings and cultural immersion.

Autumn Scenery: Changing Views With Every Step

Ascending along Tianque Road from the foot of the mountain, visitors are greeted by the sweet fragrance of osmanthus pervading the hills. The route passes through Buddha's Summit Square, Buddha's Summit Holy Land and Buddha's Summit Temple, where rich osmanthus scent mingles with forests dyed in autumn colors, offering ever-changing vistas at every turn. Along the hike, visitors can experience classic relaxing activities such as singing bowl sound therapy and Baduanjin qigong, embracing peace and nature amid the woods. Here, one may either sit still to take in the mountain scenery, or stroll through the forest and pause wherever the heart leads.

Cultural Legacy: Literary Gatherings at Niushou

In autumn, Niushou Mountain becomes an open-air classroom worthy of slow exploration. This golden season will see the launch of the Niushou Mountain ? Dunhuang Culture Week. Fan Zaixuan, a mural restoration expert from the Dunhuang Academy, will visit the mountain to share stories of dedication and craftsmanship behind the preservation of desert murals.The Niushou Twelve Lectures regularly host distinguished speakers: Peng Kaiping will delve into the psychology and emotions of modern people from the perspective of positive psychology. More scholars in literature, history and philosophy will take the stage later, exchanging insights on life philosophy and sharing anecdotes of history and culture.

Light and shadow add extra charm to the autumn mountain. The scenic area has partnered with 500px by Visual China to launch the "One Mountain, One World: Capturing Niushou Through Light and Shadow" Photography Competition, open to submissions worldwide. The morning glow over Buddha's Summit Pagoda and the zen spirit amid osmanthus shadows are all moments worth capturing and framing.The "Seeking Autumn in Eastern Chan" immersive activity will also unfold along the ancient mountain trails, unlocking interactive experiences among historical relics. During the Double Ninth Festival, a 3.6-kilometer hike through the layered forests allows visitors to climb high and take in the full autumn splendor of Jinling at a glance.

Smart Tour: Intelligence by Your Side

The scenic area offers year-round free audio guides accessible simply by scanning a QR code. The "Niu Xiaochan" AI tour guide is available 24/7, weaving together stories of each scenic spot with large language model technology. The service is completely free and requires no reservation, covering all key locations including Buddha's Summit Front Garden, Eastern Chan Mind Journey, Buddha's Summit Temple and Buddha's Summit Pagoda.

Admire osmanthus blooms, engage in philosophical discussions, climb to great heights, and pay homage to sacred sites. This autumn, Niushou Mountain stands vivid and gentle, with rolling green hills as its backdrop and a millennium-old cultural heritage as its soul. One mountain holds ancient charm; one autumn unfolds the beauty of rivers and mountains. This fall, step into Niushou Mountain and embrace an autumn date where humanity and nature live in perfect harmony.

Wednesday, October 21, 2026

เขตซวงหลิว เมืองเฉิงตู ตอกย้ำศักยภาพฮับการบินในแถบตอนใน ดันเมืองสู่เวทีการค้าโลก

ระหว่างวันที่ 21 ถึง 25 ตุลาคม การแข่งขันเทนนิสเยาวชนระดับโลก รายการไอทีเอฟ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ จูเนียร์ ไฟนอลส์ (ITF World Tennis Tour Junior Finals) ประจำปี 2569 ซึ่งจัดโดยรัฐบาลประชาชนเขตซวงหลิว เมืองเฉิงตู มณฑลเสฉวน ได้เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการในเขตซวงหลิว โดยการรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดศึกเทนนิสดาวรุ่งระดับบิ๊กแมตช์ในพื้นที่ตอนในทางตะวันตกของจีนครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นจุดแข็งของเขตซวงหลิวในการเป็นศูนย์กลางทางการบิน มาต่อยอดยกระดับศักยภาพการแข่งขันของเมือง

เขตซวงหลิวเป็นฟันเฟืองสำคัญของวงกลมเศรษฐกิจเฉิงตู-ฉงชิ่ง โดยเร่งเฟ้นหาโมเดลใหม่ให้แก่กลุ่มเมืองในพื้นที่ตอนใน เพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์ พร้อมเชื่อมโยงเข้ากับห่วงโซ่คุณค่าโลกอย่างลึกซึ้ง ซึ่งถือเป็นกรณีศึกษาต้นแบบให้กับเมืองต่าง ๆ ทั่วโลกที่กำลังผลักดันการเปิดกว้างและความก้าวหน้า

ต่อยอดทราฟฟิกฮับการบิน ดันภาคอุตสาหกรรมให้เติบโต

เขตซวงหลิวมีจุดเด่นอยู่ที่ทรัพยากรศูนย์กลางการบินนานาชาติที่เข้มแข็ง โดยในปี 2568 ท่าอากาศยานนานาชาติเฉิงตู ซวงหลิว มีปริมาณผู้โดยสารหมุนเวียนราว 33.52 ล้านครั้ง และรองรับการขนส่งสินค้าและไปรษณีย์สูงถึง 736,000 ตัน อย่างไรก็ตาม ซวงหลิวไม่ได้หยุดอยู่แค่การเป็น "เศรษฐกิจทางผ่าน" แบบเดิม ๆ แต่มุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนปริมาณการสัญจรเหล่านี้ให้กลายเป็นการเติบโตในภาคอุตสาหกรรมอย่างเป็นรูปธรรม

เขตซวงหลิวอาศัยจุดแข็งในการเป็นฮับสนามบิน โดยเชื่อมโยงแพลตฟอร์มระดับสูง อย่างเขตสาธิตเศรษฐกิจท่าอากาศยานและเขตคลังสินค้าทัณฑ์บน ทำให้ซวงหลิวสามารถวางระบบโลจิสติกส์และการค้าสากลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 เขตซวงหลิวมียอดการนำเข้าและส่งออกรวมแตะ 7.1572 หมื่นล้านหยวน เพิ่มขึ้น 22.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตอกย้ำศักยภาพที่แข็งแกร่งในการเปิดรับการค้าการลงทุนระดับโลก ขณะเดียวกัน สำหรับบริษัทเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างไอสเปซ (iSpace) ที่ตัดสินใจเลือกซวงหลิวเป็นฐานปักหมุดขยายธุรกิจในอุตสาหกรรมอวกาศเชิงพาณิชย์ พื้นที่แห่งนี้เป็นมากกว่าศูนย์กลางขนส่งสินค้า แต่คือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่เชื่อมโยงงานวิจัยและพัฒนาระดับสากลกับตลาดทั่วโลก

จากคลัสเตอร์การผลิต สู่ระบบนิเวศนวัตกรรม

เพื่อไม่ให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็นเพียงแค่ทางผ่าน ซวงหลิวได้เดินหน้ายุทธศาสตร์กลไกคู่ผ่านภาคการผลิตขั้นสูงควบคู่ไปกับนวัตกรรมเทคโนโลยี โดยในกลุ่มอุตสาหกรรมการบิน เขตซวงหลิวเป็นฐานที่ตั้งของบริษัทรายใหญ่ถึง 141 แห่ง ซึ่งสร้างมูลค่าการผลิตรวมทะลุ 1.374 แสนล้านหยวนในปี 2568

ส่วนในกลุ่มอุตสาหกรรมเกิดใหม่ บริษัทด้านการสื่อสารทางแสงอย่างอีออปโตลิงก์ (Eoptolink) ได้รุกปักหมุดในตลาดกำลังการประมวลผล AI เพื่อหนุนการเติบโตของห่วงโซ่อุตสาหกรรมอย่างครบวงจร โดยอีออปโตลิงก์เป็นผู้จัดหาอุปกรณ์รับส่งสัญญาณแสงให้กับยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีระดับโลกอย่างอินวิเดีย (NVIDIA) และมูลค่าตามราคาตลาดเคยพุ่งสูงเกิน 8 แสนล้านหยวน สะท้อนความสำเร็จอันโดดเด่นของอุตสาหกรรมออปโตอิเล็กทรอนิกส์ในซวงหลิวที่ก้าวสู่เวทีระดับโลก การปรับเปลี่ยนโครงสร้างจากการผลิตแบบดั้งเดิมสู่การผลิตขั้นสูง และจากการรวมกลุ่มอุตสาหกรรมสู่การสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่เข้มแข็ง ส่งผลให้ซวงหลิวสามารถดึงดูดและรองรับอุตสาหกรรมระดับไฮเอนด์จากทั่วโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ซวงหลิวยังได้วางกลไกต่อยอดจุดแข็งจากตลาดการค้าทั้งในและต่างประเทศที่มีมูลค่าสูงกว่า 1 แสนล้านหยวน ให้กลายเป็นการบริโภคภายในพื้นที่ โดยได้เข้ามายกระดับบริการภาคธุรกิจแบบครบวงจรตลอดวงจรชีวิตของผู้ประกอบการ ซึ่งช่วยย่นระยะเวลาการดำเนินโครงการให้เร็วขึ้นถึง 20%

จากนิคมอุตสาหกรรม สู่เมืองใหม่น่าอยู่

การปรับเปลี่ยนโครงสร้างของเขตซวงหลิวไม่ได้ยึดติดอยู่เพียงแค่ภาคอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่ยังขยายผลไปสู่การพัฒนาเมืองและคุณภาพชีวิตของประชากรอย่างสอดประสานกัน โดยเขตซวงหลิวทุ่มสร้างเมืองในสวน พร้อมฟื้นฟูสภาพแวดล้อมทางวัฒนธรรมและระบบนิเวศ เพื่อยกระดับความน่าอยู่และคุณภาพชีวิตของชาวเมือง เขตซวงหลิวถูกสื่อหลัก ๆ ยกให้เป็นหนึ่งใน "เขตเมืองที่มีความสุขที่สุด" ในจีนติดต่อกันหลายปี ซึ่งกลายเป็นแม่เหล็กสำคัญในการดึงดูดบุคลากรศักยภาพสูงเข้ามาในพื้นที่ ขณะที่ยอดการย้ายเข้าของประชากรที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง คือเครื่องยืนยันถึงเสน่ห์ของเมืองและความสามารถในการรั้งคนให้อยู่ในระยะยาว

ในยุคที่การแข่งขันระหว่างเมืองบนเวทีโลกเปลี่ยนมาเป็นการประชันความพร้อมของระบบนิเวศในมิติต่าง ๆ บทเรียนจากเขตซวงหลิวได้พิสูจน์แล้วว่า เมืองแถบตอนในสามารถปลดล็อกข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์ได้ด้วยการต่อยอดจุดแข็งจากการเป็นฮับสนามบิน เพื่อก้าวกระโดดจากเดิมที่เป็นเพียง "ทางผ่าน" ไปสู่การเป็น "ประตูเปิดกว้าง" และเปลี่ยนจากการปล่อยให้สัญจรไหลผ่าน ไปเป็นการสร้างมูลค่าในพื้นที่

เขตซวงหลิวคือภาพสะท้อนความสำเร็จตามยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันตกของจีนในระดับเขตเมือง ประสบการณ์ของซวงหลิวจึงไม่เพียงแต่เป็นตัวอย่างการเติบโตทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาคที่มีคุณภาพสูงของจีนเท่านั้น แต่ยังเป็นโมเดลต้นแบบอันทรงคุณค่าสำหรับเมืองแถบตอนในทั่วโลก ที่หวังเปิดกว้างและผนึกกำลังความร่วมมือเพื่อผลักดันการเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน

Shuangliu, Chengdu: An Inland Aviation Hub City Integrating into Global Value Chains

From October 21 to 25, the 2026 ITF World Tennis Tour Junior Finals, hosted by the People's Government of Shuangliu District, Chengdu, Sichuan Province, is held in Shuangliu District. Hosting this premier international junior tennis tournament in China's inland west reflects how Shuangliu is leveraging its advantages as an aviation hub to build its urban competitiveness.

As a key hub in China's Chengdu-Chongqing Economic Circle, Shuangliu is exploring a new path for inland cities to overcome geographical constraints and integrate deeply into global value chains, while offering a case study for other cities around the world pursuing greater openness and development.

Turning Airport Traffic into Industrial Growth

Shuangliu's core advantage lies in its well-established international aviation hub resources. In 2025, Chengdu Shuangliu International Airport handled approximately 33.52 million passenger trips and 736,000 tons of cargo and mail. However, Shuangliu is not content with the traditional "corridor economy" and is instead committed to turning traffic flows into incremental industrial growth.

Leveraging its airport hub, Shuangliu connects high-level platforms such as the Airport Economic Demonstration Zone and the Comprehensive Bonded Zone, building an efficient international logistics and trade system. In the first half of 2026, Shuangliu District's total import and export value reached 71.572 billion yuan, up 22.5% year on year, demonstrating strong resilience in opening up to the world. For high-tech companies such as iSpace, which have chosen Shuangliu as a base from which to expand their presence in the commercial space sector, the district is more than just a logistics hub; it is also a vital link connecting global research and development with markets worldwide.

From Manufacturing Clusters to an Innovation Ecosystem

To avoid becoming merely a transit point, Shuangliu is pursuing a dual-engine strategy driven by advanced manufacturing and technological innovation. In the aviation sector, Shuangliu District is home to 141 key enterprises, with the industry's total output value exceeding 137.4 billion yuan in 2025.

In emerging sectors, optical communications companies such as Eoptolink are strategically positioning themselves in the AI computing power market, driving the development of a complete industrial chain. Eoptolink supplies optical transceivers to technology giants such as NVIDIA. Its market capitalization once exceeded 800 billion yuan, making it a leading example of Shuangliu's optoelectronics industry expanding onto the global stage. This transformation from traditional to advanced manufacturing, and from mere industrial clustering to a thriving innovation ecosystem, has enabled Shuangliu to attract and host high-end industries from around the world.

Shuangliu has also developed mechanisms to turn the advantages of its domestic and international trade markets, worth over 100 billion yuan, into consumer vitality. In parallel, it has improved services for enterprises across their full life cycle and shortened the project implementation cycle by 20%.

From Industrial Parks to a Livable New City

Shuangliu's transformation extends beyond industry to encompass the coordinated development of the city and its people. By building a park city and fostering a rich cultural and ecological environment, Shuangliu keeps improving its livability and residents' quality of life. Shuangliu has been named one of China's "Happiest Urban Districts" by authoritative media outlets for several consecutive years, making it an important factor in attracting talent. The sustained net inflow of population underscores the city's appeal and its ability to retain residents.

Today, global competition among cities is increasingly a contest between comprehensive ecosystems. Shuangliu District's experience demonstrates that inland cities can overcome geographical constraints by leveraging their airport hub advantages, making a significant leap from a "transit corridor" to an "open gateway" and from the mere passage of traffic flows to the retention of value.

As a microcosm of China's Western Development Strategy at the urban district level, Shuangliu's experience is not only a representative example of high-quality regional economic development in China, but also offers a valuable model for inland cities around the world seeking to achieve sustainable, high-quality growth through openness and cooperation.

ไห่หนานเตรียมเปิดเวทีประชุมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทะเลลึก ผนึกความร่วมมือระดับโลก

 สำนักวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมณฑลไห่หนาน

การประชุมความร่วมมือด้านนวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนานาชาติ และการประชุมนวัตกรรมเทคโนโลยีทะเลลึก ท่าเรือการค้าเสรีไห่หนาน ครั้งที่ 4 (The Fourth Hainan Free Trade Port International Science and Technology Innovation Cooperation Forum and Deep-Sea Technology Innovation Conference) มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-6 พฤศจิกายน 2569 ณ เขตเทคโนโลยีขั้นสูง เมืองวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอ่าวหยาโจวแห่งซานย่า (Sanya Yazhou Bay Science and Technology City) ประเทศจีน

การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นโดยสำนักวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมณฑลไห่หนาน โดยมุ่งหวังให้เป็น "เวทีใหม่ในการรวมพลังขับเคลื่อนนวัตกรรมทะเลลึกระดับโลก" ภายในงานประกอบด้วยการประชุมหลัก 1 รายการ การประชุมคู่ขนาน 7 รายการ และกิจกรรมเสริมอีก 3 รายการ เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้แลกเปลี่ยนมุมมองเชิงลึกในประเด็นต่าง ๆ อาทิ วิทยาศาสตร์แนวหน้าด้านทะเลลึก การผลิตอุปกรณ์ขั้นสูง ชีวเวชศาสตร์ทางทะเล การบูรณาการการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในพื้นที่ทะเลเปิด การอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมทางทะเล รวมถึงวิศวกรรมด้านน้ำมันและก๊าซธรรมชาติใต้ทะเลลึก พร้อมร่วมกันสำรวจแนวทางส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีทะเลลึกควบคู่ไปกับการประยุกต์ใช้ในภาคอุตสาหกรรม

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มณฑลไห่หนานได้เร่งพัฒนาขีดความสามารถด้านนวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทะเลลึกอย่างต่อเนื่อง โดยศูนย์ทดสอบทางทะเลแบบบูรณาการแห่งชาติ (ด้านทะเลลึก) ได้เปิดดำเนินการแล้ว ส่วนโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญ เช่น เครือข่ายสถานีสังเกตการณ์ทางวิทยาศาสตร์พื้นทะเล ก็กำลังอยู่ระหว่างการเร่งก่อสร้างและพัฒนา ขณะเดียวกัน การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี ตลอดจนการนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้ในภาคอุตสาหกรรม ก็มีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในด้านการพัฒนาแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติใต้ทะเลลึก และอุปกรณ์วิศวกรรมทางทะเล นอกจากนี้ มณฑลไห่หนานยังเดินหน้าขยายความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทะเลลึกกับประเทศต่าง ๆ อาทิ สหราชอาณาจักร เยอรมนี แคนาดา และสิงคโปร์ เพื่อส่งเสริมการแบ่งปันทรัพยากรด้านการวิจัย การแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีสำคัญ และการดำเนินโครงการวิจัยร่วมกัน

เมืองวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอ่าวหยาโจวแห่งซานย่า ถือเป็นศูนย์กลางสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทะเลลึกของมณฑลไห่หนาน ปัจจุบัน มีผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมทางทะเลเข้ามาดำเนินธุรกิจแล้วกว่า 1,400 ราย ครอบคลุมสาขาต่าง ๆ อาทิ อุปกรณ์สำรวจทะเลลึก เทคโนโลยีการสังเกตการณ์ทางทะเล และความมั่นคงด้านพลังงานใต้ทะเลลึก โดยมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนสถาบันวิจัยและภาคธุรกิจให้สามารถดำเนินงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี ตลอดจนนำผลงานวิจัยไปต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์

นับตั้งแต่ปี 2566 การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นมาแล้วสามครั้ง โดยสัดส่วนผู้เข้าร่วมจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีขอบเขตการเข้าร่วมจากนานาประเทศกว้างขวางขึ้น โดยจำนวนประเทศที่เข้าร่วมเพิ่มขึ้นจากเกือบ 20 ประเทศในการจัดงานครั้งแรก เป็น 25 ประเทศในการจัดงานครั้งที่ 3 ขณะเดียวกัน จำนวนสถาบันที่เข้าร่วมก็เพิ่มขึ้นจาก 170 แห่ง เป็นมากกว่า 250 แห่ง

การประชุมทั้งสามครั้งที่ผ่านมาได้ก่อให้เกิดผลลัพธ์ด้านความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมหลายประการ อาทิ การสถาปนาความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างจีนและอียิปต์ด้านการวิจัยวิทยาศาสตร์ทางทะเล การเผยแพร่เอกสารสำคัญ เช่น ฉันทามติท่าเรือการค้าเสรีไห่หนาน รวมถึงฉันทามติว่าด้วยการผนึกกำลังด้านการวิจัยวิทยาศาสตร์ขนาดใหญ่ในทะเลลึกและการส่งเสริมการสำรวจห้วงทะเลลึกทั่วโลก ตลอดจนการจัดตั้งพันธมิตรอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ใต้น้ำ และการจัดตั้งกองทุนร่วมลงทุนด้านเทคโนโลยีทะเลลึก