Monday, September 14, 2026

สินเชื่อพรอมิสบุกยูเนี่ยน มอลล์ พร้อมกับ “ญาญ่า อุรัสยา” โปรโมตงานวิ่งใหญ่ของแบรนด์


ในวันที่ 19 กันยายน 2569 นี้ สินเชื่อพรอมิส บุกยูเนี่ยน มอลล์ พร้อมกับ  “ญาญ่า อุรัสยา” พรีเซ็นเตอร์คนสำคัญของแบรนด์ เพื่อร่วมงานแถลงข่าวโปรโมตงานวิ่งครั้งยิ่งใหญ่ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 31 มกราคม 2570 กับชื่องาน PROMISE RUN THE DAM – KHUN DAN ½ MARATHON 2027 ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “Run the Dam. Begin Your Promise.” เริ่มต้นคำสัญญาต้อนรับปีใหม่ไปพร้อมกับเรา และทำให้เป็นจริงในปี 2570

ภายในงานจะมีการจัดกิจกรรมมากมายให้ผู้มาใช้บริการห้างสรรพสินค้าร่วมสนุก ไม่ว่า “คุณจะเป็นสายวิ่งแบบไหน?” มาร่วมติดสติกเกอร์ที่บอร์ดเพื่อบอกสายวิ่งที่เป็นตัวคุณ และกระทบไหล่มาสคอต “โรโร่” สิงโตโปรด้านสินเชื่อ ที่จะมาร่วมสร้างสีสันให้กับทุกคน พร้อมฟังสัมภาษณ์อย่างใกล้ชิดกับตัวแทนอินฟลูเอ็นเซอร์สายวิ่ง และปิดท้ายด้วยกิจกรรมเต้นแอโรบิกที่สามารถเข้าร่วมได้ทุกเพศทุกวัย นำโดยครูสอนเต้นซุมบ้าชื่อดัง และมี “ญาญ่า อุรัสยา” เข้ามาช่วยเสริมทัพแจกความสดใสให้กับผู้มาร่วมเต้นแอโรบิกอีกด้วย

สุดพิเศษภายในวันงานเท่านั้น! สำหรับผู้ที่สมัครวิ่งภายในวันแถลงข่าวโปรโมตงานวิ่ง PROMISE RUN THE DAM – KHUN DAN ½ MARATHON 2027 ณ ยูเนี่ยน มอลล์ จะได้รับส่วนลดทันที 10% ทุกระยะวิ่ง หากใครที่ไม่สะดวกมาในวันงาน สามารถสมัครราคาปกติได้ที่เพจ Promise Run the Dam ช่องทาง Facebook แล้วพบกัน!

การประชุมนวัตกรรมผู่เจียง ประจำปี 2569 เปิดฉากที่เซี่ยงไฮ้ มุ่งส่งเสริมความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับโลก

 การประชุมนวัตกรรมผู่เจียง ประจำปี 2569

การประชุมนวัตกรรมผู่เจียง (Pujiang Innovation Forum) ครั้งที่ 19 จัดขึ้น ณ นครเซี่ยงไฮ้ ระหว่างวันที่ 11-14 กันยายน 2569 โดยการประชุมดังกล่าวจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2551 ด้วยความร่วมมือระหว่างกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนกับเทศบาลนครเซี่ยงไฮ้ สำหรับการประชุมในปีนี้จัดขึ้นภายใต้หัวข้อหลัก "แบ่งปันนวัตกรรมและร่วมกำหนดอนาคต: พันธกิจของประชาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโลกท่ามกลางการปฏิวัติวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระลอกใหม่" โดยมีประเทศแอฟริกาใต้เป็นประเทศเกียรติยศ (Guest Country of Honor) และมณฑลหูหนานเป็นมณฑลเกียรติยศ (Guest Province of Honor)

ในฐานะเวทีชั้นนำระดับนานาชาติสำหรับการแลกเปลี่ยนทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การประชุมดังกล่าวมุ่งเน้นไปที่การวิจัยขั้นพื้นฐาน เทคโนโลยีล้ำสมัยที่มีศักยภาพในการสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยมุ่งส่งเสริมการสร้างสภาพแวดล้อมด้านการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับโลกที่เปิดกว้าง เท่าเทียม เป็นธรรม และปราศจากการเลือกปฏิบัติ

วันที่ 11 กันยายนถือเป็นวันเริ่มงาน โดยมีกิจกรรมลงทะเบียนและกิจกรรมก่อนการประชุม ขณะที่พิธีเปิดและการประชุมหลักจะจัดขึ้นในวันที่ 12 กันยายน ณ Zhangjiang Science Hall โดยมีบุคคลสำคัญ ผู้บริหารสถาบันวิจัย และผู้เชี่ยวชาญมาร่วมกล่าวปาฐกถา ตามด้วยการเสวนาในหัวข้อสำคัญว่าด้วยบทบาทของการวิจัยขั้นพื้นฐานในการขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต นอกจากนี้ ภายใต้กรอบการจัดงาน "1+1+24+N" จะมีการจัดประชุมย่อยในหัวข้อเฉพาะทางรวม 24 หัวข้อ แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ การวิจัยขั้นพื้นฐาน อุตสาหกรรมแห่งอนาคต และระบบนิเวศนวัตกรรม ครอบคลุมสาขาเทคโนโลยีล้ำสมัย อาทิ ปัญญาประดิษฐ์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการทำงานของสมอง (brain-inspired intelligence) การประมวลผลอัจฉริยะด้วยควอนตัม (quantum intelligent computing) ชีววิทยาสังเคราะห์ (synthetic biology) การบินอวกาศเชิงพาณิชย์ (commercial spaceflight) และสาขาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ผู้แทนจากกว่า 50 ประเทศและภูมิภาค รวมถึงผู้แทนจากองค์กรระหว่างประเทศกว่า 20 แห่ง ได้ลงทะเบียนเข้าร่วมงานครั้งนี้ โดยการประชุมครั้งนี้จะอาศัยศักยภาพด้านนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของนครเซี่ยงไฮ้และภูมิภาคสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซี เพื่อคัดเลือกและเผยแพร่โจทย์สำคัญด้านวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐานจำนวน 10 ข้อ ภายใต้ชื่อ "Pujiang Science Questions" พร้อมเผยแพร่ผลงานความสำเร็จทางเทคโนโลยีที่สำคัญ รวมถึงรายงานการวิจัยที่สำคัญหลายฉบับ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมแลกเปลี่ยนหลายรายการสำหรับบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคนโลยีรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพ โดยจุดมุ่งหมายของการประชุมคือ การระดมองค์ความรู้และภูมิปัญญาจากทั่วโลก เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีข้ามพรมแดน ตลอดจนร่วมกันรับมือกับความท้าทายด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในระดับโลก

2026 Pujiang Innovation Forum Opens in Shanghai


 2026 Pujiang Innovation Forum

The 19th Pujiang Innovation Forum is held in Shanghai from September 11 to 14. Jointly hosted by the Ministry of Science and Technology of the People's Republic of China and the Shanghai Municipal Government and initiated in 2008, this year's event adopts the official theme "Sharing Innovation and Shaping the Future: The Mission of the Global Sci-Tech Community amid a New Round of Sci-Tech Revolution". South Africa is the guest country of honor and Hunan Province the guest province of honor.

As a high-level international platform for sci-tech exchanges, the forum focuses on basic research, frontier disruptive technologies and future-oriented industries, striving to build an open, fair, just, and non-discriminatory global sci-tech development environment.

While September 11 marks the start of the forum with registration and pre-event activities, the opening ceremony and main forum will be held on September 12 at the Zhangjiang Science Hall. Dignitaries, heads of research institutions, and experts will deliver keynote speeches, followed by a major themed dialogue centering on how basic research drives the development of future-oriented industries. Under the framework of "1+1+24+N", 24 thematic sub-forums are arranged in three major sections: basic research, future industries, and innovation ecosystems, covering brain-inspired intelligence, quantum intelligent computing, synthetic biology, commercial spaceflight, and other cutting-edge fields.

To date, representatives from over 50 countries and regions and more than 20 international organizations have registered for the event. Drawing on the sci-tech innovation strengths of Shanghai and the Yangtze River Delta, the forum will select and release 10 representative fundamental scientific questions under the brand of "Pujiang Science Questions," unveil a batch of significant technological achievements, and publish several important research reports. A series of exchange activities for young sci-tech talents will also be organized. By pooling global wisdom, the forum advances cross-border scientific and technological cooperation to jointly tackle shared global sci-tech challenges.

Friday, September 11, 2026

มาห์เลมุ่งตอบโจทย์ลูกค้าในภาคการขนส่งทางราง ด้วยนวัตกรรมระบายความร้อนประสิทธิภาพสูง


  • มาห์เลยกขบวนนวัตกรรมการจัดการความร้อนสำหรับระบบขับเคลื่อนทุกรูปแบบในภาคการขนส่งทางรางร่วมจัดแสดงที่งาน InnoTrans 2026
  • ระบบระบายความร้อนแบตเตอรี่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่สมรรถนะสูงในหัวรถจักร
  • ระบบระบายความร้อนแบบรวมสำหรับรถไฟฟ้าหลายตู้เป็นระบบขนาดกะทัดรัดที่รวมการระบายความร้อนสำหรับระบบต่าง ๆ ภายในตัวรถไว้ในเครื่องเดียว
  • มาห์เลเป็นซัพพลายเออร์ระดับโลกผู้จัดหาระบบระบายความร้อนสำหรับระบบขับเคลื่อนที่มีความซับซ้อนสูง และเป็นผู้นำตลาดในยุโรป

มาห์เล (MAHLE) ยกขบวนโซลูชันการจัดการความร้อนที่ครอบคลุมเทคโนโลยีการขับเคลื่อนของระบบขนส่งทางรางทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ดีเซล แบตเตอรี่ ไฮบริด ไฟฟ้า หรือไฮโดรเจน มาร่วมจัดแสดงภายในงานแสดงสินค้าและเทคโนโลยีด้านการขนส่งทางรางระดับนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก “InnoTrans” ณ กรุงเบอร์ลิน

ไฮไลต์สำคัญของงานคือ ระบบระบายความร้อนแบตเตอรี่ (BTMS) สำหรับหัวรถจักร ซึ่งช่วยควบคุมอุณหภูมิของแบตเตอรี่สมรรถนะสูงรุ่นใหม่ในหัวรถจักรไฟฟ้าได้อย่างแม่นยำ และถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ยืดอายุการใช้งาน และเสริมความปลอดภัย แม้ในสภาวะแวดล้อมที่ท้าทาย นอกจากนี้ มาห์เลยังนำเสนอระบบระบายความร้อนแบบรวมสำหรับรถไฟฟ้าหลายตู้ (Electric Multiple Unit – EMU)ที่มีขนาดกะทัดรัด โดยระบบดังกล่าวสามารถระบายความร้อนให้กับหลายระบบภายในขบวนรถได้พร้อมกัน ซึ่งรวมถึงมอเตอร์ขับเคลื่อนและหม้อแปลงไฟฟ้า ด้วยจุดเด่นด้านการประหยัดพลังงาน น้ำหนักเบา และความน่าเชื่อถือสูง จึงเป็นโซลูชันที่คุ้มค่าและยั่งยืนสำหรับผู้ประกอบการขนส่งทางราง ทั้งนี้ มาห์เลคือซัพพลายเออร์ระดับโลกด้านระบบระบายความร้อนสำหรับระบบขับเคลื่อนที่ซับซ้อนในรถไฟความเร็วสูง และเป็นผู้นำตลาดในยุโรป สามารถเยี่ยมชมนวัตกรรมดังกล่าวของมาห์เลได้ที่บูธหมายเลข 460 ในฮอลล์ 18

คริสเตียน คึชลิน (Christian Kuechlin) รองประธานหน่วยธุรกิจโซลูชัน

สำหรับภาคอุตสาหกรรมและงานเฉพาะด้านของมาห์เล

คริสเตียน คึชลิน (Christian Kuechlin) รองประธานหน่วยธุรกิจโซลูชันสำหรับภาคอุตสาหกรรมและงานเฉพาะด้านของมาห์เล กล่าวว่า “การเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมระบบรางส่งผลให้ผู้ผลิตและผู้ให้บริการต้องเผชิญกับความท้าทายใหม่ ๆ ทั้งในด้านประสิทธิภาพ ระยะการเดินทาง และความน่าเชื่อถือ โซลูชันการจัดการความร้อนของเราพร้อมที่จะสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงนี้ และเคียงข้างลูกค้าตลอดอายุการใช้งานของยานพาหนะ ตั้งแต่ขั้นตอนการพัฒนา การบำรุงรักษา การปรับปรุงให้ทันสมัย ไปจนถึงการให้บริการรถไฟที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน”

ระบบระบายความร้อนแบตเตอรี่ (BTMS) ของมาห์เล

ระบบระบายความร้อนแบตเตอรี่ (BTMS) ของมาห์เล ซึ่งติดตั้งบริเวณหลังคา
ช่วยรักษาอุณหภูมิของแบตเตอรี่ขับเคลื่อนในรถไฟหรือรถราง แม้ในสภาวะแวดล้อมที่ท้าทาย

นอกจากระบบ BTMS และระบบระบายความร้อนแบบรวมสำหรับรถไฟฟ้าหลายตู้แล้ว ภายในงาน InnoTrans ครั้งนี้ มาห์เลยังนำเสนอเครื่องระบายความร้อนแบบท่อติดครีบ และแผ่นทำความเย็น ซึ่งได้รับการออกแบบขึ้นเป็นพิเศษสำหรับการใช้งานสมรรถนะสูงโดยเฉพาะ ตัวอย่างเช่น ชุดแปลงกำลังสำหรับระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการควบคุมกำลังของระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า และระบบแบตเตอรี่ของรถรางไฟฟ้า โดยการใช้งานเหล่านี้ต้องการระบบระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพสูงเป็นพิเศษ เนื่องจากอุณหภูมิที่เสถียรมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และอายุการใช้งานของระบบ

มาห์เลเดินหน้ากลยุทธ์ขยายธุรกิจนอกอุตสาหกรรมยานยนต์แบบดั้งเดิม ซึ่งการขนส่งทางรางถือเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญที่มีศักยภาพเติบโต ด้วยฐานการผลิตระบบระบายความร้อนสำหรับรถไฟที่ครอบคลุมใน 3 ทวีป กลุ่มบริษัทจึงนำความแข็งแกร่งของเครือข่ายทั่วโลกมาใช้ยกระดับทักษะทางอุตสาหกรรมเพื่อรองรับตลาดอื่น ๆ นอกเหนือจากการขนส่งทางถนน และเมื่อไม่นานมานี้ มาห์เลได้รวมกิจกรรมทางธุรกิจนอกอุตสาหกรรมยานยนต์มาอยู่ภายใต้หน่วยธุรกิจโซลูชันสำหรับภาคอุตสาหกรรมและงานเฉพาะด้าน (Industrial and Special Solutions) นอกจากนี้ มาห์เลยังบูรณาการงานขาย การพัฒนา และการดำเนินงานด้านต่าง ๆ ให้เชื่อมโยงกันมากยิ่งขึ้น เพื่อเร่งผลักดันการพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของลูกค้า 

MAHLE ensures efficient cooling on the rail

  • MAHLE demonstrates thermal management systems for all drive technologies in rail transport at InnoTrans 2026
  • Battery thermal management system increases the performance and service life of high-performance batteries in locomotives
  • Combined cooling system for electric multiple units combines the cooling of several vehicle systems in one compact unit
  • MAHLE is global systems supplier for complex traction cooling systems and market leader in Europe

Whether diesel, battery, hybrid, electric, or hydrogen: MAHLE will present thermal management solutions for all drive technologies in rail transport at the world’s largest international trade fair for railway and transport technology “InnoTrans” in Berlin.

The focus of the trade fair will be a battery thermal management system (BTMS) for locomotives. It ensures the precise temperature control of modern high-performance batteries in electric locomotives and is therefore an essential factor for their performance, service life and safety even under demanding environmental conditions. MAHLE also shows a compact combined cooling system for electric multiple units (Electric Multiple Unit – EMU). It cools several vehicle systems, including traction motors and transformers. High energy efficiency, low weight, and high reliability make the combined cooling system an economical and sustainable solution for rail operations. MAHLE is a global systems supplier for complex traction cooling systems on high-speed trains and market leader in Europe. The MAHLE stand is located in Hall 18, Stand 460.

Christian Kuechlin, Vice President MAHLE Industrial and Special Solutions

Christian Kuechlin, Vice President MAHLE Industrial and Special Solutions

“The transformation of rail transport presents manufacturers and operators with new demands for efficiency, range and reliability. With our thermal management solutions, we support this development and accompany our customers throughout the entire life cycle of their vehicles – from development to maintenance, modernization and servicing of existing fleets”, said Christian Kuechlin, Vice President MAHLE Industrial and Special Solutions.

MAHLE is global systems supplier for complex traction cooling systems in high-speed trains and market leader in Europe.

MAHLE is global systems supplier for complex traction cooling systems in 

high-speed trains and market leader in Europe.

In addition to the BTMS and the combined cooling system for electric multiple units, MAHLE is also showing fin/tube coolers and customized cooling plates for high-performance applications at Innotrans. These include, for example, traction converters as a central element of power control of electric drives and battery systems of electric rail vehicles. These applications place particularly high demands on cooling, as reliable temperature control is essential for the performance, safety and service life of the systems.

MAHLE strategically advances business outside the classic automotive industry. Rail transport is an essential growth area. With rail cooling plant manufacturing sites on three continents, the Group is leveraging its global presence to scale industrial skills for markets beyond road mobility. MAHLE has recently consolidated its activities outside the automotive industry in the Industrial and Special Solutions division. Through the close integration of sales, development and operational functions, MAHLE accelerates the development of tailor-made solutions.

Thursday, September 10, 2026

China's Gen-III+ Advanced Nuclear Power Technology "Hualong One" 2.0 Unveiled to the Global Market

China's Gen-III+ advanced nuclear power technology, "Hualong One" 2.0, was unveiled to the global market on September 7 at the CGN 2026 Sustainable Development Conference held in Shenzhen. Building on the existing defense-in-depth (DiD) safety architecture, "Hualong One" 2.0 comprehensively optimizes 14 safety features, with notable improvements in nine key safety indicators.


Representatives from over 200 participants across 28 countries and regions attended the conference. "Hualong One" 2.0 enables operators to remain without intervention for 72 hours post-accident and achieves 7-day accident self-sustaining capability. It comprehensively simplifies auxiliary system configurations: pipeline length is reduced by approximately 31%, process valves by about 25%, nuclear island building volume by 21%, and nuclear island installation volume by approximately 33%. Additionally, the unit automation operation ratio is increased by 66%, enabling more precise system regulation and faster response, while key equipment features 100% localization capability.


"This is not a brand-new technology developed from scratch, but rather a systematic upgrade in quality and efficiency built upon a mature design, delivering comprehensive enhancements across five dimensions: safety, construction schedule, capital cost, O&M, and environmental protection," said Niu Wenhua, chief expert of "Hualong One" 2.0, at the launch.


In 1978, China introduced two million-kilowatt-class nuclear power units from France, which ultimately took root on the shores of Daya Bay in Shenzhen, becoming the country's first large-scale commercial nuclear power plant. Currently, the Daya Bay Nuclear Power Base, home to the Daya Bay Nuclear Power Plant, also includes the Ling'ao Nuclear Power Plant Phase I and Phase II, comprising a total of six reactor units.


To date, the cumulative on-grid electricity generation of the Daya Bay Nuclear Power Base has exceeded 1 trillion kilowatt-hours (1,000 TWh). Notably, Unit 1 of the Ling'ao Nuclear Power Plant has recorded over 7,200 consecutive days of safe and stable operation, continuously setting and holding the world record for the longest safe operation period among nuclear units of the same type.


Leveraging the innovative talent, resources, and nuclear power construction and operation experience accumulated through CPR1000 construction, CGN successfully launched "Hualong One," China's Gen-III nuclear power technology with independent intellectual property rights. To date, 10 "Hualong One" units have been put into commercial operation both domestically and internationally, with another 37 approved and currently under construction, fully validating its maturity through large-scale, batch construction and operation.


On this basis, the "Hualong One" research and development team, in collaboration with industry partners, has completed nearly 100 design optimizations and iteratively rolled out "Hualong One" 2.0, a Gen-III+ advanced nuclear power technology. On July 31, the State Council Executive Meeting approved eight nuclear power units, among which Phase III of the Guangdong Taipingling Nuclear Power Plant of CGN has been designated as a demonstration project for "Hualong One" 2.0.

จีนเปิดตัว "Hualong One" 2.0 เทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์ขั้นสูง Gen-III+ สู่ตลาดโลก





จีนเปิดตัว "Hualong One" 2.0 เทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์ขั้นสูง Gen-III+ สู่ตลาดโลก เมื่อวันที่ 7 กันยายนที่ผ่านมา ในการประชุมว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืนประจำปี 2569 ของ CGN รัฐวิสาหกิจด้านพลังงานนิวเคลียร์ของจีน ซึ่งจัดขึ้น ณ เมืองเซินเจิ้น โดยมีผู้เข้าร่วมงานจาก 28 ประเทศและภูมิภาคมากกว่า 200 ราย ทั้งนี้ "Hualong One" 2.0 ต่อยอดจากสถาปัตยกรรมความปลอดภัยแบบ "การป้องกันเชิงลึก" (Defense-in-Depth หรือ DiD) ที่มีอยู่เดิม ด้วยการปรับปรุงคุณสมบัติด้านความปลอดภัย 14 ประการอย่างครอบคลุม และมีการพัฒนาตัวชี้วัดความปลอดภัยหลัก 9 ประการอย่างมีนัยสำคัญ

"Hualong One" 2.0 ช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถปล่อยให้ระบบทำงานต่อเนื่องโดยไม่ต้องเข้าไปแทรกแซงเป็นเวลา 72 ชั่วโมงหลังเกิดอุบัติเหตุ และมีขีดความสามารถในการทำงานได้ด้วยตัวเองนาน 7 วันหลังเกิดเหตุ นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงระบบสนับสนุนต่าง ๆ ให้มีความเรียบง่ายขึ้น โดยลดความยาวระบบท่อลงประมาณ 31% ลดจำนวนวาล์วในกระบวนการลงประมาณ 25% ลดปริมาตรอาคารในส่วน Nuclear Island ลงประมาณ 21% และลดปริมาณงานติดตั้งในส่วน Nuclear Island ลงประมาณ 33% ขณะเดียวกัน อัตราส่วนการทำงานอัตโนมัติของหน่วยผลิตเพิ่มขึ้น 66% ช่วยให้สามารถควบคุมระบบได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้นและตอบสนองต่อสถานการณ์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขณะที่อุปกรณ์หลักต่าง ๆ สามารถผลิตและจัดหาได้ภายในประเทศ 100%

"นี่ไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่ที่พัฒนาขึ้นจากศูนย์ แต่เป็นการยกระดับคุณภาพและประสิทธิภาพอย่างเป็นระบบ โดยต่อยอดจากการออกแบบที่ผ่านการใช้งานและพิสูจน์ความน่าเชื่อถือมาแล้ว ซึ่งนำมาสู่การปรับปรุงอย่างครอบคลุมใน 5 ด้าน ได้แก่ ความปลอดภัย ระยะเวลาการก่อสร้าง ต้นทุนในการลงทุน การดำเนินงานและบำรุงรักษา (O&M) และการปกป้องสิ่งแวดล้อม" หนิว เหวินหัว หัวหน้าผู้เชี่ยวชาญของ "Hualong One" 2.0 กล่าวในพิธีเปิดตัว

ย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2521 จีนได้นำเข้าหน่วยผลิตไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาด 1 ล้านกิโลวัตต์ จำนวน 2 หน่วยจากประเทศฝรั่งเศส ซึ่งต่อมาได้ถูกนำมาติดตั้งบริเวณชายฝั่งอ่าวต้าหย่าในเมืองเซินเจิ้น และกลายเป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่แห่งแรกของประเทศ ปัจจุบัน กลุ่มโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อ่าวต้าหย่าประกอบด้วยโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อ่าวต้าหย่า และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์หลิงอ้าว เฟส 1 และเฟส 2 ซึ่งมีเครื่องปฏิกรณ์รวมกัน 6 เครื่อง

จนถึงปัจจุบัน กลุ่มโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อ่าวต้าหย่ามีปริมาณการผลิตไฟฟ้าสะสมที่จ่ายเข้าสู่โครงข่ายไฟฟ้ามากกว่า 1 ล้านล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง (1,000 เทราวัตต์-ชั่วโมง) โดยหน่วยผลิตที่ 1 ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์หลิงอ้าวสามารถเดินเครื่องได้อย่างปลอดภัยและมั่นคงต่อเนื่องยาวนานกว่า 7,200 วัน นับเป็นการสร้างสถิติโลกด้านระยะเวลาการเดินเครื่องอย่างปลอดภัยที่ยาวนานที่สุดในบรรดาหน่วยผลิตไฟฟ้านิวเคลียร์ประเภทเดียวกัน และยังคงครองสถิติดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน CGN รัฐวิสาหกิจด้านพลังงานนิวเคลียร์ของจีน ได้อาศัยบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ ทรัพยากรที่เพียบพร้อม รวมถึงประสบการณ์ในการก่อสร้างและการเดินเครื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่สั่งสมมาจากโครงการ CPR1000 จนประสบความสำเร็จในการเปิดตัว "Hualong One" เทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์ Gen-III ซึ่งมีสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่เป็นอิสระของจีน จนถึงปัจจุบัน มีเครื่องปฏิกรณ์ "Hualong One" จำนวน 10 เครื่องที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้วทั้งในประเทศจีนและต่างประเทศ ขณะที่อีก 37 เครื่องได้รับการอนุมัติและอยู่ระหว่างการสร้าง ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความสมบูรณ์และความพร้อมของเทคโนโลยีดังกล่าว เห็นได้จากการสร้างและการเดินเครื่องจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง

ด้วยรากฐานดังกล่าว ทีมวิจัยและพัฒนา "Hualong One" ได้ร่วมมือกับพันธมิตรในอุตสาหกรรม ดำเนินการปรับปรุงแบบทางวิศวกรรมเกือบ 100 รายการ พร้อมพัฒนาและเปิดตัว "Hualong One" 2.0 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์ขั้นสูง Gen-III+ ทั้งนี้ ในวันที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีจีนได้อนุมัติหน่วยผลิตไฟฟ้านิวเคลียร์จำนวน 8 หน่วย หนึ่งในนั้นคือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไท่ผิงหลิง เฟส 3 ของ CGN ในมณฑลกวางตุ้ง ซึ่งได้รับการกำหนดให้เป็นโครงการสาธิตเทคโนโลยี "Hualong One" 2.0