Friday, April 10, 2026

2026 Fujian Provincial Conference on the Development of Cultural and Tourism Economy set to open on Apr. 17 in SE China's Zhangzhou

 

Organizing Committee of the 2026 Fujian Provincial Conference on the Development of Cultural and Tourism Economy

Themed "Building a World-renowned Tourist Destination and Fostering Cultural and Tourism as a Pillar Industry," the 2026 Fujian Provincial Conference on the Development of Cultural and Tourism Economy will be held from April 17 to 18 in Zhangzhou, SE China's Fujian. The event aims to drive the comprehensive upgrading of Fujian's cultural and tourism industry, fulfilling the objective of "hosting an event to vitalise the city and bolster the regional economy".

As the host city, Zhangzhou lies in southern Fujian Province. Home to the Nanjing Tulou -- a UNESCO World Heritage site -- it boasts breathtaking landscapes where mountains meet the sea, drawing a steady stream of domestic and international tourists. Seizing the conference as an opportunity, Zhangzhou will center its efforts on five major cultural and tourism themes: Maritime Culture, Ecological Civilization, Tulou Heritage, Ancient City Charm, and Minnan Architecture. Through initiatives like launching posters featuring Hokkien (Minnan dialect) translation, organizing inspection tours to Fujian for travel agencies from key source markets, and staging Minnan cultural comedy performances, the city will present Minnan culture's unique charm to global audiences, enriching Fujian's vision of becoming a world-renowned tourist destination with cultural depth.

According to available data, Fujian's cultural tourism market performed robustly in 2025, welcoming 5.5525 million inbound tourist visits -- a 51.2% increase year-on-year. The province has designated 2026 as the Year of Cultural and Tourism Consumption, under the theme "Refreshing Fujian - Minnan Lifestyle". Against this backdrop, the conference will release approximately 100 featured cultural and tourism scenarios under the "Minnan Lifestyle" initiative and launch an electronic guide map. Covering diverse sectors including ecology, culture, and technology, these initiatives aim to drive a shift towards an all-day, diversified consumption model.

Source: Organizing Committee of the 2026 Fujian Provincial Conference on the Development of Cultural and Tourism Economy

มณฑลฝูเจี้ยนปักหมุดเมืองจางโจว เจ้าภาพจัดประชุมใหญ่พัฒนาเศรษฐกิจท่องเที่ยว-วัฒนธรรมปี 2569 เปิดฉาก 17 เม.ย. นี้


คณะกรรมการจัดงานประชุมว่าด้วยการพัฒนาเศรษฐกิจวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวประจำมณฑลฝูเจี้ยน ประจำปี 2569

งานประชุมว่าด้วยการพัฒนาเศรษฐกิจวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ประจำปี 2569 เตรียมเปิดฉากวันที่ 17-18 เมษายนนี้ ณ เมืองจางโจว มณฑลฝูเจี้ยนทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน ในหัวข้อ "สร้างสรรค์จุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับโลก พร้อมผลักดันอุตสาหกรรมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวสู่เสาหลักทางเศรษฐกิจ" การประชุมในครั้งนี้มุ่งขับเคลื่อนและยกระดับอุตสาหกรรมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของมณฑลฝูเจี้ยนอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อบรรลุเป้าหมายสำคัญในการ "จัดอีเวนต์ขับเคลื่อนความสำเร็จ เพื่อพลิกโฉมเมืองและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค"

สำหรับเมืองจางโจวในฐานะเจ้าภาพ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของมณฑลฝูเจี้ยน เป็นที่ตั้งมรดกโลกอันลือชื่ออย่าง "ถู่โหลวแห่งหนานจิง" โดดเด่นด้วยภูมิประเทศที่ขุนเขาบรรจบกับท้องทะเลอย่างลงตัว จนกลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในจีนและจากทั่วทุกมุมโลก จางโจวอาศัยโอกาสสำคัญในการเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ ชูจุดเด่นผ่าน 5 ธีมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวหลัก ได้แก่ วัฒนธรรมทางทะเล อารยธรรมเชิงนิเวศ มรดกถู่โหลว มนต์เสน่ห์เมืองเก่า และสถาปัตยกรรมหมินหนาน นอกจากนี้ เมืองจางโจวยังเตรียมกิจกรรมไฮไลต์เพื่อถ่ายทอดอัตลักษณ์อันทรงเสน่ห์ของวัฒนธรรมหมินหนานสู่สายตาชาวโลก อาทิ การเปิดตัวสื่อประชาสัมพันธ์ในภาษาฮกเกี้ยน (ภาษาถิ่นหมินหนาน) จัดทริปนำชมเส้นทางท่องเที่ยวในฝูเจี้ยนสำหรับเอเจนซี่ท่องเที่ยวจากกลุ่มตลาดหลัก ตลอดจนการแสดงละครตลกทางวัฒนธรรมหมินหนาน เพื่อร่วมเติมเต็มวิสัยทัศน์ของมณฑลฝูเจี้ยนในการก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับโลกที่เปี่ยมด้วยรากเหง้าทางวัฒนธรรมอันลึกซึ้ง

ข้อมูลสถิติระบุว่า ตลาดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของมณฑลฝูเจี้ยนในปี 2568 เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเยือนถึง 5.5525 ล้านคน เพิ่มขึ้นถึง 51.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้านั้น ทั้งนี้ มณฑลฝูเจี้ยนได้ประกาศให้ปี 2569 เป็นปีแห่งการส่งเสริมการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม ในธีม "Refreshing Fujian - Minnan Lifestyle" ซึ่งภายในงานประชุมครั้งนี้จะมีการเปิดตัว 100 รูปแบบประสบการณ์ท่องเที่ยวและวัฒนธรรมที่น่าสนใจภายใต้แนวคิด "Minnan Lifestyle" พร้อมเปิดตัวแผนที่นำเที่ยวอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งครอบคลุมทั้งด้านนิเวศวิทยา วัฒนธรรม และเทคโนโลยี เพื่อมุ่งขับเคลื่อนสู่โมเดลการใช้จ่ายที่หลากหลายและตอบโจทย์ทุกช่วงเวลาตลอดทั้งวัน

ที่มา: คณะกรรมการจัดงานประชุมว่าด้วยการพัฒนาเศรษฐกิจวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวประจำมณฑลฝูเจี้ยน ประจำปี 2569

Thursday, April 9, 2026

บริดจสโตนคว้า 2 รางวัลทรงเกียรติด้านคุณภาพและความปลอดภัย ในฐานะพันธมิตรยอดเยี่ยมของโตโยต้า บนเวที “2026 TMA Annual Supplier Conference”

    คุณฮิโรชิ โยชิซาเนะ ประธานกรรมการกลุ่มบริดจสโตนเอเชียแปซิฟิค อินเดีย และจีน (ซ้าย)
    พร้อมด้วยคุณอะกิฮิโตะ อิชิอิ กรรมการผู้จัดการบริษัท ไทยบริดจสโตน จำกัด (ขวา)

บริดจสโตน ผู้นำนวัตกรรมยางรถยนต์พรีเมียม คว้า 2 รางวัลทรงเกียรติจากผลการดำเนินงานดีเด่นประจำปี พ.ศ. 2568 ได้แก่ “รางวัล The Winner of 2025 Regional Supplier Outstanding Performance ประเภท Quality Management” มอบให้แก่บริษัท บริดจสโตน เอเชีย แปซิฟิค (ประเทศไทย) จำกัด และ “รางวัล TCC Safety Activity 2025 The Best Safety Award” มอบให้แก่บริษัท ไทยบริดจสโตน จำกัด ในงานประกาศรางวัล “2026 TMA Annual Supplier Conference” ซึ่งจัดขึ้นโดยบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อยกย่องซัพพลายเออร์ที่มีผลงานดีเด่น และผ่านเกณฑ์ทั้งภายในประเทศและทั่วภูมิภาคเอเชีย ณ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ

สำหรับรางวัล Quality Management สะท้อนศักยภาพของบริษัท บริดจสโตน เอเชีย แปซิฟิค (ประเทศไทย) จำกัด ในการรักษามาตรฐานคุณภาพผลิตภัณฑ์ในระดับสูงอย่างสม่ำเสมอ ควบคู่กับการบริหารกระบวนการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากโตโยต้าในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจระดับภูมิภาค ในขณะที่รางวัล The Best Safety Award ที่มอบให้แก่บริษัทไทยบริดจสโตน จำกัด สะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในทุกมิติของการดำเนินงาน ความสำเร็จครั้งนี้ยังเป็นบทพิสูจน์ถึงความร่วมมืออันแข็งแกร่งในฐานะพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับโตโยต้าในการร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ให้เติบโตอย่างมั่นคงต่อไปในอนาคต

คุณฮิโรชิ โยชิซาเนะ ประธานกรรมการกลุ่มบริดจสโตนเอเชียแปซิฟิค อินเดีย และจีน (ขวา) รับรางวัล Quality Management จากคุณมาซาฮิโกะ มาเอดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด (ซ้าย)

คุณฮิโรชิ โยชิซาเนะ ประธานกรรมการกลุ่มบริดจสโตนเอเชียแปซิฟิค อินเดีย และจีน กล่าวว่า “ความสำเร็จครั้งนี้นับเป็นความภาคภูมิใจ และเป็นรางวัลจากความทุ่มเทของผู้บริหารและทีมงานบริดจสโตนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค โดยหัวใจสำคัญที่เรายึดมั่นมาตลอดคือการรักษามาตรฐานคุณภาพในระดับสูงสุด ควบคู่กับการพัฒนานวัตกรรมยางรถยนต์และโซลูชันการเดินทางแบบครบวงจร เพื่อตอบโจทย์โตโยต้าและไลฟ์สไตล์ของลูกค้า ขอขอบคุณโตโยต้าที่เชื่อมั่น ให้เกียรติ และไว้วางใจบริดจสโตนเสมอมา เราพร้อมเดินหน้ายกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้ดียิ่งขึ้นต่อไป”

คุณอะกิฮิโตะ อิชิอิ กรรมการผู้จัดการบริษัท ไทยบริดจสโตน จำกัด รับรางวัลประเภท The Best Safety Award

คุณอะกิฮิโตะ อิชิอิ กรรมการผู้จัดการบริษัท ไทยบริดจสโตน จำกัด กล่าวว่า “รางวัล The Best Safety Award สะท้อนแนวคิดการดำเนินงานของบริดจสโตนที่ให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยเพื่อรองรับความต้องการของโตโยต้า โดยเรามุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมและกิจกรรมด้านความปลอดภัยในทุกมิติเพื่อสร้างความมั่นใจในทุกการเดินทางของลูกค้า ขอขอบคุณโตโยต้าสำหรับความไว้วางใจที่มีให้บริดจสโตนในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจ ซึ่งเป็นแรงผลักดันสำคัญให้เราสร้างสรรค์คุณค่าและโซลูชันด้านการเดินทางที่มีคุณภาพให้กับสังคมไทยต่อไป”

เกี่ยวกับบริดจสโตน ประเทศไทย:

บริดจสโตน ผู้นำระดับโลกด้านยางรถยนต์และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับยาง พร้อมนำเสนอโซลูชั่นด้านการเดินทางที่ปลอดภัยและยั่งยืน และสำหรับประเทศไทย บริษัท ไทยบริดจสโตน จำกัด คือหนึ่งในผู้ผลิตชั้นนำในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และบริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านการนำเข้า จัดจำหน่าย และทำการตลาดยางรถยนต์ภายใต้แบรนด์บริดจสโตน, ไฟร์สโตน และเดย์ตันแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย บริดจสโตนเป็นแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า ตัวแทนจำหน่าย และพันธมิตรทางธุรกิจ เรานำเสนอกลุ่มผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์พรีเมียมที่หลากหลายและโซลูชั่นขั้นสูงซึ่งพัฒนาจากนวัตกรรมทางเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาการเดินทางการใช้ชีวิต, การทำงาน และการพักผ่อนของผู้คนทั่วโลก

Bridgestone Wins Two Prestigious Quality and Safety Awards as a Trusted Partner of Toyota at the “2026 TMA Annual Supplier Conference”

Mr. Hiroshi Yoshizane, Group President of Bridgestone Asia Pacific, India, and China (left)and Mr. Akihito Ishii, Managing Director of Thai Bridgestone Co., Ltd. (right)

Bridgestone, a leader in premium tire innovation, received two prestigious awards in recognition of its outstanding performance in 2025. “The Winner of 2025 Regional Supplier Outstanding Performance in Quality Management” was presented to Bridgestone Asia Pacific (Thailand) Co., Ltd., while the “TCC Safety Activity 2025 The Best Safety Award” was presented to Thai Bridgestone Co., Ltd. The awards were presented at the “2026 TMA Annual Supplier Conference,” organized by Toyota Motor Asia (Thailand) Co., Ltd., to honor top-performing suppliers across Thailand and the Asia region, at Centara Life Government Complex Hotel and Convention Centre Chaeng Watthana.

The Quality Management Award recognizes Bridgestone Asia Pacific (Thailand) Co., Ltd. for its consistently high product quality standards and efficient manufacturing, reinforcing Toyota’s trust in Bridgestone as a key regional partner. Meanwhile, the Best Safety Award presented to Thai Bridgestone Co., Ltd. reflects its continuous commitment to advancing safety standards across all operations. These achievements underscore the strong strategic partnership between Bridgestone and Toyota in driving sustainable and long-term growth in the automotive industry.

Mr. Hiroshi Yoshizane, Group President of Bridgestone Asia Pacific, India, and China (right), received the Quality Management Award from Mr. Masahiko Maeda, President of Toyota Motor Asia (Thailand) Co., Ltd. (left)

Mr. Hiroshi Yoshizane, Group President of Bridgestone Asia Pacific, India, and China said, “This achievement stands as a proud testament to the dedication of our management and teams across the Asia Pacific region. At the core of our commitment is maintaining highquality standards, while advancing tire innovation and integrated mobility solutions to meet the needs of Toyota and the evolving lifestyles of our customers. We sincerely thank Toyota for its continued trust, confidence, and for honoring Bridgestone as a trusted partner. Building on this trust, we remain committed to further enhancing the driving experience into the future.”

Mr. Akihito Ishii, Managing Director of Thai Bridgestone Co., Ltd., received The Best Safety Award

Mr. Akihito Ishii, Managing Director of Thai Bridgestone Co., Ltd., said, “The Best Safety Award reflects Bridgestone’s strong commitment to elevating safety standards to meet Toyota’s requirements. We are dedicated to advancing safety innovation and initiatives across all aspects to ensure confidence in every journey for our customers. We sincerely thank Toyota for its trust in Bridgestone as a valued business partner, which serves as a key driving force for us to deliver value and high-quality mobility solutions to Thai society.”

About Bridgestone in Thailand:    Bridgestone is a global leader in tires and rubber building on its expertise to provide solutions for safe and sustainable mobility. In Thailand, Thai Bridgestone Co., Ltd. (TBSC) is a leading manufacturer in the Thai automotive industry, while Bridgestone Sales (Thailand) Co., Ltd. (BSTL) is the exclusive importer & distributor, and supervises the marketing strategy for Bridgestone, Firestone and Dayton branded tires in Thailand. Bridgestone is a brand trusted by its customers, dealers and business partners. Bridgestone offers a diverse product portfolio of premium tires and advanced solutions backed by innovative technologies, improving the way people around the world move, live, work and play.               

“แลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล34” โพรไบโอติกประจำถิ่น ลดการอักเสบ ในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง

แพทยศาสตร์ จุฬา วิจัยค้นพบโพรไบโอติกแลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล 34 ซึ่งช่วยลดสารพิษยูรีเมียและไซโตไคน์ที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบเพื่อช่วยผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังในระยะก่อนล้างไต ปัจจุบัน ร่วมมือกับบริษัทยาพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโพรไบโอติกสัญชาติไทยเพื่อคนไทย 

ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่เป็นโพรไบโอติกกำลังได้รับความนิยมในหมู่ผู้บริโภคสายสุขภาพ ด้วยคุณประโยชน์ในการบำรุงและสร้างเสริมสุขภาพ ผลิตภัณฑ์ที่รู้จักกันดีก็อย่างเช่น โยเกิร์ต นมเปรี้ยว ที่มีจุลินทรีย์ตัวดีช่วยในการทำงานของลำไส้และระบบการขับถ่าย

แต่โพรไบโอติกไม่ได้มีดีเพียงเท่านั้น วิทยาศาสตร์และการแพทย์สมัยใหม่ยังพบความมหัศจรรย์ของจุลชีพในลำไส้อีกมากมายหลายสายพันธุ์ ที่สามารถช่วยบรรเทาภาวะความเจ็บป่วยและความเสื่อมของร่างกายได้ เช่น ภาวะไตเรื้อรัง โดยล่าสุด ศาสตราจารย์ ดร. สมหญิง ธัมวาสร และ รองศาสตราจารย์ ดร.นพ.อัษฎาศ์ ลีฬหวนิชกุล หน่วยภูมิคุ้มกันวิทยา ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์โพรไบโอติกแลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล34 รูปแบบผงเพื่อผู้ป่วยที่มีภาวะไตวายเรื้อรัง

ศ. ดร. สมหญิง ธัมวาสร และ รศ. ดร.นพ.อัษฎาศ์ ลีฬหวนิชกุล หน่วยภูมิคุ้มกันวิทยา ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ

“จากการทดลองพบว่า เมื่อผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังทานโพรไบโอติกแลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล34 เป็นระยะเวลา 1 เดือน ปริมาณสารพิษยูรีเมียและไซโตไคน์ที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบ ลดลง อย่างมีนัยสำคัญ” รศ. ดร.นพ.อัษฎาศ์กล่าว

“โพรไบโอติกแลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล 34 เป็นแบคทีเรียประจำถิ่นของคนไทย จึงน่าจะเป็นอาหารเสริมที่เหมาะสมกับคนไทย”

โพรไบโอติก แลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล34

โพรไบโอติกแลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล34 ถูกค้นพบครั้งแรกโดยศาสตราจารย์ ดร.สมหญิง ธัมวาสร จากภาควิชาจุลชีววิทยา จุฬาฯ เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว

การวิเคราะห์หาลำดับดีเอ็นเอ (Sequencing Analysis) และพบว่าแบคทีเรียในลำไส้ที่ชื่อว่าโพรไบโอติก แลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล34 มี Sequence ไม่เหมือนตัวอื่น

“ท่านศึกษาเชื้อแบคทีเรียในเด็กทารก โดยสกัดโพรไบโอติกจากอุจจาระของทารกมาศึกษาแล้วพบว่ามีเชื้อบางกลุ่มที่น่าสนใจ” รศ. ดร.นพ.อัษฎาศ์อธิบายการทดสอบต่อไปว่า “วิธีทำคือแยกเชื้อแบคทีเรียจากอุจจาระและมีอาหารเลี้ยงเชื้อ เราใส่อาหารที่แบคทีเรียชอบ มันก็จะเจริญเติบโตขึ้นมา เมื่อได้กลุ่มเชื้อแบคทีเรียแล้วก็จะมาวิเคราะห์ดูว่าแบคทีเรียตัวนี้มีคนเคยเจอหรือยัง หรือเป็นแบบเฉพาะที่ยังไม่มีคนเคยเจอ เราทำการวิเคราะห์หาลำดับดีเอ็นเอ (Sequencing Analysis) และพบว่าแบคทีเรียในลำไส้ที่ชื่อว่าโพรไบโอติก แลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล34 มี Sequence ไม่เหมือนตัวอื่น เป็นแลคโตบาซิลัสพันธุ์จำเพาะ ที่ไม่เหมือนกับแบคทีเรีย แลคโตบาซิลัส แรมโนซัส ตัวอื่นๆ” 

โพรไบโอติกกับสุขภาพ

รศ. ดร.นพ.อัษฎาศ์ อธิบายว่า “โพรไบโอติก” คือจุลชีพที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งอาจเป็นเชื้อแบคทีเรีย รา หรือยีสต์ก็ได้ แต่ส่วนใหญ่แล้วจะหมายถึงเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในลำไส้

“ในร่างกายมนุษย์มีเชื้อแบคทีเรียทั้งดีและไม่ดี แบคทีเรียดีจะทำการสร้างสารอาหารบางอย่างที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งร่างกายสร้างเองไม่ได้ เช่น กรดไขมันสายสั้น1 (Short-chain Fatty Acids) และวิตามินบางอย่าง โดยโพรไบโอติกช่วยย่อยไฟเบอร์ ย่อยอาหารที่ร่างกายย่อยไม่ได้ และยังช่วยแย่งอาหารจากแบคทีเรียไม่ดี ทำให้แบคทีเรียไม่ดีลดจำนวนลง และแบคทีเรียดีก็จะเพิ่มจำนวนมากขึ้น”

ปัจจุบัน สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้กำหนดโพรไบโอติกที่สามารถใช้ในอาหารว่ามีทั้งหมด 23-24 สายพันธุ์ เช่น บิฟิโดแบคทีเรียม (Bifidobacterium) และ แลคโตบาซิลลัส (Lactobacillus หรือ Lacticaseibacillus) ทั้งยังรวมถึงเชื้อจำเพาะบางชนิด เช่น สแตฟฟิโลคอกคัส (Staphylococcus sciuri) และโปรปิโอนิแบคทีเรียม (Propionibacterium arabinosum) โดยแลคโตบาซิลัสเป็นชื่อโพรไบโอติกที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่รู้จักและคุ้นหูที่สุด  

“แลคโตบาซิลัสเป็นกลุ่มของแบคทีเรียกลุ่มหนึ่ง มีคุณสมบัติในการสร้างกรด lactic ได้ดี ทำให้ถูกนำไปผลิตเป็นนมเปรี้ยวและโยเกิร์ต” รศ. ดร.นพ.อัษฎาศ์ อธิบาย

“ในกลุ่มแลคโตบาซิลัสมีนามสกุลย่อย เราเรียกว่าสปีชีส์ เช่น แรมโนซัส (Rhamnosus) และคาเซอิ (Casei) ทั้งสองสปีชีส์จัดอยู่ในกลุ่มเดียวกันและมีความใกล้เคียงกันมาก เช่น การย้อมติดสี และ เป็นแบคทีเรียที่ไม่ชอบออกซิเจนเหมือนกัน แต่ก็มีความแตกต่างกันทางชีวเคมีบ้างเล็กน้อย เราก็เลยแยกเป็นคนละสปีชีส์”

โพรไบโอติกรักษาอาการอักเสบโรคไตเรื้อรัง

จากนั้น รศ. ดร.นพ.อัษฎาศ์ นำเอาโพรไบโอติกแลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล34 มาทำวิจัยกับสัตว์ทดลอง เริ่มตั้งแต่โมเดลการติดเชื้อในลำไส้ โมเดลการติดเชื้อทางกระแสเลือด และโมเดลโรคไต พบว่าในโมเดลโรคไต โพรไบโอติกลดปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบได้ เมื่อเทียบกับสัตว์ทดลองที่ไม่ได้ให้โพรไบโอติก

“โรคไตจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของของเสียบางอย่าง เนื่องจากขับออกทางปัสสาวะไม่ได้หรือขับออกได้น้อยลง”

“เราเริ่มทำในโมเดลของสัตว์ทดลองก่อน สัตว์ทดลองที่มีไตอยู่ 1 ใน 6 ส่วนของไตปกติจะมีการคั่งของของเสียที่ขับทางปัสสาวะเหมือนในคน เราให้โพรไบโอติกเข้าไปวันละครั้งนาน 3 เดือน พบว่าสามารถลด Gut-derived Uremic Toxins (GDUTs) หรือสารพิษยูรีเมียที่เกิดในลำไส้”

รศ. ดร.นพ.อัษฎาศ์อธิบายว่า “โรคไตจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของของเสียบางอย่างเนื่องจากขับออกทางปัสสาวะไม่ได้หรือขับออกได้น้อยลง ของเสียเหล่านั้นจึงขับออกทางลำไส้แทนและจะถูกใช้โดยแบคทีเรียบางกลุ่มที่อยู่ลำไส้แล้วผลิตออกมาเป็นกลุ่มของสารที่ชื่อว่า GDUTs ซึ่งทำให้เกิดการอักเสบเพิ่มขึ้น เกิดการแข็งตัวของหลอดเลือดส่งผลให้เกิดโรคเส้นเลือดสมองตีบหรือแตก และโรคหัวใจได้ง่ายขึ้น ทั้งยังเกิดการเสื่อมของไตเร็วขึ้นอีกด้วย”

“แต่เมื่อเราให้โพรไบโอติก แลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล34 ซึ่งเป็นแบคทีเรียดี มันเข้าไปช่วยลดแบคทีเรียไม่ดี ส่งผลให้ สารพิษยูรีเมียดังกล่าวลดลง”

เมื่อการทดลองในสัตว์ได้ประสิทธิผลดี รศ. ดร.นพ.อัษฎาศ์จึงได้ดำเนินการทดลองระยะต่อไปกับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังเมื่อปี 2567

“เราให้ผู้ป่วยรับประทานโพรไบโอติกแลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล34 ในรูปแบบผงประมาณ 1 เดือน แล้วเจาะเลือดพบว่าค่า Gut-derived Uremic Toxin และไซโตไคน์ซึ่งเป็นปัจจัยที่วัดการอักเสบในเลือดนั้นลดลง แต่การทำงานของไตยังคงไม่เปลี่ยนแปลง”

รศ. ดร.นพ.อัษฎาศ์กล่าวว่าโพรไบโอติกแลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล34 เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคไตระยะที่ 3 – 5 ในระยะก่อนที่ผู้ป่วยจะล้างไต (อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับระยะโรคไตเรื้อรังในล้อมกรอบ)

“สำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่ยังไม่จำเป็นต้องได้รับการล้างไตนั้น การรับประทานโพรไบโอติกแลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล34 อาจช่วยลดการอักเสบได้ แต่สำหรับผู้ป่วยระยะที่ 5 ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการล้างไตนั้น อาจจะต้องให้โพรไบโอติกร่วมกับการล้างไต ซึ่งจะได้ผลดีหรือไม่นั้นคงต้องทำการศึกษาเพิ่มเติม ผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้ที่จะต้องทำการรักษาทดแทนไตแต่ไม่ได้รับการรักษานั้นอาจจะเกิดผลเสียที่รุนแรงถึงชีวิต จากการที่เกิดการสะสมของสารพิษยูรีเมีย เกิดภาวะซึม มีน้ำเกินในปอดหอบและหายใจไม่ได้ ตัวบวม เลือดออกในเยื่อหุ้มหัวใจส่งผลการบีบตัวของหัวใจผิดปกติและเสียชีวิตได้ คงต้องเน้นว่าการให้โพรไบโอติกเป็นเพียงการรักษาเสริมเพิ่มจากการรักษาตามมาตรฐานเท่านั้น ไม่สามารถทดแทนการรักษาตามมาตรฐานปัจจุบันได้”

อ่านบทความฉบับสมบูรณ์ที่ https://www.chula.ac.th/highlight/282148/

“จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นมหาวิทยาลัยที่สร้างนวัตกรรมเพื่อสังคม และได้รับการจัดอันดับว่าเป็นมหาวิทยาลัยมีชื่อเสียงติด 100 อันดับแรกของโลกด้านชื่อเสียงทางวิชาการ โดย (QS) World University Rankings 2021-2022, 2025-2026

“Lactobacillus rhamnosus L34”: A Native Probiotic That Reduces Inflammation in Patients with Chronic Kidney Disease

Researchers from the Faculty of Medicine at Chulalongkorn University have identified a native probiotic strain, Lactobacillus rhamnosus L34, that may help reduce inflammation and toxin buildup in patients with chronic kidney disease (CKD) before dialysis. The discovery highlights the growing role of microbiome-based therapies in managing chronic diseases and has led to the development of a Thai-made probiotic supplement tailored specifically for Thai patients.
DNA Sequencing analysis found that a gut bacterium called Lactobacillus rhamnosus L34 has unique genetic sequence

Probiotics are widely known for supporting digestive health, commonly consumed through yogurt and fermented dairy products. However, recent advances in medical research have revealed that certain probiotic strains can play a broader role in regulating inflammation and metabolic processes linked to chronic illnesses, including CKD. Building on this understanding, Prof. Dr. Somying Tumwasorn and Assoc. Prof. Dr. Asada Leelahavanichkul from Chulalongkorn University’s Department of Microbiology have developed a powdered probiotic formulation of Lactobacillus rhamnosus L34 for patients with chronic kidney failure.

Clinical findings showed that patients with CKD who consumed the probiotic daily for one month experienced significant reductions in gut-derived uremic toxins and inflammation-related cytokines-key contributors to disease progression, while kidney function itself remained unchanged.  This finding indicates that the probiotic can be a supportive therapy to standard treatment. Also, the strain is particularly notable because it is native to Thai people, suggesting better compatibility with local gut microbiota.

Prof. Dr. Somying Tumwasorn, Division of Bacteriology (left) & Assoc. Prof. Dr. Asada Leelahavanichkul, Division of Immunology, Department of Microbiology, (right) Faculty of Medicine, Chulalongkorn University

Before human trials, the research team tested L. rhamnosus L34 in animal models of intestinal infection, bloodstream infection, and kidney disease. In kidney disease models, the probiotic reduced inflammation-related markers by suppressing harmful gut bacteria that generate uremic toxins. These toxins are known to worsen inflammation, promote arterial stiffness, increase cardiovascular risk, and accelerate kidney deterioration.

The probiotic has now been patented, with production assigned to Greater Pharma Co., Ltd. Its powdered form was specifically designed for CKD patients who must limit their fluid intake and avoid high-phosphate foods such as yogurt. The formulation can be mixed with a small amount of water or food, making it practical for daily use.

Looking ahead, researchers aim to study the effects of longer-term supplementation, strategies to help probiotics persist in the gut, and the potential of prebiotics, synbiotics, and probiotic-derived molecules such as short-chain fatty acids. Ultimately, the team hopes to see affordable, Thai-developed microbiome-based health products for patients nationwide.

Continue reading a full article on the website: https://www.chula.ac.th/en/highlight/286180/

“Chulalongkorn University sets the standard as a university of innovations for society and is listed in the World’s Top 100 Universities for Academic Reputation, in the Quacquarelli Symonds (QS) World University Rankings 2021-2022, 2025-2026”

Source: Chulalongkorn University Communication Center

Wednesday, April 8, 2026

Lau Yee Wa จากฮ่องกง ผงาดคว้า Grand Prize ‘ชมนาดอินเตอร์ 2026’ ชูผลงาน ‘Tongueless’ สะท้อนพลังวรรณกรรมสตรีระดับสากล

ในโลกของวรรณกรรม บางเรื่องเล่าอาจถูกซ่อนไว้ แต่รางวัลชมนาดในปีนี้เลือกที่จะเปิดพื้นที่นั้นให้กว้างกว่าที่เคย ด้วยการขยับสถานะจากระดับชาติสู่ระดับสากล ภายใต้ชื่อ Chommanard International Women’s Literary Award 2026 จากความร่วมมือของ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จำกัด ความพิเศษของปีนี้คือการขยายพรมแดนไปไกลถึง 13 ประเทศและเขตเศรษฐกิจทั่วอาเซียน จีน ฮ่องกง และไต้หวัน เพื่อค้นหา ‘หัวใจ’ ของผู้หญิงที่สะท้อนผ่านหน้ากระดาษ พร้อมรางวัลเกียรติยศ Grand Prize มูลค่า 500,000 บาท เป็นเครื่องการันตีคุณภาพ

จากผลงานกว่า 70 เรื่องที่ส่งเข้ามาจากทั่วภูมิภาค คณะกรรมการได้กลั่นกรองจนเหลือเพียง 8 ผลงานคุณภาพ ที่ผ่านเข้าสู่รอบตัดสิน ซึ่งแต่ละเล่มล้วนแบกรับเรื่องราวและแรงบันดาลใจที่แตกต่างกัน ได้แก่

1. The Sea Speaks His Name โดย Leila S. Chudori (อินโดนีเซีย)

2. Chinatown โดย Doan Anh Thuan (เวียดนาม)

3. Memories of the Memories of the Black Rose Cat โดย วีรพร นิติประภา (ไทย)

4. Tongueless โดย Lau Yee Wa (ฮ่องกง)

5. Mountains More Ancient โดย Isna Marifa (อินโดนีเซีย)

6. The Mountains Sing โดย Nguyen Phan Que Mai (เวียดนาม)

7. Taiwan Travelogue โดย Yang Shuang Zi (ไต้หวัน)

8. The Age of Goodbyes โดย Li Zi Shu (มาเลเซีย)

ก่อนจะถึงค่ำคืนสำคัญ เหล่านักเขียนทั้ง 8 ท่าน ได้มีโอกาสเดินทางย้อนเวลาผ่านทริป ‘One Day Trip to Ayutthaya’ เพื่อสัมผัสมรดกโลกและรากเหง้าของไทย ก่อนจะกลับมาสำรวจชีพจรการอ่านในกรุงเทพฯ กับกิจกรรม ‘Media & Publishing Tour’ เพื่อสัมผัสระบบนิเวศสื่อและการพิมพ์ของไทย กิจกรรมเหล่านี้เปรียบเสมือนการหล่อหลอมบริบททางวัฒนธรรมให้นักเขียนแต่ละคนได้ทำความรู้จักกับอุตสาหกรรมวรรณกรรมไทยให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

‘Lau Yee Wa’ นักเขียนฮ่องกง ผงาดคว้ารางวัล Grand Prize ชมนาดอินเตอร์ 2026

บทสรุปแห่งความภาคภูมิใจถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติในค่ำคืนวันที่ 3 เมษายน 2569 ณ งานกาล่า ‘Elite Plus Magazine 12th Anniversary Gala Celebration’ โดยได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงร่วมเป็นสักขีพยาน ได้แก่ ชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), อาทร เตชะธาดา ผู้ก่อตั้งนิตยสาร Elite Plus และ ดร.พิสุทธิ์ เลิศวิไล กรรมการบริหาร บริษัท อีลิท ครีเอทีฟ จำกัด พร้อมด้วยเหล่าคนดังในแวดวงวรรณกรรม และแขกผู้มีเกียรติจากหลากหลายวงการ ที่พร้อมใจกันมาร่วมเป็นสักขีพยานในก้าวที่ยิ่งใหญ่ของรางวัลชมนาดปีนี้

และวินาทีที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง เมื่อชื่อของ Lau Yee Wa นักเขียนจากฮ่องกง ถูกประกาศในฐานะผู้คว้ารางวัลสูงสุด Grand Prize Award Winner จากผลงานเรื่อง ‘Tongueless’ นวนิยายที่สั่นสะเทือนความรู้สึกผ่านเรื่องราวการดิ้นรนในระบบการศึกษา

ถ้อยแถลงจากใจ เสียงที่ก้าวข้ามกำแพงภาษา

เมื่อขึ้นรับรางวัลบนเวที Lau Yee Wa ได้ถ่ายทอดความรู้สึกและแง่คิดอันลึกซึ้งผ่านถ้อยแถลงที่ทำให้ทั้งหอประชุมต้องหยุดฟัง เธอกล่าวว่า จากส่วนลึกของหัวใจ ฉันขอขอบคุณเป็นอย่างสูงสำหรับรางวัลชนะเลิศในครั้งนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เกินความคาดหมายของฉันอย่างมาก เมื่อตอนที่ฉันตีพิมพ์หนังสือเล่มนี้ที่ฮ่องกงในปี 2019 ฉันไม่เคยคิดฝันเลยว่ามันจะได้รับการแปลเป็นภาษาต่างๆ มากมาย ทั้งอังกฤษ ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย ตุรกี และที่สำคัญที่สุดคือ ภาษาไทย

“มีนักข่าวเคยถามฉันว่า หนังสือเล่มนี้จะแปลเป็นภาษาอื่นได้จริงหรือ ในเมื่อเนื้อหามีการใช้ภาษากวางตุ้งเยอะมากและมีบริบทที่เป็นท้องถิ่นฮ่องกงจ๋าขนาดนี้ ในตอนนั้นฉันตอบไปว่า ‘ไม่น่าได้’ ฉันคิดว่ามันคงอ่านกันแค่ในฮ่องกงเท่านั้น แต่โชคดีเหลือเกินที่วันนี้มันถูกส่งต่อผ่านงานแปล จนทำให้ฉันได้มายืนอยู่บนเวทีนี้เพื่อรับรางวัลอันทรงเกียรติที่ประเทศไทย ฉันขอขอบคุณคณะกรรมการรางวัลชมนาด คณะกรรมการตัดสินทุกท่าน และประเทศไทยจากใจจริง”

เธอยังได้ขยายความถึงความหมายเบื้องหลังผลงานที่เชื่อมโยงกับสันติภาพว่า เมื่อคณะกรรมการแจ้งหัวข้อสปีชในวันนี้คือ ‘Deschooling Society for Global Peace’ (การถอดถอนความเป็นโรงเรียนเพื่อสันติภาพโลก) ฉันยอมรับว่าตกใจ เพราะตอนที่เขียนนวนิยายเรื่องนี้ ฉันไม่ได้นึกถึงสันติภาพโลกเลย สิ่งเดียวในใจของฉันคือ ‘ฮ่องกง’ แต่เมื่อฉันได้ใคร่ครวญถึงหัวข้อนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ฉันจึงพบความเชื่อมโยงที่ลึกซึ้งระหว่างฮ่องกงกับโลกใบนี้ในแง่มุมของการ ‘ถอดถอนความเป็นโรงเรียน’

“ฉันไม่ได้ตั้งใจเขียนนวนิยายการเมือง ฉันเพียงแค่อยากเล่าเรื่องราวของครูสอนภาษาจีนธรรมดาๆ สองคน ที่ต้องดิ้นรนอยู่ในระบบการศึกษาที่เน้นแต่การสอบและการแข่งขัน จนหลงลืมความงดงามของภาษาและตัวตนของตัวเองไป

“ในเรื่อง ‘Tongueless’ ฉันไม่ได้ใช้ภาษาที่เป็นทางการหรือปลอบประโลมใจ แต่ฉันเลือกที่จะปล่อยให้ความเจ็บปวด ความทนทุกข์ การขัดขืนอย่างเงียบเชียบ และความต้องการที่จะมีสิทธิ์เลือก ได้ส่งเสียงออกมาในรูปแบบที่ดิบและจริงที่สุด ซึ่งนั่นทำให้ฉันได้ค้นพบ ‘เสียง’ ของตัวเองอีกครั้ง และฉันหวังว่าผู้อ่านทุกคนที่อ่านหนังสือเล่มนี้จบ จะเริ่มได้ยินเสียงของตัวเองเช่นกัน”

บทเรียนสู่โลก 5 แนวทาง เพื่ออิสรภาพทางความคิด

นอกจากสปีชที่กินใจ Lau Yee Wa ยังได้ฝากแง่คิดเรื่องการ ‘ถอดถอนความเป็นโรงเรียน’ (Deschooling) เพื่อคืนอิสรภาพให้กับการเรียนรู้และตัวตนของมนุษย์ ผ่านแนวทาง 5 ข้อที่นำไปปรับใช้ได้จริง

1. เมื่อพบเด็กที่เหนื่อยล้าจากการสอบ จงถามตัวเองว่านี่คือการศึกษาหรือแค่การกะเกณฑ์ ปล่อยให้พวกเขาได้เล่นและมีความมหัศจรรย์ในวัยเยาว์บ้าง

2. เมื่อพบว่าตนเองใช้แต่ถ้อยคำที่ ‘ได้รับอนุมัติ’ ลองหยุดคิดว่าคุณยังมีสิทธิ์เลือกไหม และจงกล้าใช้เสียงที่แท้จริงแสดงตัวตนออกมา

3. เมื่อฟังผู้อื่น จงฟังเพื่อเรียนรู้ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ไม่ใช่เพื่อจ้องจะแก้ไขเขา

4. เมื่อเผชิญกับมาตรฐานเดียวกันไปหมด จงจำไว้ว่าเรามี ‘ทางเลือกอื่น’ เสมอ และควรสนับสนุนนโยบายที่ขยายขอบเขตของเสรีภาพ

5. การหยุดให้สถาบันผูกขาดความรู้ ดึงการศึกษากลับคืนสู่ชีวิตจริงที่ยุ่งเหยิงแต่มีความสุข และเปิดรับทุกเสียงที่เปล่งออกมา

“ฉันยินดีที่จะอุทิศชีวิตที่เหลือในฐานะนักเขียน เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิวัติเงียบในครั้งนี้” เธอกล่าวทิ้งท้ายท่ามกลางเสียงปรบมือกึกก้อง ปิดฉากค่ำคืนแห่งการประกาศเกียรติคุณ Chommanard International Women’s Literary Award 2026 ที่ตอกย้ำว่า พลังแห่งวรรณกรรมสตรีคือกลไกสำคัญที่จะขับเคลื่อนโลกใบนี้ไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน