Friday, July 3, 2026

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคกลาง จับมือ 4 พันธมิตรเปิดตัว “เที่ยวใกล้…ได้เรื่อง Food Book Story” พลิกโฉมท่องเที่ยวภาคกลาง ดึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีใช้ “อาหาร” นำทางเล่าเรื่องปลุกกระแส Gen Y-Z สู่เมืองน่าเที่ยว

 

    วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคกลาง ผนึกกำลังร่วมกับ 4 พันธมิตรชั้นนำ ได้แก่ บริษัท ชิมไทย จำกัด, บริษัท อีวี ออลล์ โซลูชั่น จำกัด พร้อมด้วยพันธมิตรผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ สถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น (PTT Station) และ คาเฟ่ อเมซอน (Café Amazon) ภายใต้ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ร่วมกันเปิดตัวแคมเปญยิ่งใหญ่แห่งปี “เที่ยวใกล้…ได้เรื่อง Food Book Story” มุ่งขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) ยกระดับสู่การท่องเที่ยวเชิงคุณค่า (Value-based Tourism) ผ่านนวัตกรรมดิจิทัล พลังงานสะอาดและสื่อล้ำสมัย เพื่อสร้างประสบการณ์การเดินทางที่สมบูรณ์แบบและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่อย่างกลุ่ม Gen Y และ Gen Z อย่างลงตัว

นางสาวสุภาพันธุ์ จันทร์งาม ผู้อำนวยการกองตลาดภาคกลาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผย โครงการนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิดเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ “เที่ยวใกล้ สุขใจทั้งปี” โดยดึงเอาเสน่ห์ของอาหารและวิถีชีวิตท้องถิ่นมาเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงเรื่องราว (Story Connector) ปลุกกระแสคนเมืองให้เดินทางท่องเที่ยวระยะสั้น (Short-Haul) ภายใน 1-3 ชั่วโมง จากกรุงเทพฯ พร้อมขับเคลื่อนกลยุทธ์ “เที่ยวเมืองรองสู่เมืองหลัก” กระจายนักท่องเที่ยวไปยังจังหวัดนำร่อง 17 จังหวัดในเขตรับผิดชอบของ ททท. ภาคกลาง ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, พระนครศรีอยุธยา, นครปฐม, ลพบุรี, สมุทรสงคราม, สมุทรสาคร, ราชบุรี, เพชรบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, กาญจนบุรี, สิงห์บุรี, อ่างทอง, ชัยนาท, สระบุรี นนทบุรี, ปทุมธานี, สุพรรณบุรี พร้อมทั้งเหมาะสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวระยะสั้น (Short Trip) เพื่อสร้างความสมดุลของจำนวนนักท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการชุมชนอย่างสูงสุด

โดยโครงการฯ ได้รับความร่วมมือจากพันธมิตร 3 มิติสำคัญ ดังนี้:

1. มิติด้านอัตลักษณ์อาหารท้องถิ่น ผ่านมุมมอง Thai Gastronomy: บริษัท ชิมไทย จำกัด

​ผู้เชี่ยวชาญด้านการยกระดับภูมิปัญญาท้องถิ่นและผลิตภัณฑ์จากวัตถุดิบไทย เข้ามารับบทบาทสำคัญในการคัดเลือกร้านอาหารคุณภาพที่สะท้อนถึงอัตลักษณ์และเสน่ห์ที่แท้จริงของ “5 เส้นทางรสชาติ” (Taste Routes) เพื่อส่งเสริมเมืองน่าเที่ยว (Hidden Gem Cities) ประกอบด้วย:

  • เส้นทาง Urban Fringe & Lifestyle Route จังหวัดปทุมธานี Escape to Pathum เที่ยวใกล้กรุง สุขครบวันเดียวที่ปทุมธานี
  • เส้นทาง Hidden Tastes of Samut Songkhram จังหวัดสมุทรสงคราม สัมผัสวิถีชีวิตสายน้ำ ลิ้มรสวัตถุดิบท้องถิ่น   และเสน่ห์บ้านสวนริมคลอง
  • เส้นทาง Art & Nature Route จังหวัดกาญจนบุรี คราฟต์ฟาร์ม ธรรมชาติ และศิลปะกลางเมืองกาญจน์
  • เส้นทาง The Taste of Singburi จังหวัดสิงห์บุรี เปิดรสชาติใหม่เมืองรอง…เมื่อวัตถุดิบท้องถิ่นเล่าเรื่องราว
    ของสิงห์บุรี
  • เส้นทาง Time Travel & Taste จังหวัดนครปฐม วีถีชีวิตร่วมสมัยใกล้กรุง ละเมียดรสไทยโบราณ เสน่ห์นครปฐม

2. มิติด้าน Green Eats & Green Travel: บริษัท อีวี ออลล์ โซลูชั่น จำกัด

​ผู้ให้บริการสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charger) ตอบรับเทรนด์การเดินทางยุคใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม สอดรับกับแนวคิดการท่องเที่ยวสีเขียว โดยเข้ามามีบทบาทในการสนับสนุนกิจกรรม เพื่อสร้างแรงจูงใจและขับเคลื่อนให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวด้วยพลังงานสะอาดในพื้นที่ภาคกลางอย่างแท้จริง

3. มิติแรงขับเคลื่อนสำคัญและจุดแวะพักหลักของนักเดินทาง

สถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น (PTT Station) และ คาเฟ่ อเมซอน (Café Amazon) ภายใต้ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) แบรนด์ผู้นำที่เป็นจุดแวะพักหลักและมอบความสดชื่นให้กับทุกคนทั่วภูมิภาคกลาง ได้เข้ามาร่วมเป็นหนึ่งในพันธมิตรผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ ซึ่งเปรียบเสมือนจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่เข้ามาเติมเต็มให้แคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยวระยะสั้น (Short Trip) ครั้งนี้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น โดยเข้ามามีบทบาทในการสนับสนุนและประชาสัมพันธ์กิจกรรมการตลาดเพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนไปด้วยกัน

ไฮไลต์กิจกรรมหลักในโครงการฯ

โครงการ เที่ยวใกล้ได้เรื่อง Food Book Story” มาพร้อมกับเครื่องมือและแคมเปญสุดพิเศษที่จะเปลี่ยนทุกการเดินทางให้สนุกและคุ้มค่ายิ่งขึ้น

  • E-Coupon “รับคูปองส่วนลดจากโครงการฯ ผู้ใช้งาน 1 ท่าน สามารถสะสมคูปองมุลค่า 50 บาท ได้สูงสุด 5 คูปอง มูลค่ารวมสูงสุด 250 บาท ตลอดอายุของโครงการ และการใช้งานสามารถใช้ได้ 1 คูปอง ต่อครั้งต่อ 1 ใบเสร็จ

หมายเหตุ: คูปองส่วนลดมีอายุการใช้งาน สิ้นสุดวันที่ 15 สิงหาคม 2569

  • Eat Your Story (Interactive Map): แผนที่อัจฉริยะบนระบบ Google Map นำทางสู่จุดเช็กอิน 5 เส้นทางรสชาติ พร้อมระบบสะสมแต้มดิจิทัล (E-Stamp) และระบบวิเคราะห์ข้อมูล (Smart Data Tracking)
  • แคมเปญยิ่งเที่ยวใกล้ยิ่งได้เรื่อง” (Distance-Based Rewards): มอบแพ็กเกจพิเศษ “Food Book Exclusive” ร่วมกับร้านค้าพันธมิตรกว่า 25 ร้าน มอบส่วนลด 5% – 10% หรือเมนูพิเศษ “Must Taste” อีกมากมาย
  • Official Content Contest: ชวนนักท่องเที่ยวร่วมสร้าง User-Generated Content (UGC) ถ่ายทอดความประทับใจผ่านดิจิทัลบุ๊กหรือวิดีโอสั้น ชิงรางวัลสุดพิเศษรวม 5 รางวัล มูลค่ารวมสูงสุด 25,000 บาท

หัวข้อการประกวด: “เที่ยวใกล้…ได้เรื่อง: My Local Story” ผ่านสื่อและช่องทางออนไลน์ของ Gourmet & Cuisine

กติกา: เพียงสร้างสรรค์คลิปสั้น TikTok/Reels หรือรีวิวดิจิทัล Facebook เพื่อบอกเล่าเรื่องราวความประทับใจผ่านเมนูอาหาร บรรยากาศและประสบการณ์ท่องเที่ยวใน 5 เส้นทางนำร่อง พร้อมคอมเมนต์ใต้โพสต์แคมเปญของสื่อออนไลน์ Gourmet & Cuisine

เกณฑ์การตัดสิน: พิจารณาจากยอดผู้เข้าชม (Views), ยอดการกดถูกใจ (Likes) และยอดการส่งต่อ (Shares) สูงสุด ผ่านแพลตฟอร์มโซเซียลมีเดียที่กำหนด พร้อมติดแฮซแท็กกิจกรรม #Foodbookstory #เที่ยวใกล้ได้เรื่อง #MyLocalStory #AmazingThailand #เที่ยวภาคกลาง #เที่ยวกลางเที่ยวใกล้เที่ยวได้เลย

ส่งผลงานเข้าประกวดได้ตั้งแต่วันที่ 3 – 31 ก.ค. 2569 คัดเลือกผู้ชนะ 5 รางวัล รวมมูลค่ารางวัลกว่า 25,000 บาท ประกาศผลผู้ชนะวันที่ 10 ส.ค. 2569

  • แคมเปญยิ่งเที่ยวใกล้ ยิ่งได้เรื่อง” (Travel & Spending Stimulus): รับคะแนนสะสมพิเศษ 2 เท่า (Double Points) เมื่อเช็กอินในจังหวัดเมืองน่าเที่ยว เพื่อสะสมคะแนนสูงสุดเป็น Top Spender 20 อันดับแรก สามารถเริ่มสะสมคะแนนได้ตั้งแต่วันนี้ 1 ก.ค. – 15 ส.ค. 2569 และ ประกาศผลวันที่ 19 ส.ค. 2569

รายชื่อ 25 ร้านค้าเข้าร่วมโครงการ เที่ยวใกล้ได้เรื่อง Food Book Story

  1. อย่างเก่าก่อน (Yang Gao Gorn) จังหวัดกรุงเทพมหานคร   โทร. 099-024-2021
  2. เดอะ วิลเลจ ฟาร์ม ทู คาเฟ่ (The Village Farm To café) จังหวัดกาญจนบุรี  โทร. 063-192-9582
  3. คีรีธารา ริเวอร์ไซด์ (Keeree Tara Riverside) จังหวัดกาญจนบุรี  โทร. 063-192-9582
  4. สำรับกับข้าว ริเวอร์ไซด์ ชัยนาท (Samrab Kabkaow Rierside Chainat) จังหวัดชัยนาท  โทร. 086-969-9924
  5. บ้านบุศยา ร้านอาหาร & รีสอร์ท (Busaya Resort & Cuisine) จังหวัดนครปฐม  โทร. 065-562-9144
  6. เลมอนมีฟาร์ม (Lemon Me Farm) จังหวัดนครปฐม  โทร. 084-767-9699
  7. ลิทเติ้ลทรี การ์เด้น (Litter Tree Garden) จังหวัดนครปฐม  โทร. 095-563-3319
  8. สวนทิพย์ (Suanthip) จังหวัด นนทบุรี  โทร. 082-366-9696
  9. ณ ปทุม คาเฟ่ (Na Pathum Cafe’) จังหวัดปทุมธานี  โทร. 086-992-2293
  10. บ้านเหนือน้ำ (Baan Nhuer Nham) จังหวัดปทุมธานี  โทร. 061-691-5963
  11. ศรีเสนาะ บูทีค (Srisanor Boutique) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  โทร. 099-695-4659
  12. ร้านอาหารชมวิวซีฟู้ด ชะอำ (CHOMVIEWSEAFOOD) จังหวัดเพชรบุรี  โทร. 081-757- 9704
  13. ครัวทอข้าว – Vela Pool (Tor Kao Cuisine) จังหวัดราชบุรี  โทร. 093-536-9355
  14. โคริ (Kori) จังหวัดลพบุรี  โทร. 089-500-3348
  15. ข้าวใหม่ปลามัน อัมพวา (Kaomaiplamun Amphawa) จังหวัดสมุทรสงคราม  โทร. 063 824 9996
  16. ตาลพวา (Tarnpawa) จังหวัดสมุทรสงคราม  โทร. 085-920-7979
  17. ภัตตาคารนิวรสทิพย์ (New Rosthip Restaurant) จังหวัดสมุทรสาคร  โทร. 081-819-1786
  18. วินน์คาเฟ่แอนด์ฟาร์มเฮ้าส์ (Wynn Cafe And Farmhouse) จังหวัดสระบุรี  โทร. 089-730-9793
  19. สวนอาหารแม่ลาปลาเผา (Maelaplapao) จังหวัดสิงห์บุรี  โทร. 080-910-8563
  20. เดอะด๊อกฟาเทอร์ (The Dogfather) จังหวัดสิงห์บุรี  โทร. 080-910-8563
  21. สวนอาหารบ้านตอไม้ (Baan Tormai) จังหวัดสุพรรณบุรี  โทร. 081-919-3935
  22. เดอะ เทอเรส (The Terrace Cafe) จังหวัดสุพรรณบุรี  โทร. 061-446-9442
  23. ร้านอาหาร บ้านไม้ริมน้ำ (Baan Mai Rim Num Restaurant) จังหวัดอยุธยา  โทร. 084-329-3333
  24. ปรางค์วิว อยุธยา (Prang View Ayutthaya) จังหวัดอยุธยา  โทร. 089-801-0138
  25. ร้านอาหารบอกต่อ (Bokk Toh Restaurant) จังหวัดอ่างทอง  โทร. 065-246-2288

โครงการเที่ยวใกล้ได้เรื่อง Food Book Story” พร้อมเปิดตัวและส่งมอบประสบการณ์ความอร่อย ออกเดินทางสู่ภาคกลางผ่านอาหาร วิถีชีวิต และวัฒนธรรมอันแท้จริง แล้วสร้าง My Local Story ในมุมมองของคุณ นักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจสามารถติดตามกิจกรรม โปรโมชันพิเศษ และร่วมสร้างเรื่องราวอาหารในแบบของคุณผ่านช่องทาง

LINE OA: @foodbookstory

Facebook: fb.com/foodbookstory

Instagram: foodbookstoryth

TikTok: @foodbookthailand

Website: www.foodbookstory.com

EPD บุกตลาด Ultra-Luxury เปิดตัว “Waterfall Villa” สู่แลนด์มาร์กการอยู่อาศัยเหนือระดับของภูเก็ต

Element Property Development (EPD) เปิดตัวโครงการแรกอย่างเป็นทางการ “Waterfall Villa” วิลล่าสุดหรูระดับ Ultra-Luxury ณ หาดกมลา จังหวัดภูเก็ต ภายใต้แนวคิด “One Monument of Infinite Sensation” ถ่ายทอดประสบการณ์การอยู่อาศัยเหนือระดับท่ามกลางวิวทะเลอันดามันและภูเขาแบบพาโนรามา

EPD เล็งเห็นโอกาสการเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับ Ultra-Luxury ในประเทศไทย ที่ได้รับความสนใจจากทั้งนักลงทุนและผู้ซื้อชาวไทยและต่างชาติอย่างต่อเนื่อง จึงพัฒนาโครงการที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมมอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่แตกต่างเหนือระดับ โดยเลือก “ภูเก็ต” เป็นทำเลสำคัญสำหรับโครงการนี้ เนื่องจากได้รับการยอมรับให้เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางระดับลักชัวรีที่โดดเด่นที่สุดของเอเชีย ทั้งในด้านการท่องเที่ยว และการอยู่อาศัยที่ผสานความเป็นส่วนตัวเข้ากับความสะดวกสบายได้อย่างลงตัว รายล้อมด้วยธรรมชาติอันงดงาม ไลฟ์สไตล์ริมทะเลที่เป็นเอกลักษณ์ และโอกาสในการสร้างมูลค่าเพิ่มจากการลงทุนในระยะยาว 

นอกจากนี้ EPD ยังมีความแข็งแกร่งจากการผสานศักยภาพของบริษัทในเครือที่ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบสถาปัตยกรรม การก่อสร้าง ไปจนถึงงานตกแต่งภายใน ทำให้ทุกองค์ประกอบของโครงการสามารถพัฒนาไปในทิศทางเดียวกันอย่างไร้รอยต่อ พร้อมส่งมอบมาตรฐานการอยู่อาศัยที่สะท้อนเอกลักษณ์ของภูเก็ตและตอบโจทย์ผู้พักอาศัยระดับโลกได้อย่างสมบูรณ์แบบ

โครงการ Waterfall Villa ถือเป็นการรวมพลังของ 3 บริษัทหลักภายใต้กลุ่ม EPD ที่ร่วมกันสร้างผลงานระดับไอคอนิกแห่งใหม่ของภูเก็ต ทั้งด้านสถาปัตยกรรม การก่อสร้าง และงานตกแต่งภายในแบบครบวงจร

ด้านงานออกแบบสถาปัตยกรรมโดย ARC Design and Consultant ถ่ายทอดแนวคิด “Modern-Day Castle” ผ่านการผสานองค์ประกอบจากธรรมชาติเข้ากับงานออกแบบร่วมสมัยอย่างลงตัว สร้างบรรยากาศที่ให้ความรู้สึกโอบล้อมด้วยธรรมชาติในทุกมิติของการอยู่อาศัย ผ่านพื้นที่เปิดโล่ง การเชื่อมต่อระหว่างภายในและภายนอกอย่างลงตัว และการเลือกใช้ Travertine Stone เป็นวัสดุหลัก เพื่อสร้างเอกลักษณ์ที่เรียบหรู อบอุ่น และเหนือกาลเวล

ในส่วนของงานก่อสร้าง ดำเนินการโดย Element Construction and Development ที่ให้ความสำคัญกับทุกรายละเอียด ตั้งแต่โครงสร้าง การวางผัง ไปจนถึงฟังก์ชันการใช้งาน เพื่อยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัยระดับลักชัวรี พร้อมเปิดรับวิวทะเลและธรรมชาติได้จากทุกชั้นของตัวบ้าน

ขณะที่งานเฟอร์นิเจอร์ Built-in ระดับพรีเมียมภายในโครงการ ถูกออกแบบและผลิตโดย Euro Design Furniture เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์และเอกลักษณ์เฉพาะของโครงการ Waterfall Villa เพื่อให้ทุกพื้นที่สะท้อนทั้งความสวยงาม ฟังก์ชัน และความสะดวกสบายในการอยู่อาศัยอย่างสมบูรณ์แบบ

Waterfall Villa โดดเด่นด้วยพื้นที่ใช้สอยรวมกว่า 3,820 ตารางเมตร แบ่งเป็นพื้นที่ภายในอาคาร (Indoor Living) กว่า 2,480 ตารางเมตร และพื้นที่ Outdoor Lifestyle อีกกว่า 1,340 ตารางเมตร ที่เชื่อมต่อกับธรรมชาติโดยรอบอย่างไร้รอยต่อ บนอาคารสูง 4 ชั้น ประกอบด้วย 3 Penthouse และ 3 ห้องนอน พร้อมพื้นที่ Entertainment, Wine Cellar, Commercial Kitchen และโซนพักผ่อนที่ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน เพื่อรองรับทั้งการใช้ชีวิตส่วนตัวและการสังสรรค์ระดับเอ็กซ์คลูซีฟ

Waterfall Villa ถือเป็นจุดเริ่มต้นของวิสัยทัศน์ระยะยาวของ EPD ในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรีที่มีเอกลักษณ์และคุณภาพระดับสากล โดยในอนาคตบริษัทมีแผนต่อยอดการพัฒนาโครงการในทำเลศักยภาพสำคัญของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น กรุงเทพมหานคร, ภูเก็ต, พัทยา และเขาใหญ่ ซึ่งล้วนเป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความสนใจจากทั้งนักลงทุนและผู้ซื้อระดับ High-Net-Worth จากทั่วโลก ด้วยศักยภาพด้านการท่องเที่ยว การอยู่อาศัย และการเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมอย่างต่อเนื่อง 

รายละเอียดเพิ่มเติม : https://robbreport.com/listing/waterfall-villa-the-ultra-luxury-residence-of-kamala-in-phuket-thailand/ 


Thursday, July 2, 2026

บริดจสโตนตอกย้ำผู้นำด้านมอเตอร์สปอร์ต ชวนลูกค้าและผู้ชื่นชอบความเร็ว สัมผัสประสบการณ์ความแรงครั้งใหม่ในงาน IMPACT Speed Fest 2026

บริดจสโตน ประเทศไทย ในฐานะผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของงาน IMPACT Speed Fest 2026 เทศกาลยานยนต์และไลฟ์สไตล์สุดยิ่งใหญ่ระดับประเทศ ชวนลูกค้าและผู้ชื่นชอบความเร็วเปิดประสบการณ์มอเตอร์สปอร์ตสุดเร้าใจกับมหกรรมแห่งปี พร้อมยกทัพนวัตกรรมยางรถยนต์ระดับพรีเมียมและกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟตลอด 3 วันที่บูธบริดจสโตน (หมายเลขบูธ M01) ระหว่างวันที่ 17–19 กรกฎาคม 2569 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อาคาร 2 – 3 เมืองทองธานี ตั้งแต่เวลา 11.00 – 22.00 น.

ห้ามพลาด! กับกิจกรรมสุดพิเศษตลอด 3 วัน ภายในบูธบริดจสโตน ด้วยการเปิดตัวยาง BRIDGESTONE รุ่นใหม่ครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมยกทัพรถยนต์สมรรถนะสูงที่ติดตั้งยาง BRIDGESTONE POTENZA จาก Top Secret Thailand และ Street Doc ให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังได้กระทบไหล่อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังในวงการยานยนต์ นำโดยคุณเบียร์ ใบหยก ยูทูบเบอร์สายรถยนต์และเจ้าของสำนักแต่งรถยนต์ Top Secret Thailand และคุณโก้ Street Doc อินฟลูเอนเซอร์สายรถยนต์ ที่จะมาร่วมสร้างสีสันภายในบูธตลอดงาน พร้อมด้วยแขกรับเชิญสุดพิเศษในแต่ละวัน ได้แก่ คุณโอ๊ต ปราโมทย์ ปาทาน นักร้อง นักแสดง และครีเอเตอร์ชื่อดัง (วันที่ 17 กรกฎาคม 2569)

คุณอูโน่ หลาวทอง นักร้องและครีเอเตอร์ชื่อดัง (วันที่ 18 กรกฎาคม 2569) และคุณบี ใบหยก ครีเอเตอร์และภรรยาของคุณเบียร์ ใบหยก (วันที่ 19 กรกฎาคม 2569) ที่จะมามอบความสนุกและสร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าชมงานแบบจัดเต็ม

แขกรับเชิญสุดพิเศษแต่ละวันที่จะมาร่วมมอบความสนุกและสร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าชมงานในบูธบริดจสโตนในงาน Imact Speed Fest 2026

นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมงานยังมีสิทธิ์ลุ้นรับของรางวัลมากมายที่บูธบริดจสโตน รวมมูลค่ากว่า 500,000 บาท โดยของรางวัลใหญ่เป็นยางรถยนต์ BRIDGESTONE POTENZA จำนวน 1 รางวัล 4 เส้น มูลค่ากว่า 50,000 บาท ส่วนลดยางรถยนต์มูลค่า 10,000 บาท และส่วนลดยางบริดจสโตน 15% สิทธิพิเศษสำหรับผู้เข้าร่วมงาน พร้อมของที่ระลึกสุดลิมิเต็ด อาทิ เสื้อจาก TOP SECRET X BRIDGESTONE และ STREET DOC X BRIDGESTONE เปิดขายเฉพาะในงานนี้เท่านั้น

งาน IMPACT Speed Fest 2026 เป็นเทศกาลรถยนต์และคอมมูนิตี้ไลฟ์สไตล์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 2 ระหว่างวันที่ 17 – 19 กรกฎาคม 2569 ณ IMPACT Challenger อาคาร 2 – 3 โดยเน้นสร้างความแข็งแกร่งให้วัฒนธรรมคนรักรถผ่านมิติของแบรนด์ยานยนต์ ชุดของแต่ง อุปกรณ์ดูแลและทำความสะอาดรถ ยางและล้อแม็ก สำนักแต่งรถ แฟชั่น เฟอร์นิเจอร์ เกมส์ และอาหาร เพื่อสร้างพื้นที่ที่ทุกคนเข้าถึงได้ง่ายอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ สำหรับลูกค้าที่สนใจผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์ BRIDGESTONE สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและเลือกใช้บริการผ่านช่องทางออนไลน์ของค็อกพิทได้ที่

หมายเหตุ เงื่อนไข กติกา การจับรางวัล และการใช้สิทธิ์ส่วนลด เป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด สามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ณ บูธกิจกรรม

เกี่ยวกับบริดจสโตน ประเทศไทย:

บริดจสโตน ผู้นำระดับโลกด้านยางรถยนต์และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับยาง พร้อมนำเสนอโซลูชั่นด้านการเดินทางที่ปลอดภัยและยั่งยืน และสำหรับประเทศไทย บริษัท ไทยบริดจสโตน จำกัด คือหนึ่งในผู้ผลิตชั้นนำในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และบริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านการนำเข้า จัดจำหน่าย และทำการตลาดยางรถยนต์ภายใต้แบรนด์บริดจสโตน, ไฟร์สโตน และเดย์ตันแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย บริดจสโตนเป็นแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า ตัวแทนจำหน่าย และพันธมิตรทางธุรกิจ เรานำเสนอกลุ่มผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์พรีเมียมที่หลากหลายและโซลูชั่นขั้นสูง
ซึ่งพัฒนาจากนวัตกรรมทางเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาการเดินทาง, การใช้ชีวิต, การทำงาน และการพักผ่อนของผู้คนทั่วโลก

Bridgestone Reinforces Motorsport Leadership, Inviting Customers and Car Enthusiasts to Experience the Thrill of Motorsport at IMPACT Speed Fest 2026

 

Bridgestone Thailand as a global leader in motorsport and an official title sponsor of IMPACT Speed Fest 2026, Thailand’s largest automotive and lifestyle festival, invites customers and car enthusiasts to experience the thrill of motorsport at the event. Visitors can discover Bridgestone’s latest premium tire innovations and enjoy a wide range of exclusive activities available only at Bridgestone booth (Booth number M01) throughout the three-day event, from July 17–19, 2026, at IMPACT Challenger Halls 2–3, Muang Thong Thani from 11.00 – 22.00 hrs.

Don’t miss three days of exclusive experiences at the Bridgestone booth, highlighted by the new BRIDGESTONE tire launch and a lineup of high-performance vehicles equipped with BRIDGESTONE POTENZA tires from Top Secret Thailand and Street Doc. Adding to the excitement, visitors can meet up with Thailand’s well-known automotive influencers, including Beer Baiyoke, automotive YouTuber and the owner of Top Secret Thailand, and Ko Street Doc, well-known automotive influencer. Each day will feature a special guest; Oat Pramote Pathan – Thai singer and content creator on July 17, Uno Laothong – Thai singer and content creator on July 18, and Bee Baiyoke – the wife of Beer Baiyoke and content creator on July 19, bringing exclusive experiences to visitors only at Bridgestone booth.

Meet our special guests, who will bring the excitement and memorable experiences to visitors throughout three-day event.

In addition, visitors will have the chance to win prizes worth over THB 500,000 at the Bridgestone booth. The grand prize is one set of BRIDGESTONE POTENZA tires valued at over THB 50,000, along with THB 10,000 tire discount vouchers and exclusive 15% Bridgestone tire discount available only to event participants, including limited edition merchandise: TOP SECRET × BRIDGESTONE and STREET DOC × BRIDGESTONE, available exclusively at the event.

Now in its second year, IMPACT Speed Fest 2026 is Thailand’s largest automotive and lifestyle festival, taking place from July 17-19, 2026, at IMPACT Challenger Halls 2-3. The festival celebrates automotive culture by bringing together leading automotive brands, performance parts, car care products, tires and wheels, tuning houses, fashion, furniture, gaming, and food, creating an accessible and vibrant community for everyone who shares a passion for cars.

Those interested in BRIDGESTONE tires can learn more and access COCKPIT’s services through the following online channels:

Remark: The lucky draw and discounts are subject to the Company’s terms and conditions. Please check for more details at the booth.

About Bridgestone in Thailand:      
Bridgestone is a global leader in tires and rubber building on its expertise to provide solutions for safe and sustainable mobility. In Thailand, Thai Bridgestone Co., Ltd. (TBSC) is a leading manufacturer in the Thai automotive industry, while Bridgestone Sales (Thailand) Co., Ltd. (BSTL) is the exclusive importer & distributor, and supervises the marketing strategy for Bridgestone, Firestone and Dayton branded tires in Thailand. Bridgestone is a brand trusted by its customers, dealers and business partners. Bridgestone offers a diverse product portfolio of premium tires and advanced solutions backed by innovative technologies, improving the way people around the world move, live, work and play.    

พลิกโฉมมหาวิทยาลัยสู่ Smart Campus ด้วย Enterprise Architecture (EA) DPU จับมือ TCCtech วางรากฐานการศึกษาแห่งอนาคตในยุค AI

ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลกดิจิทัล ความก้าวหน้าของปัญญาประดิษฐ์ (AI) และความคาดหวังของผู้เรียนที่เปลี่ยนแปลงไป มหาวิทยาลัยทั่วโลกกำลังเผชิญโจทย์สำคัญในการปรับบทบาทและรูปแบบการจัดการศึกษา เพื่อคงคุณค่าของการศึกษาและพัฒนาศักยภาพของนักศึกษาให้พร้อมรับความท้าทายในอนาคต

เมื่อเร็ว ๆ นี้ OPEN-TEC ศูนย์รวมองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี (Tech Knowledge Sharing Platform) ภายใต้การดูแลของ TCC Technology Group ได้จัดเวทีเสวนา โดยได้รับเกียรติจาก อาจารย์ สัญญา เศรษฐพิทยากุล Assistant Vice Presidentมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของสถาปัตยกรรมองค์กร (Enterprise Architecture – EA) ในการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยยุคดิจิทัล ตลอดจนแบ่งปันแนวทางการนำ AI ข้อมูล และเทคโนโลยีนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาการเรียนการสอน การบริหารจัดการ และเสริมสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่นักศึกษา

เปิดเบื้องลึกจากมุมมองเทคโนโลยีสู่การออกแบบคุณค่าองค์กร

ด้วยพื้นฐานด้านวิศวกรรมโทรคมนาคม บริหารธุรกิจ และจิตวิทยาองค์กร อาจารย์ สัญญา มีประสบการณ์ในการขับเคลื่อนโครงการ Digital Transformation และการบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ ทั้งด้าน Executive Dashboard และ Command Center รวมถึงการพัฒนา Mobile School Platform ให้แก่ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา  (กสศ.) เพื่อขยายโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึง

ประสบการณ์เหล่านี้หล่อหลอมมุมมองของอาจารย์ สัญญา ต่อ Enterprise Architecture (EA) ว่าไม่ใช่เพียงกรอบบริหารเทคโนโลยี แต่เป็นแนวคิดที่เชื่อมโยงคุณค่าองค์กร ระบบดิจิทัลและกายภาพ ตลอดจนบุคลากร ให้ทุกส่วนทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Enterprise Architecture (EA): พิมพ์เขียวแห่งคุณค่าของมหาวิทยาลัย

แม้คำว่า Enterprise Architecture (EA) อาจฟังดูเป็นเรื่องทางเทคนิค แต่ในความเป็นจริง แนวคิดนี้เปรียบเสมือน “พิมพ์เขียวแห่งคุณค่า” ขององค์กร สำหรับมหาวิทยาลัยเป้าหมายสำคัญคือการสร้างคุณค่าให้แก่ผู้เรียน ทั้งในด้านประสบการณ์การเรียนรู้ คุณภาพชีวิตระหว่างการศึกษา และความพร้อมในการประกอบอาชีพหลังสำเร็จการศึกษา แน่นอนว่าการสร้างคุณค่าเหล่านี้ต้องอาศัยองค์ประกอบหลายส่วนที่ทำงานร่วมกันอย่างสอดประสาน เริ่มจาก “กระบวนการทำงาน” ที่ได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตและพฤติกรรมของผู้คนในยุคดิจิทัล เพื่อให้บริการต่าง ๆ มีความสะดวก เชื่อมโยงถึงกัน และตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้ดียิ่งขึ้น อีกส่วนหนึ่งคือ “ระบบและแพลตฟอร์มดิจิทัล” ที่ช่วยสนับสนุนการดำเนินงานและการให้บริการของมหาวิทยาลัย รวมถึง “ข้อมูล” ซึ่งกลายเป็นทรัพยากรสำคัญในการสนับสนุนการตัดสินใจ การวางแผน และการพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันนั้น “สภาพแวดล้อมการเรียนรู้” ก็เป็นองค์ประกอบสำคัญที่เชื่อมโยงโลกกายภาพและโลกดิจิทัลเข้าด้วยกัน

“คน” องค์ประกอบสำคัญในการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัย

Intelligent Hybrid Classroom” ของ DPU ได้รับการออกแบบเพื่อรองรับรูปแบบการเรียนรู้สมัยใหม่ที่เน้นการมีส่วนร่วมของผู้เรียน มากกว่าการรับฟังการบรรยายเพียงอย่างเดียว เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้พัฒนาทักษะ 4C – คิดวิเคราะห์ (Critical Thinking),  ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity), การสื่อสาร (Communication) และการทำงานร่วมกับผู้อื่น (Collaboration) โดยการออกแบบห้องเรียนจำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและระบบความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ช่วยให้ทุกระบบสามารถดำเนินงานได้อย่างมั่นคง ปลอดภัย และน่าเชื่อถือ

อย่างไรก็ตาม องค์ประกอบที่สำคัญที่สุดยังคงเป็น “คน” เพราะไม่ว่าระบบจะได้รับการออกแบบไว้อย่างดีเพียงใด ก็ไม่อาจสร้างผลลัพธ์ที่แท้จริงได้ หากบุคลากรไม่ได้รับการสนับสนุนให้สามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและสร้างคุณค่าได้อย่างเต็มศักยภาพ เมื่อทุกองค์ประกอบทำงานเชื่อมโยงและเกื้อหนุนกัน Enterprise Architecture (EA) จึงไม่ได้เป็นเพียงกรอบการจัดการด้านเทคโนโลยี แต่เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยลดความซ้ำซ้อน เพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงาน และยกระดับประสบการณ์ของนักศึกษา คณาจารย์ และบุคลากรทั่วทั้งมหาวิทยาลัย

รับมือการเปลี่ยนแปลงโลกการศึกษายุคใหม่ด้วยสถาปัตยกรรมองค์กร

ปัจจุบัน ภาคการศึกษากำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ทั้งจากการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในทุกมิติของการดำเนินงาน การเข้ามาของปัญญาประดิษฐ์ (AI) และความสำคัญของมุมมองด้านยั่งยืนที่เพิ่มมากขึ้น ปัจจัยเหล่านี้กำลังเปลี่ยนแปลงทั้งรูปแบบการเรียนรู้ วิธีการทำงาน และคุณลักษณะที่สังคมคาดหวังจากบัณฑิตในอนาคต

สำหรับ DPU หนึ่งในแนวทางสำคัญคือการพัฒนานักศึกษาให้มี “6 DPU DNA” ซึ่งเป็นชุดทักษะและคุณลักษณะที่จำเป็นสำหรับโลกอนาคต โดยมหาวิทยาลัยได้ร่วมมือกับคณาจารย์ในการออกแบบระเบียนแสดงผลการเรียนรูปแบบใหม่ ที่ไม่ได้สะท้อนเฉพาะผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการ แต่ยังแสดงพัฒนาการด้านทักษะสำคัญของผู้เรียนควบคู่กันไป แนวทางดังกล่าวช่วยให้นักศึกษามองเห็นเส้นทางการพัฒนาตนเองได้ชัดเจนขึ้น สามารถกำหนดเป้าหมายการเรียนรู้ได้อย่างเป็นระบบ และเตรียมความพร้อมสำหรับการทำงานในอนาคต นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยยังนำแนวคิดการสร้างแรงจูงใจผ่านกลไกของเกมส์มาประยุกต์ใช้ผ่านระบบ DPU Digital Avatar ซึ่งเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้รับคะแนนจากการเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้และกิจกรรมต่าง ๆ ภายในมหาวิทยาลัย เพื่อนำไปพัฒนาหรือปลดล็อกองค์ประกอบต่าง ๆ ของตัวแทนดิจิทัลประจำตัว เทคโนโลยีดังกล่าวไม่ได้ถูกออกแบบขึ้นเพื่อสร้างความสนุกเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมพฤติกรรมเชิงบวกและปลูกฝังจิตสำนึกด้านความยั่งยืนอีกด้วย

ตัวอย่างหนึ่งคือการติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดอัจฉริยะเพื่อติดตามการใช้พลังงานภายในอาคาร หากมีการใช้ไฟฟ้านอกช่วงเวลาที่กำหนด ระบบจะแจ้งเตือนไปยังนักศึกษา ซึ่งสามารถเข้ามาปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าและสแกนรหัสยืนยันเพื่อรับคะแนนในระบบได้ แนวทางดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า เทคโนโลยีไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือสนับสนุนการเรียนรู้เท่านั้น แต่ยังสามารถสร้างการมีส่วนร่วม ปลูกฝังความรับผิดชอบ และส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งความยั่งยืนภายในมหาวิทยาลัยได้อย่างเป็นรูปธรรม

AI กับอนาคตของการเรียนรู้

แม้ปัญญาประดิษฐ์จะเข้ามามีบทบาทสำคัญมากขึ้นทั้งในโลกการทำงานและการศึกษา แต่มนุษย์ยังคงมีความได้เปรียบในหลายด้านที่เทคโนโลยียังไม่สามารถทดแทนได้อย่างสมบูรณ์ โดย DPU ได้ให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาสามารถทำงานร่วมกับ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หนึ่งในตัวอย่างสำคัญคือ DPU AI Hub ซึ่งได้รับการออกแบบให้ AI ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงตอบคำถาม แต่ยังสามารถตั้งคำถามกลับเพื่อกระตุ้นการคิดวิเคราะห์และการเรียนรู้เชิงลึกของผู้เรียน

นอกจากนี้ ระบบยังเชื่อมโยงกับ DPU Point และ Digital Avatar โดยนักศึกษาสามารถนำคะแนนจากกิจกรรมการเรียนรู้มาแลกเป็นโทเคน (Token) สำหรับใช้งาน AI ส่งเสริมให้เกิดการใช้งานอย่างมีเป้าหมายและเกิดประโยชน์สูงสุด ในอนาคต DPU ยังมีแผนพัฒนา AI Buddy Application ที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลจากระบบต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย เพื่อสร้างคำแนะนำเฉพาะบุคคลสำหรับนักศึกษาแต่ละคน ช่วยสนับสนุนเส้นทางการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับศักยภาพ ความสนใจ และเป้าหมายของแต่ละบุคคล

ขณะที่ในด้านการบริหารจัดการภายในองค์กร AI ยังถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลระบบเครือข่าย ช่วยวิเคราะห์ปัญหา ติดตามสถานะการทำงาน จัดการงานประจำ และสนับสนุนกระบวนการปรับปรุงการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า Enterprise Architecture (EA) มีบทบาทสำคัญในการออกแบบระบบนิเวศที่ทำให้ AI กลายเป็นเครื่องมือในการเสริมศักยภาพของมนุษย์ มากกว่าการเข้ามาแทนที่มนุษย์

3E คุณสมบัติสำคัญของพันธมิตรในการสร้าง Smart Campus                     

การพัฒนา Smart Campus ไม่ได้เป็นเพียงการนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้งาน แต่เป็นการเปลี่ยนผ่านองค์กรในระยะยาวที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากพันธมิตรที่เข้าใจเป้าหมายของมหาวิทยาลัย และพร้อมเติบโตไปด้วยกัน โดยการทำงานร่วมกันระหว่าง DPU และ TCC Technology ได้ก้าวข้ามบทบาทของผู้ให้บริการ ไปสู่การเป็นผู้ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงและขับเคลื่อนอนาคตร่วมกัน ผ่านคุณสมบัติสำคัญ 3 ประการ คือ “3Es”

Empathize คือความสามารถในการเข้าใจบริบท วัฒนธรรม และพันธกิจขององค์กรอย่างลึกซึ้ง เพื่อให้การพัฒนาเทคโนโลยีสอดคล้องกับเป้าหมายที่แท้จริงของมหาวิทยาลัย

Experience คือประสบการณ์จากการทำงานในหลากหลายอุตสาหกรรม ซึ่งช่วยนำแนวคิดและนวัตกรรมจากภาคส่วนอื่นมาประยุกต์ใช้กับภาคการศึกษาได้อย่างเหมาะสม

Envision คือการมีวิสัยทัศน์ร่วมกันในการมองอนาคต สามารถวางรากฐานและออกแบบการพัฒนาในระยะยาว เพื่อให้มหาวิทยาลัยสามารถเติบโตและปรับตัวได้อย่างต่อเนื่อง

ก้าวสู่อนาคตของ Smart Campus อย่างยั่งยืน

ท้ายที่สุด อาจารย์ สัญญา ได้ฝากมุมมองสำคัญว่า การสร้าง Smart Campus ไม่ได้เกิดขึ้นจากเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว หัวใจสำคัญคือการเชื่อมโยงผู้คน เป้าหมาย และสถาปัตยกรรมองค์กรให้ทำงานสอดประสานกันอย่างมีทิศทาง เมื่อผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน ประสบการณ์ในมหาวิทยาลัย ข้อมูล ระบบดิจิทัล และโครงสร้างพื้นฐาน ได้รับการออกแบบให้เชื่อมโยงกันอย่างเหมาะสม เทคโนโลยีจะไม่ใช่เพียงเครื่องมือสนับสนุนการดำเนินงาน แต่จะกลายเป็นพลังสำคัญในการยกระดับคุณภาพการศึกษา สร้างประสบการณ์ที่มีความหมาย และเตรียมความพร้อมให้คนรุ่นใหม่สามารถสร้างอนาคตที่ยั่งยืนร่วมกันได้

“Technology alone does not make a campus smart — people, purpose, and architecture do.”

หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า ความเป็น Smart Campus ไม่ได้เกิดจากเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการผสานพลังของผู้คน เป้าหมาย และการออกแบบองค์กรที่เหมาะสมเข้าด้วยกัน

แหล่งที่มา

Opentalk EP. 56

Link: https://www.youtube.com/watch?v=oSNAiPy_Zuw

Enterprise Architecture as a Value Blueprint for a Smart Campus DPU x TCCtech Join Forces to Build the Foundation of Future Education in the AI Era

Amid the rapid changes of the digital world, advances in artificial intelligence (AI), and evolving learner expectations, universities worldwide are facing a critical challenge which is redefining their roles and educational models to preserve the value of education while preparing students to meet future challenges.

Recently, OPEN-TEC, a Tech Knowledge Sharing Platform, powered by TCC Technology Group, hosted a special panel featuring Ajarn Sanya Setpityakul, Assistant Vice President of Dhurakij Pundit University (DPU). He shared insights on the role of Enterprise Architecture in driving digital transformation within university and discussed how AI, data, and innovative technologies can be applied to enhance teaching, administration, and the overall student experience. 

From Technology Perspectives to Organizational Value Design

With an educational background spanning telecommunications engineering, business administration, and organizational psychology, Ajarn Sanya has experienced leading digital transformation initiatives, data management projects, executive dashboards, command centers, and a Mobile School Platform for Thailand’s Equitable Education Fund (EEF), with the goal of expanding educational opportunities for children.

These experiences have shaped his view of Enterprise Architecture not merely as a technology management framework but as an approach that connects organizational value, digital and physical ecosystems, and the people who drive organizational success, enabling all components to work together effectively.

Enterprise Architecture: The Value Blueprint of University

Although Enterprise Architecture may sound highly technical, it can be viewed as an organization’s “Value Blueprint.” For university, the ultimate goal is to create value for students by delivering meaningful learning experiences, supporting their quality of life during their studies, and preparing them for successful careers after graduation. Achieving these outcomes requires multiple interconnected components working in harmony. 

The first of these is a set of well-designed operational “processes” that align with the lifestyles and behaviors of people in the digital age, ensuring that university services are convenient, integrated, and responsive to users’ needs. Equally important are “the digital systems and platforms” that support university operations and service delivery. “Data” has also become a critical organizational asset, providing the foundation for decision-making, strategic planning, and continuous institutional improvement. At the same time, “the learning environment” itself plays a vital role by bridging the physical and digital worlds.

People: The Most Important Element

DPU’s Intelligent Hybrid Classroom has been designed to support modern learning models that prioritize student participation rather than passive listening. The classroom encourages students to develop the essential competencies of critical thinking, creativity, communication, and collaboration. To support this learning environment, robust digital infrastructure and cybersecurity systems are required to ensure that all technologies operate reliably, securely, and efficiently.

However, Ajarn Sanya emphasized that the most important element is people. No matter how sophisticated a system may be, it cannot generate meaningful outcomes unless individuals are empowered and supported to use technology effectively and create value through it. When processes, technologies, data, environments, and people are fully connected and mutually supportive, Enterprise Architecture becomes much more than a technology framework. It becomes a mechanism for reducing redundancy, increasing operational agility, and enhancing experiences for students, faculty members, and staff throughout the university. 

Navigating the Future of Education Through Enterprise Architecture

Today, education sector is undergoing profound transformation driven by digital technologies, the rise of artificial intelligence, and an increasing focus on sustainability. These forces are reshaping learning methods, workplace expectations, and the characteristics society seeks in future graduates.

For DPU, one important initiative is the development of students through its “6 DPU DNA” framework, a set of skills and attributes considered essential for future success. The university has worked closely with faculty members to redesign academic transcripts so that they reflect not only academic performance but also students’ development in key competencies. This approach helps students better understand their personal growth, establish learning goals more systematically, and prepare themselves more effectively for future careers.

DPU has also adopted gamification concepts through its DPU Digital Avatar system. Students earn points by participating in learning activities and university events, and these points can be used to upgrade or unlock features of their personal digital avatars. The system was not created merely for entertainment; it also serves as a tool for encouraging positive behaviors and fostering awareness of sustainability.

One example involves the installation of smart monitoring devices to track energy consumption within campus buildings. When electricity is being used outside designated operating hours, the system sends notifications to students. Students who help turn off unnecessary electrical equipment can verify their actions through a scanning process and receive reward points within the system. This initiative demonstrates how technology can go beyond supporting learning to actively promote engagement, responsibility, and a culture of sustainability across the university.

AI and the Future of Learning

Although artificial intelligence is becoming increasingly influential in both education and the workplace, humans continue to possess strengths that technology cannot fully replicate. DPU therefore places significant emphasis on preparing students to collaborate effectively with AI.

One notable example is the DPU AI Hub. Rather than functioning solely as a tool for answering questions, the system is designed to ask questions in return, encouraging students to think critically and engage in deeper learning. This approach transforms AI from a passive information source into an active learning companion.

The system is also integrated with DPU Points and the Digital Avatar platform. Students can exchange points earned through educational activities for tokens that grant access to AI services, encouraging purposeful and productive use of AI technologies.

Looking ahead, DPU plans to develop an AI Buddy Application capable of integrating information from multiple university systems. The application will provide personalized recommendations tailored to each student’s abilities, interests, and goals, helping them navigate learning pathways that best match their individual potential.

Within university operations, AI is also being deployed to improve efficiency. It assists with network management, issue analysis, system monitoring, routine administrative tasks, and continuous process improvement. These initiatives illustrate how Enterprise Architecture creates an ecosystem in which AI enhances human capabilities rather than replacing them. 

ธุรกิจAI

The 3E Framework: Essential Qualities of a Smart Campus Partner

Building a Smart Campus is not simply a matter of implementing new technologies. It is a long-term organizational transformation that requires collaboration with partners who understand the university’s mission and are committed to growing alongside it. The collaboration between DPU and TCC Technology moves beyond a conventional service-provider model and becomes a partnership focused on creating meaningful change and shaping the future together through three qualifications, which are “3Es.”

Empathize, which refers to the ability to deeply understand an organization’s context, culture, and mission so that technological solutions align with its genuine objectives.

Experience, which encompasses knowledge gained from working across multiple industries and allows innovative ideas from other sectors to be adapted successfully to education.

Envision, which reflects a shared vision of the future and the ability to establish long-term foundations that support sustainable growth and adaptation.

When these three qualities are present, the relationship between DPU and TCC Technology

Moving Toward a Sustainable Smart Campus Future

Lastly, Ajarn Sanya emphasized that creating a Smart Campus is not solely about technology. The true foundation lies in connecting people, purpose, and enterprise architecture so that they work together in a coherent and strategic manner. When learning outcomes, student experiences, data, digital systems, and infrastructure are thoughtfully integrated, technology evolves from a supporting tool into a powerful force for improving educational quality, creating meaningful experiences, and preparing future generations to contribute to a sustainable future.

In conclusion,

Ajarn Sanya stated “Technology alone does not make a campus smart — people, purpose, and architecture do.”

In other words, a Smart Campus is not created by technology alone. It emerges from the successful integration of people, shared goals, and thoughtful organizational design.

Source:

opentalk EP. 56

Link: https://www.youtube.com/watch?v=oSNAiPy_Zuw