Monday, August 24, 2026

เปิดประตูสู่อนาคตของบุตรหลาน กับ Open House ที่ไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ 8 ตุลาคมนี้

โรงเรียนนานาชาติไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะขอเชิญชวนทุกครอบครัวที่กำลังมองหาโรงเรียน เข้าร่วมงาน Open House ครั้งแรกของปีการศึกษานี้

ภายในงานจะแบ่งออกเป็น 4 ระดับชั้น ได้แก่ Early Years, Preparatory School, Senior School และ Sixth Form เพื่อเปิดโอกาสให้ครอบครัวได้เลือกระดับชั้นที่เหมาะสมกับบุตรหลาน และเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการเรียนการสอนในระดับชั้นที่สนใจ

งานจะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม 2569

ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่: https://form.jotform.com/262148080186457

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ โทร. +66 (2) 300 9600 หรืออีเมล admissions@brightoncollege.ac.th

ร่วมค้นพบสิ่งที่ทำให้ โรงเรียนนานาชาติไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ มีความพิเศษ พบปะพูดคุยกับทีมครูผู้สอนที่มากความสามารถ เยี่ยมชมสภาพแวดล้อมในโรงเรียน รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ และเรียนรู้ว่าเราจะช่วยให้นักเรียนเติบโตและพัฒนาศักยภาพได้อย่างเต็มที่ผ่านหลักสูตรอังกฤษที่ได้รับรางวัลได้อย่างไร

โรงเรียนฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้มีโอกาสต้อนรับทุกท่านในเดือนตุลาคมนี้!

Brighton College Bangkok: Open House 8th October 2026

    Come and join us at Brighton College Bangkok for our first Open House of the academic year!

From Early Years through to Sixth Form, our Open House will be divided into four sections, giving families the opportunity to explore the stage that is right for their child.

Thursday 8th October 2026

Register here: https://form.jotform.com/262148080186457

For more information, please contact +66 (2) 300 9600 or admissions@brightoncollege.ac.th

Discover what makes Brighton College Bangkok special, meet our exceptional teachers, explore our state-of-the-art facilities, and find out how your child can thrive with our award-winning British curriculum.

We look forward to seeing you at Brighton College Bangkok this October!

Friday, August 21, 2026

Easy Money จัดงาน “Business Forum 2026” เปิดมุมมองธุรกิจถ่ายทอดเส้นทางการเติบโตและวิสัยทัศน์สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

Easy Money ผู้ให้บริการสินเชื่อที่มีทรัพย์สินเป็นหลักประกัน นำโดย นายสิทธิวิชญ์ ตั้งธนาเกียรติ ประธานกรรมการบริหาร พร้อมด้วย นายสุธี พนาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร จัดงาน “Easy Money Business Forum 2026” เปิดเวทีต้อนรับพันธมิตรทางธุรกิจและแขกผู้มีเกียรติ เพื่อถ่ายทอดภาพรวมการดำเนินธุรกิจ พัฒนาการขององค์กร ตลอดจนวิสัยทัศน์และทิศทางเชิงกลยุทธ์ในอนาคต พร้อมเสริมสร้างความเข้าใจในศักยภาพและแนวทางการเติบโตของ Easy Money Group ในระยะยาว

ภายในงาน คณะผู้บริหาร Easy Money ร่วมถ่ายทอดเส้นทางการเติบโตและพัฒนาการสำคัญขององค์กร ตั้งแต่การยกระดับและเปลี่ยนผ่านองค์กร (Transformation) ไปจนถึงผลการดำเนินงานที่สำคัญ ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพ ความแข็งแกร่ง และความพร้อมในการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมนำเสนอทิศทางและโอกาสในการพัฒนาธุรกิจในอนาคต

นอกจากนี้ งานยังเปิดพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนมุมมองและพูดคุยกับคณะผู้บริหารอย่างใกล้ชิดผ่านช่วง Q&A Session เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับโมเดลธุรกิจ แนวทางการดำเนินงาน และทิศทางการเติบโตของ Easy Money Group พร้อมเปิดประสบการณ์ให้ผู้ร่วมงานได้เยี่ยมชมและเลือกซื้อทรัพย์หลุดจำนำคุณภาพ เพื่อสัมผัสอีกหนึ่งมิติของการดำเนินธุรกิจและทำความรู้จัก Business Ecosystem ของ Easy Money Group ได้อย่างรอบด้านยิ่งขึ้น

เกี่ยวกับอีซี่มันนี่

อีซี่มันนี่ เป็นผู้นำธุรกิจสินเชื่อทางเลือกของไทย ปัจจุบันมี 100 สาขาทั่วประเทศ ให้บริการสินเชื่อที่มีหลักประกัน (Asset-backed Financing) ครอบคลุมทองคำ เครื่องประดับ และทรัพย์สินมีค่าอื่น ๆ อีซี่มันนี่มุ่งมั่นที่จะเป็น “โซลูชันทางการเงินที่ชาญฉลาดและเข้าถึงได้” โปร่งใส ยุติธรรม และทันสมัย เพื่อช่วยให้คนไทยทุกกลุ่มสามารถเปลี่ยนสินทรัพย์ให้เป็นโอกาสทางการเงินได้อย่างมั่นใจ

Thursday, August 20, 2026

บริดจสโตนได้รับเลือกในฐานะพันธมิตรด้านยางรถยนต์.ให้ ‘Lamborghini Fenomeno Roadster’ ซูเปอร์คาร์เปิดประทุนทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์ลัมโบร์กินี

Bridgestone ผู้นำระดับโลกด้านยางพรีเมียมและโซลูชั่นการเดินทางอย่างยั่งยืน ได้รับเลือกเป็นพันธมิตรด้านเทคนิคอย่างเป็นทางการและผู้จัดหายางรถยนต์แต่เพียงผู้เดียวสำหรับซูเปอร์คาร์เปิดประทุนทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์ลัมโบร์กินีรุ่น Lamborghini Fenomeno Roadster* ถือเป็นความร่วมมือครั้งล่าสุดระหว่าง Lamborghini และผู้พัฒนายางรถยนต์แต่เพียงผู้เดียวอย่าง Bridgestone โดยซูเปอร์คาร์รุ่นนี้ได้รับการติดตั้งยาง BRIDGESTONE POTENZA ที่ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะ เพื่อส่งมอบสมรรถนะในการขับขี่อย่างสูงสุดทั้งบนถนนและในสนามแข่งอย่างเต็มประสิทธิภาพ

Fenomeno Roadster เป็น Lamborghini รุ่นเปิดประทุนที่มีความพิเศษและทรงพลังที่สุดเท่าที่ลัมโบร์กินีเคยผลิตมา โดยมีแผนผลิตเพียง 15 คันเท่านั้น และแต่ละคันมาพร้อมระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าไฮบริดประสิทธิภาพสูง V12 มอบกำลังเครื่องทั้งระบบรวมสูงถึง 1,080 แรงม้า ได้รับการติดตั้งด้วยยางรถยนต์ BRIDGESTONE POTENZA SPORT ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับรถสปอร์ตสมรรถะสูงพิเศษ (Ultra-High Performance) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของซูเปอร์คาร์ในรุ่นนี้สำหรับการขับขี่จริงบนท้องถนน โดยผสานสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมเมื่อใช้ความเร็วสูง เข้ากับการตอบสนองของพวงมาลัยที่ดีเยี่ยมและความแม่นยำในการควบคุม

ซูเปอร์คาร์รุ่น ‘Lamborghini Fenomeno Roadster’ ได้รับการติดตั้งด้วยยางรถยนต์ BRIDGESTONE POTENZA SPORT

โดย BRIDGESTONE POTENZA SPORT เป็นยางรถยนต์สมรรถะสูงที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษ โดยผสานประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านมอเตอร์สปอร์ตที่บริดจสโตนสั่งสมมาอย่างยาวนาน เข้ากับคุณสมบัติการยึดเกาะถนนที่ยอดเยี่ยมเพื่อถ่ายทอดสมรรถนะการขับขี่ของ Fenomeno Roadster บนท้องถนนและสนามแข่งได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน ยังได้ผ่านการรับรองให้สามารถใช้งานบนถนนสาธารณะได้อย่างสมบูรณ์

คุณ Adrien Thormann ผู้อำนวยการฝ่ายยางรถยนต์สำหรับกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ Bridgestone EMEA กล่าวว่าในฐานะพันธมิตรผู้พัฒนาและจัดหายางรถยนต์แต่เพียงผู้เดียวสำหรับซูเปอร์คาร์ Lamborghini ทุกรุ่น บทบาทของเราคือการช่วยให้ผู้ขับขี่ Lamborghini สามารถปลดปล่อยสมรรถนะอันน่าทึ่งได้อย่างเต็มที่ ด้วยการนำประสบการณ์อันยาวนานในวงการมอเตอร์สปอร์ตของ
บริดจสโตน ผสานเข้ากับสมรรถนะอันโดดเด่นของยางสปอร์ตพรีเมียมตระกูล
POTENZA เราจึงสามารถพัฒนายางที่ตอบโจทย์รุ่น Lamborghini Fenomeno Roadster ได้อย่างลงตัวและสมบูรณ์แบบทั้งการใช้งานบนท้องถนนและในสนามแข่ง”

ยาง BRIDGESTONE POTENZA SPORT ประทับตราเครื่องหมายของ Lamborghini บนแก้มยาง เพื่อเน้นย้ำถึงการพัฒนาแบบเอ็กซ์คลูซีฟระหว่าง Lamborghini และ Bridgestone สำหรับ Lamborghini Fenomeno Roadster

Bridgestone ได้พัฒนายาง BRIDGESTONE POTENZA SPORT ซึ่งเป็นยางรถยนต์ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ โดยมีขนาด 265/30 ZRF21 (สำหรับล้อหน้า) และขนาด 355/25 ZRF22 (สำหรับล้อหลัง) ถ่ายทอดสมรรถนะการขับขี่อย่างเต็มประสิทธิภาพบนสนามแข่ง มีให้เลือกสำหรับการใช้งานทั้งขนาด 20 และ 21 นิ้ว มาพร้อมกับเทคโนโลยี Run Flat (RFT) เอกสิทธิ์เฉพาะของ Bridgestone ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถไปได้แม้เกิดยางรั่ว และสามารถขับต่อไปได้อย่างปลอดภัยในระยะทางสูงสุดถึง 80 กม. ที่ความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม. แม้แรงดันลมยางจะลดลงจนเป็นศูนย์¹

ยาง BRIDGESTONE POTENZA SPORT ดังกล่าวประทับตราเครื่องหมายของ Lamborghini บนแก้มยาง เพื่อเน้นย้ำถึงการพัฒนาแบบเอ็กซ์คลูซีฟระหว่าง Lamborghini และ Bridgestone สำหรับ Lamborghini Fenomeno Roadster โดยได้รับการพัฒนาและผลิตในประเทศอิตาลีด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่าง Virtual Tyre Development (VTD) ของ Bridgestone ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเฉพาะของบริดจสโตนที่ช่วยเพิ่มทั้งประสิทธิภาพและความยั่งยืนในกระบวนการพัฒนายางรถยนต์

คุณ Christian Mastro ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของ Lamborghini กล่าวว่า สำหรับ Lamborghini แล้ว การออกแบบสมรรถนะไม่ได้ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบเพียงชิ้นเดียว แต่เป็นผลลัพธ์จากวิศวกรรมที่แม่นยำของทุกองค์ประกอบที่ทำงานร่วมกันอย่างสอดประสาน และยางรถยนต์ก็มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง ด้วยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับบริดจสโตน เราสามารถนำเสนอโซลูชันที่พัฒนาขึ้นเฉพาะสำหรับรถแต่ละรุ่น เพื่อสะท้อนเอกลักษณ์ของรถและ DNA ของ Lamborghini ได้อย่างสมบูรณ์แบบ และรุ่น Fenomeno Roadster เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างล่าสุดที่แสดงให้เห็นว่าเรายังคงร่วมกันเพื่อผลักดันขีดจำกัดของสมรรถนะอย่างต่อเนื่อง”

Fenomeno Roadster นับเป็นความร่วมมือครั้งล่าสุดในความสัมพันธ์อันยาวนานกว่า 6 ปีระหว่าง Lamborghini และ Bridgestone โดยเริ่มต้นจาก Lamborghini Huracán STO ในค.ศ. 2021 และต่อเนื่องมาถึงรุ่น Revuelto, Temerario, Fenomeno รวมถึงซูเปอร์คาร์รุ่นอื่น ๆ อีกหลายรุ่น ปัจจุบัน Bridgestone ได้รับเลือกให้เป็นพันธมิตรด้านยางรถยนต์แต่เพียงผู้เดียวสำหรับซูเปอร์คาร์ของ Lamborghini รวมถึงรุ่นล่าสุดที่ได้เปิดตัวในงาน Lamborghini Arena 2026 ซึ่งจัดขึ้น ณ สนามแข่งรถระดับตำนาน Imola Circuit ประเทศอิตาลี โดยในปีนี้ Bridgestone ได้เข้าร่วมในฐานะ Official Lamborghini Arena Partner ของงานดังกล่าว

*หมายเหตุ: รุ่น ‘Lamborghini Fenomeno Roadster’ ยังไม่มีจำหน่ายในประเทศไทย

[1] ระยะทางที่สามารถขับต่อได้หลังจากที่ยางรั่วอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับน้ำหนักบรรทุกของรถ อุณหภูมิภายนอก และเวลาที่ระบบตรวจสอบความดันลมยาง (TPMS) ทำงาน

Bridgestone Chosen as Exclusive Tyre Partner forHistoric Lamborghini Fenomeno Roadster

Bridgestone, a global leader in premium tyres and sustainable mobility solutions, is the exclusive tyre partner to the new Lamborghini Fenomeno Roadster*. In the latest collaboration between Lamborghini and its Official Technical Partner, the supercar is fitted with two custom-engineered Bridgestone Potenza tyres that maximise its capabilities on the road and track.

The Fenomeno Roadster is the most exclusive and powerful open-top Lamborghini model ever produced, with just 15 units planned, each featuring a 1080 CV V12 hybrid powertrain. To optimise the supercar’s immense capabilities for real-world driving, Bridgestone has developed bespoke Potenza Sport ultra-high-performance tyres, combining exceptional high-speed performance with excellent steering response and precision.

The Historic Lamborghini Fenomeno Roadster supercar is fitted with BRIDGESTONE POTENZA SPORT.

The Potenza Sport fitment is paired with a bespoke new-generation semi-slick Bridgestone Potenza tyre that is engineered to deliver outstanding track-level performance. Building on Bridgestone’s extensive heritage and expertise in motorsport, this high-grip tyre unlocks the Fenomeno Roadster’s full performance potential on the track, while remaining fully homologated for public roads.

“As Lamborghini’s Official Technical Partner, and exclusive tyre supplier for its complete supercar range, our role is to help Lamborghini drivers experience phenomenal performance,” said Adrien Thormann, Director of OE Sales at Bridgestone EMEA. “Leveraging Bridgestone’s decades-long motorsports legacy and the pedigree of our iconic Potenza family, these premium tyres deliver exactly that for the immense Fenomeno Roadster – both on the road and track.”

Bridgestone fitments feature the unique Lamborghini marking on their sidewall to highlight the exclusive development

The Fenomeno Roadster’s Potenza Sport fitment is available in 265/30 ZRF21 (front) and 355/25 ZRF22 (rear) sizes; its semi-slick, track-oriented fitment is available in 20- and 21-inch sizes. Lamborghini Fenomeno Roadster drivers can choose the bespoke Potenza Sport tyre with Bridgestone’s Run-Flat Technology (RFT). RFT enables drivers to continue driving safely after a puncture for 80km at up to 80kph with 0-bar pressure.1 Both Bridgestone fitments feature the unique Lamborghini marking on their sidewall to highlight their exclusive development.

The custom Potenza fitments were developed and manufactured in Italy, applying Bridgestone’s proprietary Virtual Tyre Development (VTD) technology. VTD improves both the efficiency and sustainability of the tyre development process.

“At Lamborghini, unlocking performance is never down to one component – it’s the result of precise engineering working in harmony, and tyres play a decisive role,” said Christian Mastro, Lamborghini’s Marketing Director. “Through deep collaboration, our partnership with Bridgestone delivers bespoke solutions that fully express each vehicle’s character and the Lamborghini DNA. The Fenomeno Roadster is the latest example of how we continue to push boundaries together.”

The Fenomeno Roadster marks the latest in a long series of collaborations between Lamborghini and Bridgestone across six years of partnership. Beginning with the Huracan STO in 2021, OE collaborations between Bridgestone and Lamborghini also include the Revuelto, Temerario, Fenomeno and various other models. Today, Bridgestone is the exclusive tyre supplier for Lamborghini’s complete supercar range. Lamborghini’s latest supercar was revealed at Lamborghini Arena 2026, held at the iconic Imola Circuit. Bridgestone served as Official Lamborghini Arena Partner for this year’s event.

*Remark: The new Lamborghini Fenomeno Roadster is not currently available for commercial sale in Thailand. 

1 Driving distance after a puncture may vary depending on vehicle load, outside temperature, and when the TPMS is triggered.

Monday, August 17, 2026

AGE โชว์ผลงาน Q2/69 แข็งแกร่ง เร่งต่อยอด ถ่านหิน-EV หนุนการเติบโตระยะยาว

บริษัท เอเชีย กรีน เอนเนอจี จำกัด (มหาชน) หรือ “AGE” รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 มีรายได้รวมจากการดำเนินงานที่ 4,935 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 53 จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 23 จากปีก่อน มีกำไรในส่วนของบริษัทใหญ่ที่ 134 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 31 จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 27 จากปีก่อน สะท้อนการเติบโตของผลการดำเนินงาน ขณะที่ผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนของปี 2569 มีรายได้รวมจากการดำเนินงานที่ 8,170 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 จากปีก่อน และมีกำไรในส่วนของบริษัทใหญ่ที่ 237 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 59 จากปีก่อน พร้อมเดินหน้าขยายรายได้ธุรกิจถ่านหินและรายได้ธุรกิจรถยนต์อีวี เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

นางสาวปณิตา ควรสถาพร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชีย กรีน เอนเนอจี จำกัด (มหาชน) หรือ “AGE” เปิดเผยว่าผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2569 เติบโตจากไตรมาสก่อน ทั้งรายได้รวม และกำไรในส่วนของบริษัทใหญ่ โดยปีนี้ยังคงมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพ ในการบริหารจัดการ และการบริหารต้นทุนอย่างต่อเนี่อง เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน ท่ามกลางภาวะเศรษกิจโลกที่ยังคงมีความไม่แน่นอน และผันผวน ขณะเดียวกัน บริษัทฯยังคงเดินหน้า ผลักดันการเติบโตของรายได้ในธุรกิจถ่านหิน ควบคู่ไปกับการขยายพอร์ตธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพ ซึ่งปัจจุบันครอบคลุม 3 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ Smart Logistics, Sustainable Energy และ Low Emission Mobility

ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2569 บริษัทฯ มีรายได้จาก 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่

1. ธุรกิจถ่านหิน (Coal Business) มีรายได้ 3,232 ล้านบาท และมีปริมาณการขายถ่านหินในไตรมาสนี้ที่ 1 ล้านตัน โดยบริษัทฯ ยังคงเดินหน้าเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ และการบริหารต้นทุนอย่างต่อเนี่อง โดยตั้งเป้าปริมาณขายถ่านหินทั้งปีที่ 4 ล้านตัน

2. ธุรกิจ Smart Logistics มีรายได้ 124 ล้านบาท เดินหน้าขยายฐานลูกค้าภายนอกกลุ่ม พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการคลังสินค้า ท่าเรือ และการขนส่ง เพื่อรองรับงานการให้บริการขนส่งสินค้าเกษตร และสินค้าอุตสาหกรรม

3. ธุรกิจ Sustainable Energy มีรายได้ 251 ล้านบาท โดยมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ทั้งด้านการขาย การขนส่ง และการบริหารต้นทุน ควบคู่กับการสร้างโอกาสทางธุรกิจในกลุ่มพลังงานทางเลือก

4. ธุรกิจ Low Emission Mobility มีรายได้ 1,329 ล้านบาท เติบโตจากธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์อีวี และ ไฮบริด รวมถึงศูนย์บริการและธุรกิจเช่ารถ EV Taxi โดย บริษัท AGE Auto Gallery (AAG) ซึ่งปัจจุบันเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์หลากหลายแบรนด์ ได้แก่ OMODA & JAECOO, CHERY, ZEEKR, GWM และ MITSUBISHI MOTORS พร้อมตั้งเป้ารายได้ของ AAG ในปี 2569 ที่ 4,200 ล้านบาท และ ตั้งเป้ายอดจำหน่ายรถยนต์ EV และ Hybrid ที่ 4,000 คัน

“ในปี 2569 AGE ยังคงตั้งเป้าหมาย ในการผลักดันการเติบโตของรายได้ในธุรกิจหลัก และการขยายธุรกิจใหม่ รวมทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการต้นทุน และรักษาความสามารถในการแข่งขัน มองว่าธุรกิจ Low Emission Mobility เป็นหนึ่งในธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโตและจะเข้ามาสนับสนุนการเติบโตของรายได้ ของกลุ่มบริษัทในระยะยาว” นางสาวปณิตา กล่าว

ด้านโครงการ “Jump+” บริษัทฯ ยังคงดำเนินงานตามแผนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ และลดต้นทุน โดยในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 มีการเช่าเครื่องจักรหนักพลังงานไฟฟ้า ซึ่งสามารถลดค่าเชื้อเพลิงได้ประมาณ 0.5 ล้านบาท ขณะที่การติดตั้ง Solar Cell บริเวณโกดัง 2

สามารถลดค่าไฟฟ้าได้ประมาณ 0.48 ล้านบาท รวมช่วยลดต้นทุนได้ประมาณ 0.98 ล้านบาท ในช่วงครึ่งปีแรก สอดคล้องกับเป้าหมายของโครงการในการลดต้นทุนพลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในระยะยาว โดย AGE มีเป้าหมายลดค่าเชื้อเพลิงจากเครื่องจักรหนักพลังงานไฟฟ้า และลดค่าไฟฟ้าจาก Solar Cell อย่างต่อเนื่องในปี 2569–2571

สำหรับทิศทางธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง AGE ยังคงมุ่งขยายธุรกิจทั้งในกลุ่ม Coal และ Low Emission Mobility ควบคู่กับการบริหารต้นทุนและการลงทุนอย่างรอบคอบ เพื่อสร้างการเติบโตที่มีคุณภาพ โดยบริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้รวมในปี 2569 ที่ 17,500 ล้านบาท และเดินหน้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจ Green เพื่อมาเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร และมีเป้าหมายสัดส่วนรายได้ 50:50 ภายในปี 2573

Friday, August 14, 2026

หนานซาศูนย์กลางการค้าข้ามพรมแดน ผนึกกำลังเชื่อมโลก พลิกโฉมระบบนิเวศการค้าระดับโลกในพื้นที่ GBA


 คลัสเตอร์อุตสาหกรรมการค้าข้ามพรมแดนระดับโลก

การประชุมระบบนิเวศคลัสเตอร์อุตสาหกรรมการค้าข้ามพรมแดนระดับโลก (Global Cross-Border Trade Industrial Cluster Ecosystem Conference) ภายใต้แนวคิด "Converging Trade in Nansha, Connecting the Globe" (หนานซาศูนย์กลางการค้าข้ามพรมแดน ผนึกกำลังเชื่อมโลก) ได้มีขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ณ ศูนย์การประชุมและนิทรรศการนานาชาติเขตหนานซา นครกว่างโจว โดยมีบริษัทและองค์กรชั้นนำในอุตสาหกรรม อาทิ กูเกิล (Google), ไมเดีย (Midea), ท่าเรือกว่างโจว (Guangzhou Port) และเอชเอสบีซี (HSBC) พร้อมผู้แทนจากภาคธุรกิจกว่า 1,000 คนเข้าร่วมงาน ภายในงานมีการประกาศจัดตั้งคลัสเตอร์อุตสาหกรรมการค้าข้ามพรมแดนระดับโลกอย่างเป็นทางการ พร้อมเปิดตัวแพลตฟอร์มบริการแบบครบวงจรสำหรับระบบนิเวศการค้าข้ามพรมแดน รวมถึงเปิดตัวศูนย์บริการและแลกเปลี่ยนโทเคนกวางตุ้ง นอกจากนี้ ยังมีการลงนามในโครงการความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์หลายโครงการ ซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของเขตหนานซา จากศูนย์กระจายสินค้าสู่ศูนย์กลางระบบนิเวศการค้าข้ามพรมแดนที่ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยหนานซาใช้ประโยชน์จากแนวคิด "ผนึกกำลัง 5 มิติ" (ทั้งในด้านท่าเรือขนส่ง ท่าอากาศยาน ศูนย์กลางการเงิน ศูนย์รวมบุคลากร และศูนย์ข้อมูล) เพื่อให้บริการหลัก 8 ด้าน ได้แก่ ศุลกากร การจัดเก็บภาษี การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ การจัดหาเงินทุน คลังสินค้า การรับรอง การค้า และโลจิสติกส์ เพื่อสร้างระบบการค้าครบวงจรในรูปแบบ "ซื้อทั่วโลก ขายทั่วโลก และเชื่อมโยงทั่วโลก" พร้อมสร้างต้นแบบการดำเนินยุทธศาสตร์วงจรคู่ขนาน ในเขตเศรษฐกิจพิเศษอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า (Greater Bay Area หรือ GBA)

ปลดล็อกข้อจำกัดทางการเงิน: ทลายอุปสรรคในการแลกเปลี่ยนเงินตราและจัดหาเงินทุนข้ามพรมแดน

เขตหนานซาได้รับการสนับสนุนจาก "มาตรการทางการเงิน 30 ประการสำหรับหนานซา" ในระดับชาติ จึงสามารถพัฒนาระบบสนับสนุนทางการเงินข้ามพรมแดนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีบริษัทข้ามชาติ 8 แห่งจัดตั้งพูลเงินทุน (Cash Pool) เพื่อบริหารเงินสดข้ามพรมแดนทั้งในรูปเงินหยวนและเงินตราต่างประเทศ และมีบริษัทมากกว่า 10,000 แห่งเปิดบัญชี FT (Free Trade) นอกจากนี้ ยังมี mBridge (Multiple Central Bank Digital Currency Bridge หรือ โครงการเชื่อมโยงสกุลเงินดิจิทัลระหว่างธนาคารกลาง) เพื่อช่วยให้เงินทุนข้ามพรมแดนถึงปลายทางได้ภายในเวลาไม่กี่วินาที ขณะเดียวกัน เอชเอสบีซีได้จัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมระดับโลกในเขตหนานซา โดยใช้ประโยชน์จากบัญชี FT, การชำระเงินหยวนข้ามพรมแดน และช่องทางด่วนสำหรับการยื่นเอกสารการลงทุนโดยตรงในต่างประเทศ (ODI) เพื่อสนับสนุนกลยุทธ์การขยายธุรกิจสู่ตลาดโลกขององค์กรต่าง ๆ

ส่วนแพลตฟอร์มการค้าระหว่างประเทศ ซีเอส อินเทลลิเจนซ์ (CS Intelligence) อาศัยเทคโนโลยีบล็อกเชน ในการรวมข้อมูลศุลกากร การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และภาษีเข้าด้วยกัน ทำให้หลายฝ่ายแบ่งปันข้อมูลและตรวจสอบย้อนกลับได้ ปัจจุบัน แพลตฟอร์มดังกล่าวให้บริการแก่บริษัทการค้าต่างประเทศกว่า 5,000 แห่ง และธนาคารกว่า 30 แห่ง โดยมียอดการชำระเงินผ่านระบบออนไลน์สูงกว่า 1.70 แสนล้านหยวน และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการประสานงานได้ถึง 60% ภายในงานประชุมครั้งนี้ บริษัทต่าง ๆ ได้ลงนามในข้อตกลงเพื่อเชื่อมโยงช่องทางการชำระเงินข้ามพรมแดนเข้าด้วยกัน ขณะเดียวกัน สำนักงานพาณิชย์หนานซาได้ร่วมมือกับบรรษัทประกันสินเชื่อและการส่งออกแห่งประเทศจีน (China Export & Credit Insurance Corporation หรือ Sinosure) ดำเนินโครงการประกันสินเชื่อเพื่อการส่งออก เพื่อช่วยป้องกันความเสี่ยงจากการเรียกเก็บเงินในต่างประเทศ และสร้างหลักประกันความมั่นคงทางการเงินที่แข็งแกร่งสำหรับบริษัทที่ขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศ

การคุ้มครองการปฏิบัติตามกฎระเบียบตลอดวงจรธุรกิจ: สนับสนุนแบรนด์รุกขยายตลาดโลกอย่างจริงจัง

การปฏิบัติตามกฎระเบียบถือเป็นปัจจัยพื้นฐานต่อการดำรงอยู่ของธุรกิจที่ขยายกิจการสู่ต่างประเทศ ศูนย์บริการแบบครบวงจรสำหรับวิสาหกิจจีนที่ออกไปลงทุนและดำเนินธุรกิจในต่างประเทศ หรือ "Going Global" Comprehensive Service Center for Chinese Enterprises ซึ่งร่วมกันจัดตั้งโดยหน่วยงานในระดับประเทศ มณฑล และเทศบาล ได้เข้ามาจัดตั้งในหนานซา เพื่อให้บริการแบบครบวงจรตลอดทุกช่วงของการลงทุน ครอบคลุมตั้งแต่ก่อนการลงทุน ระหว่างการลงทุน ไปจนถึงหลังการลงทุน ในส่วนบริการออฟไลน์ มีช่องบริการเฉพาะทาง 10 ช่อง ให้บริการแบบเบ็ดเสร็จด้านการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศ ภาษี และกฎหมาย ขณะที่ช่องทางออนไลน์มีมินิโปรแกรมให้คำปรึกษารองรับประเทศต่าง ๆ และจองบริการ ปัจจุบัน ศูนย์ฯ ให้บริการบริษัทต่าง ๆ ไปแล้วกว่า 2,700 แห่ง และจัดกิจกรรมส่งเสริมการลงทุนในต่างประเทศไปแล้วประมาณ 100 ครั้ง

หนานซายังเร่งส่งเสริมการพัฒนาผู้ประกอบการระดับมาตรฐานเออีโอ (AEO หรือ Authorized Economic Operator) โดยมอบเงินรางวัล 200,000 หยวน แก่บริษัทรายใหม่ที่ได้รับการรับรอง ซึ่ง ณ เดือนมิถุนายน 2569 เขตหนานซามีบริษัท AEO รวม 91 แห่ง ขึ้นแท่นอันดับหนึ่งของนครกว่างโจว ส่วนบริการด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบแบบครบวงจรยังช่วยเสริมศักยภาพให้แก่ธุรกิจท้องถิ่นในการขยายสู่ตลาดโลก โดยผลิตภัณฑ์ของโทเซ็ด คังเหว่ย (Tozed Kangwei) ปัจจุบันเข้าถึงกว่า 80 ประเทศ ขณะที่โพนีดอตเอไอ (Pony.ai) ประสบความสำเร็จในการจดทะเบียนสองตลาดทั้งในตลาดแนสแด็ก (NASDAQ) และตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง และเทคโนโลยีชาร์จเร็วของเกรเทอร์ เบย์ เทคโนโลยี (Greater Bay Technology) ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากล ช่วยเร่งการขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศ นอกจากนี้ การประชุมครั้งนี้ยังได้จัดตั้งเครือข่ายบริการระดับโลกผ่านความร่วมมือกับสมาคมธุรกิจในเขตบริหารพิเศษฮ่องกง เขตบริหารพิเศษมาเก๊า ยุโรปตะวันออก และภาคส่วนต่าง ๆ ภายในประเทศ ขณะที่จีเอซี อินเตอร์เนชันแนล (GAC International) ได้เปิดตัวโครงการยกระดับห่วงโซ่อุปทานแบบครบวงจรสำหรับการส่งออกรถยนต์ และศูนย์เร่งการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนของกูเกิล ก็จะจัดตั้งขึ้นในนครกว่างโจว โดยมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับหนานซา เพื่อสร้างแพลตฟอร์มบ่มเพาะแบรนด์ที่ต้องการโกอินเตอร์

ขับเคลื่อนด้วยรากฐานดิจิทัลอัจฉริยะ: บุกเบิกเศรษฐกิจโทเคน AI

สำหรับระบบ "ผนึกกำลัง 5 มิติ" ของหนานซานั้น ศูนย์ข้อมูล (Data Port) ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางด้านดิจิทัล คอยเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างท่าเรือขนส่ง ท่าอากาศยาน ศูนย์กลางการเงิน และศูนย์รวมบุคลากร ปัจจุบันบริษัทข้ามพรมแดนในพื้นที่ได้นำพนักงานดิจิทัล หรือแรงงานปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้เชื่อมโยงข้อมูลที่กระจัดกระจายตลอดกระบวนการต่าง ๆ ส่งผลให้ลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานได้อย่างมีนัยสำคัญ หนานซาได้จัดตั้งรูตเซิร์ฟเวอร์ (Root Server) ระดับ IPv6 แห่งเดียวในจีนตอนใต้ พร้อมสำรองขีดความสามารถในการประมวลผลระดับ 10,000 PFLOPS และจัดตั้งศูนย์บริการแบบครบวงจรแห่งแรกของนครกว่างโจวสำหรับการถ่ายโอนข้อมูลออกนอกประเทศ ทั้งนี้ หลังจากที่เขตการค้าเสรีกวางตุ้งได้ประกาศกำหนดรายการต้องห้าม (Negative List) สำหรับการถ่ายโอนข้อมูลข้ามพรมแดนใน 2 ภาคส่วนสำคัญ หนานซาก็ได้ออกแนวทางการดำเนินงานเพื่อรองรับมาตรการดังกล่าว และนำกรณีการใช้งานทางธุรกิจกรณีแรกไปปฏิบัติได้จริง ขณะเดียวกัน ยังได้เปิดโครงการนำร่องในการประมวลผลข้อมูลนำเข้าและบริการเกม เพื่อเปิดทางให้ข้อมูลดิจิทัลข้ามพรมแดนไหลเวียนได้อย่างไหลลื่น

เพื่อปลดล็อกข้อจำกัดของภาคอุตสาหกรรม ทั้งเรื่องภาระต้นทุนที่สูงและการปฏิบัติตามกฎระเบียบที่ซับซ้อนในการส่งโทเคน AI ไปต่างประเทศ ศูนย์บริการและแลกเปลี่ยนโทเคนกวางตุ้ง (Guangdong Token Exchange and Service Center) จึงได้ถือกำเนิดขึ้นใหม่ เพื่อชู 5 บริการหลักที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการจัดซื้อจัดจ้างด้าน AI โดยเฉพาะ พร้อมส่งแพ็กเกจบริการรุกตลาดต่างประเทศแบบเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับผู้ประกอบการทุกขนาด ทางด้านผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งประเทศจีน (CAICT) ชี้ว่า เขตหนานซาได้เปรียบอย่างมากจากการบูรณาการนโยบายข้อมูลข้ามพรมแดน เข้ากับรูปแบบการใช้งานจริงในภาคการค้าระหว่างประเทศ ส่งผลให้หนานซามีระบบนิเวศที่สมบูรณ์พร้อมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโทเคน AI และสร้างเส้นทางใหม่ที่โดดเด่นเพื่อพลิกโฉมการค้าดิจิทัล

ไม่ว่าจะเป็นการเร่งสปีดระบบโลจิสติกส์การขนส่ง การสร้างสรรค์นวัตกรรมการเงินข้ามพรมแดน การควบคุมมาตรฐานตลอดห่วงโซ่อุปทาน ไปจนถึงการวางรากฐานเทคโนโลยีอัจฉริยะรองรับระบบดิจิทัล วันนี้ระบบนิเวศการค้าข้ามพรมแดนของหนานซาได้ยกระดับอย่างก้าวกระโดด จากการเป็นเพียงศูนย์กลางคมนาคมขนส่ง สู่การเป็นศูนย์กลางเชิงสถาบันและกฎระเบียบการค้าอย่างเต็มรูปแบบ และเนื่องในโอกาสก้าวเข้าสู่ปีแรกของแผนพัฒนา 5 ปี ฉบับที่ 15 หนานซาเตรียมเดินหน้าใช้อานิสงส์จากทำเลยุทธศาสตร์ใจกลางเขตเศรษฐกิจพิเศษอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า มุ่งยกระดับระบบนิเวศอุตสาหกรรมการค้าข้ามพรมแดนระดับโลก โดยอาศัยความเปิดกว้างและการบูรณาการเพื่อเชื่อมโยงกลยุทธ์การหมุนเวียนทางเศรษฐกิจสองทางทั้งในและต่างประเทศ พร้อมสำรวจเส้นทางใหม่ เพื่อนำความทันสมัยแบบฉบับจีนเชื่อมโยงตลาดโลก