Monday, July 27, 2026

เตรียมเปิดเวทีอาหารทะเลยั่งยืนที่ใหญ่สุดในเอเชีย "The Sustainable Seafood Summit 2026" วันที่ 21-23 ตุลาคมนี้ ต้อนรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียคนสำคัญเดินทางร่วมงานด้วยตนเอง

บริษัท ซีฟู้ด เลกาซี่ จำกัด (Seafood Legacy Co., Ltd.) ร่วมกับ นิกเกอิ อีเอสจี (Nikkei ESG) เตรียมจัดการประชุม "The Sustainable Seafood Summit 2026 (TSSS2026)" ซึ่งเป็นงานระดับเรือธงสำหรับอุตสาหกรรมอาหารทะเลทั่วโลก โดยจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 ถึง 23 ตุลาคม 2569 นี้


TSSS2026 เป็นหนึ่งในงานประชุมด้านอาหารทะเลยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย โดยจะเป็นเวทีรวมตัวของภาคส่วนสำคัญระดับนานาชาติ เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกล่าสุด พร้อมเร่งยกระดับภาคการประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ นับตั้งแต่ปี 2558 งาน TSSS ได้ทำหน้าที่เชื่อมโยงทั้งภาคธุรกิจ ภาครัฐ นักวิจัย นักลงทุน องค์กรภาคประชาสังคม (CSO) ตลอดจนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่น ๆ ที่มุ่งมั่นขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารทะเลให้เติบโตอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรกับธรรมชาติ


ปัจจุบัน อุตสาหกรรมอาหารทะเลกำลังเผชิญกับความท้าทายที่หนักหน่วงยิ่งขึ้น ทั้งปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ การประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (IUU Fishing) การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ตลอดจนความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งปัญหาเหล่านี้กำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบนิเวศทางทะเล ห่วงโซ่อุปทาน และความมั่นคงทางอาหารของโลก


ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงนี้ ความเชื่อมั่นได้กลายเป็นข้อได้เปรียบทางการแข่งขันที่สำคัญ โดยความโปร่งใสในห่วงโซ่อุปทานและความร่วมมือระหว่างกันถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างระบบอาหารทะเลที่มีความยืดหยุ่น ซึ่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกในฐานะแหล่งรวมตลาดอาหารทะเลที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีโอกาสสำคัญในการก้าวขึ้นเป็นผู้ขับเคลื่อนแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนในระดับสากล


สำหรับการจัดงาน TSSS2026 ครั้งนี้มาในหัวข้อ "Resonating Actions, Expanding Impact" (ผนึกกำลังขับเคลื่อน ขยายผลลัพธ์สู่วงกว้าง) โดยรวมพลังภาคธุรกิจ ชาวประมง นักวิจัย ผู้กำหนดนโยบาย และองค์กรภาคประชาสังคมจากทั่วโลก เพื่อร่วมกันสำรวจหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่นำไปปฏิบัติได้จริง เพื่อช่วยเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี


ทั้งนี้ งาน TSSS2026 เปิดรับผู้สนใจจากทุกภาคส่วนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนคลื่นลูกใหม่ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมอาหารทะเลไปสู่ความยั่งยืนร่วมกัน


รูปภาพ 1: https://cdn.kyodonewsprwire.jp/prwfile/release/M108348/202607092287/_prw_PI1fl_XAgIPW92.png


ตัวอย่างหัวข้อการสัมมนา (เบื้องต้น)

- การสร้างความยั่งยืนให้แก่การประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำขนาดเล็กในเอเชียตะวันออก

- การเงินเพื่อสิ่งแวดล้อมทางทะเล (Blue Finance) เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมอาหารทะเลที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ

- พิธีมอบรางวัลอาหารทะเลยั่งยืนแห่งญี่ปุ่น ครั้งที่ 7 (JSSA 2026)


รายชื่อวิทยากร (เบื้องต้น)

- เรย์ ดีรานี (Ray Dhirani) หัวหน้าฝ่ายเข้าถึงตลาดทุน สภาผู้ดูแลทางทะเล (Marine Stewardship Council) และสภาผู้ดูแลการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (Aquaculture Stewardship Council)

- ซ่งหลิน หวัง (Songlin Wang) ผู้ก่อตั้งและประธาน สมาคมอนุรักษ์ทางทะเลชิงเต่า (Qingdao Marine Conservation Society)

- ดิก โจนส์ (Dick Jones) ผู้อำนวยการบริหาร สภาซูชิแห่งสถาบันการประมงแห่งชาติ (National Fisheries Institute Sushi Council)

- มาซารุ อิเคมิ (Masaru Ikemi) กรรมการผู้แทน ประธาน และซีอีโอ บริษัท อูมิออส คอร์ปอเรชัน (UMIOS Corporation)


วันและเวลา: วันพุธที่ 21 ตุลาคม - วันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม 2569

*มีงานเลี้ยงสร้างเครือข่ายธุรกิจในวันแรก โดยต้องลงทะเบียนล่วงหน้า

สถานที่: พอร์ต ฮอลล์ (PORT HALL) โครงการโตเกียว พอร์ตซิตี้ ทาเกชิบะ (Tokyo Portcity Takeshiba)

ที่อยู่: ชั้น 1 อาคารสำนักงานโตเกียว พอร์ตซิตี้ ทาเกชิบะ เลขที่ 1-7-1 ไคกัน เขตมินาโตะ กรุงโตเกียว

รูปแบบการจัดงาน: การประชุมในสถานที่จริง ระยะเวลา 3 วันเต็ม

ค่าเข้างาน: ไม่มีค่าใช้จ่าย

ภาษา: มีล่ามภาษาอังกฤษ-ญี่ปุ่น ให้บริการทุกหัวข้อการประชุม

ช่องทางลงทะเบียนและรายละเอียดเพิ่มเติม: https://sustainableseafoodnow.com/2026/en/


ภาพยนตร์โปรโมต: https://www.youtube.com/watch?v=UnkmfeI6qMs


เกี่ยวกับบริษัท ซีฟู้ด เลกาซี่ จำกัด: https://kyodonewsprwire.jp/attach/202607092287-O1-7MQ7Tsqs.pdf


เกี่ยวกับ นิกเกอิ อีเอสจี: https://kyodonewsprwire.jp/attach/202607092287-O2-84D7oRk0.pdf


ที่มา: บริษัท ซีฟู้ด เลกาซี่ จำกัด

Asia's Largest Sustainable Seafood Event "The Sustainable Seafood Summit 2026" to Be Held from October 21 to 23, with Key Stakeholders Attending in Person

Seafood Legacy Co., Ltd. and Nikkei ESG will host "The Sustainable Seafood Summit 2026 (TSSS2026)," a flagship event for the global seafood industry, from October 21 to October 23, 2026.

As one of Asia's largest sustainable seafood events, TSSS2026 brings together key international stakeholders to share the latest insights and accelerate sustainable fisheries and aquaculture. Since 2015, TSSS has united businesses, governments, researchers, investors, CSOs, and other stakeholders committed to advancing a sustainable, nature-positive seafood industry.

Today, the seafood sector faces growing challenges, including climate change, geopolitical uncertainty, IUU (illegal, unreported, unregulated) fishing, biodiversity loss, and human rights risks. These issues threaten marine ecosystems, supply chains, and global food security.

In this changing landscape, trust has become a key competitive advantage. Supply chain transparency and collaboration are essential to building resilient seafood systems. East Asia, home to some of the world's largest seafood markets, has the opportunity to become a global driver of sustainable solutions.

The theme of TSSS2026 is "Resonating Actions, Expanding Impact." Through collaboration among businesses, fishers, researchers, policymakers, and CSOs worldwide, the event will explore practical solutions that accelerate positive change.

TSSS2026 is open to anyone interested in co-creating the next wave of transformation for sustainable seafood.

Image1: https://cdn.kyodonewsprwire.jp/prwfile/release/M108348/202607092287/_prw_PI1fl_XAgIPW92.png

Sample Sessions (Tentative)
- Building Sustainable Small-Scale Fisheries and Aquaculture in East Asia
- Blue Finance for a Nature-Positive Seafood Industry
- 7th Japan Sustainable Seafood Award (JSSA 2026) Ceremony

Speakers (Tentative)
- Ray Dhirani, Head of Capital Markets Outreach, Marine Stewardship Council & Aquaculture Stewardship Council
- Songlin Wang, Founder and President, Qingdao Marine Conservation Society
- Dick Jones, Executive Director, National Fisheries Institute Sushi Council
- Masaru Ikemi , Representative Director, President &CEO, UMIOS Corporation

Date & Time: Wednesday, October 21-Friday, October 23, 2026
*Networking Reception on Day 1; pre-registration required
Venue: Tokyo Portcity Takeshiba, PORT HALL
Address: 1F Tokyo Portcity Takeshiba Office Tower, 1-7-1 Kaigan, Minato-ku, Tokyo
Format: 3-day in-person event
Admission: Free
Language: Simultaneous English-Japanese interpretation for all sessions
Registration & Details: https://sustainableseafoodnow.com/2026/en/

Promotional movie: https://www.youtube.com/watch?v=UnkmfeI6qMs

About Seafood Legacy Co., Ltd.: https://kyodonewsprwire.jp/attach/202607092287-O1-7MQ7Tsqs.pdf

About Nikkei ESG: https://kyodonewsprwire.jp/attach/202607092287-O2-84D7oRk0.pdf

สถาบันเทคโนโลยีฮาร์บินร่วมเป็นเจ้าภาพการประชุมนานาชาติว่าด้วยภาวะผู้นำด้านสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 2 พร้อมเปิดตัวโครงการริเริ่มภาวะผู้นำด้านสภาพภูมิอากาศ


สถาบันเทคโนโลยีฮาร์บิน


การประชุมนานาชาติว่าด้วยภาวะผู้นำด้านสภาพภูมิอากาศ (International Conference on Climate Leadership) ครั้งที่ 2 จัดขึ้น ณ เมืองฮาร์บิน ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 18-20 กรกฎาคม 2569 โดยมีคณะบริหารธุรกิจของสถาบันเทคโนโลยีฮาร์บิน (Harbin Institute of Technology: HIT), สถาบันการก่อสร้างอย่างยั่งยืน เดอะ บาร์ตเลตต์ (The Bartlett School of Sustainable Construction) แห่งมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน (UCL) และสมาคมเศรษฐกิจจีนประจำสหราชอาณาจักรและยุโรป (Chinese Economic Association UK/Europe) เป็นเจ้าภาพร่วม การประชุมครั้งนี้รวบรวมผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการกว่า 300 คน จากมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัย 111 แห่ง ครอบคลุม 23 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก พร้อมด้วยผู้แทนจากองค์กรระหว่างประเทศ อาทิ โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ภาคธุรกิจ และวารสารวิชาการชั้นนำ เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับพัฒนาการล่าสุดและแนวปฏิบัติระดับโลกด้านภาวะผู้นำด้านสภาพภูมิอากาศ พร้อมร่วมผลักดันองค์ความรู้และแนวทางของจีนเพื่อสนับสนุนการกำกับดูแลสภาพภูมิอากาศในระดับโลก นอกจากนี้ โครงการริเริ่มภาวะผู้นำด้านสภาพภูมิอากาศ (The Climate Leadership Initiative) ที่ร่วมกันนำเสนอโดยสถาบันเทคโนโลยีฮาร์บินและ UNDP ยังได้มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในการประชุมครั้งนี้


การประชุมครั้งนี้ได้รับเกียรติจากนักวิชาการและผู้ทรงคุณวุฒิระดับโลกเข้าร่วมเป็นวิทยากรหลักอย่างคับคั่ง ประกอบด้วยสมาชิกของราชสมาคมแห่งแคนาดา สถาบันสังคมศาสตร์แห่งออสเตรเลีย สถาบันวิทยาศาสตร์แห่งยุโรป และราชสมาคมแห่งเอดินบะระ ตลอดจนบรรณาธิการบริหารของวารสารวิชาการชั้นนำระดับนานาชาติ เช่น Academy of Management Journal และ Review of Economic Studies นอกจากนี้ ยังมีผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงจากองค์กรต่าง ๆ เข้าร่วม อาทิ อดีตรองผู้อำนวยการฝ่ายความร่วมมือระดับภูมิภาคของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) สมาชิกสภาบริหารของสมาคมวิจัยพลังงานแห่งประเทศจีน และผู้ช่วยผู้แทน UNDP ประจำประเทศจีน วิทยากรเหล่านี้มีความเชี่ยวชาญในสาขาการจัดการ เศรษฐศาสตร์ และวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม โดยล้วนเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าของโลกในสาขาดังกล่าว


ขณะเดียวกัน บรรณาธิการบริหารจากวารสารวิชาการชั้นนำกว่า 10 ฉบับ ซึ่งรวมถึงวารสารในเครือ Nature Portfolio และ Cell Press ได้เข้าร่วมการประชุมสำหรับบรรณาธิการวารสาร เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับทิศทางและแนวโน้มสำคัญของวงการวิชาการ นอกจากนี้ องค์กรระหว่างประเทศชั้นนำ 5 แห่ง ได้แก่ โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP), โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP), องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF), สถาบันทรัพยากรโลก (WRI) และ Climate Bonds Initiative (CBI) ได้เข้าร่วมการประชุมอย่างพร้อมเพรียง โดย UNDP เป็นองค์กรแรกที่จัดการประชุมคู่ขนานของตนเองภายในงาน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับและอิทธิพลของการประชุมนี้ในเวทีนานาชาติ


ภายในการประชุมมีการเปิดตัวโครงการริเริ่มภาวะผู้นำด้านสภาพภูมิอากาศ โดยมีเป้าหมายเพื่อเน้นย้ำบทบาทของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และภาคธุรกิจ ในการเชื่อมโยงนวัตกรรมเทคโนโลยีด้านสภาพภูมิอากาศ แนวปฏิบัติทางธุรกิจ และการกำหนดนโยบายด้านการกำกับดูแลเข้าด้วยกัน โครงการดังกล่าวยังส่งเสริมให้มีการกระชับความร่วมมือระหว่างคณะบริหารธุรกิจ คณะวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันวิจัย และภาคธุรกิจ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของสถาบันเทคโนโลยีฮาร์บินในการใช้ประโยชน์จากจุดแข็งด้านสหวิทยาการของมหาวิทยาลัย เพื่อสนับสนุนให้มหาวิทยาลัยของจีนก้าวจากการเป็นผู้มีส่วนร่วม สู่การเป็นผู้นำในการกำกับดูแลสภาพภูมิอากาศในระดับโลก


ในฐานะมหาวิทยาลัยชั้นนำที่บูรณาการความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการบริหารธุรกิจเข้าด้วยกัน สถาบันเทคโนโลยีฮาร์บินได้สร้างเวทีความร่วมมือระดับนานาชาติที่เปิดกว้างสำหรับการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และการทำงานร่วมกัน ตั้งแต่การรวบรวมนักวิชาการชั้นนำจากทั่วโลก ไปจนถึงการเปิดตัวโครงการริเริ่มภาวะผู้นำด้านสภาพภูมิอากาศ ซึ่งสะท้อนให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมว่า มหาวิทยาลัยของจีนไม่เพียงมีบทบาทในฐานะผู้มีส่วนร่วมเท่านั้น แต่ยังสามารถก้าวขึ้นเป็นผู้กำหนดวาระและผู้ขับเคลื่อนการกำกับดูแลสภาพภูมิอากาศในระดับโลกได้อีกด้วย และด้วยวิสัยทัศน์ที่เปิดกว้าง สถาบันวิศวกรรมศาสตร์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานนับศตวรรษแห่งนี้ ยังคงเดินหน้านำเสนอองค์ความรู้และแนวทางของจีน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับโลกต่อไป


ที่มา: สถาบันเทคโนโลยีฮาร์บิน

HIT co-hosts 2nd International Conference on Climate Leadership, launching the Climate Leadership Initiative


 Harbin Institute of Technology

The 2nd International Conference on Climate Leadership was held in Harbin, the Summer Capital, from July 18 to 20, 2026. Co-hosted by the Business School, Harbin Institute of Technology, the Bartlett School of Sustainable Construction, UCL, and the Chinese Economic Association UK/Europe, the conference gathered over 300 experts and scholars from 111 universities and research institutions across 23 countries and regions. Together with representatives from international organisations including the United Nations Development Programme (UNDP), businesses, and leading academic journals, participants explored cutting-edge developments and global practices in climate leadership, contributing Chinese wisdom and solutions to global climate governance. The Climate Leadership Initiative , jointly proposed by HIT and UNDP, was officially launched at the conference.

The conference featured a world-class academic lineup, with keynote speakers including fellows of the Royal Society of Canada, the Academy of the Social Sciences in Australia, the European Academy of Sciences, and the Royal Society of Edinburgh, as well as editors-in-chief of leading journals including Academy of Management Journal and Review of Economic Studies . Distinguished experts also included a former Deputy Director of the Regional Cooperation Division, the United Nations Environment Programme (UNEP), an Executive Council Member of China Energy Research Society, and an assistant resident representative of UNDP in China. Covering management, economics, and environmental science, the speakers represented the global frontier in the field.

Meanwhile, editors-in-chief from more than 10 leading journals, including Nature Portfolio and Cell Press journals, gathered at the Journal Editors Session to discuss frontier trends. Five international organisations - UNDP, UNEP, WWF, WRI, and CBI - participated extensively, with UNDP firstly organizing its dedicated joint session, highlighting the conference's international influence.

The conference jointly launched The Climate Leadership Initiative , highlighting the role of science, technology, and business disciplines in connecting climate technology innovation, business practices, and governance decision-making. It calls for stronger collaboration among business schools, science and engineering faculties, research institutions, and enterprises, marking HIT's significant step in leveraging its unique disciplinary strengths to help Chinese universities shift from participants to leaders in global climate governance.

As a leading university integrating science, technology, and business education, HIT has built an international platform for collaboration. From convening global scholars to launching the initiative, HIT has demonstrated through concrete actions that Chinese universities can serve not only as participants, but also as agenda setters and drivers in global climate governance. With an open mindset, this century-old engineering powerhouse is contributing Chinese solutions to global sustainable development.

Source: Harbin Institute of Technology

ทีมแลนด์มาร์ค เวิลด์ไวด์ ประเทศไทย รับถ้วยรางวัลพระราชทานในกิจกรรมวิ่งการกุศล "Bangkok Double Bridge Half Marathon for Red Cross 2026"

ทีมงานและผู้สำเร็จหลักสูตรรวม 174 คน ร่วมใจกันสนับสนุนสภากาชาดไทย ผ่านการเข้าร่วมการแข่งขันเป็นทีมและการสร้างคุณประโยชน์ต่อสังคม



ทีมงาน ผู้นำโปรแกรม และผู้สำเร็จหลักสูตรจากแลนด์มาร์ค เวิลด์ไวด์ ประเทศไทย (Landmark Worldwide Thailand ) รวม 174 คน ได้เข้าร่วมกิจกรรมวิ่งการกุศล Bangkok Double Bridge Half Marathon for Red Cross 2026 เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา ในนามทีมแลนด์มาร์ค เวิลด์ไวด์ เพื่อสนับสนุนภารกิจด้านมนุษยธรรมของสภากาชาดไทย

ทีมแลนด์มาร์ค เวิลด์ไวด์ ร่วมฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับงานนี้ โดยส่งตัวแทนเข้าร่วมการแข่งขันครบทั้ง 4 ระยะ ได้แก่ 2 กิโลเมตร (36 คน ), 7 กิโลเมตร (51 คน ), 10 กิโลเมตร (54 คน ) และฮาล์ฟมาราธอน 21 กิโลเมตร (33 คน ) นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนยังบริจาคเงินส่วนตัวเพื่อสนับสนุนสภากาชาดไทย รวมเป็นเงินบริจาคทั้งสิ้น 141,600 บาทโดยประมาณ

การแข่งขันครั้งนี้มีจุดเริ่มต้นและเส้นชัย ณ หอประชุมกองทัพเรือ กรุงเทพมหานคร โดยเส้นทางวิ่งทอดผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาอันเป็นจุดเด่นสำคัญ รวมถึงสถานที่ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันโดดเด่นของกรุงเทพฯ ด้วยการเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมเลือกแข่งขันได้หลายระยะทาง ส่งผลให้มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมหลายพันคนมารวมพลังกันสนับสนุนสภากาชาดไทย

ด้วยพลังความร่วมมือและการร่วมบริจาค ทีมแลนด์มาร์ค เวิลด์ไวด์ จึงได้รับถ้วยพระราชทานในพิธีมอบรางวัลภายหลังเสร็จสิ้นการแข่งขัน โดยรางวัลดังกล่าวมอบให้แก่ทีมที่มีจำนวนผู้เข้าร่วมการแข่งขันมากที่สุด

ในงานวิ่งครั้งนี้ สมาชิกทีมสวมเสื้อที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษ โดยด้านหน้าพิมพ์ข้อความ "RUN for Transformation" และด้านหลังพิมพ์ข้อความ " อย่าแพ้เสียงในหัว " เพื่อสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของแลนด์มาร์ค เวิลด์ไวด์ ในการสร้างความเปลี่ยนแปลง สร้างความเป็นไปได้ใหม่ และให้พลังผู้คนได้สร้างผลลัพธ์ในชีวิตที่ให้แรงบันดาลใจและไปเหนือกว่าสิ่งที่คาดเดาได้

จากความตั้งใจของทีมงานและสมาชิกในชุมชนแลนด์มาร์คที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อหลายเดือนก่อน เพื่อเสริมสร้างสุขภาพของตนเองควบคู่ไปกับการสนับสนุนกิจกรรมการกุศล ได้ก่อให้เกิดเป็นทีมผู้เข้าร่วมการแข่งขันจำนวน 174 คน ที่ร่วมใจกันเตรียมความพร้อม ฝึกซ้อม และลงแข่งขันไปด้วยกัน สำหรับผู้เข้าร่วมหลายคน กิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีในการสร้างนิสัยใหม่ ๆ กระชับความสัมพันธ์ และทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม

"นี่คือช่วงเวลาแห่งความภาคภูมิใจของพวกเราทุกคน" จี๊ป ตั้งกิตติสุวรรณ ผู้นำแลนด์มาร์คฟอรั่ม ประเทศไทย กล่าว "วันนี้ ผู้สำเร็จหลักสูตรจากแลนด์มาร์คได้มารวมตัวกันเพื่อร่วมงานวิ่ง Bangkok Double Bridge Half Marathon for Red Cross 2026 เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลถ้วยพระราชทาน และภาคภูมิใจที่สุดกับคุณค่าของรางวัลนี้ ที่สะท้อนถึงการร่วมแรงร่วมใจกันด้วยเป้าหมายเดียวกันในการสนับสนุนสภากาชาดไทย นับเป็นภาพสะท้อนความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันอย่างชัดเจน"

เกี่ยวกับแลนด์มาร์ค เวิลด์ไวด์ :
แลนด์มาร์คนำเสนอหลักสูตรต่าง ๆ ในกว่า 20 ภาษา ครอบคลุมกว่า 124 ประเทศทั่วโลก โดยมีผู้เข้าร่วมแลนด์มาร์คฟอรั่มแล้วกว่า 3.5 ล้านคน และก่อให้เกิดโครงการเพื่อสังคมกว่า 250,000 โครงการทั่วโลก ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของแลนด์มาร์ค เวิลด์ไวด์

Landmark Worldwide Thai Team Receives Royal Trophy Recognition at Bangkok Double Bridge Half Marathon for Red Cross 2026

174 Staff Members and Graduates Come Together to Support the Thailand Red Cross Through Team Participation and Community Contribution



A team of 174 staff members, program leaders, and graduates from Landmark Worldwide's Thailand Center participated in the Bangkok Double Bridge Half Marathon for Red Cross 2026 on July 5, coming together as the Landmark Worldwide Team to support the humanitarian efforts of the Thai Red Cross Society.

The Landmark Worldwide Team trained together in preparation for the race and competed across all four race distances: the 2K (36 runners), 7K (51 runners), 10K (54 runners), and the 21K Half Marathon (33 runners). Each participant also made a personal contribution to the Thai Red Cross Society. The team's combined contributions totaled approximately ฿141,600 Thai Baht ($3,400 USD).

Starting and finishing at the Royal Thai Navy Convention Hall in Bangkok, the event brought runners across the iconic Chao Phraya River and through Bangkok's historic and cultural landmarks. With multiple race distances, the event united thousands of participants in support of the Thai Red Cross Society.

In recognition of its participation and collective contribution, the Landmark Worldwide Team was awarded the Royal Trophy, presented during a special trophy ceremony following the event. The award recognizes the participating team with the largest number of participants.

Team members wore specially designed shirts featuring the message "RUN for Transformation" on the front and "Don't let your little voice take over" on the back, reflecting Landmark Worldwide's commitment to transformation, possibility, and empowering individuals to create outcomes in their lives that are inspiring and not predictable.

What began months earlier as a commitment among staff and community members to support both personal well-being and a charitable cause grew into a team of 174 participants preparing, training, and running together. For many, the event became an opportunity to build new habits, strengthen relationships, and contribute to something larger than themselves.

"This is a proud moment for all of us," said Jeep Thangkittisuwan, Landmark Forum Leader in Thailand. "Today, Landmark graduates came together to participate in the Bangkok Double Bridge Half Marathon for Red Cross 2026. While receiving the Royal Trophy is a great honor, what makes me proudest is what it represents - a community united around a shared purpose, coming together as one to support the Thai Red Cross Society. This is what oneness looks like in action."

About Landmark Worldwide:
Landmark offers its programs in more than 20 languages and over 124 countries worldwide. More than 3.5 million people have participated in The Landmark Forum, generating over 250,000 community projects around the globe. For more information, visit their website.

บริดจสโตนคว้ารางวัล “Marketeer No.1 Brand Thailand 2026”ครองความแข็งแกร่งของแบรนด์อันดับ 1 ในใจผู้บริโภคทั่วประเทศต่อเนื่อง 15 ปีซ้อน

บริดจสโตนคว้ารางวัล “แบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 ของประเทศไทยประจำปี พ.ศ. 2569” หรือ “Marketeer No.1 Brand Thailand 2026” ประเภทยางรถยนต์ ครองอันดับหนึ่งในใจผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 15 ซึ่งเป็นรางวัลทรงเกียรติจากการจัดทำวิจัยและสํารวจความนิยมจากผู้บริโภคทั่วประเทศ สะท้อนภาพลักษณ์ความแข็งแกร่งของแบรนด์บริดจสโตนที่สามารถครองใจผู้บริโภคได้อย่างยาวนาน โดยคุณยูสุเกะ โคซามิ ผู้จัดการส่วนงานวางแผนธุรกิจ บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เข้ารับรางวัลอันทรงเกียรติจากคุณเพิ่มพล โพธิ์เพิ่มเหม บรรณาธิการและผู้ก่อตั้งนิตยสาร Marketeer ณ ห้องฉัตราบอลรูม โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ

คุณยูสุเกะ โคซามิ ผู้จัดการส่วนงานวางแผนธุรกิจ บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การได้รับรางวัล Marketeer No.1 Brand Thailand ต่อเนื่องเป็นปีที่ 15 สะท้อนถึงความไว้วางใจที่ผู้บริโภคชาวไทยมีต่อบริดจสโตนมาอย่างยาวนาน เราขอขอบคุณลูกค้า พันธมิตรทางธุรกิจ พนักงาน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกท่าน ที่มอบความเชื่อมั่นและให้การสนับสนุนเรามาอย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลาเกือบ 60 ปี บริดจสโตนมีความภาคภูมิใจที่ได้เติบโตเคียงข้างสังคมไทย ภายใต้พันธกิจ ‘รับใช้สังคมด้วยคุณภาพที่เหนือกว่า’  เราจะยังคงมุ่งมั่นส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงและบริการที่เชื่อถือได้ เพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภคชาวไทย ล่าสุดเราได้เปิดตัว BRIDGESTONE POTENZA SPORT EVO ยางสปอร์ตพรีเมียมรุ่นใหม่ ที่ได้รับการพัฒนาสำหรับทั้งรถยนต์สมรรถนะสูงและรถยนต์ไฟฟ้า (EV Ready) สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราในการนำเสนอโซลูชันด้านการเดินทางที่ล้ำสมัย ปลอดภัย และสร้างความมั่นใจในทุกการขับขี่ นอกเหนือจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริดจสโตนจะเดินหน้ายกระดับประสบการณ์ของลูกค้าอย่างต่อเนื่องผ่านเครือข่ายศูนย์บริการ COCKPIT ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อส่งมอบบริการด้านยานยนต์ที่ได้มาตรฐาน เชื่อถือได้ และครบวงจร รางวัลอันทรงเกียรตินี้เป็นแรงบันดาลใจให้เรามุ่งมั่นสร้างคุณค่าให้แก่ผู้บริโภคชาวไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมร่วมขับเคลื่อนสังคมแห่งการเดินทางที่ปลอดภัยและยั่งยืนสำหรับคนรุ่นต่อไป เพราะทุกการเดินทางเริ่มต้นจากความไว้วางใจ และเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ร่วมเดินทางเคียงข้างผู้บริโภคชาวไทยต่อไปอีกยาวนาน”

รางวัล “แบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 ของประเทศไทย ประจำปี พ.ศ. 2569” หรือ “Marketeer No.1 Brand Thailand 2026”จัดขึ้นโดยนิตยสาร Marketeer อ้างอิงจากผลการวิจัยและสำรวจของบริษัท มาร์เก็ตติ้ง มูฟ จำกัด ผู้ให้บริการด้านงานวิจัยและที่ปรึกษาทางธุรกิจ สำรวจแบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 ของประเทศไทย ประจำปี พ.ศ. 2569 รวมทั้งสิ้น 123 กลุ่มผลิตภัณฑ์ โดยผ่านกลุ่มตัวอย่างกว่า 6,500 คน

ทั้งนี้ สำหรับลูกค้าที่สนใจผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์ BRIDGESTONE สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและเลือกใช้บริการผ่านช่องทางออนไลน์ของค็อกพิทได้ที่

เกี่ยวกับบริดจสโตน ประเทศไทย:

บริดจสโตน ผู้นำระดับโลกด้านยางรถยนต์และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับยาง พร้อมนำเสนอโซลูชั่นด้านการเดินทางที่ปลอดภัยและยั่งยืน และสำหรับประเทศไทย บริษัท ไทยบริดจสโตน จำกัด คือหนึ่งในผู้ผลิตชั้นนำในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และบริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านการนำเข้า จัดจำหน่าย และทำการตลาดยางรถยนต์ภายใต้แบรนด์บริดจสโตน, ไฟร์สโตน และเดย์ตันแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย บริดจสโตนเป็นแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า ตัวแทนจำหน่าย และพันธมิตรทางธุรกิจ เรานำเสนอกลุ่มผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์พรีเมียมที่หลากหลายและโซลูชั่นขั้นสูง ซึ่งพัฒนาจากนวัตกรรมทางเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาการเดินทาง, การใช้ชีวิต, การทำงาน และการพักผ่อนของผู้คนทั่วโลก