Friday, February 13, 2026

“มาสคอตโรโร่” จากพรอมิส คว้าแชมป์กระโดดไกล ในกิจกรรม Mascot Game งาน Japan Expo Thailand 2026

บริษัท พรอมิส (ประเทศไทย) จำกัด เข้าร่วมงาน Japan Expo Thailand 2026 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยส่ง “มาสคอตโรโร่” เข้าร่วมกิจกรรม Mascot Game ซึ่งเป็นสนามประลองความน่ารักและกีฬาสุดฮาของเหล่ามาสคอต และสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศการกระโดดไกลไปครองได้อย่างสวยงาม

บรรยากาศบริเวณลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์เต็มไปด้วยความคึกคัก เมื่อเหล่ามาสคอตจากหลากหลายหน่วยงานตบเท้าเข้าร่วมประชันความเร็วและความแข็งแกร่งในกิจกรรม Mascot Game ที่จัดโดย บริษัท บอลลูนอาร์ท จำกัด (BalloonArt) ท่ามกลางเสียงเชียร์กระหึ่ม ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งแข่งขันที่เผยให้เห็นสปีดสุดทึ่งภายใต้ชุดตุ๊กตาหนานุ่ม หรือการแข่งขันชักกะเย่อที่เป็นการดวลพลังทั้งลุ้นทั้งขำไปพร้อมกัน นอกจากนี้ยังมีขบวนพาเหรดที่เป็นการรวมตัวกันเดินอวดโฉมสร้างสีสันไปทั่วบริเวณงาน เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะจากผู้เข้าร่วมงานจำนวนมาก

Highlight of the Day ต้องขอยกให้กับ “มาสคอตโรโร่” จากพรอมิส ที่โชว์ฟอร์มสมเป็นแบรนด์ที่เคียงข้างคุณทุกก้าวเดิน ด้วยการคว้ารางวัลชนะเลิศการกระโดดไกลไปครองแบบเหนือชั้น เรียกได้ว่าโรโร่จากสินเชื่อพรอมิสไม่ได้มีแค่ความน่ารัก แต่ยังพกพาความมุ่งมั่นและสมรรถภาพร่างกายที่ยอดเยี่ยมมาเต็มเปี่ยม สะท้อนภาพลักษณ์ความกระฉับกระเฉงของพรอมิสได้เป็นอย่างดี

วัตถุประสงค์หลักของกิจกรรมนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การหาผู้ชนะ แต่ทาง BalloonArt ตั้งใจจัดขึ้นเพื่อสร้างสีสัน ความสนุกสนาน และเป็นเวทีในการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงการให้แฟน ๆ ได้ใกล้ชิดกับตัวการ์ตูนที่รักผ่านกิจกรรม Meet & Greet ซึ่งสร้างความประทับใจและเป็นภาพจำที่แสนพิเศษให้แก่ผู้เข้าร่วมงานทุกคน กิจกรรม Mascot Game ในปีนี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า มาสคอตไม่ได้มีหน้าที่แค่ยืนโบกมือเท่านั้น แต่ยังเป็นทูตแห่งความสุขที่ดึงดูดใจคนทุกวัยได้อย่างแท้จริง

เซี่ยงไฮ้เปิดตัวแก๊งสัตว์สุดน่ารักขวัญใจโซเชียล ปลุกกระแสท่องเที่ยวรับตรุษจีน

 


สำนักวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเทศบาลนครเซี่ยงไฮ้

นครเซี่ยงไฮ้เปิดตัว IP Character ด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวใหม่ล่าสุด ชูแก๊งสัตว์ไอดอลสุดน่ารัก 5 คาแรกเตอร์ ประกอบด้วยสัตว์โลกขวัญใจโซเชียลจากแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมทั่วเมือง โดยมีเป้าหมายเชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศให้เดินทางมาเยือนและใช้เวลาช่วงเทศกาลตรุษจีนในเซี่ยงไฮ้ พร้อมสร้างความคึกคักให้กับตลาดวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของเซี่ยงไฮ้ด้วยเสน่ห์ความน่ารักที่ครองใจผู้คนทุกวัย

แก๊งสัตว์ไอดอลสุดคิวต์ทั้ง 5 คาแรกเตอร์ที่เปิดตัวโดยสำนักวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเทศบาลนครเซี่ยงไฮ้ ล้วนเป็นสัตว์ดาวเด่นในโลกออนไลน์ที่ครองใจทั้งชาวเมืองและนักท่องเที่ยวมาอย่างต่อเนื่อง แต่ละคาแรกเตอร์มีฐานแฟนคลับเหนียวแน่น พร้อมเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่น สะท้อนเสน่ห์ที่แตกต่างแต่ลงตัว

"เพียวเพียว" ม้าน้อยจากสวนสัตว์เปิดเซี่ยงไฮ้ รับบททูตส่งความสุขและคำอวยพรในช่วงเทศกาลตรุษจีน ขณะที่ "ติงติง" ชิมแปนซีขวัญใจมหาชน ครองหัวใจแฟน ๆ ด้วยกิจวัตรประจำวันน่ารักชวนอมยิ้ม ด้าน "จวินจวิน และ เม่ยเม่ย" หมีสีน้ำตาลสองพี่น้องจากสวนสัตว์เซี่ยงไฮ้ ถ่ายทอดความหมายแห่งมิตรภาพและความรักได้อย่างอบอุ่น ส่วน "หงถัง" เสือสาวผู้ได้รับฉายา 'สาวน้อยน่ารัก' จากชาวเน็ต ก็สร้างกระแสความเอ็นดูไปทั่วโลกออนไลน์ ขณะที่ "เซี่ยเซี่ย" วาฬเบลูกาจากเซี่ยงไฮ้ ไห่ฉาง โอเชียนพาร์ก เป็นตัวแทนของการต้อนรับอันอบอุ่นในแบบฉบับเซี่ยงไฮ้ได้อย่างน่าประทับใจ

แก๊งสัตว์ไอดอลสุดน่ารักเหล่านี้ไม่เพียงสะท้อนเสน่ห์อันบริสุทธิ์ตามธรรมชาติของสัตว์โลกเท่านั้น หากยังถ่ายทอดความหมายทางวัฒนธรรมที่ลุ่มลึก ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางอันทรงพลังของอุตสาหกรรมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเซี่ยงไฮ้ เพื่อยกระดับจากการดึงดูดนักท่องเที่ยว สู่การสร้างคุณค่าอย่างรอบด้านในหลากหลายมิติ

ในวันเปิดตัว IP Character ดังกล่าว วิดีโออวยพรเทศกาลตรุษจีนความยาว 1 นาทีได้สร้างกระแสไวรัลบนโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว ภายในคลิป ก๊วนสัตว์ดาวดังได้ปรากฏตัวตามแลนด์มาร์กสำคัญของนครเซี่ยงไฮ้ เช่น เดอะบันด์ สวนอวี้หยวน และพิพิธภัณฑ์เซี่ยงไฮ้ฝั่งตะวันออก ถ่ายทอดภาพบรรยากาศอันสวยงามน่าประทับใจ และจุดกระแสความสนใจในหมู่นักท่องเที่ยวอย่างคึกคัก

บนโลกออนไลน์ แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังหลายแห่ง อาทิ เซี่ยงไฮ้ ดิสนีย์แลนด์ และ เลโก้แลนด์ เซี่ยงไฮ้ รีสอร์ต ต่างเข้าร่วมสร้างสีสันในกระแสความนิยมครั้งนี้อย่างคึกครื้น จุดประกายความประทับใจและเสียงตอบรับเชิงบวกจากทั้งชาวจีนและนักท่องเที่ยวต่างชาติในวงกว้าง

ขณะเดียวกัน ยังมีการเปิดประสบการณ์ออฟไลน์ที่หลากหลายควบคู่กันไป โดยมีการนำเสนอแพ็กเกจสิทธิประโยชน์ "Shanghai Pass" ควบคู่กับบัตรเข้าชมแบบแพ็กเกจพิเศษในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่เชื่อมโยงกับ IP Character ดังกล่าว ด้านรถบัสชมวิวสองชั้นและร้านค้าธีมเฉพาะของ IP Character เตรียมทยอยเปิดตัวต่อไป นอกจากนี้ ภาพของก๊วนสัตว์ดาวดังจะปรากฏภายในสนามบินนานาชาติเซี่ยงไฮ้หงเฉียว ในบทบาท "ทูตแห่งความสุข" ทำหน้าที่ต้อนรับผู้มาเยือนและถ่ายทอดเสน่ห์ของอุตสาหกรรมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเซี่ยงไฮ้อย่างมีชีวิตชีวา

สำนักวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเทศบาลนครเซี่ยงไฮ้คาดหวังว่าแก๊งสัตว์ไอดอลสุดน่ารักเหล่านี้จะมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวจีนและชาวต่างชาติที่เดินทางมาเยือนเซี่ยงไฮ้ในช่วงเทศกาลตรุษจีน พร้อมทั้งเปิดมุมมองและแนวทางสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ในการถ่ายทอดเรื่องราวและเสน่ห์ของมหานครแห่งนี้

ที่มา: สำนักวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเทศบาลนครเซี่ยงไฮ้

Shanghai Unveils Cuteness-Empowered Cultural and Tourism IP


 Shanghai Municipal Administration of Culture and Tourism

Shanghai has recently launched its new cultural and tourism IP featuring five cute idol groups made up of internet-famous animals from major scenic spots across the city, extending an invitation to tourists from home and abroad to visit and stay in Shanghai for the Spring Festival and injecting fresh vitality into the city's cultural and tourism market with cute power.

The five cute idol groups, released by Shanghai Municipal Administration of Culture and Tourism, are all nationally beloved internet-famous animals that citizens and tourists have watched grow up, each boasting a strong fan base among the general public and a unique personality label.

Piaopiao, a small pony at Shanghai Wild Animal Park, acts as a Chinese New Year blessing envoy, while Dingding, a chimpanzee, has won countless fans with its amusing daily life. Junjun and Meimei, a pair of brown bear siblings at Shanghai Zoo, embody the meaning of friendship and love, and Hongtang, a tiger, is incredibly cute and affectionately nicknamed "the lovely girl" by netizens. Xiaxia, a beluga whale at Shanghai Haichang Ocean Park, conveys Shanghai-style hospitality through creative interactions.

These cute icons not only retain the innate loveliness of the animals but also are endowed with rich cultural connotations, serving as a vivid carrier for Shanghai's cultural and tourism sector to transform from attracting tourism traffic to accumulating broader value.

On the launch day of the IP, a 1-minute Chinese New Year greeting video went viral across the internet. In the video, the cute idols appeared at iconic urban landmarks such as the Bund, Yuyuan Garden and the Shanghai Museum East, creating an immersive visual feast that has become the traffic-attracting secret for the IP's popularity.

Online, renowned attractions including Shanghai Disneyland and Legoland Shanghai Resort joined the relevant topics, striking an emotional chord with citizens and tourists alike.

Offline, a series of immersive experience scenarios has been launched simultaneously. The new IP-related Shanghai Pass privilege package and special Spring Festival combined tickets are now available, and the IP's exclusive double-decker sightseeing buses and themed stores will be unveiled later. The cute idol images will also be featured at Shanghai Hongqiao International Airport, becoming joyful ambassadors for the city's cultural and tourism industry.

The Shanghai Municipal Administration of Culture and Tourism expected the cute idols would bring brand-new Spring Festival travel experiences in Shanghai to tourists at home and abroad during the Spring Festival, and also open up new perspectives and ways to tell the city's stories.

Source: Shanghai Municipal Administration of Culture and Tourism

Thursday, February 12, 2026

MK พลิกโฉมตรุษจีน แจกความมงคลทั่วถึง เปลี่ยน อั่งเปา เป็น อั่งเป็ดมงคล ชูน้ำราดเป็ด อันดับ 1 ในใจ

MK Restaurants เจ้าของตำนานสุกี้และเป็ดย่าง ฉลองตรุษจีนปีนี้ เปิดตัวแคมเปญ “มหามงคลทั่วถึง” ซึ่งไม่เพียงแค่ขายชุดเป็ดไหว้เหมือนเช่นทุกปี แต่ยังขอแบ่งปันความอร่อย ด้วยการแจก “อั่งเป็ดมงคล” ต้นตำรับน้ำราดเป็ดที่ออกแบบมาเพื่อราดได้ทั้งตัว ช่วยเติมเต็มรสชาติ และเพิ่มความฉ่ำให้กับทุกเมนูเป็ดย่างให้อร่อยยิ่งขึ้น

แคมเปญนี้ไม่เพียงตอบโจทย์อินไซต์ในช่วงตรุษจีนได้อย่างตรงจุด แต่ยังสื่อถึงการส่งต่อความมงคลผ่านการแจก “อั่งเป็ดมงคล” แทนอั่งเปา พร้อมตอกย้ำภาพจำความอร่อยในตำนานของเป็ดย่าง MK ได้อย่างชาญฉลาด

ทั้งนี้ MK Restaurants พร้อมเปิดประสบการณ์มงคลแบบครบทุกด้าน เสิร์ฟความอร่อยและความมงคลแบบทั่วถึง ตั้งแต่เซตไหว้มหามงคล ถึงมื้อพิเศษสุดมงคลในร้าน

  • เซตไหว้มหามงคลสั่งไปทานที่บ้าน เริ่มต้นเพียง 750 บาท มีให้เลือกมากถึง 5 ชุดแบบจัดเต็ม เพื่อตอบโจทย์สายสะดวกที่เน้นคุณภาพและถูกต้องตามหลักการไหว้ ประกอบไปด้วย เป็ดย่าง MKไก่ต้มมงคลเครื่องในเป็ด/ไก่หมูแดงสูตรฮ่องกงหมูกรอบหนาพิเศษซาลาเปาส้มมงคลบะหมี่หยกกลางข้าวอบจักรพรรดิเมนูติ่มซำ และของทอด พร้อมรับ ‘อั่งเป็ดมหามงคล’, ซองอั่งเปา พร้อมคูปองส่วนลด 100 บาท’ และ ‘ฮู้เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย’ เพื่อเสริมโชคลาภ สั่งจองได้ตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม – 15 กุมภาพันธ์ 2569
  • เซตมังกรมงคลทานในร้าน เสิร์ฟความมงคลในร้านแบบชุดอลังการ มีให้เลือกทั้งชุดสุกี้หมูและเนื้อ เริ่มต้นเพียง 1,099 บาท พร้อมเมนูซิกเนเจอร์อย่าง เป็ดย่าง MKบะหมี่หยกชุดผักติ่มซำ และซาลาเปาส้มมงคล พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ ตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ – 3 มีนาคม 2569

โปรโมชั่นพิเศษ:

  • ต่อที่ 1 รับฟรี ‘อั่งเป็ดมหามงคล’ (ต้นตำรับน้ำเป็ด ขนาดพิเศษ มูลค่า 80 บาท) เมื่อรับประทานครบ 800 บาท (หลังหักส่วนลด) ที่ MK Restaurants ทุกสาขาทั่วประเทศ
  • ต่อที่ 2 รับฟรี ‘อั่งเปา’ คูปองส่วนลด 100 บาท สำหรับใช้เป็นส่วนลดในครั้งถัดไป และหมี่หยกยืนยาว 99 ซม. มูลค่า 142 บาท เมื่อรับประทานครบ 1,399 บาท (หลังหักส่วนลด) เฉพาะ MK Restaurants สาขาที่ร่วมรายการเท่านั้น 
  • พิเศษเฉพาะศูนย์การค้าเซ็นทรัล รับฟรี เก๊กฮวยเหยือกใหญ่ มูลค่า 145 บาท และรับเพิ่ม อั่งเปา คูปองส่วนลด 100 บาท อีก 1 ใบสำหรับใช้เป็นส่วนลดในครั้งถัดไปที่สาขากลุ่มเซ็นทรัลเท่านั้น เมื่อรับประทานครบ 1,399 บาท (หลังหักส่วนลด) แลกรับได้ 1 สิทธิ์ ต่อ 1 ใบเสร็จ

เรียนเชิญรับทั้งความอร่อยและความมงคล ได้ที่ MK Restaurants และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: MK Restaurants

เตรียมพบกับความมหัศจรรย์ของละครเวทีสำหรับเด็ก The Tiger Who Came to Tea ที่จะกลับมาสร้างรอยยิ้มในกรุงเทพฯ อีกครั้ง

Bangkok Theatre Project ผู้จัดละครเวทีเพื่อการศึกษาและครอบครัวที่มุ่งมั่นนำละครเพลงระดับโลกมาสู่เด็กๆ และครอบครัวในกรุงเทพฯ ประกาศการกลับมาของ The Tiger Who Came to Tea ละครเพลงจากเวสต์เอนด์จากหนังสือยอดนิยมของ จูดิธ เคอร์ ที่ดัดแปลงและกำกับโดย เดวิด วู้ด โดยการแสดงในกรุงเทพฯ จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 5 ถึง 8 มีนาคม 2026 ที่ M Theatre ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ และสามารถจองบัตรได้แล้วที่ Thai Ticket Major ละครเรื่องนี้เป็นที่นิยมอย่างมากในผู้ชมกลุ่มครอบครัวในประเทศอังกฤษ เปิดการแสดงมาแล้วทั่วสหราชอาณาจักรและเอเชีย รวมถึงจีน สิงคโปร์ ฮ่องกง และกำลังจะกลับมาสร้างความประทับใจในประเทศไทยเป็นครั้งที่สอง

The Tiger Who Came to Tea จากเวสต์เอนด์เป็นละครที่เคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Olivier Award มอบโอกาสพิเศษให้กลุ่มผู้ชมครอบครัวได้ชมการแสดงระดับโลกโดยนักแสดงมืออาชีพในกรุงเทพฯ  เรื่องราวความสนุกเริ่มต้นเมื่อเสียงกริ่งประตูหน้าบ้านดังขึ้นในขณะที่โซฟีและคุณแม่กำลังจะนั่งจิบน้ำชายามบ่าย ทั้งสองได้พบกับแขกไม่ได้รับเชิญที่ปรากฏตัวขึ้น และมันคือเสือลายพาดกลอนตัวใหญ่ สิ่งที่ตามมาคือความปั่นป่วนวุ่นวายที่เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์น่าประทับใจมากมาย บทเพลงที่ทุกคนร้องตามได้ และความโกลาหลแบบน่ารักๆ ที่ออกแบบมาเพื่อสร้างความสุขให้กับผู้ชมตัวน้อยและเรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่

การเล่าเรื่องที่สดใสและเปี่ยมไปด้วยพลัง ทำให้ละครเรื่องนี้เป็นจุดเริ่มต้นการชมละครเวทีที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ชมวัยเยาว์ และเป็นกิจกรรมที่สนุกสนานสำหรับครอบครัว การแสดงมีความยาวประมาณ 55 นาที ไม่มีพักครึ่ง เหมาะสำหรับเด็กอายุสามขวบขึ้นไป ทำให้เป็นประสบการณ์การชมละครเวทีครั้งแรกที่ลงตัวสำหรับเด็กๆ และเป็นความสุขของทุกคนที่มาร่วมชม ด้วยการดำเนินเรื่องที่ชัดเจน มุกตลกที่เข้าใจง่ายผ่านท่าทาง และช่วงเวลาแห่งเสียงดนตรีมากมาย และยังช่วยให้เด็กๆ ที่กำลังฝึกฝนภาษาอังกฤษสามารถติดตามเรื่องราวได้อย่างง่ายดายอีกด้วย

“ฉันหลงรักละครเพลงมาตั้งแต่เด็ก และอยากจะแบ่งปันความมหัศจรรย์นั้นกับผู้ชมกลุ่มครอบครัวในประเทศไทยเสมอ เมื่อฉันได้ดู The Tiger Who Came to Tea ครั้งแรกที่ลอนดอน ทั้งโรงละครเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและทุกคนร้องเพลงไปด้วยกัน ฉันรู้ทันทีว่าเราต้องนำการแสดงนี้มาที่นี่ หลังจากความประทับใจในซีซันแรก เราตื่นเต้นมากที่จะได้ต้อนรับการแสดงยอดฮิตนี้ในประเทศไทยอีกเป็นครั้งที่สอง เพื่อแบ่งปันความสุขให้กับครอบครัวและผู้ชมในวงกว้างยิ่งขึ้น” คริสทีน จิระวงศ์วิโรจน์ ผู้ร่วมก่อตั้ง Bangkok Theatre Project กล่าว

ส่วน อเล็กซานดร้า จัสต์ ผู้ร่วมก่อตั้งอีกท่านกล่าวเสริมว่า “นี่เป็นโอกาสที่หาได้ยากสำหรับเด็กๆ ใน กรุงเทพฯ ที่จะได้ชมโปรดักชันระดับโลกและการแสดงของทีมนักแสดงมืออาชีพ The Tiger Who Came to Tea เป็นการแสดงที่อบอุ่น มีชีวิตชีวา และสร้างสรรค์มาอย่างงดงาม เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ชมที่เพิ่งเคยดูละครเวทีเป็นครั้งแรก ละครเรื่องนี้ยังเหมาะสมมากๆ สำหรับผู้ที่กำลังเรียนภาษาอังกฤษ เพราะการเล่าเรื่องชัดเจน มีฉากแอ็กชัน ดนตรี และความขบขันที่ชวนให้ติดตามตลอดทั้งเรื่อง”

สำหรับข้อมูลอัปเดตและรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถเยี่ยมชมได้ที่ https://bkktheatreproject.com บัตรมีจำหน่ายเฉพาะที่ Thai Ticket Major ทาง www.thaiticketmajor.com/performance/the-tiger-who-came-to-tea-2025.html และช่องทางการจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Thai Ticket Major จัดแสดงเพียงวันที่ 5 ถึง 8 มีนาคม 2026 นี้เท่านั้นที่ M Theatre ควรรีบจองบัตรล่วงหน้าเพื่อเลือกที่นั่งและรอบที่ต้องการ โดยเฉพาะรอบการแสดงที่ตรงกับวันสุดสัปดาห์

  • การแสดง: The Tiger Who Came to Tea
  • จัดโดย: Bangkok Theatre Project
  • สถานที่: M Theatre (ถนนเพชรบุรีตัดใหม่) กรุงเทพฯ
  • วันที่: วันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม ถึง วันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม 2026
  • รอบการแสดง:
    • วันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม 2026: 09:30, 12:00
    • วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม 2026: 10:30, 17:00
    • วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม 2026: 10:30, 13:30, 16:00
    • วันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม 2026: 10:30, 13:30, 16:00
    • ประตูเปิดประมาณ 30 นาทีก่อนเริ่มการแสดง
  • ความยาวการแสดง: ประมาณ 55 นาที (ไม่มีพักครึ่ง)
  • อายุผู้ชมที่แนะนำ: สามขวบขึ้นไป
  • ราคาบัตร (ราคาปกติ): 1,500 / 1,800 / 2,000 / 2,500 บาท (ยังไม่รวมค่าบริการของ Thai Ticket Major)
  • จองบัตร: www.thaiticketmajor.com/performance/the-tiger-who-came-to-tea-2025.html

เกี่ยวกับ Bangkok Theatre Project

Bangkok Theatre Project เป็นผู้จัดละครเวทีเพื่อการศึกษาและครอบครัวที่มุ่งมั่นนำละครเพลงระดับโลกมาสู่เด็กๆ และครอบครัวในกรุงเทพฯ ทีมงานเชื่อว่าละครเวทีคือ “กุญแจมหัศจรรย์” ที่ช่วยปลดล็อกศักยภาพของเด็กๆ โดยผสมผสานเรื่องราวที่น่าติดตาม ตัวละครที่มีชีวิตชีวา ดนตรีที่ทรงพลัง และกระบวนการทำงานร่วมกัน เพื่อเปิดประตูสู่จินตนาการและความเป็นไปได้ Bangkok Theatre Project มุ่งเน้นที่จะยกระดับชีวิตในเชิงวัฒนธรรมของกรุงเทพฯ ผ่านประสบการณ์ที่จุดประกายความคิดสร้างสรรค์ ส่งเสริมความเห็นอกเห็นใจ และสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเยี่ยมชมได้ที่ https://bkktheatreproject.com

Family Favourite The Tiger Who Came to Tea Returns to Bangkok

Bangkok Theatre Project presents four days of West End magic for ages 3+, with tickets on sale now via Thai Ticket Major for 5 to 8 March 2026

Bangkok Theatre Project, a Family Theatre Curator dedicated to bringing world-class musical theatre to the children and families of Bangkok, announces the return of The Tiger Who Came to Tea, the West End musical play adapted and directed by David Wood, based on the beloved book by Judith Kerr. The production plays from 5 to 8 March 2026 at M Theatre (New Phetchaburi Road), with tickets on sale now at Thai Ticket Major. A hugely popular UK family favourite, the production has played across the UK and Asia, including China, Singapore, Hong Kong, and returns to Thailand for its second.

Direct from the West End and an Olivier Award-nominated hit, The Tiger Who Came to Tea offers Bangkok families a rare chance to enjoy a world-class show performed by a professional touring cast, right here in the city. When the doorbell rings as Sophie and her mum are settling down for tea, an unexpected guest arrives: a big, stripy tiger. What follows is a whirlwind of “oodles of magic”, sing-along songs and clumsy chaos designed to delight young audiences and keep grown-ups smiling too.

With its bright storytelling and playful energy, the show is a lovely introduction to live theatre for younger audiences and a fun shared outing for families. The running time is approximately 55 minutes with no interval, and it is suitable for children aged 3+, making it an ideal first theatre experience for little ones and a joyful treat for everyone coming along. With clear storytelling, visual humour, and plenty of musical moments, it is also easy to follow for English language learners.

“I have loved musical theatre since I was a child, and I have always wanted to share that magic with families in Thailand. When I first saw The Tiger Who Came to Tea in London, the whole room was laughing and singing along, and I knew we had to bring it here. After the joy of our first season, we are thrilled to welcome this smash hit show back to Thailand for the second time, and share it with even more families,” said Christine Chirawongviroj, Co-Founder, Bangkok Theatre Project.

Co-Founder Alexandra Just added, “It is a rare opportunity for children in Bangkok to see a world-class touring production performed by a professional cast. It is warm, lively, and beautifully made, perfect for first-time theatregoers. The show is also brilliant for English learners, because the storytelling is so clear, with plenty of action, music, and humour to follow.”

For the latest show updates, resources, and information, visit www.bkktheatreproject.com/. Tickets are exclusively available through Thai Ticket Major at www.thaiticketmajor.com/performance/the-tiger-who-came-to-tea-2025.html and their official sales channels. With performances running only from 5 to 8 March 2026 at M Theatre, families are encouraged to book early to secure preferred seats and showtimes, especially across the weekend performances.

Key Details at a Glance:

  • Show: The Tiger Who Came to Tea
  • Presented by: Bangkok Theatre Project
  • Venue: M Theatre (New Phetchaburi Road), Bangkok
  • Dates: Thursday, 5 March to Sunday, 8 March 2026
  • Showtimes:
    • Thursday, 5 March 2026: 09:30, 12:00
    • Friday, 6 March 2026: 10:30, 17:00
    • Saturday, 7 March 2026: 10:30, 13:30, 16:00
    • Sunday, 8 March 2026: 10:30, 13:30, 16:00
    • Doors open around 30 minutes before each performance.
  • Running time: approx. 55 minutes (no interval)
  • Recommended age: 3+
  • Ticket prices (Normal): THB 1,500 / 1,800 / 2,000 / 2,500 (Thai Ticket Major service fee applies)
  • Tickets: www.thaiticketmajor.com/performance/the-tiger-who-came-to-tea-2025.html

About Bangkok Theatre Project

Bangkok Theatre Project is a Family Theatre Curator, dedicated to bringing world-class musical theatre to the children and families of Bangkok. The team believes theatre is a “magic key” that can unlock a child’s potential, combining gripping stories, life-filled characters, powerful music, and collaborative processes to open doors to imagination and possibility. Bangkok Theatre Project focuses on enriching Bangkok’s cultural life through experiences that inspire creativity, encourage empathy, and support lifelong learning. For more information, visit www.bkktheatreproject.com/.

ส้มเฟิงตู" สร้างชื่อ เติบโตสู่การเป็นอุตสาหกรรมสำคัญของฉงชิ่ง

 คณะกรรมาธิการการเกษตรและกิจการชนบทอำเภอเฟิงตู

ฤดูเก็บเกี่ยวพืชผลได้เริ่มต้นขึ้นแล้วที่ตำบลหลงกง อำเภอเฟิงตู หนึ่งในแหล่งผลิตส้มคุณภาพดีชื่อดังของเทศบาลนครฉงชิ่ง ทางภาคตะวันตกของประเทศจีน

ณ สวนส้ม Common Prosperity Orange Orchard ในหมู่บ้านหนานจู เกษตรกรต่างช่วยกันลำเลียงลังส้มที่เพิ่งเก็บสดใหม่ขึ้นรถบรรทุก เพื่อขนส่งตรงไปยังฐานการผลิตแบบครบวงจรที่อยู่ใกล้เคียง ภายในศูนย์ทำความสะอาดและคัดแยก ส้มจะผ่านกระบวนการขัดล้างทำความสะอาด ทำให้แห้ง และคัดเกรด ก่อนส่งต่อไปยังแผนกบรรจุ และกระจายสินค้าไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ

เพื่อให้การดำเนินงานในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวเป็นไปอย่างราบรื่นและรักษามาตรฐานคุณภาพอย่างสม่ำเสมอ ไป๋ เสี่ยวหัว ผู้อำนวยการสหกรณ์พัฒนาการเกษตรในท้องถิ่น ได้เดินทางไปมาระหว่างสวนส้มกับฐานการผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อจัดตารางการเก็บเกี่ยวและตรวจสอบคุณภาพผลผลิตด้วยตนเอง

ไป๋เติบโตมากับสวนส้ม จึงมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับวงจรการเจริญเติบโตของต้นส้ม และเล็งเห็นข้อจำกัดของการเพาะปลูกแบบดั้งเดิม ในปี 2561 เขาได้ริเริ่มจัดตั้งสหกรณ์ เพื่อรวบรวมเกษตรกรรายย่อยในพื้นที่ และผลักดันการพัฒนาอุตสาหกรรมส้มให้เป็นระบบและได้มาตรฐาน ผ่านการกำหนดมาตรฐานร่วมกันและการบริหารจัดการแบบรวมศูนย์

ขณะเดียวกัน เพื่อยกระดับทักษะวิชาชีพของเกษตรกร และเสริมสร้างมาตรฐานการบริหารจัดการให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ไป๋ได้จัดการฝึกอบรมภาคสนามเป็นประจำทุกเดือน เพื่อถ่ายทอดความรู้และเทคนิคการปลูกส้มตามหลักวิทยาศาสตร์แก่เกษตรกร โดยเน้นการลงมือปฏิบัติจริง

ความมุ่งมั่นของไป๋ในการเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ มีบทบาทสำคัญในการยกระดับและผลักดันการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมส้มในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

ก่อนจัดตั้งสหกรณ์ ไป๋ได้เข้าร่วมโครงการฝึกอบรมด้านการเกษตรที่จัดโดยคณะกรรมาธิการการเกษตรและกิจการชนบทอำเภอเฟิงตูอย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งเดินทางไปศึกษาดูงานในหลายภูมิภาคเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ในปี 2563 ภายหลังได้รับใบอนุญาตบินโดรน เขาได้นำโดรนมาใช้ในสวนของตนเอง ก่อนที่จะต่อยอดผลักดันการใช้โดรนให้เป็นแนวปฏิบัติมาตรฐานของสหกรณ์

ความพยายามของเขาสะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการพัฒนาคุณภาพและการยกระดับอุตสาหกรรมส้มของอำเภอเฟิงตูที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบัน ตำบลหลงกงมีพื้นที่ปลูกส้มรวม 25,000 หมู่ (ประมาณ 10,400 ไร่) ให้ผลผลิตมากกว่า 30,000 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่าผลผลิตสูงถึง 110 ล้านหยวนต่อปี นอกจากนี้ ส้มของตำบลหลงกงยังได้รับการรับรองเครื่องหมายการค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ระดับชาติในปี 2554 อีกด้วย

ในปี 2562 หมู่บ้านหนานจูได้รับการแต่งตั้งเป็นหมู่บ้านสาธิตสินค้าเฉพาะถิ่นแห่งชาติโดยกระทรวงเกษตรและกิจการชนบท และยังได้รับการรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ระดับชาติสำหรับสินค้าเกษตร นอกจากนี้ ส้มจากอำเภอเฟิงตูยังมีการส่งออกไปยังตะวันออกกลางและอีกหลายภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง นับเป็นแบรนด์ส้มท้องถิ่นที่มีชื่อเสียงในระดับสากล

ทั่วทั้งอำเภอเฟิงตูมีพื้นที่ปลูกส้มรวม 52,500 หมู่ (ประมาณ 21,800 ไร่) ให้ผลผลิตมากกว่า 70,000 ตันต่อปี และสร้างรายได้รวม 150 ล้านหยวนต่อปี

ส้มเพียงหนึ่งผลก็มีบทบาทสำคัญในการสร้างห่วงโซ่ที่ช่วยเพิ่มพูนรายได้ให้แก่เกษตรกรในท้องถิ่น รวมถึงขยายห่วงโซ่อุตสาหกรรมการเกษตรสมัยใหม่จากฟาร์มสู่ตลาด โดยการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และการสร้างแบรนด์ ได้ผลักดันอุตสาหกรรมส้มของอำเภอเฟิงตูให้พัฒนาจากสินค้าเฉพาะถิ่นไปสู่เส้นทางแห่งความมั่งคั่ง และสร้างเครือข่ายอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งในระดับภูมิภาค

ที่มา: คณะกรรมาธิการการเกษตรและกิจการชนบทอำเภอเฟิงตู