Tuesday, March 10, 2026

‘ศิริราช-ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก’ ร่วมจัดโครงการ “93 ดวงตา 93 ข้อเทียม รวมพลังคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล น้อมถวายพระราชกุศลแด่พระบรมราชชนนีพันปีหลวง”


เมื่อวันที่ 10 มีนาคม ณ ศาลาศิริราช 100 ปี โรงพยาบาลศิริราช นพอภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นประธานแถลงข่าวโครงการ “93 ดวงตา  93 ข้อเทียม รวมพลังคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล น้อมถวายพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ครั้งแรกของการผนึกกำลังของ 2 ภาควิชาคือ ภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิคส์และกายภาพบำบัด และภาควิชาจักษุวิทยา เพื่อช่วยเหลือและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยสูงอายุที่มีปัญหาโรคข้อเสื่อม และโรคต้อกระจก ให้ได้รับโอกาสการรักษาด้วยนวัตกรรมขั้นสูงโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

โดยมี .นพ.กีรติ เจริญชลวานิช หัวหน้าภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิคส์และกายภาพบำบัด ในฐานะประธานโครงการ, รศ.พญ.กนกรัตน์ พรพาณิชย์ หัวหน้าภาควิชาจักษุวิทยา และประธานร่วมโครงการฯ พร้อมด้วย .ดร.นพ.ยงยุทธ ศิริวัฒนอักษร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช, รศ.นพ.ธีระ กลลดาเรืองไกร ผู้อำนวยการศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษกรศ.นพ.นริศ กิจณรงค์ รองหัวหน้าภาควิชาจักษุวิทยา, นพ.นิมิตร ทองพูลสวัสดิ์ รองผู้อำนวยการศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก, นพ.ตะวัน อินทิยนราวุธ รองผู้อำนวยการศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก และพญ.มนัสวี จรดล รองผู้อำนวยการศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก เข้าร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้

.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า ทุกชีวิตของราษฎรมีความหมายใต้ร่มพระบารมี พระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงห่วงใยปัญหาความทุกข์ยากของราษฎรอย่างใกล้ชิดเสมอมา โดยเฉพาะปัญหาด้านสุขภาพอนามัยตามพื้นที่ชนบทห่างไกล ทรงตระหนักว่า การมีสุขภาพอนามัยที่สมบูรณ์จะนำไปสู่สุขภาพจิตที่ดี และสามารถทำประโยชน์ด้านอื่น ๆ ต่อไปได้ พระองค์จึงได้พระราชทานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริด้านสาธารณสุขเป็นจำนวนมาก ทั้งยังทรงสนับสนุนโครงการด้านการแพทย์ของโรงพยาบาลศิริราชอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการดูแลผู้ป่วยยากไร้ ทรงไม่ทอดทิ้งและรับไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์

“คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มุ่งมั่นสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการดูแลสุขภาพของราษฎร โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบางผู้สูงอายุที่ประสบภาวะข้อเสื่อมและต้อกระจก ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการใช้ชีวิตอย่างมาก จึงสร้างต้นแบบความร่วมมือการบูรณาการความเชี่ยวชาญ ระหว่างคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก เพื่อระดมสรรพกำลังทั้งด้านนวัตกรรมหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดที่ทันสมัย เทคโนโลยีเลนส์แก้วตาเทียมชั้นสูง และทีมสหวิชาชีพที่เปี่ยมด้วยประสบการณ์ มามอบโอกาสในการรักษาให้แก่ประชาชนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีสามารถกลับมาเคลื่อนไหวและมองเห็นได้ชัดเจนอีกครั้ง” ศ.นพ.อภิชาติ กล่าว

ด้าน .นพ.กีรติ เจริญชลวานิช หัวหน้าภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิคส์และกายภาพบำบัด ในฐานะประธานโครงการฯ เผยว่า ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ สอดคล้องกับข้อมูลสถิติผู้สูงอายุในประเทศไทยซึ่งมีประมาณ 12 ล้านคน และกว่าร้อยละ 70 พบว่ามีปัญหาโรคข้อเข่าและข้อสะโพกเสื่อม ไม่ใช่เพียงปัญหาทางกายภาพ หากแต่เป็นภาพสะท้อนของปัญหาสังคม เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิต เนื่องจากผู้สูงอายุจำนวนมาก “รอคอย” และยังเข้าไม่ถึงการรักษา ภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิคส์ฯ จึงดำเนินโครงการ 72 ข้อเทียม เทิดพระเกียรติวโรกาส 72 พรรษา ทศมราชา ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า – ข้อสะโพก ให้ผู้ป่วย 72 ข้อเทียม ในปี 2567-2568 และประสบผลสำเร็จเป็นอย่างมาก ในปีนี้เราจึงรวมพลังคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล สานต่อภารกิจผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า – ข้อสะโพกด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด จำนวน 93 ข้อเทียม พร้อมด้วยผ่าตัดต้อกระจก 93 ดวงตา โดยภาควิชาจักษุวิทยา เพื่อให้ผู้สูงอายุที่ด้อยโอกาสเข้าถึงการรักษาโดยไม่มีค่าใช้จ่าย น้อมถวายพระราชกุศลแด่พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 

ศ.นพ.กีรติ กล่าวเพิ่มเติมว่า “สำหรับผมและทีมออร์โธปิดิกส์โครงการนี้ คือการ “มอบโอกาส” ให้กับประชาชนที่กำลังรอคอย และมีความหวังที่จะลุกขึ้นยืนได้ด้วยตนเองและสามารถก้าวเดินได้อย่างมั่นคง โดยการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าและข้อสะโพกเทียมในโครงการนี้ เป็นการผ่าตัดที่จำเป็นต้องใช้ความเชี่ยวชาญจากทีมสหสาขาในการดูแลรักษาผู้ป่วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการตรวจวินิจฉัย ประสบการณ์ในการผ่าตัด ร่วมกับการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย คือ หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด เพื่อรักษาผู้ป่วยข้อเข่าและข้อสะโพกเทียมที่เข้าร่วมโครงการฯ เพื่อให้เกิดความแม่นยำสูงสุด ลดการบาดเจ็บ และช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาเดินได้รวดเร็วขึ้น โดยผู้ป่วยที่มีคุณสมบัติตามที่โครงการฯ ระบุ และผ่านการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแล้ว จะได้รับการผ่าตัดในมาตรฐานการรักษาระดับสากล ที่โรงพยาบาลศิริราช และศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก ซึ่งมีความพร้อมของหน่วยศัลยกรรมออร์โธปิดิกส์ ทั้งทางด้านบุคลากรและเทคโนโลยีการดูแลผู้ป่วย” ศ.นพ.กีรติ ในฐานะประธานโครงการฯ กล่าว

ขณะที่ รศ.พญ.กนกรัตน์ พรพาณิชย์ หัวหน้าภาควิชาจักษุวิทยา ในฐานะประธานร่วมของโครงการฯ กล่าวว่า จากสถิติโรคทางจักษุพบว่า โรคต้อกระจกยังคงเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของการตาบอดและสายตาเลือนรางในผู้สูงอายุไทย โดยเฉพาะกลุ่มที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที และเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัย อาจนำไปสู่ภาวะทุพพลภาพทางการเห็นอย่างถาวร ส่งผลกระทบต่อทั้งสภาพจิตใจของผู้ป่วยและภาระของครอบครัว ภาควิชาจักษุวิทยาเล็งเห็นความสำคัญของปัญหานี้ จึงมีกิจกรรมผ่าตัดต้อกระจกฟรีที่โรงพยาบาลศิริราชอย่างต่อเนื่อง โดยดำเนินการผ่าน “โครงการผ่าตัดต้อกระจกเฉลิมพระเกียรติฯ” ของศิริราชมูลนิธิ และจัดให้มีโครงการออกหน่วยลงพื้นที่ต่างจังหวัดในพื้นที่มีจักษุแพทย์ไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้ป่วย ปีละ 1 ครั้ง เพื่อทำการผ่าตัดต้อกระจกเปลี่ยนเลนส์แก้วตาเทียมให้ผู้ป่วยต้อกระจกที่มีระยะเวลารอคอยการผ่าตัดนานให้ได้รับการผ่าตัดได้รวดเร็วขึ้น โดยในปี 2569 จะมีการออกหน่วยที่ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี

และความพิเศษของปีนี้คือการเข้าร่วม “โครงการ 93 ดวงตา 93 ข้อเทียม รวมพลังคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล น้อมถวายพระราชกุศลแด่พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” เราได้ระดมทีมจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง พร้อมด้วยเทคโนโลยีเลนส์แก้วตาเทียมที่มีประสิทธิภาพสูง และทีมสหวิชาชีพที่มีความพร้อมสูงสุดในการดูแลผู้ป่วยแบบครบวงจร ตั้งแต่ขั้นตอนการตรวจวินิจฉัย การเตรียมความพร้อมก่อนผ่าตัด ไปจนถึงการดูแลหลังผ่าตัด เพื่อให้เกิดผลลัพธ์การรักษาที่ดีที่สุด โดยเราไม่ได้มุ่งหวังเพียงแค่การรักษาโรค แต่เป้าหมายสำคัญคือการยกระดับคุณภาพชีวิต เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันและมองเห็นได้ชัดเจนขึ้น โดยกำหนดวันผ่าตัดใหญ่ร่วมกันในวันที่ 20 – 21 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก

ทั้งนี้ ภายในงานแถลงข่าวฯ ยังมีการให้ข้อมูลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญถึงความพร้อมของโครงการฯ ทั้งด้านจักษุวิทยาโดย รศ.นพ.นริศ กิจณรงค์ รวมถึงความพร้อมด้านสถานที่และทีมสหวิชาชีพโดย ศ.ดร.นพ.ยงยุทธ ศิริวัฒนอักษร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช, รศ.นพ.ธีระ กลลดาเรืองไกร ผู้อำนวยการศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก นอกจากนี้ ยังมีการแสดงสาธิตผ่าตัดเสมือนจริงด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดที่ให้ได้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิด

คุณสมบัติผู้สมัครผู้ป่วยโรคต้อกระจกโรคข้อเข่า และข้อสะโพกเสื่อม เข้าร่วมโครงการ “93 ดวงตา 93 ข้อเทียม รวมพลังคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล น้อมถวายพระราชกุศลแด่ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” 

  1. ผู้ป่วยโรคต้อกระจก, โรคข้อเข่า และข้อสะโพกเสื่อม จะต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย และเลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก
  2. สำหรับผู้ป่วยโรคต้อกระจก ต้องมีสิทธิประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) สิทธิเบิกจ่ายตรงกรมบัญชีกลาง สิทธิรัฐวิสาหกิจ สิทธิประกันสังคม และสิทธิญาติสายตรง (ไม่ต้องมีใบส่งตัว)
  3. สำหรับผู้ป่วยโรคต้อกระจก ต้องได้รับการตรวจและผ่านเกณฑ์การวินิจฉัยจากจักษุแพทย์ ว่ามีปัญหาต้อกระจกที่มีผลกระทบต่อการมองเห็น และคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย หรืออาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ได้
  4. ผู้ป่วยโรคข้อเข่า และข้อสะโพกเสื่อม ที่มีสิทธิประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) สิทธิเบิกจ่ายตรงกรมบัญชีกลาง สิทธิรัฐวิสาหกิจ (ทุกสิทธิ์ต้องมีหนังสือส่งตัวจากสถานพยาบาลต้นสังกัด)
  5. ผู้ป่วยโรคข้อเข่า และข้อสะโพกเสื่อม มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่ำกว่า 30,000 บาทต่อครัวเรือน
  6. สำหรับผู้ป่วยโรคข้อเข่า และข้อสะโพกเสื่อม ต้องได้รับการตรวจและผ่านเกณฑ์การวินิจฉัยจากศัลยแพทย์ว่ามีปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย หรืออาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ได้

หมายเหตุ : ผู้เข้าร่วมโครงการต้องผ่านหลักเกณฑ์การประเมินจากทีมแพทย์ นักสังคมสงเคราะห์ และพยาบาล

ผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่

  • หน่วยตรวจโรคออร์โธปิดิคส์ โรงพยาบาลศิริราช โทร. 02-419-7968
  • แผนกศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์ ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก โทร. 02-849-6728
  • แผนกจักษุวิทยา ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก โทร. 02-849-6610

Monday, March 9, 2026

บริดจสโตน คว้ารางวัล “BEST SELLING TYRE โดยกรังด์ปรีซ์” 28 ปีซ้อน จากเวที CAR & BIKE OF THE YEAR 2026 ตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดยางรถยนต์ไทย


คุณบัณฑิต จันทรคณา กล่าวว่า การได้รับรางวัล BEST SELLING TYRE ต่อเนื่องเป็นปีที่ 28 ถือเป็นความสำเร็จจากความมุ่งมั่นของผู้บริหารและทีมงาน นับเป็นความภาคภูมิใจของพวกเราเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งยังเป็นเครื่องยืนยันถึงสมรรถนะและคุณภาพของยางรถยนต์บริดจสโตน ผมขอขอบคุณกรังด์ปรีซ์ที่ให้เกียรติและเล็งเห็นศักยภาพของบริดจสโตน รวมถึงลูกค้าทุกท่านที่มอบความไว้วางใจให้เราเสมอมา บริดจสโตนจะเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์พรีเมียมที่ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยและการบริการเหนือระดับ พร้อมขับเคลื่อนนวัตกรรมรองรับการเติบโตของยานยนต์พลังงานไฟฟ้า ควบคู่กับยกระดับการสื่อสารกับลูกค้าผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยเฉพาะ Social Media และช่องทางออนไลน์ เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงข้อมูลสินค้าและช่องทางการซื้อได้สะดวกยิ่งขึ้น พร้อมสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า”

พิธีมอบรางวัล CAR & BIKE OF THE YEAR 2026จัดขึ้นโดยบริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เพื่อสนับสนุนภาพลักษณ์ที่ดีทางด้านธุรกิจยานยนต์ และส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย โดยคัดเลือกรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ที่มีความโดดเด่นในแต่ละด้านโดยผู้ทรงคุณวุฒิ ทั้งประเภทที่ผลิตในประเทศและนำเข้า พร้อมทั้งให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบข้อมูลที่แท้จริง เพื่อศึกษาเป็นแนวทางในการพิจารณาเลือกซื้อให้เหมาะสมตามเป้าหมายของการใช้งาน

เกี่ยวกับบริดจสโตน ประเทศไทย:

บริดจสโตน ผู้นำระดับโลกด้านยางรถยนต์และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับยาง พร้อมนำเสนอโซลูชั่นด้านการเดินทางที่ปลอดภัยและยั่งยืน และสำหรับประเทศไทย บริษัท ไทยบริดจสโตน จำกัด คือหนึ่งในผู้ผลิตชั้นนำในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และบริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านการนำเข้า จัดจำหน่าย และทำการตลาดยางรถยนต์ภายใต้แบรนด์บริดจสโตน, ไฟร์สโตน และเดย์ตันแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย บริดจสโตนเป็นแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า ตัวแทนจำหน่าย และพันธมิตรทางธุรกิจ เรานำเสนอกลุ่มผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์พรีเมียมที่หลากหลายและโซลูชั่นขั้นสูงซึ่งพัฒนาจากนวัตกรรมทางเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาการเดินทางการใช้ชีวิต, การทำงาน และการพักผ่อนของผู้คนทั่วโลก

Bridgestone Wins “BEST SELLING TYRE Award by Grand Prix” for 28th Consecutive Year in CAR & BIKE OF THE YEAR 2026, Reinforcing Leadership in Thailand’s Tyre Market

Bridgestone Sales (Thailand) Co., Ltd. has fortified its leadership position in Thailand’s tyre market, winning the prestigious “BEST SELLING TYRE” award by Grand Prix International PCL. for the 28th consecutive year. Mr. Bundit Chantarakana, Marketing Division Manager of Bridgestone Sales (Thailand) Co., Ltd., was the company’s representative to receive this award from Dr. Nattapol Rangsitpol, Permanent Secretary of the Ministry of Industry, together with Mr. Anothai Eamlumnow, President of the CAR & BIKE OF THE YEAR 2026, who presided over the award ceremony at the Royal Jubilee Ballroom, Challenger Hall, IMPACT Muang Thong Thani.


Mr. Bundit Chantarakana said, “Receiving the BEST SELLING TYRE award for the 28th consecutive year reflects the dedication of our management and teammates, and is a great source of pride for all of us. It also reaffirms the performance and quality of Bridgestone tyres. I would like to thank Grand Prix for recognizing Bridgestone’s potential, as well as our customers for their continued trust and support. Bridgestone will continue to develop premium tyres that combine advanced technology with superior service, while driving innovation to support the growth of electric vehicles. At the same time, we are enhancing communication with customers through digital platforms, particularly social media and online channels, to make product information and purchasing options more accessible and to build long-term relationships with our customers.”

The CAR & BIKE OF THE YEAR award ceremony is held by Grand Prix International PCL to promote an outstanding image and support Thailand’s automotive industry. Based on selection by a panel of experts, the awards cover cars, motorcycles, and car-related products across various categories, with both locally produced and imported models being eligible. It aims to provide accurate and reliable information for consumers before their purchasing decisions.    

About Bridgestone in Thailand:         
Bridgestone is a global leader in tires and rubber building on its expertise to provide solutions for safe and sustainable mobility. In Thailand, Thai Bridgestone Co., Ltd. (TBSC) is a leading manufacturer in the Thai automotive industry, while Bridgestone Sales (Thailand) Co., Ltd. (BSTL) is the exclusive importer & distributor, and supervises the marketing strategy for Bridgestone, Firestone and Dayton branded tires in Thailand. Bridgestone is a brand trusted by its customers, dealers and business partners. Bridgestone offers a diverse product portfolio of premium tires and advanced solutions backed by innovative technologies, improving the way people around the world move, live, work and play.      

Friday, March 6, 2026

พรอมิส (ประเทศไทย) คว้ารางวัลชนะเลิศอันดับ 1 Best Brand Performance on Social Media จากเวที Thailand Social Awards ครั้งที่ 14



บริษัท พรอมิส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลชั้นนำ ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญด้วยการคว้ารางวัลชนะเลิศอันดับ 1 (Winner) ในกลุ่มรางวัล Best Brand Performance on Social Media สาขา Personal Loan (กลุ่มธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล) จากงาน Thailand Social Awards ครั้งที่ 14 ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการสร้างสรรค์คอนเทนต์ และการสื่อสารบนโลกออนไลน์ที่เข้าถึงใจผู้บริโภคยุคดิจิทัล

รางวัล Thailand Social Awards เป็นงานประกาศรางวัลโซเชียลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศไทย เพื่อเชิดชูแบรนด์ที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมบนโซเชียลมีเดีย โดยพิจารณาจากดัชนีชี้วัดประสิทธิภาพการทำงานผ่านช่องทางต่างๆ อย่างครอบคลุม

ผู้บริหาร บริษัท พรอมิส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงความสำเร็จในครั้งนี้ว่า :

“รางวัลนี้ไม่ใช่แค่ความสำเร็จของแบรนด์ แต่คือเครื่องพิสูจน์ความทุ่มเทของพนักงานพรอมิสทุกคน ขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจกับพรอมิส พรอมิสสัญญาว่าจะผลิตคอนเทนต์ที่สร้างสรรค์แบบนี้ และรวมถึงพัฒนาการบริการดีให้ดียิ่งขึ้น เพื่อส่งเสริมและให้ความรู้วินัยทางการเงินและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยต่อไป”

ความสำเร็จในครั้งนี้ถือเป็นแรงผลักดันสำคัญให้ บริษัท พรอมิส (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้ายกระดับมาตรฐานการให้บริการทางการเงินในยุคดิจิทัลอย่างไม่หยุดยั้ง โดยมุ่งเน้นการสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าผ่านช่องทางออนไลน์ที่ครอบคลุม เพื่อตอบแทนความไว้วางใจที่ลูกค้ามอบให้เสมอมา และก้าวสู่การเป็นแบรนด์สินเชื่อส่วนบุคคลที่อยู่ในใจผู้บริโภคชาวไทยอย่างยั่งยืน

อาร์เอ็กซ์ เจแปน จีเค ประกาศจัดงาน “FaW TOKYO 2026” มหกรรมแสดงสินค้าแฟชั่น B2B ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ปักหมุดแลนด์มาร์คสำคัญในการจัดซื้อสำหรับผู้ประกอบการแฟชั่นไทย

FaW TOKYO -- FASHION WORLD TOKYO 2026 APRIL งานแสดงสินค้าแฟชั่นในรูปแบบ B2B ที่ยิ่งใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ ของญี่ปุ่น เตรียมเปิดฉากระหว่างวันที่ 8-10 เมษายน 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการโตเกียวบิ๊กไซต์ (Tokyo Big Sight) โดยงานในปีนี้คาดว่าจะมีผู้ร่วมจัดแสดงประมาณ 700 รายจาก 20 ประเทศและภูมิภาค พร้อมดึงดูดผู้มาเยือนราว 20,000 รายจาก 50 ประเทศและภูมิภาค ถือเป็นแพลตฟอร์มทางธุรกิจระดับสากลที่เชื่อมโยงการจับคู่ทางธุรกิจและการจัดซื้อครอบคลุมทุกภาคส่วนในซัพพลายเชนวงการแฟชั่น

ไฮไลต์สำคัญสำหรับผู้ซื้อชาวไทย:
ภายในงานมีการจัดแสดงสินค้าเฉพาะทาง 9 โซน ซึ่งช่วยให้ผู้ซื้อจากประเทศไทยสามารถเลือกเฟ้นสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพ Made-in-Japan วัสดุและสิ่งทอชั้นเลิศ พันธมิตรผู้รับจ้างผลิต OEM/ODM คุณภาพมาตรฐานญี่ปุ่น ตลอดจนโซลูชันด้านความยั่งยืนและหมุนเวียน เทคโนโลยีแฟชั่น และนวัตกรรมอื่น ๆ อีกมากมายจากแบรนด์และดีไซเนอร์ระดับโลก นอกจากนี้ เพื่อให้การเจรจาธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่น งานนี้ยังมีบริการล่ามแปลภาษาหน้างานโดยไม่มีค่าใช้จ่าย คอยอำนวยความสะดวกตั้งแต่ขั้นตอนการทำความรู้จักเบื้องต้น ไปจนถึงการหารือรายละเอียดเชิงลึก ทั้งในด้านสเปกสินค้า โครงสร้างราคา และความต้องการในกระบวนการผลิต

5 เหตุผลสำคัญที่ต้องมาเยือน FaW TOKYO:
(1) สัมผัส คุณภาพญี่ปุ่นในผลิตภัณฑ์และวัสดุต่าง ๆ
(2)
ค้นพบแบรนด์ระดับโลกและเอเชีย
(3)
พบปะพันธมิตร OEM/ODM ศักยภาพสูง
(4)
เปิดโลกโซลูชันรองรับการนำกลับมาใช้ใหม่/หมุนเวียน
(5)
สำรวจนวัตกรรมเทคโนโลยีแฟชั่นที่จะเข้ามาขับเคลื่อนวงการ

พาวิลเลียนไทยในโซน SUSTAINABLE FASHION EXPO:
ในส่วนของ SUSTAINABLE FASHION EXPO ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในงาน FaW TOKYO 2026 จะมีการจัดแสดงพาวิลเลียนไทยโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) โดยจะรวบรวมผู้ประกอบการไทยสายรักษ์โลกที่มุ่งเน้นความยั่งยืน 30 รายมาจัดแสดงในโซนนี้ ภายในพาวิลเลียนประกอบด้วยกลุ่มสินค้าที่หลากหลาย ได้แก่ บริษัทเครื่องแต่งกาย 12 ราย, ซัพพลายเออร์สิ่งทอ 5 ราย, แบรนด์เครื่องประดับ 9 ราย, ผู้ผลิตกระเป๋า 3 ราย และบริษัทผลิตรองเท้า 1 ราย ซึ่งจะช่วยให้ผู้ซื้อสามารถเปรียบเทียบตัวเลือกสินค้าที่มีความยั่งยืนได้ตั้งแต่วัตถุดิบไปจนถึงผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ทั้งนี้ DITP มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนผู้ซื้อจากต่างประเทศผ่านการให้ข้อมูลการตลาดและบริการจับคู่ทางธุรกิจ

เริ่มต้นที่พาวิลเลียนไทย ผู้ซื้อชาวไทยจะสามารถเฟ้นหาซัพพลายเออร์ที่ตรงใจและทำความเข้าใจเทรนด์ตลาดได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ผู้เข้าชมงานยังมีโอกาสต่อยอดการค้นหาพันธมิตรทางธุรกิจให้ครอบคลุมทั่วทั้งงาน โดยมีบริการล่ามแปลภาษาฟรีคอยอำนวยความสะดวก

ดูข้อมูลทั้งหมดของงานนี้และลงทะเบียนเข้าชมงานได้ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ FaW TOKYO:
https://www.fashion-tokyo.jp/spring/en-gb.html?utm_campaign=pressrelease-th&utm_medium=referral&utm_source=portal-site

RX Japan GK Announces Japan's Largest Fashion B2B Trade Show "FaW TOKYO 2026" -- Major Sourcing Hub for Thai Fashion Professionals

FaW TOKYO -- FASHION WORLD TOKYO 2026 APRIL, one of Japan's largest fashion B2B trade shows, will be held on April 8-10, 2026, at Tokyo Big Sight. The event is expected to welcome around 700 exhibitors from 20 countries and regions, and 20,000 visitors from 50 countries and regions, offering an international platform for business matching and sourcing across the fashion supply chain.

Appeal points for Thai buyers:

Across nine specialized shows, Thai buyers can efficiently source Made-in-Japan products, textiles & materials, Japan-quality OEM/ODM partners, sustainable and circular solutions, fashion tech, and more -- alongside global brands and designers. Complimentary on-site interpretation services are available to facilitate the smooth transition from initial introductions to substantive discussions regarding specifications, pricing, and production requirements.

5 Reasons to visit FaW TOKYO:

(1) To experience "Japan Quality" in products and materials

(2) To discover global and Asian brands

(3) To meet high-spec OEM/ODM partners

(4) To explore reuse/circular solutions

(5) To see fashion tech innovations shaping the industry

Thailand Pavilion at SUSTAINABLE FASHION EXPO:

At the SUSTAINABLE FASHION EXPO as part of FaW TOKYO 2026, the Thailand Pavilion -- organized by Thailand's Department of International Trade Promotion (DITP) -- will feature 30 Thai sustainability-focused exhibitors. The pavilion includes 12 apparel companies, 5 textile suppliers, 9 accessory brands, 3 bag makers, and 1 shoe company, enabling buyers to compare sustainable options from materials to finished products. DITP is known for supporting international buyers through market information and business matching services.

Starting with the Thailand Pavilion, Thai buyers can quickly identify suitable suppliers and understand market trends. Visitors to the event are offered the chance to expand discoveries across the show with complimentary interpretation services.

For full show information and registration, please visit FaW TOKYO's official website:

https://www.fashion-tokyo.jp/spring/en-gb.html?utm_campaign=pressrelease-th&utm_medium=referral&utm_source=portal-site

Thursday, March 5, 2026

Bridgestone ตอกย้ำพันธมิตรระดับโลกกับ Automobili Lamborghini เปิดประสบการณ์ขับขี่เร้าใจสุดเอ็กซ์คลูซีฟให้ลูกค้า “Lamborghini Temerario”

Bridgestone สานต่อความร่วมมือพันธมิตรระดับโลกกับแบรนด์ซูเปอร์สปอร์ตคาร์หรู Lamborghini จัดกิจกรรม “Temerario Driving Experience” ณ สนามทดสอบไทยบริดจสโตน อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อมอบประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ปลุกทุกสัมผัสแห่งการขับขี่ให้ลูกค้า Lamborghini Temerarioได้สัมผัสขีดสุดของสมรรถนะจากซูเปอร์สปอร์ตคาร์ปลั๊กอินไฮบริดรุ่นล่าสุด มาพร้อมเครื่องยนต์ไฮบริด V8 ทวินเทอร์โบใหม่ล่าสุด ผสานระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบไฟฟ้า ถ่ายทอดพลังได้อย่างเร้าใจในทุกจังหวะการขับขี่ สะท้อนดีเอ็นเอของซูเปอร์สปอร์ตคาร์ได้อย่างลงตัว

ความร่วมมือครั้งนี้ตอกย้ำความแข็งแกร่งระหว่าง Bridgestone และ Automobili Lamborghini ผ่านการถ่ายทอดขุมพลังแรงม้าของ Lamborghini Temerario อย่างเต็มประสิทธิภาพบนสนามทดสอบมาตรฐานสากล โดยแบ่งออกเป็น 2 สถานีหลัก Main Track เพื่อประเมินอัตราเร่งของรถ และ Dry Handling เพื่อทดสอบการตอบสนองของพวงมาลัย เสริมความมั่นใจในการควบคุมและความเร็วที่เหนือระดับด้วยยางรถยนต์สปอร์ตพรีเมียม BRIDGESTONE POTENZA SPORT ซึ่ง Bridgestone ได้ร่วมพัฒนาด้านเทคนิคอย่างเป็นทางการเพื่อยกระดับประสบการณ์ขับขี่ให้เร้าใจและพรีเมียมในทุกเส้นทาง

(จากซ้ายไปขวา) คุณเบียร์ ใบหยก เจ้าของสำนักแต่งรถยนต์ Top Secret Thailand, คุณอะกิฮิโตะ อิชิอิ กรรมการผู้จัดการบริษัท ไทยบริดจสโตน จำกัด และบริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด, คุณอภิชาติ ลีนุตพงษ์ ประธานกรรมการ บริษัท เรนาสโซ มอเตอร์ จำกัด, คุณจุติพงศ์ บุญสูง ประธานกรรมการบริษัท ไทยบริดจสโตน จำกัด, คุณเอกชาย ซันซื่อ กรรมการบริษัท ไทยบริดจสโตน จำกัด และคุณโชทาโร่ คิตะมุระ ผู้อำนวยการสายงานธุรกิจยางรถยนต์นั่งและรถบรรทุกขนาดเล็ก บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด

นอกจากนี้ บริดจสโตนยังได้โชว์นวัตกรรมด้านมอเตอร์สปอร์ตภายในงานผ่านการจัดแสดงยางรถยนต์สปอร์ตพรีเมียม BRIDGESTONE POTENZA SPORT ยางมาตรฐานที่ได้รับความไว้วางใจให้ติดตั้งในซูเปอร์สปอร์ตคาร์และรถสปอร์ตพรีเมียมชั้นนำ อาทิ Lamborghini Temerario, Lamborghini Huracán STO, Maserati MC20 และ BMW 8 Series เป็นต้น รวมถึง BRIDGESTONE POTENZA RACE ที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับรถสปอร์ตพรีเมียมสมรรถนะสูง ตอบโจทย์การใช้งานทั้งในสนามแข่งและการขับขี่ในชีวิตประจำวันอย่างลงตัว

ซูเปอร์สปอร์ตคาร์ Lamborghini Temerario และยางรถยนต์สปอร์ตพรีเมียม BRIDGESTONE POTENZA SPORT

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมของ BRIDGESTONE POTENZA ทั้ง 2 รุ่น และช่องทางการติดต่อได้ที่

  • รายละเอียดเพิ่มเติมที่ เว็บไซต์ และติดต่อผ่านตัวแทนจำหน่ายยางรถยนต์ BRIDGESTONE หรือศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจรค็อกพิท (COCKPIT)
    ทั่วประเทศ
  • รายละเอียดเพิ่มเติมที่ เว็บไซต์ และติดต่อผ่านตัวแทนจำหน่ายยางรถยนต์ BRIDGESTONE อย่างเป็นทางการ

เกี่ยวกับบริดจสโตน ประเทศไทย:

บริดจสโตน ผู้นำระดับโลกด้านยางรถยนต์และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับยาง พร้อมนำเสนอโซลูชั่นด้านการเดินทางที่ปลอดภัยและยั่งยืน และสำหรับประเทศไทย บริษัท ไทยบริดจสโตน จำกัด คือหนึ่งในผู้ผลิตชั้นนำในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และบริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านการนำเข้า จัดจำหน่าย และทำการตลาดยางรถยนต์ภายใต้แบรนด์บริดจสโตน, ไฟร์สโตน และเดย์ตันแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย บริดจสโตนเป็นแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า ตัวแทนจำหน่าย และพันธมิตรทางธุรกิจ เรานำเสนอกลุ่มผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์พรีเมียมที่หลากหลายและโซลูชั่นขั้นสูง ซึ่งพัฒนาจากนวัตกรรมทางเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาการเดินทางการใช้ชีวิต, การทำงาน และการพักผ่อนของผู้คนทั่วโลก