Monday, February 28, 2022

Dar Al Arkan reveals W Residences Dubai - Downtown overlooking Dubai's Burj Khalifa and Dubai Fountain

 Dar Al Arkan, the leading real estate company in Saudi Arabia, has unveiled the W Residences Dubai - Downtown in the bustling heart of Dubai, offering hotel-inspired living at one of the most sought-after addresses in the world. The development will mark the first standalone residences in the world under the iconic lifestyle W Hotels brand.

W Residences Dubai - Downtown, which will be managed by Marriott International is situated in the prestigious Downtown Dubai with uninterrupted, spectacular views of Burj Khalifa, the tallest man-made structure in the world, The Dubai Fountain, Dubai Opera and Old Town Dubai.

The W Residences Dubai - Downtown is estimated to be completed by December 2025.

Ziad El Chaar, Vice Chairman of Dar Al Arkan Properties, said: "Our experience in delivering high-end co-branded homes with global brands puts us in a unique position to always bring the best, most desirable residential spaces to our customers. The W Residences Dubai - Downtown sets a new standard for extraordinary hotel living in the heart of a bustling city like Dubai catering to clientele who like to be close to the action but have their own luxurious private space close by."

Jaidev Menezes, Vice President, Mixed-Use Development - Europe, Middle East & Africa, Marriott International commented: "We are delighted to work with Dar Al Arkan to launch this residential development under the W brand.  With its vibrant design and impeccable service, W Residences Dubai - Downtown will be a great fit in Dubai's iconic Downtown district."

The architecturally stunning tower consists of a limited number of 384 exclusive, high-end residences with state-of-the-art appliances and fittings to compliment the exquisite interiors and give residents modern, functional, and elegantly appointed homes.

Residents will live the W lifestyle at W Residences Dubai - Downtown which will offer luxury amenities. FUEL - the W brand's high-energy, social take on wellness will allow residents to focus on mind and body and will be complemented by an infinity outdoor swimming pool with views of Burj Khalifa and a terrace that features a lounge and dining area, as well as the FIT Fitness Centre and a spa.

Residents will also have access to the W brand's signature Whatever/Whenever(R) service which will provide ultimate levels of convenience, round-the-clock in-Residence dining and catering services, laundry and dry cleaning, housekeeping, babysitting, fitness training and much more.

Photo - https://mma.prnewswire.com/media/1754401/Dar_Al_Arkan.jpg

ดาร์ อัล อาร์คาน เผยโฉมโครงการ "ดับเบิลยู เรสซิเดนเซส ดูไบ - ดาวน์ทาวน์" พร้อมวิวตึกเบิร์จคาลิฟาและน้ำพุแห่งดูไบ

 ดาร์ อัล อาร์คาน (Dar Al Arkan) บริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำแห่งซาอุดีอาระเบีย ได้เผยโฉมโครงการดับเบิลยู เรสซิเดนเซส ดูไบ - ดาวน์ทาวน์ (W Residences Dubai - Downtown) ใจกลางมหานครดูไบ เปิดโอกาสให้ใช้ชีวิตโดยมีกลิ่นอายแบบโรงแรมได้ในทำเลอันเป็นที่ปรารถนามากเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก โครงการนี้จะเป็นโครงการที่อยู่อาศัยแบบสแตนอโลนแห่งแรกของโลกในแบรนด์ไลฟ์สไตล์อันโดดเด่นอย่างดับเบิลยู โฮเต็ลส์ (W Hotels)

ดับเบิลยู เรสซิเดนเซส ดูไบ - ดาวน์ทาวน์ จะมีแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล (Marriott International) เป็นผู้บริหารจัดการ โดยตั้งอยู่ใจกลางมหานครดูไบ ทำให้มองเห็นวิวอันตระการตาของสิ่งก่อสร้างที่มีความสูงที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยสร้างบนโลกใบนี้อย่างตึกเบิร์จคาลิฟา (Burj Khalifa) โดยไม่มีอะไรบัง ไปจนถึงน้ำพุแห่งดูไบ (Dubai Fountain) โรงละครดูไบโอเปร่า (Dubai Opera) และโอลด์ ทาวน์ ดูไบ (Old Town Dubai)

ดับเบิลยู เรสซิเดนเซส ดูไบ - ดาวน์ทาวน์ คาดว่าจะสร้างเสร็จสมบูรณ์ภายในเดือนธันวาคม 2568

คุณซิอาด เอล ชาร์ ( Ziad El Chaar) รองประธานดาร์ อัล อาร์คาน พรอพเพอตี กล่าวว่า "ประสบการณ์ของเราในการส่งมอบบ้านระดับไฮเอนด์ที่โคแบรนด์กับแบรนด์ระดับโลก ทำให้เรามีความโดดเด่นเป็นพิเศษในการนำพื้นที่อยู่อาศัยที่ดีและน่าปรารถนามากที่สุดมามอบให้ลูกค้าของเรา ดับเบิลยู เรสซิเดนเซส ดูไบ - ดาวน์ทาวน์ ได้เข้ามาสร้างมาตรฐานใหม่ของการอยู่อาศัยระดับโรงแรม ใจกลางเมืองสุดคึกคักอย่างดูไบ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่ต้องการอยู่ใกล้ ๆ กับความน่าตื่นเต้นแต่ขณะเดียวกันก็ต้องการมีพื้นที่ส่วนตัวอันหรูหราอยู่ใกล้ ๆ ด้วย"

คุณไจเดฟ เมเนเซส ( Jaidev Menezes) รองประธานฝ่ายโครงการมิกซ์ยูสประจำยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ของแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า "เรามีความยินดีในการทำงานกับดาร์ อัล อาร์คาน เพื่อเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยในชื่อแบรนด์ดับเบิลยู โดยดับเบิลยู เรสซิเดนเซส ดูไบ - ดาวน์ทาวน์ มีดีไซน์อันมีชีวิตชีวาและบริการอันสมบูรณ์แบบ ซึ่งจะกลายเป็นส่วนที่เติมเติมย่านดาวน์ทาวน์ของดูไบได้เป็นอย่างดี"

อาคารที่มีความน่าทึ่งในทางสถาปัตยกรรมนี้ ประกอบด้วยพื้นที่อยู่อาศัยระดับไฮเอนด์สุดเอ็กซ์คลูซีฟจำนวนเพียง 384 ยูนิต พร้อมเครื่องใช้และเฟอร์นิเจอร์สุดหรูหรา ซึ่งเสริมกันได้เป็นอย่างดีกับการตกแต่งภายในอันงดงาม มอบบ้านที่ทั้งทันสมัย อเนกประสงค์ และตกแต่งอย่างงดงามให้ลูกบ้าน

ผู้อยู่อาศัยจะได้ใช้ชีวิตแบบดับเบิลยูที่ดับเบิลยู เรสซิเดนเซส ดูไบ - ดาวน์ทาวน์ ซึ่งจะมาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกสุดหรูหรามากมาย โดย FUEL ซึ่งสะท้อนถึงหลักการมีสุขภาพที่ดีแบบฉบับของดับเบิลยูที่เปี่ยมด้วยพลังและปฏิสัมพันธ์ จะเปิดโอกาสให้ลูกบ้านได้โฟกัสกับร่างกายและจิตใจ และจะเติมเต็มด้วยสระว่ายน้ำเอาท์ดอร์แบบอินฟินิตี พร้อมวิวตึกเบิร์จคาลิฟาและเทอร์เรซที่มีเลาจน์และพื้นที่รับประทานอาหาร เช่นเดียวกับฟิตเนส (FIT Fitness Centre) และสปา

นอกจากนี้ ผู้อยู่อาศัยยังจะมีโอกาสสัมผัสกับบริการแบบ Whatever/Whenever(R) อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ดับเบิลยู ซึ่งจะมอบความสะดวกสบายอันเป็นที่สุด บริการห้องอาหารและจัดเลี้ยงในพื้นที่อยู่อาศัยตลอด 24 ชั่วโมง บริการซักรีดและซักแห้ง บริการแม่บ้าน พี่เลี้ยงเด็ก เทรนฟิตเนส และอื่น ๆ อีกมากมาย

รูปภาพ - https://mma.prnewswire.com/media/1754401/Dar_Al_Arkan.jpg

PureSoftware Opens 5G Innovation Lab in Noida, India

 Today, PureSoftware announced the opening of its new 5G innovation lab in Noida, India. The innovation lab will streamline 5G IP stack development, solution testing and performance validation.

Through this lab, PureSoftware aims to provide customized industry-specific 5GNR RU and Integrated Small Cell solution for use cases in connected healthcare, retail, autonomous mobility, smart communities, education, and other industries.

These solutions will bring energy efficient implementations, introduce a low cost of ownership, and quick time to market possibilities, as well as deliver higher multi-Gbps peak data speeds, increased availability, higher reliability, ultra-low latency networks with consistent user experience.

Anil Baid, Founder and Chief Strategy Officer at PureSoftware, says, "5G holds a lot of potential for companies of every size. Through the 5G lab, we are committed to cultivating 5G technology to usher in a connected economy. It will serve as a launchpad for impactful, transformational experiences."

He adds, "Our strong and proven expertise in embedded services since 2006 helped us create Arttha5G, which has been helping our customers worldwide in accelerating 5G deployments."

About  PureSoftware  and Arttha5G:  

PureSoftware  is a global software products and digital services company driving transformation for the world's top organizations across various industry verticals, including banking and financial services, telecom, healthcare, gaming, and entertainment. PureSoftware's flagship productArttha5G aims to deliver ultra-low latency, higher multi-Gbps peak data speeds, reliability, massive network capacity, and a more consistent user experience. Arttha5G helps the world quickly adapt to the evolving future communication needs. 

Media Contact:
Amitabh Chaudhary
amitabh.chaudhary@puresoftware.com

Photo: https://mma.prnewswire.com/media/1754491/Arttha5G_Innovation_Lab.jpg  
Logo: https://mma.prnewswire.com/media/1450649/PureSoftware_Logo.jpg  

เพียวซอฟต์แวร์ เปิดแล็บนวัตกรรม 5G ในเมืองโนอิดา ประเทศอินเดีย

 วันนี้ เพียวซอฟต์แวร์ (PureSoftware) ประกาศเปิดแล็บนวัตกรรม 5G แห่งใหม่ในเมืองโนอิดา ประเทศอินเดีย แล็บนวัตกรรมแห่งนี้จะยกระดับการพัฒนาสแต็ก 5G IP รวมถึงทดสอบโซลูชัน และตรวจสอบยืนยันสมรรถนะการทำงาน

เพียวซอฟต์แวร์จะใช้แล็บแห่งนี้ในการให้บริการโซลูชัน 5GNR RU และเซลล์เล็กแบบรวม (Integrated Small Cell) ที่ปรับให้สอดรับกับแต่ละอุตสาหกรรม รองรับการใช้งานในอุตสาหกรรมดูแลสุขภาพแบบเชื่อมต่อ ค้าปลีก การขับขี่อัตโนมัติ ชุมชนอัจฉริยะ การศึกษา และอุตสาหกรรมอื่น ๆ

โซลูชันเหล่านี้จะช่วยประหยัดพลังงาน ลดต้นทุนการเป็นเจ้าของ และร่นระยะเวลานำสินค้าเข้าสู่ตลาด พร้อมเพิ่มความเร็วในการส่งข้อมูลสูงสุดระดับ multi-Gbps เพิ่มความพร้อม ความน่าเชื่อถือ ลดความหน่วงในเครือข่าย และมอบประสบการณ์ผู้ใช้ที่วางใจได้

คุณอนิล เบด (Anil Baid) ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ของเพียวซอฟต์แวร์ กล่าวว่า "5G มอบศักยภาพอันมหาศาลให้แก่บริษัทขนาดต่าง ๆ เราหวังใช้แล็บ 5G แห่งนี้ในการพัฒนาเทคโนโลยี 5G เพื่อก้าวนำในเศรษฐกิจเชื่อมต่อ โดยจะทำหน้าที่เป็นฐานมอบประสบการณ์ที่สร้างอิมแพคและพลิกโลก"

เขากล่าวเสริมว่า "ความเชี่ยวชาญที่แข็งแกร่งและมีผู้พิสูจน์มาแล้วในเรื่องบริการแบบฝังตัวที่เราได้สั่งสมมาตั้งแต่ปี 2549 ช่วยให้เราสร้างอาร์ตทา5G ขึ้นมาได้ ซึ่งได้เข้ามาช่วยลูกค้าของเราทั่วโลกในการเร่งวางระบบ 5G"

เกี่ยวกับเพียวซอฟต์แวร์และอาร์ตทา 5G :

เพียวซอฟต์แวร์ ( PureSoftware ) เป็นบริษัทซอฟต์แวร์และบริการดิจิทัลระดับโลกที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงให้กับองค์กรชั้นนำของโลกในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นบริการธนาคารและการเงิน เทเลคอม บริการดูแลสุขภาพ เกม และความบันเทิง ผลิตภัณฑ์เรือธงของเพียวซอฟต์แวร์คืออาร์ตทา5G (Arttha5G) ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อมอบความหน่วงต่ำพิเศษ เพิ่มความเร็วในการส่งข้อมูลสูงสุดในระดับ multi-Gbps เพิ่มความน่าเชื่อถือ ความสามารถของเครือข่าย และประสบการณ์ผู้ใช้ที่เชื่อถือได้มากกว่าเดิม อาร์ตทา5G ช่วยให้โลกตอบสนองความต้องการด้านการสื่อสารที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาได้เร็วกว่าเดิม

สื่อมวลชนติดต่อ :
อมิตาภ ชูธารี (Amitabh Chaudhary)
อีเมล: amitabh.chaudhary@puresoftware.com

รูปภาพ: https://mma.prnewswire.com/media/1754491/Arttha5G_Innovation_Lab.jpg 
โลโก้: https://mma.prnewswire.com/media/1450649/PureSoftware_Logo.jpg 

ผู้บริหารหัวเว่ยชวนแก้ไข 5 ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการพัฒนาสีเขียว

หัวเว่ย (Huawei) เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม Huawei Day 0 Green Forum ภายใต้หัวข้อ "จุดประกายอนาคต" (Lighting up the Future) ในฐานะผู้นำการประชุมโมบายล์ เวิลด์ คองเกรส (MWC) 2565 ณ เมืองบาร์เซโลนา ดร.ฟิลิป ซอง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของหัวเว่ย แคเรียร์ (Huawei Carrier) ขึ้นกล่าวปาฐกถาในหัวข้อ "5 ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการพัฒนาสีเขียว" ซึ่งระบุว่า "การพัฒนาสีเขียวกลายเป็นคำติดปาก เช่นเดียวกับกลศาสตร์คลาสสิกของนิวตัน ไปจนถึงทฤษฎีสัมพัทธภาพของไอน์สไตน์ วิวัฒนาการของมันจะวนเวียนอยู่ในระหว่างความเข้าใจผิดและความจริง เราต้องก้าวข้ามความเข้าใจผิดทั้ง 5 ประการโดยเร็วที่สุด เพื่อเร่งดำเนินการพัฒนาสีเขียวของอุตสาหกรรม ICT"

ความเข้าใจผิดประการแรก:อุตสาหกรรมICTมีส่วนทำให้เกิดการปล่อยคาร์บอนเพิ่มขึ้นรายงาน SMARTer2030 ของโครงการสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมโลก (GeSI) ระบุว่า คาดว่าอุตสาหกรรม ICT จะคิดเป็นเพียง 1.97% ของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทั่วโลกภายในปี 2573 ที่สำคัญกว่านั้น อุตสาหกรรมอื่นคาดว่าจะลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนลง 20% ด้วยการใช้เทคโนโลยี ICT ซึ่งมีปริมาณรวมมากกว่าถึง 10 เท่าของการปล่อยคาร์บอนของอุตสาหกรรม ICT ค่าการการลดคาร์บอนไดออกไซด์นี้เรียกว่า คาร์บอนแฮนด์พริ้นท์ (Carbon handprint) โดยขนาดของมันทำให้โครงสร้างพื้นฐานด้าน ICT มีความสำคัญมากขึ้นในยุทธศาสตร์ระดับชาติ หัวเว่ยเองคาดการณ์ว่า 1 ยอตตะไบต์ของข้อมูลทั่วโลกจะถูกจัดเก็บบนคลาวด์ภายในปี 2573 ซึ่งหมายความว่าสามารถลดการปล่อยปริมาณคาร์บอนได้ 150 ล้านตันต่อปี หากโครงสร้างพื้นฐานในปัจจุบันมีเทคโนโลยีการส่งข้อมูลแบบออปติกทั้งหมดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ค่าการลดคาร์บอนไดออกไซด์จะมีปริมาณจะเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ 200 ล้านต้น ซึ่งมากพอที่จะครอบคลุมพื้นที่ทั่วทวีปยุโรป


ความเข้าใจผิดประการที่2:การมุ่งเน้นการปล่อยมลพิษในห่วงโซ่อุปทานมากเกินไปโดยมองว่าเป็นสาเหตุที่ใหญ่ที่สุดของการปล่อยคาร์บอนสำหรับอุปกรณ์เครือข่ายตามที่ดร.ซองอธิบายระหว่างการนำเสนอ หากดูวงจรชีวิตทั้งหมดของอุปกรณ์เครือข่าย มีการปล่อยคาร์บอนเพียง 2% เท่านั้นในระหว่างการผลิต ขณะที่อีก 80-95% เกิดขึ้นระหว่างการใช้งาน ดังนั้น ดร.ซองจึงเสนอแนะว่า หลักสำคัญในการลดการปล่อยคาร์บอนในอุตสาหกรรม ICT คือการนำเทคโนโลยีที่เปี่ยมนวัตกรรมมาใช้พัฒนาประสิทธิภาพการใช้พลังงาน


ความเข้าใจผิดประการที่3:การพัฒนาสีเขียวนั้นเป็นเรื่องของพลังงานสีเขียวเท่านั้นแม้ว่าการพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมจะมีความสำคัญต่อการพัฒนาสีเขียวในอุตสาหกรรม ICT แต่การปรับปรุงประสิทธิภาพพลังงานของเครือข่ายเทเลคอมอย่างเป็นระบบก็สร้างประโยชน์ได้มหาศาลเช่นกัน ดังนั้น หัวเว่ยจึงได้เปิดตัวโซลูชันสีเขียว 3 ระดับเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพพลังงานของเครือข่ายในการประชุมครั้งนี้ด้วย "ไซต์งานสีเขียว เครือข่ายสีเขียว และการทำงานสีเขียว" (Green Site, Green Network, and Green Operation) ซึ่งจะช่วยให้ผู้ให้บริการเครือข่ายบรรลุเป้าหมาย "ได้บิตมากกว่า ด้วยวัตต์น้อยลง" (More Bits, Less Watts)


ความเข้าใจผิดประการที่4:ประสิทธิภาพพลังงานของเครือข่ายคือผลรวมของประสิทธิภาพพลังงานของอุปกรณ์เทเลคอมที่เครือข่ายนั้นใช้การประเมินประสิทธิภาพพลังงานของชุดอุปกรณ์เพียงชุดเดียว ย่อมไม่เพียงพอสำหรับการวางแผนตามสถานการณ์และการตัดสินใจดำเนินโครงการก่อสร้างได้อย่างครอบคลุม ที่ผ่านมาหัวเว่ยได้แนะนำให้มีการจัดตั้งระบบตัวบ่งชี้แบบมาตรฐาน (NCI) ที่เป็นแบบอย่างเดียวกัน เพื่อให้สามารถประเมินและกำหนดนโยบายประหยัดพลังงานได้อย่างแม่นยำสำหรับทั้งเครือข่าย ด้วยการใช้ตัวชี้วัดประสิทธิภาพพลังงานของอุปกรณ์สื่อสารหลัก, อุปกรณ์สนับสนุนที่ไซต์งาน, เครือข่ายขนส่ง และศูนย์ข้อมูล


ความเข้าใจผิดประการที่5:การประหยัดพลังงานไม่ควรส่งผลกระทบต่องประสิทธิผลเครือข่ายในด้านใด ๆ เลยความเป็นจริงคือฟีเจอร์พลังงานต่าง ๆ นั้นส่งผลกระทบต่อตัวชี้วัดเครือข่าย อย่างไรก็ตาม เราสามารถนำฟีเจอร์เหล่านี้มาปรับใช้ด้วยการลดอัตราสูงสุดและตัวชี้วัดอื่น ๆ โดยไม่ส่งผลต่อประสบการณ์ของผู้ใช้จริง ในเยอรมนีมีการใช้โซลูชันปิดระบบแบบอัจฉริยะในห้างสรรพสินค้า ณ เวลาเที่ยงคืน ซึ่งแม้ว่าจะทำให้อัตราสูงสุดลดลงเล็กน้อย แต่ก็ลดการใช้พลังงานตามสถานที่เหล่านี้ได้มากถึง 10% โดยที่ผู้ใช้ไม่ได้รับผลกระทบ


ในการกล่าวสรุปปิดงาน ดร.ซองได้มอบคำแนะนำ 5 ประการสำหรับการพัฒนาสีเขียวในภาคอุตสาหกรรม ICT: "ประการแรกคือเราควรพัฒนาอุตสาหกรรม ICT อย่างแข็งขันเพื่อเอื้อให้เกิดการพัฒนาสีเขียวในอุตสาหกรรมอื่น ๆ ประการที่สอง เราต้องหันมาใส่ใจการปล่อยคาร์บอนของโครงสร้างพื้นฐานด้าน ICT ในระหว่างการใช้ด้วย มิใช่แค่ระหว่างการผลิต ประการที่สาม ระบบโซลูชัน "ไซต์งานสีเขียว เครือข่ายสีเขียว และการทำงานสีเขียว" จะช่วยให้ผู้บริหารเครือข่ายสามารถปรับปรุงความจุเครือข่ายได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงประหยัดพลังงานที่ใช้ต่อบิตเพื่อบรรลุเป้าหมาย "ได้บิตมากกว่า ด้วยวัตต์น้อยลง" ประการที่สี่ เราจะต้องจัดตั้งระบบตัวชี้วัดประสิทธิภาพพลังงานที่แบบอย่างเดียวกันเพื่อให้สามารถเข้าใจถึงปัญหาหลักๆ ในการใช้พลังงาน และประการที่ห้าก็คือ จำนวนวัตต์ที่ใช้ในขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของผู้ใช้"


การประชุม MWC22 ณ เมืองบาร์เซโลนา จะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. จนถึง 3 มี.ค. ที่บาร์เซโลนา ประเทศสเปน โดยหัวเว่ยจะร่วมนำเสนอผลิตภัณฑ์และโซลูชันต่าง ๆ ที่บูธ 1H50 ในฟีรา แกรน วีอา ฮอลล์ 1 (Fira Gran Via Hall) ด้วยการร่วมมือกับผู้ให้บริการทั่วโลก, ผู้เชี่ยวชาญในภาคอุตสาหกรรม และผู้นำทางความคิด เราจะพูดคุยถึงประเด็นต่าง ๆ เช่น แนวโน้มของอุตสาหกรรม, แนวทางในอนาคต และการพัฒนาสีเขียว เพื่อสร้างวิสัยทัศน์สำหรับอนาคตของเครือข่ายดิจิทัล สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://carrier.huawei.com/en/events/mwc2022


รูปภาพ: https://mma.prnewswire.com/media/1755142/PhillipSongPhoto.jpg

คำบรรยายภาพ: ฟิลลิป ซอง กล่าวปาฐกถาในการประชุม Huawei Day 0 Green Forum

DMYTRO FIRTASH OPPOSES RUSSIAN INVASION, ASKS TO BE ALLOWED TO RETURN TO UKRAINE NOW WITHOUT CHANGING STATUS QUO REGARDING U.S. LEGAL CHARGES AGAINST HIM, ACCORDING TO AN ATTORNEY ON U.S. LEGAL TEAM, LANNY J. DAVIS

      Lanny J. Davis, U.S. counsel and legal advisor to Dmytro Firtash, issued this statement on behalf of Ukrainian businessman, Dmytro Firtash, today:

Dmytro Firtash unequivocally opposes Russia's invasion of his homeland, Ukraine.

Mr. Firtash is taking every step he can to do whatever possible to protect Ukrainian sovereignty, Ukraine's democratically elected government, and his fellow Ukrainian citizens.  Mr. Firtash is currently confined to Austria exercising his right to contest an extradition request from the United States government related to United States charges that he denies.  Mr. Firtash is not asking for any changes to the status of his Austrian extradition proceedings other than to have Austrian authorities allow him the temporary ability to return to Ukraine to do what he can in the defense of his country.  He has told Austrian authorities that he will return to Austria at the end of the Ukrainian emergency or at the request of Austrian authorities.  Mr. Firtash simply wishes to return to his homeland to help in its time of crisis.

Mr. Firtash opposes Russia's unprovoked and uncalled for invasion.  He believes there is no reason the Russian people should want this war.  Likewise, he believes the Ukrainian people do not want this war.  Ukraine is not a threat to Russia.  The world community should do everything possible to allow Ukraine and the Ukrainian people to remain strong and independent.

DISSEMINATED BY DAVIS, GOLDBERG & GALPER PLLC, A REGISTERED FOREIGN AGENT, ON BEHALF OF DMITRY FIRTASH. MORE INFORMATION IS ON FILE WITH THE DEPT OF JUSTICE, WASHINGTON DC.

Contact: Lanny Davis
202-480-4309
ALange@dggpllc.com

CGTN: จีนเรียกร้องรัสเซีย ยูเครน หันหน้าเจรจาเพื่อแก้ปัญหา

      สถานการณ์ในภาคตะวันออกของยูเครนได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่วันนี้ ส่งผลให้ประชาคมโลกมีความวิตกกังวลอย่างมาก ปัญหาที่เกิดขึ้นในยูเครนนั้นมีบริบททางประวัติศาสตร์อันซับซ้อน และสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันเป็นผลจากปัจจัยที่มีความซับซ้อนหลายประการ

นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์ในยูเครน

ประธานาธิบดีจีนได้ประกาศตัวชัดเจนว่า จีนสนับสนุนรัสเซียในการแก้ไขปัญหาผ่านการเจรจากับยูเครน

จุดยืนที่มั่นคงของจีนในประเด็นยูเครน

ในการสนทนาทางโทรศัพท์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ปธน.สีได้กล่าวต่อปธน.ปูตินว่า จุดยืนของจีนเกี่ยวกับยูเครนนั้นเป็นเรื่องของคุณธรรม

ปธน.สีเปิดเผยว่า จีนมีจุดยืนพื้นฐานมาอย่างยาวนานในการเคารพอำนาจอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของทุกประเทศ และปฎิบัติตามตามจุดประสงค์และหลักการของกฎบัตรสหประชาชาติ

เมื่อไม่นานมานี้ จีนได้เน้นย้ำข้อเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับประเด็นยูเครนรู้จักยับยั้งชั่งใจ เพื่อไม่ให้ปัญหาตึงเครียดรุนแรงขึ้น และคัดค้านการกระทำที่ทำให้สงครามดุเดือดขึ้น

สำหรับประเด็นร้อนแรงในระดับภูมิภาค หัว ชุนหยิง โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน เปิดเผยว่า จีนสนับสนุนสันติและการเจรจาเสมอมา และหวังที่จะมีบทบาทอย่างสร้างสรรค์ในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างสันติ

ไม่ยอมรับวิธีคิดแบบสงครามเย็น

ปธน.สี กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า "เราไม่ควรยอมรับวิธีคิดแบบสงครามเย็น แต่ควรใส่ใจและเคารพปัญหาด้านความมั่นคงของทุกประเทศ และบรรลุกลไกความมั่นคงของยุโรปที่มีความสมดุล ได้ผล และยั่งยืนด้วยการเจรจา"

ผู้นำจีนกล่าวเสริมว่า จีนพร้อมทำงานร่วมกับสมาชิกรายอื่น ๆ ในประชาคมโลก เพื่อส่งเสริมความมั่นคงปลอดภัยร่วมกันที่ทั้งครอบคลุม สามัคคีปรองดอง และยั่งยืน พร้อมปกป้องระบบนานาชาติที่มีสหประชาชาติเป็นศูนย์กลางอย่างเด็ดเดี่ยว รวมถึงความสงบเรียบร้อยระหว่างประเทศที่มีกฎหมายระหว่างประเทศรองรับ

ปธน.สีเน้นย้ำในการสนทนาทางโทรศัพท์กับนายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่า ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องควรยึดมั่นในแนวทางสร้างดุลยภาพทางการเมือง ใช้แพลตฟอร์มระดับพหุภาคีอย่างเต็มที่ และแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในยูเครนด้วยการหันหน้าพูดคุยและเจรจาปรึกษา

ด้านปธน.ปูตินได้แจ้งกับปธน.สีว่า รัสเซียเต็มใจเจรจากับผู้นำระดับสูงของยูเครน โดยทางการรัสเซียได้ประกาศในภายหลังว่า รัสเซียพร้อมส่งคณะผู้แทนไปยังกรุงมินสก์ เมืองหลวงของประเทศเบลารุส เพื่อเจรจากับยูเครน

https://news.cgtn.com/news/2022-02-25/China-calls-on-Russia-Ukraine-to-solve-issue-through-negotiation-17WIP1jPxpS/index.html