Tuesday, April 21, 2026

“เกษตรกรสายโค้ด” พลิกโฉมการไลฟ์ขายของบนที่ราบสูงดินเหลือง

ณ เมืองชิงหยาง มณฑลกานซู การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลที่ถักทอร่วมกันระหว่าง ผืนดินสีเหลืองกับ พลังแห่งการประมวลผล กำลังขับเคลื่อนไปอย่างเงียบเชียบ เหล่าเกษตรกรที่เคยหลังขดหลังแข็งทำไร่ไถนา รวมถึงกลุ่มแม่บ้านที่เคยคลุกคลีอยู่แต่ในครัว ได้สลัดภาพจำเดิม ๆ สู่ตัวตนใหม่สุดล้ำในฐานะ เกษตรกรสายโค้ดนักขายออนไลน์มือโปร



เมื่อก้าวเข้าไปในห้องอบรมรวมของสมาคมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เมืองชิงหยาง จะเห็นภาพผู้คนนั่งกันจนเต็มทุกที่นั่ง เพื่อเข้าฟังการบรรยายเรื่องการไลฟ์สดด้วยระบบ AI และอีคอมเมิร์ซอัจฉริยะ ตั้งแต่เทคนิคการคัดเลือกสินค้า การวางแผนเนื้อหา ไปจนถึงการลงมือปฏิบัติจริงกับระบบไลฟ์สดผ่านมนุษย์เสมือน ซึ่งองค์ความรู้ที่นำไปใช้ได้จริงเหล่านี้กำลังเข้ามาพลิกนิยามในการสร้างเนื้อสร้างตัวบนแผ่นดินที่ราบสูงแห่งนี้ไปอย่างสิ้นเชิง

 

เมืองชิงหยางจัดอบรมเชิงปฏิบัติการด้านอีคอมเมิร์ซ AI อย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการหันมาใช้เครื่องมือ AI สุดล้ำอย่างสตรีมเมอร์เสมือน โดยมีแรงหนุนสำคัญจากพลังการประมวลผลที่มีต้นทุนและความหน่วงต่ำของศูนย์ประมวลผลข้อมูลแห่งชาติเมืองชิงหยาง ภายใต้อภิมหาโปรเจกต์ “Eastern Data and Western Computing” (ข้อมูลตะวันออก ประมวลผลตะวันตก) ซึ่งช่วยให้การใช้งาน AI มีประสิทธิภาพมากขึ้นในราคาที่ประหยัดลง โมเดลการทำงานแบบครบวงจรที่ผสานระหว่าง ขุมพลังประมวลผลท้องถิ่น + การประยุกต์ใช้ AI + การบ่มเพาะบุคลากรเช่นนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของศูนย์กลางการประมวลผลในพื้นที่เท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ถือเป็นการผสานพลังระหว่างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลกับภาคเศรษฐกิจจริงได้อย่างเป็นรูปธรรม

 

ข้อมูลระบุว่าในปี 2568 ที่ผ่านมา เมืองชิงหยางมียอดขายผ่านอีคอมเมิร์ซสูงถึง 6.91 พันล้านหยวน โดยในจำนวนนี้เป็นการค้าปลีกออนไลน์ถึง 3.271 พันล้านหยวน เติบโตขึ้นจากปีก่อนหน้านั้นถึง 12.7% ทั้งนี้ นับตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นมา เมืองชิงหยางได้จัดอบรมเชิงปฏิบัติการด้านอีคอมเมิร์ซให้บุคลากรไปแล้วกว่า 2,000 คน นับเป็นการวางรากฐานด้านทรัพยากรมนุษย์ที่แข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

 

จากวิถีเดิมที่ ทำไร่ไถนาสู่ทักษะใหม่ในการ ไลฟ์ขายของและจากชีวิตที่เคยต้อง พึ่งพาฟ้าฝนสู่การ สร้างความมั่งคั่งด้วยพลังประมวลผลเหล่า เกษตรกรสายโค้ดรุ่นใหม่เหล่านี้กำลังเชื่อมโยงผู้คนทั่วประเทศเข้าด้วยกันผ่านขุมพลังของอัลกอริทึม โดยอาศัยเทคโนโลยีคลาวด์เป็นสะพานส่งต่อของดีจากดินแดนที่ราบสูงดินเหลืองออกสู่ตลาดที่กว้างไกลกว่าเดิม

The Live Selling "Code Farmers" on the Loess Plateau

In Qingyang City, Gansu, a digital transformation interwoven by "yellow earth" and "computing power" is happening quietly. The farmers once toiled and moiled, as well as full-time mothers once tied to the kitchen, now have a trendy new identity - live selling "Code Farmers".



Walk into the general training room of Qingyang Electronic Commerce Association, all seats are occupied. A public welfare lecture about AI livestreaming and intelligent e-commerce is being held here. From product selection and content planning to virtual human streaming hands-on practice, all kinds of real-deal knowledge are changing the logic of wealth on this loessland.


Through AI e-commerce hands-on training, Qingyang promotes the vendors' usage of AI tools such as virtual streamer. Backed by the low cost and low latency computing power from Qingyang National Computing Hub of the "Eastern Data and Western Computing" Project, the AI tools run more stably at lower costs. This closed loop mode of "local computing power + AI applications + talent training", not only takes advantage of the local computing hub, but also improves the efficiency of e-commerce operations, actualizing mutual empowerment between digital infrastructure and real economy.


Data suggests that Qingyang's e-commerce sales of the year 2025 is 6.91 billion Yuan, in which online retailing contributes 3.271 billion, with a year-on-year growth rate of 12.7%. Since 2023, Qingyang has provided e-commerce hands-on training for more than 2,000 people in total, building a solid talent foundation for local e-commerce industry.


From "know how to farm" to "know how to stream", from "live at the mercy of nature" to "prosper with computing power", these newly-became "Code Farmers" are connecting the whole nation with algorithms. Through the cloud, they send local specialties out of the loessland, and into broader markets.

Monday, April 20, 2026

Sanya ready to host Asian Beach Games as venues finalized


 The 6th Asian Beach Games Sanya 2026 Organizing Committee

With the opening ceremony just days away, all eight competition venue clusters for the 6th Asian Beach Games in Sanya, south China's Hainan Province, are fully prepared.

The games, scheduled for April 22-30, mark the first major international multi-sport event in Hainan since the special customs operation of the Hainan Free Trade Port took effect. Some 1,790 athletes from 45 National Olympic Committees across Asia, including Thailand, Malaysia and Singapore, have registered to compete in 14 sports (15 disciplines), with 62 gold medals on the line.

Organizers said the eight venue clusters cover about 280,000 square meters and offer 10,150 ticketed seats. Nearly 118,000 tickets have already been sold. Six clusters are located along the "Coconut Dream Corridor" of Sanya Bay, one sits beside the Sanya River, and one is inside the Sanya Sports Center.

Beach volleyball, rock climbing and beach handball competitions will take place at the Tianya Haijiao Scenic Area. Beach soccer, teqball, beach wrestling/jujitsu, sailing, the swim-run, swimming, beach kabaddi and beach athletics events will be held along the 22-kilometer stretch of Sanya Bay beach and adjacent waters. Dragon boat competitions are set for the Sanya River, while 3x3 basketball and an independent training hall are at the Sanya Sports Center.

From the official hotel and the athletes' village, all competition and training venues can be reached within 30 minutes.

"Tianya Haijiao is an iconic Chinese landmark - its image is even printed on Chinese currency," said Martin Fernando Mazur, an Argentine journalist who toured the facilities. He described the decision to place core competition zones directly inside a famous scenic area as "bold and imaginative".

The venue designs incorporate traditional totemic elements of Hainan's Li and Miao ethnic groups. The Games' mascot, "Yaya," inspired by the Hainan Eld's deer, is now on display at the core areas of all venues. Additionally, the opening and closing ceremony site features a "Deer Turning Head" themed light installation, which draws on a celebrated local legend to tell Asian guests the story of Sanya, known as "Deer City."

"We are not building isolated stadiums," said Huang Chuiqin, Deputy Executive Director of the Venue Department of the Sanya Asian Beach Games Organizing Committee. "Rather, we are 'placing' a competition arena directly onto the beach. After the Games, these temporary facilities will be dismantled, giving back a pristine beach to the citizens."

Source: The 6th Asian Beach Games Sanya 2026 Organizing Committee

ซานย่าพร้อมเต็มร้อย จัดเอเชียนบีชเกมส์ สนามแข่งขันเสร็จสมบูรณ์ทุกแห่ง


 คณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาเอเชียนบีชเกมส์ ครั้งที่ 6 "ซานย่า 2026"

เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วัน การแข่งขันกีฬาเอเชียนบีชเกมส์ ครั้งที่ 6 กำลังจะเปิดฉากขึ้น ณ เมืองซานย่า มณฑลไห่หนาน ทางตอนใต้ของประเทศจีน โดยขณะนี้สถานที่จัดการแข่งขันทั้ง 8 แห่งได้เตรียมความพร้อมอย่างสมบูรณ์แล้ว เพื่อรองรับมหกรรมกีฬาครั้งนี้อย่างเต็มรูปแบบ

การแข่งขันเอเชียนบีชเกมส์ ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-30 เมษายนนี้ ถือเป็นมหกรรมกีฬาหลายประเภทระดับนานาชาติรายการใหญ่ครั้งแรกในมณฑลไห่หนาน นับตั้งแต่ท่าเรือการค้าเสรีไห่หนานเปิดดำเนินงานศุลกากรแบบพิเศษ โดยทัพนักกีฬากว่า 1,790 คน จาก 45 คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งชาติทั่วภูมิภาคเอเชีย รวมถึงประเทศไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ได้ลงทะเบียนเข้าร่วมการแข่งขันใน 14 ชนิดกีฬา (15 ประเภทกีฬา) เพื่อลุ้นเหรียญทองรวมทั้งสิ้น 62 เหรียญในรายการนี้

ผู้จัดการแข่งขันเปิดเผยว่า สถานที่จัดการแข่งขันทั้ง 8 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่รวมประมาณ 280,000 ตารางเมตร พร้อมรองรับผู้ชมได้ราว 10,150 ที่นั่ง และขณะนี้มียอดจำหน่ายบัตรเข้าชมแล้วเกือบ 118,000 ใบ โดยสถานที่จัดการแข่งขัน 6 แห่งตั้งอยู่ตามแนวชายฝั่ง "Coconut Dream Corridor" ของอ่าวซานย่า ส่วนอีกแห่งตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำซานย่า และอีกหนึ่งแห่งอยู่ในศูนย์กีฬาซานย่า พร้อมรองรับการแข่งขันในครั้งนี้อย่างสมบูรณ์

การแข่งขันวอลเลย์บอลชายหาด แฮนด์บอลชายหาด และปีนผา จะจัดขึ้นบริเวณแหลมเทียนหยาไหเจี่ยว ขณะที่การแข่งขันฟุตบอลชายหาด เทคบอลชายหาด มวยปล้ำ-ยูยิตสูชายหาด กาบัดดี้ชายหาด กรีฑาชายหาด เรือใบ ว่ายน้ำ-วิ่ง และว่ายน้ำ จะจัดขึ้นตามแนวชายหาดอ่าวซานย่าระยะทาง 22 กิโลเมตร รวมถึงน่านน้ำในบริเวณดังกล่าว ส่วนการแข่งขันเรือมังกรจะจัดขึ้นที่แม่น้ำซานย่า ด้านการแข่งขันบาสเกตบอล 3x3 และสนามฝึกซ้อมหลักจะอยู่ภายในศูนย์กีฬาซานย่า

เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เข้าร่วมการแข่งขัน การเดินทางจากโรงแรมที่พักอย่างเป็นทางการและหมู่บ้านนักกีฬาไปยังสถานที่จัดการแข่งขันและสถานที่ฝึกซ้อมทุกแห่งจะใช้เวลาไม่เกิน 30 นาที

"เทียนหยาไหเจี่ยวเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของจีน ถึงขั้นมีภาพปรากฏบนธนบัตรของจีนด้วย" มาร์ติน เฟอร์นันโด มาซูร์ นักข่าวชาวอาร์เจนตินา กล่าวระหว่างการเยี่ยมชมสถานที่ พร้อมกับชื่นชมการตัดสินใจเลือกจัดการแข่งขันในแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง โดยระบุว่าเป็น "การตัดสินใจที่กล้าหาญและสร้างสรรค์มาก"

การออกแบบสถานที่จัดการแข่งขันได้ผสานอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์หลีและเหมียวในมณฑลไห่หนานไว้อย่างโดดเด่น ขณะที่มาสคอตประจำการแข่งขัน "ย่าย่า" (Yaya) ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากละมั่งไห่หนาน ได้ถูกนำไปจัดแสดงในพื้นที่หลักของสถานที่จัดการแข่งขันทุกแห่ง นอกจากนี้ บริเวณสถานที่จัดพิธีเปิดและพิธีปิดยังมีการจัดแสดงแสงสีภายใต้แนวคิด "Deer Turning Head" โดยถ่ายทอดเรื่องราวจากตำนานท้องถิ่นที่มีชื่อเสียง เพื่อสื่อถึงเมืองซานย่า ซึ่งได้รับการขนานนามว่า "เมืองแห่งกวาง"

หวง ชุยฉิน รองผู้อำนวยการบริหารฝ่ายสถานที่ของคณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาเอเชียนบีชเกมส์ ซานย่า กล่าวว่า "เราไม่ได้สร้างสนามกีฬาแยกออกมา แต่เรา 'วาง' สนามแข่งขันบนชายหาดโดยตรง หลังจบการแข่งขัน โครงสร้างชั่วคราวเหล่านี้จะถูกรื้อถอน เพื่อคืนชายหาดที่บริสุทธิ์ให้แก่ประชาชนต่อไป"

ที่มา: คณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาเอเชียนบีชเกมส์ ครั้งที่ 6 "ซานย่า 2026"

“สีสันตะวันออก EEC ครั้งที่ 15: EEC The Food Runway”

ยกระดับเทศกาลอาหารสู่รันเวย์แห่งความคิดสร้างสรรค์ กระตุ้นท่องเที่ยวภาคตะวันออก

ภาคตะวันออกเตรียมกลับมาคึกคักอีกครั้ง กับการจัดงาน สีสันตะวันออก EEC ครั้งที่ 15: EEC The Food Runway” ระหว่างวันที่ 1 – 4 พฤษภาคม 2569 ณ ถนนเลียบชายหาดพัทยากลาง จังหวัดชลบุรี

โดยความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

ต่อยอดความสำเร็จ สู่ประสบการณ์รูปแบบใหม่

การจัดงานในปีนี้ถือเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากการจัดงานในปีที่ผ่านมา พร้อมนำเสนอแนวคิดใหม่ภายใต้ธีม “From Local Cuisine to Modern Culinary Fashion” “จากอาหารท้องถิ่น สู่อาหารแฟชั่นสุดทันสมัย”

สะท้อนการนำ “ของดีท้องถิ่น” จากจังหวัดชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา มาต่อยอดสู่ประสบการณ์สร้างสรรค์ ที่ผสานอาหาร ศิลปะ แฟชั่น และความบันเทิง เพื่อตอบโจทย์นักท่องเที่ยวในยุคใหม่

ไฮไลต์กิจกรรมภายในงาน

  • ร้านอาหารและสินค้าท้องถิ่นกว่า 120 ร้านค้า จาก 3 จังหวัดภาคตะวันออก
  • การประกวด EEC Food Runway Contest (งานประกวด 2 พ.ค. 69) เวทีสร้างสรรค์ที่นำอาหารขึ้นชื่อของแต่ละพื้นที่ มาถ่ายทอดเป็นชุดแฟชั่นบนรันเวย์ที่สามารถสวมใส่ได้จริง
  • มินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังตลอด 4 วัน

1 พฤษภาคม 2569: YOURMOOD

2 พฤษภาคม 2569: HERS

3 พฤษภาคม 2569: ก้านตอง ทุ่งเงิน

4 พฤษภาคม 2569: ปลานิลเต็มบ้าน

  • บรรยากาศงานริมชายหาดพัทยากลาง ในรูปแบบ Night Festival

แล้วคุณ…จะเริ่มชิมร้านไหนก่อนดี?

  • พบกันที่ สีสันตะวันออก EEC The Food Runway พัทยากลาง 1 – 4 พฤษภาคม 2569
    กับประสบการณ์ที่ “กินได้ ดูได้ และรู้สึกได้” บนรันเวย์แห่งรสชาติ
  • เปิดรับสมัครการประกวด EEC Food Runway Contest และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง  Facebook: สีสันตะวันออก

Celebrated Worldwide. Built for the Future

A decade of excellence: from founding in 2016 to top 100 in the world in 2026

Brighton College Bangkok is honoured to be included in the Spear’s Schools Index 2026, recognised as one of the 100 leading private schools in the world, and one of only two schools in Thailand to receive this distinction.

The Spear’s Schools Index is among the most rigorous and respected evaluations of private school excellence globally, assessing schools across academic outcomes, pastoral care, co-curricular provision and the breadth of opportunity offered to pupils. To be named alongside institutions with centuries of history, and to do so as a school entering only its second decade, is a recognition that speaks to the remarkable pace and quality of Brighton College Bangkok’s development. It reflects a school that has not simply grown in size, but has grown in character, ambition and reputation

Three Years of Awards and Recognition

This recognition belongs above all to the pupils, whose curiosity, resilience and energy are at the heart of everything the College does, and to its outstanding staff, whose dedication and care create the conditions for every pupil to flourish. The College is equally grateful to its parents and wider community, whose trust and partnership shape Brighton College Bangkok into the place it is today.

This accolade also arrives at a moment of particular significance. Over the past three years, Brighton College Bangkok has been recognised as British International School of the Year, Best International School in Thailand, and now among the Spear’s Top 100 Schools Worldwide. Taken together, these accolades trace a school on a clear and confident upward trajectory – one that is earning its place not just regionally, but on the world stage.

Gratitude is extended to everyone who is part of this story.

Landmark Investment to Mark 10-Year Anniversary

As Brighton College Bangkok celebrates its 10th Anniversary, the College proudly announces the most significant phase of investment in its history since its founding – an ambitious, forward-thinking programme designed to enhance every aspect of pupil life and learning.

This milestone reflects the College’s continued commitment to excellence, innovation and holistic education, ensuring that pupils benefit from world-class facilities that inspire curiosity, creativity and kindness.

At the heart of this development is the introduction of a striking new Olympic-standard blue athletics track, providing pupils with a professional-level environment to train, compete and develop a lifelong love of sport. This facility further strengthens the College’s reputation for sporting excellence and complements its already outstanding provision.

In the Early Years, a thoughtfully designed sensory room is being created to support the youngest learners, offering a calming, stimulating environment that nurtures development, wellbeing and emotional regulation.

The Prep School will also see significant enhancement, including the full refurbishment of the library into a vibrant, modern learning hub that fosters a love of reading and independent inquiry. Meanwhile, new play equipment in Key Stage 2 will enrich the outdoor experience, encouraging active play, collaboration and imagination.

Excellence All Round

Academic provision will be further strengthened through the addition of new science laboratories, classrooms and dedicated computer suites, ensuring pupils are equipped with the tools and environments needed to thrive in an increasingly digital and scientific world.

Sustainability and student wellbeing are central to this investment. The installation of additional solar panels reinforces the College’s commitment to environmental responsibility, while a cutting-edge positive pressure air filtration system will enhance air quality across the campus, supporting a healthier learning environment for all.

In the Senior School, the introduction of new House rooms will provide dedicated spaces that strengthen the sense of belonging and community at the core of the College’s ethos. Alongside this, significant upgrades to Drama and Music facilities, including new equipment and resources, will further enrich the performing arts, enabling pupils to explore and express their talents to the highest level.

This transformative phase of development reflects not only a celebration of the past decade, but also a bold investment in the future. As Brighton College Bangkok enters its second decade, it does so with a clear vision: to remain at the forefront of British international education, providing an exceptional environment where every pupil can thrive.

Join Brighton College Bangkok at their next Open House on May 7th, 2026. For more information, please contact admissions@brightoncollege.ac.th

Brighton College Bangkok ได้รับการจัดอันดับ Top 100 โดย Spear’s School Index 2026 หนึ่งในสองโรงเรียนในไทยที่ติดอันดับระดับโลก

 

โรงเรียนนานาชาติไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับการจัดอันดับใน Spear’s Schools Index 2026 ให้เป็นหนึ่งใน 100 โรงเรียนเอกชนชั้นนำของโลก และเป็นหนึ่งในเพียง 2 โรงเรียนในประเทศไทยที่ได้รับเกียรตินี้

Spear’s Schools Index เป็นการประเมินคุณภาพโรงเรียนเอกชนที่เข้มงวดและได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยพิจารณาจากความโดดเด่นทั้งผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการ การดูแลนักเรียน กิจกรรมนอกหลักสูตร และโอกาสที่โรงเรียนมอบให้กับนักเรียน

การได้รับการจัดอันดับเทียบชั้นสถาบันที่มีประวัติยาวนานหลายศตวรรษ และในฐานะโรงเรียนที่กำลังก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่สอง ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดทั้งในด้านคุณภาพและมาตรฐานของโรงเรียน

ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า การเติบโตของโรงเรียนไม่ได้วัดเพียงแค่จำนวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ยังเติบโตในด้านอัตลักษณ์ วิสัยทัศน์ และชื่อเสียงอย่างต่อเนื่อง

ปีแห่งรางวัลและเกียรติยศ

ความสำเร็จในครั้งนี้เกิดขึ้นจากนักเรียนเป็นสำคัญ ซึ่งความใฝ่รู้ ความมุ่งมั่น และพลังของพวกเขา คือหัวใจของทุกสิ่งที่โรงเรียนยึดถือ รวมถึงคณะครูและบุคลากรผู้เปี่ยมด้วยคุณภาพ ที่ทุ่มเทและใส่ใจในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาศักยภาพของนักเรียนทุกคน ขอขอบคุณผู้ปกครองและชาวชุมชนไบรท์ตันที่มอบความไว้วางใจและความร่วมมือ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการหล่อหลอมให้โรงเรียนนานาชาติไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ เป็นอย่างที่เป็นในปัจจุบัน

ความสำเร็จในครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยตลอด 3 ปีที่ผ่านมา โรงเรียนได้รับการยกย่องในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ British International School of the Year, Best International School in Thailand และล่าสุด Spear’s Top 100 Schools Worldwide รางวัลเหล่านี้สะท้อนถึงพัฒนาการที่เติบโตอย่างมั่นคงและต่อเนื่อง สู่การเป็นสถาบันที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ

โรงเรียนขอขอบคุณทุกท่านที่เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางแห่งความสำเร็จนี้

การพัฒนาปรับปรุงครั้งสำคัญ ฉลองครบรอบ 10 ปี ไบรท์ตัน คอลเลจ

เนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปี ของโรงเรียนนานาชาติไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ โรงเรียนมีความภาคภูมิใจในการประกาศแผนการลงทุนครั้งสำคัญที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งมา ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาที่มีวิสัยทัศน์ก้าวไกล ครอบคลุมทุกมิติของชีวิตและการเรียนรู้ของนักเรียน

การพัฒนาครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของโรงเรียนในการยกระดับมาตรฐานความเป็นเลิศด้านนวัตกรรม และการศึกษาที่รอบด้าน เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ในสภาพแวดล้อมระดับโลกที่ส่งเสริมความใฝ่รู้ ความคิดสร้างสรรค์ และความมีน้ำใจ

หนึ่งในจุดเด่นของโครงการคือการสร้างลู่วิ่งกรีฑาสีน้ำเงินขนาดมาตรฐานโอลิมปิก ซึ่งจะมอบสภาพแวดล้อมระดับมืออาชีพให้นักเรียนได้ฝึกซ้อม แข่งขัน และพัฒนาความรักในกีฬาตลอดชีวิต พร้อมยกระดับความโดดเด่นด้านกีฬาของโรงเรียนให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

สำหรับระดับ Early Years โรงเรียนได้พัฒนาห้อง Sensory Room ที่ออกแบบอย่างพิถีพิถัน เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ของนักเรียนในช่วงวัยเริ่มต้น โดยเป็นพื้นที่ที่ช่วยสร้างความผ่อนคลาย กระตุ้นพัฒนาการ และส่งเสริมสุขภาวะรวมถึงการควบคุมอารมณ์

ขณะเดียวกันระดับ Prep School จะมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปรับปรุงห้องสมุดครั้งใหญ่ให้กลายเป็นศูนย์การเรียนรู้ที่ทันสมัยและมีชีวิตชีวา เพื่อปลูกฝังนิสัยรักการอ่านและการเรียนรู้อย่างอิสระ อีกทั้งการติดตั้งอุปกรณ์การเล่นใหม่สำหรับระดับ Key Stage 2 จะช่วยเพิ่มประสบการณ์การเรียนรู้นอกห้องเรียน ส่งเสริมการเล่นอย่างสร้างสรรค์ การทำงานร่วมกัน และจินตนาการของนักเรียน

มาตรฐานความเป็นเลิศครบทุกด้าน

การพัฒนาด้านวิชาการจะได้รับการยกระดับอย่างต่อเนื่อง ผ่านการเพิ่มห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ ห้องเรียน และห้องคอมพิวเตอร์เฉพาะทาง เพื่อให้นักเรียนพร้อมก้าวสู่โลกแห่งอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์

ความยั่งยืนและสุขภาวะของนักเรียนเป็นหัวใจสำคัญของการลงทุนครั้งนี้ โดยการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพิ่มเติมสะท้อนถึงความมุ่งมั่นด้านสิ่งแวดล้อมของโรงเรียน ขณะเดียวกัน ระบบกรองอากาศแบบ Positive Pressure ที่ทันสมัยจะช่วยยกระดับคุณภาพอากาศทั่วทั้งโรงเรียน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ดีต่อสุขภาพ

ในระดับ Senior School การสร้างห้อง House ใหม่จะช่วยเสริมสร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งและความผูกพันในชุมชนโรงเรียน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของอัตลักษณ์ของโรงเรียน พร้อมกันนี้ การพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกของฝ่าย Drama และ Music รวมถึงอุปกรณ์และทรัพยากรใหม่ จะช่วยยกระดับด้าน Performing Arts เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่

การพัฒนาครั้งนี้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ระยะยาว ที่ไม่เพียงเฉลิมฉลองความสำเร็จที่ผ่านมา แต่ยังเป็นการลงทุนอย่างมั่นคงเพื่ออนาคต โดยโรงเรียนนานาชาติไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ ก้าวสู่ทศวรรษที่สองด้วยความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำด้านการศึกษานานาชาติในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย และสร้างสภาพแวดล้อมที่นักเรียนทุกคนสามารถเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ

ขอเชิญผู้ปกครองเข้าร่วมงาน Open House ครั้งถัดไปของโรงเรียนนานาชาติไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ ในวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ admissions@brightoncollege.ac.th

มณฑลฝูเจี้ยนจัดประชุมพัฒนาเศรษฐกิจวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวปี 2569 ณ เมืองจางโจว มุ่งบูรณาการความร่วมมือและส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรม

คณะกรรมการจัดงานประชุมว่าด้วยการพัฒนาเศรษฐกิจวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวมณฑลฝูเจี้ยน ประจำปี 2569

งานประชุมว่าด้วยการพัฒนาเศรษฐกิจวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวมณฑลฝูเจี้ยน ประจำปี 2569 เปิดฉากขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 17 เมษายน ณ เมืองจางโจว มณฑลฝูเจี้ยน ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศจีน ภายใต้แนวคิด "สร้างสรรค์จุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับโลก พร้อมผลักดันอุตสาหกรรมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวสู่เสาหลักทางเศรษฐกิจ" โดยมุ่งถ่ายทอดภูมิปัญญา วิถีชีวิต และวัฒนธรรมหมินหนาน (ฝูเจี้ยนตอนใต้) งานประชุมนี้สอดรับกับโครงการสำคัญในการพัฒนาศูนย์แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมหมินหนานระดับโลก ภายในงานมีการจัดกิจกรรมหลัก 6 รายการ พร้อมด้วยกิจกรรมเสริมอีก 60 รายการ เพื่อดึงดูดผู้มาเยือนจากทั่วโลก

ในพิธีเปิดงาน มีการจัดแสดงโชว์อินเทอร์แอคทีฟในชื่อ "หวนคืนสู่หมินหนาน" โดยจำลองบรรยากาศท่าเรือเยว่กังอันเก่าแก่ ผสานกับงานหัตถศิลป์ท้องถิ่นอย่างวิจิตร ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่ง "ความกล้าหาญและมุ่งมั่นสู่ความสำเร็จ" ได้อย่างมีชีวิตชีวา

งานประชุมนี้มุ่งเน้นการบูรณาการความร่วมมือในอุตสาหกรรม ควบคู่กับการส่งเสริมการลงทุน และการเชื่อมโยงปฏิสัมพันธ์ระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยมีการเปิดตัวโครงการสำคัญหลากหลาย ครอบคลุมทั้งการท่องเที่ยวเชิงกีฬา การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เศรษฐกิจการแสดง รวมถึงแนวคิด "ภาพยนตร์และโทรทัศน์ผสานการท่องเที่ยว"

เพื่อถ่ายทอดและส่งเสริมอัตลักษณ์ท้องถิ่น ภายในงานยังมีการจัดแสดงวัฒนธรรมหมินหนานอันหลากหลาย ทั้งการแสดงตลก การแสดงงิ้วเกอจื่อ และงานกาลา นอกจากนี้ หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงานคือการเปิดตัวแคมเปญ "เปิดประสบการณ์ใช้ชีวิตสไตล์ฝูเจี้ยน" ซึ่งจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงหยุดยาววันแรงงานและช่วงฤดูร้อน เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวจีนและชาวต่างชาติได้สัมผัสเสน่ห์และวิถีชีวิตอันเป็นเอกลักษณ์ของฝูเจี้ยนตอนใต้อย่างแท้จริง

นับตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นมา งานประชุมนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นของอุตสาหกรรม ตลอดจนผลักดันการบูรณาการวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวอย่างลึกซึ้งทั่วทั้งมณฑลฝูเจี้ยน

ที่มา: คณะกรรมการจัดงานประชุมว่าด้วยการพัฒนาเศรษฐกิจวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวมณฑลฝูเจี้ยน ประจำปี 2569

2026 Fujian Provincial Conference on Development of Cultural, Tourism Economy opens on Apr. 17 in Zhangzhou, SE China's Fujian

Organizing Committee of the 2026 Fujian Provincial Conference on the Development of Cultural and Tourism Economy

The 2026 Fujian Provincial Conference on the Development of Cultural and Tourism Economy kicked off in Zhangzhou, China's Fujian province on Friday. The event is themed "Building a World-Class Destination, Cultivating a Pillar Industry," highlighting elements of Minnan (Southern Fujian) wisdom, lifestyle, and culture. Coinciding with a local major initiative to build the World Minnan Cultural Exchange Center, the conference has curated 6 main activities with 60 peripheral events to attract global visitors.

The opening ceremony featured the Homing Minnan (Return to Southern Fujian) show. Set against the backdrop of the historic Yuegang Port and local craftsmanship, the show utilized interactive staging to bring the "daring to try, striving to win" spirit vividly to life.

The conference is expected to focus on industrial synergy and investment promotion, encouraging interaction among various sectors of cultural tourism industry. Projects to be launched cover the emerging performance-driven economies, sports tourism, "film-and-TV-plus-tourism," and wellness retreats.

Further celebrating regional identity, the conference is scheduled to stage Minnan cultural showcases, including comedy acts, galas, and cross-strait Gezi Opera performances. Among the highlights is the "Fresh Fujian Lifestyle" campaign, which takes the advantage of the May Day holiday and summer peak seasons to offer domestic and international guests an authentic taste of southern Fujian living.

Ever since 2023, the annual conference has been seen as a vital catalyst for boosting industry confidence and facilitating the deep integration of culture and tourism across the province.

Source: Organizing Committee of the 2026 Fujian Provincial Conference on the Development of Cultural and Tourism Economy

AI ทำงานอย่างไร? ทำความเข้าใจเบื้องหลังปัญญาประดิษฐ์

AI ไม่ได้คิดแบบมนุษย์ แต่ขับเคลื่อนด้วยการคำนวณเชิงสถิติ

แม้ว่า AI จะสามารถแสดงพฤติกรรมที่ดูคล้ายการ “คิด” ของมนุษย์ แต่ในความเป็นจริงแล้ว AI ไม่ได้มีจิตสำนึกหรือความเข้าใจเชิงอารมณ์เหมือนมนุษย์ จากรายงานของ IBM ระบุว่า ระบบ AI ทำงานโดยใช้อัลกอริทึมและแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ในการประมวลผลข้อมูล เพื่อค้นหารูปแบบและนำไปใช้ในการตัดสินใจหรือคาดการณ์ผลลัพธ์ที่เหมาะสมที่สุด1 ตัวอย่างที่พบได้บ่อยคือระบบแนะนำสินค้าในแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้ใช้งาน เช่น ประวัติการค้นหา การคลิก และการซื้อสินค้า เพื่อนำมาคาดการณ์ว่าสินค้าใดมีแนวโน้มตรงกับความสนใจของผู้ใช้งานมากที่สุด กระบวนการนี้ไม่ได้เกิดจากความเข้าใจแบบมนุษย์ แต่เป็นการคำนวณความน่าจะเป็นจากข้อมูลในอดีตอย่างเป็นระบบ

Machine Learning: หัวใจหลักของการเรียนรู้

เบื้องหลังความสามารถของ AI ในการพัฒนาและปรับตัวได้อย่างต่อเนื่อง คือเทคโนโลยีที่เรียกว่า Machine Learning ซึ่งเป็นกลไกที่ทำให้ระบบสามารถเรียนรู้จากข้อมูลโดยไม่ต้องกำหนดกฎทุกขั้นตอนล่วงหน้า โดยระบบจะเรียนรู้จากชุดข้อมูลตัวอย่าง (training data) เพื่อค้นหารูปแบบและความสัมพันธ์ของข้อมูล ก่อนนำความรู้นั้นไปประยุกต์ใช้กับข้อมูลใหม่ ตัวอย่างการใช้งาน เช่น การจำแนกภาพ การประมวลผลภาษา และการวิเคราะห์เสียง เป็นต้น พร้อมทั้งเทคโนโลยีอย่างโครงข่ายประสาทเทียม (Neural Networks) และ Deep Learning ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญ โดยเลียนแบบโครงสร้างการทำงานของสมองมนุษย์ ทำให้ AI สามารถจัดการกับข้อมูลที่มีความซับซ้อนได้ดียิ่งขึ้น

พลังประมวลผล: โครงสร้างพื้นฐานที่ขับเคลื่อน AI

การพัฒนา AI โดยเฉพาะโมเดลขนาดใหญ่ จำเป็นต้องใช้พลังประมวลผลจำนวนมหาศาล เนื่องจากต้องมีการคำนวณซ้ำในระดับมหาศาล หน่วยประมวลผลอย่าง CPU และ GPU จึงมีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะ GPU ที่สามารถประมวลผลแบบขนาน ทำให้สามารถจัดการข้อมูลจำนวนมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ความก้าวหน้าของฮาร์ดแวร์จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ AI พัฒนาอย่างรวดเร็ว สอดคล้องกับรายงาน AI Index 2025 จาก Stanford University ที่ระบุว่า ปริมาณการประมวลผลที่ใช้ในการฝึกโมเดล AI เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และแนวโน้มในปัจจุบันที่การฝึกโมเดล AI ต้องใช้ทรัพยากรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามความซับซ้อนของงานเมื่อเทคโนโลยี AI มีความพร้อมทั้งในด้านโมเดลและโครงสร้างพื้นฐาน การนำไปประยุกต์ใช้ในภาคธุรกิจจึงเริ่มขยับจากแนวคิดสู่การใช้งานจริงในหลากหลายอุตสาหกรรม

ADVERTISEMENT

AI ในภาคธุรกิจ: จากแนวคิดสู่การใช้งานจริง

AI ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีเชิงแนวคิดอีกต่อไป แต่กำลังถูกนำมาใช้เพื่อแก้ปัญหาทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม หนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนคือการบริหารจัดการพลังงานภายในอาคารขนาดใหญ่ ซึ่งมีความซับซ้อนทั้งในด้านการควบคุมระบบและการรักษาเสถียรภาพของการใช้งาน

การนำ Energy AI Platform มาใช้ในการบริหารจัดการระบบทำความเย็น (Chiller) ในอาคารเชิงพาณิชย์ เป็นตัวอย่างของการประยุกต์ใช้ AI ที่สร้างผลลัพธ์ได้จริง โดยแพลตฟอร์มจะทำหน้าที่เชื่อมโยงข้อมูลจากระบบต่าง ๆ และวิเคราะห์แบบเรียลไทม์ เพื่อปรับการทำงานของเครื่องจักรตามความต้องการใช้งานจริง ส่งผลให้สามารถลดการใช้พลังงาน พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพและยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ นอกจากนี้ การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกยังช่วยให้องค์กรสามารถดำเนินงานในรูปแบบ data-driven ได้อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการติดตามแนวโน้มการใช้พลังงาน การตรวจจับความผิดปกติ หรือการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งล้วนมีส่วนช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืน

ปัจจุบัน ผู้ให้บริการอย่าง TCC Technology Group ได้พัฒนาโซลูชันด้าน Energy AI Platform ที่ผสานความสามารถของ AI, Data Analytics และ Cloud Infrastructure เข้าด้วยกัน เพื่อสนับสนุนองค์กรในการบริหารจัดการพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

ข้อจำกัดและความท้าทายของ AI

แม้ว่า AI จะมีศักยภาพสูงแต่ก็ยังมีข้อจำกัดที่สำคัญ โดยเฉพาะการพึ่งพาคุณภาพของข้อมูล หากข้อมูลไม่ครบถ้วน มีอคติ หรือไม่สะท้อนความเป็นจริง ก็อาจส่งผลให้ผลลัพธ์ที่ได้คลาดเคลื่อนได้ นอกจากนี้ AI ยังไม่สามารถใช้เหตุผลเชิงนามธรรมหรือมีสามัญสำนึกในระดับเดียวกับมนุษย์ได้ ทำให้ในบางสถานการณ์อาจเกิดข้อผิดพลาดหรือการตีความที่ไม่เหมาะสม

จากข้อมูลข้างต้น สรุปได้ว่า AI คือเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล โมเดลทางคณิตศาสตร์ และพลังประมวลผลขั้นสูง ซึ่งช่วยให้สามารถวิเคราะห์และคาดการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้ AI มีคุณค่ามากที่สุด ไม่ใช่เพียงความสามารถของเทคโนโลยี แต่คือการนำไปประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสมในบริบทของธุรกิจและสังคม ในท้ายที่สุด AI ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานเท่านั้น แต่ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่กำลังเปลี่ยนวิธีคิดและการตัดสินใจขององค์กรในยุคดิจิทัล การเข้าใจทั้งศักยภาพและข้อจำกัดของ AI จึงเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างความได้เปรียบและความยั่งยืนในระยะยาว

อ้างอิง

1. Stryker, C., & Kavlakoglu, E. (n.d.). What is artificial intelligence (AI)? IBM. Retrieved from https://www.ibm.com/think/topics/artificial-intelligence

2. Stanford University. (2025). AI Index Report 2025. Retrieved from https://hai.stanford.edu/ai-index/2025-ai-index-report

How Does AI Work? Understanding the Foundations of Artificial Intelligence

In today’s rapidly evolving digital era, Artificial Intelligence (AI) has become an integral part of everyday life. From content recommendation systems on online platforms and search engines to smart assistants on smartphones and advanced technologies such as autonomous vehicles, AI is everywhere. Behind these capabilities lies the ability to process vast amounts of data to analyze and respond to users quickly and accurately. Today, OPEN-TEC (Tech Knowledge Sharing Platform), powered by TCC TECHNOLOGY GROUP, will take readers to explore the fundamentals of how AI works, from its core concepts and underlying technologies to its real-world business applications, highlighting why AI has become one of the most transformative technologies of our time.

AI Doesn’t Think Like Humans, It Runs on Statistical Computation

Although AI can exhibit behaviors that appear similar to human “thinking,” it does not possess consciousness or emotional understanding. According to IBM, AI systems operate using algorithms and mathematical models to process data, identify patterns, and make decisions or predictions based on the most probable outcomes¹. A common example is product recommendation systems on online platforms. These systems analyze user behavior, such as search history, clicks, and purchases, to predict which products are most likely to match user preferences. This process is not based on human-like reasoning, but rather on statistical probability derived from historical data.

Machine Learning: The Core of AI Learning

At the heart of AI’s ability to improve and adapt over time is Machine Learning, a technology that enables systems to learn from data without being explicitly programmed for every step. Machine learning models are trained using training data to identify patterns and relationships, which can then be applied to new data. Common applications include image recognition, natural language processing, and speech analysis. More advanced techniques, such as Neural Networks and Deep Learning, play a crucial role by mimicking the structure of the human brain, allowing AI systems to process complex and high-dimensional data more effectively.

Computing Power: The Infrastructure Behind AI

Developing AI, especially large-scale models, requires enormous computational power due to the massive number of calculations involved. Processing units such as CPUs and GPUs are essential, with GPUs being particularly effective due to their ability to perform parallel processing, enabling efficient handling of large datasets. Advancements in hardware have therefore been a key driver of AI growth. This aligns with findings from the Stanford AI Index Report 2025, which highlights the rapid increase in computational resources required to train modern AI models². As both AI models and infrastructure continue to mature, organizations are increasingly moving from experimentation to real-world deployment across industries.

AI in Business: From Concept to Real-World Application

AI is no longer just a conceptual technology; it is actively being applied to solve real business challenges. One clear example is energy management in large commercial buildings, where system complexity and operational stability are critical concerns.

The implementation of an Energy AI Platform for managing chiller systems demonstrates how AI can deliver tangible results. By integrating data from multiple systems and analyzing it in real time, the platform optimizes equipment operations based on actual demand. This leads to reduced energy consumption, improved operational efficiency, and extended equipment lifespan. Furthermore, advanced analytics enable organizations to operate in a fully data-driven manner, including monitoring energy usage trends, detecting anomalies, and assessing environmental impact. These capabilities contribute to reducing greenhouse gas emissions and supporting sustainability goals. Today, providers such as TCC Technology Group offer Energy AI Platform solutions that integrate AI, data analytics, and cloud infrastructure, enabling organizations to manage energy more efficiently and sustainably.

Limitations and Challenges of AI

Despite its significant potential, AI still has important limitations. One key challenge is its reliance on data quality—if the data is incomplete, biased, or unrepresentative, the results may be inaccurate. Moreover, AI lacks human-like reasoning and common sense, which can lead to errors or misinterpretations in certain situations.

In conclusion, AI is a technology driven by data, mathematical models, and advanced computing power, enabling efficient analysis and prediction. However, its true value lies not only in its technical capabilities but in how it is applied within real-world business and societal contexts. Ultimately, AI is more than just a tool for improving efficiency; it is reshaping how organizations think and make decisions in the digital age. Understanding both its potential and its limitations is essential for building sustainable competitive advantage in the long term.

References

1. Stryker, C., & Kavlakoglu, E. (n.d.). What is artificial intelligence (AI)? IBM. Retrieved from https://www.ibm.com/think/topics/artificial-intelligence

2. Stanford University. (2025). AI Index Report 2025. Retrieved from https://hai.stanford.edu/ai-index/2025-ai-index-report

มาห์เลเผยผลการดำเนินงานปี 2568 ปรับตัวดีขึ้น แม้เผชิญความท้าทาย

 

  • กลุ่มบริษัทสามารถทำกำไรได้ แม้เผชิญปัจจัยท้าทายและมีรายจ่ายสูงจากการปรับโครงสร้างองค์กร
  • ยอดขายลดลงมาอยู่ที่ 11,300 ล้านยูโร จากผลกระทบด้านอัตราแลกเปลี่ยนและการถอนการลงทุนบางส่วน
  • ผลิตภาพ กำไรจากการดำเนินงานที่ปรับปรุงแล้ว และส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น ในขณะที่หนี้สินสุทธิลดลง และสภาพคล่องมั่นคง
  • อาร์นด์ ฟรานซ์ ซีอีโอ กล่าวว่า “มาห์เลกำลังมุ่งหน้าสู่การเติบโตอย่างมีกำไร”
  • โครงสร้างใหม่ของกลุ่มบริษัทเริ่มสร้างผลประโยชน์ร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม โดยการเสริมแกร่งระดับภูมิภาคช่วยเร่งการดำเนินงาน ขณะที่การเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดในธุรกิจการจัดการความร้อนเสร็จสมบูรณ์แล้ว
  • กลยุทธ์ MAHLE 2030+ ดำเนินไปในทิศทางที่ถูกต้อง ด้วยการมุ่งเน้นนวัตกรรมสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า การจัดการความร้อน และจุดแข็งด้านเครื่องยนต์สันดาปภายใน
  • นวัตกรรมได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ด้วยจำนวนสิทธิบัตรและรายงานการประดิษฐ์ราว 860 รายการ และการคงสัดส่วนการวิจัยและพัฒนาที่ 5.4%
  • ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ยังคงผันผวนและคาดการณ์ยาก มาห์เลจะเดินหน้าปรับตัวโดยให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือและความสามารถในการแข่งขัน

มาห์เล (MAHLE) กลุ่มบริษัทเทคโนโลยีจากเยอรมนี ปิดงบการเงินปี 2568 ด้วยผลกำไรจากการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้น แม้เผชิญความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ มาตรการภาษีใหม่ของสหรัฐฯ การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน และการผลักดันกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่ยังไม่ได้ข้อยุติ โดยกลุ่มบริษัทมียอดขายรวมอยู่ที่ 11,300 ล้านยูโร ส่วนยอดขายปกติ (organic sales) ซึ่งปรับปรุงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนและการนําบริษัทย่อยออกจากงบการเงินรวมแล้ว เติบโต 0.6% ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานที่ปรับปรุงแล้ว (adjusted EBIT) เพิ่มขึ้นเป็น 442 ล้านยูโร และอัตรากำไรจากการดำเนินงานที่ปรับปรุงแล้ว (adjusted EBIT margin) ปรับตัวขึ้นเป็น 3.9%

มาห์เลมีหนี้สินสุทธิลดลงและส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น ส่งผลให้กลุ่มบริษัทสามารถทำกำไรสุทธิในปีงบการเงิน 2568 ซึ่งเป็นการยืนยันความสำเร็จของการพลิกฟื้นการดำเนินงานที่เริ่มต้นขึ้นในปี 2566 และเร่งเดินหน้าในปี 2567 แม้สภาวะตลาดไม่เอื้ออำนวยและกลุ่มบริษัทมีประมาณการหนี้สินจากการปรับโครงสร้างเป็นจำนวนมากก็ตาม ขณะเดียวกัน กลยุทธ์ MAHLE 2030+ ที่ให้ความสำคัญกับนวัตกรรมสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า การจัดการความร้อน และความเป็นผู้นำด้านเครื่องยนต์สันดาปภายใน ยังคงสร้างผลลัพธ์ได้อย่างต่อเนื่อง

การคงสัดส่วนการวิจัยและพัฒนาที่ระดับ 5.4% รวมทั้งจำนวนสิทธิบัตรและรายงานการประดิษฐ์ที่ประมาณ 860 รายการ สะท้อนให้เห็นว่า มาห์เลยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรมได้อย่างต่อเนื่อง “มาห์เลกำลังมุ่งหน้าสู่การเติบโตอย่างมีกำไร” อาร์นด์ ฟรานซ์ (Arnd Franz) ประธานคณะกรรมการบริหารและซีอีโอ กล่าวในการแถลงข่าวประจำปี ณ เมืองชตุทท์การ์ท “ความทุ่มเทของเราเห็นผลแล้ว และความสำเร็จนี้สามารถวัดผลได้จริง” อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากความผันผวนที่ยังคงมีอยู่ มาห์เลจะเดินหน้าปรับธุรกิจให้สอดรับกับสภาวะที่เปลี่ยนแปลงไป ผ่านโครงการเพิ่มประสิทธิภาพ “Back on Track” โดยให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือและความสามารถในการแข่งขัน

พัฒนาการและความท้าทายของตลาด

ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ต้นทุนพลังงานและค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรที่เพิ่มสูงขึ้น ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่าขึ้น ตลาดที่ซบเซา และการแข่งขันที่รุนแรงโดยเฉพาะจากจีน ส่งผลให้ปี 2568 เป็นอีกปีที่ท้าทาย มาห์เลจึงได้ปรับโครงสร้างองค์กรให้เกิดความคล่องตัว ปรับพอร์ตธุรกิจให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตลอดจนรวมฐานการผลิต และปรับลดกำลังการผลิต โดยเฉพาะในยุโรปและอเมริกาเหนือ

ตลาดขาลงและอัตราแลกเปลี่ยนส่งผลกระทบต่อยอดขาย

ยอดขายได้รับผลกระทบจากความต้องการของลูกค้าที่อ่อนแอลง ปริมาณการผลิตรถยนต์ที่ลดลงในยุโรปและอเมริกาเหนือ โดยเฉพาะตลาดรถบรรทุกในสหรัฐอเมริกาที่ซบเซา และการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้าในยุโรปที่ล่าช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ดี อัตราแลกเปลี่ยนคือปัจจัยใหญ่ที่สุดที่ส่งผลกระทบต่อยอดขาย

ธุรกิจระบบส่งกำลังและการชาร์จแบตเตอรี่ (Powertrain and Charging) มียอดขาย 3,900 ล้านยูโร เติบโต 1.9% หลังปรับปรุงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนแล้ว

ธุรกิจระบบความร้อนและของไหล (Thermal and Fluid Systems) มียอดขายในระดับเดียวกับปีก่อนหน้าที่ 6,100 ล้านยูโร หลังปรับปรุงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนและการรวมงบการเงินแล้ว

ธุรกิจอะไหล่และบริการ ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนเป็นธุรกิจระบบขับเคลื่อนและวงจรชีวิตของยานยนต์ (Lifecycle and Mobility) มียอดขาย 1,200 ล้านยูโร เติบโต 1.7% หลังปรับปรุงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนแล้ว

ภูมิภาค: ตลาดที่เติบโตมีความสำคัญมากขึ้น

หลังปรับปรุงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนและการรวมงบการเงินแล้ว ยอดขายในยุโรปและจีนลดลง ในขณะที่ยอดขายในอเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ และเอเชียตะวันออกเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอินเดียโตเร็วสุด ด้วยอัตราการเติบโตสูงกว่า 20%

กำไรจากการดำเนินงานดีขึ้น หนี้สินสุทธิลดลง สภาพคล่องมั่นคง

กำไรจากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากผลิตภาพที่เพิ่มขึ้น รวมไปถึงการเพิ่มประสิทธิภาพต้นทุน มาตรการด้านราคา และการลดค่าใช้จ่ายเชิงโครงสร้าง ซึ่งช่วยชดเชยกำแพงภาษีที่สูงขึ้น ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรที่เพิ่มตามเงินเฟ้อ ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน และปริมาณการขายที่ลดลง

ขณะที่ตัวเลข EBIT ได้รับผลกระทบเนื่องจากไม่มีรายได้พิเศษ (One-time gain) เหมือนปีงบการเงินก่อนหน้าซึ่งมีรายได้ 164 ล้านยูโรจากการขายหุ้นในบริษัทร่วมทุน แบร์-เฮลล่า เทอร์โมคอนโทรล (Behr-Hella Thermocontrol: BHTC) ตลอดจนรายการพิเศษอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างองค์กร

ด้านหนี้สินสุทธิลดลง 136 ล้านยูโร มาอยู่ที่ 1,030 ล้านยูโร แม้กลุ่มบริษัทได้เข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของ มาห์เล แบร์ (MAHLE Behr) ในขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 21.9% ขณะเดียวกัน ฐานทางการเงินของมาห์เลยังคงมีเสถียรภาพ โดยมีการขยายเงินกู้ร่วม (Syndicated loan) จำนวน 1,200 ล้านยูโร ไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ปี 2572

“นี่คือสัญญาณที่ชัดเจนว่าธนาคารต่าง ๆ เชื่อมั่นในกลยุทธ์และสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งของกลุ่มบริษัท วงเงินกู้นี้ช่วยให้เรามีความยืดหยุ่นทางการเงินและความมั่นคงในการวางแผนงาน” มาร์คุส คาพอน (Markus Kapaun) สมาชิกคณะกรรมการบริหารและซีเอฟโอของมาห์เล กล่าว “ด้วยกลยุทธ์ MAHLE 2030+ เรากำลังดำเนินไปในทิศทางที่ถูกต้อง และจะเดินหน้าตามแนวทางนี้อย่างต่อเนื่อง”  

รักษาความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรม โดยมุ่งเน้นที่นวัตกรรมสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าและการจัดการความร้อน

มาห์เลลงทุน 607 ล้านยูโรในด้านการวิจัยและพัฒนา ด้วยแรงสนับสนุนจากวิศวกรราว 4,500 คน กลุ่มบริษัทได้ยื่นจดสิทธิบัตร 361 รายการ และรายงานการประดิษฐ์ 497 รายการ ซึ่งประมาณ 70% เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า

นวัตกรรมดังกล่าว ได้แก่ ระบบเปลี่ยนน้ำมันเป็นพลังงานไฟฟ้าเข้าสู่แบตเตอรี่ พร้อมเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแรงดันสูงในตัว, โมดูลจัดการความร้อนที่มาพร้อมฮีทปั๊ม และพัดลมหมุนเหวี่ยงแบบไบโอนิกสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า นอกจากนี้ มาห์เลยังขยายโซลูชันการจัดการความร้อนไปยังอุตสาหกรรมอื่น เช่น ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่แบบติดตั้งอยู่กับที่ และโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จระดับเมกะวัตต์

คำสั่งซื้อใหม่ยังมีเสถียรภาพ แต่ยอดสั่งซื้อนวัตกรรมสำหรับยานยนต์ไฟฟ้ายังต่ำกว่าคาด

คำสั่งซื้อใหม่ในปี 2568 คิดเป็นยอดขายเฉลี่ยต่อปีที่ 1,900 ล้านยูโร โดยส่วนใหญ่มาจากระบบขับเคลื่อนรถยนต์ไฟฟ้า, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กำลัง, ระบบจัดการความร้อน, ระบบหล่อเย็น, ระบบนำความร้อนทิ้งกลับมาใช้ใหม่, คอมเพรสเซอร์ไฟฟ้า และชิ้นส่วนเครื่องยนต์สันดาปภายใน

อย่างไรก็ดี แม้ผลิตภัณฑ์สำหรับเครื่องยนต์สันดาปมียอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้น แต่นวัตกรรมสำหรับยานยนต์ไฟฟ้ายังได้รับคำสั่งซื้อต่ำกว่าคาดการณ์ เนื่องจากความต้องการรถยนต์ EV ที่อ่อนแอโดยเฉพาะในยุโรป ประกอบกับการแข่งขันที่รุนแรง และนโยบายทางการเมืองที่เปลี่ยนแปลงในสหรัฐฯ

เติบโตผ่านการกระจายการลงทุนและการขยายธุรกิจด้านใหม่ ๆ

มาห์เลกำลังกระจายการลงทุนทั้งในด้านเทคโนโลยี ตลาด และรูปแบบการใช้งาน โดยขยายจากอุตสาหกรรมยานยนต์ไปยังภาคส่วนอื่น เช่น ระบบกักเก็บพลังงานแบบติดตั้งอยู่กับที่ โลจิสติกส์ การเดินเรือ เหมืองแร่ ระบบราง และการป้องกันประเทศ

กิจกรรมทางธุรกิจนอกอุตสาหกรรมยานยนต์ถูกปรับโครงสร้างใหม่เป็นหน่วยโซลูชันอุตสาหกรรมและโซลูชันพิเศษ (Industrial and Special Solutions) ภายใต้กลุ่มงานขาย (Group Sales) โดยมุ่งเน้นไปที่เทคโนโลยีการชาร์จระดับเมกะวัตต์ การระบายความร้อนศูนย์ข้อมูล อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กำลัง การระบายความร้อนชิป ระบบไฮดรอลิก และเทคโนโลยีด้านความมั่นคงและการป้องกันประเทศ

การรวมธุรกิจยังเผชิญแรงกดดันสูง ขณะที่การปรับตัวยังเป็นภารกิจหลัก

มาห์เลเดินหน้าปรับเปลี่ยนเครือข่ายการผลิตทั่วโลกในปี 2568 ด้วยการปิดฐานการผลิต การถอนการลงทุน และการลดกำลังคน โดยเฉพาะในยุโรปและอเมริกาเหนือ ส่งผลให้จำนวนพนักงานทั่วโลกลดลง 3,466 คน มาอยู่ที่ 64,242 คน ทั้งนี้ บริษัทจะเดินหน้าลดต้นทุนด้านการบริหารและการพัฒนาต่อไป ขณะที่คาดว่าแรงกดดันที่มีต่อการรวมธุรกิจในยุโรปจะยังคงอยู่ในระดับสูง โดยอาร์นด์ ฟรานซ์ ซีอีโอ กล่าวว่า “การตัดสินใจทางการเมืองในสหภาพยุโรปส่งผลโดยตรงต่อการรวมธุรกิจ” พร้อมเรียกร้องให้มีการเปิดกว้างทางเทคโนโลยีและการผลักดันกฎระเบียบด้าน CO₂ ที่เอื้อต่อการเติบโตของธุรกิจ เพื่อปกป้องการลงทุน ฐานการผลิต และการจ้างงานในยุโรป

Key figures 2025


The 2025 annual report is available on the MAHLE website at https://annualreport.mahle.com/en.