Friday, August 28, 2026

เมืองอิ๋งโข่วสืบสานมรดกเซรามิกเผาฟืน ชูศิลปะเตาเผาโบราณ รังสรรค์จากดินและไฟ

ในเมืองอิ๋งโข่ว เตาเผาจื่อเซวียนได้รับการยกย่องให้เป็น "สุดยอดเตาเผาเจิ้นแห่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน" ซึ่งเป็นเตาเผาไม้แบบโบราณที่สืบทอดมาจากจิงเต๋อเจิ้น โดยเตาเผาจื่อเซวียนเคยทำหน้าที่เป็นเตาเผาของรัฐมานานนับพันปี และเป็นเตาเผาหลวงมายาวนานกว่า 4 ศตวรรษ ทั้งนี้ ย้อนกลับไปตั้งแต่ช่วงกลางถึงปลายราชวงศ์หมิง เตาเผานี้ได้กลายเป็นแหล่งผลิตเครื่องลายครามอันประณีต


ซิง อิ๋ง (Xing Ying) ผู้เป็นช่างฝีมือ ได้สืบทอดภูมิปัญญาการทำเครื่องปั้นดินเผาแบบดั้งเดิมจากเตาเผาเจิ้น โดยได้ทุ่มเทศึกษาและยกระดับศิลปะการทำเซรามิกเผาฟืนชูจุดเด่นผิวสัมผัสเคลือบขี้เถ้าธรรมชาติ เพื่อส่งต่อเปลวไฟแห่งเตาเผาโบราณมิให้สูญหาย ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์จากเตาเผาดังกล่าวถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน โดยโถใส่ใบชาแบบเผาไฟฟืนมีคุณสมบัติช่วยคงความสดใหม่ ป้องกันความชื้นและแมลง พร้อมรักษาอุณหภูมิให้คงที่เพื่อกักเก็บกลิ่นหอมและป้องกันกลิ่นไม่พึงประสงค์ ขณะที่ไหปลุกชาซึ่งมีโครงสร้างเนื้อดินรูพรุนระบายอากาศได้ดี จะช่วยกระจายกลิ่นอับจากการเก็บรักษา พร้อมดึงกลิ่นหอมตามธรรมชาติของชาบ่มโบราณให้กลับมาโดดเด่นอีกครั้ง


เมื่อนำมาใช้กับกาน้ำชาและถ้วยชาที่มาจากเตาเผาเดียวกัน จะยิ่งช่วยชูรสชาติของน้ำชาให้มีความหวานนุ่มและกลมกล่อมขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยเซรามิกเผาฟืนทุกชิ้นต่างรังสรรค์ขึ้นจากการหล่อหลอมของดินและไฟ ซึ่งเมื่อผ่านการดูแลรักษาและใช้งานอย่างพิถีพิถันเป็นเวลานาน ชิ้นงานจะยิ่งพัฒนาทั้งในแง่ของผิวสัมผัสและเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์การใช้งานจริงในชีวิตประจำวันเท่านั้น แต่ยังถือเป็นของสะสมที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นตามกาลเวลาอีกด้วย


ภูมิปัญญาเตาเผาเจิ้นที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น และรังสรรค์ขึ้นจากการหลอมรวมกันของดินและไฟ ได้ฟื้นฟูจนกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งในยุคปัจจุบัน

Yingkou Wood-Fired Ceramics: The Ancient Kiln Art Forged by Earth and Fire

In Yingkou, Zhixuan Kiln is hailed as the "premier Zhen Kiln in Northeast China" - a traditional wood-fired kiln of the Jingdezhen lineage. Zhixuan Kiln served as an official kiln for a millennium and as an imperial kiln for more than four centuries. As early as the mid-to-late Ming Dynasty, it had already become a major production site for exquisite blue-and-white porcelain.


Inheriting the traditional craftsmanship of the Zhen Kiln, artisan Xing Ying has devoted himself to studying and refining the art of wood-fired ceramics featuring natural ash-glaze textures, keeping the ancient kiln fire alive. The kiln's wares are crafted for practical use. Wood-fired tea canisters keep tea fresh by preventing moisture and pests while maintaining a stable temperature that preserves fragrance and inhibits unwanted odors. Tea-awakening jars, with their porous, breathable structure, help dissipate stale storage odors and revive the inherent aromas of aged tea.


When paired with teapots and cups from the same kiln, the tea delivers a naturally sweet and mellow taste. Every wood-fired ceramic piece is forged by clay and fire. Through years of care and handling, these pieces continue to evolve in texture and character, offering both practical value and considerable collectible value.


Passed down through generations and shaped by the interplay of earth and fire, the ancient craftsmanship of the Zhen Kiln has been revitalized in the modern era.

พลัมจีนเมืองอิ๋งโข่ว ผลผลิตแห่งฤดูร้อน สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของชนบทจีน

สำนักประชาสัมพันธ์ของคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเทศบาลเมืองอิ๋งโข่ว

ท่ามกลางฤดูร้อนที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของผลไม้สุก สวนผลไม้ในเมืองอิ๋งโข่วได้ก้าวเข้าสู่ช่วงเก็บเกี่ยวพลัมจีนอย่างเต็มที่ เผยภาพความคึกคักและความอุดมสมบูรณ์ของชนบท พร้อมสะท้อนเสน่ห์ของฤดูเก็บเกี่ยวที่เปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา

ด้วยแสงแดดที่ส่องถึงอย่างเพียงพอ ประกอบกับสภาพดินที่เอื้อต่อการเพาะปลูก เมืองอิ๋งโข่วจึงเป็นแหล่งผลิตพลัมจีน หนึ่งในผลไม้ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นที่สุดของภูมิภาคแห่งนี้ โดยในช่วงฤดูร้อน สวนผลไม้จะเขียวขจีไปด้วยพุ่มใบ ขณะที่กิ่งก้านห้อยระย้าด้วยลูกพลัมอวบอิ่ม พลัมที่เก็บสดใหม่เผยให้เห็นเนื้อสีเหลืองฉ่ำน้ำใต้เปลือกที่แต่งแต้มด้วยสีชมพู พร้อมส่งกลิ่นหอมเย้ายวนชวนลิ้มลอง

สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติของแต่ละภูมิภาคล้วนหล่อหลอมให้เกิดผลผลิตที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น สำหรับเมืองอิ๋งโข่ว เอกลักษณ์ดังกล่าวสะท้อนผ่านพลัมจีนที่มีรสชาติหวานละมุน อันเป็นผลจากสภาพภูมิอากาศ ดิน และแหล่งน้ำที่เอื้อต่อการเพาะปลูกในท้องถิ่น ขณะเดียวกัน ความทุ่มเทและความขยันหมั่นเพียรของเกษตรกรยังเป็นส่วนสำคัญในการรังสรรค์ผลไม้สดใหม่หวานฉ่ำ พร้อมถ่ายทอดวิถีชีวิตชนบทในฤดูร้อนของเมืองอิ๋งโข่วได้อย่างงดงามและมีชีวิตชีวา

A Sweet Summer Harvest of Plums

Publicity Department of the CPC Yingkou Municipal Committee

In midsummer, with the fragrance of ripe fruits in the air, Yingkou's orchards enter the peak harvest season for Prunus salicina, bringing bustling scenes of abundance to the countryside.

Blessed with ample sunshine and favorable soil conditions, Yingkou produces Prunus salicina, one of the region's most distinctive fruits. In summer, the orchards are lush with foliage, while branches hang heavy with plump fruit. Freshly picked plums reveal juicy yellow flesh beneath skins tinged with a delicate blush of pink, and fill the air with a rich, enticing aroma.

A region's natural environment gives rise to its unique produce. In Yingkou, this is embodied in the Prunus salicina plum, which owes its sweet and mellow taste to the local climate, soil, and water. The hard work of farmers in the fields yields the sweetness of fresh fruit, capturing a vivid and authentic picture of rural summer life in Yingkou.

Yingkou Shanhai Plaza: A Dusk Canvas on the Bohai Coast


Publicity Department of the CPC Yingkou Municipal Committee

Located in Bayuquan District, Yingkou City, Liaoning Province, Shanhai Plaza faces the Bohai Sea and is a seaside resort where natural grandeur blends with cultural charm.

At dusk, the setting sun casts a golden glow across the sky, while the Bohai Sea is bathed in radiant hues. The sky shades gradually from orange to crimson before fading into an indigo canopy. Standing majestically in the sea at twilight, the colossal "Spanish Mackerel Princess Statue" creates a visually striking composition with the darkening horizon. By day, the beach lies open and serene, while at sunset, it unfolds as a magnificent scroll of shifting light and shadow, where the murmur of tides blends with the evening glow in a scene of boundless variety.

As the evening breeze gently sweeps in, the plaza is enveloped in the gentle, tranquil beauty of twilight. The vast sea stretches into the distance, while the sweeping shoreline unfolds with graceful tranquility. The majestic seascape and gentle twilight complement each other, offering a distinctive charm and a soothing ambiance along the coast of southern Liaoning.

From the first light of dawn to the arrival of nightfall, this coastline welcomes visitors from near and far with its ever-changing beauty.

ซานไห่ พลาซ่า จุดหมายริมทะเลโป๋ไห่แห่งเมืองอิ๋งโข่ว ผสานเสน่ห์วัฒนธรรมกับความงามแห่งธรรมชาติ


 สำนักประชาสัมพันธ์ของคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเทศบาลเมืองอิ๋งโข่ว

ซานไห่ พลาซ่า (Shanhai Plaza) คือสถานที่พักผ่อนริมทะเลโป๋ไห่ ในเขตป้าอวี๋เชวียน เมืองอิ๋งโข่ว มณฑลเหลียวหนิง ประเทศจีน ซึ่งสะท้อนเสน่ห์ทางวัฒนธรรมที่ผสานเข้ากับความงดงามของธรรมชาติได้อย่างกลมกลืน

ยามพลบค่ำ ดวงอาทิตย์ที่กำลังลับลาสาดแสงสีทองไปทั่วท้องฟ้า อาบทะเลโป๋ไห่ด้วยประกายแสงระยิบระยับ ท้องฟ้าจากสีส้มสด ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม ก่อนคลี่คลุมด้วยสีครามของราตรีที่กำลังมาเยือน กลางทะเลมีรูปปั้น "เจ้าหญิงปลาแมคเคอเรลสเปน" ขนาดมหึมาตั้งตระหง่านเหนือผืนน้ำและตัดกับเส้นขอบฟ้าที่มืดลง ก่อเกิดเป็นภาพงดงามน่าประทับใจ ในยามกลางวัน ชายหาดแห่งนี้ทอดตัวกว้างไกลอย่างสงบ ทว่าเมื่ออาทิตย์ลับขอบฟ้า ที่แห่งนี้กลับเผยเสน่ห์อีกด้านผ่านการแปรเปลี่ยนของแสงและเงา เสียงคลื่นแผ่วเบาคลอเคล้าไปกับแสงสนธยา หลอมรวมเป็นทัศนียภาพอันงดงามหลากหลาย ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปไม่รู้จบตามกาลเวลา

เมื่อสายลมยามเย็นพัดแผ่วมา ซานไห่ พลาซ่า ก็อบอวลไปด้วยบรรยากาศอันเงียบสงบและงดงามของยามพลบค่ำ เบื้องหน้าคือผืนทะเลกว้างใหญ่ที่ทอดยาวสุดสายตา ขณะที่แนวชายฝั่งโอบรับไปกับผืนน้ำอย่างอ่อนโยน เผยให้เห็นความงดงามอันเงียบสงบของธรรมชาติ ทัศนียภาพอันกว้างใหญ่ของท้องทะเลผสานเข้ากับแสงอ่อนละมุนของยามสนธยาได้อย่างกลมกลืน เติมเต็มเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์และบรรยากาศอันผ่อนคลายให้แก่ชายฝั่งทางตอนใต้ของมณฑลเหลียวหนิง

ตั้งแต่แสงแรกแห่งรุ่งอรุณจวบจนราตรีคลี่คลุม ชายฝั่งแห่งนี้พร้อมต้อนรับผู้มาเยือนจากทุกสารทิศ ด้วยการร้อยเรียงความงดงามที่แปรเปลี่ยนไปในทุกช่วงเวลาอย่างไม่รู้จบ

จากข้อมูลสู่คุณค่าทางธุรกิจ: เปลี่ยนข้อมูลให้เป็นพลังขับเคลื่อนธุรกิจ

 


ในยุคที่องค์กรกำลังเดินหน้าสู่ Digital Transformation “ข้อมูล” ได้กลายเป็นทรัพยากรสำคัญในการทำความเข้าใจลูกค้า วางกลยุทธ์ และขับเคลื่อนธุรกิจ อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นข้อมูลเชิงลึก (Insight)  และนำข้อมูลเชิงลึกไปสู่การตัดสินใจที่สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้จริงเป็นเรื่องสำคัญ รายงานจาก IBM Institute for Business Value ระบุว่า มีเพียง 26% ของ Chief Data Officers (CDOs) ที่มั่นใจว่าองค์กรของตนมีความพร้อมด้านข้อมูลมากพอที่จะนำไปสร้างรายได้จาก AI1 สะท้อนให้เห็นว่า ความท้าทายขององค์กรไม่ได้อยู่ที่การ “มีข้อมูล” เพียงอย่างเดียว แต่คือการสร้างความพร้อมด้านข้อมูลและนำข้อมูลไปใช้ให้เกิดคุณค่าทางธุรกิจ วันนี้ OPEN-TEC ศูนย์รวมองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีภายใต้การดูแลของ TCC TECHNOLOGY GROUP จึงชวนสำรวจเส้นทางจาก “ข้อมูล” สู่ “คุณค่าทางธุรกิจ” ตั้งแต่การวางรากฐานข้อมูล การวิเคราะห์ ไปจนถึงการนำ Insight ไปใช้สร้างผลลัพธ์ให้กับองค์กร

เมื่อมีข้อมูลมากขึ้น ไม่ได้แปลว่าจะใช้ข้อมูลได้ดีขึ้น

ข้อมูลขององค์กรในปัจจุบันกระจายอยู่ในหลายระบบและหลายหน่วยงาน ตั้งแต่ข้อมูลลูกค้า การขาย การตลาด ไปจนถึงการดำเนินงาน หากข้อมูลเหล่านี้ไม่สามารถเชื่อมโยงกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็อาจเกิดปัญหา Data Silos ทำให้องค์กรมองเห็นข้อมูลเพียงบางส่วน และไม่สามารถนำข้อมูลมาใช้สนับสนุนการตัดสินใจได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ งานวิจัยของ IBM Institute for Business Value ชี้ให้เห็นว่า ข้อมูลที่มีคุณภาพ ความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงและ AI รวมถึงการกำกับดูแลข้อมูลอย่างเป็นระบบ ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้องค์กรสามารถเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นคุณค่าทางธุรกิจได้1 ดังนั้น การสร้างคุณค่าจากข้อมูลจึงควรเริ่มจากการวาง Data Foundation ที่แข็งแรง ทั้งด้านคุณภาพข้อมูล การเชื่อมโยงข้อมูล โครงสร้างข้อมูล และ Data Governance เพื่อให้ข้อมูลมีความถูกต้อง ครบถ้วน เป็นปัจจุบัน และพร้อมสำหรับการนำไปใช้งาน เมื่อข้อมูลจากหลากหลายแหล่งสามารถเชื่อมโยงและบริหารจัดการได้อย่างเป็นระบบ องค์กรก็สามารถลดความคลาดเคลื่อนข้อมูล และทำให้ข้อมูลพร้อมสำหรับการวิเคราะห์มากยิ่งขึ้น

จาก Data สู่ Insight ที่ตอบโจทย์ธุรกิจ

ข้อมูลเพียงอย่างเดียวอาจบอกได้ว่า “เกิดอะไรขึ้น” แต่การวิเคราะห์ที่ดีควรช่วยให้องค์กรเข้าใจต่อไปว่า “ทำไมจึงเกิดขึ้น” และ “ควรทำอะไรต่อ” ตัวอย่างเช่น การนำข้อมูลการซื้อ พฤติกรรมลูกค้า ช่วงเวลา และช่องทางการขายมาวิเคราะห์ร่วมกัน อาจช่วยให้องค์กรมองเห็นกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพ แนวโน้มความต้องการ หรือโอกาสในการเพิ่มยอดขาย ขณะที่ข้อมูลด้านการดำเนินงานสามารถช่วยค้นหาจุดติดขัด ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการทำงาน จากรายงานของ McKinsey ระบุว่า หากองค์กรต้องการใช้ข้อมูลเป็นแรงขับเคลื่อนโครงการและกลยุทธ์ ข้อมูลจำเป็นต้องเข้าถึงได้ง่าย มีคุณภาพสูง และสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ โดย Data Governance ที่มีประสิทธิภาพจะช่วยกำหนดหลักเกณฑ์และกระบวนการที่ทำให้ข้อมูลมีคุณสมบัติเหล่านี้2 เมื่อมีรากฐานข้อมูลที่ดี เทคโนโลยีอย่าง Business Intelligence (BI), Data Analytics, Machine Learning และ AI ก็สามารถเข้ามาช่วยเปลี่ยนข้อมูลจำนวนมากให้เป็นข้อมูลเชิงลึกที่นำไปใช้ได้จริง

อย่างไรก็ตาม การเลือกเทคโนโลยีไม่ควรเริ่มจากคำถามว่า “เครื่องมือใดดีที่สุด” แต่ควรเริ่มจาก “องค์กรต้องการแก้ปัญหาอะไร และต้องการสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจแบบใด”

จาก Insight สู่ Business Value

คุณค่าที่แท้จริงของข้อมูลเกิดขึ้นเมื่อข้อมูลเชิงลึกถูกนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจและนำไปสู่การลงมือทำ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มรายได้ ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ หรือยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า การเป็น Data-Driven Organization จึงไม่ได้หมายความว่าทุกการตัดสินใจต้องพึ่งพาข้อมูลเพียงอย่างเดียว แต่คือการนำข้อมูลมาผสานกับประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และบริบทของธุรกิจ เพื่อให้การตัดสินใจมีความรอบด้านและสามารถวัดผลลัพธ์ได้ สำหรับองค์กรที่ต้องการวางรากฐานและต่อยอดข้อมูล TCC Technology (TCCtech) มีบริการด้าน Data Management แบบครบวงจร ตั้งแต่ Extract, Transform & Load (ETL), Data Hub สำหรับ Data Warehouse, Data Mart และ Data Lake ไปจนถึง Data Analytics & Business Intelligence เพื่อช่วยให้องค์กรจัดการ เชื่อมโยง วิเคราะห์ และนำข้อมูลไปใช้สนับสนุนการตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างเป็นระบบ

สุดท้ายนี้ การเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นคุณค่าทางธุรกิจไม่ได้เกิดจากการมีข้อมูลมากที่สุด หรือการเลือกใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุด แต่เกิดจากการเชื่อมโยง Data, Technology, People และ Business Strategy เข้าด้วยกันนั่นเอง

อ้างอิง

  1. IBM Institute for Business Value. (2025). The 2025 CDO study: The AI multiplier effect. IBM.
  2. Petzold, B., Roggendorf, M., Rowshankish, K., & Sporleder, C. (2020, June 26). Designing data governance that delivers value. McKinsey & Company.

From Data to Business Value: Turning Data into a Powerful Business Driver


In an era of Digital Transformation, data has become a critical resource for understanding customers, shaping strategies, and driving business growth. However, transforming data into actionable insights and using those insights to drive decisions that deliver tangible business results is crucial. According to the IBM Institute for Business Value, only 26% of Chief Data Officers (CDOs) are confident that their organizations are sufficiently prepared with the data needed to generate revenue from AI¹. This highlights that the challenge facing organizations is not simply about “having data,” but about building data readiness and turning data into tangible business value. Today, OPEN-TEC (Tech Knowledge Sharing Platform), powered by TCC TECHNOLOGY GROUP, explores the journey from “data” to “business value”— from building a strong data foundation and analyzing data to applying insights to drive meaningful business outcomes.

More Data Does Not Necessarily Mean Better Use of Data

Today, organizational data is distributed across multiple systems and departments, ranging from customer, sales, and marketing data to operational data. When these data sources cannot be effectively connected, organizations may face data silos, resulting in fragmented views of information and limiting their ability to use data effectively to support decision-making. Research from the IBM Institute for Business Value highlights that high-quality data, advanced data analytics and AI capabilities, and systematic data governance are all critical factors in enabling organizations to turn data into business value¹. Therefore, creating value from data should begin with a strong data foundation, covering data quality, data integration, data architecture, and data governance. These elements help ensure that data is accurate, complete, up to date, and ready for use. When data from multiple sources can be systematically integrated and managed, organizations can reduce data inconsistencies and create a more reliable foundation for analysis.

From Data to Insights That Address Business Needs

Data alone may tell an organization “What happened,” but effective analysis should go further by helping answer “why did it happen?” and “what should we do next?” For example, analyzing purchasing data alongside customer behavior, timing, and sales channels can help organizations identify high-potential customer segments, emerging demand, and opportunities to increase sales. Similarly, operational data can help identify bottlenecks, reduce costs, and improve process efficiency. According to McKinsey, organizations seeking to use data to drive initiatives and strategies need data that is easily accessible, high quality, and aligned with business objectives. Effective data governance helps establish the principles and processes needed to ensure these characteristics². With a strong data foundation in place, technologies such as Business Intelligence (BI), Data Analytics, Machine Learning, and AI can help transform large volumes of data into actionable insights.

However, technology selection should not begin with the question, “Which tool is the best?” Instead, organizations should first ask, “What business problem are we trying to solve, and what business outcome do we want to achieve?”

From Insight to Business Value

The true value of data emerges when insights are translated into decisions and actions—whether by increasing revenue, reducing costs, improving operational efficiency, or enhancing customer experience. Being a Data-Driven Organization does not mean relying solely on data for every decision. Rather, it means combining data with experience, expertise, and business context to enable more informed decisions and measurable outcomes. For organizations looking to establish a strong data foundation and unlock the value of their data, TCC Technology (TCCtech) provides end-to-end Data Management services, from Extract, Transform & Load (ETL) and Data Hub solutions for Data Warehouses, Data Marts, and Data Lakes to Data Analytics & Business Intelligence. These capabilities help organizations manage, integrate, analyze, and leverage data systematically to support better business decisions.

Ultimately, turning data into business value is not about having the most data or adopting the most advanced technology. It is about connecting Data, Technology, People, and Business Strategy.

References

  1. IBM Institute for Business Value. (2025). The 2025 CDO study: The AI multiplier effect. IBM.
  2. Petzold, B., Roggendorf, M., Rowshankish, K., & Sporleder, C. (2020, June 26). Designing data governance that delivers value. McKinsey & Company.

พรอมิส (PROMISE) ฉีกแนวโฆษณาใหม่ชุด “คิดไม่ตก” ใช้ Visual สุดล้ำสะท้อน Insight คนทำงาน พร้อมแก้ทุกปัญหาการเงินด้วยการอนุมัติไวใน 1 ชั่วโมง*


สินเชื่อส่วนบุคคลพรอมิส (PROMISE) สร้างความฮือฮาในตลาดสินเชื่ออีกครั้งด้วยการเปิดตัวโฆษณา Online Video ชุดใหม่ “คิดไม่ตก” ซึ่งมีความแตกต่างจากตัวเดิมอย่างสิ้นเชิง โดยครั้งนี้เน้นการสื่อสารเชิงอารมณ์และภาพลักษณ์ที่ชัดเจนผ่านสัญลักษณ์ “เท้าก่ายหน้าผาก” เพื่อสะท้อนความเครียดของกลุ่ม Gen Y ที่กำลังเผชิญปัญหาการเงินจนหาทางออกไม่ได้

ความแตกต่างที่มาพร้อมความเข้าใจ – ในขณะที่โฆษณาตัวแรกมุ่งเน้นการแก้ความเชื่อผิดๆ (Information Bias) โฆษณา Online Video “คิดไม่ตก” นี้เลือกที่จะเชื่อมโยงโดยตรงกับความรู้สึกของผู้บริโภคที่กำลัง “มืดแปดด้าน” โดยแบรนด์นำเสนอภาพตัวละครที่มี “เท้าก่ายหน้าผาก” ตลอดเวลา เพื่อสื่อถึงภาระที่แบกไว้จนคิดไม่ตก ก่อนจะคลี่คลายสถานการณ์ด้วยการสมัครสินเชื่อผ่านแอปพลิเคชันของพรอมิสที่ง่ายและรวดเร็ว

จุดเด่นที่ยังคงเป็นหัวใจสำคัญแม้การนำเสนอจะเปลี่ยนไป แต่พรอมิสยังคงตอกย้ำมาตรฐานการบริการที่เป็นจุดแข็งเดิมไว้อย่างครบถ้วน

  • อนุมัติไวทันใจภายใน 1 ชั่วโมง*
  • ลดภาระเรื่องเอกสาร ใช้เพียงบัตรประชาชนและสลิปเงินเดือน หรือหนังสือรับรองเงินเดือน
  • รายได้ต่อเดือน 8,000 บาท ก็สามารถสมัครได้
  • อนุมัติวงเงินสูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท*
  • สมัครง่ายได้ทุกที่ สมัครผ่าน แอปพลิเคชัน PROMISE ได้ตลอดเวลา

แคมเปญนี้ถือเป็นการยกระดับการสื่อสารของพรอมิสให้มีความร่วมสมัยและเข้าถึงใจผู้บริโภคได้มากขึ้น โดยเปลี่ยนเรื่องการเงินที่ตึงเครียดให้กลายเป็นเรื่องที่แก้ไขได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว ชมโฆษณาชุด “คิดไม่ตก” ที่แตกต่างไม่เหมือนใครได้ที่นี่: https://youtu.be/xaQq1lhfOHM?si=oz2ovwclVsLUT8_k

กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว ดอกเบี้ย 15% – 25% ต่อปี

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ศึกษาเพิ่มเติม promise.co.th

*อนุมัติใน 1 ชั่วโมง เมื่อยื่นเอกสารครบก่อน 18.00 น. และไม่มีเหตุขัดข้อง


Wednesday, August 26, 2026

ศิริราช–ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ฯ จัดใหญ่ “KIDS FORUM 2026” ติวเข้มพ่อแม่ยุคดิจิทัล เคลียร์ชัดทุกปัญหาลูกด้วยข้อเท็จจริง

 


เวทีความรู้ระดับประเทศที่รวมกุมารแพทย์และผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา ไขข้อสงสัยเรื่องสุขภาพ พัฒนาการการเรียนรู้ และการเลี้ยงดูเด็กทุกช่วงวัยด้วยหลักฐานที่เชื่อถือได้ พร้อมเจาะประเด็นร่วมสมัย ทั้ง EF และการใช้ AI ข้อสงสัยเรื่องยีนพรสวรรค์และภูมิแพ้แฝง รวมถึงปัญหาติดเกม บุหรี่ไฟฟ้า การกลั่นแกล้ง และการเข้าถึงใจวัยรุ่น ปักหมุดเซ็นทรัลเวิลด์ 10–11 ต.ค.นี้ เข้าชมฟรี

ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย โดยได้รับการสนับสนุนหลักจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. แถลงเปิดตัว “KIDS FORUM 2026 : Facts & Solutions in Children’s Health” เวทีความรู้สาธารณะด้านสุขภาพ พัฒนาการ และการเลี้ยงดูเด็กระดับประเทศ ซึ่งจะจัดขึ้นวันที่ 10–11 ตุลาคม 2569 ณ บริเวณ Central Court ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ประกอบด้วยเวทีเสวนาหลักและบูธกิจกรรม 3 บูธ เปิดให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง ครู บุคลากรที่ทำงานด้านเด็ก และประชาชนทั่วไปเข้าร่วมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

KIDS FORUM 2026 ออกแบบจากคำถามจริงของพ่อแม่ในยุคที่ข้อมูลเรื่องลูกมีมาก แต่มีความน่าเชื่อถือแตกต่างกัน โดยแปลองค์ความรู้ทางการแพทย์เป็นคำอธิบายที่เข้าใจง่าย เพื่อช่วยให้แต่ละครอบครัวนำข้อมูลไปประกอบการตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม

ผศ. นพ.ธารา วงศ์วิริยางกูร รองคณบดีคนที่ 2 คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า พันธกิจของศิริราชครอบคลุมทั้งการดูแลรักษาผู้ป่วย การสร้างองค์ความรู้ และการนำความรู้กลับคืนสู่สังคม

“การจัดงานครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ ส่งเสริมให้ครอบครัวเข้าถึง เข้าใจ และใช้ข้อมูลสุขภาพที่เชื่อถือได้
เพิ่มความเข้าใจและความมั่นใจในการดูแลเด็ก ส่งเสริมการรู้เท่าทันข้อมูลสุขภาพออนไลน์ และสร้างพื้นที่เรียนรู้สาธารณะ พร้อมต่อยอดสาระจากเวทีสู่สื่อความรู้ที่ครอบครัวและประชาชนสามารถเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่องหลังจบงาน” ผศ. นพ.ธารา กล่าว

ด้าน ศ. นพ.สุโรจน์ ศุภเวคิน หัวหน้าภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวเพิ่มเติมว่า

“พ่อแม่ยุคนี้ไม่ได้ขาดข้อมูล แต่ต้องตัดสินใจท่ามกลางข้อมูลจำนวนมากและหลากหลาย ทั้งความรู้ทางการแพทย์
ความเชื่อที่เล่าต่อกันมา ประสบการณ์ส่วนบุคคล เนื้อหาจากสื่อออนไลน์ และข้อความเชิงการตลาด ซึ่งมีความน่าเชื่อถือและความเหมาะสมกับเด็กแต่ละคนแตกต่างกัน KIDS FORUM 2026 จึงออกแบบให้เริ่มจากคำถามจริงของพ่อแม่ โดยมีกุมารแพทย์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น และผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา มาร่วมอธิบายว่าหลักฐานในปัจจุบันบอกอะไร เหตุผลเบื้องหลังคืออะไร และครอบครัวจะนำความรู้นั้นไปปรับใช้กับลูกได้อย่างไร เพื่อให้พ่อแม่ไม่ได้เพียงคำตอบว่า ‘ควรทำอะไร’ แต่ยังเข้าใจว่า ‘ทำไมจึงควรทำ’”

กิจกรรมหลักของ Kids Forum 2026 คือเวทีเสวนาตลอด 2 วัน ออกแบบเป็นบทสนทนาระหว่างกุมารแพทย์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น ผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา ผู้ดำเนินรายการ และผู้ร่วมสนทนาที่ช่วยสะท้อนคำถามของครอบครัว โดยเตรียมประเด็นและลำดับคำถามไว้ล่วงหน้า เพื่อให้เนื้อหาเข้าถึงง่าย ขณะเดียวกันยังคงความถูกต้องและความลึกทางวิชาการ

วันแรก ภายใต้แนวคิด “Early Years, Strong Foundations” มุ่งทำความเข้าใจรากฐานการเติบโต การเรียนรู้และพัฒนาการของเด็ก ผ่านประเด็นสำคัญ เช่น EF การอ่านนิทานเพื่อส่งเสริมการคิด ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 การใช้ AI อย่างฉลาด ความเชื่อเรื่องยีนพรสวรรค์ การรับมืออารมณ์ก้าวร้าว และโภชนาการเด็ก

วันที่สอง ภายใต้แนวคิด “Growing Years, Strong Connections” เน้นสุขภาพ การตัดสินใจ และความสัมพันธ์เมื่อเด็กก้าวสู่วัยเรียนและวัยรุ่น ครอบคลุมตั้งแต่การดูแลผิวและเทรนด์ความงาม การเข้าถึงใจวัยรุ่น Humanized Parenting การรับมือการกลั่นแกล้ง การสื่อสารเรื่องเพศ ลูกติดเกม บุหรี่ไฟฟ้า ตลอดจนการส่งเสริม resilience  

งานได้รับเกียรติจากนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เป็นประธานเปิดงานและร่วมเสวนาเรื่องการส่งเสริม EF และ resilience
ในเด็ก

ขณะที่ พล.ต.หญิง รศ.ฤดีวิไล สามโกเศศ ประธานราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย และนายกสมาคมกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า KIDS FORUM 2026 เป็นโอกาสที่กุมารแพทย์และผู้เชี่ยวชาญจากหลายสาขาและหลายสถาบัน จะร่วมกันนำองค์ความรู้ของวิชาชีพมาสู่ครอบครัวในพื้นที่สาธารณะ งานนี้ไม่เพียงช่วยให้พ่อแม่เข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง รอบด้าน และใช้ได้จริง แต่ยังช่วยยกระดับการสื่อสารเรื่องสุขภาพและพัฒนาการเด็กให้เป็นมาตรฐานที่สังคมไว้วางใจได้อีกด้วย

นอกจากเวทีเสวนา ภายในงานยังมีบูธกิจกรรม 3 บูธ ได้แก่ บูธครบรอบ 80 ปี ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล พร้อมพื้นที่กิจกรรม ของที่ระลึก และจุดถ่ายภาพสำหรับครอบครัว บูธข้อมูลโปรแกรมเสวนา วิทยากร และเครือข่ายความร่วมมือ และบูธกิจกรรมชวนคิด Myth & Fact ซึ่งมีเกมเปิดป้ายคำถาม–คำตอบ เกมจับคู่ และสื่อบนจอแสดงผล เพื่อชวนครอบครัวทบทวนความเข้าใจในประเด็นสำคัญอย่างสนุกและเข้าถึงง่าย

สาระสำคัญจากเวทีจะได้รับการต่อยอดเป็นคลิปความรู้จากแต่ละช่วง คลิป Doctor’s Word คลิป Myth & Fact อินโฟกราฟิก และเอกสารสรุปที่ผ่านการตรวจสอบโดยแพทย์ พร้อมจัดหมวดหมู่เป็น playlist หรือ resource page บน SirirajKids เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาเรียนรู้และทบทวนเนื้อหาได้อย่างต่อเนื่องหลังจบงาน

ภายในงานยังเปิดรับบริจาคสมทบ “กองทุน 80 ปี ภาควิชากุมารเวชศาสตร์” (รหัสทุน D.004413) ผ่านศิริราชมูลนิธิ เพื่อสนับสนุนกิจกรรมส่งเสริมสุขภาวะเด็กไทย การบริจาคผ่านศิริราชมูลนิธิสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า โดยผู้บริจาคตามเงื่อนไขที่กำหนดจะได้รับเสื้อโปโลหรือเสื้อยืดสกรีนภาพวาดฝีพระหัตถ์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นของที่ระลึก สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่บูธกิจกรรมและช่องทางออนไลน์ของโครงการ : https://www2.si.mahidol.ac.th/department/pediatrics/giveanyday/

ทั้งนี้ งาน KIDS FORUM 2026 มีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 10–11 ตุลาคม 2569 เวลา 10.30 – 19.30 น. ณ บริเวณ Central Court ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เปิดให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง ครู บุคลากรด้านการศึกษาและสาธารณสุข ตลอดจนประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ติดตามรายละเอียดได้ทาง Facebook : SirirajKids

The Third APEC 2026 Senior Officials' Meeting and Related Meetings Grandly Held in Dalian


 Publicity Department of the CPC Dalian Municipal Committee

From August 17 to 28, the Third APEC Senior Officials' Meeting (SOM3) and related meetings are held in Dalian, Liaoning province, once again putting the beautiful coastal city in the global spotlight.

For video: https://h.xinhuaxmt.com/vh512/share/13244013?docid=13244013&newstype=1001&d=13527d1&channel=weixin&time=1786947271806

The Publicity Department of the CPC Dalian Municipal Committee noted that this year's SOM3 is expected to draw the largest number of participants and feature the most events among all Senior Officials' Meetings to date, with over 2,300 Chinese and international delegates attending nearly 130 thematic meetings and activities. The meetings will advance cooperation across sectors and mechanisms under the APEC framework, laying groundwork for the APEC Economic Leaders' Meeting to be held in Shenzhen in November.

As this major gathering is hosted in Dalian, the city becomes another major Chinese city to host APEC SOM3 and related meetings, following Guangzhou and Shanghai. The Publicity Department of Dalian stated that to ensure the conference is held to the highest possible standards, Dalian has assembled a leading task force headed by leading officials of the municipal Party committee and the municipal government. Fifteen dedicated working groups have been set up under an integrated "1+24" work-plan framework, showcasing the "warm touch of Dalian" with meticulous preparations and all-round services.

Building on this high-level global gathering, Dalian has rolled out a rich array of collaborative scenarios from business networking and city branding to production-capacity pairing. The city has curated a number of itineraries for delegates and media representatives to get a first-hand look at some of its achievements, including neighborhood preservation and the development of new quality productive forces. It has also staged a range of side events to highlight Dalian's competitive industries and premium products, underscoring the industrial vitality of the coastal city and telling the "Dalian story" to the world.

During the meetings, many attending guests spoke highly of Dalian's cityscapes, conference-hosting capabilities, and climate conditions in interviews. From its professional, highly efficient event organization and ever-renewing urban landscape to its pleasant climate and distinctive coastal character, Dalian is presenting to the world the unique appeal and warmth of an international seaside city through its open and inclusive spirit and its pursuit of better services.


การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปค ครั้งที่ 3 ประจำปี 2569 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ เมืองต้าเหลียน


 สำนักประชาสัมพันธ์ของคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเทศบาลเมืองต้าเหลียน

ในระหว่างวันที่ 17-28 สิงหาคม 2569 การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปค ครั้งที่ 3 (SOM3) และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ได้จัดขึ้น ณ เมืองต้าเหลียน มณฑลเหลียวหนิง ประเทศจีน ส่งผลให้เมืองชายฝั่งทะเลอันงดงามแห่งนี้เป็นที่จับตามองของนานาชาติอีกครั้ง

วิดีโอ: https://h.xinhuaxmt.com/vh512/share/13244013?docid=13244013&newstype=1001&d=13527d1&channel=weixin&time=1786947271806

สำนักประชาสัมพันธ์ของคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเทศบาลเมืองต้าเหลียน ระบุว่า การประชุม SOM3 ในปีนี้คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมจำนวนมากที่สุดและมีการจัดกิจกรรมมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ เมื่อเทียบกับการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปคที่ผ่านมา โดยมีผู้แทนจากจีนและนานาประเทศกว่า 2,300 คนเข้าร่วมการประชุมและกิจกรรมในหัวข้อต่าง ๆ เกือบ 130 รายการ การประชุมครั้งนี้จะช่วยขับเคลื่อนความร่วมมือในหลากหลายภาคส่วนและกลไกภายใต้กรอบเอเปค พร้อมวางรากฐานสำหรับการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้น ณ เมืองเซินเจิ้น ในเดือนพฤศจิกายนนี้

การประชุมครั้งสำคัญนี้จัดขึ้น ณ เมืองต้าเหลียน ส่งผลให้ต้าเหลียนกลายเป็นอีกหนึ่งเมืองใหญ่ของจีนที่ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม APEC SOM3 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ต่อจากนครกว่างโจวและนครเซี่ยงไฮ้ โดยสำนักประชาสัมพันธ์เทศบาลเมืองต้าเหลียนระบุว่า เพื่อให้การประชุมดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปตามมาตรฐานระดับสูงสุด เมืองต้าเหลียนได้จัดตั้งคณะทำงานซึ่งนำโดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนและเทศบาลเมืองต้าเหลียน พร้อมจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ 15 กลุ่ม ภายใต้กรอบแผนงานแบบบูรณาการ "1+24" เพื่อสะท้อนถึง "ความอบอุ่นของต้าเหลียน" ผ่านการเตรียมความพร้อมอย่างพิถีพิถันและการให้บริการอย่างครบวงจรในทุกด้านแก่ผู้เข้าร่วมการประชุม

ภายใต้เวทีการประชุมระดับนานาชาติครั้งสำคัญนี้ เมืองต้าเหลียนได้จัดเตรียมกิจกรรมความร่วมมือหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่การสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ การส่งเสริมภาพลักษณ์และแบรนด์ของเมือง ไปจนถึงการจับคู่ความร่วมมือด้านกำลังการผลิต พร้อมจัดเส้นทางสำหรับผู้แทนและสื่อมวลชน เพื่อเปิดโอกาสให้ได้สัมผัสความสำเร็จด้านต่าง ๆ ของเมืองต้าเหลียนอย่างใกล้ชิด อาทิ การอนุรักษ์ย่านชุมชน ตลอดจนการพัฒนา "พลังการผลิตใหม่ที่มีคุณภาพ" นอกจากนั้นยังจัดกิจกรรมคู่ขนานอีกหลายรายการ เพื่อสะท้อนศักยภาพของอุตสาหกรรมที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันและผลิตภัณฑ์คุณภาพระดับพรีเมียมของเมืองต้าเหลียน ตอกย้ำความแข็งแกร่งและความมีชีวิตชีวาของภาคอุตสาหกรรมในเมืองชายฝั่งแห่งนี้ พร้อมถ่ายทอด "เรื่องราวของต้าเหลียน" สู่สายตาชาวโลก

ตลอดการประชุม ผู้เข้าร่วมงานจำนวนมากต่างชื่นชมทัศนียภาพของเมืองต้าเหลียน สภาพภูมิอากาศที่เอื้ออำนวย ตลอดจนศักยภาพในการรองรับการจัดงานระดับนานาชาติ ทั้งนี้ ตั้งแต่การจัดงานที่เป็นมืออาชีพและมีประสิทธิภาพสูง การพัฒนาและปรับปรุงภูมิทัศน์เมืองอย่างต่อเนื่อง สภาพอากาศที่น่ารื่นรมย์ ไปจนถึงเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของเมืองชายฝั่งทะเล เมืองต้าเหลียนได้ถ่ายทอดให้ทั่วโลกเห็นถึงเสน่ห์และความอบอุ่นที่ไม่เหมือนใครของเมืองชายทะเลระดับนานาชาติ ผ่านจิตวิญญาณแห่งความเปิดกว้างและการมีส่วนร่วม พร้อมด้วยความมุ่งมั่นในการยกระดับคุณภาพการให้บริการอย่างต่อเนื่อง

Tuesday, August 25, 2026

พรอมิส (PROMISE) ส่งโฆษณาชุดใหม่ทลายกำแพง “Information Bias” ชูจุดเด่นสมัครสินเชื่อสุดง่าย ใช้สลิปเงินเดือนแค่ 2 เดือน อนุมัติไวใน 1 ชั่วโมง*


สินเชื่อส่วนบุคคลพรอมิส (PROMISE) เปิดตัวโฆษณา Online Video ตัวใหม่ มุ่งเน้นไปที่การแก้ปัญหา Pain Point ของคนวัยทำงานและกลุ่ม First Jobber ที่ต้องการเข้าถึงแหล่งเงินทุน แต่มีความกังวลเรื่องขั้นตอนที่ยุ่งยาก โดยหยิบยกประเด็นเรื่อง “Information Bias” หรือความเชื่อที่ว่าการสมัครสินเชื่อต้องใช้เอกสารมหาศาลมาถ่ายทอดในรูปแบบที่เข้าใจง่ายและเป็นกันเอง

ทลายความเชื่อผิดๆ ด้วยข้อเท็จจริง – เนื้อเรื่องในโฆษณาบอกเล่าผ่านตัวละครพนักงานออฟฟิศรุ่นใหม่ที่กำลังเผชิญกับภาระหนี้สินและความกดดัน แต่กลับลังเลที่จะขอความช่วยเหลือทางการเงินเพราะหลงเชื่อข้อมูลที่ฟังต่อๆ กันมาว่าการสมัครสินเชื่อนั้น “ยาก” และ “น่าเบื่อ” โฆษณาชุดนี้จึงทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยในการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อเปลี่ยนความเชื่อเดิมๆ ของผู้บริโภคให้เห็นว่าการสมัครสินเชื่อกับพรอมิสนั้นสะดวกและรวดเร็วกว่าที่คิด

  • เตรียมเอกสารน้อยเกินคาด  ใช้เพียงบัตรประชาชนและสลิปเงินเดือน หรือหนังสือรับรองเงินเดือนเท่านั้น ลดความยุ่งยากจากความเชื่อเดิมๆ ที่ต้องใช้เอกสารจำนวนมาก
  • อนุมัติไวทันใจ ทราบผลการอนุมัติได้รวดเร็วภายใน 1 ชั่วโมง*
  • ผู้ที่มีรายได้ต่อเดือน 8,000 บาท ก็สามารถยื่นขอสินเชื่อได้
  • อนุมัติวงเงินสูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท*
  • สะดวกทุกที่ ทุกเวลา รองรับการสมัครผ่านช่องทางแอปพลิเคชัน หรือสมัครได้ที่สาขาพรอมิสทั่วภูมิภาค

โฆษณาตัวนี้มุ่งหวังที่จะเปลี่ยนภาพจำเรื่องการสมัครสินเชื่อที่น่าเบื่อให้กลายเป็นเรื่องง่าย เพื่อให้ผู้ที่มีความจำเป็นทางการเงินสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างมั่นใจและรวดเร็ว สำหรับผู้ที่สนใจสามารถตรวจสอบรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่ช่องทางออนไลน์ของพรอมิส www.promise.co.th หรือสอบถามได้ที่จุดบริการลูกค้าทั่วภูมิภาค

คลิกชมโฆษณาตัวเต็มได้ที่นี่: https://youtu.be/Svgo1eb1tTw?si=cpnaacXagkK-RIaA

กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว ดอกเบี้ย 15% – 25% ต่อปี

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ศึกษาเพิ่มเติม promise.co.th

*อนุมัติใน 1 ชั่วโมง เมื่อยื่นเอกสารครบก่อน 18.00 น. และไม่มีเหตุขัดข้อง

Easy Money Group มอบทุนการศึกษา ร่วมส่งต่อโอกาสทางการศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี



คุณสิทธิวิชญ์ ตั้งธนาเกียรติ ประธานกรรมการบริหาร และคุณสุธี พนาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Easy Money Group ร่วมส่งต่อโอกาสทางการศึกษาโดยมอบทุนการศึกษา จำนวน 10 ทุน ให้แก่นักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (RMUTT) ภายใต้บันทึกความร่วมมือ (MOU) ระหว่างบริษัทฯ และมหาวิทยาลัย มุ่งหวังเสริมสร้างศักยภาพและเปิดประตูแห่งโอกาสให้แก่เยาวชน ได้พัฒนาตนเองเพื่อเป็นกำลังสำคัญในการสร้างประโยชน์แก่สังคมในอนาคต โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มาลี จัตุรัส รองคณบดีฝ่ายบริหารและวางแผน พร้อมด้วยคณะอาจารย์และนักศึกษา ร่วมเป็นเกียรติในพิธีมอบทุนเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา

เกี่ยวกับอีซี่มันนี่

อีซี่มันนี่ เป็นผู้นำธุรกิจสินเชื่อทางเลือกของไทย ปัจจุบันมี 100 สาขาทั่วประเทศ ให้บริการสินเชื่อที่มีหลักประกัน (Asset-backed Financing) ครอบคลุมทองคำ เครื่องประดับ และทรัพย์สินมีค่าอื่น ๆ อีซี่มันนี่มุ่งมั่นที่จะเป็น “โซลูชันทางการเงินที่ชาญฉลาดและเข้าถึงได้” โปร่งใส ยุติธรรม และทันสมัย เพื่อช่วยให้คนไทยทุกกลุ่มสามารถเปลี่ยนสินทรัพย์ให้เป็นโอกาสทางการเงินได้อย่างมั่นใจ

www.easymoney.co.th 

Monday, August 24, 2026

เปิดประตูสู่อนาคตของบุตรหลาน กับ Open House ที่ไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ 8 ตุลาคมนี้

โรงเรียนนานาชาติไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะขอเชิญชวนทุกครอบครัวที่กำลังมองหาโรงเรียน เข้าร่วมงาน Open House ครั้งแรกของปีการศึกษานี้

ภายในงานจะแบ่งออกเป็น 4 ระดับชั้น ได้แก่ Early Years, Preparatory School, Senior School และ Sixth Form เพื่อเปิดโอกาสให้ครอบครัวได้เลือกระดับชั้นที่เหมาะสมกับบุตรหลาน และเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการเรียนการสอนในระดับชั้นที่สนใจ

งานจะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม 2569

ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่: https://form.jotform.com/262148080186457

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ โทร. +66 (2) 300 9600 หรืออีเมล admissions@brightoncollege.ac.th

ร่วมค้นพบสิ่งที่ทำให้ โรงเรียนนานาชาติไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ มีความพิเศษ พบปะพูดคุยกับทีมครูผู้สอนที่มากความสามารถ เยี่ยมชมสภาพแวดล้อมในโรงเรียน รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ และเรียนรู้ว่าเราจะช่วยให้นักเรียนเติบโตและพัฒนาศักยภาพได้อย่างเต็มที่ผ่านหลักสูตรอังกฤษที่ได้รับรางวัลได้อย่างไร

โรงเรียนฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้มีโอกาสต้อนรับทุกท่านในเดือนตุลาคมนี้!

Brighton College Bangkok: Open House 8th October 2026

    Come and join us at Brighton College Bangkok for our first Open House of the academic year!

From Early Years through to Sixth Form, our Open House will be divided into four sections, giving families the opportunity to explore the stage that is right for their child.

Thursday 8th October 2026

Register here: https://form.jotform.com/262148080186457

For more information, please contact +66 (2) 300 9600 or admissions@brightoncollege.ac.th

Discover what makes Brighton College Bangkok special, meet our exceptional teachers, explore our state-of-the-art facilities, and find out how your child can thrive with our award-winning British curriculum.

We look forward to seeing you at Brighton College Bangkok this October!

Friday, August 21, 2026

Easy Money จัดงาน “Business Forum 2026” เปิดมุมมองธุรกิจถ่ายทอดเส้นทางการเติบโตและวิสัยทัศน์สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

Easy Money ผู้ให้บริการสินเชื่อที่มีทรัพย์สินเป็นหลักประกัน นำโดย นายสิทธิวิชญ์ ตั้งธนาเกียรติ ประธานกรรมการบริหาร พร้อมด้วย นายสุธี พนาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร จัดงาน “Easy Money Business Forum 2026” เปิดเวทีต้อนรับพันธมิตรทางธุรกิจและแขกผู้มีเกียรติ เพื่อถ่ายทอดภาพรวมการดำเนินธุรกิจ พัฒนาการขององค์กร ตลอดจนวิสัยทัศน์และทิศทางเชิงกลยุทธ์ในอนาคต พร้อมเสริมสร้างความเข้าใจในศักยภาพและแนวทางการเติบโตของ Easy Money Group ในระยะยาว

ภายในงาน คณะผู้บริหาร Easy Money ร่วมถ่ายทอดเส้นทางการเติบโตและพัฒนาการสำคัญขององค์กร ตั้งแต่การยกระดับและเปลี่ยนผ่านองค์กร (Transformation) ไปจนถึงผลการดำเนินงานที่สำคัญ ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพ ความแข็งแกร่ง และความพร้อมในการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมนำเสนอทิศทางและโอกาสในการพัฒนาธุรกิจในอนาคต

นอกจากนี้ งานยังเปิดพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนมุมมองและพูดคุยกับคณะผู้บริหารอย่างใกล้ชิดผ่านช่วง Q&A Session เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับโมเดลธุรกิจ แนวทางการดำเนินงาน และทิศทางการเติบโตของ Easy Money Group พร้อมเปิดประสบการณ์ให้ผู้ร่วมงานได้เยี่ยมชมและเลือกซื้อทรัพย์หลุดจำนำคุณภาพ เพื่อสัมผัสอีกหนึ่งมิติของการดำเนินธุรกิจและทำความรู้จัก Business Ecosystem ของ Easy Money Group ได้อย่างรอบด้านยิ่งขึ้น

เกี่ยวกับอีซี่มันนี่

อีซี่มันนี่ เป็นผู้นำธุรกิจสินเชื่อทางเลือกของไทย ปัจจุบันมี 100 สาขาทั่วประเทศ ให้บริการสินเชื่อที่มีหลักประกัน (Asset-backed Financing) ครอบคลุมทองคำ เครื่องประดับ และทรัพย์สินมีค่าอื่น ๆ อีซี่มันนี่มุ่งมั่นที่จะเป็น “โซลูชันทางการเงินที่ชาญฉลาดและเข้าถึงได้” โปร่งใส ยุติธรรม และทันสมัย เพื่อช่วยให้คนไทยทุกกลุ่มสามารถเปลี่ยนสินทรัพย์ให้เป็นโอกาสทางการเงินได้อย่างมั่นใจ

Thursday, August 20, 2026

บริดจสโตนได้รับเลือกในฐานะพันธมิตรด้านยางรถยนต์.ให้ ‘Lamborghini Fenomeno Roadster’ ซูเปอร์คาร์เปิดประทุนทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์ลัมโบร์กินี

Bridgestone ผู้นำระดับโลกด้านยางพรีเมียมและโซลูชั่นการเดินทางอย่างยั่งยืน ได้รับเลือกเป็นพันธมิตรด้านเทคนิคอย่างเป็นทางการและผู้จัดหายางรถยนต์แต่เพียงผู้เดียวสำหรับซูเปอร์คาร์เปิดประทุนทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์ลัมโบร์กินีรุ่น Lamborghini Fenomeno Roadster* ถือเป็นความร่วมมือครั้งล่าสุดระหว่าง Lamborghini และผู้พัฒนายางรถยนต์แต่เพียงผู้เดียวอย่าง Bridgestone โดยซูเปอร์คาร์รุ่นนี้ได้รับการติดตั้งยาง BRIDGESTONE POTENZA ที่ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะ เพื่อส่งมอบสมรรถนะในการขับขี่อย่างสูงสุดทั้งบนถนนและในสนามแข่งอย่างเต็มประสิทธิภาพ

Fenomeno Roadster เป็น Lamborghini รุ่นเปิดประทุนที่มีความพิเศษและทรงพลังที่สุดเท่าที่ลัมโบร์กินีเคยผลิตมา โดยมีแผนผลิตเพียง 15 คันเท่านั้น และแต่ละคันมาพร้อมระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าไฮบริดประสิทธิภาพสูง V12 มอบกำลังเครื่องทั้งระบบรวมสูงถึง 1,080 แรงม้า ได้รับการติดตั้งด้วยยางรถยนต์ BRIDGESTONE POTENZA SPORT ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับรถสปอร์ตสมรรถะสูงพิเศษ (Ultra-High Performance) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของซูเปอร์คาร์ในรุ่นนี้สำหรับการขับขี่จริงบนท้องถนน โดยผสานสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมเมื่อใช้ความเร็วสูง เข้ากับการตอบสนองของพวงมาลัยที่ดีเยี่ยมและความแม่นยำในการควบคุม

ซูเปอร์คาร์รุ่น ‘Lamborghini Fenomeno Roadster’ ได้รับการติดตั้งด้วยยางรถยนต์ BRIDGESTONE POTENZA SPORT

โดย BRIDGESTONE POTENZA SPORT เป็นยางรถยนต์สมรรถะสูงที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษ โดยผสานประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านมอเตอร์สปอร์ตที่บริดจสโตนสั่งสมมาอย่างยาวนาน เข้ากับคุณสมบัติการยึดเกาะถนนที่ยอดเยี่ยมเพื่อถ่ายทอดสมรรถนะการขับขี่ของ Fenomeno Roadster บนท้องถนนและสนามแข่งได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน ยังได้ผ่านการรับรองให้สามารถใช้งานบนถนนสาธารณะได้อย่างสมบูรณ์

คุณ Adrien Thormann ผู้อำนวยการฝ่ายยางรถยนต์สำหรับกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ Bridgestone EMEA กล่าวว่าในฐานะพันธมิตรผู้พัฒนาและจัดหายางรถยนต์แต่เพียงผู้เดียวสำหรับซูเปอร์คาร์ Lamborghini ทุกรุ่น บทบาทของเราคือการช่วยให้ผู้ขับขี่ Lamborghini สามารถปลดปล่อยสมรรถนะอันน่าทึ่งได้อย่างเต็มที่ ด้วยการนำประสบการณ์อันยาวนานในวงการมอเตอร์สปอร์ตของ
บริดจสโตน ผสานเข้ากับสมรรถนะอันโดดเด่นของยางสปอร์ตพรีเมียมตระกูล
POTENZA เราจึงสามารถพัฒนายางที่ตอบโจทย์รุ่น Lamborghini Fenomeno Roadster ได้อย่างลงตัวและสมบูรณ์แบบทั้งการใช้งานบนท้องถนนและในสนามแข่ง”

ยาง BRIDGESTONE POTENZA SPORT ประทับตราเครื่องหมายของ Lamborghini บนแก้มยาง เพื่อเน้นย้ำถึงการพัฒนาแบบเอ็กซ์คลูซีฟระหว่าง Lamborghini และ Bridgestone สำหรับ Lamborghini Fenomeno Roadster

Bridgestone ได้พัฒนายาง BRIDGESTONE POTENZA SPORT ซึ่งเป็นยางรถยนต์ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ โดยมีขนาด 265/30 ZRF21 (สำหรับล้อหน้า) และขนาด 355/25 ZRF22 (สำหรับล้อหลัง) ถ่ายทอดสมรรถนะการขับขี่อย่างเต็มประสิทธิภาพบนสนามแข่ง มีให้เลือกสำหรับการใช้งานทั้งขนาด 20 และ 21 นิ้ว มาพร้อมกับเทคโนโลยี Run Flat (RFT) เอกสิทธิ์เฉพาะของ Bridgestone ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถไปได้แม้เกิดยางรั่ว และสามารถขับต่อไปได้อย่างปลอดภัยในระยะทางสูงสุดถึง 80 กม. ที่ความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม. แม้แรงดันลมยางจะลดลงจนเป็นศูนย์¹

ยาง BRIDGESTONE POTENZA SPORT ดังกล่าวประทับตราเครื่องหมายของ Lamborghini บนแก้มยาง เพื่อเน้นย้ำถึงการพัฒนาแบบเอ็กซ์คลูซีฟระหว่าง Lamborghini และ Bridgestone สำหรับ Lamborghini Fenomeno Roadster โดยได้รับการพัฒนาและผลิตในประเทศอิตาลีด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่าง Virtual Tyre Development (VTD) ของ Bridgestone ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเฉพาะของบริดจสโตนที่ช่วยเพิ่มทั้งประสิทธิภาพและความยั่งยืนในกระบวนการพัฒนายางรถยนต์

คุณ Christian Mastro ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของ Lamborghini กล่าวว่า สำหรับ Lamborghini แล้ว การออกแบบสมรรถนะไม่ได้ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบเพียงชิ้นเดียว แต่เป็นผลลัพธ์จากวิศวกรรมที่แม่นยำของทุกองค์ประกอบที่ทำงานร่วมกันอย่างสอดประสาน และยางรถยนต์ก็มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง ด้วยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับบริดจสโตน เราสามารถนำเสนอโซลูชันที่พัฒนาขึ้นเฉพาะสำหรับรถแต่ละรุ่น เพื่อสะท้อนเอกลักษณ์ของรถและ DNA ของ Lamborghini ได้อย่างสมบูรณ์แบบ และรุ่น Fenomeno Roadster เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างล่าสุดที่แสดงให้เห็นว่าเรายังคงร่วมกันเพื่อผลักดันขีดจำกัดของสมรรถนะอย่างต่อเนื่อง”

Fenomeno Roadster นับเป็นความร่วมมือครั้งล่าสุดในความสัมพันธ์อันยาวนานกว่า 6 ปีระหว่าง Lamborghini และ Bridgestone โดยเริ่มต้นจาก Lamborghini Huracán STO ในค.ศ. 2021 และต่อเนื่องมาถึงรุ่น Revuelto, Temerario, Fenomeno รวมถึงซูเปอร์คาร์รุ่นอื่น ๆ อีกหลายรุ่น ปัจจุบัน Bridgestone ได้รับเลือกให้เป็นพันธมิตรด้านยางรถยนต์แต่เพียงผู้เดียวสำหรับซูเปอร์คาร์ของ Lamborghini รวมถึงรุ่นล่าสุดที่ได้เปิดตัวในงาน Lamborghini Arena 2026 ซึ่งจัดขึ้น ณ สนามแข่งรถระดับตำนาน Imola Circuit ประเทศอิตาลี โดยในปีนี้ Bridgestone ได้เข้าร่วมในฐานะ Official Lamborghini Arena Partner ของงานดังกล่าว

*หมายเหตุ: รุ่น ‘Lamborghini Fenomeno Roadster’ ยังไม่มีจำหน่ายในประเทศไทย

[1] ระยะทางที่สามารถขับต่อได้หลังจากที่ยางรั่วอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับน้ำหนักบรรทุกของรถ อุณหภูมิภายนอก และเวลาที่ระบบตรวจสอบความดันลมยาง (TPMS) ทำงาน