Thursday, September 1, 2016

งานแคนตันแฟร์ ครั้งที่ 120 เตรียมเปิดฉากตุลาคมนี้ พร้อมอัพเกรดโซนแสดงสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน

          งานแสดงสินค้านำเข้าและส่งออกของจีน ครั้งที่ 120 (China Import and Export Fair: Canton Fair) จะเปิดฉากขึ้นที่กว่างโจว ระหว่างวันที่ 15-19 ตุลาคมนี้ พร้อมโซนแสดงสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านที่ได้รับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น และจะเป็นหนึ่งในไฮไลท์สำคัญของงานนี้

          งานแคนตันแฟร์ครั้งนี้จะเน้นจัดแสดงเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะและอุปกรณ์เชื่อมต่อ Wi-Fi เพื่อสะท้อนถึงเทรนด์การใช้เทคโนโลยี IoT ภายในบ้าน โดยโซนนี้จะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน สินค้าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคและผลิตภัณฑ์สารสนเทศ รวมถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์ไฟฟ้า เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ครบถ้วนและครอบคลุมห่วงโซ่อุตสาหกรรมทั้งหมด

          สินค้าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคและผลิตภัณฑ์สารสนเทศ: นวัตกรรมแถวหน้าของตลาด

          พื้นที่ส่วนนี้ตั้งอยู่ใน Hall 4.1, 5.1 และ 5.2 ของ Arae A โดยจะจัดแสดงผลิตภัณฑ์ VR (Virtual Reality) อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ ผลิตภัณฑ์ด้านความปลอดภัยอัจฉริยะ และเครื่องพิมพ์สามมิติ นอกจากนั้นยังมีการสาธิตเทคโนโลยีสุดล้ำสมัยและเทรนด์ที่จะปฏิวัติอนาคต

          เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน: ตั้งแต่ขนาดใหญ่ไปจนถึงเล็ก

          พื้นที่ส่วนนี้ตั้งอยู่ใน Hall 1.2-5.2 ของ Area A โดยจะจัดแสดงผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว ตู้เย็นและตู้แช่ เครื่องปรับอากาศและเครื่องระบายอากาศ เครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้า ไปจนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก

          นอกเหนือจากเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนขนาดใหญ่สำหรับซัพพลายเออร์แล้ว งานในครั้งนี้ยังให้ความสำคัญกับการนำเสนอเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวและห้องน้ำ รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อตอบสนองทั้งการใช้งานภายในบ้านและการใช้งานเชิงพาณิชย์

          อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์ไฟฟ้า: ภาพรวมของอุตสาหกรรม

          บรรดาบริษัทชั้นแนวหน้าจะมาเปิดบูธในพื้นที่ส่วนนี้ ซึ่งตั้งอยู่ใน Hall 10.3 และ 11.3 ของ Area B

          พื้นที่ส่วนนี้จะจัดแสดงผลิตภัณฑ์ด้านความปลอดภัยอิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์อัตโนมัติ อุปกรณ์ไฟฟ้า รวมถึงพลังงานทดแทนและพลังงานใหม่ โดยมุ่งเน้นเทรนด์ที่กำลังได้รับความนิยมในอุตสาหกรรม และโซลูชั่นครบวงจรสำหรับห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด

          นายหลิว ฉวนตง รองผู้อำนวยการสำนักกิจการต่างประเทศของงานแคนตันแฟร์ กล่าวว่า "ตลาดผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีการสื่อสารผ่านอุปกรณ์มือถือก็กำลังพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง งานแคนตันแฟร์ ครั้งที่ 120 จะติดตามกระแสการพัฒนาอย่างเจาะลึกและชาญฉลาด ในขณะเดียวกันก็จะรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอไว้ในระดับสูง เพื่อให้ผู้มาเยือนทั้งจากในประเทศและต่างประเทศได้รับความสะดวกสบายและซื้อสินค้าได้ครบในที่เดียว"

          รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.cantonfair.org.cn/en/index.asp

          เกี่ยวกับงานแคนตันแฟร์

          งานแสดงสินค้านำเข้าและส่งออกของจีน หรืองานแคนตันแฟร์ จัดขึ้นปีละ 2 ครั้งในฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง ณ นครกว่างโจว งานนี้ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในปี 2500 หรือเกือบ 60 ปีมาแล้ว จึงเป็นงานแสดงสินค้าที่มีประวัติอันยาวนานที่สุด ทั้งยังมีระดับที่สุด ขนาดใหญ่ที่สุด และมีจำนวนสินค้ามากที่สุด นอกจากนั้นยังมีผู้ซื้อจากนานาประเทศมากที่สุด และมีมูลค่าการทำธุรกิจสูงสุดในประเทศจีน

          ความน่าเชื่อถือและความแข็งแกร่งของงานแคนตันแฟร์ทำให้สามารถดึงดูดบริษัทกว่า 24,000 แห่งในจีน และ 500 แห่งจากต่างประเทศ งานนี้มุ่งเน้นไปที่สินค้านำเข้าและส่งออกที่มีความยืดหยุ่นและหลากหลาย โดยมีการจัดงานแบบออนไลน์ควบคู่กันไปด้วย

Sequa Petroleum N.V. - Condensed Consolidated Interim Financial Statements as at 30 June 2016

          Sequa Petroleum N.V.'s Condensed Consolidated Interim Financial Statements as at 30 June 2016 are now available to download from the company's website and are also attached to this announcement.

          Contacts:

          Jacob Broekhuijsen - CEO  
          +44(0)203-728-4450 or info@sequa-petroleum.com

"SMART CHINA" รายการที่จะพาคุณไปสัมผัสความฉลาดล้ำของประเทศจีน ออกอากาศตอนแรก 3 กันยายนทาง Discovery Channel

          - แฮกเกอร์ชื่อดัง "จอช ไคลน์" รับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการความยาว 3 ตอน เพื่อพาทุกท่านไปพบกับสุดยอดนวัตกรรมและบุคคลที่เป็นมันสมองของจีน

          เดือนกันยายนนี้ ขอเชิญทุกท่านร่วมเดินทางไปพร้อมกับจอช ไคลน์ เพื่อสัมผัสกับสุดยอดการทดลอง เทคโนโลยี และบุคคลที่เป็นมันสมองของจีน รวมทั้งก้าวข้ามขีดจำกัดด้านอัจฉริยภาพของมนุษย์ และมาดูกันว่าจีนก้าวขึ้นเป็นผู้นำนวัตกรรมของโลกได้อย่างไร ในรายการ "SMART CHINA" ความยาว 3 ตอน ทางช่อง Discovery Channel ออกอากาศตอนแรกในวันที่ 3 กันยายน โดยรายการนี้เป็นส่วนหนึ่งของตารางการออกอากาศในช่วง HOUR CHINA ซึ่งนำเสนอความเป็นเลิศของประเทศจีน

          จอช ไคลน์ เป็นแฮกเกอร์ผู้ชื่นชอบการสำรวจตรวจสอบสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบ ขั้นตอนการทำงาน ไปจนถึงพฤติกรรมสัตว์ เขาพิจารณาสิ่งเหล่านี้แบบแยกเป็นส่วนๆ ก่อนจะนำมารวมกันอีกครั้งเพื่อสร้างสิ่งที่ดีกว่าเดิมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในรายการ SMART CHINA แต่ละตอน จอชจะพาไปเจาะลึกแนวทางที่จีนใช้ในการพลิกโฉมประเทศ จากเดิมที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นโรงงานที่ใหญ่ที่สุดในโลก สู่การเป็นห้องปฏิบัติการแห่งการประดิษฐ์คิดค้นและการทำธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งจะช่วยให้เราใช้ชีวิตได้อย่างชาญฉลาด สะอาด และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมยิ่งขึ้น ในขณะที่กำลังก้าวเข้าสู่ศตวรรษต่อไป

          รายการนี้จะพาผู้ชมไปพบกับผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีใหม่ๆที่ไม่เหมือนใคร อาทิ รถรางซูเปอร์คาปาซิเตอร์ ระบบติดตามความปลอดภัยอาหาร การสื่อสารด้วยแสงที่มองเห็นได้ แอปเทียบราคา และเทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับ มาดูกันว่านวัตกรรมเหล่านี้จะช่วยรับมือกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและไลฟ์สไตล์ในจีนได้อย่างไร ทั้งในเรื่องของมลภาวะ การขาดแคลนน้ำ การจราจรที่แน่นขนัด และความปลอดภัยอาหาร

          Smart Move
          ออกอากาศครั้งแรก 3 กันยายน
          จอชออกเดินทางหลายพันกิโลเมตรเพื่อไปพบกับบุคคลที่เป็นมันสมองของจีน เรียนรู้เกี่ยวกับนวัตกรรมอันโดดเด่นที่คนเหล่านี้สร้างสรรค์ขึ้น พร้อมทั้งผนึกกำลังกับทีมผู้เชี่ยวชาญเพื่อเสาะแสวงหานวัตกรรมที่สามารถแก้ปัญหาการคมนาคมของโลกได้ถึงรากฐาน อาทิ รถรางพลังสูงที่มีตัวเก็บประจุซึ่งสามารถชาร์จไฟได้มากเป็นพิเศษ โดยชาร์จแค่ 10 วินาทีก็สามารถแล่นได้ไกลเกือบ 10 กิโลเมตร ตลอดจนนวัตกรรมสุดอัศจรรย์ที่สามารถพลิกโฉมการขนส่งทางอากาศเชิงพาณิชย์ และนวัตกรรมที่จะทำให้การเดินทางในแต่ละวันสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น กล่าวได้ว่าการคมนาคมแห่งอนาคตอยู่ที่นี่แล้ว!

          Smart Life
          ออกอากาศครั้งแรก 10 กันยายน
          ในตอนนี้ จอชจะพาไปพบกับนวัตกรรมที่อาจเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราได้อย่างพลิกฝ่ามือ อาทิ เทคโนโลยีน่าทึ่งในการใช้แสงเพื่อส่งผ่านข้อมูลดิจิตอล ซึ่งเร็วกว่า Wi-Fi ถึง 10,000 เท่า และแทบไม่สามารถแฮกข้อมูลได้ ระบบติดตามความปลอดภัยอาหารขั้นสูงเพื่อรับประกันความปลอดภัยของอาหารตั้งแต่แหล่งผลิตจนมาถึงมือผู้บริโภค ตลอดจนหุ่นยนต์ที่มีความรู้สึกนึกคิดซึ่งทำจากโลหะ Liquid Metal และจะก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเรา เหล่านี้จะเป็นจุดเริ่มต้นแห่งศตวรรษใหม่ ซึ่งนิยายวิทยาศาสตร์กลายเป็นความจริง

          Smart Planet
          ออกอากาศครั้งแรก 17 กันยายน
          การสร้างโลกแห่งอนาคตให้มีความฉลาดล้ำไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องละทิ้งอดีต แต่แท้จริงแล้วเป็นการผสานภูมิปัญญาดั้งเดิมเข้ากับเทคโนโลยีใหม่ๆเพื่อสร้างอนาคตที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้น จอชจะพาไปสำรวจเทคโนโลยีที่อาจเปลี่ยนชีวิตของเราและสร้างโลกที่สะอาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในตอนนี้คุณจะได้พบกับโครงการแห่งอนาคตที่แหวกแนว ไม่ว่าจะเป็นสุดยอดนวัตกรรมที่ใช้ประโยชน์จากพลังงานแสงอาทิตย์ในแบบที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน เพื่อขยายขีดความสามารถในการเจริญเติบโตของพืชและการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ รวมถึงรถยนต์ที่สามารถเชื่อมต่อกับระบบอัจริยะได้ เปิดทางให้เรามีความปลอดภัยและใช้ชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในขณะที่พลังงานยุคเก่าอย่างถ่านหินก็ได้รับการพลิกโฉมให้เป็นแหล่งพลังงานสะอาดซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนั้นยังมีเครื่องทำความสะอาดที่สามารถกรองน้ำเสียได้มากถึง 2,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน

          รายการ SMART CHINA ผลิตโดย Discovery Channel โดยได้รับความร่วมมือจาก China Intercontinental Communication Center (CICC)



SMART CHINA is Changing the World with its Best and Brightest

          - Three-part series hosted by hacker Josh Klein spotlights China's most ingenious innovations and some of its greatest minds -

          This September, join hacker Josh Klein as he explores some of China's most innovative experiments, technologies, and teams that are pushing the boundaries of human ingenuity, in the new three-part series from Discovery Channel. Find out how China is leading a wave of global innovation on SMART CHINA, premiering on Discovery Channel on September 3rdas part of the channel's HOUR CHINA programming block which features the best of China.

          Josh Klein is a hacker. He loves examining things - from systems to processes to animal behavior - then, taking them apart and putting the pieces together again to produce something better and more efficient. On each episode of SMART CHINA, Josh delves into how China - once known as the world's biggest factory - transforms into the world's biggest laboratory of entrepreneurship and invention, to help us live cleaner, greener, and smarter as we move into the next century.

          The series will introduce unique new products and technologies such as the supercapacitor tram, food safety tracking systems, visible light communication, a price comparison app, and autonomous drive technology. It will also examine how these innovations could help address a number of environmental and lifestyle challenges faced in China, such as air pollution, water scarcity, traffic congestion, and food safety.

          Smart Move
          Premieres 3rd September
          Josh travels thousands of kilometers to meet with some of China's smartest minds, learn about their unique innovations, and joins forces with a panel of experts to search for innovations that could radically solve the world's transport problems. A super powered tram packed with supercharged capacitors is capable of travelling almost ten kilometers on only ten seconds of charge. An incredible innovation has the potential to transform commercial air travel. An innovative travel tool could make daily commutes more convenient. The future of transportation is here!

          Smart Life
          Premieres 10th September
          In this episode, Josh unearths innovations that could radically transform our lives. An incredible tech uses naked light to transmit digital data 10,000 times faster than today's Wi-Fi and it's near impossible to hack; an advanced food safety tracking system ensures safety of produce from farm to table; and when self-propelled liquid metal robots find their feet and walk into our daily lives, this could well usher in a new century where science fiction becomes science fact.

          Smart Planet
          Premieres 17th September
          Creating a smarter planet for the future doesn't mean negating the past. In fact - quite the opposite, combining traditional wisdom plus future tech equals a smart future. Josh investigates technology that could transform our lives and create a clean, green Smart Planet. This episode unveils groundbreaking futuristic projects: an elegant innovation harnesses the power of the sun like never before, maximizing plant growth and generating solar energy; a vehicle connected to the smart world around could make our futuristic life safer and more efficient; coal - an ancient energy - is being revolutionized and transformed into a clean green power source; and a living, breathing, cleaning machine has the ability to filter up to 2,400 cubic meters of polluted water a day.

          SMART CHINA is produced by Discovery Channel in cooperation with the China Intercontinental Communication Center (CICC).



ดูไบ โอเปรา เปิดม่านการแสดงปฐมฤกษ์อย่างยิ่งใหญ่

          -ปลาซิโด โดมิงโก สร้างประวัติศาสตร์ ด้วยการเปิดการแสดง ณ สถานที่สุดอลังการที่ทั่วโลกต่างรอคอยในมหานครดูไบ

          ค่ำคืนนี้ทุกสายตาทั่วโลกต่างจับจ้องไปที่มหานครดูไบ เมื่อดูไบ โอเปรา เปิดม่านการแสดงครั้งปฐมฤกษ์ โดยมีผู้โชคดีเพียงไม่กี่ท่านที่ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในการแสดงอันน่าทึ่งของ ปลาซิโด โดมิงโก นักร้องอุปรากรเสียงเทเนอร์ผู้โด่งดังระดับโลก พร้อมยลโฉมความงดงามอลังการของสถานที่แห่งนี้ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
         


          บัตรเข้าชมการแสดงปฐมฤกษ์ของดูไบ โอเปรา ถูกขายหมดภายในเวลาเพียง 3 ชั่วโมงที่เปิดขายเมื่อเดือนเม.ย. ทั้งนี้ ดูไบ โอเปรา ต้อนรับแขกผู้เข้าชมตั้งแต่เวลา 18.00 น. ด้วยเครื่องดื่มและคานาเป้ ก่อนที่ทุกท่านจะไปยังที่นั่งเพื่อเริ่มชมการแสดงซึ่งจะเป็นที่จดจำไปชั่วชีวิต

          แจสเปอร์ โฮป ประธานบริหารของดูไบ โอเปรา กล่าวว่า "คืนนี้คือช่วงเวลาประวัติศาสตร์แห่งเสียงเพลงและท่วงทำนองดนตรี ดูไบ โอเปรา สาดประกายแห่งความงดงามน่าตื่นตะลึงในยามค่ำคืนเมื่อมองจากภายนอก และผู้โชคดีที่มีโอกาสได้เข้าไปยังภายในโรงละครยังสามารถยืนยันได้ถึงความยิ่งใหญ่อลังการที่กู้ก้องด้วยสุดยอดการแสดงอันน่ามหัศจรรย์ของปลาซิโด โดมิงโก ผู้เป็นตำนาน เราตั้งตารอที่จะได้ให้การต้อนรับผู้คนอีกเป็นจำนวนมากที่จะมาเยือนสถานที่แห่งนี้ในอีกไม่กี่วัน ไม่กี่สัปดาห์ และไม่กี่เดือนข้างหน้า พร้อมร่วมชมผลงานชิ้นเอกที่จะจารึกไว้กับ ดูไบ โอเปรา ต่อไปในอนาคต"

          ดูไบ โอเปรา พร้อมแล้วสำหรับการจัดการแสดงอันน่าทึ่งของศิลปินระดับโลก ด้วยสถานที่ที่สามารถจุผู้ชมได้มากถึง 2,000 ที่นั่ง ไม่ว่าจะเป็นอุปรากร ละครเวที คอนเสิร์ต นิทรรศการศิลปะ ออร์เคสตรา ภาพยนตร์ รายการกีฬา และโปรแกรมตามฤดูกาล ก็สามารถเนรมิตให้เกิดขึ้นได้ ณ สถานที่แห่งนี้ ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางของ The Opera District

          ผู้มาเยือนจะได้สัมผัสกับประสบการณ์การรับชมการแสดงระดับโลก ณ สถานที่ที่งดงามที่สุดในดินแดนตะวันออกกลาง โดยสามารถดูตารางการแสดงของดูไบ โอเปราได้ทางเว็บไซต์ และสามารถซื้อบัตรเข้าชมการแสดง The Pearl Fishers, The Barber of Seville, Opera Without Words, Coppelia, Giselle, Postcards from Vienna, Mozart Gala, Impossible, Jose Carreras, Vivaldi's The Four Seasons, Sara Baras, Anoushka Shankar, Bejart Ballet Lausanne, The Nutcracker on Ice และ Slava's Snowshow ได้ทางออนไลน์ที่ http://www.dubaiopera.com



Spectacular First Performance for Dubai Opera

          - History is Made as Placido Domingo Performs in Dubai's Most Anticipated Building

          The eyes of the world were on Dubai this evening as Dubai Opera held its first performance. Offering a first glimpse at one of the most anticipated venues to open in the UAE's history, a lucky few were able to witness a breathtaking performance by world-class tenor Placido Domingo.
         


          With tickets for the first show at Dubai Opera selling out in just three hours when they went on sale in April this year, guests were welcomed from 6pm with canapes and beverages before taking their seats for the performance of a lifetime.

          Jasper Hope, Chief Executive of Dubai Opera said: "Tonight was a musical moment in history.  Dubai Opera looked stunningly beautiful tonight and those fortunate enough to be inside can confirm it sounded spectacular with a wonderful performance by the legendary Placido Domingo.  We are very much looking forward to welcoming many more people to the venue over the next few days, weeks and months and firmly intend for Dubai Opera to make a major and lasting contribution for the future."

          Set to host an incredible range of world-class talent already, Dubai Opera can seat up to 2,000 people for opera, theatre, concerts, art exhibitions, orchestra, film, sports events and seasonal programmes and is the centrepiece of The Opera District.

          The programme of events will allow visitors to experience world class performances in the most spectacular venue in the Middle East. The Dubai Opera programme is available to view online and tickets to The Pearl Fishers, The Barber of Seville, Opera Without Words, Coppelia, Giselle, Postcards from Vienna, Mozart Gala, Impossible, Jose Carreras, Vivaldi's The Four Seasons, Sara Baras, Anoushka Shankar, Bejart Ballet Lausanne, The Nutcracker on Ice and Slava's Snowshow can be purchased online at http://www.dubaiopera.com .

          Note to Editors

          About Dubai Opera:

          Dubai Opera is a truly unique venue and the city's first purpose built multi-format performing arts theatre, situated in the heart of Downtown Dubai. With an iconic dhow shaped design rooted in Emirati heritage, Dubai Opera offers the ultimate flexibility of a proscenium arch theatre, an acoustic concert hall and a 2000m2 flat floor event space, and is the definitive destination for quality entertainment productions and performances. Dubai Opera's stage will host an incredible array of world-class talent, with opera, ballet and classical music concerts and productions at the core, Dubai Opera will also stage musical theatre, fashion shows, jazz, comedy, family shows and a full range of live entertainment.

           http://www.dubaiopera.com



ผลสำรวจครั้งใหญ่เผยจำนวนประชากรช้างสะวันนาแอฟริกาลดลงอย่างน่าใจหาย

          ผลสำรวจดังกล่าวได้รับการเปิดเผยต่อที่ประชุม World Conservation Congress ของสหภาพสากลว่าด้วยการอนุรักษ์ (IUCN) และจะนำไปสู่การตัดสินใจออกมาตรการอนุรักษ์ทั่วโลกเพื่อความอยู่รอดของช้างแอฟริกา

          บริษัท  วัลแคน อิงค์ (Vulcan Inc.) ของคุณพอล จี. อัลเลน ได้เปิดเผยผลสำรวจ  Great Elephant Census (GEC) ซึ่งเป็นการสำรวจประชากรช้างสะวันนาทั่วทวีปแอฟริกาเป็นครั้งแรก ต่อ ที่ประชุม World Conservation Congress ของ IUCN โดยเผยให้เห็นว่า จำนวนช้างสะวันนาแอฟริกาลดลงถึง 30% ใน 15 จาก 18 ประเทศที่มีการสำรวจ [1]
         

          คุณพอล อัลเลน นักการกุศลผู้ก่อตั้งบริษัทวัลแคน กล่าวว่า "การสำรวจครั้งใหญ่นี้เป็นการร่วมมือข้ามพรมแดน วัฒนธรรม และอาณาเขต เราทำภารกิจใหญ่สำเร็จแต่สิ่งที่ได้รับรู้กลับทำให้สลดใจ เนื่องจากจำนวนช้างกำลังลดลงอย่างรวดเร็ว พวกเราต้องร่วมกันรับผิดชอบและทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาไว้ซึ่งพันธุ์สัตว์หายากชนิดนี้"

          ตลอดระยะเวลา 2 ปี การสำรวจ GEC ได้ใช้วิธีการจัดเก็บและพิสูจน์ข้อมูลที่ได้มาตรฐาน ทำให้สามารถระบุจำนวนและการกระจายตัวของช้างสะวันนาแอฟริกาเกือบทั้งหมดได้อย่างแม่นยำ ทั้งยังเป็นข้อมูลอ้างอิงสำหรับการสำรวจและวิเคราะห์แนวโน้มในอนาคตด้วย

          จากการสำรวจพบว่า

          - ช้างสะวันนามีจำนวนลดลง 30% (ราว 144,000 ตัว) ในช่วงปี 2550-2557 [2]
          - ปัจจุบัน อัตราการลดลงของจำนวนช้างอยู่ที่ 8% ต่อปี โดยมีสาเหตุหลักมาจากการบุกรุกเข้าไปล่าสัตว์ ส่วนในช่วงปี 2550-2557 นั้น อัตราการลดลงของจำนวนช้างเพิ่มขึ้นทุกปี
          - จำนวนช้างใน 18 ประเทศที่มีการสำรวจอยู่ที่ 352,271 ตัว คิดเป็นสัดส่วนราว 93% ของช้างสะวันนาทั้งหมดในประเทศเหล่านี้
          - 84% ของช้างในการสำรวจครั้งนี้พบในเขตสงวน ส่วนอีก 16% พบนอกเขตสงวน อย่างไรก็ดี มีการพบซากช้างเป็นจำนวนมากในเขตสงวน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าช้างทั้งในและนอกเขตสงวนล้วนเผชิญกับภัยคุกคาม

          ไมค์ เชส หัวหน้าคณะสำรวจ GEC และผู้ก่อตั้งองค์กร  Elephants Without Borders กล่าวว่า "ถ้าเรายังอนุรักษ์ช้างแอฟริกาไม่ได้ เราก็คงไม่สามารถอนุรักษ์สัตว์ป่าทั่วทั้งแอฟริกาได้ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า หากมีการใช้เครื่องมือ การวิจัย วิธีการอนุรักษ์ และนโยบายทางการเมืองอย่างถูกต้องเหมาะสม เราจะสามารถอนุรักษ์ช้างไปได้อีกหลายทศวรรษข้างหน้า"

          นอกเหนือไปจากการทุ่มเทเวลาและความพยายามแล้ว คุณพอล อัลเลน ยังทุ่มเงินมากกว่า 7 ล้านดอลลาร์ไปกับการดำเนินโครงการ การสร้างสรรค์เทคโนโลยีใหม่ๆ ตลอดจนการเผยแพร่ผลสำรวจครั้งนี้บนโลกออนไลน์

          เจมส์ ดอยช์ ผู้อำนวยการฝ่ายอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าของวัลแคน กล่าวว่า "ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องใช้ความพยายามอย่างมากนับตั้งแต่การสำรวจเริ่มขึ้นเมื่อเดือนธันวาคม 2556 เราต้องใช้เครื่องบิน 81 ลำ เจ้าหน้าที่ 286 คน และบินด้วยระยะทางรวม 463,000 กิโลเมตรกว่าการสำรวจจะเสร็จสมบูรณ์ เราขอขอบคุณเจ้าหน้าที่จากหน่วยอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าใน 18 ประเทศที่ให้ความร่วมมือและให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดี รวมไปถึงองค์กรเอ็นจีโออย่าง Elephants Without Borders และพันธมิตรเอ็นจีโอรายอื่นๆ ตลอดจนนักวิทยาศาสตร์ 90 ท่าน และคณะที่ปรึกษาทางเทคนิค เราคงไม่สามารถทำการสำรวจได้หากปราศจากความช่วยเหลือจากบุคคลและองค์กรเหล่านี้"

          2 ใน 3 ของตัวเลขประชากรช้างสะวันนาในทวีปแอฟริกาที่ระบุในรายงาน African Elephant Status Report (AESR) ประจำปี 2559 ของ IUCN นั้น นำข้อมูลมาจากผลการสำรวจ GEC โดยรายงาน AESR จะถูกนำไปเผยแพร่ล่วงหน้าก่อนการประชุม Conference of the Parties to CITES ครั้งที่ 17 (CoP17) ที่เมืองโจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ และจะถูกนำไปประกอบการตัดสินใจกำหนดนโยบายที่จะมีผลต่ออนาคตของช้าง

          คุณอัลเลนรู้สึกไม่สบายใจอย่างมากกับผลการสำรวจ GEC จึงได้ตัดสินใจยกประเด็นการอนุรักษ์ช้างขึ้นมาเป็นวาระสำคัญสูงสุด พร้อมทั้งประสานงานกับบุคคล องค์กร และรัฐบาลประเทศต่างๆทั่วโลก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าคนรุ่นหลังจะยังได้เห็นช้างตัวเป็นๆ มิใช่เห็นแค่ในหนังสือ

          วัลแคนได้ดำเนินโครงการใหม่ๆเพื่ออนุรักษ์ช้าง อาทิ การสำรวจจำนวนประชากรช้างป่าในภูมิภาคที่การลักลอบล่าสัตว์เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ประชากรช้างลดลง รวมถึงภูมิภาคที่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลจำนวนประชากรช้าง นอกจากนั้นยังได้พัฒนาระบบข้อมูลรูปภาพเพื่อให้ข้อมูลแบบเรียลไทม์แก่เขตสงวน โดยระบบใหม่นี้ถูกนำไปใช้ในโครงการนำร่องในประเทศเคนยา

          นอกจากนี้ เพื่อให้ผู้คนทั่วไปได้เข้าใจสถานการณ์อันน่าเป็นห่วงของช้างแอฟริกา บริษัท วัลแคน โปรดักชั่นส์ ของคุณพอล อัลเลน จึงได้เผยแพร่ภาพยนตร์สองเรื่องในปีนี้ ได้แก่ "The Ivory Game" สารคดีเปิดโปงด้านมืดของขบวนการลักลอบค้างาช้าง และ "Naledi: A Baby Elephant's Tale" เรื่องจริงของลูกช้างที่เกิดในศูนย์พักพิงช้างในประเทศบอตสวานา และกำพร้าแม่เมื่อมีอายุเพียง 1 เดือน

          สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลสำรวจ GEC ได้ที่

          -  The African Elephant Atlas เว็บแสดงข้อมูลภาพจากรายงาน  Great Elephant Census Report ของวัลแคน
          - เอกสาร  "Continent-wide survey reveals massive decline in African savanna elephants" ของไมค์ เชส หัวหน้าคณะสำรวจ GEC

          ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารจากเราได้ทาง Twitter , Facebook ,  Google Plus และ Paper.li

          อ้างอิง
          [1] มีการสำรวจใน 18 ประเทศ แต่มีข้อมูลเปรียบเทียบเพียง 15 ประเทศ
          [2] สุ่มตัวอย่างโดย GEC ใน 15 จาก 18 ประเทศ และเปรียบเทียบกับข้อมูลในอดีตเท่าที่หาได้