Wednesday, January 21, 2026

มาห์เล ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการปกป้องสภาพภูมิอากาศ ติดอันดับ Climate A List จาก CDP อย่างต่อเนื่อง

 

  • มาห์เลได้รับการจัดอันดับสูงสุดอีกครั้งในปี 2568 ในหมวดการปกป้องสภาพภูมิอากาศและความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำ จากการประเมินขององค์กร Carbon Disclosure Project (CDP)
  • การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน ช่วยให้มาห์เลลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้อย่างต่อเนื่อง
  • การวิเคราะห์ความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศในท้องถิ่นช่วยให้มาห์เลปรับปรุงการบริหารความเสี่ยงเฉพาะพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • การได้รับการจัดอันดับครั้งนี้เป็นเครื่องยืนยันว่า มาห์เลดำเนินกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนอย่างสม่ำเสมอและเป็นรูปธรรม
มาห์เล (MAHLE) ได้รับการจัดอันดับระดับ "A" อีกครั้ง ในหมวดการปกป้องสภาพภูมิอากาศ และระดับ "A-" ในหมวดความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำ จากการประเมินขององค์กรไม่แสวงหาผลกำไร Carbon Disclosure Project (CDP) ประจำปี 2568 โดยความสำเร็จดังกล่าวส่งผลให้บริษัทเทคโนโลยียานยนต์แห่งนี้ติดอันดับในกลุ่ม Climate A List และ Leadership อย่างต่อเนื่อง การได้รับอันดับดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า มาห์เลดำเนินกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนอย่างสม่ำเสมอและเป็นรูปธรรม โดยเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของบริษัทได้รับการรับรองจากองค์กรภายนอกอย่าง Science Based Targets Initiative (SBTi) นอกจากนี้ ในปี 2568 มาห์เลยังสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้อีก พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการประเมินความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศเฉพาะพื้นที่ด้วยเครื่องมือวิเคราะห์รูปแบบใหม่ ทั้งนี้ คุณ Georg Dietz กรรมการบริหารกลุ่มบริษัทมาห์เล ผู้รับผิดชอบด้านความยั่งยืน สุขภาพ ความปลอดภัยในการทำงาน และการจัดการสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า "การจัดอันดับดังกล่าวเป็นเครื่องยืนยันอีกครั้งว่า ความมุ่งมั่นของเราในการปกป้องสภาพภูมิอากาศนั้น ไม่ใช่การตั้งเป้าหมายด้วยความทะเยอทะยาน แต่มีการอ้างอิงหลักวิทยาศาสตร์และมีประสิทธิผลอย่างแท้จริง เรามุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ในการบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศเชิงกลยุทธ์ และจะดำเนินกลยุทธ์ด้วยความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ต่อไปในอนาคต"
ทั่วโลกมีบริษัทแค่ประมาณ 4% เท่านั้นที่ติดอันดับในกลุ่ม Climate A List จากการประเมินโดย CDP ซึ่งบ่งชี้ถึงความพิเศษของการจัดอันดับอันทรงเกียรตินี้" คุณ Kathrin Apel ผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืน สุขภาพ ความปลอดภัยในการทำงาน และการจัดการสิ่งแวดล้อมของมาห์เล กล่าว
เพิ่มประสิทธิภาพการวิเคราะห์ความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ
สิ่งที่โดดเด่นเป็นพิเศษในการจัดอันดับครั้งนี้คือ พัฒนาการของมาห์เลในหมวดหมู่ย่อยด้าน "การเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง" โดยในปีที่ผ่านมา มาห์เลได้ยกระดับการวิเคราะห์ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศอย่างมีนัยสำคัญ และนำเครื่องมือใหม่สำหรับการประเมินความเสี่ยงเฉพาะพื้นที่มาใช้ ซึ่งช่วยให้บริษัทสามารถระบุทั้งความเปราะบางและโอกาสที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น พร้อมกับบูรณาการผลการวิเคราะห์ดังกล่าวเข้าสู่กลยุทธ์ทางธุรกิจอย่างเป็นระบบ
กลยุทธ์ที่ชัดเจน
มาห์เลได้ปรับเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของความตกลงปารีสว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Paris Climate Agreement) โดยในปี 2568 มาห์เลสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้อีกครั้ง ซึ่งความก้าวหน้าดังกล่าวเกิดจากการบูรณาการเทคโนโลยีล่าสุด การลดใช้พลังงาน การเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน และการทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิล ส่วนในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์นั้น มาห์เลก็ให้ความสำคัญมากขึ้นกับการใช้วัสดุรีไซเคิลและวัสดุชีวภาพ
ขณะเดียวกัน ข้อมูลด้านพลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของมาห์เลได้รับการตรวจสอบโดยหน่วยงานภายนอกอย่างอิสระมาตั้งแต่ปี 2564 ซึ่งสะท้อนถึงความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของบริษัท
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความมุ่งมั่นของมาห์เลในด้านความยั่งยืน สามารถศึกษาได้ในรายงานความยั่งยืนฉบับล่าสุดบนเว็บไซต์ของมาห์เล Social responsibility - MAHLE Group

Thursday, January 15, 2026

ยามาโตะ กรุ๊ป ปักธงเปิดศูนย์โลจิสติกส์ใหญ่ที่สุดในต่างประเทศที่อินเดีย รับดีมานด์ภาคการผลิตที่พุ่งสูงขึ้น

- มุ่งสนับสนุนผู้ผลิตในการสร้างโครงข่ายซัพพลายเชนระดับโลก เพื่อรองรับแผนขยายฐานการผลิตในอินเดีย -

บริษัท ยามาโตะ โลจิสติกส์ อินเดีย จำกัด (Yamato Logistics India Pvt. Ltd. หรือ "YLI") ในเครือบริษัท ยามาโตะ โฮลดิงส์ จำกัด (Yamato Holdings Co. Ltd.) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ ณ กรุงโตเกียว ประกาศเปิดตัวศูนย์โลจิสติกส์ เอ็นเอชเอท (สิธราวาลี) หรือ NH8 (Sidhrawali) Logistics Center ณ รัฐหรยาณาทางตอนเหนือของอินเดีย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 8 มกราคม 2569 โดยศูนย์แห่งนี้ถือเป็นฐานปฏิบัติการด้านโลจิสติกส์ในต่างประเทศที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของยามาโตะ กรุ๊ป (Yamato Group)

ศูนย์โลจิสติกส์ เอ็นเอชเอท มีความได้เปรียบเพราะตั้งอยู่บนทำเลยุทธศาสตร์สำคัญทั้งในการขนส่งภายในประเทศและระหว่างประเทศ พร้อมส่งมอบบริการโลจิสติกส์ตามสัญญา (Contract Logistics หรือ CL)*1 มาตรฐานระดับสูงจากญี่ปุ่น เพื่อนำเสนอโซลูชันโลจิสติกส์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าผู้ผลิตที่มุ่งขยายฐานการผลิตในอินเดีย ตลอดจนกลุ่มประเทศเศรษฐกิจใหม่ในตะวันออกกลางและแอฟริกาได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งนี้ YLI มุ่งมั่นที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาด้านซัพพลายเชนในระดับโลก โดยอาศัยความเชี่ยวชาญและองค์ความรู้ด้านการบริการ CL คุณภาพสูงที่สั่งสมมายาวนานหลายปีร่วมกับกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมการผลิตของญี่ปุ่น ประกอบกับเครือข่ายของบริษัทฯ ที่ครอบคลุมทั่วโลก

แนวโน้มตลาดและโจทย์ความท้าทายด้านโลจิสติกส์ในอินเดีย

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อินเดียได้ก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญอย่างต่อเนื่อง ในการเป็น "โรงงานของโลก" และฐานการส่งออก ซึ่งปัจจัยหนุนไม่ได้มาจากความต้องการที่ขยายตัวภายในประเทศเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการปรับโครงสร้างซัพพลายเชนโลก และนโยบาย "Make in India" ของรัฐบาลอินเดียที่มุ่งผลักดันอุตสาหกรรมการผลิตอย่างเต็มตัว โดยเฉพาะในกลุ่มการผลิตยานยนต์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เซมิคอนดักเตอร์ และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่มีการเติบโตอย่างโดดเด่น ส่งผลให้บริการโลจิสติกส์เป็นที่ต้องการพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทว่าอินเดียกลับยังคงเผชิญความท้าทายจากการขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐานระบบโลจิสติกส์ ทั้งในด้านคลังสินค้าและเครือข่ายการขนส่ง และยังขาดผู้ให้บริการโลจิสติกส์ที่มีความเชี่ยวชาญเพียงพอในการวางระบบซัพพลายเชนที่มีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับความต้องการของภาคการผลิต

ภาพรวมของศูนย์โลจิสติกส์ เอ็นเอชเอท

ศูนย์โลจิสติกส์ เอ็นเอชเอท ตั้งอยู่บนแนวทางหลวงสายหลักที่ทอดยาวจากเขตเมืองหลวงแห่งชาติ (NCR) เดลี ผ่านเมืองการค้าอย่างมุมไบ ไปจนถึงเบงกาลูรูและเจนไน ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ใกล้กับนิคมอุตสาหกรรมซึ่งเป็นแหล่งรวมโรงงานประกอบและกลุ่มซัพพลายเออร์จำนวนมาก ส่งผลให้ศูนย์โลจิสติกส์ เอ็นเอชเอท มีศักยภาพในการเป็นทั้งคลังสินค้าหลักและศูนย์คัดแยกและกระจายสินค้า (cross-dock) นอกจากนี้ ด้วยระยะทางที่ใกล้กับสถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่อง (ICD)*2 และท่าอากาศยาน จึงถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการเป็นศูนย์กลางการพักและขนถ่ายสินค้า เพื่อรองรับระบบโลจิสติกส์ทั้งในอินเดียและต่างประเทศ

รายละเอียดศูนย์โลจิสติกส์:

ชื่อ: ศูนย์โลจิสติกส์ เอ็นเอชเอท (สิธราวาลี)

ที่ตั้ง: ชุมชนสิธราวาลี เขตมาเนซาร์ เมืองคุรุคราม รัฐหรยาณา สาธารณรัฐอินเดีย

พื้นที่ใช้สอยรวม: ประมาณ 24,900 ตารางเมตร

พื้นที่คลังสินค้าบางส่วนในศูนย์โลจิสติกส์ เอ็นเอชเอท ได้รับการติดตั้งระบบปรับอากาศ เพื่อรองรับการจัดเก็บสินค้าที่จำเป็นต้องควบคุมอุณหภูมิ เช่น แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์ที่มีความแม่นยำสูง

การเชื่อมต่อ:

- ห่างจากนิคมอุตสาหกรรมหลัก:

ประมาณ 20 กม. จากเขตมาเนซาร์ และ 25 กม. จากเขตบาวาล

- ห่างจากสถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่อง: ประมาณ 25 กม. จากสถานีฯ ประจำชุมชนปัตลี และ 30 กม. จากสถานีฯ ประจำชุมชนการ์ฮี ฮาร์ซารุ

- ห่างจากท่าอากาศยาน: ประมาณ 50 กม. จากท่าอากาศยานนานาชาติอินทิรา คานธี

ในอนาคต ทาง YLI มีแผนส่งเสริมโลจิสติกส์สีเขียว ด้วยการติดตั้งแผงโซลาร์และนำรถบรรทุกไฟฟ้า (EV) มาใช้ เพื่อสนับสนุนลูกค้าในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ในขอบเขตที่ 3 (Scope 3) ตามพิธีสารว่าด้วยก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas Protocol)

จุดแข็งของ YLI

ภายใต้แผนบริหารจัดการระยะกลางของยามาโตะ กรุ๊ป อย่าง "Sustainability Transformation -1st Stage-" (การปรับเปลี่ยนเพื่อความยั่งยืน ระยะที่ 1) ทางยามาโตะ กรุ๊ป ได้วางตำแหน่งให้ธุรกิจระดับโลกเป็นฟันเฟืองหลักในการสร้างการเติบโต โดยกำหนดให้อินเดียเป็นหนึ่งในภูมิภาคยุทธศาสตร์ที่ต้องให้ความสำคัญเป็นลำดับต้น ๆ เนื่องจากเศรษฐกิจมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ YIL ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2551 และมุ่งให้บริการโลจิสติกส์ตามสัญญามาตรฐานญี่ปุ่นแก่ภาคอุตสาหกรรมการผลิต โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตยานยนต์สัญชาติญี่ปุ่น ผ่านทางศูนย์โลจิสติกส์และการบริหารจัดการโลจิสติกส์ภายในโรงงาน*3

1. ยกระดับประสิทธิภาพการผลิตด้วยระบบโลจิสติกส์แบบทันเวลาพอดี

บริษัทฯ ให้บริการรวบรวมชิ้นส่วนที่จำเป็นในโรงงานผลิตจากโรงงานซัพพลายเออร์แต่ละแห่ง ผ่านระบบมิลค์รัน (Milk Run)*4 โดยชิ้นส่วนเหล่านั้นจะถูกนำมาคัดแยกตามความต้องการของแต่ละสายการผลิต ณ ศูนย์โลจิสติกส์ของ YLI ก่อนจะดำเนินการจัดส่งเข้าสู่โรงงานผลิตในเวลาที่ต้องการ ช่วยให้ลูกค้าสามารถทุ่มเททรัพยากรไปกับธุรกิจหลัก ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การผลิต หรือการจำหน่ายได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องแบกรับภาระสินค้าคงคลังส่วนเกินหรือต้องมาจัดการพื้นที่จัดเก็บ นอกจากนี้ ศูนย์โลจิสติกส์ของ YLI ยังให้บริการเตรียมการก่อนการกระจายสินค้า (Distribution Processing) ตามความต้องการของลูกค้า เช่น จัดชุดชิ้นส่วนประกอบและช่วยประกอบเบื้องต้น เพื่อลดภาระงานภายในโรงงานผลิตอีกทางหนึ่ง

2. บริการโลจิสติกส์ตามสัญญาด้วยความเป็นเลิศ คุณภาพตามแบบฉบับญี่ปุ่น

เพื่อให้บริการโลจิสติกส์ตามสัญญาในอินเดียมีมาตรฐานเดียวกันกับญี่ปุ่น แม้จะมีบริบททางวัฒนธรรมและแนวคิดพื้นฐานที่แตกต่างกัน YLI จึงมุ่งมั่นยกระดับผลิตภาพ คุณภาพงาน และความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง โดยขับเคลื่อนกิจกรรมไคเซ็น (Kaizen) ตามแบบฉบับญี่ปุ่น นอกจากนี้ YLI ยังให้ความสำคัญในการรักษาบุคลากรที่มีศักยภาพและสร้างแรงจูงใจในการทำงาน โดยนำผู้เชี่ยวชาญจากญี่ปุ่นมาฝึกอบรมพนักงานระดับผู้นำในท้องถิ่น พร้อมทั้งนำระบบมอบรางวัลมาใช้ด้วย

3. บริการบรรจุที่ออกแบบให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมเฉพาะถิ่น

เพื่อปกป้องสินค้าจากอุณหภูมิและความชื้นสูงในอินเดีย รวมถึงแรงสั่นสะเทือนจากการขนส่งระยะไกล บริษัทฯ ได้เลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบให้เหมาะสมกับรูปทรงของสินค้าพร้อมแผ่นป้องกันสนิมเกรดพิเศษ ทั้งยังมีทีมพนักงานผู้เชี่ยวชาญทำหน้าที่ดูแลการบรรจุสินค้าให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ที่สุด นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังรองรับการดำเนินงานที่มีความซับซ้อนสูง อาทิ การขนส่ง บรรทุก และติดตั้งอุปกรณ์รวมถึงเครื่องจักรขนาดใหญ่

หมายเหตุ:

*1 หมายถึงการเข้าไปมีส่วนร่วมและสนับสนุนการวางแผนด้านโลจิสติกส์ให้ลูกค้า ครอบคลุมทั้งการบริหารจัดการสินค้าคงคลังและการเตรียมงานก่อนกระจายสินค้า

*2 ฐานปฏิบัติการโลจิสติกส์ในแผ่นดิน สำหรับดำเนินพิธีการทางศุลกากร รวมถึงเป็นจุดรวบรวม จัดเก็บ และขนถ่ายตู้คอนเทนเนอร์

*3 ให้บริการโลจิสติกส์ภายในพื้นที่ของลูกค้า

*4 ตระเวนตามโรงงานแต่ละแห่ง เพื่อรวบรวมชิ้นส่วนที่จำเป็นสำหรับกระบวนการผลิตมาไว้ในเที่ยวรถเดียวกัน

Yamato Group Opens Largest Overseas Logistics Center in India, Taking on Surging Manufacturing Demand

- Assisting in Establishment of Global Supply Chain for Manufacturers Aiming to Expand Production in India -

Yamato Logistics India Pvt. Ltd. (hereinafter "YLI"), a subsidiary of Yamato Holdings Co. Ltd., headquartered in Tokyo, opened the NH8 (Sidhrawali) Logistics Center in the state of Haryana, northern India, on Thursday, January 8, 2026, making it the largest overseas logistics base of the Yamato Group.

Taking advantage of its strategic location for both domestic and overseas logistics, the NH8 Logistics Center will offer Japanese-standards high-level of contract logistics*1 (hereinafter referred to as CL) service. This will provide optimal logistics solutions to meet the needs of manufacturing customers aiming to expand production in India and emerging countries in the Middle East and Africa. YLI will contribute to solving issues throughout the global supply chain by leveraging its expertise in high-quality CL service know-how it has cultivated over many years with Japanese manufacturing customers and by utilizing its global network.

Market Trends and Logistics Issues in India

In addition to domestic demand, due to the restructuring of the world's supply chains and India's government's "Make in India" initiatives to promote the manufacturing industry, the role of the "factory of the world" as an export base has been increasing in India in recent years. Especially, the manufacturing of automobiles, electrical equipment, semiconductors, and other products is expanding. As a result, logistics needs are rapidly increasing but there is a shortage of logistics infrastructure such as warehouses and transportation networks, as well as logistics operators who can build optimal supply chains for manufacturers.

Overview of NH8 Logistics Center

The NH8 Logistics Center is located along a major highway from the Delhi National Capital Region (NCR) through the commercial city of Mumbai to Bengaluru and Chennai. There are industrial parks nearby where many assembly plants and their suppliers are located, so NH8 Logistics Center can also function as a gateway warehouse and cross-dock terminal. Its proximity to inland container depots (ICDs)*2 and airport makes it an ideal transit hub as a logistics center within India and abroad.

Details of the center:

Name: NH8 (Sidhrawali) Logistics Center

Address: Sidhrawali, Manesar, Gurugram, Haryana, Republic of India

Total floor area: Approx. 24,900 m2

With parts of the warehouse equipped with air conditioning, NH8 Logistics Center can store equipment that requires temperature control, such as circuit boards and precision equipment.

Access:

- From major industrial parks:

Approximately 20 km from Manesar, and 25 km from Bawal

- From inland container depot: Approximately 25 km from ICD Patli and 30 km from ICD Garhi Harsaru

- From airport: Approximately 50 km from Indira Gandhi International Airport

In the future, YLI plans to promote green logistics by installing solar panels and introducing EV trucks, thereby contributing to customers' greenhouse gas (GHG) reductions in Scope 3 of Greenhouse Gas Protocol.

Strengths of YLI

Under the Yamato Group Medium-Term Management Plan, "Sustainability Transformation -1st Stage-," Yamato Group positions its global business as a growth domain, and India is one of the priority regions due to its rapid economic growth. Established in 2008, through its logistics centers and in-house logistics*3. YIL provides Japan-standard CL services to the manufacturing industry, mainly to Japanese automakers.

1. Just-in-time logistics contributes to the efficiency of factory production

Parts required at production plants are collected from each plant via milk run*4. Parts are first sorted by production line at YLI's logistics center and delivered to production plants at the required time. Customers can focus their resources on their core business, such as development, manufacturing, and sales, without having excess inventory or storage space. At the customers' request, YLI's Logistics Center can also perform distribution processing, such as assembling parts in sets and simple assembly, contributing to reducing the workload at production plants.

2. Advanced CL operations with Japanese quality

To provide CL services equivalent to Japanese standards in India, which has a different culture set and common sense from Japan, YLI is continually striving to improve productivity, work quality, and safety by implementing Japanese-style kaizen activities. In addition, through the training of local employee leaders by the experts from Japan as well as introducing an award system, YLI is focusing to retain excellent personnel and keep their motivation high.

3. Packing services adapted to the local environment

To protect the products from the high temperature and humidity of India and vibration caused by long-distance transportation, the company uses packaging materials tailored to their shape and special rust-resistant sheets. Its employees with specialized skills provide this optimal packaging. In addition, it also handles complex operations such as transportation, loading, and installation of equipment and heavy machinery.

Notes:

*1 Participating in and supporting logistics planning for customers, including inventory management and distribution processing

*2 Logistics bases located inland for customs procedures and container collection, storage, and transportation

*3 Providing logistics services at customers' facilities

*4 Visiting each factory for consolidated cargo collection to procure parts required for production

Monday, January 12, 2026

จังหวัดอุดรธานี พร้อมจัดกิจกรรม “ยกระดับงานเฉลิมฉลองวันก่อตั้งเมืองอุดรธานี” ในมิติวัฒนธรรม ครบรอบ 133 ปี ในปี พ.ศ. 2569


สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอุดรธานี แถลงข่าวการจัดกิจกรรม “ยกระดับงานเฉลิมฉลองวันก่อตั้งเมืองอุดรธานี” ในมิติวัฒนธรรม ครบรอบ 133 ปี ในปี พ.ศ. 2569  เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัด กระตุ้นเศรษฐกิจ ตามแนวคิดยกระดับ Soft Power ของไทยสู่เวทีโลก

เวลา 18.00 น. วันที่ 9 มกราคม 2569 โดย นายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานแถลงข่าว การจัดกิจกรรม “ยกระดับงานเฉลิมฉลองวันก่อตั้งเมืองอุดรธานี” ในมิติวัฒนธรรม ครบรอบ 133 ปี ในปี พ.ศ. 2569 พร้อมด้วย นางรวงทอง  พลธิราช วัฒนธรรมจังหวัดอุดรธานี นายพีรวัฒน์ ไชยเดช รองนายกเทศมนตรี นครอุดรธานี พ.ต.อ.พันธุ์เพ็ชร  เหล่ากำเนิดเพชร รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี นายกัณฑ์พงศ์ สุระวรรณวิจิตร ประธานหอการค้าจังหวัดอุดรธานี โดยมีสื่อมวลชนและแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วม ณ พิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี

ทั้งนี้ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอุดรธานี ได้ดำเนินโครงการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์จังหวัดอุดรธานี มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและไมซ์ ในระดับนานาชาติ กิจกรรม “ยกระดับงานเฉลิมฉลองวันก่อตั้งเมืองอุดรธานี” ในมิติวัฒนธรรมครบรอบ 133 ปี ในปี พ.ศ. 2569 “งานวันที่ระลึกการก่อตั้งเมืองอุดรธานี ปีที่ 133” โดยการบูรณาการการจัดงานในมิติทางวัฒนธรรม ที่มีความแตกต่างและความหลากหลายของชาติพันธุ์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัด ส่งเสริมกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัดอุดรธานีให้กลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง ตามแนวคิดยกระดับ Soft Power ของไทยสู่เวทีโลก อันเป็นการประชาสัมพันธ์ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ใช้เวลาท่องเที่ยวในจังหวัดอุดรธานีนานขึ้น ตลอดจนต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มทางวัฒนธรรมสู่ความยั่งยืนต่อไป

งานดังกล่าว จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 16 – 18 มกราคม 2569 ตั้งแต่เวลา 17.00  – 22.00 น. บริเวณด้านหลังพิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี ลานต้นสนและสวนสาธารณะหนองประจักษ์ศิลปาคม ซึ่งภายในงานมีกิจกรรมน่าสนใจ ประกอบด้วย ขบวนแห่ของกลุ่มชาติพันธุ์ที่หลากหลาย การแสดงแสง สี เสียง สื่อผสม “ใต้ร่มพระบารมี 133 ปี เมืองอุดรธานี” การจัดแสดงม่านน้ำพุและระบำน้ำพุ การแสดงนาฏศิลป์ ชุดร้อยสามสิบสามปีศรีอุดรธานี ชาวนครสำนึกพระกรุณาน้อมถวายอาลัยลาพระพันปี การแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ชุดอานุภาพรามราชจักรี การแสดงของศิลปิน วง whal & drop และ ต่าย อรทัย การแสดงนิทรรศการ อัตลักษณ์ความหลากหลายของชาติพันธุ์ การประกวดภาพถ่ายเมืองอุดรธานี นิทรรศการศิลปะเมืองอุดรธานี (Art Lane Udon Thani) ตลอดจนถึงการออกบูธสาธิตและจำหน่ายสินค้า อาหาร และบริการทางวัฒนธรรม การแสดงสาธิตภูมิปัญญา พลังศรัทธา เสริมสิริมงคล (Udon Thani Street Food & Udon Thani City of Faith)

Friday, January 9, 2026

ETDA ร่วมกับ สำนักงานสถิติแห่งชาติ เดินหน้า ‘EDC Trainer 2026’ ลุยสร้างเครือข่ายเทรนเนอร์ดิจิทัลระดับภูมิภาค 10 จังหวัดทั่วประเทศ ตั้งเป้าพัฒนาเทรนเนอร์ดิจิทัลกว่า 2,000 คน


สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ผนึกกำลัง สำนักงานสถิติแห่งชาติ เดินหน้าเปิดรับสมัครกิจกรรม EDC Trainer 2026 ภายใต้โครงการพัฒนาความรู้และทักษะดิจิทัลผ่านหลักสูตร ETDA Digital Citizen Plus (EDC Plus) มุ่งสร้างและขยายเครือข่ายเทรนเนอร์ดิจิทัลระดับภูมิภาค เพิ่มอีกไม่น้อยกว่า 2,000 คน ให้ก้าวสู่บทบาท “แกนนำถ่ายทอดความรู้” ที่พร้อมนำองค์ความรู้ทักษะดิจิทัล และ AI ไปขยายผลสู่ประชาชนในชุมชนไม่น้อยกว่า 60,000 คน เพื่อยกระดับการใช้ดิจิทัลและ AI ของประชาชนอย่างรู้เท่าทัน ปลอดภัย และยั่งยืน

กิจกรรม EDC Trainer 2026 เป็นการต่อยอดจากการดำเนินงาน EDC Trainer รุ่นที่ 1–4 (ปี 2565–2568) ที่ ETDA ได้สร้างเครือข่ายเทรนเนอร์ดิจิทัลกระจายอยู่ทั่วประเทศมาอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้ ETDA ยกระดับแนวคิดจาก “การอบรมเชิงกิจกรรม” ไปสู่การสร้าง “ระบบเครือข่ายคน” ที่สามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้จากส่วนกลาง สะท้อนความต้องการของประชาชน และขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านดิจิทัลในระดับจังหวัดและอำเภอได้อย่างเป็นรูปธรรม

ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการ ETDA กล่าวว่า การขับเคลื่อนสังคมดิจิทัลอย่างยั่งยืน ไม่สามารถอาศัยเพียงการสื่อสารจากส่วนกลาง แต่ต้องอาศัย “คนในพื้นที่” ที่มีความเข้าใจทั้งเทคโนโลยีและบริบทของชุมชน ทำหน้าที่ถ่ายทอดองค์ความรู้ สร้างความตระหนักรู้ และเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างนโยบายภาครัฐกับการใช้งานจริงของประชาชน

“EDC Trainer จึงไม่ใช่เพียงผู้ที่ผ่านการอบรม แต่คือ ‘ตัวคูณทางสังคม’ ที่จะช่วยขยายองค์ความรู้ด้านดิจิทัลและ AI ไปสู่คนรอบข้าง ชุมชน และเครือข่ายในพื้นที่ของตนเอง ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับการใช้ดิจิทัลของประชาชน และเป็นรากฐานของการสร้างสังคมดิจิทัลที่เข้มแข็งและยั่งยืน”

ในการดำเนินงานครั้งนี้ ETDA ทำงานร่วมกับ สำนักงานสถิติแห่งชาติ อย่างใกล้ชิด เพื่อนำข้อมูลสถิติระดับจังหวัดและอำเภอมาประกอบการออกแบบกิจกรรมให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ สนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบาย “ดิจิทัลจังหวัด” และ “ดิจิทัลอำเภอ” พร้อมวางแนวทางการพัฒนาเครือข่าย EDC Trainer ในระยะยาว เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมสามารถเติบโตสู่บทบาทเทรนเนอร์อาสา และ Master Trainer ในอนาคต โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรม EDC Trainer 2026 จะได้เรียนรู้ผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการระยะเวลา 2 วัน ในรูปแบบ Hybrid (On-site และ Online) ครอบคลุมทั้งหลักสูตร ETDA Digital Citizen Plus (EDC Plus) ที่มุ่งพัฒนาทักษะทางดิจิทัล ทั้ง 5 ด้าน ได้แก่ อัตลักษณ์ดิจิทัล การใช้งานดิจิทัล การสื่อสารดิจิทัล ความมั่นคงปลอดภัย และการรู้เท่าทันดิจิทัล เพื่อพัฒนาพลเมืองดิจิทัลที่มีคุณภาพและรับผิดชอบต่อสังคม ควบคู่กับหลักสูตร Generative AI เพื่อการทำงาน เสริมทักษะการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในการช่วยงานเอกสาร การวิเคราะห์ข้อมูล และการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในองค์กร

กิจกรรม EDC Trainer 2026 มีกำหนดจัดอบรมรวม 10 จังหวัด ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ได้แก่ บุรีรัมย์, นครสวรรค์, ปัตตานี, อุบลราชธานี, ลำปาง, ระยอง, เชียงราย, อุดรธานี, ยะลา และภูเก็ต โดยผู้ที่ผ่านการอบรมและการประเมินจะได้รับประกาศนียบัตรรับรองการเป็น EDC Trainer จาก ETDA เพื่อใช้เป็นฐานในการขยายผลความรู้ในพื้นที่ของตนเอง ทั้งนี้กิจกรรมเปิดรับสมัคร โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สำหรับผู้สนใจอายุตั้งแต่ 15–55 ปี ที่มีใจรักการสอน สนใจหรือมีบทบาทในการถ่ายทอดความรู้ในชุมชน สถานศึกษา หรือองค์กรในพื้นที่ และมีความรู้พื้นฐานด้านการเป็นพลเมืองที่ตระหนักรู้ทักษะดิจิทัล โดยสามารถเตรียมความพร้อมเบื้องต้นได้ที่ https://www.etda.or.th/th/Our-Service/edc.aspx ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ https://edctrainer.in.th/

กิจกรรม EDC Trainer 2026 จึงไม่ใช่เพียงการอบรมทักษะ แต่เป็นกลไกสำคัญในการสร้างเครือข่ายคนดิจิทัลระดับพื้นที่ ที่จะช่วยขับเคลื่อนสังคมดิจิทัลไทยให้ก้าวไปอย่างรู้เท่าทัน ปลอดภัย และยั่งยืน

Thursday, January 8, 2026

Tokyo Metropolitan Government Launches "GO TOKYO Gourmet" Website to Showcase Tokyo's Diverse Food Attractions

TOKYO Metropolitan Government

- Let's Enjoy Tokyo's Food Scene; Visitors Can Find New Charms Every Time -

The Tokyo Metropolitan Government has launched the website "GO TOKYO Gourmet" to showcase Tokyo's diverse food attractions in Japan and overseas.

"GO TOKYO Gourmet" website: https://www.gourmet.gotokyo.org/index.html

The website features articles and videos about Tokyo's diverse food offerings and the depth of its food culture. The Tokyo Metropolitan Government hopes the site will deepen visitors' interest in Tokyo's food and encourage them to visit the Japanese capital and experience its diverse cuisine firsthand.

Photo1: https://cdn.kyodonewsprwire.jp/prwfile/release/M108932/202512241693/_prw_PI6fl_t11cmtRo.png

Tokyo's culinary appeal lies in its diversity, ranging from traditional dishes passed down since the Edo (*) period (The Edo period lasted for about 260 years from 1603.), such as "sushi" (vinegared rice with sliced raw fish on top) and "tempura" (deep-fried seafood), to cuisine from around the world, locally sourced ingredients rooted in Tokyo's natural environment, and high-quality restaurants where renowned chefs from Japan and abroad showcase their skills.

The site not only provides gourmet information but also highlights the depth of Tokyo's food culture, including its history and traditions dating back to the Edo period, its evolution and development up to the present day, the thoughts and ingenuity of the capital city's food professionals, the everyday meals of Tokyo residents, and the future of Tokyo's food, including sustainability and diversity.

The site also posts information on how to eat Japanese food, unique Japanese services and manners, food-related events in Tokyo, and sites for making restaurant reservations in the capital (including reservation sites that accommodate vegan and halal options).

(*) Edo, the former name of Tokyo, grew into a huge city with an estimated population of one million in the early 1700s, during which time its cuisine and culture also developed.

About Site Content
- "People" who promote the charms of Tokyo's food
Chefs appointed as Tokyo Tourism Ambassadors, chefs active in Tokyo, food specialists, and other leading figures in various food-related fields offer their perspectives to explore and reveal the depth of Tokyo's food culture.

Photo2: https://cdn.kyodonewsprwire.jp/prwfile/release/M108932/202512241693/_prw_PI2fl_yGkPQUmM.png

- Tokyo's food culture rooted in "Edo"
This section delves into iconic Edo dishes, including sushi, eel, tempura and "soba" (buckwheat noodles served in a broth); the evolution of the dining-out culture that flourished in Edo; locally sourced ingredients, including "Traditional Edo-Tokyo vegetables"; the connection between food and Tokyo's unique culture, such as "kabuki" (traditional drama) and "yakatabune" (houseboat) dining; and sustainable practices and philosophies that have continued since the Edo period.

Photo3: https://cdn.kyodonewsprwire.jp/prwfile/release/M108932/202512241693/_prw_PI3fl_k6LKGgyT.png

- Food experiences popular among "travelers"
The section highlights popular food experiences among travelers by focusing on Tokyo's everyday meals, such as "ramen" noodles (which have gained global popularity), rice balls, convenience store gourmet food, and the city's distinctive vending machine culture. The section also introduces a wide range of choices available in Tokyo, including vegan, halal, and gluten-free options.

Photo4: https://cdn.kyodonewsprwire.jp/prwfile/release/M108932/202512241693/_prw_PI4fl_lSWia112.png

Making Food Experiences More Delicious and Comfortable
In order to make dining experiences more delicious, comfortable and satisfying, the website provides information on how to enjoy Japanese food, as well as unique Japanese services and manners. The site also posts information on food-related events held in Tokyo.

Photo5: https://cdn.kyodonewsprwire.jp/prwfile/release/M108932/202512241693/_prw_PI5fl_b86SQpO6.png

"GO TOKYO Gourmet" Website Overview
Website name: GO TOKYO Gourmet
Launch date: Thursday, December 18, 2025
Languages available: Japanese and English
Operation: Tokyo Metropolitan Government
URL: https://www.gourmet.gotokyo.org/index.html

Social media: Information on Tokyo's food attractions will be updated on various social media platforms.
YouTube: GO TOKYO Gourmet Official
https://www.youtube.com/@go-tokyo-gourmet_official
Instagram: GO TOKYO Gourmet Official
https://www.instagram.com/gotokyogourmet_official
Facebook: GO TOKYO Gourmet Official
https://www.facebook.com/GOTOKYOGourmet

Source: TOKYO Metropolitan Government

กรุงโตเกียวเปิดตัวเว็บไซต์ "GO TOKYO Gourmet" นำเสนอจุดหมายปลายทางอาหารหลากหลายทั่วโตเกียว

รัฐบาลกรุงโตเกียว


- เพลิดเพลินกับอาหารทั่วโตเกียว ชวนนักท่องเที่ยวสัมผัสเสน่ห์ใหม่ทุกครั้งที่มาเยือน -


รัฐบาลกรุงโตเกียวเปิดตัวเว็บไซต์ "GO TOKYO Gourmet" นำเสนอจุดหมายปลายทางด้านอาหารที่หลากหลายของโตเกียว โดยสามารถเข้าชมเว็บไซต์ได้ทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศ


เว็บไซต์ "GO TOKYO Gourmet": https://www.gourmet.gotokyo.org/index.html


เว็บไซต์นี้ประกอบด้วยบทความและวิดีโอเกี่ยวกับอาหารหลากหลายประเภทในโตเกียว ตลอดจนนำเสนอความลึกซึ้งของวัฒนธรรมอาหารโตเกียว โดยรัฐบาลกรุงโตเกียวหวังว่าเว็บไซต์นี้จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวให้สนใจอาหารของโตเกียวมากยิ่งขึ้น พร้อมกระตุ้นให้มาเยือนเมืองหลวงของญี่ปุ่นแห่งนี้ และสัมผัสกับอาหารหลากหลายประเภทด้วยตนเอง


ภาพที่ 1: https://cdn.kyodonewsprwire.jp/prwfile/release/M108932/202512241693/_prw_PI6fl_t11cmtRo.png


เสน่ห์ด้านอาหารของโตเกียวอยู่ที่ความหลากหลาย ตั้งแต่อาหารท้องถิ่นที่สืบทอดมายาวนานตั้งแต่ยุคเอโดะ (*) (ยุคเอโดะกินเวลานานประมาณ 260 ปี ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1603) เช่น " ซูชิ " (ข้าวปรุงรสด้วยน้ำส้มสายชูโปะหน้าด้วยปลาดิบหั่นชิ้น) และ " เทมปุระ " (อาหารทะเลทอด) ไปจนถึงอาหารจากทั่วทุกมุมโลก ตลอดจนวัตถุดิบที่หาได้ในท้องถิ่นตามธรรมชาติของโตเกียว และร้านอาหารคุณภาพสูงที่เชฟชื่อดังจากญี่ปุ่นและต่างประเทศได้แสดงฝีมือการทำอาหารอย่างเต็มที่


เว็บไซต์นี้ไม่เพียงให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาหารรสเลิศเท่านั้น แต่ยังเน้นย้ำถึงความลึกซึ้งของวัฒนธรรมอาหารโตเกียว ประวัติศาสตร์และประเพณีที่สืบย้อนไปถึงยุคเอโดะ วิวัฒนาการและพัฒนาการมาจนถึงยุคปัจจุบัน แนวคิดและภูมิปัญญาของผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารในโตเกียว อาหารในชีวิตประจำวันของชาวโตเกียว และอนาคตของอาหารโตเกียว ซึ่งรวมถึงความยั่งยืนและความหลากหลาย


เว็บไซต์นี้ยังนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการรับประทานอาหารญี่ปุ่น บริการและมารยาทที่เป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่น กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับอาหารในโตเกียว และเว็บไซต์สำหรับจองร้านอาหารในโตเกียว (รวมถึงเว็บไซต์จองร้านอาหารมังสวิรัติและอาหารฮาลาล)


(*) เอโดะ ซึ่งเป็นชื่อเดิมของโตเกียว ขยายตัวอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นเมืองใหญ่ที่มีประชากรประมาณหนึ่งล้านคนในช่วงต้นทศวรรษ 1700 ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าว อาหารและวัฒนธรรมในเมืองก็ได้รับการพัฒนาขึ้นเช่นกัน


เกี่ยวกับเนื้อหาของเว็บไซต์

- "ผู้คน" ที่ช่วยโปรโมตเสน่ห์ของอาหารโตเกียว

เหล่าเชฟที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นทูตการท่องเที่ยวของโตเกียว เชฟที่ทำงานในโตเกียว ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร และบุคคลสำคัญในสาขาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอาหาร ได้มาร่วมนำเสนอมุมมองของตนเอง เพื่อเจาะลึกและเผยให้เห็นถึงความลึกซึ้งของวัฒนธรรมอาหารโตเกียว


ภาพที่ 2: https://cdn.kyodonewsprwire.jp/prwfile/release/M108932/202512241693/_prw_PI2fl_yGkPQUmM.png


- วัฒนธรรมอาหารโตเกียวมีรากฐานมาจาก "เอโดะ"

ส่วนนี้จะเจาะลึกเกี่ยวกับอาหารเอโดะที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ ซึ่งรวมถึงซูชิ ปลาไหล เทมปุระ และ "โซบะ" (บะหมี่บัควีทในน้ำซุป) วิวัฒนาการของวัฒนธรรมการรับประทานอาหารนอกบ้านที่เฟื่องฟูในเอโดะ วัตถุดิบในท้องถิ่น ซึ่งรวมถึง "ผักพื้นบ้านเอโดะ-โตเกียว" ความเชื่อมโยงระหว่างอาหารกับวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของโตเกียว เช่น "คาบูกิ" (ละครดั้งเดิม) และ "ยากาตะบุเนะ" (ร้านอาหารบนเรือ) ตลอดจนแนวปฏิบัติและหลักปรัชญาความยั่งยืนที่สืบทอดมาตั้งแต่ยุคเอโดะ


ภาพที่ 3: https://cdn.kyodonewsprwire.jp/prwfile/release/M108932/202512241693/_prw_PI3fl_k6LKGgyT.png


- ประสบการณ์อาหารยอดนิยมในหมู่ "นักท่องเที่ยว"

ส่วนนี้นำเสนอประสบการณ์อาหารยอดนิยมในหมู่นักท่องเที่ยว โดยเน้นที่อาหารในชีวิตประจำวันของชาวโตเกียว เช่น บะหมี่ "ราเมน" (ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก) ข้าวปั้น อาหารอร่อยในร้านสะดวกซื้อ และวัฒนธรรมตู้ขายอาหารอัตโนมัติอันเป็นเอกลักษณ์ของโตเกียว นอกจากนั้นยังแนะนำทางเลือกอาหารที่หลากหลายในโตเกียว รวมถึงอาหารมังสวิรัติ อาหารฮาลาล และอาหารปราศจากกลูเตน


ภาพที่ 4: https://cdn.kyodonewsprwire.jp/prwfile/release/M108932/202512241693/_prw_PI4fl_lSWia112.png


ช่วยให้การรับประทานอาหารอร่อยและสะดวกสบายยิ่งขึ้น

เพื่อส่งเสริมประสบการณ์การรับประทานอาหารให้อร่อย สะดวกสบาย และน่าพึงพอใจยิ่งขึ้น เว็บไซต์นี้จึงให้ข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการเพลิดเพลินกับอาหารญี่ปุ่น รวมถึงบริการและมารยาทที่เป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่น นอกจากนี้ เว็บไซต์ยังให้ข้อมูลของกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับอาหารที่จัดขึ้นในโตเกียวอีกด้วย


ภาพที่ 5: https://cdn.kyodonewsprwire.jp/prwfile/release/M108932/202512241693/_prw_PI5fl_b86SQpO6.png


ภาพรวมเว็บไซต์ "GO TOKYO Gourmet"

ชื่อเว็บไซต์: GO TOKYO Gourmet

วันเปิดตัว: วันพฤหัสบดีที่ 18 ธันวาคม 2025

ภาษาที่ให้บริการ: ภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ

ผู้ดำเนินการ: รัฐบาลกรุงโตเกียว

URL: https://www.gourmet.gotokyo.org/index.html


โซเชียลมีเดีย: ข้อมูลเกี่ยวกับจุดหมายปลายทางอาหารในโตเกียวจะได้รับการอัปเดตบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่าง ๆ

YouTube: GO TOKYO Gourmet Official

https://www.youtube.com/@go-tokyo-gourmet_official

Instagram: GO TOKYO Gourmet Official

https://www.instagram.com/gotokyogourmet_official

Facebook: GO TOKYO Gourmet Official

https://www.facebook.com/GOTOKYOGourmet


ที่มา: รัฐบาลกรุงโตเกียว