Thursday, August 28, 2025

กว่างซีเปิดยุคใหม่ของอุตสาหกรรมน้ำตาล พลิกโฉมสู่ความยั่งยืนด้วยเทคโนโลยี


 บริษัท กว่างซี ซันเกน ชูการ์ อินดัสทรี กรุ๊ป จำกัด

เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศจีน มีสภาพภูมิอากาศเอื้อต่อการเพาะปลูก ด้วยแสงแดดที่อุดมสมบูรณ์และปริมาณน้ำฝนที่เพียงพอ จึงได้รับสมญานามว่าเป็น "อาณาจักรแห่งอ้อย" ตามธรรมชาติ โดยในช่วงฤดูหีบอ้อยปี 2567/2568 พื้นที่ปลูกอ้อยในกว่างซีขยายตัวสู่ระดับ 11.35 ล้านหมู่ (ประมาณ 756,667 เฮกตาร์) เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 110,000 หมู่ ขณะที่ผลผลิตน้ำตาลสูงกว่า 6.4 ล้านตัน นอกจากนี้ กว่างซียังสามารถรักษาสัดส่วนการผลิตน้ำตาลสูงถึง 60% ของทั้งหมดทั่วประเทศติดต่อกัน 20 ฤดูกาล สมกับที่ได้รับการขนานนามว่า "คลังน้ำตาลของชาติ" อย่างแท้จริง

บริษัท กว่างซี ซันเกน ชูการ์ อินดัสทรี กรุ๊ป จำกัด (Guangxi Sungain Sugar Industry Group Co., Ltd.) ในฐานะองค์กรชั้นนำของอุตสาหกรรมน้ำตาล ประสบความสำเร็จในการเพิ่มกำลังการแปรรูปอ้อยต่อวันอย่างมีนัยสำคัญในช่วงฤดูหีบอ้อยปี 2567/2568 โดยอาศัยกลยุทธ์ "Eucalyptus Out, Sugarcane In" หรือการเปลี่ยนพื้นที่ปลูกยูคาลิปตัสให้เป็นพื้นที่ปลูกอ้อย ควบคู่กับการใช้ระบบปลูกอ้อยด้วยเครื่องจักรแบบครบวงจรตลอดกระบวนการ ขณะเดียวกัน บริษัทได้เร่งขับเคลื่อนกลยุทธ์ "Second Entrepreneurship and Second Development" เพื่อยกระดับสู่มาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมที่มีความหลากหลาย มีประสิทธิภาพ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม กลยุทธ์ดังกล่าวช่วยส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในระดับท้องถิ่นอย่างยั่งยืน ตลอดจนช่วยตอกย้ำบทบาทของกว่างซีในฐานะผู้นำเชิงกลยุทธ์ของอุตสาหกรรมน้ำตาลจีน

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมน้ำตาลของกว่างซีได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนสามารถวางรากฐานการพัฒนาอย่างมีคุณภาพสูงภายใต้แนวคิด "เทคโนโลยี + การขยายขนาด + การพัฒนาอย่างยั่งยืน" โดยกว่างซีได้ปรับเปลี่ยนจากการผลิตน้ำตาลแบบดั้งเดิมไปสู่ระบบแปรรูปอัจฉริยะ และจาก "ความหวานเพียงฤดูกาลเดียว" ไปสู่ "ความหวานตลอดทั้งปี" ขณะเดียวกัน ห่วงโซ่อุตสาหกรรมยังได้ขยายตัวออกไปอย่างต่อเนื่อง ก่อให้เกิดการใช้ประโยชน์ในรูปแบบใหม่ ๆ เช่น การผลิตไฟฟ้าจากชานอ้อย และการแปรรูปผลพลอยได้จากอ้อยที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ปัจจุบัน อุตสาหกรรมน้ำตาลของกว่างซีไม่เพียงมีบทบาทในการรักษาเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานและตลาดเท่านั้น แต่ยังช่วยผลักดันการส่งออกและเสริมสร้างความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมโดยรวม นับเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญในการฟื้นฟูชนบท และเป็นเสาหลักสำคัญของเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค

บริษัท กว่างซี ซันเกน ชูการ์ อินดัสทรี กรุ๊ป จำกัด

"Double the Sweetness" - A New Chapter for Guangxi's Sugar Industry


 Guangxi Sungain Sugar Industry Group Co., Ltd.

Located in southern China, the Guangxi Zhuang Autonomous Region, with abundant sunshine and rainfall, is a natural "kingdom of sugarcane". During the 2024/2025 crushing season, the planting area of sugarcane in the region reached 11.35 million mu (approximately 756,667 hectares), an increase of 110,000 mu year-on-year. The output of sugar exceeded 6.4 million tons, and the region has maintained a 60% share of China's total sugar output for 20 consecutive crushing seasons, truly living up to its reputation as the "National Sugar Barn".

Guangxi Sungain Sugar Industry Group Co., Ltd., as a leading enterprise, achieved a significant increase in its daily sugarcane processing capacity during the 2024/2025 crushing season. Relying on the "Eucalyptus Out, Sugarcane In" strategy and full-process mechanized planting, the group is accelerating the implementation of the "Second Entrepreneurship and Second Development" strategy to build a new benchmark for green, efficient, and clustered diversified industrialization. It fully drives the sustainable economic and social development of the local area and injects impetus into further consolidating Guangxi's leading strategic position in China's sugar industry.

In recent years, Guangxi's sugar industry has continuously undergone transformation and upgrading, blazing a high-quality development path featuring "technology + scale + green development". It has moved from traditional sugar refining to intelligent processing, and from "sweetness for one season" to "sweetness throughout the year". The industrial chain has been constantly extended, with new formats such as bagasse power generation and deep processing of sugarcane by-products rising rapidly. Today, Guangxi's sugar industry not only ensures supply and stabilizes the market but also expands exports and strengthens the industry, becoming a powerful driver for rural revitalization and an important pillar of the regional economy.

Source: Guangxi Sungain Sugar Industry Group Co., Ltd.

Wednesday, August 27, 2025

เขตกังเป่ย เมืองกุ้ยกัง เร่งผลักดันยานยนต์ไฟฟ้าสู่ตลาดโลก


 สำนักประชาสัมพันธ์เขตกังเป่ย เมืองกุ้ยกัง

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา สำนักงานอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศเมืองกุ้ยกัง ร่วมกับสำนักประชาสัมพันธ์เขตกังเป่ย เมืองกุ้ยกัง ได้จัดงานแถลงข่าวครบรอบ 10 ปีการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าพลังงานใหม่ของเมืองกุ้ยกัง และการประชุมพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าพลังงานใหม่ครั้งที่ 5 (ปี 2568) ภายในงานมีการประกาศว่า การประชุมพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าพลังงานใหม่ครั้งที่ 5 (ปี 2568) จะจัดขึ้นที่นครหนานหนิงในวันที่ 28 สิงหาคมนี้ ภายใต้ธีม "นวัตกรรมขับเคลื่อนการผลิตอัจฉริยะ เปิดกว้างเชื่อมโยงทั่วโลก" โดยจะเชิญแขกผู้มีเกียรติ ผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ และผู้ประกอบการชั้นนำทั้งในและต่างประเทศเข้าร่วม การประชุมนี้จะเน้นหารือถึงแนวโน้มและการเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ ของตลาด RCEP พร้อมกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การประชุมตามหัวข้อ การเปิดตัวผลิตภัณฑ์จักรยานไฟฟ้าตามมาตรฐานใหม่ของชาติ การจับคู่ธุรกิจด้านการผลิตและจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้าพลังงานใหม่สำหรับกลุ่มประเทศอาเซียน รวมถึงกิจกรรมทดสอบขับขี่จักรยานไฟฟ้า ความพยายามนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ให้เป็นที่ยอมรับร่วมกันในตลาดอาเซียน แสวงหาความร่วมมือภาคอุตสาหกรรมรูปแบบใหม่ในลักษณะ "การผลิตอัจฉริยะจากจีน + การผลิตจากอาเซียน" และเติมพลังขับเคลื่อนใหม่ ๆ ให้แก่การพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าพลังงานใหม่อย่างมีคุณภาพ

ในปี 2558 เขตกังเป่ยได้วางแผนและก่อสร้างฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าพลังงานใหม่จีน-อาเซียน ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ฐานนี้สามารถดึงดูดผู้ประกอบการยานยนต์ไฟฟ้าได้กว่า 100 ราย โดยมีมากกว่า 50 รายเริ่มเดินสายการผลิตแล้ว ปัจจุบันมีกำลังการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าสองล้อปีละ 5 ล้านคัน รถสามล้อไฟฟ้าปีละ 500,000 คัน และชิ้นส่วนต่าง ๆ ปีละ 5 ล้านชุด ส่วนอัตราการจัดหาจากท้องถิ่นสูงถึง 80% อีกทั้งการรวมกลุ่มของแบรนด์ การจัดหาชิ้นส่วน และระดับความอัจฉริยะของฐานแห่งนี้ยังติดอันดับแนวหน้าของจีน ส่งผลให้เมืองสร้างชื่อเสียงด้วยแบรนด์ "รถไฟฟ้าคุณภาพ ผลิตในกุ้ยกัง"

เขตกังเป่ยมีห่วงโซ่อุตสาหกรรมครบวงจร จึงพร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ยานยนต์ไฟฟ้าคุณภาพสูงครบครันกว่า 100 รุ่น ทั้งจักรยานไฟฟ้า รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าน้ำหนักเบา และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าความเร็วสูง ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ล้วนตอบโจทย์การเดินทางสีเขียวที่ประหยัดและใช้งานได้จริงสำหรับผู้ใช้ทั้งในอาเซียนและทั่วโลก ขณะเดียวกัน ศูนย์ทดสอบคุณภาพยานยนต์ไฟฟ้าพลังงานใหม่กวางซีในเขตกังเป่ย มีขีดความสามารถด้านการทดสอบติดอันดับแนวหน้าของประเทศ ซึ่งเป็นแรงหนุนสำคัญให้รถไฟฟ้าแบรนด์ "ผลิตในกุ้ยกัง" สร้างชื่อเสียงในตลาดต่างประเทศ

เขตกังเป่ยตั้งอยู่บนจุดตัดยุทธศาสตร์สำคัญของสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเพิร์ลทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน อ่าวเป่ยปู้ และเขตเศรษฐกิจอาเซียน มีระบบคมนาคมครบครัน ทั้งรถไฟความเร็วสูง ทางด่วน และเส้นทางน้ำชั้นดี สามารถเดินทางไปยังเขตเศรษฐกิจพิเศษอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊าได้โดยตรงภายใน 30 ชั่วโมง ท่าเรือกุ้ยกังในเขตนี้ยังถือเป็นช่องทางสำคัญสำหรับการส่งออกวัตถุดิบจากภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีนไปยังเขตบริหารพิเศษฮ่องกง เขตบริหารพิเศษมาเก๊า และประเทศต่าง ๆ ในแถบอาเซียน ช่วยปูเส้นทางเชื่อมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้ากับตลาดโลก

ในฐานะฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าขนาดใหญ่ระดับชาติ เขตกังเป่ยมุ่งสร้างแพลตฟอร์มที่เปิดรับความร่วมมือจากภายนอก เพื่อส่งเสริมให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ โดยผนึกกำลังกับหน่วยงานระดับชาติ สมาคมจักรยานจีน และสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าของมณฑลและเมืองต่าง ๆ รวมถึงเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าพลังงานใหม่ต่อเนื่อง 4 ปีติดต่อกัน กิจกรรมเหล่านี้นอกจากจะทำให้ผู้ประกอบการติดตามแนวโน้มตลาดโลกและเทคโนโลยีล้ำสมัยได้แล้ว ก็ยังสร้างความร่วมมือกับคู่ค้าในต่างประเทศ เปิดโอกาสในการส่งออกผลิตภัณฑ์มากยิ่งขึ้น

ปัจจุบัน ยานยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในเขตกังเป่ยได้ถูกส่งออกไปยังหลายประเทศ เช่น อินเดีย ไทย เนเธอร์แลนด์ เนปาล เปรู คอสตาริกา และมาดากัสการ์ สามารถสร้างฐานลูกค้าในตลาดต่างประเทศได้ ในอนาคต เขตกังเป่ยจะขยายการเปิดกว้างทางเศรษฐกิจ เสริมความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรม ทำให้ยานยนต์ไฟฟ้าที่ "ผลิตในกุ้ยกัง" เข้าสู่ตลาดโลกได้มากขึ้น พร้อมยกระดับอิทธิพลของอุตสาหกรรมนี้ในเวทีโลก

ที่มา: สำนักประชาสัมพันธ์เขตกังเป่ย เมืองกุ้ยกัง


Gangbei District, Guigang City: Electric Vehicles Accelerate Their Journey to Global Markets


Publicity Department of Gangbei District, Guigang City

On August 20, a press conference was held for the 10th Anniversary of Guigang's New Energy Electric Vehicle Industry Development and the 5th (2025) New Energy Electric Vehicle Industry Development Conference. At the press conference, which was held by the Industry and Information Technology Bureau of Guigang City and Publicity Department of Gangbei District, Guigang City, it was announced that the 5th (2025) New Energy Electric Vehicle Industry Development Conference will take place in Nanning on August 28. With the theme "Innovation-Driven Intelligent Manufacturing, Openness Connecting the Globe," the conference will gather domestic and foreign guests, experts, scholars, and leading enterprises in the industry. Focusing on the new patterns and changes in the RCEP market, it will facilitate exchanges through various forms such as a thematic conference, a launch event for new national standard electric bicycle products, a new energy electric vehicle production and sales matchmaking conference for ASEAN countries, and test ride activities for electric bicycle products. These efforts aim to further promote the mutual recognition of certifications for new national standard products in ASEAN markets, explore a new model of industrial cooperation featuring "Intelligent Manufacturing from China + Manufacturing from ASEAN," and inject new impetus into the high-quality development of the new energy electric vehicle industry.

In 2015, Gangbei District planned and constructed the China-ASEAN New Energy Electric Vehicle Production Base. Over the past 10 years, the base has attracted more than 100 electric vehicle enterprises, with over 50 put into operation. It has formed an annual production capacity of 5 million two-wheeled electric vehicles, 500,000 three-wheeled electric vehicles, and 5 million sets of parts and components. The local supporting rate reaches 80%, and its brand agglomeration, component supporting rate, and intelligentization level are among the top in China, establishing the brand of "Quality Electric Vehicles, Made in Guigang."

Relying on a complete industrial chain, Gangbei District offers a full range of high-quality electric vehicle products, including over 100 models such as electric bicycles, light electric motorcycles, and high-speed electric motorcycles. These products provide economical and practical green transportation for users in ASEAN and around the world. The Guangxi New Energy Electric Vehicle Quality Inspection Center within the district ranks among the top in China in terms of testing capabilities, providing strong support for "Made in Guigang" electric vehicles to earn an excellent reputation in the international market.

Gangbei District is located at the core intersection of the Pearl River Delta, Southwest China, Beibu Gulf, and ASEAN economic circles. It enjoys unimpeded access to high-speed railways, expressways, and high-grade waterways, with direct access to the Guangdong-Hong Kong-Macau Greater Bay Area within 30 hours. The Guigang Port in the district is an important channel for materials from Southwest China to be exported to Hong Kong SAR, Macau SAR, and ASEAN, laying a golden path connecting global markets for the electric vehicle industry.

As a major national production base for the electric vehicle industry, Gangbei District actively builds an open platform for external cooperation to promote the electric vehicle industry's entry into the international market. Gangbei District has strengthened cooperation with relevant national departments, the China Bicycle Association, and electric vehicle associations of various provinces and cities, and has hosted the New Energy Electric Vehicle Industry Development Conference for four consecutive years. Through these activities, enterprises can not only keep abreast of international market trends and cutting-edge technologies but also establish cooperative relations with global peers, creating more opportunities for product exports.

Currently, electric vehicles produced in Gangbei District have been exported to countries such as India, Thailand, the Netherlands, Nepal, Peru, Costa Rica, and Madagascar, gaining a foothold in the international market. In the future, Gangbei District will continue to expand opening-up, enhance industrial competitiveness, enable more "Made in Guigang" electric vehicles to reach global markets, and elevate the industry's international influence.

Source: Publicity Department of Gangbei District, Guigang City

Tuesday, August 26, 2025

Brighton College Bangkok จัดงาน Open House สุดพิเศษ 2 แคมปัส: กรุงเทพกรีฑาและวิภาวดี


Brighton College Bangkok มีความยินดีที่จะประกาศการจัดงาน Open House ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญของการเติบโตของครอบครัว Brighton ในกรุงเทพฯ

Brighton College Bangkok : เปิดตัว Sixth Form Centre

Open House ครั้งแรกของปีการศึกษาจะจัดขึ้นที่แคมปัสกรุงเทพกรีฑา ในวันที่ 25 กันยายน 2025 ครอบครัวที่เข้าร่วมจะได้เป็นกลุ่มแรกที่เยี่ยมชม Sixth Form Centre แห่งใหม่ พร้อมทั้งอัปเดตความคืบหน้าของอาคาร Senior School

วันที่: 25 กันยายน 2025

Register : https://bit.ly/BCB-OpenHouse_Sept25-data

Contact : admissions@brightoncollege.ac.th

Website : https://brightoncollege.ac.th/krungthep-kreetha

Brighton College Bangkok VibhavadiOpen House ครั้งแรกที่แคมปัสใหม่

แคมปัสวิภาวดีแห่งใหม่จะเปิดบ้านต้อนรับครอบครัวเป็นครั้งแรกในวันที่ 9 ตุลาคม 2025 ผู้เข้าร่วมจะได้เยี่ยมชมสิ่งอำนวยความสะดวก พบปะคุณครู และสัมผัสว่าที่นี่สร้างแรงบันดาลใจให้นักเรียนเติบโตด้วยความใฝ่รู้ ความมั่นใจ และความเมตตาได้อย่างไร

วันที่: 9 ตุลาคม 2025

Register :  https://bit.ly/BCBV-OpenHouse_October25-data

Contact : admissions-vibha@brightoncollege.ac.th

Website : https://brightoncollege.ac.th/vibhavadi

ทั้งสองงานเป็นโอกาสพิเศษสำหรับครอบครัวที่จะได้สัมผัสรางวัล British International School of the Year พบกับทีมครูผู้เชี่ยวชาญ เยี่ยมชมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย และเรียนรู้ว่าที่ Brighton College Bangkok เราดูแลและพัฒนานักเรียนทุกคนให้เติบโตอย่างมีความใฝ่รู้ ความมั่นใจ และความเมตตา

อีซี่มันนี่ร่วมส่งกำลังใจสนับสนุนมูลค่ากว่า 350,000 บาท เคียงข้างทหารชายแดน ครอบครัวผู้เสียสละ และโรงพยาบาลแนวชายแดน

 


อีซี่มันนี่ ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท ตั้งธนสิน จำกัด ตอกย้ำเจตนารมณ์ในการเป็นองค์กรที่ยืนหยัดเคียงข้างสังคมไทยในทุกสถานการณ์ โดยเมื่อวันที่ 23–24 สิงหาคม 2568 ได้ลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดสุรินทร์ เพื่อมอบสิ่งของและงบประมาณสนับสนุนแก่หน่วยทหาร ครอบครัวผู้เสียสละจากเหตุปะทะชายแดน รวมถึงช่วยฟื้นฟูโรงพยาบาลแนวชายแดน รวมมูลค่ากว่า 350,000 บาท

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2568 อีซี่มันนี่ได้มอบสิ่งของจำเป็นแก่หน่วยทหารแนวหน้า ณ มณฑลทหารบกที่ 22 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี อาทิ ข้าวสาร อาหารแห้ง เครื่องดื่มชูกำลัง และอุปกรณ์สนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ เช่น ไฟฉายคาดหัวและตาข่ายดักโดรน รวมมูลค่า 100,000 บาท โดยมีพลตรี อัครพล มูลประดับ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 22 เป็นผู้แทนรับมอบ และคุณอัครเชษฐ ประดิษฐกุล ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารสาขา เป็นผู้แทนส่งมอบจากอีซี่มันนี่

ในโอกาสเดียวกัน อีซี่มันนี่ยังได้มอบเงินเยียวยาและทุนการศึกษาแก่ครอบครัวทหารผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ปะทะบริเวณชายแดน จำนวน 15 ครอบครัว ครอบครัวละ 10,000 บาท รวมเป็นเงิน 150,000 บาท โดยมีภรรยาของจ่าสิบเอกอโณทัย ป้องแก้ว เป็นผู้แทนกลุ่มครอบครัวผู้เสียสละรับมอบ

ต่อเนื่องในวันที่ 24 สิงหาคม 2568 อีซี่มันนี่ได้สนับสนุนงบประมาณ 100,000 บาท เพื่อการฟื้นฟูโรงพยาบาลพนมดงรักเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งได้รับความเสียหายจากสถานการณ์ความไม่สงบ โดยมีนายกฤษฎา เจริญสุข หัวหน้ากลุ่มงานบริหารทั่วไปเป็นผู้แทนรับมอบ

อีซี่มันนี่มุ่งมั่นที่จะอยู่เคียงข้างสังคมไทยในทุกสถานการณ์ ไม่เพียงในยามปกติแต่รวมถึงช่วงวิกฤต เพื่อสนับสนุนผู้ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องประเทศชาติและครอบครัวผู้เสียสละ ตลอดจนร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่นในการฟื้นฟูและพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน

5 ภาษาโปรแกรมที่ควรรู้จัก เพื่อก้าวทันเทคโนโลยี

 


ในยุคที่เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นปัญญาประดิษฐ์ (AI), ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) หรือระบบคลาวด์ (Cloud Computing) ซึ่งเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันอย่างแพร่หลาย โดยสิ่งเหล่านี้มีส่วนเชื่อมโยงมาจากการเขียนโปรแกรม โดยใช้ภาษาโปรแกรมเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนา แม้ผู้ใช้งานทั่วไปอาจไม่ได้เป็นนักพัฒนาซอฟต์แวร์โดยตรง แต่การมีความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับภาษาโปรแกรมที่กำลังได้รับความนิยมย่อมเป็นประโยชน์ ทั้งในการเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ เพิ่มศักยภาพในสายอาชีพ และเข้าใจระบบดิจิทัลที่อยู่รอบตัวได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น วันนี้ OPEN-TEC ศูนย์รวมองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี (Tech Knowledge Sharing Platform) ภายใต้การดูแลของ TCC TECHNOLOGY GROUP จะพาไปแนะนำ 5 ภาษาโปรแกรมที่ควรทำความรู้จักในปี 2025 ซึ่งล้วนเป็นภาษาหลักที่อยู่เบื้องหลังนวัตกรรมที่เปลี่ยนแปลงโลกในปัจจุบัน

Python ภาษายอดนิยมที่อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีล้ำสมัย

Python เป็นภาษาการเขียนโปรแกรมที่ได้รับความนิยมสูงสุดในระดับโลก ด้วยจุดเด่นด้านโครงสร้างที่เรียบง่าย อ่านเข้าใจได้ไม่ยาก จึงเหมาะทั้งสำหรับผู้เริ่มต้นและนักพัฒนาระดับมืออาชีพ ภาษานี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้อ่านง่ายและเขียนง่าย โค้ดของ Python มักมีลักษณะใกล้เคียงกับภาษาอังกฤษ จึงช่วยลดระยะเวลาในการเรียนรู้ของผู้เริ่มต้นอย่างมีประสิทธิภาพ Python มีบทบาทสำคัญในหลากหลายสาขา โดยเฉพาะด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เช่น การวิเคราะห์ภาพ เสียง ข้อความ และพฤติกรรมผู้ใช้ ตลอดจนการสร้างระบบอัตโนมัติหรือแชทบอทที่สามารถโต้ตอบกับมนุษย์ได้อย่างชาญฉลาด  ดังนั้น ความยืดหยุ่นและความสามารถของ Python ทำให้ภาษานี้ยังคงเป็นที่ต้องการสูงในตลาดแรงงาน ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าสู่วงการเทคโนโลยีในปัจจุบันและอนาคต

Go ภาษาที่ของการทำงานระบบขนาดใหญ่

Go หรือที่หลายคนเรียกว่า Golang เป็นภาษาการเขียนโปรแกรมที่พัฒนาโดย Google จุดเด่นของ Go คือความรวดเร็วในการประมวลผล และความสามารถในการรองรับงานที่ต้องทำพร้อมกันจำนวนมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้กลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับการสร้างระบบหลังบ้านของเว็บไซต์ขนาดใหญ่ บริการคลาวด์ หรือแพลตฟอร์มออนไลน์ที่มีผู้ใช้งานพร้อมกันจำนวนมาก อีกทั้งยังเป็นที่นิยมในสายงาน DevOps, ระบบเครือข่าย, และงานที่ต้องเชื่อมต่อกับ IoT (Internet of Things) ด้วยจุดเด่นของภาษาที่เรียบง่าย ทำให้แม้แต่ผู้ใช้งานใหม่ก็สามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งในปี 2025 Go ยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะในองค์กรที่ต้องการระบบที่เร็ว เสถียร และสามารถต่อยอดได้ง่าย ทั้งนี้ หากสนใจด้านการพัฒนาระบบขนาดใหญ่ หรืออยากทำงานกับเทคโนโลยีของบริษัทระดับโลก Go คือภาษาที่ไม่ควรมองข้าม

Java ภาษาแห่งองค์กรที่ให้ความเสถียรและปลอดภัย

Java เป็นภาษาการเขียนโปรแกรมที่มีความเสถียรสูง และถูกนำมาใช้ในระบบองค์กรขนาดใหญ่ทั่วโลกมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นระบบธนาคาร ประกันภัย โทรคมนาคม หรือแม้แต่ระบบราชการ โดยเฉพาะในแอปพลิเคชันที่ต้องให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงอย่างไม่สะดุด จุดเด่นของ Java คือความสามารถในการทำงานแบบข้ามแพลตฟอร์ม ทำให้สามารถเขียนโปรแกรมเพียงครั้งเดียวแล้วนำไปใช้ได้บนหลายระบบ อีกทั้งยังมีระบบจัดการหน่วยความจำอัตโนมัติ ช่วยลดความผิดพลาดจากการเขียนโค้ด ในยุคของ Cloud และ Internet of Things (IoT) นั้น Java ก็ยังสามารถปรับตัวได้ดีและมีโครงสร้างมากมายที่รองรับการพัฒนาแอปพลิเคชันยุคใหม่ ด้วยความน่าเชื่อถือและความมั่นคงในระยะยาว Java จึงยังคงเป็นภาษาที่สำคัญและได้รับความไว้วางใจจากภาคธุรกิจทั่วโลกในปี 2025

C# ภาษาเชื่อมโยงธุรกิจกับเทคโนโลยี

C# หรือ ซีชาร์ป เป็นภาษาโปรแกรมที่พัฒนาโดย Microsoft และได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในงานพัฒนาแอปพลิเคชันทางธุรกิจ โดยเฉพาะในระบบที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ของ Microsoft เช่น Microsoft Office, Azure, Dynamics เป็นต้น รวมไปถึงเกมที่พัฒนาโดย Unity ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มพัฒนาเกมยอดนิยมที่ใช้ภาษา C# เป็นหลัก โดย C# มีจุดเด่นในด้านความยืดหยุ่นและความสามารถในการเขียนโค้ดที่อ่านง่าย เหมาะสำหรับการสร้างแอปพลิเคชันบนทุกแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็น Windows, macOS, Android, iOS หรือบนระบบคลาวด์ อีกทั้งยังมีเครื่องมือพัฒนาที่ทรงพลัง เช่น Visual Studio ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของนักพัฒนาอย่างมาก ดังนั้น C# จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่สนใจงานในองค์กรที่ใช้โครงสร้างระบบของ Microsoft หรือในธุรกิจที่ต้องการระบบที่มีเสถียรภาพสูง และสามารถพัฒนาและขยายตัวได้ในอนาคต

JavaScript หัวใจของเว็บไซต์และแอปยุคใหม่

JavaScript เป็นภาษาโปรแกรมที่ได้รับความนิยมสูงสุดในการพัฒนาเว็บไซต์ เนื่องจากสามารถสร้างความเคลื่อนไหว โต้ตอบ และฟังก์ชันต่าง ๆ บนหน้าเว็บได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ JavaScript ยังสามารถใช้พัฒนาแอปพลิเคชันบนแอปมือถือและอุปกรณ์ IoT ได้ ในยุคปัจจุบัน JavaScript ได้พัฒนาจากภาษาเสริมบนหน้าเว็บ ไปสู่ภาษาหลักที่สามารถสร้างระบบครบวงจรได้ในตัวเอง เช่น React, Vue, Angular, Next.js ทำให้นักพัฒนาสามารถสร้างทั้งระบบหน้าเว็บไซต์ และหลังบ้านได้โดยใช้เพียงภาษาเดียว และด้วยความสามารถในการใช้งานที่หลากหลาย โครงสร้างที่เรียนรู้ไม่ยาก  JavaScript จึงเป็นภาษาที่ควรเริ่มต้นสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจเทคโนโลยี และสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ ในยุคดิจิทัล      

สุดท้ายนี้ แม้ภาษาการเขียนโปรแกรมจะมีหลายแบบ หลายชื่อ บางชื่อดูเข้าใจยาก แต่ความจริงคือ ภาษาทุกภาษามีจุดเด่นของตัวเอง สิ่งที่สำคัญกว่าคือ เรารู้หรือยังว่าอยากสร้างอะไร และเข้าใจว่าควรใช้เครื่องมือแบบไหนให้เหมาะกับงานนั้นเทคโนโลยีไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าเราเริ่มจากความอยากรู้ และเปิดใจเรียนรู้ไปทีละนิดในแบบของเราเอง

แหล่งที่มา

Elphick, M. B. (2025). Top 10 future programming languages for 2025. Crossover. Retrieved August 6, 2025, from https://www.crossover.com/blog/future-programming-languages-for-2025

Jansen, P. (2025). TIOBE Programming Community index. TIOBE Software BV. Retrieved August 6, 2025, from https://www.tiobe.com/tiobe-index/