บริษัท แอร์ ไชน่า จำกัด ("แอร์ ไชน่า" หรือ "บริษัทฯ" และบริษัทย่อย รวมเรียกว่า "กลุ่มบริษัท") (HKEX: 00753; LSE: AIRC; SSE: 601111: ADR OTC: AIRYY) ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาสแรกของงปี 2561 ("งวดปี")
ตัวเลขสำคัญ
- กำไรรวมเพิ่มขึ้น 66.31% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่ระดับ 4.024 พันล้านหยวน
- กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 9.11% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สู่ระดับ 3.1607 หมื่นล้านหยวน
- ต้นทุนการดำเนินงานรวมเพิ่มขึ้น 6.71% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สู่ระดับ 2.8230 หมื่นล้านหยวน
เหตุการณ์สำคัญทางธุรกิจและการดำเนินงาน
ในไตรมาสแรกของปี 2561 เศรษฐกิจจีนขยายตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความต้องการเดินทางของประชาชนเป็นไปอย่างแข็งแกร่ง ดังเห็นได้จากปริมาณการขนส่งผู้โดยสารทางอากาศที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ความต้องการในตลาดการขนส่งสินค้าก็ปรับตัวดีขึ้น โดยในช่วงดังกล่าว กลุ่มบริษัทมีรายได้จากการดำเนินงาน 3.1607 หมื่นล้านหยวน เพิ่มขึ้น 9.11% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานทั้งหมดอยู่ที่ 2.8230 หมื่นล้านหยวน เพิ่มขึ้น 6.71% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ขณะที่กำไรรวมอยู่ที่ 4.024 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 66.31% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทจดทะเบียน อยู่ที่ระดับ 2.628 พันล้านหยวน พุ่งขึ้น 79.23% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา
ในช่วงดังกล่าว ปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร ซึ่งคิดเป็นที่นั่งต่อกิโลเมตร (ASK) เพิ่มขึ้น 10.96% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว สู่ระดับ 6.5758 หมื่นล้าน สำหรับปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร ซึ่งวัดจากปริมาณการขนผู้โดยสารโดยรวม (RPK) อยู่ที่ 5.3350 หมื่นล้าน เพิ่มขึ้น 9.75% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร RPK บนเส้นทางบินในประเทศและเส้นทางการบินระหว่างประเทศ ตลอดจนเส้นทางการบินในภูมิภาค มีจำนวนรวมอยู่ที่ 3.2596 หมื่นล้าน, 1.8849 หมื่นล้าน และ 1.905 พันล้าน เพิ่มขึ้น 7.44%,13.65% และ 12.92% จากปีก่อน ตามลำดับ ขณะที่ขณะที่อัตราส่วนการขนส่งผู้โดยสารอยู่ที่ 81.13% ลดลงเล็กน้อย 0.90% จากปีที่ผ่านมา โดยในจำนวนนี้ อัตราส่วนการขนส่งผู้โดยสารเส้นทางในประเทศ เส้นทางระหว่างประเทศ และเส้นทางในภูมิภาค อยู่ที่ 83.02%, 78.28% และ 78.90% ตามลำดับ
ส่วนการขนส่งสินค้าทางอากาศ วัดโดยปริมาณการขนส่งสินค้าทางอากาศซึ่งคิดเป็นตันต่อกิโลเมตร (AFTK) อยู่ที่ 3.518 พันล้าน เพิ่มขึ้น 9.81% จากปีที่แล้ว ขณะที่ปริมาณการขนส่งพัสดุภัณฑ์ซึ่งคิดเป็นตันต่อกิโลเมตร (RFTK) อยู่ที่ 1.803 พันล้าน เพิ่มขึ้น 10.90% เมื่อเทียบกับปีก่อน อัตราส่วนการบรรทุกสินค้าและพัสดุภัณฑ์อยู่ที่ 51.26% เพิ่มขึ้น 0.51% จุด เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
มุมมอง
ด้วยอานิสงส์จากการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมการบินทั่วโลก ตลอดจนการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของเศรษฐกิจมหภาคของจีน รวมถึงอิทธิพลของชุดนโยบายต่าง ๆ ซึ่งเอื้อประโยชน์ให้กับอุตสาหกรรม เราจึงคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่า บริษัทจะมีโอกาสสำหรับการมากยิ่งขึ้นในปีนี้ ขณะเดียวกันก็จะยึดมั่นในปรัชญาการพัฒนาของ "นวัตกรรม การประสานงาน สิ่งแวดล้อม การเปิดกว้าง และการแบ่งปัน" นอกจากนี้แล้วกลุ่มบริษัทจะยังคงก้าวไปข้างหน้า พร้อมกับการสร้างเสถียรภาพความมั่นคง ผลักดันการปฏิรูปและการใช้นวัตกรรมให้มากขึ้น ตลอดจนยกระดับการควบคุมและการบริการจัดการต้นทุน ปรับปรุงโครงสร้างทุนและโครงสร้างหนี้ให้เหมาะสม รวมทั้งเสริมความแข็งแกร่งและเพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขัน เพื่อบรรลุเป้าหมายการดำเนินงานที่ดีขึ้น และมีการพัฒนาอย่างยั่งยืนสู่ศักยภาพสูงสุด
เกี่ยวกับ แอร์ ไชน่า
บริษัท แอร์ ไชน่า จำกัด เป็นผู้ประกอบการสายการบินแห่งชาติของจีน และเป็นผู้ให้บริการเที่ยวบินโดยสาร การขนส่งสินค้าทางอากาศ รวมถึงผลิตภัณฑ์และบริการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสายการบินในประเทศจีน โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ในปักกิ่ง ซึ่งเป็นศูนย์กลางการบินภายในประเทศและระหว่างประเทศที่สำคัญของจีน สำหรับบริการที่เกี่ยวข้องกับสายการบินนั้นรวมถึงการซ่อมบำรุงเครื่องบิน และการบริการภาคพื้นในปักกิ่ง เฉิงตู และเมืองอื่น ๆ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 ทางกลุ่มบริษัทมีฝูงบินจำนวน 655 ลำ ซึ่งมีอายุเฉลี่ย 6.53 ปี ขณะที่บริษัทฯ มีฝูงบิน 396 ลำ ซึ่งมีอายุเฉลี่ย 6.57 ปี สำหรับให้บริการในเส้นทางบินโดยสาร 420 เส้นทาง ประกอบด้วยเส้นทางบินระหว่างประเทศ 101 เส้นทาง ภูมิภาค 16 เส้นทาง และในประเทศ 303 เส้นทาง เครือข่ายการบินของบริษัทครอบคลุม 40 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก และ 185 เมือง ซึ่งประกอบด้วย 66 เมืองในต่างประเทศ 3 เมืองในภูมิภาค และ 116 เมืองในประเทศ แอร์ ไชน่าจดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกงและตลาดหุ้นลอนดอน เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2547 ภายใต้รหัส 00753 และ AIRC ตามลำดับ โดยเมื่อวันที่ 30 มิถุยายน 2549 แอร์ ไชน่า ได้จัดตั้งโครงการ ADR ที่ได้รับงบประมาณสนับสนุนระดับ 1 ภายใต้รหัส AIRYY และเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2549 แอร์ ไชน่าได้นำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ ภายใต้รหัส 601111 สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาเข้าชมเว็บไซต์ของแอร์ ไชน่า ที่ www.airchina.com.cn
ข้อจำกัดความรับผิด
ข่าวประชาสัมพันธ์นี้ประกอบด้วยข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์ในอนาคต ซึ่งสะท้อนมุมมองปัจจุบันของบริษัทเกี่ยวกับเหตุการณ์และผลการดำเนินงานทางการเงินในอนาคต มุมมองเหล่านี้ตั้งอยู่บนสมมติฐาน ณ ปัจจุบัน ซึ่งมีความเสี่ยงหลายประการ และอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งนี้ ไม่สามารถรับประกันได้ว่า เหตุการณ์ในอนาคตจะเกิดขึ้น การคาดการณ์จะเป็นจริง หรือสมมุติฐานของบริษัทจะถูกต้อง โดยผลลัพธ์ที่แท้จริงอาจแตกต่างอย่างมากจากที่ได้คาดการณ์ไว้
Friday, April 27, 2018
เว็บไซต์ฟุตบอล “Dugout” ทุ่มลงทุนครั้งใหม่ 8.275 ล้านปอนด์
- Dugout คือธุรกิจในสหราชอาณาจักรที่ก่อตั้งและดูแลโดยสโมสรฟุตบอลยักษ์ใหญ่ของโลก
- ประกาศสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ด้านเทคโนโลยี รวมทั้งจัดตั้งบริษัทร่วมทุนในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ
- ดึงดูดผู้ใช้งานมากกว่า 67 ล้านรายนับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2559
Dugout แพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อแฟนบอลตัวยง เปิดเผยรายละเอียดการลงทุนครั้งใหม่เพื่อขยายขอบข่ายการดำเนินงานในปัจจุบัน รวมถึงแผนการสร้างความร่วมมือเพื่อยกระดับเทคโนโลยีและส่งเสริมการเติบโตในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ
Dugout เกิดจากการรวมตัวกันของสโมสรยักษ์ใหญ่เพื่อสร้างธุรกิจร่วมกันเป็นครั้งแรกของโลก โดยสโมสรที่ร่วมก่อตั้งประกอบด้วยเอซี มิลาน, อาร์เซนอล, เชลซี, บาร์เซโลนา, บาเยิร์น มิวนิก, ยูเวนตุส, ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, ปารีส แซงต์ แชร์กแมง, เรอัล มาดริด, อินเตอร์ มิลาน, โรมา, นาโปลี, ทอตนัม ฮอตสเปอร์, อัตเลตีโก มาดริด และอีกมากมาย
สโมสรฟุตบอลทั้งหมด 77 สโมสร (รวมถึงนักเตะจำนวนมาก) ต่างมีหน้าโปรไฟล์บน Dugout ที่สามารถอัปโหลดคอนเทนต์และติดต่อกับแฟนบอลได้ ผู้ใช้งานจึงได้รับประสบการณ์สุดพิเศษในการติดตามสโมสรและนักเตะที่ชื่นชอบ ธุรกิจนี้เปิดตัวในปี 2559 มีผู้ใช้งานมากกว่า 67 ล้านราย และมียอดชมวิดีโอรวม 912 ล้านวิวจนถึงปัจจุบัน Dugout เคลื่อนไหวบนโลกโซเชียล 2.1 พันล้านครั้ง และมีวิดีโอที่อัปโหลดโดยสโมสร นักเตะ และแบรนด์ต่างๆ มากกว่า 12,500 วิดีโอ
ในวันนี้ Dugout ได้ประกาศทุ่มเงินลงทุนเพิ่มเติม 8.275 ล้านปอนด์ โดยได้รับการสนับสนุนจากนักธุรกิจชาวอเมริกันชื่อดังอย่างเดวิด และ แฟรงก์ แมคคอร์ต ร่วมกับนักลงทุนรายย่อยอีกหลายราย การลงทุนครั้งนี้สะท้อนถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วของบริษัท รวมถึงเครือข่ายพันธมิตรด้านฟุตบอล ธุรกิจ สื่อ เทคโนโลยี และการโฆษณาแบรนด์
เดวิด แมคคอร์ต ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Granahan McCourt Capital บริษัทลงทุนด้านเทคโนโลยี สื่อ และโทรคมนาคมระดับโลก คือนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งของโลก นอกจากนั้นยังเป็นผู้ก่อตั้ง ALTV.com หนึ่งในบริการสตรีมมิ่งฟรีที่เติบโตเร็วที่สุดในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ ในขณะที่แฟรงก์ดำรงตำแหน่งประธานและซีอีโอของ McCourt LP และ McCourt Global ทั้งยังเป็นที่รู้จักในหมู่คอกีฬาในฐานะเจ้าของทีมฟุตบอล ออแล็งปิก เดอ มาร์แซย์ และอดีตเจ้าของทีมเบสบอล ลอสแอนเจลิส ดอดเจอร์ส
เดวิด แมคคอร์ต ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Granahan McCourt Capital กล่าวว่า
"Dugout นำเสนอโอกาสในการทำเงินจากสองเทรนด์ระดับโลก หนึ่งคือความต้องการคอนเทนต์ที่ยอดเยี่ยม ไม่ซ้ำใคร และมีความเฉพาะตัวสูง สองคือความนิยมในกีฬาฟุตบอลที่เพิ่มขึ้นในทุกตลาด Dugout ทำในสิ่งที่หลายคนคิดว่าเป็นไปไม่ได้ นั่นคือการรวบรวมสโมสรฟุตบอลระดับโลกมาไว้ในที่เดียวกัน และเราจะใช้รากฐานที่แข็งแกร่งนี้เพื่อผลักดันการเติบโตของบริษัทที่มีความโดดเด่นและเป็นแรงบันดาลใจให้แก่แฟนบอลและแบรนด์ต่างๆทั่วโลก"
"ความร่วมมือของเรากับ Dugout จะยกระดับความสามารถด้านเทคโนโลยีของบริษัท และช่วยเพิ่มจำนวนผู้ใช้งานในตลาดสำคัญๆ ตัวอย่างเช่น ความร่วมมือระหว่าง Dugout และ ALTV ที่จะทำให้แฟนบอลทั่วตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือมีโอกาสเข้าถึงคอนเทนต์สุดพิเศษ"
เอลเลียต ริชาร์ดสัน ผู้ก่อตั้งและประธาน Dugout กล่าวว่า
"เรายินดีที่ประสบความสำเร็จในการระดมทุนรอบ Series A รวมถึงการลงทุนเชิงกลยุทธ์โดยได้รับการสนับสนุนจากคุณแฟรงก์และคุณเดวิด แมคคอร์ต ทั้งคู่มาพร้อมความสำเร็จทางการค้า ประสบการณ์ และความเป็นผู้ประกอบธุรกิจอย่างแท้จริงที่สั่งสมมานานหลายสิบปี นับเป็นพันธมิตรที่ยอดเยี่ยมในขณะที่เรากำลังเดินหน้าพัฒนาธุรกิจในขั้นต่อไป"
"เรารู้สึกตื่นเต้นที่แพลตฟอร์มนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่แฟนบอล รวมถึงคู่ค้าและแบรนด์ต่างๆที่เราได้ร่วมงานด้วย การลงทุนเพิ่มเติมจะช่วยให้สิ่งต่างๆยังคงดำเนินต่อไป ขณะที่การสร้างความร่วมมือกับผู้คิดค้นนวัตกรรมอย่าง ALTV และ Alchemy Media ก็ช่วยยกระดับเทคโนโลยีของเราและเปิดตลาดใหม่ๆ อย่างตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ ที่ซึ่งสโมสรในสังกัดของเราได้รับกระแสตอบรับอย่างท่วมท้น"
เมื่อไม่นานมานี้ Dugout ได้ประกาศสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับหลายฝ่าย เพื่อส่งเสริมการขยายธุรกิจในระดับสากล อย่างเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว Dugout ได้สร้างความร่วมมือกับ Major League Soccer (MLS) เพื่อโปรโมทแบรนด์ในระดับสากลและรุกเข้าสู่ตลาดฟุตบอลในอเมริกาเหนือ ส่วนความเคลื่อนไหวในวันนี้ก็เป็นการตอกย้ำว่าบริษัทให้ความสำคัญกับภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ นอกจากนี้ Dugout ยังมีแผนประกาศการขยายธุรกิจในภูมิภาคอื่นๆ รวมถึงการสร้างความร่วมมือใหม่ๆ ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้
การลงทุนครั้งนี้สะท้อนถึงความเชื่อของ Dugout ในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่เฉพาะเจาะจงสำหรับตลาดแต่ละแห่ง ช่วยให้พันธมิตรและแบรนด์ต่างๆ ได้รับข้อมูลที่ละเอียดมากขึ้น ทำให้เข้าใจพฤติกรรมและรสนิยมของผู้บริโภคในแต่ละตลาดมากขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมของแฟนๆ และปลดล็อคศักยภาพในตลาดนั้นๆ
นอกจากนี้ Dugout ยังได้ลงนามข้อตกลงร่วมกับบริษัทเทคโนโลยีอย่าง VEWD, SPOTX Rakuten/Viber และ Amazon เพื่อเข้าถึงผู้ใช้งานให้มากขึ้น และทำให้การลงโฆษณาบนแพลตฟอร์มมีความน่าสนใจและเข้าถึงผู้บริโภคได้ตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น
ในเบื้องต้น Dugout เปิดให้ใช้งานใน 8 ภาษา ได้แก่ อังกฤษ เยอรมัน อิตาเลียน ฝรั่งเศส สเปน กาตาลา โปรตุเกส และบาฮาซา โดยจะเพิ่มภาษาอารบิกในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
ทั้งนี้ Akira Partners ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงินให้แก่ Dugout ในการทำธุรกรรมครั้งนี้
หมายเหตุถึงบรรณาธิการ
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมและนัดสัมภาษณ์ กรุณาติดต่อที่อีเมล dugoutpressoffice@freuds.com หรือโทร. +44-203-003-6613
ที่มา: Dugout
- ประกาศสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ด้านเทคโนโลยี รวมทั้งจัดตั้งบริษัทร่วมทุนในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ
- ดึงดูดผู้ใช้งานมากกว่า 67 ล้านรายนับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2559
Dugout แพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อแฟนบอลตัวยง เปิดเผยรายละเอียดการลงทุนครั้งใหม่เพื่อขยายขอบข่ายการดำเนินงานในปัจจุบัน รวมถึงแผนการสร้างความร่วมมือเพื่อยกระดับเทคโนโลยีและส่งเสริมการเติบโตในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ
Dugout เกิดจากการรวมตัวกันของสโมสรยักษ์ใหญ่เพื่อสร้างธุรกิจร่วมกันเป็นครั้งแรกของโลก โดยสโมสรที่ร่วมก่อตั้งประกอบด้วยเอซี มิลาน, อาร์เซนอล, เชลซี, บาร์เซโลนา, บาเยิร์น มิวนิก, ยูเวนตุส, ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, ปารีส แซงต์ แชร์กแมง, เรอัล มาดริด, อินเตอร์ มิลาน, โรมา, นาโปลี, ทอตนัม ฮอตสเปอร์, อัตเลตีโก มาดริด และอีกมากมาย
สโมสรฟุตบอลทั้งหมด 77 สโมสร (รวมถึงนักเตะจำนวนมาก) ต่างมีหน้าโปรไฟล์บน Dugout ที่สามารถอัปโหลดคอนเทนต์และติดต่อกับแฟนบอลได้ ผู้ใช้งานจึงได้รับประสบการณ์สุดพิเศษในการติดตามสโมสรและนักเตะที่ชื่นชอบ ธุรกิจนี้เปิดตัวในปี 2559 มีผู้ใช้งานมากกว่า 67 ล้านราย และมียอดชมวิดีโอรวม 912 ล้านวิวจนถึงปัจจุบัน Dugout เคลื่อนไหวบนโลกโซเชียล 2.1 พันล้านครั้ง และมีวิดีโอที่อัปโหลดโดยสโมสร นักเตะ และแบรนด์ต่างๆ มากกว่า 12,500 วิดีโอ
ในวันนี้ Dugout ได้ประกาศทุ่มเงินลงทุนเพิ่มเติม 8.275 ล้านปอนด์ โดยได้รับการสนับสนุนจากนักธุรกิจชาวอเมริกันชื่อดังอย่างเดวิด และ แฟรงก์ แมคคอร์ต ร่วมกับนักลงทุนรายย่อยอีกหลายราย การลงทุนครั้งนี้สะท้อนถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วของบริษัท รวมถึงเครือข่ายพันธมิตรด้านฟุตบอล ธุรกิจ สื่อ เทคโนโลยี และการโฆษณาแบรนด์
เดวิด แมคคอร์ต ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Granahan McCourt Capital บริษัทลงทุนด้านเทคโนโลยี สื่อ และโทรคมนาคมระดับโลก คือนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งของโลก นอกจากนั้นยังเป็นผู้ก่อตั้ง ALTV.com หนึ่งในบริการสตรีมมิ่งฟรีที่เติบโตเร็วที่สุดในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ ในขณะที่แฟรงก์ดำรงตำแหน่งประธานและซีอีโอของ McCourt LP และ McCourt Global ทั้งยังเป็นที่รู้จักในหมู่คอกีฬาในฐานะเจ้าของทีมฟุตบอล ออแล็งปิก เดอ มาร์แซย์ และอดีตเจ้าของทีมเบสบอล ลอสแอนเจลิส ดอดเจอร์ส
เดวิด แมคคอร์ต ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Granahan McCourt Capital กล่าวว่า
"Dugout นำเสนอโอกาสในการทำเงินจากสองเทรนด์ระดับโลก หนึ่งคือความต้องการคอนเทนต์ที่ยอดเยี่ยม ไม่ซ้ำใคร และมีความเฉพาะตัวสูง สองคือความนิยมในกีฬาฟุตบอลที่เพิ่มขึ้นในทุกตลาด Dugout ทำในสิ่งที่หลายคนคิดว่าเป็นไปไม่ได้ นั่นคือการรวบรวมสโมสรฟุตบอลระดับโลกมาไว้ในที่เดียวกัน และเราจะใช้รากฐานที่แข็งแกร่งนี้เพื่อผลักดันการเติบโตของบริษัทที่มีความโดดเด่นและเป็นแรงบันดาลใจให้แก่แฟนบอลและแบรนด์ต่างๆทั่วโลก"
"ความร่วมมือของเรากับ Dugout จะยกระดับความสามารถด้านเทคโนโลยีของบริษัท และช่วยเพิ่มจำนวนผู้ใช้งานในตลาดสำคัญๆ ตัวอย่างเช่น ความร่วมมือระหว่าง Dugout และ ALTV ที่จะทำให้แฟนบอลทั่วตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือมีโอกาสเข้าถึงคอนเทนต์สุดพิเศษ"
เอลเลียต ริชาร์ดสัน ผู้ก่อตั้งและประธาน Dugout กล่าวว่า
"เรายินดีที่ประสบความสำเร็จในการระดมทุนรอบ Series A รวมถึงการลงทุนเชิงกลยุทธ์โดยได้รับการสนับสนุนจากคุณแฟรงก์และคุณเดวิด แมคคอร์ต ทั้งคู่มาพร้อมความสำเร็จทางการค้า ประสบการณ์ และความเป็นผู้ประกอบธุรกิจอย่างแท้จริงที่สั่งสมมานานหลายสิบปี นับเป็นพันธมิตรที่ยอดเยี่ยมในขณะที่เรากำลังเดินหน้าพัฒนาธุรกิจในขั้นต่อไป"
"เรารู้สึกตื่นเต้นที่แพลตฟอร์มนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่แฟนบอล รวมถึงคู่ค้าและแบรนด์ต่างๆที่เราได้ร่วมงานด้วย การลงทุนเพิ่มเติมจะช่วยให้สิ่งต่างๆยังคงดำเนินต่อไป ขณะที่การสร้างความร่วมมือกับผู้คิดค้นนวัตกรรมอย่าง ALTV และ Alchemy Media ก็ช่วยยกระดับเทคโนโลยีของเราและเปิดตลาดใหม่ๆ อย่างตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ ที่ซึ่งสโมสรในสังกัดของเราได้รับกระแสตอบรับอย่างท่วมท้น"
เมื่อไม่นานมานี้ Dugout ได้ประกาศสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับหลายฝ่าย เพื่อส่งเสริมการขยายธุรกิจในระดับสากล อย่างเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว Dugout ได้สร้างความร่วมมือกับ Major League Soccer (MLS) เพื่อโปรโมทแบรนด์ในระดับสากลและรุกเข้าสู่ตลาดฟุตบอลในอเมริกาเหนือ ส่วนความเคลื่อนไหวในวันนี้ก็เป็นการตอกย้ำว่าบริษัทให้ความสำคัญกับภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ นอกจากนี้ Dugout ยังมีแผนประกาศการขยายธุรกิจในภูมิภาคอื่นๆ รวมถึงการสร้างความร่วมมือใหม่ๆ ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้
การลงทุนครั้งนี้สะท้อนถึงความเชื่อของ Dugout ในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่เฉพาะเจาะจงสำหรับตลาดแต่ละแห่ง ช่วยให้พันธมิตรและแบรนด์ต่างๆ ได้รับข้อมูลที่ละเอียดมากขึ้น ทำให้เข้าใจพฤติกรรมและรสนิยมของผู้บริโภคในแต่ละตลาดมากขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมของแฟนๆ และปลดล็อคศักยภาพในตลาดนั้นๆ
นอกจากนี้ Dugout ยังได้ลงนามข้อตกลงร่วมกับบริษัทเทคโนโลยีอย่าง VEWD, SPOTX Rakuten/Viber และ Amazon เพื่อเข้าถึงผู้ใช้งานให้มากขึ้น และทำให้การลงโฆษณาบนแพลตฟอร์มมีความน่าสนใจและเข้าถึงผู้บริโภคได้ตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น
ในเบื้องต้น Dugout เปิดให้ใช้งานใน 8 ภาษา ได้แก่ อังกฤษ เยอรมัน อิตาเลียน ฝรั่งเศส สเปน กาตาลา โปรตุเกส และบาฮาซา โดยจะเพิ่มภาษาอารบิกในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
ทั้งนี้ Akira Partners ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงินให้แก่ Dugout ในการทำธุรกรรมครั้งนี้
หมายเหตุถึงบรรณาธิการ
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมและนัดสัมภาษณ์ กรุณาติดต่อที่อีเมล dugoutpressoffice@freuds.com หรือโทร. +44-203-003-6613
ที่มา: Dugout
Unique Digital Football Business Dugout Announces New GBP8.275 Million ($11.685 Million) Investment
- UK-based business founded and owned by world's biggest clubs
- Company also reveals Strategic Technology Partnership and Joint Venture in Middle East and North Africa (MENA)
- Dugout has attracted over 67 million unique users since launch in 2016
Digital football business Dugout today revealed details of new investment that will see the company expand its existing operations, as well as ambitious partnership plans to enhance its technology offering and support growth in the MENA region.
Dugout represents the first time the world's biggest clubs have joined forces to create a business - with founding partners including AC Milan, Arsenal FC, Chelsea FC, FC Barcelona, FC Bayern Munich, Juventus, Liverpool FC, Manchester City FC, Paris Saint-Germain, Real Madrid CF, Inter Milan, Roma, Napoli, Tottenham Hotspur, Atletico Madrid and more.
All 77 clubs (and a growing number of players) have a dedicated Dugout profile to upload content and interact with fans, meaning that Dugout users get a totally personalised experience based on the clubs and players they follow. The business launched in late 2016 and has already gathered over 67 million unique users and 912 million video views to date. Dugout has a social footprint of 2.1 billion and over 12,500 videos have been posted on the platform by clubs, players and brands.
Today, Dugout has announced an additional GBP8.275 million investment led by renowned US entrepreneurs David and Frank McCourt, alongside a number of other strategic smaller-scale investors. The GBP8.275 million investment reflects the rapid growth of the business and its expanding network of partners across football, business, media, technology and brand advertising.
David McCourt, founder and CEO of Granahan McCourt Capital, the worldwide investors in technology, media and telecommunications, is one of the world's most successful entrepreneurs. David is also the founder of ALTV.com, one of the fastest growing free streaming services in the MENA region. His brother, Frank, is Chairman and CEO of McCourt LP and McCourt Global, and well known to sports fans as the owner of Olympique De Marseille and former owner of the Los Angeles Dodgers.
David McCourt, Founder and CEO of Granahan McCourt Capital, said:
"Dugout represents an excellent opportunity to capitalize on two significant global trends. Firstly, the huge demand for great, original and highly-personalized content. Secondly, the soaring popularity of football in practically every market. Dugout has already done what many thought impossible by bringing the world's top clubs together in one shared enterprise. Now, we want to use this excellent foundation to grow a truly iconic company that inspires fans and brands the world over."
"Our collaboration with Dugout will also enhance the company's tech capabilities and enable it to grow its audience in strategically important markets. For example, the partnership between Dugout and ALTV will deliver exclusive access to original content for football fans across the Middle East and North Africa."
Elliot Richardson, Founder and Chairman of Dugout, said:
"We are delighted to have secured both the Series A funding round and strategic capital investment, led by Frank and David McCourt. Frank and David bring with them decades of commercial success, experience and entrepreneurial zeal - they are fantastic partners as we move into the next phase of our development as a business."
"We're thrilled with how popular the platform has proven so far with fans, as well as the brands and commercial partners we've brought into the fold. This investment keeps that momentum going and partnerships with innovators like ALTV and Alchemy Media both enhance our technology offering and open up key markets like the Middle East and North Africa, where we know our club partners have such huge support."
Dugout has recently announced a number of other strategic partnerships designed to support the business' objective of expanding its global presence. For example, in December Dugout launched a partnership with Major League Soccer (MLS) - boosting the brand's global profile and tapping into the growing popularity of football in North America. Today's announcement highlights the company's focus on MENA, although Dugout is expected to make further announcements in the coming weeks about other territories and partnerships.
This approach reflects Dugout's core belief in "localisation of content" - giving partners and brands detailed analytics that enable them to better understand audience behaviour and tastes in specific markets, in order to boost fan engagement and unlock potential.
The company has also signed deals with innovative tech companies like VEWD, SPOTX Rakuten/Viber and Amazon to reach more users and provide brands advertising on the platform with better engagement, cutting-edge user consumer targeting and detailed analytics.
Dugout was initially available in eight languages: English, German, Italian, French, Spanish, Catalan, Portuguese and Bahasa (Indonesian), with Arabic to be added in the coming months.
Akira Partners acted as Financial Advisors to Dugout on this transaction.
NOTES TO EDITORS
For further information and interview requests, please contact the Dugout Press Office: dugoutpressoffice@freuds.com , +44-203-003-6613
Source: Dugout
- Company also reveals Strategic Technology Partnership and Joint Venture in Middle East and North Africa (MENA)
- Dugout has attracted over 67 million unique users since launch in 2016
Digital football business Dugout today revealed details of new investment that will see the company expand its existing operations, as well as ambitious partnership plans to enhance its technology offering and support growth in the MENA region.
Dugout represents the first time the world's biggest clubs have joined forces to create a business - with founding partners including AC Milan, Arsenal FC, Chelsea FC, FC Barcelona, FC Bayern Munich, Juventus, Liverpool FC, Manchester City FC, Paris Saint-Germain, Real Madrid CF, Inter Milan, Roma, Napoli, Tottenham Hotspur, Atletico Madrid and more.
All 77 clubs (and a growing number of players) have a dedicated Dugout profile to upload content and interact with fans, meaning that Dugout users get a totally personalised experience based on the clubs and players they follow. The business launched in late 2016 and has already gathered over 67 million unique users and 912 million video views to date. Dugout has a social footprint of 2.1 billion and over 12,500 videos have been posted on the platform by clubs, players and brands.
Today, Dugout has announced an additional GBP8.275 million investment led by renowned US entrepreneurs David and Frank McCourt, alongside a number of other strategic smaller-scale investors. The GBP8.275 million investment reflects the rapid growth of the business and its expanding network of partners across football, business, media, technology and brand advertising.
David McCourt, founder and CEO of Granahan McCourt Capital, the worldwide investors in technology, media and telecommunications, is one of the world's most successful entrepreneurs. David is also the founder of ALTV.com, one of the fastest growing free streaming services in the MENA region. His brother, Frank, is Chairman and CEO of McCourt LP and McCourt Global, and well known to sports fans as the owner of Olympique De Marseille and former owner of the Los Angeles Dodgers.
David McCourt, Founder and CEO of Granahan McCourt Capital, said:
"Dugout represents an excellent opportunity to capitalize on two significant global trends. Firstly, the huge demand for great, original and highly-personalized content. Secondly, the soaring popularity of football in practically every market. Dugout has already done what many thought impossible by bringing the world's top clubs together in one shared enterprise. Now, we want to use this excellent foundation to grow a truly iconic company that inspires fans and brands the world over."
"Our collaboration with Dugout will also enhance the company's tech capabilities and enable it to grow its audience in strategically important markets. For example, the partnership between Dugout and ALTV will deliver exclusive access to original content for football fans across the Middle East and North Africa."
Elliot Richardson, Founder and Chairman of Dugout, said:
"We are delighted to have secured both the Series A funding round and strategic capital investment, led by Frank and David McCourt. Frank and David bring with them decades of commercial success, experience and entrepreneurial zeal - they are fantastic partners as we move into the next phase of our development as a business."
"We're thrilled with how popular the platform has proven so far with fans, as well as the brands and commercial partners we've brought into the fold. This investment keeps that momentum going and partnerships with innovators like ALTV and Alchemy Media both enhance our technology offering and open up key markets like the Middle East and North Africa, where we know our club partners have such huge support."
Dugout has recently announced a number of other strategic partnerships designed to support the business' objective of expanding its global presence. For example, in December Dugout launched a partnership with Major League Soccer (MLS) - boosting the brand's global profile and tapping into the growing popularity of football in North America. Today's announcement highlights the company's focus on MENA, although Dugout is expected to make further announcements in the coming weeks about other territories and partnerships.
This approach reflects Dugout's core belief in "localisation of content" - giving partners and brands detailed analytics that enable them to better understand audience behaviour and tastes in specific markets, in order to boost fan engagement and unlock potential.
The company has also signed deals with innovative tech companies like VEWD, SPOTX Rakuten/Viber and Amazon to reach more users and provide brands advertising on the platform with better engagement, cutting-edge user consumer targeting and detailed analytics.
Dugout was initially available in eight languages: English, German, Italian, French, Spanish, Catalan, Portuguese and Bahasa (Indonesian), with Arabic to be added in the coming months.
Akira Partners acted as Financial Advisors to Dugout on this transaction.
NOTES TO EDITORS
For further information and interview requests, please contact the Dugout Press Office: dugoutpressoffice@freuds.com , +44-203-003-6613
Source: Dugout
จีนประกาศปฏิญญาต้าหลี่ มุ่งขับเคลื่อนบริการต่อเครื่องข้ามสายการบิน พร้อมสร้างฮับการบินรูปแบบใหม่
ในการประชุม Yunnan Aviation & Tourism Conference ครั้งที่ 6 ณ เมืองต้าหลี่เมื่อวันที่ 26 เมษายนที่ผ่านมา คณะผู้แทนจากกลุ่มท่าอากาศยานและบริษัทผู้ให้บริการ OTA ของจีนรวมกันทั้งสิ้น 13 ราย ได้ร่วมกันประกาศปฏิญญาต้าหลี่ (Dali Declaration) ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจบริการต่อเครื่องข้ามสายการบิน ยกระดับคุณภาพบริการการบินพลเรือน และร่วมสร้างฮับการบินรูปแบบใหม่
ปฏิญญาต้าหลี่
1. พวกเรา ผู้บริหารจัดการท่าอากาศยานและบริษัทผู้ให้บริการ OTA ได้เข้าร่วมการประชุม Dali Forum เมื่อวันที่ 26 เมษายน ณ เมืองต้าหลี่ ซึ่งได้มีการหารือในเรื่องการสร้างฮับการบินรูปแบบใหม่ในอนาคต
2. เราเล็งเห็นว่า อุตสาหกรรมการขนส่งทางอากาศในยุคดุลยภาพใหม่ (New Normal) ยังคงเติบโตอย่างมั่นคง โดยปัจจัยชี้นำทางเศรษฐกิจแต่ละตัวล้วนปรากฏแนวโน้มที่แข็งแกร่ง
3. เราเล็งเห็นว่า วงการการบินในประเทศยังคงมีความต้องการแข็งแกร่ง ปริมาณงานของท่าอากาศยานยังคงเติบโตในระดับสูง ขณะที่การเดินทางทางอากาศได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากบุคคลทั่วไป
4. เราเล็งเห็นว่า ความไม่สมดุลระหว่างอุปสงค์กับอุปทานในอุตสาหกรรมการบินในประเทศได้ปรากฏให้เห็นชัดมากขึ้น โดยเราล้วนเผชิญกับความท้าทายในการสร้างสมดุลระหว่างความปลอดภัยกับความก้าวหน้า ความปลอดภัยกับผลประโยชน์ และความปลอดภัยกับการดำเนินการตามปกติ
5. เราเล็งเห็นว่า โครงการริเริ่มต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโครงการ "Sincere Service" และ "Building of Civil Aviation Service Quality System" ซึ่งดำเนินการโดยกรมการบินพลเรือนจีน (CAAC) มีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมการบิน สนับสนุนและส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ และนวัตกรรมงานบริการ พร้อมยกระดับความพึงพอใจและการได้ประโยชน์ของสาธารณชนในบริการด้านการบิน
6. เราเล็งเห็นว่า เมื่อประเมินจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันแล้ว ท่าอากาศยานในภูมิภาคต่าง ๆ มีความจำเป็นเร่งด่วนในการร่วมงานในหลาย ๆ ประเด็น ไม่ว่าจะเป็นบริการต่อเครื่องข้ามสายการบินและการแบ่งปันข้อมูล ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างฮับการบินรูปแบบใหม่ ทั้งยังนำไปสู่การสร้างกลุ่มท่าอากาศยานที่มีกรอบการดำเนินงานชัดเจน พร้อมด้วยเครือข่ายเส้นทางบินในประเทศที่สะดวกสบาย
7. เราเล็งเห็นว่า ระดับการพัฒนาของท่าอากาศยานในประเทศตามภูมิภาคต่าง ๆ ของจีนยังคงมีความแตกต่างกันมาก โดยท่าอากาศยานเหล่านี้มีความจำเป็นเร่งด่วนในการกระชับความร่วมมือให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เพื่อเดินหน้ายกระดับประสิทธิภาพในการดำเนินงานและความพึงพอใจของลูกค้า
8. เราเล็งเห็นว่า เมื่อท่าอากาศยานจีนมีการกำหนดมาตรฐานความร่วมมือในทิศทางเดียวกัน มีการร่วมงานกันเพื่อยกระดับคุณภาพบริการนักเดินทาง พร้อมเสริมสร้างประสบการณ์อันดีแก่นักเดินทางแล้ว แม้ท่าอากาศยานเหล่านี้มีทรัพยากรจำกัด แต่ก็จะสามารถเปิดโอกาสให้นักเดินทางเข้ารับบริการการบินพลเรือนได้ในจำนวนที่มากขึ้น แก้ไขจุดติดขัดในการเชื่อมต่อเที่ยวบินของสายการบินต่าง ๆ และปรับปรุงโหลดแฟกเตอร์ของสายการบิน
9. ปฏิญญาต้าหลี่จึงมีขึ้นในการประชุมครั้งนี้ โดยคณะผู้บริหารจัดการที่เข้าร่วมการประชุมได้ให้คำมั่นในการดำเนินการตามเป้าหมาย ดังนี้:
1 ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ยกระดับมาตรฐานงานบริการผู้โดยสารและสัมภาระภาคพื้น
1.1 เร่งสร้างจุดตรวจตราภาษีศุลกากรที่มีขั้นตอนการทำงานรวดเร็วตามท่าอากาศยานต่าง ๆ โดยมีแผนเปิดเคลียร์ภาษีด้วยบอร์ดดิ้งพาสภายในปี 2562 และเคลียร์ภาษีด้วยเอกสารภายในปี 2563
1.2 เสริมศักยภาพของท่าอากาศยานในการติดตามสัมภาระ อำนวยความสะดวกแก่สายการบินในการปฏิบัติตามข้อกำหนดของ IATA Resolution 753 ในปี 2561 และจัดตั้งระบบติดตามสถานะสัมภาระ
1.3 ยกระดับประสิทธิภาพของท่าอากาศยานในการขนย้ายสัมภาระ ควมคุมดูแลเวลาขนย้ายสัมภาระของผู้โดยสารต่อเครื่องให้เป็นไปตามข้อกำหนด MCT ของท่าอากาศยาน และทำให้มั่นใจว่าสัมภาระจะมาถึงเมื่อผู้โดยสารเดินทางถึงท่าอากาศยาน
2 ขับเคลื่อนการกำหนดมาตรฐานการต่อเครื่องข้ามสายการบิน (CAT)
2.1 ขับเคลื่อนการแบ่งปันข้อมูล CAT
2.2 รองรับขั้นตอนการเช็คอินทรู (through-check) สัมภาระ เมื่อผู้โดยสารต่อเครื่องข้ามสายการบิน
2.3 รองรับผู้โดยสารที่ต้องการต่อเครื่องข้ามสายการบิน ในการพิมพ์บอร์ดดิ้งพาสที่ท่าอากาศยานต้นทาง
2.4 ให้ความช่วยเหลือผู้โดยสารที่ต่อเครื่องข้ามสายการบินตลอดกระบวนการ
2.5 ร่นระยะเวลาต่อเครื่องบินขั้นต่ำ (MCT) ตามท่าอากาศยานต่าง ๆ
3 พัฒนางานบริการด้านการบินเสริมสร้างมูลค่าเพิ่ม
ทุกฝ่ายจะแบ่งปันข้อมูลและทำงานร่วมกัน ในการพัฒนางานบริการด้านการบินเสริมสร้างมูลค่าเพิ่ม พร้อมจัดตั้งเครือข่ายงานบริการด้านการบินเสริมสร้างมูลค่าเพิ่ม ตามขอบข่ายดังนี้:
4 แบ่งปันและเปิดการเข้าถึง
4.1 มุ่งมั่นให้กับการยกระดับคุณภาพงานบริการการบิน ส่งเสริมและควบคุมดูแลการใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ และนวัตกรรมงานบริการ พร้อมสนับสนุนการแบ่งปันทรัพยากรกับฝ่ายอื่น ๆ ในอุตสาหกรรม
4.2 มุ่งมั่นให้กับการยกระดับประสิทธิภาพในการใช้งานของท่าอากาศยานและการสร้างฮับระดับภูมิภาค เสริมสร้างการประสานงาน และสนับสนุนการเปิดการเข้าถึงร่วมกัน
รูปภาพ - https://photos.prnasia.com/prnh/20180426/2116090-1
ปฏิญญาต้าหลี่
1. พวกเรา ผู้บริหารจัดการท่าอากาศยานและบริษัทผู้ให้บริการ OTA ได้เข้าร่วมการประชุม Dali Forum เมื่อวันที่ 26 เมษายน ณ เมืองต้าหลี่ ซึ่งได้มีการหารือในเรื่องการสร้างฮับการบินรูปแบบใหม่ในอนาคต
2. เราเล็งเห็นว่า อุตสาหกรรมการขนส่งทางอากาศในยุคดุลยภาพใหม่ (New Normal) ยังคงเติบโตอย่างมั่นคง โดยปัจจัยชี้นำทางเศรษฐกิจแต่ละตัวล้วนปรากฏแนวโน้มที่แข็งแกร่ง
3. เราเล็งเห็นว่า วงการการบินในประเทศยังคงมีความต้องการแข็งแกร่ง ปริมาณงานของท่าอากาศยานยังคงเติบโตในระดับสูง ขณะที่การเดินทางทางอากาศได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากบุคคลทั่วไป
4. เราเล็งเห็นว่า ความไม่สมดุลระหว่างอุปสงค์กับอุปทานในอุตสาหกรรมการบินในประเทศได้ปรากฏให้เห็นชัดมากขึ้น โดยเราล้วนเผชิญกับความท้าทายในการสร้างสมดุลระหว่างความปลอดภัยกับความก้าวหน้า ความปลอดภัยกับผลประโยชน์ และความปลอดภัยกับการดำเนินการตามปกติ
5. เราเล็งเห็นว่า โครงการริเริ่มต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโครงการ "Sincere Service" และ "Building of Civil Aviation Service Quality System" ซึ่งดำเนินการโดยกรมการบินพลเรือนจีน (CAAC) มีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมการบิน สนับสนุนและส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ และนวัตกรรมงานบริการ พร้อมยกระดับความพึงพอใจและการได้ประโยชน์ของสาธารณชนในบริการด้านการบิน
6. เราเล็งเห็นว่า เมื่อประเมินจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันแล้ว ท่าอากาศยานในภูมิภาคต่าง ๆ มีความจำเป็นเร่งด่วนในการร่วมงานในหลาย ๆ ประเด็น ไม่ว่าจะเป็นบริการต่อเครื่องข้ามสายการบินและการแบ่งปันข้อมูล ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างฮับการบินรูปแบบใหม่ ทั้งยังนำไปสู่การสร้างกลุ่มท่าอากาศยานที่มีกรอบการดำเนินงานชัดเจน พร้อมด้วยเครือข่ายเส้นทางบินในประเทศที่สะดวกสบาย
7. เราเล็งเห็นว่า ระดับการพัฒนาของท่าอากาศยานในประเทศตามภูมิภาคต่าง ๆ ของจีนยังคงมีความแตกต่างกันมาก โดยท่าอากาศยานเหล่านี้มีความจำเป็นเร่งด่วนในการกระชับความร่วมมือให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เพื่อเดินหน้ายกระดับประสิทธิภาพในการดำเนินงานและความพึงพอใจของลูกค้า
8. เราเล็งเห็นว่า เมื่อท่าอากาศยานจีนมีการกำหนดมาตรฐานความร่วมมือในทิศทางเดียวกัน มีการร่วมงานกันเพื่อยกระดับคุณภาพบริการนักเดินทาง พร้อมเสริมสร้างประสบการณ์อันดีแก่นักเดินทางแล้ว แม้ท่าอากาศยานเหล่านี้มีทรัพยากรจำกัด แต่ก็จะสามารถเปิดโอกาสให้นักเดินทางเข้ารับบริการการบินพลเรือนได้ในจำนวนที่มากขึ้น แก้ไขจุดติดขัดในการเชื่อมต่อเที่ยวบินของสายการบินต่าง ๆ และปรับปรุงโหลดแฟกเตอร์ของสายการบิน
9. ปฏิญญาต้าหลี่จึงมีขึ้นในการประชุมครั้งนี้ โดยคณะผู้บริหารจัดการที่เข้าร่วมการประชุมได้ให้คำมั่นในการดำเนินการตามเป้าหมาย ดังนี้:
1 ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ยกระดับมาตรฐานงานบริการผู้โดยสารและสัมภาระภาคพื้น
1.1 เร่งสร้างจุดตรวจตราภาษีศุลกากรที่มีขั้นตอนการทำงานรวดเร็วตามท่าอากาศยานต่าง ๆ โดยมีแผนเปิดเคลียร์ภาษีด้วยบอร์ดดิ้งพาสภายในปี 2562 และเคลียร์ภาษีด้วยเอกสารภายในปี 2563
1.2 เสริมศักยภาพของท่าอากาศยานในการติดตามสัมภาระ อำนวยความสะดวกแก่สายการบินในการปฏิบัติตามข้อกำหนดของ IATA Resolution 753 ในปี 2561 และจัดตั้งระบบติดตามสถานะสัมภาระ
1.3 ยกระดับประสิทธิภาพของท่าอากาศยานในการขนย้ายสัมภาระ ควมคุมดูแลเวลาขนย้ายสัมภาระของผู้โดยสารต่อเครื่องให้เป็นไปตามข้อกำหนด MCT ของท่าอากาศยาน และทำให้มั่นใจว่าสัมภาระจะมาถึงเมื่อผู้โดยสารเดินทางถึงท่าอากาศยาน
2 ขับเคลื่อนการกำหนดมาตรฐานการต่อเครื่องข้ามสายการบิน (CAT)
2.1 ขับเคลื่อนการแบ่งปันข้อมูล CAT
2.2 รองรับขั้นตอนการเช็คอินทรู (through-check) สัมภาระ เมื่อผู้โดยสารต่อเครื่องข้ามสายการบิน
2.3 รองรับผู้โดยสารที่ต้องการต่อเครื่องข้ามสายการบิน ในการพิมพ์บอร์ดดิ้งพาสที่ท่าอากาศยานต้นทาง
2.4 ให้ความช่วยเหลือผู้โดยสารที่ต่อเครื่องข้ามสายการบินตลอดกระบวนการ
2.5 ร่นระยะเวลาต่อเครื่องบินขั้นต่ำ (MCT) ตามท่าอากาศยานต่าง ๆ
3 พัฒนางานบริการด้านการบินเสริมสร้างมูลค่าเพิ่ม
ทุกฝ่ายจะแบ่งปันข้อมูลและทำงานร่วมกัน ในการพัฒนางานบริการด้านการบินเสริมสร้างมูลค่าเพิ่ม พร้อมจัดตั้งเครือข่ายงานบริการด้านการบินเสริมสร้างมูลค่าเพิ่ม ตามขอบข่ายดังนี้:
4 แบ่งปันและเปิดการเข้าถึง
4.1 มุ่งมั่นให้กับการยกระดับคุณภาพงานบริการการบิน ส่งเสริมและควบคุมดูแลการใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ และนวัตกรรมงานบริการ พร้อมสนับสนุนการแบ่งปันทรัพยากรกับฝ่ายอื่น ๆ ในอุตสาหกรรม
4.2 มุ่งมั่นให้กับการยกระดับประสิทธิภาพในการใช้งานของท่าอากาศยานและการสร้างฮับระดับภูมิภาค เสริมสร้างการประสานงาน และสนับสนุนการเปิดการเข้าถึงร่วมกัน
รูปภาพ - https://photos.prnasia.com/prnh/20180426/2116090-1
ศึกลูกยางชายหาดเวิลด์ทัวร์ Langkawi Open ได้ 8 ทีมผ่านเข้าสู่รอบเมนดรอว์
- 32 ทีมลงขับเคี่ยวในการแข่งขันรอบคัดเลือกสุดสูสี
การแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอลชายหาดเวิลด์ทัวร์ของสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ หรือ FIVB Beach Volleyball World Tour รายการ Langkawi Open 2018 ซึ่งจัดโดยบริษัท E-Plus Global Sdn Bhd ได้เปิดฉากการแข่งขันวันแรกในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยเป็นการแข่งขันรอบคัดเลือกแบบแพ้คัดออก เพื่อหาทีมตบลูกยางชายหาดชายและหญิงที่ดีที่สุดประเภทละ 4 ทีมจากรอบนี้ เข้าไปแข่งขันกันต่อในรอบแบ่งกลุ่ม วันศุกร์นี้
สำหรับทีมวอลเลย์บอลชายหาดประเภทชาย 4 ทีม ที่คว้าชัยในรอบคัดเลือก และผ่านเข้าสู่รอบเมนดรอว์ ได้แก่ Max-Jonas Karpa/Milan Sievers (เยอรมนี), Paul Becker/Eric Stadie (เยอรมนี), Simon Fruhbauer/Jorg Wutzl (ออสเตรีย) และ Petr Bakhnar/Taras Myskiv (รัสเซีย)
โดยทีมแรกที่คว้าตั๋วใบแรกเข้าสู่รอบเมนดรอว์คือคู่ของ Karpa/Sievers จากเยอรมนี ซึ่งได้กล่าวหลังจบเกมว่า "เราชนะและผ่านเข้าสู่รอบเมนดรอว์ได้สำเร็จ หวังว่าวันพรุ่งนี้ เราจะเล่นได้ดีเหมือนที่ทำได้ในวันนี้ และดูว่าเราจะไปได้ไกลแค่ไหนในการแข่งขันที่เต็มไปด้วยทีมเก่ง ๆ"
อีกทีมที่ผ่านเข้ารอบคือสองหนุ่มรัสเซีย Bakhnar/Myskiv ซึ่งกล่าวว่า "เราแทบไม่อยากจะเชื่อ เพราะเกมนี้เป็นเกมที่โหดมาก เราดีใจที่ผ่านเข้าไปเล่นในรอบเมนดรอว์ได้สำเร็จ และเราขอขอบคุณทุกคนที่มาเชียร์เราในวันนี้"
ด้านทีมนักตบลูกยางชายหาดหญิงที่ผ่านเข้าสู่รอบเมนดรอว์ ประกอบด้วย Brittany Kendall/Stefanie Weller (ออสเตรเลีย), Katja Stam/Julia Wouters (เนเธอร์แลนด์), Marta Ozolina/Agnese Caica (ลัตเวีย) และ Chiyo Suzuki/Reika Murakami (ญีปุ่น)
สองนักวอลเลย์บอลสาวชาวดัตช์ Stam/Wouters เปิดใจหลังผ่านเข้ารอบว่า "มันยอดเยี่ยมมาก เพราะเราฝึกซ้อมกันมาอย่างหนักมาตลอดช่วงฤดูหนาว เพื่อการแข่งขันรายการนี้ และเมื่อเราทำได้ จึงเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมมาก" พวกเธอยังได้กล่าวถึงการแข่งขันในรอบต่อไปด้วยว่า "สำหรับเราแล้ว เราเพียงต้องการเล่นได้ตามแผนที่วางไว้และเล่นไปตามฟอร์ม และเราอาจจะสร้างความประหลาดใจก็เป็นได้"
"ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีมากสำหรับการแข่งขัน FIVB Beach Volleyball World Tour รายการ Langkawi Open 2018 เมื่อทั้ง 32 ทีมได้มาขับเคี่ยวชิงชัยกันในรอบคัดเลือกแบบแพ้คัดออก และเราสามารถมองเห็นแล้วว่า การแข่งขันจะสนุกตื่นเต้นแค่ไหนในอีกสามวันที่เหลือ ผมขอแสดงความยินดีกับทีมชายและหญิงทั้ง 8 ทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบเมนดรอว์ในวันพรุ่งนี้" Andrew Ching ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ E-Plus Global Sdn Bhd กล่าว
ทั้งนี้ การแข่งขันในวันศุกร์จะเป็นการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่ม 12 ทีมสุดท้าย เพื่อตัดสินหาผู้ชนะเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศในวันเสาร์
การแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอลชายหาดเวิลด์ทัวร์ของสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ หรือ FIVB Beach Volleyball World Tour รายการ Langkawi Open 2018 ซึ่งจัดโดยบริษัท E-Plus Global Sdn Bhd ได้เปิดฉากการแข่งขันวันแรกในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยเป็นการแข่งขันรอบคัดเลือกแบบแพ้คัดออก เพื่อหาทีมตบลูกยางชายหาดชายและหญิงที่ดีที่สุดประเภทละ 4 ทีมจากรอบนี้ เข้าไปแข่งขันกันต่อในรอบแบ่งกลุ่ม วันศุกร์นี้
สำหรับทีมวอลเลย์บอลชายหาดประเภทชาย 4 ทีม ที่คว้าชัยในรอบคัดเลือก และผ่านเข้าสู่รอบเมนดรอว์ ได้แก่ Max-Jonas Karpa/Milan Sievers (เยอรมนี), Paul Becker/Eric Stadie (เยอรมนี), Simon Fruhbauer/Jorg Wutzl (ออสเตรีย) และ Petr Bakhnar/Taras Myskiv (รัสเซีย)
โดยทีมแรกที่คว้าตั๋วใบแรกเข้าสู่รอบเมนดรอว์คือคู่ของ Karpa/Sievers จากเยอรมนี ซึ่งได้กล่าวหลังจบเกมว่า "เราชนะและผ่านเข้าสู่รอบเมนดรอว์ได้สำเร็จ หวังว่าวันพรุ่งนี้ เราจะเล่นได้ดีเหมือนที่ทำได้ในวันนี้ และดูว่าเราจะไปได้ไกลแค่ไหนในการแข่งขันที่เต็มไปด้วยทีมเก่ง ๆ"
อีกทีมที่ผ่านเข้ารอบคือสองหนุ่มรัสเซีย Bakhnar/Myskiv ซึ่งกล่าวว่า "เราแทบไม่อยากจะเชื่อ เพราะเกมนี้เป็นเกมที่โหดมาก เราดีใจที่ผ่านเข้าไปเล่นในรอบเมนดรอว์ได้สำเร็จ และเราขอขอบคุณทุกคนที่มาเชียร์เราในวันนี้"
ด้านทีมนักตบลูกยางชายหาดหญิงที่ผ่านเข้าสู่รอบเมนดรอว์ ประกอบด้วย Brittany Kendall/Stefanie Weller (ออสเตรเลีย), Katja Stam/Julia Wouters (เนเธอร์แลนด์), Marta Ozolina/Agnese Caica (ลัตเวีย) และ Chiyo Suzuki/Reika Murakami (ญีปุ่น)
สองนักวอลเลย์บอลสาวชาวดัตช์ Stam/Wouters เปิดใจหลังผ่านเข้ารอบว่า "มันยอดเยี่ยมมาก เพราะเราฝึกซ้อมกันมาอย่างหนักมาตลอดช่วงฤดูหนาว เพื่อการแข่งขันรายการนี้ และเมื่อเราทำได้ จึงเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมมาก" พวกเธอยังได้กล่าวถึงการแข่งขันในรอบต่อไปด้วยว่า "สำหรับเราแล้ว เราเพียงต้องการเล่นได้ตามแผนที่วางไว้และเล่นไปตามฟอร์ม และเราอาจจะสร้างความประหลาดใจก็เป็นได้"
"ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีมากสำหรับการแข่งขัน FIVB Beach Volleyball World Tour รายการ Langkawi Open 2018 เมื่อทั้ง 32 ทีมได้มาขับเคี่ยวชิงชัยกันในรอบคัดเลือกแบบแพ้คัดออก และเราสามารถมองเห็นแล้วว่า การแข่งขันจะสนุกตื่นเต้นแค่ไหนในอีกสามวันที่เหลือ ผมขอแสดงความยินดีกับทีมชายและหญิงทั้ง 8 ทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบเมนดรอว์ในวันพรุ่งนี้" Andrew Ching ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ E-Plus Global Sdn Bhd กล่าว
ทั้งนี้ การแข่งขันในวันศุกร์จะเป็นการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่ม 12 ทีมสุดท้าย เพื่อตัดสินหาผู้ชนะเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศในวันเสาร์
นวัตกรรมทางเลือกใหม่ทดแทนยาปฏิชีวนะของ Micreos คว้ารางวัลจากการประกวด Ideas from Europe
Micreos บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพจากเนเธอร์แลนด์ เปิดเผยว่า นวัตกรรมทางเลือกใหม่ทดแทนยาปฏิชีวนะที่บริษัทพัฒนาขึ้น ได้รับรางวัลนวัตกรรมที่แก้ปัญหาตรงจุดที่สุดในยุโรป ในรอบสุดท้ายของการประกวด Ideas from Europe ของสหภาพยุโรป ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมนวัตกรรมที่ยั่งยืนซึ่งสามารถจัดการกับความท้าทายทั่วโลก การประกาศรางวัลครั้งนี้จัดขึ้นที่ Hall of Knights โดยมีผู้กำหนดนโยบายและสาธารณชนจำนวนมากร่วมเป็นสักขีพยาน
(รูปภาพ: https://mma.prnewswire.com/media/682961/Ideas_from_Europe_Finalists.jpg )
12 ผู้เข้ารอบสุดท้ายได้นำเสนอนวัตกรรมเพื่อจัดการกับความท้าทายที่โลกกำลังเผชิญ ทั้งปัญหาสุขภาพ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การอพยพย้ายถิ่น การกลั่นแกล้ง อาหารเหลือทิ้ง การสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตชนิดต่างๆ ไปจนถึงพลังงานหมุนเวียน จากนั้นสาธารณชนและผู้กำหนดนโยบายได้ทำการคัดเลือกนวัตกรรมที่โดนใจที่สุด โดยมี Mrs. Elsbieta Bienkowska สมาชิกคณะกรรมาธิการยุโรปฝ่ายตลาดภายใน อุตสาหกรรม ผู้ประกอบการ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และ Mrs. Mona Keijzer รัฐมนตรีกิจการเศรษฐกิจและนโยบายสภาพภูมิอากาศ ร่วมตัดสินด้วย
เทคโนโลยี endolysin ของ Micreos เป็นนวัตกรรมแรกที่สามารถฆ่าเฉพาะแบคทีเรียที่ไม่ต้องการ จึงไม่ต้องกังวลว่าจะมีการดื้อยาปฏิชีวนะ และไม่ทำอันตรายต่อแบคทีเรียที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ จึงช่วยรักษาความหลากหลายของจุลินทรีย์ในร่างกายคนเรา ต่างจากยาปฏิชีวนะที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งอาจทำลายแบคทีเรียที่มีประโยชน์ด้วย
Mark Offerhaus ซีอีโอของ Micreos กล่าวว่า "การดื้อยาปฏิชีวนะเป็นปัญหาใหญ่ของโลก จนถึงตอนนี้ เราสามารถช่วยผู้ป่วยกว่า 50,000 คนที่ทุกข์ทรมานจากโรคผิวหนังอักเสบ อย่างสิว โรคเรื้อนกวาง และโรคโรซาเชีย รวมถึงการติดเชื้อที่แผลอันเป็นผลมาจากแบคทีเรีย Staphylococcus aureus ซึ่งรวมถึงเชื้อดื้อยา MRSA แต่ที่จริงแล้วเราสามารถช่วยผู้ป่วยได้เป็นล้านๆคน ดังนั้น ทั้งตัวผู้ป่วยเองและผู้กำหนดนโยบายต้องลงมือทำในสิ่งที่ทำได้ เราไม่ควรเสียเวลารออีกแล้ว"
รับชมการนำเสนอผลงานในรอบสุดท้ายโดย Mark Offerhaus ซีอีโอของ Micreos ได้ที่ https://youtu.be/J2gGTZ6Fcrs
Ideas from Europe
Ideas from Europe คือการประกวดระดับภูมิภาคยุโรปที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมการพัฒนาไอเดียต่างๆ เพื่อจัดการกับความท้าทายทางสังคม แนวคิดเบื้องหลังการประกวดคือ การมีส่วนร่วมของสาธารณชนสามารถขับเคลื่อนนวัตกรรมที่ยิ่งใหญ่ได้ ( http://www.ideasfrom.eu )
เกี่ยวกับ Micreos
Micreos ( http://www.micreos.com ) คือผู้นำด้านการพัฒนาเทคโนโลยี endolysin และ phage ที่สามารถฆ่าเฉพาะแบคทีเรียที่ไม่ต้องการ บริษัทมีศูนย์วิจัยและโรงงานผลิต endolysins ในหมู่บ้านบิลโทเฟน (บริษัท Micreos Human Health) และโรงงานผลิต phage ในเมืองวาเกนินเกน (บริษัท Micreos Food Safety) นอกจากนั้นยังร่วมงานกับบริษัท ETH Zurich รวมถึงศูนย์การแพทย์และเทคโนโลยีหลายแห่ง เช่น Erasmus MC (Rotterdam), Public Health Lab Kennemerland และ Dutch Burn Centres (Beverwijk) เป็นต้น ทั้งนี้ บริษัท Micreos Human Health เป็นเจ้าของแบรนด์ Gladskin ( http://www.gladskin.com )
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Dirk de Meester: +31-6-46048503 - d.demeester@micreos.com
ที่มา: Micreos
(รูปภาพ: https://mma.prnewswire.com/media/682961/Ideas_from_Europe_Finalists.jpg )
12 ผู้เข้ารอบสุดท้ายได้นำเสนอนวัตกรรมเพื่อจัดการกับความท้าทายที่โลกกำลังเผชิญ ทั้งปัญหาสุขภาพ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การอพยพย้ายถิ่น การกลั่นแกล้ง อาหารเหลือทิ้ง การสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตชนิดต่างๆ ไปจนถึงพลังงานหมุนเวียน จากนั้นสาธารณชนและผู้กำหนดนโยบายได้ทำการคัดเลือกนวัตกรรมที่โดนใจที่สุด โดยมี Mrs. Elsbieta Bienkowska สมาชิกคณะกรรมาธิการยุโรปฝ่ายตลาดภายใน อุตสาหกรรม ผู้ประกอบการ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และ Mrs. Mona Keijzer รัฐมนตรีกิจการเศรษฐกิจและนโยบายสภาพภูมิอากาศ ร่วมตัดสินด้วย
เทคโนโลยี endolysin ของ Micreos เป็นนวัตกรรมแรกที่สามารถฆ่าเฉพาะแบคทีเรียที่ไม่ต้องการ จึงไม่ต้องกังวลว่าจะมีการดื้อยาปฏิชีวนะ และไม่ทำอันตรายต่อแบคทีเรียที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ จึงช่วยรักษาความหลากหลายของจุลินทรีย์ในร่างกายคนเรา ต่างจากยาปฏิชีวนะที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งอาจทำลายแบคทีเรียที่มีประโยชน์ด้วย
Mark Offerhaus ซีอีโอของ Micreos กล่าวว่า "การดื้อยาปฏิชีวนะเป็นปัญหาใหญ่ของโลก จนถึงตอนนี้ เราสามารถช่วยผู้ป่วยกว่า 50,000 คนที่ทุกข์ทรมานจากโรคผิวหนังอักเสบ อย่างสิว โรคเรื้อนกวาง และโรคโรซาเชีย รวมถึงการติดเชื้อที่แผลอันเป็นผลมาจากแบคทีเรีย Staphylococcus aureus ซึ่งรวมถึงเชื้อดื้อยา MRSA แต่ที่จริงแล้วเราสามารถช่วยผู้ป่วยได้เป็นล้านๆคน ดังนั้น ทั้งตัวผู้ป่วยเองและผู้กำหนดนโยบายต้องลงมือทำในสิ่งที่ทำได้ เราไม่ควรเสียเวลารออีกแล้ว"
รับชมการนำเสนอผลงานในรอบสุดท้ายโดย Mark Offerhaus ซีอีโอของ Micreos ได้ที่ https://youtu.be/J2gGTZ6Fcrs
Ideas from Europe
Ideas from Europe คือการประกวดระดับภูมิภาคยุโรปที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมการพัฒนาไอเดียต่างๆ เพื่อจัดการกับความท้าทายทางสังคม แนวคิดเบื้องหลังการประกวดคือ การมีส่วนร่วมของสาธารณชนสามารถขับเคลื่อนนวัตกรรมที่ยิ่งใหญ่ได้ ( http://www.ideasfrom.eu )
เกี่ยวกับ Micreos
Micreos ( http://www.micreos.com ) คือผู้นำด้านการพัฒนาเทคโนโลยี endolysin และ phage ที่สามารถฆ่าเฉพาะแบคทีเรียที่ไม่ต้องการ บริษัทมีศูนย์วิจัยและโรงงานผลิต endolysins ในหมู่บ้านบิลโทเฟน (บริษัท Micreos Human Health) และโรงงานผลิต phage ในเมืองวาเกนินเกน (บริษัท Micreos Food Safety) นอกจากนั้นยังร่วมงานกับบริษัท ETH Zurich รวมถึงศูนย์การแพทย์และเทคโนโลยีหลายแห่ง เช่น Erasmus MC (Rotterdam), Public Health Lab Kennemerland และ Dutch Burn Centres (Beverwijk) เป็นต้น ทั้งนี้ บริษัท Micreos Human Health เป็นเจ้าของแบรนด์ Gladskin ( http://www.gladskin.com )
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Dirk de Meester: +31-6-46048503 - d.demeester@micreos.com
ที่มา: Micreos
Dutch Biotech Micreos 'Alternative to Antibiotics' Wins Ideas From Europe Finals
In the iconic Hall of Knights, packed with public and policymakers, Dutch biotech Micreos 'sustainable alternative to antibiotics' was chosen as Europe's most relevant innovation, at the finals of the EU's Ideas from Europe competition. Ideas from Europe is a European initiative that facilitates sustainable innovations aimed at addressing global challenges.
(Photo: https://mma.prnewswire.com/media/682961/Ideas_from_Europe_Finalists.jpg )
In the presence of Mrs. Elsbieta Bienkowska, European Commissioner Internal Market, Industry, Entrepeneurship and SMEs, and Mrs. Mona Keijzer, State Secretary Economic Affairs & Climate Policy, 12 finalists pitched their inspiring innovations to tackle global challenges, such as healthcare challenges, climate change, immigration, bullying, food waste, extinction of species and renewable energy. Public and policymakers at the Knights Hall then chose their most impactful innovation.
With Micreos' endolysin technology, for the first time it is possible to kill only the unwanted bacteria, regardless of antibiotic resistance. Contrary to existing antibiotics it leaves the beneficial bacteria - essential for our health - intact, preserving the microbiome.
Micreos CEO Mark Offerhaus: "Antibiotic-resistance is an enormous global problem. We've already been able to help over 50.000 people suffering from inflammatory skin diseases such as eczema, acne and rosacea, and wound infections caused by the Staphylococcus aureus bacteria, including the resistant MRSA, but millions can and should benefit. Patients and policymakers need to take their responsibility. There is no need to wait and there is no time to lose."
Watch Finals pitch by Micreos CEO Mark Offerhaus: https://youtu.be/J2gGTZ6Fcrs
Ideas from Europe
Ideas from Europe is a European platform aimed at promoting the development of ideas for society's major challenges. The concept behind Ideas from Europe is that the involvement of the public at large can propel relevant breakthrough innovation ( http://www.ideasfrom.eu ).
About Micreos
Micreos ( http://www.micreos.com ) develops endolysin- and phage technology that enables targeted killing of only unwanted bacteria. The company is considered the leader in this exciting new field. Micreos runs its own production and R&D centre for endolysins in Bilthoven (Human Health) and for phages ( food safety) in Wageningen. The company works together with ETH Zurich and numerous medical and technology centres, including Erasmus MC (Rotterdam), Public Health Lab Kennemerland, the Dutch Burn Centres (Beverwijk) and many others. Gladskin is a Micreos Human Health brand ( http://www.gladskin.com ).
For further information: Dirk de Meester: +31-6-46048503 - d.demeester@micreos.com
Source: Micreos
(Photo: https://mma.prnewswire.com/media/682961/Ideas_from_Europe_Finalists.jpg )
In the presence of Mrs. Elsbieta Bienkowska, European Commissioner Internal Market, Industry, Entrepeneurship and SMEs, and Mrs. Mona Keijzer, State Secretary Economic Affairs & Climate Policy, 12 finalists pitched their inspiring innovations to tackle global challenges, such as healthcare challenges, climate change, immigration, bullying, food waste, extinction of species and renewable energy. Public and policymakers at the Knights Hall then chose their most impactful innovation.
With Micreos' endolysin technology, for the first time it is possible to kill only the unwanted bacteria, regardless of antibiotic resistance. Contrary to existing antibiotics it leaves the beneficial bacteria - essential for our health - intact, preserving the microbiome.
Micreos CEO Mark Offerhaus: "Antibiotic-resistance is an enormous global problem. We've already been able to help over 50.000 people suffering from inflammatory skin diseases such as eczema, acne and rosacea, and wound infections caused by the Staphylococcus aureus bacteria, including the resistant MRSA, but millions can and should benefit. Patients and policymakers need to take their responsibility. There is no need to wait and there is no time to lose."
Watch Finals pitch by Micreos CEO Mark Offerhaus: https://youtu.be/J2gGTZ6Fcrs
Ideas from Europe
Ideas from Europe is a European platform aimed at promoting the development of ideas for society's major challenges. The concept behind Ideas from Europe is that the involvement of the public at large can propel relevant breakthrough innovation ( http://www.ideasfrom.eu ).
About Micreos
Micreos ( http://www.micreos.com ) develops endolysin- and phage technology that enables targeted killing of only unwanted bacteria. The company is considered the leader in this exciting new field. Micreos runs its own production and R&D centre for endolysins in Bilthoven (Human Health) and for phages ( food safety) in Wageningen. The company works together with ETH Zurich and numerous medical and technology centres, including Erasmus MC (Rotterdam), Public Health Lab Kennemerland, the Dutch Burn Centres (Beverwijk) and many others. Gladskin is a Micreos Human Health brand ( http://www.gladskin.com ).
For further information: Dirk de Meester: +31-6-46048503 - d.demeester@micreos.com
Source: Micreos
Subscribe to:
Posts (Atom)






