Monday, August 3, 2020

MEET TAIWAN จัดการแข่งขัน 2020 Asia Super Team: Reach for the Stars ชิงรางวัลแพ็คเกจท่องเที่ยวไต้หวันมูลค่า 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ

Asia Super Team การแข่งขันทีมบิวดิ้งผสานกิจกรรมการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัลประจำปี ภายใต้โครงการ MEET TAIWAN กลับมาอีกครั้งในปี 2020 กับธีมใหม่ "Reach for the Stars" ขอเชิญบริษัทจากญี่ปุ่น เวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ไทย และฟิลิปปินส์ จัดทีมซึ่งประกอบด้วยสมาชิก 4 คน เพื่อสมัครเข้าร่วมการแข่งขัน โดยมีรางวัลแพ็คเกจท่องเที่ยวไต้หวันมูลค่า 50,000 ดอลลาร์สหรัฐเป็นเดิมพัน



สมัครเข้าร่วมการแข่งขันได้ทางออนไลน์ ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 13 กันยายน 2020 พร้อมร่วมตอบคำถามออนไลน์ และลุ้นรับรางวัลเป็นตั๋วเครื่องบินไปกลับไต้หวัน ง่าย ๆ เพียงเข้าไปที่หน้าเว็บ asiasuperteam.meettaiwan.com เพื่อตอบคำถามสนุก ๆ และกรอกใบสมัคร ทั้งนี้ การแข่งขันจะปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด ดังนั้นทุกทีมที่เข้าร่วมกิจกรรมจึงสามารถสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวในไต้หวันได้อย่างปลอดภัย ไร้กังวล

2020 Asia Super Team: Reach for the Stars

ช่วงที่ 1 : ลงทะเบียนออนไลน์ 7 ก.ค. - 13 ก.ย.

ร่วมตอบคำถาม Reach for the Stars ทางออนไลน์ เพื่อค้นหาดาวนำโชคของคุณ และคว้าโอกาสเป็นผู้ชนะรางวัลตั๋วเครื่องบินไปกลับไต้หวัน สมัครเข้าร่วมการแข่งขันเป็นทีม ทีมละ 4 คน คุณและเพื่อนร่วมทีมอาจเป็นผู้โชคดีได้รับเชิญเข้าสู่ช่วงที่ 2 ของการแข่งขัน Asia Super Team ในฐานะตัวแทนประเทศและบริษัทของคุณ

ช่วงที่ 2: การแข่งขันเชิงประสบการณ์ในเดือนต.ค. ชิงรางวัลชนะเลิศมูลค่า 50 ,000 ดอลลาร์สหรัฐ

ในวันที่ 30 กันยายน จะมีการประกาศรายชื่อทีมจาก 8 ประเทศที่ผ่านการคัดเลือกเข้าสู่การแข่งขันเพื่อเก็บเกี่ยวกับประสบการณ์ในไต้หวันในช่วงที่ 2 ทีมที่ประกอบด้วยสมาชิก 4 คนในฐานะตัวแทนของบริษัทที่ได้รับเชิญ จะเข้าร่วมการแข่งขันในเดือนตุลาคม การแข่งขันรายการนี้เป็นการผสมผสานกิจกรรมทีมบิวดิ้งเข้ากับการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล ซึ่งผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะพบกับความประหลาดใจตลอดรายการ สำหรับทีมที่ชนะจะได้รับรางวัลเป็นแพ็คเกจท่องเที่ยวไต้หวันมูลค่า 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแข่งขัน Asia Super Team ได้ที่เว็บไซต์ทางการ asiasuperteam.meettaiwan.com.

US$50K Package Up for Grabs at MEET TAIWAN's 2020 Asia Super Team: Reach for the Stars Incentive Travel Competition

MEET TAIWAN's annual Asia Super Team incentive travel competition is back! The 2020 competition will be centered around a new theme--Reach for the Stars--inviting enterprise teams of four from Japan, Vietnam, Indonesia, Malaysia, South Korea, Singapore, Thailand, and the Philippines. A US$50,000 incentive travel package to Taiwan is at stake.

Sign up online now until September 13, 2020. Participate in the online quiz for a chance to win a roundtrip ticket to Taiwan! Simply head to the webpage to take a fun quiz and fill out a sign-up form: asiasuperteam.meettaiwan.com. The competition will follow epidemic protocols, so teams can experience Taiwan incentive travel in a stress-free and safe environment.

2020 Asia Super Team: Reach for the Stars

Stage 1: 7/31-9/13 Online registration

Participate in the Reach for the Stars online quiz to find your lucky star and a chance to win a free roundtrip flight to Taiwan. Sign up with a team of four colleagues and possibly be invited to stage 2 of the Asia Super Team competition, representing your country and company.

Stage 2: October experiential competition for US$50K first prize

On September 30, the teams from eight countries selected for the stage 2 experimental competition will be announced. Invited enterprises represented by a team of four colleagues will participate in the October competition. With a combination of incentive travel in Taiwan and team building, the event will be full of surprises. The final champion team will win an incentive travel package to Taiwan for their company valued at US$50,000.

For more information about the Asia Super Team competition, visit the official website at asiasuperteam.meettaiwan.com.

Photo - https://photos.prnasia.com/prnh/20200701/2846364-1

Caption: 2020 Asia Super Team: Reach for the Stars Incentive Travel Competition

สถานีโทรทัศน์ CGTN เผยเหตุผลที่ทำให้กองทัพจีนได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากประชาชน

จีนประสบกับภัยพิบัติรุนแรงถึงสองครั้งในปีนี้ ได้แก่ การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และอุทกภัยตามแนวลุ่มแม่น้ำแยงซีครั้งรุนแรงที่สุดในรอบกว่า 20 ปี ซึ่งในสถานการณ์เช่นนี้ กองทัพจีนมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการบรรเทาภัยพิบัติ

กองทัพจีน หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือกองทัพปลดแอกประชาชนจีน มีความผูกพันธ์อย่างลึกซึ้งกับประชาชนชาวจีนนับตั้งแต่ถือกำเนิดขึ้นเมื่อ 93 ปีที่แล้ว

“กองทัพปลดแอกประชาชนจีนต้องเป็นส่วนหนึ่งของประชาชน ทำงานรับใช้ประชาชน มีความผูกพันใกล้ชิดกับประชาชน และร่วมทุกข์ร่วมสุขกับประชาชน” นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน กล่าวสุนทรพจน์ในพิธีฉลองครบรอบ 90 ปีการก่อตั้งกองทัพปลดแอกประชาชนจีน เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2560

“กองทัพปลดแอกประชาชนจีนบุกตะลุยไปทุกที่ที่มีศัตรูและมีอันตราย” ผู้นำจีนเน้นย้ำ

นั่นคือสิ่งที่กองทัพจีนทำในปีนี้ ด้วยการยืนหยัดเคียงข้างพลเรือนใน “สงครามของประชาชน” เพื่อต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และอุทกภัย

“ไม่เคยถอย”

หลังจากที่ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เริ่มแพร่ระบาดจากเมืองอู่ฮั่น ซึ่งเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดในจีน กองทัพจีนก็ได้ส่งแพทย์ทหารราว 4,000 นายไปยังโรงพยาบาล 3 แห่งในพื้นที่ แพทย์ทหารเหล่านี้รักษาผู้ป่วยกว่า 7,000 คน และช่วยชีวิตผู้ป่วยจำนวนมากตลอดเดือนมกราคม-เมษายน

“กองทัพปลดแอกประชาชนจีนปฏิญาณว่าจะไม่ยอมถอย เราจะรักษาความสงบสุขและปกป้องสุขภาพของประชาชน” หม่า หลิง แพทย์ทหารผู้ปฏิบัติงานในห้อง ICU ของโรงพยาบาลหั่วเสินซานในเมืองอู่ฮั่น กล่าว

หลังจากปฏิบัติภารกิจสำเร็จลุล่วง บรรดาทหารต่างได้รับการยกย่องจากนายสี จิ้นผิง ผู้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนและประธานคณะกรรมาธิการทหารกลาง โดยเขากล่าวว่า โรคระบาดคือ “สงครามและบททดสอบ” ความสามารถของกองทัพ ซึ่งกองทัพก็สามารถเอาชนะสงครามด้วยความศรัทธา ศักยภาพด้านการวิจัยและวิทยาศาสตร์ขั้นสูง และความเสียสละอย่างยิ่งยวด

ปกป้องประชาชน

ในช่วงฤดูร้อน ทหารจากกองทัพปลดแอกประชาชนจีนหลายพันนายได้เริ่มปฏิบัติภารกิจใหม่เพื่อต่อสู้กับอีกหนึ่งศัตรูอันตราย นั่นคืออุทกภัยในหลายมณฑลตามแนวลุ่มแม่น้ำแยงซี โดยฝนที่ตกหนักต่อเนื่องส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำแยงซีและทะเลสาบเพิ่มสูงขึ้นใกล้เคียงกับระดับเมื่อครั้งเกิดมหาอุทกภัยในปี 2541

ประธานาธิบดีสิ จิ้นผิง เรียกร้องให้กองทัพปลดแอกประชาชนจีนและกองกำลังตำรวจติดอาวุธแห่งประชาชนจีนมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในปฏิบัติการช่วยเหลือและบรรเทาภัย

“เราคือกองทัพของประชาชน เพราะฉะนั้นเราต้องต่อสู้ในด่านหน้า” เสี่ยว ซ่วย เจ้าหน้าที่จากกองกำลังตำรวจติดอาวุธแห่งประชาชนจีนในมณฑลเสฉวนทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน กล่าว

จาง หงปิง เจ้าหน้าที่รัฐในมณฑลอันฮุยทางภาคตะวันออกของจีน ได้กล่าวยกย่องเหล่าทหารและเจ้าหน้าที่ผู้อุทิศตนต่อสู้กับอุทกภัยว่าเป็น “กองทัพของประชาชนอย่างแท้จริง”

“เมื่อกองทัพมาถึง ประชาชนก็รู้สึกปลอดภัยและอุ่นใจ” เขากล่าว

ในขณะที่จีนพยายามสร้างกองกำลังติดอาวุธที่แข็งแกร่ง ประธานาธิบดีจีนได้เรียกร้องให้ยึดมั่นในหลักปฏิบัติขั้นพื้นฐานของกองทัพปลดแอกประชาชนจีน นั่นคือ “การทำงานรับใช้ประชาชนด้วยหัวใจและจิตวิญญาณ”

เขากล่าวย้ำว่า กองทัพปลดแอกประชาชนจีนต้องร่วมทุกข์ร่วมสุขกับประชาชน และเป็นกองทัพที่ได้รับ “ความไว้วางใจ การสนับสนุน และความรักจากประชาชน”

วิดีโอ - https://cdn5.prnasia.com/202008/CGTN/video.mp4

/แก้ไข -- Infineon/ >> Infineon ขอแนะนำโซลูชั่นนับคนเข้าออกด้วยเรดาร์ แม่นยำ ไม่ระบุตัวตน ไร้สัมผัส ตอบโจทย์การใช้งานสำหรับอาคารสาธารณะ บริษัทและห้างร้าน"

ในข่าวประชาสัมพันธ์ "Infineon ขอแนะนำโซลูชั่นนับคนเข้าออกด้วยเรดาร์ แม่นยำ ไม่ระบุตัวตน ไร้สัมผัส ตอบโจทย์การใช้งานสำหรับอาคารสาธารณะ บริษัทและห้างร้าน" ซึ่ง Infineon เป็นผู้ออกข่าวเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2563 ผ่านทางพีอาร์นิวส์ไวร์ ทางบริษัทขอแก้ไขข้อมูลเรื่องขนาดของบอร์ดเรดาร์แบบแยกส่วนที่ระบุถึงในย่อหน้าแรกเป็น 20 มม. x 15 มม. จากเดิม 250 มม. x 150 มม. สำหรับข่าวที่ได้รับการแก้ไขแล้ว เป็นดังนี้



Infineon ขอแนะนำโซลูชั่นนับคนเข้าออกด้วยเรดาร์ แม่นยำ ไม่ระบุตัวตน ไร้สัมผัส ตอบโจทย์การใช้งานสำหรับอาคารสาธารณะ บริษัทและห้างร้าน

ข้อปฏิบัติในช่วงโรคระบาดของรัฐบาลทั่วโลกได้ทำให้เกิดความต้องการโซลูชั่นที่จะช่วยในการรักษาระยะห่างทางสังคมในพื้นที่อาคารสาธารณะอย่างเร่งด่วนเพื่อลดการแพร่กระจายของโรคโควิด-19 ซึ่งภายในเวลาสามเดือน บริษัท Infineon Technologies AG (FSE: IFX / OTCQX: IFNNY) ได้พัฒนาโซลูชั่นที่สามารถนับจำนวนคนเข้าและออกจากอาคารหรือห้องต่าง ๆ เพื่อช่วยในการรักษาระยะห่างทางสังคม โซลูชั่นนับคนเข้าออกอัจฉริยะนี้ใช้บอร์ดเรดาร์แบบแยกส่วนขนาดเล็ก (20 มม. x 15 มม.) ซึ่งนับจำนวนคนได้อย่างแม่นยำโดยไม่ระบุตัวตน ด้วยการใช้เซนเซอร์เรดาร์ความถี่ 60 GHz และซอฟต์แวร์เบ็ดเสร็จ นอกจากนี้ยังมีระบบไฟจราจรที่ระบุว่าอนุญาตให้ผ่านประตูเข้าไปได้หรือไม่

"เราตั้งเป้าไว้ว่าจะต้องเร่งสร้างโซลูชั่นที่มีประสิทธิภาพในการช่วยให้เราทุกคนสามารถสัญจรไปมาได้อย่างปลอดภัยในพื้นที่สาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นในสำนักงาน สนามบิน หรือร้านอาหาร ตามข้อปฏิบัติที่เรียกว่าวิถีปกติใหม่" Andreas Urschitz ประธานฝ่ายระบบไฟฟ้าและเซนเซอร์ บริษัท Infineon Technologies กล่าว "โซลูชั่นนับคนเข้าออกอัจฉริยะของเราเป็นระบบปิด ซึ่งในแง่นึงสามารถช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการแออัด และอีกแง่นึงจะช่วยให้ธุรกิจต่าง ๆ ดำเนินงานต่อไปได้ และที่สำคัญที่สุดคือมีความปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ในด้านข้อมูลส่วนบุคคลเนื่องจากใช้เทคโนโลยีเรดาร์ซึ่งนับจำนวนคนโดยไม่ระบุตัวตน"

ทั้งนี้ คาดว่าจะมีความต้องการโซลูชั่นลักษณะนี้สูงถึง 90 ล้านหน่วยทั่วโลก โซลูชั่นนับคนเข้าออกอัจฉริยะของ Infineon ซึ่งใช้เซนเซอร์เรดาร์ XENSIV(TM) ความถี่ 60 GHz ทำงานโดยไม่ต้องมีการสัมผัสและสามารถติดตั้งได้อย่างง่ายดายที่ด้านข้างหรือเพดานของทางเข้าหรือทางออก โดยสามารถใช้ได้ในอาคารทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่สาธารณะ ร้านค้าปลีก ร้านอาหาร โรงเรียน หรือพื้นที่ในบริษัท อย่างเช่น โรงอาหาร และ สำนักงาน เป็นต้น นอกจากนี้ Infineon ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาโซลูชั่นรุ่นต่อไปซึ่งจะมีฟีเจอร์อื่น ๆ เพิ่มเติม

การวางจำหน่าย

โซลูชั่นนับคนเข้าออกอัจฉริยะ (KIT BGT60TR13C EMBEDD) พร้อมซอฟต์แวร์เบ็ดเสร็จ วางจำหน่ายแล้ววันนี้เพื่อการประเมินผล สำหรับรุ่นต่อไปจะวางจำหน่ายในเดือนกันยายน 2563 ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.infineon.com/smart-entrance

Hotel Elcient Osaka เตรียมเปิดให้บริการในย่านโซเนะซากิของโอซาก้า ฤดูร้อน 2020

Hotel Elcient Osaka จะเปิดให้บริการในวันที่ 1 สิงหาคม 2020 ณ ย่านโซเนะซากิ เมืองโอซาก้า แขกผู้เข้าพักสามารถเดินทางตรงจากสนามบินนานาชาติคันไซ (KIX) มายังสถานี JR Osaka ซึ่งอยู่ในระยะที่เดินได้ นอกจากนี้ ยังสามารถเดินทางไปเมืองเกียวโต นารา โกเบ และวากายามะได้สะดวก นับว่าโรงแรมตั้งอยู่ในทำเลที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเยี่ยมชมสถานที่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของ UNESCO และสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ อีกทั้งย่านโซเนะซากิยังมีชื่อเสียงในฐานะ "เมืองแห่งอาหาร" ที่คึกคัก และเป็นสัญลักษณ์ของโอซาก้าที่นักชิมอาหารท้องถิ่นต่างพากันมาเยือน



ทั้งนี้ มีสถานที่ท่องเที่ยวและสถานบันเทิงหลากหลายให้ผู้มาเยือนได้เพลิดเพลินกับการผสมผสานที่สมบูรณ์แบบระหว่างวัฒนธรรมป๊อปสมัยใหม่กับจิตวิญญาณแห่งยุคโบราณ ผ่านประสบการณ์การรับชมศิลปะการแสดงแบบดั้งเดิม เช่น ละครหุ่นเชิด นิงเกียวโจรุริ (Ningyo Joruri) ศิลปะการพูด ราคุโกะ (Rakugo) ละครคาบูกิ (Kabuki) และละครโน (Noh)

เมื่อเดินทางออกจากโรงแรม นักท่องเที่ยวจะได้พบกับศาลเจ้าทสึยุเทน จินจะ (Tsuyu no Tenjinjya) หรือศาลเจ้าโอฮัทสึ เทนจิน (Ohatsutenjin) ซึ่งมีชื่อเสียงอย่างมากและมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,300 ปี ศาลเจ้าทสึยุเทน จินจะ เป็นที่มาของบทละครเรื่อง โซเนะซากิ ชินจู (“Sonezaki Shinju”) หรือการฆ่าตัวตายของคู่รักแห่งโซเนะซากิ ซึ่งเป็นตัวแทนเรื่องราวความรักอันบริสุทธ์ (เรื่องจริง) ที่มีมาตั้งแต่สมัยเอโดะ ขณะเดียวกัน แขกผู้มาเยือนยังสามารถฟื้นฟูร่างกายและจิตใจที่ศาลเจ้าแห่งนี้

ทุกประสบการณ์ที่นี่จะตอบสนองอารมณ์ความรู้สึก และทำให้แขกผู้เข้าพักรู้สึกสนุกสนาน เพลิดเพลิน จนต้องการมากขึ้นเรื่อย ๆ

Kazuya Shintani ผู้จัดการทั่วไปของ Hotel Elcient Osaka กล่าวว่า “เราขอขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ชุมชนท้องถิ่น และรัฐบาลทุกแห่งที่เผชิญกับความท้าทายอันยากลำบากในการรับมือกับโควิด-19 ตลอดจนทำงานอยู่แนวหน้าเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด เราจะไม่สามารถเปิดให้บริการ Hotel Elcient Osaka ได้หากไม่มีพวกเขาเหล่านี้ เราจะยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์โควิด-19 และดำเนินการตามขั้นตอนที่เหมาะสม เรามีมาตรการป้องกันล่วงหน้าเพื่อรับรองความปลอดภัยต่อสุขภาพสำหรับแขกผู้เข้าพัก”

เกี่ยวกับ Hotel Elcient

Hotel Elcient ตั้งอยู่ในเมืองเกียวโต และ Hotel Elcient Osaka ซึ่งมีกำหนดเปิดให้บริการในย่านโซเนะซากิ เป็นโรงแรมแห่งที่สองภายใต้แบรนด์ Elcient ด้วยแนวคิด “สำรวจความงดงามตามแบบฉบับของท้องถิ่นกับ ELCIENT” โรงแรม Hotel Elcient จึงต้อนรับและให้บริการเพื่อช่วยให้แขกผู้เข้าพักได้รับประสบการณ์และหลงรักความสวยงามของ “โซเนะซากิ” Hotel Elcient Kyoto มีห้องพักแขกสไตล์ญี่ปุ่นจำนวน 562 ห้อง ขณะที่ Hotel Elcient Osaka โดดเด่นด้วยห้องพักที่ทันสมัย ตกแต่งด้วยสีเอิร์ธโทน จำนวน 253 ห้อง โรงแรมทั้งสองแห่งมีอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่พร้อมซาวน่า โดย Hotel Elcient อยู่ในระยะที่สามารถเดินได้จากสถานีหลัก ๆ จึงนับเป็นทำเลที่สมบูรณ์แบบสำหรับทั้งการพักผ่อนและธุรกิจ

Hotel Elcient Osaka/Kyoto: https://www.elcient.com/en/

วิดีโอโปรโมตโรงแรม (YouTube): https://bit.ly/39ip0M8

ที่มา: Hotel Elcient Osaka

JA Solar Supplies Modules for Malaysia's First Bifacial-Plus-Trackers Project

JA Solar recently announced that it supplied 43.8MW bifacial double-glass modules for the Malaysia's first solar project that combines bifacial double-glass modules with trackers. The project is expected to generate 74 million kWh of electricity per year once entering operation.

Invested by Halpro Engineering, a joint venture between a German developer, EPC Greencells Group and their local partner Majulia, the project belongs to Malaysia's second round Large-Scale Solar (LSS) program. Combining high-efficiency bifacial cell technology with strong double-glass structure, the bifacial double-glass module has the power of generating electricity from its backside, with power rating can reach more than 70% of that of the front side. The module is capable to effectively improve the returns of investments by enhancing its power generation capacity, low irradiation performance and PID resist performance, even under harsh circumstances (such as desert, seaside, etc.) and extreme weather conditions (including high temperature, high humidity, etc.). Combining the high-efficiency module with the trackers, the project is expected to get even higher energy yield and more returns for the investor.

Jin Baofang, Chairman of the Board of Directors and CEO of JA Solar, said, "Having established a manufacturing base in Malaysia in 2015 and supplied modules for several large-scale projects in the local market, JA Solar has been actively increasing its presence in promoting new technologies to help local customers reduce LCOE and raise customers' returns. In the future, JA Solar will continue to promote the application of advanced technologies to push the development of the photovoltaic market in Malaysia and all other Southeast Asia countries."

Cision เผยรายงานเชิงลึกด้านข่าวประชาสัมพันธ์ มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการส่งและกระจายข่าว

ฮ่องกง--3 ส.ค.--พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Cision ประกาศเปิดตัวรายงาน The State of the Press Release รายงานฉบับใหม่ที่เปิดโอกาสให้บุคลากรสายงานประชาสัมพันธ์ได้รับทราบแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดในการเขียนข่าวประชาสัมพันธ์ รวมถึงข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับผลกระทบของโรคโควิด-19 โดย Cision ได้วิเคราะห์ข้อมูลจากข่าวประชาสัมพันธ์กว่า 100,000 ชิ้นในสหรัฐที่กระจายผ่านเครือข่ายของ PR Newswire ในระหว่างเดือนมิถุนายน 2562 - พฤษภาคม 2563


สามารถดาวน์โหลดรายงานฉบับเต็มได้ที่ https://misc.prnasia.com/atd/custeventreg.php?event_id=503

รายงานฉบับนี้เป็นฉบับต่อจากรายงาน 2020 State of the Media ของ Cision ซึ่งเพิ่งเผยแพร่เมื่อเดือนเมษายน โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับวิธีที่เหล่าผู้เชี่ยวชาญด้านข่าวประชาสัมพันธ์สามารถปฏิบัติงานร่วมกับเหล่าสื่อมวลชนได้ดียิ่งขึ้น

“รายงาน The State of the Press Release เปรียบเสมือนผลงานชิ้นสำคัญที่ Cision สามารถมอบให้แก่เหล่าผู้เชี่ยวชาญด้านข่าวประชาสัมพันธ์ในสิ่งแวดล้อมใหม่ที่เรากำลังปรับตัวนี้” Lucie Vietti-Curtis ผู้อำนวยการฝ่ายเนื้อหาและการสื่อสารของ Cision กล่าว “บทบาทของข่าวประชาสัมพันธ์มีความสำคัญขึ้นเรื่อย ๆ ในภูมิทัศน์ปัจจุบัน เพราะธุรกิจต่าง ๆ กำลังมองหาช่องทางที่น่าเชื่อถือเพื่อกระจายข้อมูลสำคัญ การวัดประสิทธิภาพของข่าวประชาสัมพันธ์ยังกลายเป็นส่วนสำคัญสำหรับลูกค้าของเรา เนื่องจากสิ่งเหล่านั้นจะช่วยให้เห็นกลยุทธ์สื่อโดยรวมของพวกเขาในท้ายสุด และทำให้พวกเขาปฏิบัติงานได้ดียิ่งขึ้น”

The State of the Press Release มีหัวข้อเกี่ยวกับแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดครอบคลุมหลายแง่มุม ดังนี้

- ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเผยแพร่ข่าว
- วิธีเพิ่มปฏิสัมพันธ์
- การติดตามผู้รับสาร
- นักลงทุนสัมพันธ์
- เกณฑ์วัดข่าวประชาสัมพันธ์

ข้อค้นพบเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงต่อวงการข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นจากโควิด-19 ประกอบด้วย

- 48% ของข่าวประชาสัมพันธ์ที่เผยแพร่โดย PR Newswire ในช่วงมีนาคม – พฤษภาคม 2563 มีการกล่าวถึงโควิด-19
- เมื่อเทียบกับปี 2562 จำนวนข่าวประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวลดลงถึง 36% ขณะที่ด้านการควบคุมโรคติดต่อเพิ่มขึ้นถึง 3,140%
- ข่าวประชาสัมพันธ์ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรเพิ่มขึ้น 54% และความปลอดภัยสาธารณะเพิ่มขึ้น 66%

ผลการศึกษาในรายงาน State of the Press Release ของ Cision มาจากข้อมูลที่เก็บจากหลายแหล่ง ไม่ว่าจะเป็น Google Analytics, Visibility Reports และซอฟต์แวร์ประมวลข่าวประชาสัมพันธ์อันเป็นกรรมสิทธิ์ของ Cision

อ่านรายงาน 2020 State of the Press Release ฉบับเต็มได้ที่ https://misc.prnasia.com/atd/custeventreg.php?event_id=503

Cision ยังเตรียมจัดสัมมนาออนไลน์เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับรายงาน State of the Press Release เพิ่มเติมในวันที่ 12 สิงหาคม โดยศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและลงทะเบียนได้ที่ https://www.cision.com/us/resources/webinars-events/state-of-the-press-release-2020-webinar/

เกี่ยวกับ Cision

Cision คือผู้จัดหาซอฟต์แวร์และบริการประเภท Earned Media ชั้นนำระดับโลกสำหรับนักการตลาดและนักประชาสัมพันธ์ ซอฟต์แวร์ของ Cision ช่วยให้ผู้ใช้สามารถระบุตัวตนอินฟลูเอนเซอร์ที่สำคัญ รวมถึงรังสรรค์และเผยแพร่คอนเทนต์เชิงกลยุทธ์ ตลอดจนวัดประเมินผลลัพธ์ได้อย่างมีนัยสำคัญ Cision มีพนักงานกว่า 4,800 คน และมีสำนักงานกระจายอยู่ใน 24 ประเทศ ทั่วภูมิภาคอเมริกา, EMEA และ APAC หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการที่ชนะรางวัลรวมถึง Cision Communications Cloud(R) สามารถเยี่ยมชมได้ที่ www.cision.com และกดติดตาม Cision ได้บนทวิตเตอร์ @Cision และเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบอาชีพพีอาร์และสื่อสารในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ Cision ได้รวบรวมทรัพยากรพีอาร์เกี่ยวกับโควิด-19 ให้ฟรี โดยดูได้ที่ https://www.cision.com/us/resources/tip-sheets/covid-19-resources/

รูปภาพ - https://photos.prnasia.com/prnh/20200731/2873109-1-a
คำบรรยายภาพ - รายงาน 2020 State of the Press Release

รูปภาพ - https://photos.prnasia.com/prnh/20200731/2873109-1-b
คำบรรยายภาพ - จำนวนข่าวประชาสัมพันธ์ที่ถูกส่ง

รูปภาพ - https://photos.prnasia.com/prnh/20200731/2873109-1-c
คำบรรยายภาพ - จำนวนการกดอ่านจากข้อความและรูปภาพโดยเฉลี่ย

โลโก้ - https://photos.prnasia.com/prnh/20180117/2034361-1LOGO