Wednesday, May 5, 2021

Occlutech คัดเลือกสมาชิกใหม่เข้าร่วมคณะกรรมการบริษัท

 - Occlutech Holding AG บริษัทเครื่องมือแพทย์และผู้นำระดับโลกด้านอุปกรณ์แก้ไขความผิดปกติของโครงสร้างหัวใจแบบเกิดแผลเพียงเล็กน้อย ประกาศคัดเลือกสมาชิกใหม่ 4 คนเข้าร่วมคณะกรรมการบริษัท

Occlutech Holding AG ประกาศว่า Marianne Dicander Alexandersson, Mette-Marie Harild, Helena Levander และ Michel Lussier ได้รับการคัดเลือกเป็นสมาชิกคณะกรรมการบริษัท Occlutech โดยคุณ Marianne Dicander Alexandersson จะได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริษัท Occlutech ในการประชุมสามัญประจำปี ในวันที่ 18 มิถุนายน 2564 

"เรารู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับ Marianne, Mette-Marie, Helena และ Michel สู่คณะกรรมการบริษัท Occlutech โดยประสบการณ์ในอุตสาหกรรมและประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการของทุกคนจะมีคุณค่าอย่างยิ่งต่อ Occlutech ในขณะที่เราเดินหน้าผลักดันการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชั้นนำระดับโลก เพิ่มพูนรายได้ และขยายตลาดของเรา" Sabine Bois ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท Occlutech กล่าว

ขณะเดียวกัน Tor Peters และ Urs Christen ได้รับเลือกเป็นสมาชิกคณะกรรมการบริษัทอีกครั้ง

Marianne Dicander Alexandersson ได้รับเลือกเป็นสมาชิกคณะกรรมการบริษัท และได้รับการเสนอชื่อเป็นประธาน

Marianne Dicander Alexandersson เป็นชาวสวีเดนและผู้ประกอบวิชาชีพด้านการบริหาร ปัจจุบัน เธอดำรงตำแหน่งประธานบริษัท Saminvest AB และ Sahlgrenska Science Park AB รวมทั้งเป็นสมาชิกคณะกรรมการบริษัท Linc AB และ Promore Pharma AB นอกจากนั้นยังเป็นสมาชิกคณะกรรมการที่ปรึกษาของ TLV (หน่วยงานผลประโยชน์ด้านทันตกรรมและเภสัชกรรม)

Mette-Marie Harild ได้รับเลือกเป็นสมาชิกคณะกรรมการบริษัท

Mette-Marie Harild เป็นชาวเดนมาร์กและผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ โดยทำงานในอุตสาหกรรมยา/การแพทย์ มานานกว่า 30 ปี ก่อนหน้านี้ เธอทำงานฝ่ายขายและการตลาดกับบริษัท Rhone Poulenc และ Janssen Pharma นอกจากนั้นยังดำรงตำแหน่งรองประธานประจำภูมิภาคของบริษัท Medtronic A/S โดยปฏิบัติงานในหลายภูมิภาคมานาน 13 ปี

Helena Levander ได้รับเลือกเป็นสมาชิกคณะกรรมการบริษัท

Helena Levander เป็นชาวสวีเดนและผู้ประกอบวิชาชีพด้านการบริหาร โดยสั่งสมประสบการณ์นาน 20 ปีในภาคธนาคารและการเงิน รวมทั้งในด้านบรรษัทภิบาลและงานบริหารในสวีเดนและนอร์เวย์ เธอเป็นสมาชิกคณะกรรมการบริษัทหลายแห่ง ได้แก่ Stendorren Fastigheter, Rejlers, Concordia Maritime, Lannebo Fonder และ Factoringgruppen

Michel Lussier ได้รับเลือกเป็นสมาชิกคณะกรรมการบริษัท

Michel Lussier เป็นชาวแคนาดาผู้มีประสบการณ์ในการทำธุรกิจและลงทุนขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องในแวดวงเทคโนโลยีการแพทย์และเซลล์บำบัด เขาดำรงตำแหน่งประธานบริษัท Celyad Oncology SA, iSTAR Medical SA และ Gabi Smartcare SA โดยก่อนหน้านี้เคยทำงานกับบริษัท Medtronic Inc นาน 15 ปี และบริษัท Volcano Corp นาน 10 ปี ในตำแหน่งประธานกลุ่มบริษัท    

เกี่ยวกับ  Occlutech 

Occlutech คือผู้นำระดับโลกด้านอุปกรณ์แก้ไขความผิดปกติของโครงสร้างหัวใจแบบเกิดแผลเพียงเล็กน้อย โดยบริษัทพัฒนา ผลิต และจำหน่ายอุปกรณ์แก้ไขความผิดปกติของโครงสร้างหัวใจและอุปกรณ์ปิดรูรั่วผนังหัวใจห้องบนเพื่อยกระดับการรักษาผู้ป่วย Occlutech จำหน่ายผลิตภัณฑ์กว่า 127,000 รายการ เพื่อแก้ไขความบกพร่องแต่กำเนิด รวมถึงป้องกันโรคหลอดเลือดสมองและภาวะหัวใจล้มเหลว Occlutech ทำการตลาดและจำหน่ายอุปกรณ์แก้ไขความผิดปกติของโครงสร้างหัวใจและอุปกรณ์ปิดรูรั่วผนังหัวใจห้องบนให้แก่โรงพยาบาลและคลินิกในกว่า 80 ประเทศ ผ่านการขายตรงและเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายทั่วโลก Occlutech มีฐานการผลิตรวมถึงศูนย์วิจัยและพัฒนาในเมืองเยนา ประเทศเยอรมนี และเมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี โดยมีศูนย์กลางกระจายสินค้าและให้บริการลูกค้าอยู่ที่เมืองเฮลซิงบอร์ก ประเทศสวีเดน  


ติดต่อ

Sabine Bois

ซีอีโอบริษัท Occlutech Group 

โทร: +49 160 90792130 

อีเมล: sabine.bois@occlutech.com

Sentinel Diagnostics Launches Two New Serological Tests To Quickly Assess The Immunoresponse To SARS-CoV-2

 To quickly assess the immune response to SARS-CoV-2 of patients and entire communities, Sentinel Diagnostics - an Italian company focused for more than 35 years on the development and production of In Vitro Diagnostics for the most advanced Clinical Chemistry, Immunochemistry and Molecular Diagnostics platforms - announces the launch of two new serological tests for the detection of total antibodies (IgA, IgG and IgM) to SARS-CoV-2 specific proteins in human serum: COVID-19 Anti-S1 Total Ab and COVID-19 Anti-NC Total Ab.

The application of these tests would help to identify those individuals who have correctly developed antibodies after infection and/or vaccination, supporting the understanding of the degree of diffusion of COVID-19 in the community and the results of the efforts made by countries for vaccination campaigns. "The spread of the SARS-CoV-2 pandemic and the current ongoing vaccination campaigns have raised the need for quick evaluation of the immunological status of individuals and communities to understand what measures to adopt in order to avoid spreading of infection, but also to monitor the immune response after vaccination," explains Marco Buonaguidi, Head of Sales and Marketing. "We have developed ournew quick solution that supports the continuous monitoring of epidemic to ensure public health decisions delivering fast results."

Both COVID-19 Anti-S1 Total Ab and COVID-19 Anti-NC Total Ab assays are In Vitro Diagnostic tests, for quantitative and qualitative analysis with immunoturbimetric method, designed to process hundreds of results in 1 hour and thousands in a single day when used on our Sentinel SENTIFIT(R)270 Analyzer or other automated analytical platforms. The first kit detects the total antibodies against the Spike RBD S1 protein, while the second detects the antibodies against Nucleocapsid (NC) protein.

The new Sentinel Diagnostics assays provide the first results in about 10 minutes. The use of Sentinel COVID-19 Anti-S1 Total Ab and COVID-19 Anti-NC Total Ab would help distinguish vaccinated individuals from naturally infected ones. The tests can be performed together on the same serum sample or separately to better fit with laboratory needs.

For more information, visit www.sentineldiagnostics.com.

Logo - https://mma.prnewswire.com/media/1502740/Sentinel_Diagnostics_Logo.jpg

Sentinel Diagnostics เปิดตัวชุดทดสอบเซรุ่ม 2 รุ่นใหม่ รองรับการประเมินการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันต่อไวรัส SARS-CoV-2 อย่างรวดเร็ว

 เพื่อให้ประเมินการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันต่อไวรัส SARS-CoV- 2 ได้อย่างรวดเร็วในกลุ่มผู้ป่วยและชุมชนต่าง ๆ Sentinel Diagnostics บริษัทสัญชาติอิตาลีที่ทุ่มเทเวลากว่า 35 ปีในการพัฒนาและผลิตเครื่องมือแพทย์สำหรับการวินิจฉัยภายนอกร่างกาย (In Vitro Diagnostics) สำหรับแพลตฟอร์มขั้นสูงในสายงานเคมีคลินิก อิมมูโนเคมี และการตรวจวิเคราะห์ทางโมเลกุล ขอประกาศเปิดตัวชุดทดสอบเซรุ่ม 2 รุ่นใหม่ สำหรับการตรวจจับแอนติบอดีโดยรวม (IgA, IgG และ IgM) ต่อโปรตีนที่พบเฉพาะในไวรัส SARS-CoV-2 ในเซรุ่มมนุษย์ ได้แก่รุ่น COVID-19 Anti-S1 Total Ab และ COVID-19 Anti-NC Total Ab

ชุดทดสอบเหล่านี้ช่วยให้ทราบได้ว่า บุคคลใดมีแอนติบอดีที่ก่อตัวขึ้นได้อย่างถูกต้องหลังติดเชื้อและ/หรือได้รับวัคซีนแล้ว เพื่อช่วยให้เข้าใจระดับการแพร่กระจายของโรคโควิด-19 ในชุมชนได้ดียิ่งขึ้น ทั้งยังแสดงให้เห็นผลลัพธ์จากความพยายามของประเทศต่าง ๆ ในการฉีดวัคซีนให้ประชาชนด้วย "การแพร่ระบาดของไวรัส SARS-CoV-2 และโครงการฉีดวัคซีนที่กำลังดำเนินอยู่ในประเทศต่าง ๆ ได้ก่อให้เกิดความจำเป็นในการประเมินสถานะทางภูมิคุ้มกันของบุคคลและชุมชนอย่างรวดเร็ว เพื่อให้เข้าใจว่าควรใช้มาตรการใดต่อไปเพื่อเลี่ยงการแพร่เชื้อ รวมถึงการตรวจสอบการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันหลังฉีดวัคซีนด้วย" Marco Buonaguidi หัวหน้าฝ่ายขายและการตลาด กล่าว "เราได้พัฒนาโซลูชันใหม่แบบรวดเร็วนี้ขึ้น เพื่อรองรับการตรวจสอบติดตามการแพร่ระบาด ให้มั่นใจได้ว่าการตัดสินใจทางสาธารณสุขจะมอบผลลัพธ์ที่เห็นได้อย่างรวดเร็ว"

ชุดตรวจ COVID-19 Anti-S1 Total Ab และ COVID-19 Anti-NC Total Ab เป็นเครื่องมือวินิจฉัยแบบ In Vitro ทั้งคู่ สำหรับใช้วิเคราะห์เชิงคุณภาพและปริมาณด้วยวิธี immunoturbimetric ออกแบบมาให้ประมวลผลได้หลายร้อยผลลัพธ์ในเวลา 1 ชั่วโมง และได้หลายพันผลลัพธ์ภายในวันเดียว เมื่อใช้กับแพลตฟอร์มของเราอย่าง Sentinel SENTIFIT(R)270 Analyzer หรือแพลตฟอร์มวิเคราะห์อัตโนมัติรุ่นอื่น ๆ โดยชุดตรวจตัวแรกทำหน้าที่ตรวจจับแอนติบอดีสำหรับโปรตีน Spike RBD S1 ขณะที่ชุดตรวจตัวที่สองทำหน้าที่ตรวจจับแอนติบอดีสำหรับโปรตีน Nucleocapsid (NC)

ชุดตรวจรุ่นใหม่จาก Sentinel Diagnostics ให้ผลลัพธ์แรกได้ในเวลาประมาณ 10 นาที ชุดตรวจ Sentinel COVID-19 Anti-S1 Total Ab และ COVID-19 Anti-NC Total Ab จะช่วยจำแนกความแตกต่างระหว่างผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนกับผู้ที่ติดเชื้อตามธรรมชาติ ชุดตรวจทั้งสองทำงานร่วมกันโดยใช้ตัวอย่างเซรุ่มเดียวหรือใช้งานแยกกันก็ได้ตามความจำเป็นในการใช้งานในห้องปฏิบัติการ

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.sentineldiagnostics.com

โลโก้ - https://mma.prnewswire.com/media/1502740/Sentinel_Diagnostics_Logo.jpg

New members elected to Occlutech Board of Directors

 Medical device company Occlutech Holding AG, one of the world?s leading providers of minimally invasive structural heart disease devices, announces the election of four new members to the board

Occlutech Holding AG ("Occlutech") today announces that Marianne Dicander Alexandersson, Mette-Marie Harild, Helena Levander, and Michel Lussier have been elected as members of the Board of Directors of Occlutech. Marianne Dicander Alexandersson will be nominated as the Chair of the Board of Directors of Occlutech at the Annual General Meeting on 18 June 2021.

"We are delighted to welcome Marianne, Mette-Marie, Helena, and Michel to Occlutech's board. Their collective management and industry experience will be of utmost value to Occlutech as we continue on our exciting journey to drive the development of world leading products, grow revenue and expand further geographically," said Sabine Bois, Chief Executive Officer of Occlutech.

Tor Peters and Urs Christen have been re-elected as board members.

Marianne Dicander Alexandersson nominated as chair and elected to the Board of Directors

Marianne Dicander Alexandersson is a Swedish national and a board professional. She is currently Chair of Saminvest AB and Sahlgrenska Science Park AB and board member of Linc AB and Promore Pharma AB. She is also a member of the advisory council for TLV (The dental and pharmaceutical benefits agency).

Mette-Marie Harild elected to the Board of Directors

Mette-Marie Harild is a Danish national and a medical device industry veteran who has worked in the pharma/medical industry for more than thirty years. She has previously held sales and marketing positions at Rhone Poulenc and Janssen Pharma. She has also served as the Regional Vice President Medtronic A/S in different regions for 13 years.

Helena Levander elected to the Board of Directors

Helena Levander is a Swedish national and a board professional with 20 years of experience from the banking and finance sectors as well as from corporate governance and board work in Sweden and Norway. She is a member of the board of Stendoerren Fastigheter, Rejlers, Concordia Maritime, Lannebo Fonder, and Factoringgruppen.

Michel Lussier elected to the Board of Directors

Michel Lussier is a Canadian citizen and seasoned Med-tech and Cell Therapy serial entrepreneur. He serves as Chairman of Celyad Oncology SA, iSTAR Medical SA, and Gabi Smartcare SA, and has previously spent 15 years at Medtronic Inc and 10 years at Volcano Corp, where he served as Group President.

About Occlutech

Occlutech is a leading provider of minimally invasive structural heart disease devices. Occlutech develops, manufactures, and commercializes structural heart and interatrial shunt products to improve the treatment of patients. Occlutech has a broad and proven portfolio, with more than 127,000 products sold, addressing congenital defects, stroke prevention and heart failure. Occlutech markets and sells its structural heart and interatrial shunt products to hospitals and clinics in over 80 countries through its direct sales organization and international network of distribution partners. Occlutech maintains manufacturing and R&D facilities in Jena, Germany and Istanbul, Turkey, with a global supply and customer support hub located in Helsingborg, Sweden.


Contact:

Sabine Bois

CEO Occlutech Group 

+49 160 90792130 

sabine.bois@occlutech.com


มูลนิธิ UAE Water Aid ขยายเวลารับสมัครผู้เข้าร่วมชิงรางวัล Mohammed bin Rashid Al Maktoum Global Water Award ครั้งที่ 3 ถึงสิ้นเดือนพ.ค. นี้

 มูลนิธิ UAE Water Aid Foundation (Suqia) ได้ขยายเวลารับสมัครผู้เข้าร่วมชิงรางวัล Mohammed bin Rashid Al Maktoum Global Water Award ครั้งที่ 3 ไปจนถึงปลายเดือนพฤษภาคม 2564 โดยมีรางวัลรวมกันถึง 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมกันได้อย่างเต็มที่ พร้อมดึงดูดบริษัท ศูนย์วิจัยและพัฒนา สถาบันวิจัย ผู้คิดค้นนวัตกรรม และคนรุ่นใหม่จากทั่วโลก ให้เข้ามานำเสนอเทคโนโลยีสุดล้ำของตน และร่วมเฟ้นหาแนวทางใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ แก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำอย่างยั่งยืน

HE Saeed Mohammed Al Tayer ประธานคณะกรรมการจัดการมูลนิธิ Suqia UAE กล่าวว่า "เมื่อประเมินจากปัญหาท้าทายทั่วโลกอันเป็นผลจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แล้ว เราได้ตัดสินใจขยายเวลารับสมัครออกไป เพื่อให้ผู้ที่ต้องการเข้าร่วมมีโอกาสสมัครกันได้อย่างเต็มที่ พร้อมร่วมสนับสนุนเทคโนโลยีที่ทันสมัยและยั่งยืนเพื่อมอบน้ำดื่มที่ปลอดภัยแก่ผู้ที่เดือดร้อน ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตาม"

รางวัล Mohammed bin Rashid Al Maktoum Global Water Award ครั้งที่ 3 ได้ขยายขอบข่ายให้ครอบคลุมเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่มีส่วนสร้าง กระจาย จัดเก็บ ตรวจสอบ แยกเกลือออกจากน้ำทะเล และทำให้น้ำบริสุทธิ์โดยใช้พลังงานหมุนเวียน ทั้งยังได้เพิ่มรางวัลสาขาใหม่อย่าง Innovative Crisis Solutions Award จากเดิมที่มี 3 สาขาด้วยกัน ได้แก่ Innovative Projects Award, Innovative R&D Award และ Innovative Individual Award

ขอเชิญชวนบริษัท ศูนย์วิจัย สถาบันวิจัยและพัฒนา ผู้คิดค้นนวัตกรรม และเยาวชนจากทั่วโลก ที่ได้พัฒนาเทคโนโลยีล้ำสมัยที่มีศักยภาพจัดการกับปัญหาขาดแคลนน้ำ ร่วมสมัครเข้าชิงรางวัลครั้งที่ 3 นี้ภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2564 โดยสมัครได้ผ่านเว็บไซต์ https://www.suqia.ae/ar/awards

วิดีโอ: https://mma.prnewswire.com/media/1494452/UAE_Water_Aid_Suqia_UAE_Video.mp4

รูปภาพ: https://mma.prnewswire.com/media/1494428/UAE_Water_Aid_Suqia_UAE.jpg

โลโก้: https://mma.prnewswire.com/media/1083707/UAE_Water_Aid_Foundation_Suqia_Logo.jpg


UAE Water Aid extends application deadline for 3rd Mohammed bin Rashid Al Maktoum Global Water Award to end of May

 The UAE Water Aid Foundation (Suqia) has extended the application deadline for the 3rd Mohammed bin Rashid Al Maktoum Global Water Award, with prizes totalling USD 1 million, to the end of May 2021. This extension will give a better opportunity for participants to complete their applications, as well as attract companies, R&D centres, research institutes, innovators and young people from around the world to promote their innovative technologies and contribute to finding sustainable and innovative solutions to water scarcity.

"In light of the global challenges posed by the COVID-19 pandemic, we decided to extend the deadline for accepting applications, so that all those wishing to participate have the opportunity to complete their registration, and contribute to providing innovative and sustainable technologies to provide safe drinking water to those in need, wherever they are," said HE Saeed Mohammed Al Tayer, Chairman of the Board of Trustees of Suqia UAE.

The 3rd cycle of the Mohammed bin Rashid Al Maktoum Global Water Award expanded its scope to include new technologies that produce, distribute, store, monitor, desalinate and purify water using renewable energy, in addition to adding the Innovative Crisis Solutions Award to the three previous award categories: The Innovative Projects Award, the Innovative R&D Award, and the Innovative Individual Award.

Companies, research centres, R&D institutes, innovators and youth from all over the world, who have developed innovative technologies capable of addressing the challenge of water scarcity, are encouraged to register for the 3rd Award by 31 May 2021. Applicants must register via the website: https://www.suqia.ae/ar/awards

Video: https://mma.prnewswire.com/media/1494452/UAE_Water_Aid_Suqia_UAE_Video.mp4

Photo: https://mma.prnewswire.com/media/1494428/UAE_Water_Aid_Suqia_UAE.jpg

Logo: https://mma.prnewswire.com/media/1083707/UAE_Water_Aid_Foundation_Suqia_Logo.jpg


ตึกเอ็มไพร์สเตทเตรียมฉลองครบรอบ 90 ปี

พบกับทัวร์สำรวจประวัติศาสตร์ตึกเอ็มไพร์สเตท ของสมนาคุณ และกิจกรรมเฉลิมฉลองตลอดปี


ตึกเอ็มไพร์สเตท อาคารที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก เตรียมฉลองครบรอบ 90 ปี ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2564


"ตึกเอ็มไพร์สเตทคือแลนด์มาร์กระดับโลกและสัญลักษณ์แห่งความฝัน ซึ่งทำลายสถิติและนำเทรนด์ตลอด 90 ปีที่ผ่านมา" แอนโทนี อี มัลกิน ประธาน ประธานกรรมการ และซีอีโอของบริษัท เอ็มไพร์ สเตท เรียลตี้ ทรัสต์ กล่าว "วันนี้ ตึกเอ็มไพร์สเตทได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัยเพื่อต้อนรับศตวรรษที่ 21 โดยเป็นผู้นำโลกด้านการประหยัดพลังงาน คุณภาพสิ่งแวดล้อมในอาคาร และแนวทางปฏิบัติด้านสุขภาพในอาคาร"


"นับตั้งแต่เราเปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อ 90 ปีที่แล้ว หอชมวิวตึกเอ็มไพร์สเตทก็กลายเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องมาเยือน" ฌอง-อีฟ กาซี ประธานของหอชมวิวตึกเอ็มไพร์สเตท กล่าว "เราต้อนรับทุกคนตั้งแต่ราชินีแห่งอังกฤษไปจนถึงราชินีแห่งคริสต์มาส (มารายห์ แครี) และผู้มาเยือนคนสำคัญที่สุดก็คือแขกทุกคนจากทั่วโลกที่มาเยือนหอชมวิวโฉมใหม่มูลค่า 165 ล้านดอลลาร์ หลังจากมหานครนิวยอร์กกลับมาเปิดอีกครั้งในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ เราหวังว่าแฟน ๆ ทั้งใกล้และไกลจะสามารถเดินทางอย่างปลอดภัยเพื่อมาร่วมฉลองวาระครบรอบอันสำคัญนี้"


นำเสนอสิ่งใหม่ให้แก่ผู้มาเยือน


ในวาระฉลองครบรอบ 90 ปี ตึกเอ็มไพร์สเตทจะนำเสนอสิ่งใหม่ ๆ มากมาย โดยจะมีการประกาศอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี


- การแสดงแสงสีฉลองวันเกิด : ตึกเอ็มไพร์สเตทจะเปิดไฟสีขาวพร้อมตัวเลข "90" ตลอดทั้งคืน

- ทัวร์ประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ : กิจกรรม 90 in 90 Tour จะพาผู้มาเยือนไปสำรวจประวัติศาสตร์ 90 ปีของตึกเอ็มไพร์สเตทภายในเวลา 90 นาที โดยผู้มาเยือนจะได้รับการต้อนรับระดับแขกวีไอพีจากทูตของตึกเอ็มไพร์สเตท และได้สัมผัสเบื้องหลังของตึกเอ็มไพร์สเตทแบบเจาะลึก

- ของที่ระลึกครบรอบ 90 ปี: ร้านกิ๊ฟช็อปของตึกเอ็มไพร์สเตทจะจำหน่ายของที่ระลึกครบรอบ 90 ปีรุ่นลิมิเต็ด ซึ่งมีจำหน่ายที่นี่เท่านั้น

- ของสมนาคุณฉลองวันเกิด : เมื่อซื้อบัตรขึ้นหอชมวิวแบบ Sunrise, Premium หรือ All Access จะได้รับของสมนาคุณสุดพิเศษ นั่นคือ กระเป๋าสะพายฉลองครบรอบ 90 ปี

- ประดับตกแต่งหน้าต่างโดย David Yurman: เนื่องในโอกาสครบรอบ 90 ปีของตึกเอ็มไพร์สเตท David Yurman แบรนด์เครื่องประดับสุดหรูของอเมริกา จะเปิดตัวเครื่องประดับสำหรับสุภาพสตรีและแอคเซสซอรีสำหรับสุภาพบุรุษคอลเลคชันใหม่ "Empire Collection" ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมอาร์ตเดโค พร้อมกับประดับตกแต่งหน้าต่างล็อบบี้ฝั่ง Fifth Avenue อันโด่งดัง โดย Empire Collection จะวางจำหน่ายเฉพาะในร้านของ David Yurman และ DavidYurman.com  

- ชมวิวผ่านร้าน Starbucks: ตลอดเดือนพฤษภาคม ผู้มาเยือนที่แสดงบัตรขึ้นหอชมวิวที่ร้าน Starbucks สาขา 34th Street ในตึกเอ็มไพร์สเตท ก่อนหรือหลังการขึ้นหอชมวิว จะได้รับกาแฟร้อนหรือเย็นขนาด Tall มูลค่า 0.90 ดอลลาร์ และแก้วรียูส Starbuck จนกว่าของจะหมด


ประสบการณ์ใหม่สำหรับผู้มาเยือน


นับตั้งแต่ก่อสร้าง ตึกเอ็มไพร์สเตทได้ผงาดขึ้นเป็นอาคารที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก รวมถึงสัญลักษณ์ระดับโลกของเทคโนโลยี จินตนาการ และความปรารถนาอันแรงกล้า โดยการปรับปรุงและพลิกโฉมประสบการณ์ครั้งล่าสุดถือเป็นตัวอย่างให้กับอาคารและสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ทั่วโลก


- พลิกโฉมประสบการณ์หอชมวิว : การยกเครื่องหอชมวิวบนชั้น 86 ด้วยงบประมาณ 165 ล้านดอลลาร์ และใช้เวลานาน 5 ปี เสร็จสมบูรณ์เมื่อปี 2562 ประกอบด้วยการตกแต่งทางเข้าฝั่ง 34th Street, พิพิธภัณฑ์ขนาด 10,000 ตารางฟุต, ส่วนจัดแสดงบนชั้น 80 ที่ได้รับการออกแบบใหม่ และหอชมวิวชั้น 102 ที่ติดตั้งกระจกเต็มบานจากพื้นถึงเพดาน ขณะเดียวกัน ตึกเอ็มไพร์สเตทยังปรับปรุงคุณภาพอากาศทั่วทั้งอาคาร โดยเฉพาะในหอชมวิว ด้วยระบบกรองอากาศระดับ MERV 13 และ AtmosAir ซึ่งเป็นระบบควบคุมคุณภาพอากาศในอาคารแบบ bi-polar ionization ทั้งนี้ ตึกเอ็มไพร์สเตทเป็นส่วนหนึ่งของเอ็มไพร์ สเตท เรียลตี้ ทรัสต์ บริษัทอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์รายแรกในสหรัฐอเมริกาที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน WELL Health-Safety Rating ด้านสุขภาพและความปลอดภัยโดยรวม

- ปรับปรุงเพื่อความยั่งยืน : ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ตึกเอ็มไพร์สเตทได้ยกระดับประสิทธิภาพและการประหยัดพลังงานภายใต้โครงการ Empire State ReBuilding มูลค่า 550 ล้านดอลลาร์ เพื่อพลิกโฉมให้กลายเป็นแลนด์มาร์กระดับประวัติศาสตร์ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในปัจจุบัน อาคารแห่งนี้ติดท็อป 20% ของอาคารพาณิชย์ระดับ Class A ทั้งหมดในประเทศ และได้รับการยอมรับจากองค์กรอิสระกว่า 10 แห่งว่าเป็นผู้นำด้านความยั่งยืน ความพยายามเหล่านี้ส่งผลให้ ESRT ได้รับการประเมินในระดับ 5 ดาว และ Green Star ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของมาตรฐาน GRESB จากประสิทธิภาพความยั่งยืนของอสังหาริมทรัพย์ และผ่านการรับรอง Fitwel?Champion สำหรับอาคารที่มีประสิทธิภาพสูงและดีต่อสุขภาพ ตึกเอ็มไพร์สเตทจะเดินหน้าสร้างอนาคตที่ยั่งยืนมากยิ่งขึ้น ด้วยการประกาศบรรลุเป้าหมายเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2573

- ปรับปรุงไฟบนอาคาร : ในปี 2555 ตึกเอ็มไพร์สเตทได้ปรับปรุงไฟบนอาคารให้แสดงแสงสีได้มากกว่า 16 ล้านสี เปิดตัวด้วยการแสดงแสงสีประกอบเพลง Girl on Fire และ Empire State of Mind ของอลิเชีย คีย์ส และตึกเอ็มไพร์สเตทได้นำการแสดงสุดคลาสสิกดังกล่าวกลับมาอีกครั้งในปี 2563 เพื่อสร้างความสุขให้กับชาวนิวยอร์กท่ามกลางสถานการณ์โรคระบาด

- บูรณะศิลปะอาร์ตเดโค : ในปี 2552 จิตรกรรมฝาผนังบนเพดานของล็อบบี้ฝั่ง Fifth Avenue ได้รับการบูรณะอย่างสมบูรณ์ โดยใช้อลูมิเนียมเปลวและทองคำเปลว 23 กะรัต ซึ่งเป็นวัสดุชนิดเดียวกับที่ใช้เมื่อปี 2474 และใช้เวลาสร้างสรรค์ผลงานนานกว่า 20,000 ชั่วโมง และเมื่อปีที่แล้ว โครงร่างของตึกเอ็มไพร์สเตทก็ได้รับการฟื้นฟูให้กลับไปสู่รูปแบบดั้งเดิมที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมหลากหลายรูปแบบ โดยมีการนำเสาอากาศมากมายออกไปและทาสีกันน้ำสีเงิน จนส่องประกายงดงามราวกับของใหม่


"ตึกเอ็มไพร์สเตทเป็นแลนด์มาร์กที่โดดเด่นเหนือท้องฟ้าของมหานครนิวยอร์กตลอดระยะเวลา 90 ปีที่ผ่านมา แสงสีที่ส่องสว่างจากอาคารคือสัญลักษณ์ของความหวัง ความแข็งแกร่ง และความมุ่งมั่น" คุณมัลกิน กล่าว "เราจะเดินหน้าปรับปรุงและก้าวข้ามขีดจำกัดด้านเทคโนโลยี ความยั่งยืน และการท่องเที่ยว เพื่อสร้างความมั่นใจว่าตึกเอ็มไพร์สเตทจะยังคงเป็นอาคารยอดนิยมของสหรัฐอเมริกาต่อไปในอีก 90 ปีข้างหน้า"


ชมภาพและวิดีโอของตึกเอ็มไพร์สเตท หอชมวิว และการแสดงแสงสีบนอาคารได้ที่ https://www.dropbox.com/sh/afqp4agpnty3iq9/AAAn3sumECp93j0t8oUv2wKZa?dl=0 และติดตามข่าวสารล่าสุดได้ทาง LinkedIn, Instagram, Twitter และ Facebook สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมและซื้อบัตรได้ที่ https://www.esbnyc.com/90


เกี่ยวกับตึกเอ็มไพร์สเตท

ตึกเอ็มไพร์สเตท ซึ่งเป็น "อาคารที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก" ของบริษัท เอ็มไพร์ สเตท เรียลตี้ ทรัสต์ (ESRT: NYSE) มีความสูง 1,454 ฟุต (จากฐานถึงเสาอากาศ) เหนือย่านมิดทาวน์แมนฮัตตัน การปรับโฉมหอชมวิวด้วยงบประมาณ 165 ล้านดอลลาร์ได้สร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้มาเยือน ด้วยประตูทางเข้าเฉพาะ พิพิธภัณฑ์อินเทอร์แอคทีฟและแกลเลอรี 9 แห่ง รวมถึงหอชมวิวชั้น 102 ที่ปรับโฉมใหม่ด้วยกระจกเต็มบานจากพื้นถึงเพดาน ขณะที่หอชมวิวชั้น 86 ซึ่งเป็นหอชมวิวแบบเปิดโล่ง 360 องศาเพียงแห่งเดียวที่สามารถชมวิวมหานครนิวยอร์กได้อย่างเต็มตา ก็มอบประสบการณ์ใหม่ให้แก่ผู้มาเยือนด้วยการนำเสนอประวัติศาสตร์อันโดดเด่นของอาคารไปจนถึงสถานะในปัจจุบันในวัฒนธรรมป๊อปคัลเจอร์ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.esbnyc.com ทั้งนี้ ปี 2564 เป็นวาระครบรอบ 90 ปีของตึกเอ็มไพร์สเตท ซึ่งเปิดให้บริการครั้งแรกในวันที่ 1 พฤษภาคม 2474 ตึกเอ็มไพร์สเตทได้รับการจัดอันดับให้เป็นอาคารยอดนิยมของสหรัฐอเมริกาจากการสำรวจของสถาบันสถาปนิกแห่งอเมริกา และได้รับการจัดอันดับให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของโลกจากการสำรวจของอูเบอร์ นอกจากนั้นยังครองอันดับ 1 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของมหานครนิวยอร์กจาก Lonely Planet โดยให้การต้อนรับผู้มาเยือนกว่า 4 ล้านคนจากทั่วโลกทุกปี


นับตั้งแต่ปี 2554 ตึกเอ็มไพร์สเตทใช้ไฟฟ้าพลังงานลมเต็มรูปแบบ และมีผู้เช่าสำนักงานรายใหญ่มากมาย เช่น LinkedIn, Shutterstock และ Global Brands Group นอกจากนั้นยังมีร้านดังอย่าง STATE Grill and Bar, Tacombi และ Starbucks สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมและซื้อบัตรขึ้นหอชมวิวได้ที่ esbnyc.com หรือติดตามข่าวสารได้ที่ Facebook, Twitter, Instagram, Weibo, YouTube และ TikTok


เกี่ยวกับเอ็มไพร์ สเตท เรียลตี้ ทรัสต์

เอ็มไพร์ สเตท เรียลตี้ ทรัสต์ (NYSE: ESRT) ครอบครอง บริหารจัดการ ดำเนินงาน เข้าซื้อ และรีโพสิชั่นอาคารสำนักงานและพื้นที่ค้าปลีกบนเกาะแมนฮัตตันและมหานครนิวยอร์ก ซึ่งรวมถึงตึกเอ็มไพร์สเตท "อาคารที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก" ทั้งนี้ นับจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563 บริษัทมีสำนักงานและพื้นที่ค้าปลีกให้เช่ารวม 10.1 ล้านตารางฟุต ซึ่งประกอบด้วยพื้นที่ให้เช่า 9.4 ล้านตารางฟุตในอาคารสำนักงาน 14 แห่ง แบ่งเป็นบนเกาะแมนฮัตตัน 9 แห่ง ในเขตแฟร์ฟิลด์ รัฐคอนเนคทิคัต 3 แห่ง และในเขตเวสต์เชสเตอร์ รัฐนิวยอร์กอีก 2 แห่ง รวมถึงพื้นที่ค้าปลีกให้เช่าอีกประมาณ 700,000 ตารางฟุต


เอ็มไพร์ สเตท เรียลตี้ ทรัสต์ เป็นผู้นำด้านการประหยัดพลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน โดย 76% ของสินทรัพย์ทั้งหมดได้รับการรับรอง ENERGY STAR และ 100% มีการใช้ไฟฟ้าพลังงานลม นอกจากนี้ ESRT ยังเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์รายแรกในสหรัฐอเมริกาที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน WELL Health-Safety Rating ด้านสุขภาพและความปลอดภัย อีกทั้งยังได้รับการประเมินในระดับ 5 ดาว และ Green Star ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของมาตรฐาน GRESB จากประสิทธิภาพความยั่งยืนด้านอสังหาริมทรัพย์ และผ่านการรับรอง Fitwel Champion สำหรับอาคารที่มีประสิทธิภาพสูงและดีต่อสุขภาพ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ empirestaterealtytrust.com หรือติดตาม Facebook, Instagram, Twitter และ LinkedIn


ที่มา: เอ็มไพร์ สเตท เรียลตี้ ทรัสต์

หมวด: ตึกเอ็มไพร์สเตท


รูปภาพ - https://mma.prnewswire.com/media/1500293/Empire_State_Realty_Trust_Inc_90th_Anniversary.jpg


รูปภาพ - https://mma.prnewswire.com/media/1500294/Empire_State_Building_90th_Anniversary.jpg


โลโก้ - https://mma.prnewswire.com/media/479871/Empire_State_Realty_Trust_Inc_Logo.jpg