Friday, October 1, 2021

การประชุมภาคการเงินซาอุดีอาระเบีย ปิดฉากการบรรยายกิจกรรมแรกในหัวข้อการพัฒนาภาคการเงิน

      การประชุมภาคการเงิน (FSC) ได้ปิดฉากการบรรยาย "Financial Sector Conference Talks" ซึ่งเป็นกิจกรรมเจาะประเด็นครั้งแรกที่จัดขึ้นโดยพันธมิตรของโครงการพัฒนาภาคการเงิน (กระทรวงการคลัง, ธนาคารกลางซาอุดีอาระเบีย, องค์การตลาดทุน) โดยจัดขึ้นที่อาคารราฟาลในกรุงริยาดห์เมื่อวันจันทร์ที่ 27 ก.ย. 2564

พณฯท่านดร. Fahad Al-Mubarak ผู้ว่าการธนาคารกลางซาอุดีอาระเบีย ได้กล่าวสุนทรพจน์เปิดการประชุมครั้งนี้ โดยเขากล่าวถึงแนวโน้มที่กำลังขยายตัวทั่วโลกในเรื่องความยั่งยืน และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 

การบรรยายในส่วนแรกพูดคุยกันในหัวข้อ "KSA ESG Ecosystem: Opportunities and Challenges" โดยในส่วนนี้ คุณ Jamie Sanz กรรมการผู้จัดการและผู้อำนวยการแผนกที่ปรึกษาประเทศจาก Societe Generale เป็นผู้ดำเนินรายการ และมีผู้เข้าร่วมได้แก่พณฯท่าน Mohammed El-Kuwaiz ประธานองค์การตลาดทุน (CMA), คุณ Hani Almediani รักษาการซีอีโอ NDMC และคุณ Fahad Al-Ajlan ประธาน KAPSARC

การบรรยายในส่วนที่สองเป็นการบรรยายในหัวข้อ "ESG Capital Markets: The New Investment Landscape" ซึ่งมีคุณ Jean Mercer รองประธานฝ่ายตลาดทุนจาก HSBC เป็นผู้ดำเนินรายการ และมีวิทยากรต่าง ๆ ได้แก่คุณ Timothee Jaulin ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาและที่ปรึกษา ESG จาก Amundi Asset Management, คุณ Polina Kurdyavko จาก Bluebay Asset Management & Partner ผู้จัดการโครงการระดับประเทศอาวุโสในตลาดเกิดใหม่, คุณ Manish Manchandya ซีเอฟโอกลุ่มจาก Saudi Electricity Company (SEC) และคุณ Paddy Padmanathan ประธานและซีอีโอ ACWA Power

คุณ Abdulaziz Alrasheed ผู้ช่วยรัฐมนตรีคลังฝ่ายมหภาค-การคลัง & ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ, ประธานคณะกรรมาธิการฝ่ายที่ปรึกษา การประชุมภาคการเงิน ได้ทำพิธีปิดการประชุมในนามของกระทรวงการคลัง โดยเขาได้เน้นความพยายามของซาอุดีอาระเบียที่จะมุ่งไปสู่ความยั่งยืน

งานนี้นับเป็นกิจกรรมพูดคุยครั้งแรกจากชุดเปิดตัวสำหรับการประชุม FSC ครั้งที่สองที่จะจัดขึ้นในไตรมาสแรกของปี 2565 โดยมีจุดประสงค์เพื่อหารือถึงบทบาทมากขึ้นของ ESG และความพยายามโดยรวมเพื่ออุดช่องโหว่ด้านการเงิน, บรรลุการหาเงินทุนสนับสนุนอย่างยั่งยืนที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของสหประชาชาติ และกำกับสถาบันการเงินให้สร้างมูลค่าในระยะยาวด้วยเครื่องมือ ESG เพื่อให้เกิดตลาดทุนที่ยั่งยืน และเพิ่มขอบเขตในการหาเงินทุนสนับสนุนแบบยั่งยืน

งานนี้เป็นการรวมตัวกันของผู้ประกอบการเพื่อมาสื่อสาร และแลกเปลี่ยนความคิดและประสบการณ์ต่าง ๆ รวมทั้งเพื่อพูดคุยถึงโอกาสการลงทุนในการพัฒนาภาคการเงินของซาอุดีอาระเบีย โดยเฉพาะในประเด็นที่ว่า ภาคการเงินดึงดูดผู้ประกอบการท้องถิ่น ระดับภูมิภาค และระดับสากล, ผู้แทนภาครัฐและภาคเอกชน รวมทั้งที่ปรึกษาและสถาบันการเงินชั้นนำระดับสากล, หน่วยงานด้านเครดิต และผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน, การลงทุน, ธนาคาร และบริษัทประกัน

อีกประเด็นที่ควรกล่าวถึงก็คือการประชุมภาคการเงินครั้งที่ 2 ได้ดำเนินการด้านต่าง ๆ มาโดยตลอดนับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2562 เพื่อให้เกิดการบูรณาการด้านการพึ่งพากันภายในระบบนิเวศในภาคการเงินผ่านเครื่องมือและวิธีการที่หลากหลาย นอกจากนี้ ยังมีความต้องการที่จะบรรลุการขยายตัวอย่างยั่งยืนภายในกรอบการทำงานด้านเสถียรภาพทางการเงินที่มีความยืดหยุ่น ขณะเดียวกันก็ใช้เครื่องมือที่เป็นนวัตกรรมใหม่เพื่อการพัฒนา และการบริหารจัดการบริการต่าง ๆ

การประชุมครั้งนี้นับเป็นหนึ่งในแผนริเริ่มของโครงการพัฒนาภาคการเงิน ซึ่งสภากิจการเศรษฐกิจและการพัฒนาได้เปิดตัวในฐานะหนึ่งในโครงการ Vision2030 ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อทำให้วิสัยทัศน์แห่งซาอุดีอาระเบียปี 2573 กลายเป็นจริงผ่านการสร้างภาคการเงินที่มีการกระจายความเสี่ยง และมีประสิทธิภาพ ซึ่งสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจระดับชาติ

สามารถชมงานประชุมนี้ได้ที่ https://twitter.com/i/broadcasts/1BRJjnzlLqaJw

Tweet: การประชุมภาคการเงินปิดฉากกิจกรรมที่มุ่งมั่นกิจกรรมแรกในการบรรยาย Financial Sector Conference Talks

ลิงก์ - https://twitter.com/i/broadcasts/1BRJjnzlLqaJw

โลโก้ - https://mma.prnewswire.com/media/1637283/Financial_Sector_Conference_Talks_Logo.jpg

Shipsy ประกาศ Work From Home ไม่มีกำหนด พร้อมรับรูปแบบการทำงานแห่งอนาคต

      Shipsy ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มการจัดการโลจิสติกส์อัจฉริยะแบบ SaaS ประกาศตัวเป็นบริษัทที่ทำงานจากทางไกลเต็มรูปแบบ โดยให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน หรือ Work From Home (WFH) อย่างไม่มีกำหนด

จากการวิจัยพบว่า การทำงานทางไกลมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยในช่วงปี 2548-2561 การทำงานทางไกลเพิ่มขึ้น 173% และคาดว่าภายในปี 2568 การทำงานในลักษณะนี้จะได้รับการยอมรับเป็นรูปธรรมอย่างกว้างขวาง สำหรับในช่วงสถานการณ์โควิด-19 นั้น บริษัท 88% ทั่วโลกให้พนักงานทั้งหมดทำงานทางไกล ซึ่ง Shipsy ก็เป็นหนึ่งในนั้น โดยสถานการณ์โรคระบาดได้เร่งให้ธุรกิจต่าง ๆ ยอมรับรูปแบบการทำงานลักษณะนี้เร็วขึ้น 5 ปี

อย่างไรก็ตาม Shipsy ยังคงเปิดให้พนักงานของบริษัทเข้าออฟฟิศได้ตามความต้องการและความจำเป็น เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมและความร่วมมือ โดยบริษัทจะอาศัยประโยชน์จากการทำงานร่วมกันและพื้นที่ทำงานแบบออนดีมานด์เพื่อให้พนักงานอยู่ในสภาพแวดล้อมการทำงานที่ทันสมัย

Soham Chokshi ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Shipsy กล่าวว่า "การทำงานทางไกลเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงแล้วในปัจจุบัน นายจ้างไม่สามารถคาดหวังให้พนักงานทำตามตารางเวลาและบรรทัดฐานการทำงานแบบเดิมได้อีกต่อไป เราจึงกำหนดนโยบายให้เข้ากับยุคสมัยเพื่อให้พนักงานสามารถทำงานได้จากสถานที่ที่ต้องการ ทั้งนี้ การเข้าถึงเครื่องมือที่ล้ำสมัยในการทำงานร่วมกันและการเชื่อมต่อที่ยอดเยี่ยมได้ช่วยขจัดอุปสรรคของการ WFH และการจ้างงานทางออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว"

ตั้งแต่ต้นปีนี้ แม้จะมีข้อจำกัดด้านการเดินทาง แต่ Shipsy ยังคงดำเนินการจ้างงานเพิ่มขึ้นทั่วอินเดีย ตะวันออกกลาง และสหรัฐอเมริกา เนื่องจากมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสนับสนุนการเติบโตอย่างรวดเร็วขององค์กร รวมถึงแผนงานเชิงรุกในการขยายธุรกิจไปยังภูมิภาคต่าง ๆ

คุณ Chokshi กล่าวเสริมว่า "เราจ้างพนักงานเพิ่มขึ้นกว่า 25% ในปีนี้ พร้อมจัดการปฐมนิเทศและสร้างการมีส่วนร่วมจากทางไกลอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน เราก็เข้าใจดีถึงความชอบที่แตกต่างกันในเรื่องการทำงานจากที่บ้านหรือที่ทำงาน ด้วยเหตุนี้ เราจึงรับประกันว่าพนักงานยังสามารถเข้าออฟฟิศได้ตามต้องการ"

เกี่ยวกับ Shipsy

Shipsy เป็นแพลตฟอร์มการจัดการโลจิสติกส์อัจฉริยะ ซึ่งขับเคลื่อนธุกิจทั่วโลกในการเพิ่มประสิทธิภาพ การทำงานอัตโนมัติ ติดตามผล และลดความซับซ้อนให้กับการดำเนินงานด้านซัพพลายเชนแบบครบวงจร บริษัทก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2558 ในเมืองคุรุคราม ประเทศอินเดีย บริษัทใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี AI และบิ๊กดาต้าในการออกแบบและพัฒนาโซลูชัน SaaS แบบ low-code เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานในหลายอุตสาหกรรม เมื่อไม่นานมานี้ บริษัทได้ตั้งสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคในนครดูไบ และเมื่อปีที่ผ่านมา บริษัทระดมทุนรอบ Series A ได้ 6 ล้านดอลลาร์ จากกลุ่มนักลงทุนซึ่งนำโดย Surge ในเครือ Sequoia Capital India และนักลงทุนรายเดิมอย่าง Info Edge

สื่อมวลชนติดต่อ
อีเมล: media@shipsy.io 
โทร: +91-9867999866

Pizza Hut International เฉลิมฉลองให้กับพิซซ่าขอบชีสที่ดีที่สุดในโลก

      ฉลองครบรอบ 25 ปีการคิดค้นพิซซ่าขอบชีสและการกินพิซซ่าจากขอบก่อน

Pizza Hut International ฉลองครบรอบ 25 ปีของพิซซ่าขอบชีส เพื่อตอกย้ำว่าเป็นเจ้าแรกที่คิดพิซซ่าขอบชีสออกมาวางขาย จนนำไปสู่การปฏิวัติการทำและการกินพิซซ่าของแฟนพิซซ่าหลายล้านคนทั่วโลก

การเฉลิมฉลองบนโลกดิจิทัลทั่วโลกจัดขึ้นเพื่อเชิดชูความรักที่มีต่อขอบชีส ความเป็นเอกลักษณ์ของขอบชีส และความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการส่งมอบประสบการณ์การกินพิซซ่าที่น่าพึงพอใจที่สุดทุกที่ทุกเวลา ความรักต่อขอบชีสมีอยู่ทั่วโลกจนถูกนำไปทำซ้ำมากกว่า 40 แบบเพื่อเอาใจคนรักชีสในกว่า 110 ประเทศ แต่เจ้าไหนก็สู้ออริจินอลไม่ได้

"ขอบชีสเติมเต็มความรักของเราที่มีต่อพิซซ่า และยังคงนำไปสู่การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ" Vipul Chawla ประธานบริษัท Pizza Hut International กล่าว "เราไม่เพียงฉลองครบรอบ 25 ปีเท่านั้น แต่ยังฉลองให้กับแนวคิดใหม่อย่างการกินพิซซ่าจากขอบก่อน ซึ่งเป็นวิธีเฉพาะของเราในการรวมคนทั่วโลกให้เป็นหนึ่งเดียวกัน"

ชีสเยิ้ม ๆ มาพบกับขอบพิซซ่าเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2538 โดยขอบชีสถือกำเนิดขึ้นสามปีหลังจากที่อดีตนักวิทยาศาสตร์อาหารของ Pizza Hut คนหนึ่งได้นำเสนอแนวคิดดังกล่าว และหากทีมงานอาหารไม่เชื่อมั่นในความคิดดังกล่าวแล้ว ความซับซ้อน ต้นทุน ความยากในการฝึกทำ และความกังขา อาจทำให้ไม่มีขอบชีสเกิดขึ้นในโลกของเรา

"ทีมงานอาหารของเราพัฒนาสิ่งใหม่อยู่เสมอ และรับประกันว่าผู้บริโภคจะได้ลิ้มรสพิซซ่าที่อร่อยที่สุด เมื่อคุณมีสินค้าที่ยอดเยี่ยม คุณต้องเชื่อมั่นและพยายามนำเสนอไปทั่วโลก" Ana Maria Rodriguez ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายคุณภาพและนวัตกรรมอาหารของ Pizza Hut International กล่าว

"แรงผลักดันและความมุ่งมั่นในการนำเสนอพิซซ่าที่ดีที่สุดเพื่อนำพาผู้คนมารวมตัวกัน คือสิ่งที่ทำให้มีพิซซ่าขอบชีสออกมาวางขาย เราแหกกฎด้วยการใส่ชีสในจุดที่ไม่เคยมีใครนึกถึงมาก่อน ทุกวันนี้ ขอบชีสยังคงสร้างเซอร์ไพรส์และมอบความสุขด้วยรสชาติ ลักษณะ และไส้ใหม่ ๆ"

เกี่ยวกับ Pizza Hut(R) International
Pizza Hut International ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ Yum! Brands, Inc. (NYSE: YUM) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2501 ที่เมืองวิชิทอ รัฐแคนซัส สหรัฐอเมริกา และมีร้านเกือบ 18,000 สาขา ในกว่า 110 ประเทศ ในสถานการณ์ปัจจุบัน ร้านอาหารมีบทบาทสำคัญในการช่วยหล่อเลี้ยงผู้คนอย่างปลอดภัย เพื่อให้พนักงานและลูกค้าปลอดภัย ลูกค้าสามารถรับ Pizza Hut หน้าโปรดผ่านสามบริการแบบไร้การสัมผัส ได้แก่ การจอดรถรอรับ การสั่งเดลิเวอรี่ และการซื้อกลับบ้าน

รูปภาพ: https://drive.google.com/drive/folders/1S9yWXKV0PB_5wgF5rJWc7TYfAjeJ6Fvp

โลโก้ - https://mma.prnewswire.com/media/1284371/Pizza_Hut_International_Logo.jpg

LTI จับมือ eClinicalHealth เปิดตัวความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมการวิจัยทางคลินิก

      - ความร่วมมือเพื่อช่วยกระจายการทดลองทางคลินิกออกจากศูนย์กลาง สร้างผลลัพธ์ที่ดีและรวดเร็วขึ้น

Larsen & Toubro Infotech (BSE: 540005) (NSE: LTI) บริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีและโซลูชันดิจิทัลระดับโลก ได้เข้าร่วมการเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับ eClinicalHealth Limited เพื่อเร่งสร้างนวัตกรรมดิจิทัลในกระบวนการจัดการการทดลองทางคลินิกสำหรับการวิจัยและพัฒนา เพื่อคิดค้นยาที่เน้นผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง ความร่วมมือดังกล่าวนี้จะช่วยให้ลูกค้าสามารถกระจายการทดลองทางคลินิกออกจากศูนย์กลาง กำหนดมาตรฐานใหม่แห่งความเป็นเลิศในด้านการวิจัยทางคลินิก

ความสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้ตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงที่ว่า กว่า 86% ของการศึกษาทางคลินิกมีความล่าช้า* เนื่องจากความท้าทายในการมีส่วนร่วมของผู้ป่วย โดยส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการสรรหาและการรักษาจำนวนผู้ป่วย ซึ่งเป็นกระบวนการที่ใช้เวลานานและมีราคาแพง การระบาดของโควิด-19 ได้ทำให้ความท้าทายนี้รุนแรงขึ้น ภายใต้บริบทนี้ eClinicalHealth ซึ่งมุ่งเน้นที่การพัฒนาโซลูชันการทดลองทางคลินิกล้ำสมัย ได้เปิดตัว Clinpal ซึ่งเป็นโซลูชัน SaaS ที่มุ่งเน้นผู้ป่วยบนระบบคลาวด์ เพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้ป่วยสำหรับขั้นตอนต่าง ๆ ในการทดลองทางคลินิกแต่ละครั้ง

ในความร่วมมือเชิงกลยุทธ์นี้ LTI ซึ่งมีความสามารถด้านดิจิทัล เทคนิค และวิทยาศาสตร์ชีวภาพ จะช่วยเร่งการนำสินค้าสู่ตลาดและการนำ Clinpal ไปปรับใช้โดยเร็วยิ่งขึ้น โซลูชันนี้จะใช้เทคโนโลยีล้ำสมัย เช่น การวิเคราะห์และ AI เพื่อยกระดับการมีส่วนร่วมของผู้ป่วยและการศึกษาทางคลินิกให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

Archana Ramanakumar รองประธานบริหารและหัวหน้าฝ่ายการส่งมอบระดับโลกประจำแผนกวิทยาศาสตร์ชีวภาพ สื่อ ผู้บริโภค และเทคโนโลยีของ LTI กล่าวว่า "ที่ LTI เรากำลังเดินหน้าขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลในแง่มุมต่าง ๆ ของการทดลองทางคลินิก ความพยายามของเราในการเป็นพันธมิตรร่วมกับ eClinicalHealth คือการขับเคลื่อนและเพิ่มความคล่องตัวในการสร้างการทดลองแบบกระจายศูนย์ เพื่อลดภาระของผู้ป่วยและเร่งความรวดเร็วของการทดลองทางคลินิก ด้วยความร่วมมือนี้ เราตั้งเป้าที่จะขับเคลื่อนการพัฒนาและปรับใช้แพลตฟอร์ม ClinPal ของ eClinicalHealth ในการทดลองทางคลินิกสำหรับอุตสาหกรรม"

Karl Landert ประธานกรรมการและซีอีโอประจำ eClinicalHealth กล่าวว่า "โลกในยุค new normal ได้ให้ความสำคัญกับประโยชน์ของระบบนิเวศการแพทย์ทางไกลเพื่อประโยชน์ที่มากขึ้นของผู้ใช้ปลายทาง การทดลองทางคลินิกมีหน้าที่สำคัญในการพัฒนาและปรับปรุงวิธีการรักษาเพื่อยกระดับสุขภาวะของผู้ป่วย และการทดลองแบบกระจายศูนย์ (DCT) ได้รับความพึงพอใจจากผู้ป่วยมากที่สุด ด้วยความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ LTI เป้าหมายของเราคือการขยายขนาดและทำให้การมีส่วนร่วมของผู้ป่วยง่ายขึ้น"

*Contemporary Clinical Trials เล่มที่ 66 มีนาคม 2561 https://doi.org/10.1016/j.cct.2018.01.003

เกี่ยวกับ LTI  :

LTI  (NSE: LTI) เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีและโซลูชันดิจิทัลระดับโลก ที่ช่วยให้ลูกค้ามากกว่า 435 รายประสบความสำเร็จในโลกแห่งการเชื่อมต่อผ่านการดำเนินงานใน 31 ประเทศ เราทำเกินกว่าความคาดหวังและความคาดหมายเพื่อช่วยให้ลูกค้าเปลี่ยนเป็นดิจิทัลได้เร็วขึ้นด้วยแพลตฟอร์ม Mosaic ของ LTI ที่นำพาลูกค้าก้าวเดินไปบนเส้นทางแห่งโมบายล์ โซเชียล การวิเคราะห์ อินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ (IoT) และคลาวด์ LTI ก่อตั้งขึ้นในปี 1997 ในฐานะบริษัทย่อยของ Larsen & Toubro Limited พร้อมด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่หาจากที่ไหนไม่ได้ เพื่อแก้ปัญหาความท้าทายที่ซับซ้อนที่สุดขององค์กรธุรกิจในทั่วทุกอุตสาหกรรม โดยในแต่ละวัน ทีมงาน LTItes มากกว่า 36,000 คนสามารถช่วยให้ลูกค้าปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานทางธุรกิจและเทคโนโลยี ตลอดจนส่งต่อคุณค่าให้แก่ลูกค้า พนักงาน และผู้ถือหุ้นของพวกเขาได้อีกทอดหนึ่ง ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.Lntinfotech.com หรือติดตามเราได้ทาง @LTI_Global

เกี่ยวกับ eClinicalHealth  :

eClinicalHealth Limited  ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในสกอตแลนด์ เป็นผู้พัฒนาแพลตฟอร์มล้ำสมัยเพื่อการมีส่วนร่วมของผู้ป่วยอย่าง Clinpal บริษัทก่อตั้งขึ้นเมื่อต้นปี 2012 เพื่อให้บริการโซลูชันการทดลองทางคลินิกรูปแบบใหม่ บริษัทมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในการอภิปรายเกี่ยวกับนวัตกรรมที่เปิดกว้าง และสนับสนุนความร่วมมือเกี่ยวกับกระบวนการและเทคโนโลยีการทดลองทางคลินิกที่เน้นผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง ร่วมกับบริษัทยา, CRO, ผู้ให้บริการ และผู้ให้บริการเทคโนโลยีรายอื่น ๆ

ติดตามข่าวสารของ LTI :

  • อ่านข่าวและบล็อกของเรา
  • ติดตามเราทาง Twitter และ LinkedIn
  • กดไลก์เราบน Facebook

โลโก้: https://mma.prnewswire.com/media/1044154/LTI_Logo.jpg

Xinhua Silk Road: Xifeng Group speeds up efforts to promote win-win international cooperation

      Xifeng Group, a famous liquor producer in China, has strengthened international cooperation and improved resource allocation capacity in recent years, aiming to promote the international innovation and win-win cooperation, said Zhang Zheng, chairman of Xifeng Group, in an online keynote speech during the NEXT Summit (Singapore 2021) held on Wednesday.

Xifeng has been actively involved in the Belt and Road construction, organizing and participating in many high-level events including China International Import Expo and overseas promotion events, said Zhang, adding that with its strong brand and high quality, Xifeng Liquor has been exported to more than 20 countries and regions, and has obtained trademark registration in the United States, Canada, Australia and many other countries and regions.

Based on traditional craftsmanship and quality, Xifeng has implemented technological upgrading and transformation, introduced emerging technologies such as the Internet and artificial intelligence, built a digital and intelligent factory system for the entire industrial chain, and established a systematic, comprehensive, traceable and tightly controlled new food safety system.

Facing the global epidemic situation which is still severe and complex, the NEXT Summit shares the latest scientific and technological research results and fruitful wisdom practices to the world, injecting new momentum for the internationalization of China's manufacturing industry, believed Zhang.

Taking the NEXT Summit as an opportunity, Xifeng will seize the strategic opportunity of the new round of technology and industrial revolution and rely on the Belt and Road construction and the new "dual circulation" development pattern, to deepen international trade cooperation, further enhance the global influence of Xifeng, and showcase the charm of "Made in China" and China's traditional liquor culture, Zhang added.

Co-hosted by NEXT Federation and China Economic Information Service (CEIS) of Xinhua News Agency, the NEXT Summit (Singapore 2021) is themed on "Promoting Total-Factor Cooperation".

Original link: https://en.imsilkroad.com/p/324100.html

Photo - https://mma.prnewswire.com/media/1639438/image_5002786_7266297.jpg

Casio to Release Second Kanoa Igarashi Signature G-SHOCK



      Casio Computer Co., Ltd., announced today the latest addition to the G-LIDE line of watches for extreme sports, which are part of the G-SHOCK brand of shock-resistant watches. The new GBX-100KI is the second signature model endorsed by pro surfer Kanoa Igarashi.

Igarashi started surfing at the age of three. Since then, he has gone on to win a number of major surfing competitions and is currently a world-class professional surfer competing on the World Surf League (WSL) Championship Tour at the top of the sport.

The second Kanoa Igarashi signature model is based on the GBX-100, which is equipped with Mobile Link functions in addition to a useful tide graph for surfers. The new GBX-100KI is a special-edition watch with a design and color theme created under Igarashi's supervision. The all-black watch is adorned with different textures and shades for each part including the bezel, band, and LCD, expressing Igarashi's cool and unique worldview. The bezel and glass feature a graphic of Igarashi himself tube riding a massive wave. The dial, case back, and band tip feature Igarashi's signature. The band's lug side showcases the number 50, which is Igarashi's number on the WSL Championship Tour.

The GBX-100KI is also equipped with Mobile Link functions that pair with a smartphone. With the dedicated smartphone app, the user can select a location from approximately 3,300 preset locations worldwide and send the information to the watch, including tide data, sunset/sunrise times, and other essential data for surfers. In addition to displaying tide graphs and moon data, the watch comes with a variety of functions that are useful in daily training, such as distance traveled, time, and pace. The wide watch face uses a high contrast Memory in Pixel (MIP) LCD for optimum visibility.

Kanoa Igarashi
https://world.g-shock.com/asia-mea/en/team/kanoa_igarashi/

Photo - https://mma.prnewswire.com/media/1638455/GBX_100KI.jpg
Photo - https://mma.prnewswire.com/media/1638454/GBX_100KI_1.jpg
Photo - https://mma.prnewswire.com/media/1638456/Kanoa_Igarashi_signature_Special_packaging.jpg

GAC's First Zero-Emissions Engine | GO AND CHANGE New Energies

      In recent weeks, the first hydrogen engine independently developed by GAC was successfully ignited, marking the entry of GAC Group technology into the zero-carbon emission era.

This exciting technology leap also demonstrates the strength of GAC MOTOR's commitment to new energy and a new era for the automobile industry.

Cutting Edge In-House Technology

The zero-carbon emissions engine was independently developed based on GAC's fourth-generation engine technology. GAC Group holds completely independent intellectual property rights to the technology.

Using core hydrogen engine technology as a foundation, GAC R&D Centers optimized the technology with a number of innovations.

These include the newly developed combustion chamber, which improves the mixing process of hydrogen and air, and improvements to the hydrogen supply system, which improves power density and reduces the risk of hydrogen leakage.

The new engine also boasts improved heat dissipation capacity, further minimizing combustion risks. By strengthening engine pistons, piston rings and connecting rods, heat dissipation has been improved in both the cylinder head and cylinder block, a seemingly small change that creates a big improvement in reliability and operation. The target thermal efficiency of this engine is expected to exceed 44%, a leading domestic standard.

Looking to a Greener Hydrogen Future

The stable operation and superior performance output of the GAC hydrogen engine is just one example of the many ways GAC MOTOR is moving towards the manufacturing of the future.

The GAC R&D Centers will continue to carry out thermodynamic calibration and mechanical development of the hydrogen engine, with the eventual aim of loading the entire whole vehicle.

GAC will also work collaboratively to promote industrial chains for hydrogen production, storage and hydrogenation processes. This means promoting the full use of renewable energy sources such as wind and hydropower, and improving the safety and quality of hydrogen storage.

Craftsmanship in the Detail

Technology innovation and Chinese craftsmanship are two of the core brand values that identify GAC MOTOR as a company.

Continually working away at engine technology, chipping away to improve every aspect of both engine technology and driver experience - this is what makes GAC MOTOR a cutting-edge automobile manufacturer.

With this exciting new leap in engine technology, we're excited to see how much more GAC MOTOR can do to improve the mobile lives of customers around the world.

Let's GO AND CHANGE.

Photo - https://mma.prnewswire.com/media/1639978/GAC_MOTOR.jpg