Wednesday, June 26, 2024

พิพิธภัณฑ์หูหนานจัดนิทรรศการดิจิทัล ถ่ายทอดศิลปะแห่งชีวิตในวัฒนธรรมราชวงศ์ฮั่นหม่าหวังตุย

พิพิธภัณฑ์หูหนาน

ปีนี้ถือเป็นโอกาสพิเศษครบรอบ 50 ปีของการขุดค้นสุสานราชวงศ์ฮั่น ณ หม่าหวังตุย โดยพิพิธภัณฑ์หูหนาน (Hunan Museum) ได้ร่วมมือกับห้องสมุดดิจิทัลแห่งประเทศจีน และทีมงานของศาสตราจารย์หวัง เยว่จิน (Wang Yuejin) จากห้องปฏิบัติการแคมแล็บ (CAMLab) มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด จัดนิทรรศการดิจิทัลเพื่อถ่ายทอดศิลปะแห่งชีวิตในวัฒนธรรมราชวงศ์ฮั่นหม่าหวังตุยอย่าง "The Art of Life - Mawangdui Han Dynasty Culture Immersive Digital Exhibition" เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2567

นิทรรศการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสำรวจแนวทางส่งเสริมวัฒนธรรมกับเทคโนโลยีให้ผสมผสานกันอย่างลึกซึ้ง โดยระดมทรัพยากรทางวิชาการจากทั่วโลก และใช้เทคโนโลยีมัลติมีเดียล้ำสมัยเพื่อนำเสนอมรดกทางวัฒนธรรมของสุสานฮั่นที่หม่าหวังตุยในรูปแบบดิจิทัล ผ่านประสบการณ์มัลติมีเดียเชิงละคร ซึ่งให้ภาพรวมในเรื่องแก่นแท้ของอารยธรรมจีนโบราณและความสำเร็จทางศิลปะ นิทรรศการนี้แสดงให้เห็นถึงศิลปะ จินตนาการ และโลกทัศน์ที่สะท้อนจากวัฒนธรรมของสุสานฮั่นที่หม่าหวังตุยอย่างครบถ้วน และหวังสร้างต้นแบบใหม่สำหรับการนำเสนอมรดกทางวัฒนธรรมในรูปแบบดิจิทัลที่มีอิทธิพลระดับโลก

นิทรรศการนี้แบ่งออกเป็น 3 โซนหลัก ๆ ได้แก่ "กาล-อวกาศ" "หยินและหยาง" และ "ชีวิต" ซึ่งจะพาเราไปสัมผัสกับความเคลื่อนไหวเบื้องหลัง "การทำงานของจักรวาล การเปลี่ยนผ่านของชีวิต" โดยจะได้เห็นโครงสร้างห้อง โบราณวัตถุนับไม่ถ้วน แนวคิดทางวัฒนธรรม และปรัชญาชีวิตของสุสานฮั่น รวมถึงได้สัมผัสกับจินตนาการอันยิ่งใหญ่และงานศิลป์ที่สะท้อนมุมมองต่อจักรวาลและชีวิตของชาวจีนโบราณ ราวกับว่าได้ออก "เดินทางข้ามกาลและอวกาศ" ที่มองเห็นและสัมผัสได้

ภายในนิทรรศการ ผู้เข้าชมจะได้รับประสบการณ์ที่กระตุ้นประสาทสัมผัสหลากหลาย อย่างในโซน "หยินและหยาง" จะได้สำรวจพื้นที่แห่งชีวิตทั้งสี่ภายในโลงศพชั้นนอกสี่ชั้นของสุสานหมายเลขหนึ่ง ซึ่งจะทำให้เราเห็นถึงความพยายามของบรรพชนจีนในการไขความลับของชีวิตอย่างไม่รู้จบ และจินตนาการอันล้ำลึกเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านทางจิตวิญญาณ ส่วนในโซน "ชีวิต" ภาพวาดบนผ้าไหมรูปตัว T ก็ย้อนสู่ "ช่วงเวลาอันรุ่งโรจน์" อีกครั้ง ด้วยเทคโนโลยีทันสมัยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นจอ LED ทรงกลม กราฟิกโต้ตอบ และการบูรณะโบราณวัตถุในโลกดิจิทัล ทำให้รู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในพิธีกรรม "จากดินสู่ฟ้า" ที่ถูกถ่ายทอดผ่านภาพเขียนสีบนผ้าไหม นอกจากจะได้สัมผัสกับวิถีแห่งการเปลี่ยนผ่านของชีวิตแล้ว ยังจะได้เข้าถึงความคิดและความรู้สึกของชาวจีนในอดีตเมื่อกว่า 2,000 ปีก่อนอีกด้วย

นิทรรศการนี้เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมได้จนถึงวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2568 โดยมีแผนเดินสายออกทัวร์ทั่วโลก

ที่มา: พิพิธภัณฑ์หูหนาน 

"Beauty Incarnation - Han and Roman Female Cultural Relics Exhibition" Kicks off

Hunan Museum

On the morning of June 15, the "Beauty Personalized - Han and Roman Female Cultural Relics Exhibition" kicked off in the Hunan Museum. Precious national cultural relics, such as genuine unlined clothes of plain yarn with curving-front, are exhibited for the first time. The exhibition will last until October 7.

The exhibition, planned jointly by the Hunan Museum and Roman Cultural Heritage Supervision Administration, displays more than 200 pieces/set exhibits from 19 museums, including the Hunan Museum and Musei Capitolini (Capitoline Museums) of Rome, Italy. Items on show include bronze works, pottery, gold and silver ware, glassware, textiles, jade ware, and sculpture.

The exhibition, with a focus on women and three main spheres of their lives - their family lives, social lives and emotional lives - presents colorful female narratives in Eastern and Western cultures 2,000 years ago. By engaging Eastern and Western cultural relics in an engaging and meaningful dialogue, it reveals the cultural characteristics of the unique beauty of women from different cultural backgrounds and their pursuit of the value of shared aesthetics.  

The unlined clothes of plain yarn with curving-front, displayed for the first time, represent the peak of textile technology in the Western Han Dynasty. With a weight of 48g, it is to date the earliest example of such thin and light clothing made of undyed plain silk with square holes and a cuff and collar decorated with silk. It was unearthed from Tomb One at Mawangdui, or the Tomb of Xinzui, who, according to historical records, was the wife of Li Cang, Prime Minister of the Changsha State of the Western Han. She lived more than 2,200 years ago, and died at around the age of 50.

Also on display for the first time is a remnant of clothing with a pattern reading "live a long and happy life". The relics of the clothing were from a bamboo box in the west of Mawangdui Tomb 3, where there were "two boxes of clothes". The characters for "live a long and happy life" are the earliest loom-woven specimens of their kind to be found in unearthed silk fabrics.

On its first public exhibition is the "Painted Plaster Mural of Perseus and Andromeda", a Roman treasure from Capitoline Museums. The director of the Roman Cultural Heritage Supervision Administration told the media, "This half-moon mural, from the second half of the 4th century AD, depicts a mythological story of heroes saving beauty." The 138 Roman pieces/sets of exhibits on display are mainly from the Capitoline Museums, all exhibited in China for the first time.

Source: Hunan Museum 

Hunan Museum Hosts "The Art of Life - Mawangdui Han Dynasty Culture Immersive Digital Exhibition"

Hunan Museum

This year marks the 50th anniversary of the archaeological excavation of the Han Tombs at Mawangdui. The Hunan Museum, together with the Digital Library of China and the team of Wang Yuejin, professor at CAMLab, Harvard University, launched "The Art of Life - Mawangdui Han Dynasty Culture Immersive Digital Exhibition" on June 8, 2024.

Intended to explore ways to advance the deep integration of culture and technology, the exhibition mobilizes academic resources from around the world and employs cutting-edge multimedia technology to present the cultural heritage of the Han Tombs at Mawangdui in digitalized form through a theatrical multimedia experience, offering a glance into the essence of early Chinese civilization and artistic achievements. The exhibition delivers a holistic display of the art, imagination, and world view as reflected by the culture of Han Tombs at Mawangdui and seeks to create a new paradigm for digital presentation of cultural heritage with global influence.

The exhibition is structured around three modules: "Time and Space", "Yin and Yang", and "Life". By revealing the dynamic process of "cosmic operations - the sublimation of life", displaying the chamber structure, numerous artifacts, cultural ideas and humanistic thoughts of the Han Tombs, and unfolding the grand imagination and artistic expression of the universe and life by ancient Chinese, it embarks the audience on a "journey through space and time" that can be seen and experienced. 

The exhibition delivers to visitors a multisensory experience. In the "Yin and Yang" section, the four life spaces contained in the four-outer-layer coffins of Tomb One allow visitors to marvel at the ancient Chinese people's endless exploration of the mystery of life and their profound imagination for spiritual sublimation. In the "Life" section, the T-shaped silk paintings relive their "glorious moments". Thanks to the immersive LED ball screen, interactive dynamic graphic design, and digital restoration of cultural relics, among other technologies, visitors feel as if they were attending the "from earth to heaven" ceremony depicted in the silk paintings. While allowing the audience to experience the transformation and ascension of life, the section also offers a glimpse into the thoughts and emotions of the Chinese ancients 2,000 years ago.

The exhibition remains open to the public until February 16, 2025, with plans for a worldwide tour.

Source: Hunan Museum 

Tuesday, June 25, 2024

อินเตอร์เนชั่นแนลเอสโอเอสเผยเคล็ดลับสุขภาพและความปลอดภัยในท้องทะเลเนื่องในวันชาวเรือโลก

วันที่ 25 มิถุนายนของทุกปีตรงกับวันชาวเรือโลก (Day of the Seafarer) เป้าหมายของวันชาวเรือโลกนั้นคือการยกย่องชาวเรือจากทั่วทุกมุมโลกที่ต่างก็เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนโลกใบนี้ วันชาวเรือโลกในปีนี้จึงมุ่งเน้นไปที่เคล็ดลับด้านความปลอดภัยในท้องทะเล ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับความเป็นอยู่ที่ดีของชาวเรือ MedSea หน่วยงานด้านการเดินเรือของอินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส (International SOS) ขอนำเสนอมาตรการสำหรับองค์กรต่าง ๆ ในการป้องกันการบาดเจ็บ การเจ็บป่วย และความกังวลด้านความปลอดภัยที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งบนเรือพาณิชย์ ควบคู่ไปกับข้อมูลที่แสดงให้เห็นถึงความท้าทายและปัญหาด้านสุขภาพในด้านต่าง ๆ ของชาวเรือ

จากข้อมูลกรณีการให้ความช่วยเหลือของ MedSea ในปี 2566 พบว่าชาวเรือต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพที่หลากหลายบนเรือ

ปัญหาเกี่ยวกับกล้ามเนื้อและกระดูก ซึ่งมักจะเกิดจากการยกของหนักผิดวิธี การอยู่ในท่าทางที่ไม่เหมาะสม รวมถึงการทำงานซ้ำ ๆ ในอิริยาบทเดิม เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในหมู่ชาวเรือมาโดยตลอด โดยในปี 2566 ปัญหาดังกล่าวได้กลายเป็นปัญหาด้านสุขภาพที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งเป็นอันดับที่ 4 โดยส่วนใหญ่ (40%) เกี่ยวข้องกับอาการปวดคอและหลัง นอกจากนี้ หนึ่งในสามของปัญหาด้านสุขภาพทั้งหมดที่ทำให้ชาวเรือถูกประเมินว่า ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้นั้น เกิดจากปัญหาเกี่ยวกับกล้ามเนื้อและกระดูก

ในปี 2566 ปัญหาสุขภาพฟันและช่องปากเพิ่มขึ้นอย่างน่ากังวล โดยทะยานขึ้นจากอันดับ 6 มาเป็นอันดับ 2 ของกรณีทางการแพทย์ที่พบบ่อยครั้งที่สุดของ MedSea โดย 67% ของปัญหาเหล่านี้ต้องได้รับการประเมินเพิ่มเติมเมื่อขึ้นฝั่ง เมื่อลูกเรือไม่สามารถเข้าพบทันตแพทย์บนฝั่งได้ทันที ความเจ็บปวดและความไม่สบายที่เกิดขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงาน สมาธิ การนอนหลับ และความปลอดภัยของลูกเรือได้

นอกจากนี้ ผลกระทบของโรคเรื้อรังที่เกิดขึ้นกับชาวเรือจำนวนมากก็เป็นอีกเรื่องที่ควรจะต้องพิจารณา เพราะส่วนใหญ่โรคเหล่านี้เกิดจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) โดยโรคเรื้อรังที่พบมากที่สุดบนเรือคือ ความดันโลหิตสูง ตามมาด้วยโรคเบาหวาน โรคซึมเศร้า และโรคอ้วน หากไม่ได้รับการจัดการที่ถูกต้อง โรค NCDs อาจกลายเป็นภัยร้ายต่อสุขภาพชาวเรือ นำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนและแม้กระทั่งเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ ซึ่งทำให้เรือต้องเบี่ยงเบนเส้นทางและล่าช้า องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าโรค NCDs ยังคงมีแนวโน้มลุกลามเพิ่มขึ้นต่อไปทั่วโลก ภายในปี 2593 โรคเรื้อรัง เช่น โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด และโรคระบบทางเดินหายใจ จะคิดเป็นสัดส่วน 86% ของผู้เสียชีวิตทั้งหมด 90 ล้านคนต่อปี1

แม้ว่า โรคหัวใจและหลอดเลือดจะเป็นปัญหาที่พบได้เป็นส่วนน้อยในกรณีทั้งหมดของ MedSea แต่ในระดับโลกก็นับเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตจากโรค NCDs คิดเป็น 17.9 ล้านคนต่อปี ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามสำคัญ เพราะผลลัพธ์ที่ตามมา ไม่ว่าจะเป็นหัวใจวายหรือโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ล้วนเป็นอันตรายถึงชีวิตทั้งสิ้น ดังนั้น การดูแลสุขภาพหัวใจ เช่น การเลิกสูบบุหรี่ จึงควรเป็นสิ่งที่ทุกคนบนเรือให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก

ดร. แคทเธอรีน ซินแคลร์ ที่ปรึกษาทางการแพทย์อาวุโสของ MedSea กล่าวว่า "ในขณะที่เราร่วมเฉลิมฉลองวันชาวเรือโลกและยกย่องบทบาทที่สำคัญของชาวเรือ เราก็ต้องตระหนักถึงปัญหาสุขภาพเฉพาะตัวที่พวกเขาต้องเผชิญด้วย ชีวิตบนท้องทะเลที่ยาวนาน ความโดดเดี่ยว และการเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่โหดร้าย ล้วนส่งผลกระทบต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของลูกเรือ ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งเหล่านี้ยังทำให้โรคเรื้อรัง เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และปัญหาสุขภาพจิตแย่ลง ในฐานะผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมนี้ เราต้องมุ่งเน้นไปที่การป้องกันและพัฒนาสุขภาพและสวัสดิภาพของชาวเรืออย่างต่อเนื่อง"

"องค์กรต่าง ๆ ในอุตสาหกรรมการเดินเรือมีภาระหน้าที่ในการดูแลลูกเรือ ไม่ใช่แค่เพียงการจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกทางการแพทย์พื้นฐานบนเรือเท่านั้น แต่ควรขยับขยายไปสู่แผนงานการจัดการสุขภาพเชิงรุกที่ออกแบบมาเพื่อรับมือกับความท้าทายที่ชาวเรือต้องเผชิญโดยเฉพาะ ดังนั้น การจัดทำแคมเปญสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติการทำงานอย่างปลอดภัยในสภาพอากาศร้อน จะช่วยลดความเสี่ยงของอาการเจ็บป่วยที่เกิดจากความร้อนในหมู่ชาวเรือได้มาก"

MedSea ขอแชร์เคล็ดลับดี ๆ สำหรับองค์กรต่าง ๆ เพื่อช่วยป้องกันอาการบาดเจ็บและโรคภัยไข้เจ็บที่พบบ่อยในหมู่ชาวเรือบนเรือพาณิชย์:

  1. การดูแลและสนับสนุนผู้ป่วยโรคเรื้อรัง: พัฒนาแผนงานเพื่อช่วยให้ชาวเรือจัดการกับโรคเรื้อรังที่เป็นอยู่ก่อนแล้วได้อย่างมีประสิทธิภาพขณะอยู่กลางทะเล เน้นให้ชาวเรือใส่ใจสุขภาพ รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ และหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ นอกจากนี้ สิ่งสำคัญคือต้องให้ชาวเรือเข้าถึงการรักษาพยาบาลและมีการติดตามตรวจสอบข้อมูลสุขภาพอย่างสม่ำเสม
  2. สร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของสุขภาพฟันและช่องปาก: กระตุ้นให้ลูกเรือดูแลสุขภาพฟันอย่างจริงจัง ผ่านสื่อการเรียนรู้เกี่ยวกับสุขอนามัยในช่องปาก
  3. ป้องกันปัญหาเกี่ยวกับกล้ามเนื้อและกระดูก: ประเมินความเสี่ยงในการทำงาน วางมาตรการความปลอดภัย เพื่อลดปัญหาเกี่ยวกับกล้ามเนื้อและกระดูกที่เกิดจากการใช้เครื่องมืออย่างไม่ถูกต้อง งานที่ต้องทำซ้ำ ๆ ในอิริยาบทเดิม หรือการยกของผิดวิธี
  4. ป้องกันโรคเพลียแดด/อาการเจ็บป่วยจากความร้อน: สนับสนุนให้ดื่มน้ำและพักเป็นระยะ ๆ ลดเวลาการอยู่กลางแจ้งในช่วงเวลาที่อากาศร้อนจัด และตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีการใช้อุปกรณ์หรือสวมเสื้อผ้าป้องกัน
  5. สนับสนุนการเลิกบุหรี่: จัดทำแผนงานและแหล่งข้อมูลการเลิกบุหรี่ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงผลเสียของการสูบบุหรี่

ABOUT MEDSEA

MedSea is the maritime arm of International SOS. We help ship owners, managers and operators to fulfil their Duty of Care to seafarers and build a resilient workforce.

Every year we provide telemedical assistance to thousands of seafarers worldwide, supporting all types of physical and emotional health issues. When a case cannot be solved onboard, MedSea refers to our network of 85,000+ approved and verified shoreside medical providers, ensuring that seafarers receive the highest level of care possible.

For 25+ years MedSea has been supporting the worldwide maritime community, helping to maintain happy, healthy vessels. 

DAY OF THE SEAFARER: HEALTH TIPS TO SUPPORT SAFETY AT SEA

 The Day of the Seafarer (25 June) recognises the vital contribution made by seafarers from all over the world to the global community. This year, the focus of the day is on safety tips at sea, a critical factor in seafarer wellbeing. , offers practical measures for organisations to prevent common injuries, illnesses and safety concerns onboard commercial vessels, complemented by data which highlights the diverse health challenges among seafarers.

MedSea's assistance case data from 2023 shows that seafarers suffer from a wide variety of health issues onboard.

Musculoskeletal problems, often caused by improper lifting techniques, posture and repetitive tasks, have always been a concern for seafarers. In 2023, it emerged as the fourth most common medical case type, with a significant portion (40%) involving the neck and back. Additionally, one-third of all cases where seafarers are deemed unfit for duty were attributed to musculoskeletal problems.

In 2023, dental cases saw a concerning rise, jumping from MedSea's sixth most common medical case category to the second. 67% of these cases required further shoreside evaluation. When crew members cannot be immediately attended to by a dentist onshore, the pain and discomfort they experience may affect their job performance, concentration, sleep, and safety.

It is also important to consider the impact of chronic health conditions that many seafarers suffer from, primarily due to non-communicable diseases (NCDs). Hypertension is reported to be the most common chronic condition onboard ships, followed by diabetes, depression and obesity. When incorrectly managed, NCDs pose significant health risks to seafarers, potentially leading to complications and even medical emergencies, requiring vessel diversions and delays. The World Health Organization (WHO) stated that the increasing trend of NCDs will continue worldwide. By around 2050, chronic diseases such as cancer, diabetes, cardiovascular diseases and respiratory illnesses will account for 86% of the 90 million fatalities each year[1].

Whilst cardiovascular diseases represent a much smaller number of overall MedSea cases, globally they account for most NCD deaths, or 17.9 million people annually1. This poses a significant threat as potential consequences, such as a heart attack and a stroke can be potentially life-threatening. Protecting heart health, for example through eliminating tobacco use, should be a key priority for all onboard. 

Dr Katherine Sinclaire, Senior Medical Advisor at MedSea says "As we celebrate the Day of the Seafarer and recognise their critical role, it is important to acknowledge the unique health challenges they face. Long stretches at sea, isolation and exposure to harsh environments can significantly impact crewmembers' wellbeing and exacerbate chronic conditions like hypertension, diabetes and mental health conditions. As an industry, we must continue to focus upon prevention and improving the overall health and welfare of our seafarers.

"Organisations within the Maritime industry have a Duty of Care that goes beyond basic medical facilities onboard and moves towards proactive health management programmes, designed to address the specific challenges seafarers encounter. Running awareness campaigns about safe working practices in hot environments can significantly reduce the risk of heat-related illness among seafarers".

MedSea shares top tips for organisations to prevent common injuries and illnesses among seafarers onboard commercial vessels:

  1. Chronic condition support: develop programmes to help seafarers effectively manage pre-existing chronic conditions while at sea. This could include encouraging seafarers to maintain a healthy lifestyle, eating a well-balanced diet and exercising regularly. It is also important to provide access to medical care and regularly monitor health data.
  2. Raise awareness of the importance of dental health: encourage crewmembers to be proactive with their dental care through educational materials on oral hygiene.
  3. Prevention of musculoskeletal problems: conduct job risk assessments and implement safety protocols to minimise musculoskeletal problems arising from incorrectly using tools, repetitive tasks or improper lifting techniques.
  4. Heat exhaustion/illness prevention: Encourage regular hydration and breaks, limit time spent outside during peak hours of heat and ensure use of protective clothing or equipment.

Provide smoking cessation support: offer smoking cessation programmes and resources to raise awareness of the negative impacts of smoking

ABOUT MEDSEA

MedSea is the maritime arm of International SOS. We help ship owners, managers and operators to fulfil their Duty of Care to seafarers and build a resilient workforce.

Every year we provide telemedical assistance to thousands of seafarers worldwide, supporting all types of physical and emotional health issues. When a case cannot be solved onboard, MedSea refers to our network of 85,000+ approved and verified shoreside medical providers, ensuring that seafarers receive the highest level of care possible.

For 25+ years MedSea has been supporting the worldwide maritime community, helping to maintain happy, healthy vessels.

[1] World Health Organization | Fact Sheet: Non-Communicable Diseases

“IMCAS Asia 2024 17th Edition and 12th ITCAM” งานประชุมเวชศาสตร์ความงามระดับโลก ตอกย้ำไทยเป็นศูนย์กลางทาง เวชศาสตร์ความงามระดับโลก

สมาคมเวชสำอางและศัลยศาสตร์ผิวพรรณแห่งประเทศไทย (Thai Cosderm) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ IMCAS(International Master Course on Aging Science) ซึ่งเป็นองค์กรจัดงานประชุมระดับโลกด้านการแพทย์ผิวหนัง ศัลยแพทย์พลาสติก เวชศาสตร์ความงาม จากประเทศฝรั่งเศส จัดงานประชุมนานาชาติ "IMCAS Asia 2024 17th Edition and 12th ITCAM" ขึ้น ซึ่งเป็นงานประชุมเวชศาสตร์ระดับโลกที่รวบรวมแพทย์ผิวหนัง ศัลยแพทย์ และแพทย์ความงามผู้ทรงคุณวุฒิมากกว่า 315 ท่านจากทั่วโลกมาบรรยายภายในงาน เพื่อตอกย้ำการเป็นศูนย์กลางทางด้านเวชศาสตร์ความงามระดับโลกของประเทศไทย โดยได้รับเกียรติจากนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการเปิดงาน พร้อมด้วยนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เข้าร่วมเปิดงาน ณ โรงแรมดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ซูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล กรุงเทพฯ

สำหรับการประชุมนานาชาติ "IMCAS Asia 2024 17th Edition and 12th ITCAM"ประเทศไทยได้รับคัดเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดงานเป็นปีที่ 6 ในระหว่างวันที่ 21-23 มิถุนายน 2567 โดยมีเป้าหมาย 4 ประการ ได้แก่

  1. ส่งเสริมการศึกษาเรียนรู้ทางด้านเวชศาสตร์ความงามให้แก่แพทย์ไทยและนานาชาติ
  2. เสริมสร้างความเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคและตอกย้ำความเป็นหนึ่งในผู้นำระดับโลกที่เต็มเปี่ยมไปด้วยศักยภาพของวงการเวชศาสตร์ความงามไทย
  3. สร้างสายสัมพันธ์แพทย์ความงามผู้ทรงคุณวุฒิจากนานาประเทศผ่านเวทีการประชุมระดับโลกที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ
  4. ส่งเสริมการศึกษาเรียนรู้อย่างต่อเนื่องทางด้านเวชศาสตร์ความงาม


นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เป็นที่น่าดีใจที่ประเทศไทย, กรุงเทพมหานครของเราได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพในการจัดงานประชุมระดับโลก IMCAS ASIA 2024 และได้มีโอกาสต้อนรับแพทย์ความงามจากทั่วโลกที่ลงทะเบียนในงานกว่า 2,500 คนอีกครั้ง ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงความพร้อมและความเป็นมหานครชั้นนำของเมืองไทย ทั้งทางด้านความปลอดภัย โครงสร้างสิ่งแวดล้อม การเดินทาง และบรรยากาศแห่งการศึกษาและความคิดสร้างสรรค์ ผ่านการประชุมวิชาการระดับสากล

อนึ่ง การแพทย์ทางด้านเวชศาสตร์ความงามเป็นสาขาวิชาที่เติบโตอย่างรวดเร็ว เป็นที่สนใจแก่บุคลากรทางการแพทย์จากหลากหลายประเทศ กรุงเทพมหานครของเราถือเป็นอีกหนึ่งศูนย์กลางทางการศึกษาในแขนงวิชานี้และกำลังก้าวขึ้นสู่การเป็นอันดับหนึ่ง ของการเป็น Antiaging and Aesthetic hub of Asia จึงน่าภาคภูมิใจและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่แพทย์ไทยได้รับโอกาสในการแสดงความสามารถและพัฒนาความรู้ร่วมไปกับแพทย์จากนานาประเทศใน platform การประชุมที่เป็นสากล สอดคล้องกับความเป็น High tech ที่มี High touch สำหรับการดูแลคนไข้ระดับมาตรฐานสูงสุด

ผู้บริหารของสมาคมเวชสำอางและศัลยศาสตร์ผิวพรรณแห่งประเทศไทย ได้แก่แพทย์หญิงนลินี สุทธิพิศาล นายกสมาคมเวชสำอางและศัลยศาสตร์ผิวพรรณแห่งประเทศไทย และแพทย์หญิงอัจจิมาสุวรรณจินดา แพทย์ผิวหนังและศัลยกรรมผิวหนังประธานการจัดงานและฝ่ายวิชาการของสมาคมเวชสำอางและศัลยศาสตร์ผิวพรรณแห่งประเทศไทย และนายแพทย์ไพศาล รัมณีย์ธร กรรมการบริหารและวิชาการของสมาคมเวชสำอางและศัลยศาสตร์ผิวพรรณแห่งประเทศไทยเปิดเผยว่า งานประชุมในครั้งนี้ ทางสมาคมได้ร่วมกับ อิมคาส IMCAS (International Master Course on Aging Science) องค์กรจัดงานประชุมระดับโลกด้านการแพทย์ผิวหนัง ศัลยแพทย์พลาสติก เวชศาสตร์ความงาม และฟื้นฟูความเสื่อม จากประเทศฝรั่งเศส ซึ่งมีการจัดงานประชุมวิชาการระดับนานาชาติในรูปแบบ World Congress ทุกปีที่ประเทศฝรั่งเศส โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมมากสูงสุดเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ไม่ต่ำกว่า 20,000 คนต่อปี นอกจากนี้ IMCAS ยังได้มีการจัดการประชุมในเอเชีย ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศแถบเอเชียที่ได้รับเลือกให้เป็นศูนย์กลางการจัดงาน โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมแบบ onsite จากทั่วโลก มากกว่า 2,500 คน รวมถึงมีการจัดแสดงเครื่องมือทางการแพทย์มากกว่า 100 บูท และมีผู้บรรยายจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกถึง 315 คน


ภายในงานประชุมวิชาการ ได้มีการอัพเดทข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับเทคนิคขั้นตอนการผ่าตัด (การปลูกถ่ายเต้านม การผ่าตัดเสริมจมูก การดูดไขมัน การเติมไขมัน ฯลฯ) และการรักษาแบบไม่ต้องผ่าตัด (การสาธิตฉีดฟิลเลอร์ โบท็อก การร้อยไหม เลเซอร์ และ Obesity management and surgery aesthetics, LGBT aesthetic ฯลฯ) มีการถ่ายทอดสด การสอนด้านกายวิภาคศาสตร์ (Anatomy) จากโรงเรียนแพทย์ ในประเทศฝรั่งเศส มายังประเทศไทย โดยเฉพาะการฉีดฟิลเลอร์ ซึ่งแพทย์จะต้องมีความรู้ความเข้าใจกายวิภาคศาสตร์ของใบหน้า เพื่อที่จะสามารถฉีดได้อย่างถูกต้อง และทำให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดต่อผู้เข้ารับบริการ เนื่องจากเป็นหัตถการที่สามารถทำให้เกิดอันตราย จากภาวะฟิลเลอร์อุดตันเส้นเลือดทำให้เกิดผิวหนังตาย สูญเสียการมองเห็น หลอดเลือดสมองอุดตัน ภาวะลิ่มเลือดอุดตันในปอด การติดเชื้อที่ผิวหนังแบบเรื้อรัง

นอกจากการถ่ายทอดสดการสอนจากฝรั่งเศสแล้ว ภายในงานยังได้มีการบรรยายเกี่ยวกับอนาคตการแพทย์ด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูความเสื่อม (Regenerative medicine) ของประเทศไทย กล่าวได้ว่า การรักษาด้วยเซลล์, ยีน, และเอ็กโซโซม ถือเป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ล้ำสมัยที่มีศักยภาพสูงในการก้าวข้ามขีดจำกัดของการรักษาในปัจจุบัน และประเทศไทยได้มีการคิดค้นนวัตกรรมทางด้านนี้ อย่างไรก็ตามกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ขั้นสูงเหล่านี้นั้น จำเป็นต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ดีในการผลิตยาตามแนวทางของ GMP PIC/S ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อมาตรฐานการผลิตและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ และเชื่อมโยงกับ ความปลอดภัยและประสิทธิภาพของการรักษาเป็นอย่างมาก ดังนั้น งานประชุมในเวทีระดับนานาชาติจึงมีความสำคัญอย่างมากในการให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องกับแพทย์ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อการโฆษณาเกินจริงจากผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายกับผู้รับบริการ

ภายในงานยังมีการจัดแสดงเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัย เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการอุตสาหกรรมทางการแพทย์ทั้งในและต่างประเทศทั่วโลก รวมถึงยกระดับศักยภาพและมาตรฐานของผลิตภัณฑ์เครื่องมือและการให้บริการทางการแพทย์ให้เทียบเท่ากับระดับสากล

ช่องทางอัปเดตข่าวสารสำหรับการจัดประชุมในครั้งถัดไป https://itcam.org/Home 

เว็บไซต์https://itcam.org/Home 

เฟซบุ๊กhttps://www.facebook.com/itcamcongress 

Monday, June 24, 2024

เขตกวนซานหู มณฑลกุ้ยโจว จัดกิจกรรม "นิเวศวิทยา +" มุ่งส่งเสริมระบบนิเวศ-การท่องเที่ยว

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2567 กิจกรรม "ฤดูกาลทางนิเวศ" (Ecological Season) ได้เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการ ณ เขตกวนซานหู ในเมืองกุ้ยหยาง มณฑลกุ้ยโจว ประเทศจีน นับเป็นปีที่สามติดต่อกันแล้วที่กิจกรรมนี้ได้จัดขึ้นที่เขตกวนซานหู โดยสำนักประชาสัมพันธ์รัฐบาลเขตกวนซานหู สำหรับงานในปีนี้มีการจัดกิจกรรมที่น่าสนใจมากมายในสามหัวข้อ ได้แก่ "นิเวศวิทยา + การศึกษาดูงาน" (ecology + study tour) "นิเวศวิทยา + ดนตรี" (ecology + music) และ "นิเวศวิทยา + การศึกษา" (ecology + education)

หลี่ อี้จวิน (Li Yijun) นักศึกษาจากกว่างโจวที่เข้าร่วมกิจกรรม "นิเวศวิทยา + การศึกษาดูงาน" กล่าวด้วยความคาดหวังว่า "เป็นครั้งแรกที่ได้มาเยือนกุ้ยหยาง รู้สึกแปลกใหม่ที่ได้เห็นทิวทัศน์ของภูเขา แม่น้ำ และความเขียวขจีจากรถไฟความเร็วสูง และหวังว่าจะได้เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับความงามของนิเวศวิทยาทางธรรมชาติด้วยการเข้าร่วมกิจกรรมนี้ หวังว่าการท่องเที่ยวเชิงนิเวศจะเป็นการเก็บเกี่ยวความรู้และเต็มไปด้วยความสนุกสนาน"

ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ สภาพแวดล้อมทางนิเวศของเขตกวนซานหูดีขึ้นทุกปี โดยคุณภาพอากาศได้มาตรฐานทุติยภูมิแห่งชาติ 6 ปีติดต่อกัน ขณะที่สัดส่วนน้ำผิวดินคุณภาพดีในทะเลสาบและแม่น้ำหลักอยู่ที่ระดับ 100% ส่วนคุณภาพสภาพแวดล้อมทางเสียงยังคงมีเสถียรภาพ ด้านสัดส่วนสภาพแวดล้อมทางเสียงคุณภาพดีในเมืองในเวลากลางวันและกลางคืนอยู่ที่ 100% นอกจากนี้ จำนวนสวนสาธารณะทั้งหมดยังมีมากถึง 206 แห่ง และความพึงพอใจของผู้อยู่อาศัยที่มีต่อสภาพแวดล้อมทางนิเวศสูงถึง 93.63%

การปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางนิเวศอย่างต่อเนื่องในเขตกวนซานหูสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก โดยสำนักงานการท่องเที่ยวเขตกวนซานหูระบุว่า เขตกวนซานหูได้ให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวแบบค้างคืนจำนวน 6.39 ล้านคนในช่วงเดือนมกราคมถึงพฤศจิกายน 2566 นอกจากนั้นยังมีนักท่องเที่ยวราว 420,000 คนในช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2567 และประมาณ 600,000 คนในช่วงวันแรงงานปี 2567

ที่มา: สำนักประชาสัมพันธ์รัฐบาลเขตกวนซานหู