Thursday, August 29, 2024

EBC Financial Group ยกระดับความรู้พื้นฐานการเงินในภาคใต้ของประเทศไทย

EBC Financial Group (EBC) จัดงานสัมมนาครั้งล่าสุด ณ จังหวัดยะลา ประเทศไทย กิจกรรมเน้นไปที่บรรยายให้ข้อมูลด้านการค้าจากผู้เชี่ยวชาญและการมีส่วนร่วมของชุมชนในภาคการลงทุนระดับภูมิภาคภายในงานวิทยากรพิเศษได้อธิบายถึงขั้นตอนการรักษาพื้นฐานด้านความปลอดภัยที่เข้มงวด โดยทำงานร่วมกับหน่วยงานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และหน่วยงานกำกับดูแลระดับสากล เพื่อลดโอกาสจากการถูกแอบอ้างจากมิจฉาชีพและลดแนวโน้มการถูกหลอกลวงของผู้ใช้งาน ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้จะช่วยให้ความรู้กับผู้เข้าร่วมงานได้รับรู้ช่องทางการรับข้อมูลข่าวสารและช่องทางติดต่อที่ถูกต้อง รวมถึงความพยายามในการรักษาสภาพแวดล้อมการซื้อขาย เพื่อรักษาบริการได้มาตรฐาน

งานนี้ยังให้ความสำคัญกับความร่วมมือระหว่างสถาบันการเงินและหน่วยงานกำกับดูแลเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการซื้อขายและการดูแลที่มั่นคงความร่วมมือดังกล่าวมีความสำคัญต่อการสนับสนุนมาตรการรักษาความปลอดภัยและรับรองการปฏิบัติตามกฎระเบียบในอุตสาหกรรมในช่วงหลายปีที่ผ่านมาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้เห็นกรณีต่างๆที่การร่วมมือด้านความมั่นคงได้เสริมสร้างเสถียรภาพในกับผู้ใช้งานภูมิภาคตัวอย่างเช่น ในปี 2021 ประเทศไทยได้ร่วมมือกับสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ผ่านการฝึกซ้อมร่วมกัน และในปี 2024 สำนักงานรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ (CSA) ของสิงคโปร์ได้ต่ออายุความร่วมมือกับ FS-ISAC เพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นทางไซเบอร์ในภาคบริการทางการเงิน ความร่วมมือเหล่านี้ช่วยให้ประเทศและองค์กรต่างๆ สามารถรับมือต่อภัยคุกคามรูปแบบใหม่หลายช่องทาง และความท้าทายด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ เช่น การฉ้อโกงทางออนไลน์ การหลอกลวง และการฟอกเงิน ในขณะเดียวกันก็ปกป้องความสมบูรณ์ของตลาด และส่งเสริมระบบนิเวศทางการเงินที่ปลอดภัยและโปร่งใสสำหรับผู้ใช้งาน

การขยายการศึกษาทางการเงินสู่ภาคใต้ของประเทศไทย

EBC Financial Group ได้จัดงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการมอบความรู้ด้านการเงินระดับภูมิภาค โดยเน้นการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติด้านกลยุทธ์และการใช้เครื่องมือต่างๆ กิจกรรมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับความรู้และอัปเดตข้อมูลที่ถูกต้องด้านการเงิน โดยครอบคลุมในหัวข้อบรรยายต่างๆ เช่น การวิเคราะห์ตลาดขั้นสูงและกลยุทธ์เทคนิคที่จะช่วยในการตัดสินใจต่างๆ เพื่อคาดการณ์แนวโน้มการเคลื่อนไหวของตลาด

เพิ่มศักยภาพให้กับผู้ใช้งานผ่านความรู้และการมีส่วนร่วมในชุมชน

EBC Financial Group มุ่งมั่นที่จะขยายการสนับสนุนด้านการศึกษาและสร้างชุมชนทางการเงินที่เป็นแหล่งรวบรวมความรู้และข้อมูลในภาคใต้ส่วนนี้จะเป็นการให้คำแนะนำเกี่ยวกับกลยุทธ์ทางการเงินและแนะนำเทคนิคการวิเคราะห์ตลาด เช่น เทคนิคพื้นฐานเพิ่มความเข้าใจในระบบการใช้งานและพัฒนาทักษะและยังเน้นย้ำถึงความเสี่ยงและลงทุนอย่างระมัดระวัง

สำหรับอนาคต EBC มีแผนที่จะขยายโปรแกรมการศึกษาไปจังหวัดอื่นๆในภาคใต้ เช่น อำเภอหาดใหญ่ เป็นต้น เพื่อเพิ่มการเข้าถึงและสนับสนุนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องในระดับภูมิภาคความพยายามนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้รับความรู้และข้อมูลที่ถูกต้อง เข้าถึงเครื่องมืออุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานเปิดโอกาสในการพัฒนาความรู้อย่างเท่าเทียม 

EBC Financial Group Enhances Financial Literacy and Connects Traders in Southern Thailand

EBC Financial Group (EBC) is pleased to announce the success of its recent event held in Yala. The event featured discussions on trading insights and community engagement in the regional financial sector. During the event, key speakers highlighted how financial brokers implement security measures in collaboration with cybersecurity agencies and regulators to combat impersonation and phishing scams. These insights provided attendees with a deeper understanding of the industry's ongoing efforts to maintain reliable trading environments.

The event highlighted the importance of collaboration between financial institutions and regulatory agencies in maintaining stable trading environments. These partnerships are essential for upholding security measures and ensuring regulatory compliance in the industry. Over the years, Southeast Asia has witnessed numerous instances where security cooperation has strengthened regional stability. For instance, in 2021, Thailand collaborated with the United States and Japan to enhance its cybersecurity infrastructure through joint training exercises. Similarly, in 2024, Singapore's Cyber Security Agency (CSA) renewed its partnership with FS-ISAC to strengthen cyber resilience within the financial services sector. By uniting their efforts, nations and organisations can mitigate emerging threats and cybersecurity challenges, such as online fraud, impersonation scams, and money laundering, while safeguarding market integrity and fostering a safer, more transparent financial ecosystem for all.

Expanding Financial Education Across Southern Thailand

Following the positive response to recent efforts in Southern Thailand, a series of financial literacy workshops will be introduced to provide practical training on financial strategies and tools. These sessions will focus on enhancing financial education in the region, with topics including more advanced approaches to market analysis and trading strategies that help forecast market movements.

Empowering Traders Through Knowledge and Community Engagement

EBC Financial Group is dedicated to expanding its educational initiatives and fostering a well-informed financial community in Southern Thailand. These sessions will offer guidance on financial strategies and introduce advanced market analysis techniques to enhance understanding and skills development.

In the coming months, additional educational programs will be offered in key locations, including Hat Yai, to broaden EBC's outreach. The objective is to provide valuable insights and support continuous learning within the region. Through these efforts, EBC aims to equip participants with the knowledge and tools needed for long-term success. 

Wednesday, August 28, 2024

ดีป้า ร่วมกับ คณะสถาปัตย์ จุฬาฯ และ ซียู ดีโฟร์เอส เอ็นเทอร์ไพรส์ เปิดหลักสูตร Smart Sustainable City for Silver GEN รับมือเมืองผู้สูงวัยแห่งอนาคต


ดีป้า จับมือ คณะสถาปัตย์ จุฬาฯ และ ซียู ดีโฟร์เอส เอ็นเทอร์ไพรส์ เปิดตัวหลักสูตร Smart Sustainable City for Silver GEN เจาะลึกเทคโนโลยี การออกแบบเมืองอย่างยั่งยืนเพื่อผู้สูงอายุ พร้อมลงนามความร่วมมือด้านการพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิตด้านการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยี พร้อมปั้นเมืองผู้สูงอายุแห่งอนาคต สร้างโอกาสในการขยายธุรกิจ สร้างชุมชมผู้ประกอบการ และนักพัฒนาเมืองยุคใหม่ และเวทีเสวนาในหัวข้อ สำรวจฉากทัศน์ใหม่สังคมไทย: ยุคทองสูงวัยหรือวิกฤตแห่งอนาคต

ดร.ภาสกร ประถมบุตร รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า พร้อมด้วย ผศ.สรายุทธ ทรัพย์สุข คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ดร.ทรรศวรรณ ปรีดาวิภาต ผู้บริหาร บริษัท ซียู ดีโฟร์เอส เอ็นเทอร์ไพรส์ จำกัด ร่วมเปิดหลักสูตร Smart Sustainable City for Silver GEN เจาะลึกเทคโนโลยีการออกแบบเมืองอย่างยั่งยืนเพื่อผู้สูงอายุ และลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ด้านการพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิต
ด้านการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Life-long Learning Ecosystem for Smart City Development) ณ ห้องสมุด คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ดร.ภาสกร เปิดเผยว่า ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของหลักสูตร Smart Sustainable City for Silver GEN เจาะลึกเทคโนโลยีการออกแบบเมืองอย่างยั่งยืนเพื่อผู้สูงอายุ


"สำหรับความร่วมมือด้านการพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิตด้านการพัฒนาเมืองอัจฉริยะถือเป็นการบูรณาการการทำงานของ 3 หน่วยงาน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษามีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม สนับสนุน และยกระดับการพัฒนาหลักสูตรหรือการจัดอบรม เพื่อเพิ่มทักษะ ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลกับการบริหารจัดการเมืองรองรับสังคมผู้สูงวัยแก่บุคลากรของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ อีกทั้งสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนากำลังคนและบุคลากรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานรอบด้านผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าว

ผศ. สรายุทธ ทรัพย์สุข คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มุ่งสร้างหลักสูตรสร้างความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อสร้างผู้นำในด้านเทคโนโลยีการวางแผน ออกแบบ และพัฒนาเมืองผู้สูงอายุแห่งอนาคต และเพื่อสร้างโอกาสในการขยายธุรกิจ และสร้างชุมชมผู้ประกอบการ และนักพัฒนาเมืองยุคใหม่ ให้สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยี โดยมีคณาจารย์และผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นผู้เชี่ยวชาญจริงร่วมสอนในหลักสูตร

เพื่อเพิ่มความตระหนักรู้ถึงการรับรองสังคมผู้สูงวัย จึงได้มีการจัดเสวนาในหัวข้อ สำรวจฉากทัศน์ใหม่สังคมไทย: ยุคทองสูงวัยหรือวิกฤตแห่งอนาคต โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ได้แก่ รศ.ไตรรัตน์ จารุทัศน์ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางการออกแบบเพื่อทุกคน Universal Design Excellent Center คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ดร.ภาสกร ประถมบุตร รองผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายณรงค์ชัย คุณปลื้ม นายกเทศมนตรีเมืองแสนสุข จังหวัดชลบุรี และ นายพงษ์วุฒิ แสงประเสริฐ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย กลุ่มธุรกิจ ลูกค้าองค์กร บริษัท พานาโซนิค โซลูชั่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองในแนวทางการบริหารจัดการ และนโยบายที่จำเป็นเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคตของสังคมไทยในยุคที่ประชากรสูงวัยกำลังเป็นส่วนสำคัญ

รศ. ไตรรัตน์ จารุทัศน์ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางการออกแบบเพื่อทุกคน Universal Design Excellent center คณะสถาปัตย์ จุฬาฯ และเป็นผู้อำนวยการหลักสูตร Smart Sustainable City for Silver GEN เจาะลึกเทคโนโลยีการออกแบบเมืองอย่างยั่งยืนเพื่อผู้สูงอายุ  กล่าวว่า "ผู้สูงอายุกำลังจะยึดเมือง การปรับตัวของเมืองไทยต่อการเข้าสู่สังคมสูงวัยสมบูรณ์แล้วในปี พ.ศ. 2565 (ประชากรไทยกว่า 20% มีอายุ 60 ปีขึ้นไป) และประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมสูงวัยแบบสุดยอด (Super-Aged Society) ในปี พ.ศ.2576  (ประชากรไทยกว่า 28% จะมีอายุ 60 ปีขึ้นไป) ไม่ใช่แค่ตัวเลขสถิติ แต่เป็นความจริงที่ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในเชิงเศรษฐกิจ สังคม และโครงสร้างพื้นฐานของเมือง ปัจจุบัน เมืองไทยหลายแห่งยังไม่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้สูงอายุ เมืองหลายแห่งยังขาดความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นทางเดินเท้าที่ไม่เหมาะสม การขาดแคลนสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน หรือระบบขนส่งสาธารณะที่ไม่เอื้อต่อการเดินทางของผู้สูงวัย สภาพแวดล้อมเหล่านี้ทำให้ผู้สูงอายุในไทยต้องเผชิญกับความท้าทายในการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นปัญหาที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน คือ เราจะปรับเมืองให้เป็น Smart และ Safety สำหรับทุกคนได้อย่างไร? คำตอบไม่ใช่เพียงแค่การติดตั้งเทคโนโลยีใหม่ ๆ แต่คือการพัฒนาเมืองให้เป็น เมืองอัจฉริยะอย่างยั่งยืน ที่ไม่เพียงแค่ตอบสนองต่อความต้องการของประชากรสูงวัย แต่ยังสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อทุกช่วงวัย"

ดังนั้น สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล และ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จึงได้จัดโครงการนำร่องหลักสูตร Smart Sustainable City for Silver GEN เจาะลึกเทคโนโลยีการออกแบบเมืองอย่างยั่งยืนเพื่อผู้สูงอายุ ณ ประเทศญี่ปุ่น ที่มีวัตถุประสงค์หลัก ในการส่งเสริมเพื่อสร้างการรับรู้ สร้างการมีส่วนร่วมที่สอดคล้องและเป็นประโยชน์ให้เกิดความร่วมมือกันในการยกระดับทักษะด้านการออกแบบอย่างยั่งยืนให้แก่ ผู้บริหารระดับสูง นักพัฒนาเมือง เจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์  ผู้ที่สนใจการพัฒนาการออกแบบเมืองสู่ความยั่งยืน สถาปนิก วิศวกร ที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญ หรือนักออกแบบเมือง  รวมถึงบุคลากรของหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน

รศ.ดร.สุธี อนันต์สุขสมศรี รองคณบดี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า "ความร่วมมือ ดีป้า และคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะเป็นก้าวสำคัญในการเตรียมความพร้อมของประเทศไทย ในเรื่องการพัฒนาเมืองอัจฉริยะเพื่อรองรับสังคมผู้สูงวัย โดยเฉพาะการพัฒนาหลักสูตร "Smart Sustainable City for Silver GEN" ที่จะนำเสนอแนวทางการออกแบบและพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนที่เน้นความปลอดภัยและความสะดวกสบายสำหรับผู้สูงอายุที่ไม่ใช่เพียงเพื่อประโยชน์ของผู้สูงวัย แต่ยังเป็นการสร้างอนาคตที่มั่นคงและยั่งยืนสำหรับคนทุกวัยในสังคมไทย



ไฮไลต์หลักสูตร:

- 8 วิทยากรชั้นนำด้านการออกแบบสถาปัตยกรรมเมืองอย่างยั่งยืนเพื่อผู้สูงอายุ

- 5 แนวคิดเพื่อสร้างความยั่งยืนให้นักพัฒนาเมืองยุคใหม่

- 3 สัปดาห์เจาะลึกเทคโนโลยีสถาปัตยกรรมการออกแบบเมืองแห่งอนาคต

กำหนดระยะเวลาการศึกษาของหลักสูตรโดยความร่วมมือระหว่างคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ กับ ซียู ดีโฟร์เอส เอ็นเทอร์ไพรส์ และ ดีป้า อบรมในประเทศไทย ระหว่าง 22 พฤศจิกายน - 23 พฤศจิกายน และวันที่ 7 ธันวาคม 2567 ศึกษาดูงาน ณ ประเทศญี่ปุ่น วันที่ 24 พฤศจิกายน - 1 ธันวาคม (กิจกรรม ณ ประเทศญี่ปุ่น 6 วัน) หลักสูตร Smart Sustainable City for Silver GEN เจาะลึกเทคโนโลยีการออกแบบเมืองอย่างยั่งยืนเพื่อผู้สูงอายุ เปิดรับสมัครแล้ววันนี้ - 10 ตุลาคม 2567  ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม 139,000 บาท/ท่าน พิเศษสำหรับหน่วยงานเอกชนสามารถลดหย่อนภาษีนิติบุคคลได้ถึง 250%

ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ Facebook: CUD4S สอบถามข้อมูลได้ที่ Line OA: @cud4s โทร 02-218-4316 Email: contact@cud4s.ac.th โดยลงทะเบียนผ่าน https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLScKR4UNrxTiLVdeDVybQfjUsYEncLi-_y4tFUOmOa6o-6U_uQ/viewform 

มณฑลหูหนานจัดงานสัมมนาวิชาการนานาชาติ เนื่องในวาระครบรอบ 50 ปีการขุดค้นทางโบราณคดีสุสานหม่าหวังตุยแห่งยุคราชวงศ์ฮั่น

พิพิธภัณฑ์หูหนาน

ปีนี้เป็นวาระครบรอบ 50 ปีการขุดค้นทางโบราณคดีสุสานหม่าหวังตุยแห่งยุคราชวงศ์ฮั่น (Mawangdui Han Tombs) และในโอกาสนี้ เพื่อนำเสนอผลสำเร็จในการอนุรักษ์ การวิจัย และการใช้ประโยชน์จากการขุดค้นทางโบราณคดีสุสานหม่าหวังตุยแห่งยุคราชวงศ์ฮั่น ตลอดจนส่งเสริมอิทธิพลของอารยธรรมจีนในระดับโลก งานสัมมนาวิชาการนานาชาติได้เปิดฉากขึ้น ณ นครฉางซา ในช่วงเช้าของวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา พิธีเปิดจัดขึ้นโดยรัฐบาลประชาชนมณฑลหูหนาน ร่วมด้วยสำนักประชาสัมพันธ์ของคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำมณฑลหูหนาน สำนักวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวมณฑลหูหนาน และสำนักงานบริหารจัดการมรดกทางวัฒนธรรมมณฑลหูหนาน ตลอดจนหน่วยงานอื่น ๆ ซึ่งรวมถึงพิพิธภัณฑ์หูหนาน ทั้งนี้ เหมาเว่ยหมิง รองเลขาธิการคณะกรรมการฯ มณฑลหูหนาน และผู้ว่าการมณฑลหูหนาน และหลี่ฉวิน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน และผู้อำนวยการสำนักงานบริหารจัดการมรดกทางวัฒนธรรมแห่งชาติ ได้กล่าวสุนทรพจน์ในพิธีเปิดงาน โดยมีบุคคลสำคัญอีกหลายท่านเข้าร่วมงาน เช่น หยางห่าวตง สมาชิกคณะกรรมการถาวรของคณะกรรมการฯ มณฑลหูหนาน และรัฐมนตรีประจำสำนักประชาสัมพันธ์ของคณะกรรมการฯ มณฑลหูหนาน

ในพิธีเปิดงาน บริษัทถ่ายทำสารคดีรายใหญ่ของจีน China Central Newsreel & Documentary Film Studio (Group) ได้บริจาคคลิปวิดีโอความคมชัดสูงของแหล่งขุดค้นทางโบราณคดีสุสานหม่าหวังตุยแห่งยุคราชวงศ์ฮั่นให้แก่พิพิธภัณฑ์หูหนาน นอกจากนั้นยังมีการนำเสนอบันทึกม้วนไม้ไผ่และจารึกผ้าไหมที่ขุดพบจากสุสานหม่าหวังตุย และสิ่งทอจากหลุมฝังศพหมายเลข 1 พร้อมด้วยผลวิจัยใหม่เกี่ยวกับโบราณวัตถุเหล่านี้ ขณะเดียวกันยังได้มีการเปิดตัวสารคดี Mawangdui's Immortal Years เป็นครั้งแรก เพื่อบอกเล่าเรื่องราวการขุดค้น การอนุรักษ์ การวิจัย และการจัดนิทรรศการสุสานหม่าหวังตุย นอกจากนี้ พิพิธภัณฑ์หูหนานได้ลงนามข้อตกลงกับสถาบัน 6 แห่ง รวมถึงมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฮ่องกง และสถาบันตุนหวง เพื่อริเริ่มโครงการสหวิทยาการร่วมกัน

นับเป็นเวลานานครึ่งศตวรรษที่เหล่าผู้พิทักษ์มรดกทางวัฒนธรรมหลากหลายช่วงวัยได้ทุ่มเทความพยายามและสติปัญญาอย่างเต็มที่เพื่ออนุรักษ์และศึกษาสุสานหม่าหวังตุย ซึ่งนำไปสู่ความสำเร็จด้านการวิจัยที่สำคัญมากมาย โดยมีการค้นพบโบราณวัตถุจากสุสานรวมทั้งสิ้น 26,937 ชิ้น นอกจากนี้ ตัวอย่างซากศพมนุษย์ รวมถึงร่างของท่านผู้หญิงซินจุย ยังได้รับการเก็บรักษาเอาไว้เป็นอย่างดีด้วยวิธีการปกป้องแบบสามระดับ ทั้งในระดับองค์รวม ระดับเซลล์ และระดับโมเลกุล ซึ่งสามารถลดการสลายตัวของโปรตีนและการสูญเสียแคลเซียมไอออนในกระดูกได้สำเร็จ นอกจากนี้ โบราณวัตถุอื่น ๆ เช่น จารึกผ้าไหม สิ่งทอ เครื่องเขิน และเครื่องไม้ ก็ได้รับการอนุรักษ์ในเชิงลึกอย่างมีประสิทธิภาพสูงด้วยเช่นกัน จนถึงปัจจุบัน โบราณวัตถุจำนวน 948 ชิ้นได้ถูกบันทึกไว้ในรูปแบบดิจิทัลความละเอียดสูง ซึ่งประกอบด้วยรูปภาพ 7,779 ภาพ และแบบจำลองสามมิติ 285 แบบ ซึ่งถือเป็นการวางรากฐานสำหรับฐานข้อมูลความรู้เกี่ยวกับโบราณวัตถุของสุสานหม่าหวังตุย

เป้าหมายในอนาคตคือการบันทึกข้อมูลให้เป็นรูปแบบดิจิทัลครบ 100% โดยครอบคลุมเศษชิ้นส่วนทุกชิ้น เพื่อสร้างองค์ความรู้ที่ครอบคลุมเกี่ยวกับโบราณวัตถุของสุสานหม่าหวังตุย ทั้งนี้ งานสัมมนาวิชาการที่จัดขึ้นสองวัน มีหัวข้อหลักคือ "โบราณวัตถุของสุสานหม่าหวังตุย วัฒนธรรมฮั่น และจีนร่วมสมัย" ซึ่งประกอบด้วยงานสัมมนาย่อย 4 หัวข้อ ได้แก่ การวิจัยโบราณคดียุคราชวงศ์ฮั่นและการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมจีน-ต่างประเทศ การวิจัยประวัติศาสตร์ศิลปะและอุดมการณ์ยุคราชวงศ์ฮั่น การวิจัยบันทึกม้วนไม้ไผ่และจารึกผ้าไหมยุคราชวงศ์ฮั่น และการวิจัยทางการแพทย์ยุคราชวงศ์ฮั่น โดยผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการที่เข้าร่วมงานได้แบ่งปันและหารือเกี่ยวกับแนวคิด มุมมอง และความสำเร็จในการอนุรักษ์และสืบทอดโบราณวัตถุทางวัฒนธรรมเหล่านี้

งานสัมมนาวิชาการนานาชาติครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยดึงดูดผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการมากกว่า 300 คน จากมหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย และพิพิธภัณฑ์กว่า 100 แห่ง ใน 8 ประเทศ ซึ่งในโอกาสนี้ กระทรวงวัฒนธรรมและกีฬาของประเทศกรีซ และสำนักงานตัวแทนยูเนสโกประจำประเทศจีน รวมถึงสถาบันอื่น ๆ ตลอดจนนักวิชาการที่มีชื่อเสียงหลายท่าน ได้ส่งจดหมายและคลิปวิดีโอแสดงความยินดีกับงานนี้

สุสานหม่าหวังตุยแห่งยุคราชวงศ์ฮั่นเป็นที่ฝังศพของหลี่ชาง อัครมหาเสนาบดีแห่งรัฐฉางซาในสมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันตก รวมถึงสมาชิกในครอบครัวอีกสามคน สุสานแห่งนี้มีชื่อเสียงจากการเก็บรักษาศพของท่านผู้หญิงซินจุย (ภริยาของหลี่ชาง) ที่ยังคงสภาพสมบูรณ์มาเป็นเวลานานถึงสองพันปี รวมถึงการค้นพบเสื้อคลุมยาวผ้าโปร่งที่บางเบาราวปีกจั๊กจั่น และจารึกผ้าไหมกว่า 130,000 คำ ซึ่งบางส่วนมีข้อความที่เคยคิดว่าหายสาบสูญไปแล้ว ด้วยเหตุนี้ การขุดค้นทางโบราณคดีสุสานหม่าหวังตุยแห่งยุคราชวงศ์ฮั่นจึงได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นหนึ่งในการค้นพบทางโบราณคดีที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในศตวรรษที่ 20 ไม่ใช่แค่ในประเทศจีนเท่านั้น แต่ยังมีความสำคัญในระดับโลกด้วยเช่นกัน

ที่มา: พิพิธภัณฑ์หูหนาน 

International Academic Seminar on the 50th Anniversary of the Archaeological Excavation of Mawangdui Han Tombs Kicks off

Hunan Museum

This year marks the 50th anniversary of the archaeological excavation of Mawangdui Han Tombs. To fully showcase the fruitful results in the preservation, research, and utilization of the archaeological excavation of Mawangdui Han Tombs and raise the global clout of Chinese civilization, the opening ceremony of the international academic seminar kicked off in Changsha on the morning of August 18. Hosted by the People's Government of Hunan Province, the ceremony was undertaken by the Publicity Department of the Hunan Provincial Committee, the Hunan Provincial Department of Culture and Tourism, and the Cultural Heritage of Hunan, with other participating units including the Hunan Museum. Mao Weiming, Deputy Secretary of the Hunan Provincial Committee and Provincial Governor, and Li Qun, Deputy Minister of the Ministry of Culture and Tourism of the People's Republic of China and Director of the National Cultural Heritage Administration, delivered speeches at the opening ceremony. Present at the event were leaders including Yang Haodong, a member of the Standing Committee of the Hunan Provincial Committee, and Minister of the Publicity Department of the Hunan Provincial Committee.

At the opening ceremony, the China Central Newsreel & Documentary Film Studio (Group) donated academic HD video footage of the Mawangdui Han Tombs archaeological excavation sites to the Hunan Museum. The bamboo slips and silk manuscripts unearthed from the Mawangdui Han Tombs and textiles from Han Tomb No.1, along with new research findings on these artifacts, were unveiled. The documentary Mawangdui's Immortal Years, which captures the excavation, preservation, research, and exhibition of Mawangdui Han Tombs, also premiered. Additionally, the Hunan Museum signed agreements with six institutions, including the Hong Kong University of Science and Technology and the Dunhuang Academy, to launch collaborative interdisciplinary projects.

For half a century, generations of dedicated guardians have poured immense effort and wisdom into preserving and studying the Mawangdui Han Tombs, leading to significant research achievements. A comprehensive inventory of the artifacts unearthed from the tomb revealed a total of 26,937 items. The human remains specimens, including the well-preserved body of Lady Xin Zhui, have been effectively safeguarded through a three-tiered protection approach at the holistic, cellular, and molecular levels. This method has successfully mitigated the dissolution of proteins and the loss of calcium ions in the bones. Other artifacts, such as silk manuscripts, textiles, and lacquer and wooden artifacts, have also received fundamental and highly effective preservation. To date, 948 artifacts have been captured in high-resolution digital formats, encompassing 7,779 images and 285 3D models, laying the foundation for the Mawangdui Han Tombs artifact knowledge base.

The future goal is to achieve 100% digitization, including all fragments, to create a comprehensive knowledge graph of the Mawangdui Han Tombs artifacts. The 2-day academic seminar, with its theme focused on "Mawangdui Han Tomb Relics, Han Culture, and Contemporary China", consists of four sub-seminars devoted to Han Dynasty archaeology and Sino-foreign cultural exchange research, Han Dynasty art and ideological history research, Han Dynasty bamboo slips and silk manuscripts research, and Han Dynasty medical research respectively. The participating experts and scholars shared and discussed innovative ideas, perspectives, and achievements in the preservation and inheritance of cultural relics.

The international academic seminar, arousing wide concern at home and abroad, is attended by more than 300 experts and scholars from over 100 universities, research institutes, and museums from 8 countries. The Greek Ministry of Culture and Sports, and the Representative Office of UNESCO in China, among other institutions, as well as renowned scholars, sent congratulatory letters and videos to the event.

The Mawangdui Han Tombs marks where Li Cang, the Chancellor of the Changsha Kingdom during the Western Han Dynasty, and his three family members were buried. The tomb is renowned for the remarkable preservation of Lady Xin Zhui (the wife of Li Cang), a female corpse that has remained intact for over two millennia, the discovery of an ancient Chinese gown as thin as a cicada's wing, and over 130,000 words of silk manuscripts, some containing lost texts. It has gained wide recognition as one of the most significant archaeological discoveries of the 20th century, not only in China but globally.

Source: Hunan Museum 

Tuesday, August 27, 2024

บริษัท ริโนซี่ (ประเทศไทย) จำกัด เผยผลสำรวจเศรษฐีไทยสนใจลงทุนอสังหาริมทรัพย์ญี่ปุ่น

บริษัท ริโนซี่ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำในประเทศไทย เผยผลสำรวจล่าสุดเกี่ยวกับความสนใจและความตั้งใจในการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ญี่ปุ่นของกลุ่มคนไทยที่มีรายได้สูง

ผลการสำรวจกลุ่มคนไทยที่มีรายได้สูงในกรุงเทพฯ พบว่า กลุ่มผู้มีฐานะของไทยมีความสนใจที่จะลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในญี่ปุ่นอย่างมาก เพื่อตอบรับแนวโน้มดังกล่าว บริษัท ริโนซี่ (ประเทศไทย) จำกัด จึงเตรียมเข้าร่วมงานมหกรรมรวมพลคนชอบญี่ปุ่นครั้งยิ่งใหญ่ "NIPPON HAKU BANGKOK 2024" เพื่อสนับสนุนและนำเสนอโอกาสการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ญี่ปุ่นให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น

สรุปผลการสำรวจ:

  1. ขนาดของตลาด: ผลสำรวจชี้ว่า กลุ่มผู้มีรายได้สูงชาวไทยในกรุงเทพฯ ประมาณ 45,000 คน สนใจลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในญี่ปุ่น
  1. แหล่งลงทุนยอดนิยม: ในกลุ่มนักลงทุนไทยที่มีฐานะและถือครองอสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศนั้น 24% ถือครองอสังหาริมทรัพย์ในญี่ปุ่น ทำให้ญี่ปุ่นเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับ 2 รองจากสิงคโปร์ (36%)
  2. มูลค่าการลงทุน: ช่วงราคาของอสังหาริมทรัพย์ญี่ปุ่นที่นักลงทุนนิยมลงทุนมากที่สุดคือ 4-5 ล้านบาท และ 10-25 ล้านบาท โดยเกือบ 60% ของนักลงทุนเน้นลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ช่วงราคาดังกล่าว
  3. ผลตอบแทนที่คาดหวัง: 58% ของนักลงทุนผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มองว่าผลตอบแทน 4% จากการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ญี่ปุ่นมูลค่าราว 6 ล้านบาท เป็นตัวเลขที่น่าสนใจ

รายละเอียดการสำรวจ:

  • ระยะเวลา: 26 มิถุนายน 2567 - 5 กรกฎาคม 2567
  • ผู้เข้าร่วม: กลุ่มบุคคลที่มีรายได้สูงในกรุงเทพฯ (จำนวน 156 คน)
  • กลุ่มเป้าหมาย: ผู้มีรายได้สูงที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ (รายได้ครัวเรือนตั้งแต่ 100,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป)
  • ข้อมูลประชากร: ผู้ชายและผู้หญิงชาวไทย อายุ 30-50 ปี
  • พื้นที่: กรุงเทพฯ (กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี สมุทรปราการ)
  • วิธีการ: สำรวจออนไลน์โดยใช้เว็บแพเนลของอินเทจ ประเทศไทย (INTAGE Thailand)

แผนในอนาคต:

จากผลสำรวจที่ได้ บริษัท ริโนซี่ (ประเทศไทย) จำกัด วางแผนที่จะใช้กลยุทธ์การตลาดแบบเจาะกลุ่มเป้าหมายไปที่นักลงทุนต่างชาติที่มีรายได้สูง โดยก้าวแรกของแผนนี้คือการเข้าร่วมงาน "NIPPON HAKU BANGKOK 2024" ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 สิงหาคม - 1 กันยายน 2567 ที่พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน ทางริโนซี่จะออกบูธเพื่อให้ข้อมูลและคำแนะนำแก่นักลงทุนที่สนใจอสังหาริมทรัพย์ในญี่ปุ่น เพื่อกระตุ้นและส่งเสริมโอกาสการลงทุนในประเทศญี่ปุ่นให้มากยิ่งขึ้น

เกี่ยวกับบริษัท ริโนซี่ (ประเทศไทย) จำกัด:

บริษัท ริโนซี่ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำในประเทศไทย โดยมีแพลตฟอร์มที่ครบวงจรสำหรับทั้งชาวญี่ปุ่นที่พำนักในไทยและนักลงทุนต่างชาติ บริษัทให้บริการ "dearlife by RENOSY" ซึ่งเป็นบริการเช่าอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำสำหรับชาวญี่ปุ่นในไทย นอกจากนี้ ยังมีแพลตฟอร์ม "RENOSY" ที่ใช้เทคโนโลยี AI ช่วยอำนวยความสะดวกด้านการซื้อ บริหารจัดการ และปรับปรุงอสังหาริมทรัพย์ในญี่ปุ่น ด้วยบริการที่หลากหลายนี้ ริโนซี่จึงสามารถตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของลูกค้าได้อย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่อาศัยอยู่ในหรือนอกประเทศ

เว็บไซต์: https://www.dlife.co.jp/ 

RENOSY (Thailand) Co., Ltd. Conducts Survey on Japanese Real Estate Investment Interests Among Wealthy Thai Residents

RENOSY (Thailand) Co., Ltd., a leading provider of real estate services in Thailand, has announced the results of a comprehensive survey on the investment intentions of wealthy Thai residents in Japanese real estate.

The survey, conducted among high-income individuals residing in Bangkok, reveals a strong interest in Japanese real estate among the Thai elite. In response to this trend, RENOSY (Thailand) Co., Ltd. will participate in the upcoming "Bangkok Nippon Haku 2024," a major Japanese exhibition, to further promote Japanese real estate investment opportunities.

Key Survey Findings:

  1. Market Size: The survey estimates that approximately 45,000 high-income individuals in Bangkok are interested in investing in Japanese real estate.
  2. Investment Destinations: Among wealthy Thai investors with overseas real estate holdings, 24% own properties in Japan, making it the second most popular destination after Singapore (36%).
  3. Investment Amounts: The most common investment ranges for Japanese properties are between 4-5 million THB and 10-25 million THB, with nearly 60% of investors focusing on these price brackets.
  4. Expected Returns: 58% of experienced real estate investors found a return of 4% on properties priced at around 6 million THB in Japan to be attractive.

Survey Details:

  • Period: June 26, 2024 - July 5, 2024
  • Participants: High-income individuals in Bangkok (N=156)
  • Target Audience: High-income residents of Bangkok (household income of 100,000 THB or more per month)
  • Demographics: Thai men and women aged 30-50
  • Area: Bangkok (Krung Thep Mahanakhon, Pathum Thani, Samut Prakan)
  • Method: Online survey using INTAGE Thailand web panel

Future Plans:

Based on these survey results, RENOSY (Thailand) Co., Ltd. plans to implement targeted marketing strategies aimed at affluent international investors. The first step in this strategy will be participating in the "Bangkok Nippon Haku 2024" exhibition, held from August 30 to September 1, 2024, at Siam Paragon's Paragon Hall. RENOSY will set up a booth to provide information and support to investors interested in Japanese real estate, further promoting investment opportunities in Japan.

About RENOSY (Thailand) Co., Ltd.:

RENOSY (Thailand) Co., Ltd. is a leading provider of real estate services in Thailand, offering a comprehensive platform for both Japanese expatriates and international investors. The company operates "dearlife by RENOSY," a top Japanese expat leasing service in Thailand, and also offers a robust platform for purchasing, managing, and renovating real estate in Japan through its AI-driven "RENOSY" platform. This wide range of services ensures that RENOSY meets the diverse needs of its clients, both residents and non-residents.

Website: https://www.dlife.co.jp/