Thursday, September 5, 2024

บริดจสโตนได้รับเลือกให้เป็นพันธมิตรพัฒนายางมาตรฐานติดรถซูเปอร์สปอร์ตทรงพลังรุ่นใหม่ Lamborghini Temerario

 

  • บริดจสโตนพัฒนายางรถยนต์สามรุ่นที่ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับรถซูเปอร์สปอร์ตปลั๊กอินไฮบริดล่าสุดของ Lamborghini ที่ช่วยปลดปล่อยสมรรถนะอันยอดเยี่ยมทั้งในสนามแข่งและการใช้งานจริงบนถนน รวมถึงในสภาพอากาศหนาวเย็นสุดท้าทาย
  • ในฐานะพันธมิตรอันยาวนาน บริดจสโตนได้พัฒนายาง Potenza Sport  และ Potenza Race*1 ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับรถซูเปอร์สปอร์ต Lamborghini Temerario สำหรับการใช้งานช่วงฤดูร้อนและในสนามแข่ง รวมถึงยาง Blizzak LM005*2 ที่พัฒนาขึ้นมาเป็นพิเศษสำหรับการใช้งานช่วงฤดูหนาวเพื่อตอบโจทย์การใช้งานของผู้ขับขี่
  • ยางพรีเมียมทั้งสามรุ่นได้รับการพัฒนาด้วยเทคโนโลยีการออกแบบยางเสมือนจริง (Virtual Tyre Development) ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของบริดจสโตน เพื่อขับเคลื่อนด้านความยั่งยืนและส่งมอบประสิทธิภาพการใช้งาน

บริดจสโตนผู้นำระดับโลกด้านยางพรีเมียมและโซลูชั่นด้านการเดินทางอย่างยั่งยืน ได้รับเลือกให้เป็นพันธมิตรพัฒนายางมาตรฐานติดรถซูเปอร์สปอร์ตทรงพลังรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Lamborghini Temerario โดยบริดจสโตนในฐานะ 'พันธมิตรร่วมพัฒนาด้านเทคนิคอย่างเป็นทางการ' ของ Lamborghini ได้ออกแบบกลุ่มผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์มาโดยเฉพาะสำหรับรถซูเปอร์สปอร์ต Lamborghini Temerario เพื่อตอบโจทย์การใช้งานของผู้ขับขี่ และส่งมอบประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยมทั้งในสนามแข่งและการใช้งานจริงบนถนน รวมถึงในสภาพอากาศหนาวเย็นสุดท้าทาย

"หลังจากที่ Lamborghini Hurac?n STO, Tecnica, Sterrato และ Lamborghini Revuelto รถยนต์ซูเปอร์สปอร์ตปลั๊กอินไฮบริดเครื่องยนต์ V12 สมรรถนะสูง (High Performance Electrified Vehicle: HPEV) รุ่นแรกของลัมโบร์กินีได้ออกมาแล้วนั้น รุ่น Temerario ถือเป็นรถซูเปอร์สปอร์ตรุ่นล่าสุดของลัมโบร์กินีที่ติดยางบริดจสโตนซึ่งได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษ" คุณ Steven De Bock รองประธานกรรมการยางสำหรับกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมยานยนต์ของ Bridgestone EMEA เผยว่า "ระบบส่งกำลังแบบไฮบริดเครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบ ที่มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว ทำให้ Temerario เป็นส่วนหนึ่งของเจเนอเรชั่นใหม่ของรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด ที่ส่งมอบประสิทธิภาพที่เหนือระดับ ในฐานะ 'พันธมิตรร่วมพัฒนาด้านเทคนิคอย่างเป็นทางการ' ของ Lamborghini เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้เดินหน้าบนเส้นทางนี้ต่อไปควบคู่กับการผลักดันขีดจำกัดของการใช้พลังงานไฟฟ้าและก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของมอเตอร์สปอร์ตที่ยั่งยืน"

กลุ่มผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์ที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์การใช้งานของผู้ขับขี่

บริดจสโตนได้ต่อยอดมรดกทางมอเตอร์สปอร์ตที่แข็งแกร่งด้วยการใช้ยางทรงพลังในตระกูล Potenza ได้แก่ Potenza Sport และ Potenza Race ที่ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับการติดตั้งในรถซูเปอร์สปอร์ต Lamborghini Temerario สำหรับการใช้งานช่วงฤดูร้อนและในสนามแข่ง

ยาง Bridgestone Potenza Sport ที่ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับรถซูเปอร์สปอร์ต Lamborghini Temerario มีลายดอกยางที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพควบคุมการขับขี่ทั้งบนถนนแห้งและถนนเปียก นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มสมรรถนะการขับขี่ที่ความเร็วสูงให้กับรถซูเปอร์สปอร์ต Lamborghini Temerario ได้อย่างลงตัว สำหรับยาง Potenza Sport สมรรถนะสูงนี้เป็นยาง Run-Flat ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถไปได้แม้หลังจากที่ยางรั่วและสามารถขับต่อไปได้อย่างปลอดภัยถึง 80 กิโลเมตร ด้วยความเร็วสูงสุด 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมกันนี้ยาง Potenza Sport ที่ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะนี้ยังช่วยการยึดเกาะสูง และยังคงความสบายในการขับขี่บนท้องถนน พร้อมยังมอบความปลอดภัยและความอุ่นใจในการเดินทาง

นอกจากนี้บริดจสโตนยังได้ออกแบบยาง Potenza Race มาโดยเฉพาะเพื่อช่วยปลดปล่อยสมรรถนะอันทรงพลังของรถซูเปอร์สปอร์ต Lamborghini Temerario ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ซูเปอร์สปอร์ตคาร์รุ่นแรกและรุ่นเดียวในการผลิตที่สามารถทำความเร็วรอบได้สูงถึง 10,000 รอบต่อนาที ยางรถแข่งรุ่นพิเศษนี้ยังช่วยให้การยึดเกาะดีเยี่ยม เพิ่มประสิทธิภาพควบคุมการขับขี่ ตลอดจนยืดอายุการใช้งานได้ยาวนานสำหรับผู้ที่รักการแข่งรถในสนามแข่ง ทั้งนี้สมรรถนะการยึดเกาะสูงของยางมาจากสูตรเนื้อยางที่พัฒนาขึ้นโดยเฉพาะสำหรับการใช้งานในสนามแข่งก่อนที่จะนำมาใช้งานจริงบนท้องถนน

เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานของผู้ขับขี่ บริดจสโตนยังได้พัฒนายางฤดูหนาว Blizzak LM005 มาโดยเฉพาะสำหรับรถซูเปอร์สปอร์ต Lamborghini Temerario โดยยาง Blizzak LM005 พัฒนาขึ้นจากยางฤดูหนาวของบริดจสโตนที่ได้รับรางวัลมากมาย จึงช่วยมอบสมรรถนะการขับขี่ขั้นสูงให้กับรถซูเปอร์สปอร์ตปลั๊กอินไฮบริดแม้ขับขี่ในสภาพอากาศหนาวเย็นสุดท้าทาย

"Temerario เป็นมาตรฐานใหม่ให้กับกลุ่มรถซูเปอร์สปอร์ตที่มอบทั้งสมรรถนะและความสบายในการขับขี่ขั้นสูงสุด และบริดจสโตนยังเป็นพันธมิตรที่ลงตัวซึ่งช่วยให้เราดึงศักยภาพของรถซูเปอร์สปอร์ตLamborghini Temerario ออกมาได้อย่างเต็มศักยภาพ" คุณ Cristian Mastro ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของ Lamborghini กล่าว "ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาเราได้ร่วมมือกันอย่างยอดเยี่ยมซึ่งได้ก้าวข้ามขีดจำกัดครั้งแล้วครั้งเล่า และตอนนี้เมื่อเราก้าวเข้าสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า ความร่วมมือของเราก็ยิ่งแน่นแฟ้นขึ้นเรื่อยๆ และเดินหน้าในการส่งมอบเป้าหมายร่วมกันต่อไป"

พัฒนายางเสมือนจริงเพื่อส่งมอบประสิทธิภาพการใช้งานและขับเคลื่อนความยั่งยืน

ยางทั้งหมดสำหรับรถซูเปอร์สปอร์ต Lamborghini Temerario ได้รับการพัฒนาที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาของ บริดจสโตนในประเทศอิตาลี โดยใช้เทคโนโลยี Virtual Tyre Development (VTD) ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะ   ของบริดจสโตน เทคโนโลยี VTD ช่วยส่งมอบประสิทธิภาพและขับเคลื่อนความยั่งยืนในกระบวนการพัฒนายาง โดยสามารถลดจำนวนยางต้นแบบลงได้ประมาณ 200 เส้น ลดการทดสอบยานพาหนะจริงลง 80%รวมถึงลดระยะเวลาการพัฒนายางลงได้ถึง 50% นอกจากนี้เทคโนโลยี VTD ยังช่วยลดการใช้วัตถุดิบ และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในขั้นตอนการพัฒนายางมาตรฐานติดรถได้ถึง 60%

รถซูเปอร์สปอร์ต Lamborghini Temerario มีกำหนดเปิดตัวในปี พ.ศ. 2568 พร้อมยังติดยางที่ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะจากบริดจสโตน ซึ่งจะมีให้เลือกในขอบ 20 นิ้ว และ 21 นิ้ว รวมทั้งหมด 8 ขนาด โดยยางมาตรฐานที่ติดมากับรถรุ่นดังกล่าวจะผลิตขึ้นในยุโรป

*1 ยาง Potenza Raceยังไม่มีจำหน่ายในประเทศไทย
*2 ยาง Blizzak LM005ยังไม่มีจำหน่ายในประเทศไทย

เกี่ยวกับบริดจสโตน ประเทศไทย:

บริดจสโตน ผู้นำระดับโลกด้านยางรถยนต์และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับยาง พร้อมนำเสนอโซลูชั่นด้านการเดินทางที่ปลอดภัยและยั่งยืน และสำหรับประเทศไทย บริษัท ไทยบริดจสโตน จำกัด คือหนึ่งในผู้ผลิตชั้นนำในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และบริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านการนำเข้า จัดจำหน่าย และทำการตลาดยางรถยนต์ภายใต้แบรนด์บริดจสโตน, ไฟร์สโตน และเดย์ตันแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย บริดจสโตนเป็นแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า ตัวแทนจำหน่าย และพันธมิตรทางธุรกิจ เรานำเสนอกลุ่มผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์พรีเมียมที่หลากหลายและโซลูชั่นขั้นสูงซึ่งพัฒนาจากนวัตกรรมทางเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาการเดินทางการใช้ชีวิต, การทำงาน และการพักผ่อนของผู้คนทั่วโลก

Bridgestone Named Exclusive Tyre Partner for New Lamborghini Temerario Super Sportscar

  • Bridgestone has custom-engineered three tyre fitments for Lamborghini's latest Hybrid High Performance Electrified Vehicle (HPEV), helping the supercar achieve its best performance on and off the track, as well as in tough winter conditions.
  • As Lamborghini's long-term partner, Bridgestone has delivered bespoke Potenza Sport and Potenza Race*1 tyres for the Temerario's summer and track fitments, and a custom-developed Blizzak LM005*2 tyre for its winter fitment to answer all drivers' needs.
  • All three premium tyres were developed using Bridgestone's proprietary Virtual Tyre Development technology for additional benefits in terms of sustainability and efficiency.

Bridgestone, a global leader in premium tyres and sustainable mobility solutions, has been chosen by Lamborghini as its exclusive tyre partner for the all-new Lamborghini Temerario. Bridgestone, Lamborghini's 'Official Technical Partner', has developed a full tyre line-up to maximise the super sportscar's performance. Answering all drivers' needs, the new tyres combine to deliver top performance on and off the track, as well as in challenging winter conditions.

"After the Lamborghini Hurac?n STO, Tecnica, Sterrato, Hurac?n EVO and the V12 Hybrid HPEV Lamborghini Revuelto, the Temerario is the latest Lamborghini super sportscar to be equipped with bespoke Bridgestone tyres as original equipment," said Steven De Bock, Vice President Original Equipment at Bridgestone EMEA. "Its twin-turbo V8 hybrid powertrain with three electric motors makes the Temerario part of a new generation of Hybrid HPEVs offering class-beating performance. As Lamborghini's 'Official Technical Partner', we're very excited to continue our journey together as we push the boundaries of electrification and advance a new era of sustainable motorsports."

A wide tyre line up to meet all driver needs

Building on its strong motorsports' legacy, Bridgestone used its iconic Potenza tyre family for the Temerario's summer and track fitments, delivering custom-engineered Potenza Sport and Potenza Race tyres.

The Lamborghini Temerario's bespoke Bridgestone Potenza Sport fitment applies a pattern design that maximises dry handling, wet handling and high-speed performances to enhance the vehicle's sport behaviour. The Temerario's Potenza Sport ultra-high performance tyre is also available in a Run-Flat homologated version. This allows drivers to maintain control after a puncture and safely continue driving for 80km at up to 80km/h. This custom tyre provides a higher grip level, superior traction and extreme road driving comfort, alongside safety and peace of mind.

In addition, Bridgestone has engineered a bespoke Potenza Race tyre to unleash the incredible performances of the supercar - which applies the first and only production super sportscar engine capable of reaching 10,000rpm. This unique race fitment delivers excellent grip, enhanced handling and long-lasting performance for all track enthusiasts. The tyre's high-level grip is enabled by a bespoke compound developed for track usage and then transferred to road application.

Completing a full line-up to meet every driver's needs and demands, Bridgestone has also custom-developed its Blizzak LM005 winter tyre for the Temerario. Engineering Bridgestone's multi-award-winning tyre into a bespoke winter fitment, the Blizzak LM005 enables the hybrid supercar to deliver top performance even in extreme winter conditions.

"The Temerario is a new benchmark in the super sportscar segment, offering the highest levels of performance and comfort, and Bridgestone is the perfect partner to help us maximise its potential," says Cristian Mastro, Marketing Director at Lamborghini. "Over the years we've forged a brilliant partnership that's broken boundaries again and again. Now, as we journey forward into the electric path, our collaboration is only growing stronger while continuing to deliver on its promises."

Developed virtually to deliver greater efficiency and sustainability

Developed at Bridgestone's R&D Centre in Italy, the Lamborghini Temerario's full line-up of tyres leveraged the company's unique Virtual Tyre Development (VTD) technology. VTD improves both the efficiency and sustainability of the tyre development process. It eliminates around 200 physical prototypes, cuts physical vehicle tests by 80 percent, and reduces development time by up to 50 percent. The technology also leads to a reduction of up to 60 percent in raw material consumption and CO2 emissions in the development phase of original equipment tyres.

The Lamborghini Temerario is set to be launched in 2025, with its custom-engineered Bridgestone tyres available in eight dimensions across 20" and 21" sizes. The tyres will be manufactured in Europe.

*1 Potenza Race is not available in Thailand.
*2 Blizzak LM005 is not available in Thailand.

About Bridgestone in Thailand:

Bridgestone is a global leader in tires and rubber building on its expertise to provide solutions for safe and sustainable mobility. In Thailand, Thai Bridgestone Co., Ltd. (TBSC) is a leading manufacturer in the Thai automotive industry, while Bridgestone Sales (Thailand) Co., Ltd. (BSTL) is the exclusive importer & distributor, and supervises the marketing strategy for Bridgestone, Firestone and Dayton branded tires in Thailand. Bridgestone is a brand trusted by its customers, dealers and business partners. Bridgestone offers a diverse product portfolio of premium tires and advanced solutions backed by innovative technologies, improving the way people around the world move, live, work and play. 

Stellantis แต่งตั้ง พระนครยนตรการ เป็นตัวแทนจำหน่าย Leapmotor ในไทยอย่างเป็นทางการ

Stellantis ประกาศแต่งตั้งบริษัท พระนครยนตรการ จำกัด (PNA) เป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ Leapmotor อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ด้วยความร่วมมือกับ PNA นี้ นับเป็นก้าวแรกสำหรับการเปิดตัวแบรนด์ Leapmotor ให้ลูกค้าในประเทศไทยได้สัมผัส

PNA และเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้ง จะเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่ ทั้งในกรุงเทพฯและจังหวัดต่าง ๆ ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มการช่องทางการนำเสนอและการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ของ Leapmotor ให้กับลูกค้าในไทย

Stellantis และ Leapmotor ได้จัดตั้งบริษัทร่วมทุน Leapmotor International B.V. เมื่อเดือนพฤษภาคม 2567 ในสัดส่วน 51:49 เพื่อขยายตลาดในต่างประเทศ โดย Leapmotor International ได้รับสิทธิ์ในการจำหน่ายและส่งออก รวมถึงการผลิต Leapmotor นอกประเทศจีนแต่เพียงผู้เดียว บริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างนิยามใหม่ของยานยนต์ไฟฟ้า ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัย โดยได้รับการสนับสนุนจากทีมงานที่มีความสามารถภายในองค์กรเอง

นายแดเนียล กอนซาเลซ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการอาเซียนและผู้จัดจำหน่ายทั่วไปของ Leapmotor International B.V. กล่าวว่า "เรามีความยินดีที่ได้ร่วมมือกับพระนครยนตรการ พันธมิตรของเราเพื่อขยายแบรนด์ Leapmotor มายังประเทศไทย ด้วยเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ที่ทันสมัยของ Leapmotor เราเชื่อว่าลูกค้าของเราในประเทศไทยจะชื่นชอบรถยนต์ของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มองหาประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยมและชาญฉลาด"

คุณธวัชชัย จึงสงวนพรสุข กรรมการผู้จัดการ บริษัท พระนครยนตรการ จำกัด กล่าวว่า "PNA มีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นตัวแทนจำหน่ายแบรนด์ที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย ประกอบกับ Leapmotor มุ่งมั่นที่จะมอบรถยนต์อัจฉริยะ พร้อมพื้นที่กว้างขวางและสะดวกสบายให้กับลูกค้า เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้ช่วยให้ลูกค้าของเราในประเทศไทยได้เป็นเจ้าของรถยนต์ที่ยอดเยี่ยมเหล่านี้ รวมทั้งยกระดับไลฟ์สไตล์ให้กับลูกค้าของเรา"

เกี่ยวกับ Stellantis

Stellantis N.V. (NYSE / MTA / Euronext Paris: STLA) เป็นบริษัทผู้ผลิตยานยนต์และผู้ให้บริการด้านการคมนาคมชั้นนำระดับโลก แบรนด์ของบริษัทถือเป็นตำนานและเป็นที่รู้จัก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความหลงใหลของผู้ก่อตั้งบริษัทที่มีวิสัยทัศน์และกลุ่มลูกค้าในปัจจุบัน ด้วยผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นนวัตกรรม ซึ่งรวมถึง Abarth, Alfa Romeo, Chrysler, Citroen, Dodge, DS Automobiles, Fiat, Jeep(R), Lancia, Maserati, Opel, Peugeot, Ram, Vauxhall, Free2move และ Leasys

ด้วยพลังแห่งความหลากหลาย บริษัทเป็นผู้นำในเรื่องการคมนาคมของโลก บริษัทมุ่งมั่นที่จะเป็นบริษัทเทคโนโลยีด้านการคมนาคมอย่างยั่งยืนและยิ่งใหญ่ที่สุด รวมทั้งสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้มีส่วนร่วมทุกฝ่ายและชุมชนที่บริษัทได้เข้าไปทำธุรกิจ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์

เกี่ยวกับ Leapmotor

Leapmotor จัดตั้งขึ้นในปี 2558 และเป็นบริษัทยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี โดยมี มร.จู เจียงหมิง เป็นผู้ก่อตั้งบริษัทและยังเป็นวิศวกรไฟฟ้าที่มีประสบการณ์ด้านเทคนิคมาเป็นเวลากว่า 30 ปี

Leapmotor มีสำนักงานใหญ่ที่เมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน บริษัทมีธุรกิจในด้านต่าง ๆ ตั้งแต่การออกแบบยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ การวิจัยและพัฒนา การผลิต การขับขี่อัจฉริยะ การควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้า การพัฒนาระบบแบตเตอรี่ และโซลูชันเครือข่ายยานยนต์ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของคลาวด์คอมพิวติ้ง

ในฐานะที่เป็นบริษัทด้านเทคโนโลยี ชิ้นส่วนหลักของ Leapmotor จึงถูกพัฒนาและผลิตขึ้นเองภายในบริษัท ซึ่งรวมถึงระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าและระบบอัจฉริยะ โดยสัดส่วนของชิ้นส่วนที่พัฒนาและผลิตขึ้นเองคิดเป็นสัดส่วน 60% ของต้นทุนยานพาหนะทั้งหมด บริษัทยังได้เปิดตัวเทคโนโลยีไฟฟ้าอัจฉริยะชั้นนำอย่างต่อเนื่อง เช่น ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า Eight-in-One เทคโนโลยี Cell-to-Chassis ที่ผลิตในระดับอุตสาหกรรมเป็นรายแรก รวมทั้งการออกแบบระบบไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (E/E) แบบรวมศูนย์ที่เรียกว่า 4 โดเมนในหนึ่งเดียว (Four-Domain-in-One) ซึ่งเป็นครั้งแรกของวงการ

Stellantis ได้ลงทุนใน Leapmotor เมื่อปี 2566 และช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2567 Stellantis และ Leapmotor ได้จัดตั้งบริษัทร่วมทุนขึ้นมาในชื่อ Leapmotor International B.V. เพื่อขยายตลาดในต่างประเทศ

เกี่ยวกับบริษัท พระนครยนตรการ จำกัด

บริษัท พระนครยนตรการ จำกัด (PNA) เป็นผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมยานยนต์ในไทย และทำธุรกิจมาตั้งแต่ปี 2502บริษัทมีความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมยานยนต์มาเป็นเวลากว่า 60 ปี

กลุ่ม PNA ได้ให้บริการด้านยานยนต์แบบครบวงจร ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การนำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์ การรับจ้างประกอบรถยนต์ การปรับแต่งรถ การบริหารจัดการฟลีทรถยนต์ การให้เช่ารถยนต์สำหรับองค์กร การให้สินเชื่อสำหรับผู้ซื้อรถ การบริหารจัดการศูนย์ PDI (Pre-Delivery Inspection) และการจัดการคลังอะไหล่ 

Stellantis appoints Phra Nakorn Automobile Co. Ltd as Leapmotor distributor in Thailand

Stellantis has announced Phra Nakorn Automobile Co. Ltd (PNA) as the official distributor for Leapmotor vehicles in Thailand. In May 2024, Stellantis and Leapmotor formed a joint venture, Leapmotor International B.V. to explore the international market. This partnership with PNA Group is its initial step to introduce the brand to Thailand.

PNA, along with a network of authorized dealers, is set to open a new showroom and service center in Bangkok, and in several Up-Country provinces. This expansion aims to enhance accessibility and availability of Leapmotor and its products to its customers in Thailand.

Leapmotor International, a 51/49 Stellantis-led company between Stellantis and Leapmotor, is dedicated to redefining electric vehicles through cutting-edge technology and innovation and boasting comprehensive, in-house development capabilities. Leapmotor International has exclusive rights for the export and sale, as well as manufacturing, of Leapmotor products outside Greater China.

"We are pleased to collaborate with our partner Phra Nakorn Automobile to expand the Leapmotor brand to Thailand. With Leapmotor's cutting-edge technology and products, we believe that our customers in Thailand will love the cars, especially those seeking an exceptional and intelligent driving experience," said Mr. Daniel Gonzalez, COO, ASEAN & General Distributors.

Mr. Thawatchai Jungsanguanpornsuk, Managing Director of Phra Nakorn Automobile, said, "At Phra Nakorn, we take pride in distributing brands that cater to a diverse clientele. Leapmotor is dedicated to delivering intelligence, space and comfort in its cars. The PNA Group is thrilled to help these exceptional cars find new homes in Thailand, while enhancing the lifestyles of our customers."

About Stellantis

Stellantis N.V. (NYSE / MTA / Euronext Paris: STLA) is one of the world's leading automakers and a mobility provider. Its storied and iconic brands embody the passion of their visionary founders and today's customers in their innovative products and services, including Abarth, Alfa Romeo, Chrysler, Citroen, Dodge, DS Automobiles, Fiat, Jeep(R), Lancia, Maserati, Opel, Peugeot, Ram, Vauxhall, Free2move and Leasys. Powered by our diversity, we lead the way the world moves - aspiring to become the greatest sustainable mobility tech company, not the biggest, while creating added value for all stakeholders as well as the communities in which it operates. For more information, visit www.stellantis.com.

About Leapmotor

Established in 2015, Leapmotor is a technology-driven intelligent electric vehicle (EV) company. The founder Mr. Zhu Jiangming is an electrical engineer who has over 30 years of technical experience.

Leapmotor is headquartered in Hangzhou, Zhejiang Province, China, and its business scope covers intelligent electric vehicle design, research and development, manufacturing, intelligent driving, electric motor control, battery system development, as well as cloud computing-based vehicle networking solutions.

As a technology-based enterprise, the core components of the Leapmotor are independently developed and manufactured, including electric powertrain and intelligent systems. The proportion of self-developed and self-manufactured parts accounts for 60% of the total vehicle cost and has successively launched leading intelligent electric technologies such as the industry's first Eight-in-One Electric Drive System, the industry's first mass-produced Cell-to-Chassis technology, and the industry's first "Four-Domain-in-One Central Integrated E/E Architecture".

In 2023, Stellantis invested in Leapmotor. In early May 2024, Stellantis and Leapmotor formed a joint venture called Leapmotor International B.V. to explore the international market.

About Phra Nakorn Automobile Co. Ltd

Phra Nakorn Automobile Co. Ltd, a pioneer in the Thai automotive industry, has been operating since 1959 and boasts over 60 years of expertise exclusively in the automotive industry.

The PNA Group provides a comprehensive automotive ecosystem, encompassing the import and distribution of cars, contract assembly, vehicle customization, fleet management, corporate car leasing, end-user financing, PDI center management, and spare part warehousing.

With a robust retail distribution network featuring over thirty-eight sales points, the Group represents seven leading brands in Thailand: Isuzu, Honda, Mazda, Ford, Great Wall Motor, Volvo, and Mitsubishi. This diverse brand portfolio offers consumers a wide range of choices, from entry-level vehicles to premium cars. Additionally, the Group's state-of-the-art aftersales facilities are certified by the brand factories. 

Wednesday, September 4, 2024

เบ็นดิกซ์จับมือมหาวิทยาลัยบูรพาลงนามข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ

บริษัท เอฟเอ็มพี กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผ้าเบรกเบ็นดิกซ์ และมหาวิทยาลัยบูรพา (คณะวิศวกรรมศาสตร์) ร่วมมือจัดทำโครงการจัดการเรียนการสอนเชิงบูรณาการ โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการพัฒนาทักษะและประสบการณ์ปฏิบัติงานของนักศึกษา โดยเน้นการเรียนรู้จากสถานการณ์จริงในสถานประกอบการ

นายวรฉัตร เชาว์ชาญกิจ ตำแหน่งผู้ควบคุมการเงิน (คนกลางฝั่งซ้าย), นายทองพูน ทองดี ตำแหน่งผู้จัดการโรงงาน (คนที่สองจากซ้าย) และนายเดวิด เบรสฟอร์ด ตำแหน่ง กรุ๊ปซัพพลายเชน และเอเชีย โอเปอเรชั่น เมเนเจอร์ (คนซ้ายมือ) ตัวแทนจากบริษัท เอฟเอ็มพี กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมลงนามเอ็มโอยู ร่วมกับตัวแทนจากมหาวิทยาลัย บูรพา โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ณยศ คุรุกิจโกศล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ (คนกลางฝั่งขวา), นายภาณุวัฒน์ ด่านกลาง รองคณบดีฝ่ายวิชาการ (คนที่สองจากขวา) และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สัญชัย เอียดปราบ รองคณบดีฝ่ายพัฒนานิสิต ร่วมลงนามและเป็นสักขีพยาน บริษัท เอฟเอ็มพี กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2567


โดยเนื้อหาในข้อตกลงนี้ครอบคลุมการสนับสนุนการเรียนการสอนเชิงบูรณาการระหว่างมหาวิทยาลัย และภาคอุตสาหกรรม รวมถึงการคัดเลือกนักศึกษา การฝึกประสบการณ์ในรูปแบบต่างๆ อาทิ สหกิจศึกษา การฝึกงานระยะสั้น การวิจัยเชิงปฏิบัติ การพัฒนาทักษะการทำงานของบุคลากร ตลอดจนการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากผู้เชี่ยวชาญ มุ่งเน้นการส่งเสริม และสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนานักศึกษา และบุคลากร เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ และมาตรฐานในการทำงาน และการจัดการศึกษา โดยการดำเนินงานทั้งหมดจะเป็นไปตามข้อกำหนด นโยบาย และระเบียบของทั้งสองฝ่าย


ในโอกาสนี้ ผู้บริหารของบริษัทฯ ได้พาคณะอาจารย์เยี่ยมชมโรงงาน เพื่อแสดงถึงความพร้อมในการสนับสนุนการฝึกปฏิบัติงานของนักศึกษา และสร้างความเข้าใจที่ดียิ่งขึ้นเกี่ยวกับกระบวนการผลิต และเทคโนโลยีต่างๆ ที่ใช้ในโรงงานผลิตผ้าเบรก เบ็นดิกซ์

โดยแบรนด์ เบ็นดิกซ์ ได้ถูกก่อตั้งโดย คุณวินเซนต์ เบ็นดิกซ์ ครั้งแรกในประเทศสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ปี ค.ศ.1923 เราสร้างมาตรฐานด้านความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่รถยนต์มาแล้วกว่า 100ปี จนเป็นที่ยอมรับจากบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ และผู้ใช้รถจากทั่วทุกมุมโลก สามารถดูผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของบริษัทฯ ได้ที่เว็บไซต์ www.bendix.co.th พร้อมร่วมติดตามกิจกรรมแจกของรางวัล และคอนเทนท์ต่างๆ ของบริษัทฯ ได้ทางเฟสบุ๊ค www.facebook.com/bendixthailand , อินสตาแกรม www.instagram.com/bendix_thailand , ยูทูบ www.youtube.com/@bendix_thailand และติ๊กต๊อก www.tiktok.com/@bendix_thailand

#เบ็นดิกซ์เบรก 100ปี แห่งความปลอดภัย 

กรุงศรี ตอกย้ำความเป็นหนึ่งในผู้นำด้านเทคโนโลยี ผนึกพันธมิตรสายเทค จัดงาน Krungsri Tech Day 2024 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ยิ่งใหญ่ ภายใต้แนวคิด Technology for People มหกรรมเทคโนโลยีเพื่อธุรกิจเเละการใช้ชีวิต

กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) หนึ่งในผู้นำด้านเทคโนโลยีทางการเงินของไทย ประกาศจัดงาน Krungsri Tech Day 2024 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ชูแนวคิด "Technology for People เทคโนโลยีเพื่อธุรกิจและการใช้ชีวิต" โดยรวบรวมนวัตกรรมและโซลูชันล่าสุดจากกรุงศรีและพาร์ทเนอร์สายเทคชั้นนำระดับโลก พร้อมเปิดเวทีให้ผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายองค์กรชั้นนำมาแบ่งปันวิสัยทัศน์และประสบการณ์ โดยงานจะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2567 ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค เวสต์ ชั้น 1 และ 3

นายสยาม ประสิทธิศิริกุล ประธานกลุ่มสนับสนุนธุรกิจด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและดิจิทัล ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า "กรุงศรีจัดงาน Krungsri Tech Day ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ด้วยความตั้งใจให้งานนี้เป็นพื้นที่ที่ทั้งคนสายเทค สายธุรกิจ และบุคคลทั่วไปที่สนใจเทคโนโลยีได้มาอัปเดตเทรนด์การพัฒนาเทคโนโลยี อัปเลเวลการทำธุรกิจด้วยโซลูชันพร้อมใช้ และอัปสกิลความสามารถด้านเทคโนโลยีแบบเข้มข้น"

โดยงานนี้กรุงศรีร่วมมือกับพาร์ทเนอร์นำเสนอความก้าวหน้าและการใช้งานเทคโนโลยีที่ช่วยให้ทั้งชีวิตและการทำธุรกิจง่ายขึ้นในทุกมิติ ได้แก่ Accenture, AWS, Dynatrace, G-Able, HPE, IBM, Kyndryl, MFEC, Microsoft, NUTANIX, PagerDuty, Stream และ True Digital Park

งานนี้จึงเป็นโอกาสอันดีที่ผู้ประกอบการ นักพัฒนา และผู้สนใจด้านเทคโนโลยีจะได้อัปเดตเทรนด์ล่าสุด แลกเปลี่ยนความรู้ และสร้างเครือข่ายกับผู้เชี่ยวชาญในวงการ โดยไฮไลต์สำคัญของงานประกอบด้วย:

  1. เวทีสัมมนาหลัก (Main Stage): เตรียมพร้อมสำหรับการเปิดเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่รวมตัวผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศในเวทีเทคทอล์ก สัมมนาใหญ่ที่ไม่ควรพลาด! พบกับการบรรยายในหัวข้อที่จะเปิดวิสัยทัศน์ด้านเทคไปอีกขั้น อาทิ "กลยุทธ์การพัฒนานวัตกรรมการเงินและเทคโนโลยีเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจและความยั่งยืน" โดยผู้บริหารระดับสูงจากกรุงศรี, "Reimagine Customer Experience with Innovation" โดย Accenture, "AI, Quantum, People and the Planet" โดย IBM, การแสดงวิสัยทัศน์การขึ้นเป็นผู้นำด้าน AI ของกรุงศรี ในหัวข้อ "Krungsri AI: Leading the AI Revolution in Banking" และอีกหลากหลายหัวข้อที่จะช่วยให้คุณได้เตรียมพร้อมสำหรับอนาคตของนวัตกรรมทางการเงินและการธนาคารที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี รวมไปถึงประเด็นสำคัญระดับโลกในด้านความยั่งยืนอย่าง ESG ที่อาศัยเทคโนโลยีในการนำไปสู่เป้าหมาย บรรยายโดยผู้เชี่ยวชาญตัวจริงที่เป็นผู้บริหารระดับสูงจากกรุงศรี และองค์กรด้านเทคชั้นนำ อาทิ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ, ศูนย์กลางนวัตกรรมแห่งจุฬาลงกรณ์, Dynatrace, Nutanix, Ascend Money
  2. เวที Solutions Stage: อัปเดตเทคโนโลยีและโซลูชันสุดล้ำจาก Tech Company ชั้นนำและกรุงศรี ครอบคลุมหัวข้อหลากหลายที่คนสายเทคต้องรู้ ตั้งแต่ AI, Embedded Finance, ไปจนถึง Sustainability อาทิ "Leveraging AI and Data Analytic to Improve Operation Efficiency" โดย Kyndryl, "People-Centric Banking" โดย IBM, "Unlock AI ambitions" โดย Hewlett Packard Enterprise "Fighting the Giants - Thinking Beyond Impossible" โดย Accenture Song, "Power of Embedded Financial Solution" โดยกรุงศรี และหัวข้อที่น่าสนใจอีกมากที่พร้อมจะเป็นโซลูชันที่อาจกลายมาเป็นหนึ่งในเครื่องมือสายเทคที่ช่วยขับเคลื่อนองค์กรของคุณไปสู่เป้าหมายที่คุณกำลังมองหาอยู่
  3. Workshop Room 1: เวิร์กชอปสุดเข้มข้นสำหรับคนสายเทคตัวจริง! เจาะลึก จัดเต็ม พร้อมลงมือปฎิบัติจริงในเวิร์กชอปเกี่ยวกับการสร้างสรรค์และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี และ AI ในธุรกิจต่างๆ อาทิ Building Generative AI application โดย AWS, The 4-Step Blueprint to Leverage Modern AI Technology in Finance โดย Blendata, Build Real-Time Fraud Detection and Analytics โดย MFEC, Unlocking Business Potential: The Power of End-to-End Observability for Insightful & Impact - Business-Driven โดย Dynatrace รวมไปถึงการใช้เทคเพื่อก้าวไปสู่เป้าหมายด้านความยั่งยืนอย่าง "Sustainable Technology: Digital Transformation 'Help-Reduce' Environmental Impact" โดย Stream I.T. โอกาสรับความรู้เจาะลึกแบบลงมือทำไปพร้อมกับผู้มีประสบการณ์จริงแบบนี้ ต้องห้ามพลาด
  4. Workshop Room 2: เวิร์กชอปเอ็กซ์คลูซีฟที่ออกแบบมาเพื่อผู้สนใจร่วมงานกับกรุงศรีโดยเฉพาะ! มาร่วมเจาะลึกการทำงานด้าน Financial Technology กับผู้เชี่ยวชาญตัวจริง เจาะลึกครอบคลุมหลากหลายหัวข้อด้าน AI โดยผู้เชี่ยวชาญจากกรุงศรี อาทิ "Exploring Generative AI with Tableau Pulse", "Gen AI : End to End for Productivities", "Unleash the Power of Generative AI: Elevate your knowledge with RAG" รวมไปถึงหัวข้ออินเทรนด์อย่าง "Banking as a Service in Action" โดย API Factory, และเวิร์กชอปที่อาจทำให้คุณได้ปลุกศักยภาพที่ซ่อนอยู่อย่าง "'Titan' From Zero to Hero: awakening your hidden talent" โดย Krungsri HR และ IBM อย่าพลาดโอกาสในการพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีและได้ร่วมงานกับหนึ่งในผู้นำสายเทคอย่างกรุงศรี
  5. Tech Showcase: พบกับการจัดแสดงนวัตกรรมสุดล้ำ พร้อมร่วมกิจกรรมสนุกๆ จากกรุงศรี และบริษัทในเครือ รวมถึง Tech Company Startup ชั้นนำ และหลากหลายพาร์ทเนอร์ที่กรุงศรีคัดเลือกมาเพื่อช่วยคุณอัปเดตเทรนด์ดิจิทัลเทคเพื่อธุรกิจและการใช้ชีวิตให้ง่ายขึ้นทุกวัน

งาน Krungsri Tech Day 2024 เหมาะสำหรับผู้บริหารและนักธุรกิจที่มองหาเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาธุรกิจ นักการตลาดดิจิทัล Startup และผู้ประกอบการ ผู้บริหารและคนทำงานสายเทค นักพัฒนาซอฟต์แวร์ วิศวกร คอมพิวเตอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI และบุคคลทั่วไปที่สนใจอนาคตของเทคโนโลยี

ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรีได้ที่ https://www.zipeventapp.com/e/Krungsri-Tech-Day-2024 ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ทั้งนี้ ที่นั่งมีจำนวนจำกัด

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดตามที่ www.facebook.com/KrungsriBusinessEmpowerment

เกี่ยวกับกรุงศรี

กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) เป็นกลุ่มธุรกิจการเงินที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 5 ของไทยด้านสินทรัพย์ สินเชื่อ และเงินฝาก และเป็นหนึ่งในหกสถาบันการเงินที่มีความสำคัญเชิงระบบ (D-SIB) โดยดำเนินธุรกิจมานานถึง 79 ปี กรุงศรีเป็นบริษัทในเครือของมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) กลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และเป็นหนึ่งในกลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดระดับโลก กลุ่มกรุงศรีให้บริการทางการเงินการธนาคารอย่างครบวงจร ทั้งในด้านสินเชื่อเพื่อรายย่อย การลงทุน การบริหารจัดการกองทุน รวมทั้งผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินอันหลากหลายแก่กลุ่มลูกค้าบุคคล ลูกค้า SME และลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ ผ่านสาขาของธนาคารกว่า 580 สาขา (เป็นสาขาที่ให้บริการทางการเงินในรูปแบบปกติ 540 สาขาและสาขาที่ให้บริการเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ 40 สาขา) และช่องทางการขายกว่า 33,802 แห่งทั่วประเทศ นอกจากนี้ กรุงศรียังเป็นผู้ออกบัตรเครดิตรายใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยมีจำนวนบัญชีบัตรเครดิตและสินเชื่อเพื่อการผ่อนชำระ/สินเชื่อส่วนบุคคลมากกว่า 10.3 ล้านบัญชี และเป็นผู้ให้บริการด้านสินเชื่อรถยนต์ชั้นนำ (กรุงศรี ออโต้) พร้อมทั้งมีบริษัทบริหารจัดการกองทุนที่มีอัตราเติบโตสูงที่สุดแห่งหนึ่ง (บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกรุงศรี จำกัด) ทั้งยังเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจสินเชื่อเพื่อผู้มีรายได้น้อย (บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน)) อีกด้วย

กรุงศรีมีพันธสัญญาในการดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์สุจริตอย่างสูงสุด ธนาคารและบริษัทในเครือได้ผ่านการรับรองการเป็นสมาชิกอย่างสมบูรณ์ของ "แนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริต" โดยมุ่งร่วมมือกับองค์กรชั้นนำในไทยและผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียของธนาคาร เพื่อให้การดำเนินธุรกิจปราศจากการทุจริตคอร์รัปชั่น

เกี่ยวกับมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG)

มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) เป็นหนึ่งในกลุ่มสถาบันทางการเงินชั้นนำระดับโลก มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ณ กรุงโตเกียว ด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานในการดำเนินธุรกิจกว่า 360 ปี MUFG มีเครือข่ายสำนักงานราว 2,000 แห่ง ในกว่า 40 ประเทศทั่วโลกและมีพนักงานกว่า 120,000 คน MUFG นำเสนอบริการทางการเงินที่หลากหลายครอบคลุมทั้งธุรกิจธนาคารพาณิชย์ ทรัสต์แบงก์กิ้ง ธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจบัตรเครดิต ธุรกิจสินเชื่อเพื่อรายย่อย ธุรกิจหลักทรัพย์จัดการกองทุน ธุรกิจเช่าซื้อ MUFG มีเป้าหมายที่จะเป็น "กลุ่มสถาบันทางการเงินที่ได้รับความเชื่อถือมากที่สุดในโลก" ด้วยการผสานศักยภาพในการดำเนินธุรกิจเพื่อตอบสนองทุกความต้องการทางการเงินของลูกค้าโดยคำนึงถึงสังคมและการแบ่งปันสู่ความเติบโตอย่างยั่งยืน MUFG จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว ตลาดหลักทรัพย์นาโกยา และตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ MUFG กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ https://www.mufg.jp/english 

กุ้ยโจวยกขบวนสินค้าเกษตรบุกฮ่องกง โชว์ศักยภาพขยายตลาด

กรมเกษตรและกิจการชนบทมณฑลกุ้ยโจว

เกษตรกรรมกลายเป็นหนึ่งในขอบข่ายความร่วมมือที่สำคัญที่สุดระหว่างมณฑลกุ้ยโจวทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีนกับเขตบริหารพิเศษฮ่องกง (SAR)

กรมเกษตรและกิจการชนบทมณฑลกุ้ยโจว ร่วมกับกรมพาณิชย์กุ้ยโจว จึงได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย ณ ศูนย์การประชุมและนิทรรศการฮ่องกง ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

นับเป็นปีที่แปดแล้วที่กุ้ยโจวเข้าร่วมงานมหกรรมอาหารฮ่องกง (Hong Kong Food Trade Expo) และงานมหกรรมชานานาชาติฮ่องกง (Hong Kong International Tea Fair) ด้วยความมุ่งหวังว่าจะขยายตลาดระหว่างประเทศให้กว้างขึ้นโดยได้รับการสนับสนุนจากเขตบริการพิเศษฮ่องกง

คณะผู้จัดงานได้เชิญวิสาหกิจการเกษตร 32 แห่งจากมณฑลกุ้ยโจวไปร่วมจัดแสดงสินค้าเกษตรและโปรโมทแบรนด์ในงานดังกล่าว

กุ้ยโจวมีสภาพแวดล้อมทางนิเวศวิทยาที่ดี และได้พัฒนาสินค้าเกษตรสีเขียวที่สะอาดและมีคุณค่าทางโภชนาการ อาทิ ชาเขียวมัทฉะ ลูกเดือย และสมุนไพรเทียนหม่า (gastrodia elata)

ด้วยความสามารถในการบริหารจัดการทรัพยากร กุ้ยโจวได้รวมกลุ่มคลัสเตอร์อุตสาหกรรมเกษตรที่ทางมณฑลมีความได้เปรียบ 8 กลุ่ม ได้แก่ พริก เห็ดกินได้ เนื้อวัว สมุนไพรจีน ชาเขียว และไก่เนื้อ

ปัจจุบัน กุ้ยโจวมีพื้นที่เพาะปลูกใบชา พริก และกุหลาบ Roxburgh รวมอยู่ที่ 7 ล้านหมู่ (mu) (ประมาณ 466,667 เฮกตาร์) 5 ล้านหมู่ และ 2.1 ล้านหมู่ ตามลำดับ ซึ่งล้วนแล้วแต่ติดอันดับต้น ๆ ของประเทศ

ในปี 2566 มัทฉะจากอำเภอเจียงโข่วทำยอดขายได้มากกว่า 1,000 ตัน คิดเป็นมูลค่าผลผลิตรวม 200 ล้านหยวน (ประมาณ 28.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

ที่มา: กรมเกษตรและกิจการชนบทมณฑลกุ้ยโจว