Thursday, October 1, 2026

An Invitation to Experience Brighton College Bangkok Vibhavadi: Discover what makes a Brighton education distinctive


We warmly invite families to our Prep & Senior Open House on Tuesday, 27 October 2026, an opportunity to experience life at Brighton College Bangkok Vibhavadi and discover how we bring out the best in every pupil.

Meet our teachers, explore our purpose-built campus and specialist learning spaces, and discover how a Brighton education combines academic excellence with a culture of kindness, inspiring pupils to become curious, confident and kind.

More than a tour, our Open House is an opportunity to experience our approach to education first-hand and imagine what your child’s journey at Brighton could look like.

  • Tuesday, 27 October 2026
  • 9.00 a.m.
  • Brighton College Bangkok Vibhavadi

Register for our Open House: https://brightoncollege.ac.th/vibhavadi/open-house-registration

For more information, please contact our Admissions Team: +66 2 513 0270 Ext. 101, 103

admissions@brightoncollegevibha.ac.th

We look forward to welcoming you and your family to Brighton.

เฉิงตูชูจุดขายวัฒนธรรมดิจิทัล-แดนหิมะและน้ำแข็งตลอดปี ยกระดับการท่องเที่ยวหลากหลายมิติ มุ่งมัดใจนักท่องเที่ยวต่างชาติ

เมื่อวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา เทศกาลศิลปะแสงและเงาดิจิทัลนานาชาติเฉิงตู (Chengdu International Digital Light and Shadow Art Festival) ประจำปี 2569 ซึ่งจัดโดย บริษัท เฉิงตู ตงฟาง เจิ้งฮั่ว คัลเจอร์ มีเดีย จำกัด (Chengdu Dongfang Zhenghuo Culture Media Co., Ltd.) ได้เปิดฉากอย่างเป็นทางการที่ย่านอีสเทิร์น ซับเบิร์บ เมมโมรี (Eastern Suburb Memory) งานนี้รวบรวมผลงานศิลปะดิจิทัลรวม 36 ชิ้นจากนานาประเทศทั่วโลก โดยจัดแสดงในรูปแบบผสมผสาน ทั้งนิทรรศการเสมือนจริงในอาคารและการแสดงแสงสีสาธารณะกลางแจ้ง ครอบคลุมทั้งเทคนิคฉายภาพบนสถาปัตยกรรม ผลงานศิลปะแบบอินเตอร์แอ็กทีฟ ตลอดจนการแสดงดิจิทัลอีกมากมาย โดยนิทรรศการนี้จะจัดแสดงอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงหยุดยาววันชาติจีน



ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นครเฉิงตูได้ก้าวขึ้นเป็นเมืองศูนย์กลางของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และวัฒนธรรมดิจิทัลของจีน โดยมีกลุ่มลิขสิทธิ์ทางปัญญา (IP) ดั้งเดิมของท้องถิ่นเร่งเดินหน้าขยายตลาดสู่ต่างประเทศอย่างรวดเร็ว

ผลงานภาพยนตร์แอนิเมชันฟอร์มยักษ์จากสตูดิโอในเฉิงตู ทั้ง "นาจา 2" (Ne Zha 2) และ "8 เซียน ขอให้จึ้ง!" (All Wishes Come True) ตบเท้าเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ต่างประเทศ พร้อมกวาดกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้ชมทั่วโลก ด้วยคุณภาพการผลิตระดับไฮเอนด์และกลิ่นอายวัฒนธรรมตะวันออกอันมีเอกลักษณ์ โดยเมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ภาพยนตร์เรื่อง "8 เซียน ขอให้จึ้ง!" ได้เข้าฉายในโรงภาพยนตร์กว่า 110 แห่งทั่วมาเลเซีย ด้วยรอบฉายถึงกว่า 600 รอบต่อวัน ขณะที่ "นาจา 2" ทำรายได้ทะยานขึ้นอันดับ 1 ในตารางบ็อกซ์ออฟฟิศของสิงคโปร์นานถึง 3 สัปดาห์ซ้อน และครองแชมป์บ็อกซ์ออฟฟิศมาเลเซียต่อเนื่องอีก 2 สัปดาห์ ในปี 2568 รายได้หลักจากอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และวัฒนธรรมดิจิทัลของนครเฉิงตูสูงถึง 4.1397 แสนล้านหยวน สะท้อนให้เห็นความแข็งแกร่งทางอุตสาหกรรมที่ติดอันดับแถวหน้าของประเทศ ส่งผลให้วัฒนธรรมดิจิทัลกลายเป็นสะพานเชื่อมสายสำคัญระหว่างนครเฉิงตูกับตลาดต่างประเทศ

นอกเหนือจากการสร้างสะพานเชื่อมทางวัฒนธรรมในภาคอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และวัฒนธรรมดิจิทัลแล้ว นครเฉิงตูยังคงมุ่งหน้าดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกด้วยทรัพยากรการท่องเที่ยวอันอุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับมรดกโลก ลิ้มลองเสน่ห์อาหารเสฉวนอันเลื่องชื่อ ตลอดจนกิจกรรมน้ำแข็งและหิมะทุกฤดูกาล ต่างเป็นไฮไลต์เด่นที่สร้างชื่อเสียงอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการท่องเที่ยวน้ำแข็งและหิมะตลอดปี ที่ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในหมวดหมู่การท่องเที่ยวที่เติบโตเร็วที่สุด

ข้อมูลจาก "รายงานประเมินภาวะเศรษฐกิจน้ำแข็งและหิมะของจีน (ฤดูกาลหิมะ 2567-2568)" ระบุว่า เฉิงตูติดอันดับ 9 ของประเทศ ด้านศักยภาพในการให้บริการทางเศรษฐกิจน้ำแข็งและหิมะ โดยปัจจุบันมีลานกีฬาฤดูหนาวรองรับมากกว่า 60 แห่ง ส่งผลให้กิจกรรมกีฬาและท่องเที่ยวน้ำแข็งและหิมะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ในฤดูหนาวอีกต่อไป แต่ได้ยกระดับสู่กิจกรรมที่เปิดรับนักท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี

รากฐานสำคัญที่ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวน้ำแข็งและหิมะตลอดปีนั้น คือการดำเนินงานอย่างเป็นมืออาชีพของสถานที่ท่องเที่ยวหิมะและน้ำแข็งในอาคาร โดย "รายงานสมุดปกขาวอุตสาหกรรมสกีของจีน ประจำปี 2567-2568" ระบุว่า ในบรรดาสกีรีสอร์ตในร่มที่มีพื้นที่หิมะใหญ่ที่สุด 10 อันดับแรกของโลก เฉิงตู ซูนัค สโนว์ ปาร์ค (Chengdu Sunac Snow Park) ในเมืองตู้เจียงเยี่ยน รั้งอันดับ 4 ของโลก ด้วยพื้นที่หิมะกว้างใหญ่ถึง 55,000 ตารางเมตร ตัวโครงการมีการควบคุมอุณหภูมิภายในให้คงที่ตลอดทั้งปี พร้อมเปิดให้บริการลานสกี 7 เส้นทางที่มีระดับความท้าทายหลากหลาย ตอบโจทย์การท่องเที่ยวทุกฤดูกาลโดยไม่หวั่นสภาพอากาศ ช่วยให้นักท่องเที่ยวสัมผัสความสนุกของการเล่นสกีได้โดยไม่ต้องรอฤดูหนาว ยิ่งไปกว่านั้น ยังท่องเที่ยวได้แบบจัดเต็ม โดยเล่นสกีในร่มและปักหมุดชมมรดกโลกชื่อดังอย่างตู้เจียงเยี่ยนและเขาชิงเฉิงได้ในทริปเดียว

เมื่อฤดูหนาวเวียนมาถึง ภูเขาหิมะซีหลิง (Xiling Snow Mountain) ยิ่งเข้ามาร่วมเติมเต็มมิติการท่องเที่ยวน้ำแข็งและหิมะกลางแจ้งให้ครบครันยิ่งขึ้น ในฐานะแหล่งท่องเที่ยวแห่งแรกของภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีนที่เปิดให้บริการสกีตลอด 24 ชั่วโมงในช่วงฤดูหิมะ ภูเขาหิมะซีหลิงได้งัดไม้ออกโปรโมชันท่องเที่ยวสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ทั้งกิจกรรมทานหม้อไฟกลางหิมะและจิบชาร้อน ๆ โอบล้อมลมหนาว เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวใช้เวลาพักผ่อนยาวนานยิ่งขึ้น ส่งผลให้ในช่วงฤดูกาลหิมะปี 2567-2568 ยอดนักท่องเที่ยวที่มาเยือนภูเขาหิมะซีหลิงพุ่งสูงขึ้น 14.71% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนที่พักโดยรอบทำยอดจองทะลุ 90% ทุกช่วงสุดสัปดาห์

เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือคลื่นนักท่องเที่ยวต่างชาติที่คาดว่าจะหลั่งไหลเข้ามาอย่างมหาศาล นครเฉิงตูเดินหน้ายกระดับระบบอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวขาเข้าอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยอานิสงส์จากมาตรการยกเว้นวีซ่าต่างตอบแทนระหว่างจีนและหลาย ๆ ประเทศ เช่น ไทย สิงคโปร์ และมาเลเซีย บวกกับนโยบายฟรีวีซ่าเพื่อการต่อเครื่องชั่วคราวสูงสุด 240 ชั่วโมง ณ ท่าอากาศยานนานาชาติเฉิงตูเทียนฟู่ ส่งผลให้คาดการณ์ว่ายอดผู้เดินทางเข้า-ออกผ่านด่านเฉิงตูจะพุ่งแตะ 144,000 คน หรือเฉลี่ยราว 18,000 คนต่อวัน นอกจากนี้ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเฉิงตูได้เปิดช่องทางเขียวพิเศษ (Green Channel) เพื่อเร่งอำนวยความสะดวกแก่กรุ๊ปทัวร์ต่างชาติโดยเฉพาะ ขณะที่สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญได้จัดตั้งจุดบริการรองรับหลายภาษา เพื่อให้บริการครบจบในที่เดียว ทั้งจำหน่ายบัตร บริการนำเที่ยว ไปจนถึงบริการช่วยเหลือยามฉุกเฉิน

From Digital Cultural Creativity to Year-Round Ice and Snow: Chengdu's Diverse Tourism Boosts Inbound Appeal

On September 29, the 2026 Chengdu International Digital Light and Shadow Art Festival, hosted by Chengdu Dongfang Zhenghuo Culture Media Co., Ltd., officially opened at Eastern Suburb Memory. Bringing together 36 digital artworks from multiple countries worldwide, the festival adopts a dual-track model combining indoor immersive exhibitions and outdoor public light displays, covering architectural projection, interactive installations, digital performances and other categories. The exhibition will run throughout China's National Day holiday.



In recent years, Chengdu has developed into a core city for China's digital cultural and creative industries, with a cluster of original local IPs accelerating their expansion into overseas markets.

Animated feature films produced by Chengdu enterprises, "Ne Zha 2" and "All Wishes Come True", have been released in overseas cinemas. They have won acclaim from local audiences with high production standards and distinctive Eastern cultural essence. At the end of August, "All Wishes Come True" was released in over 110 cinemas across Malaysia, with more than 600 daily screenings. "Ne Zha 2" claimed the number-one box office spot in Singapore for three consecutive weeks and topped Malaysia's box office for two weeks running. In 2025, the core revenue of Chengdu's digital cultural and creative industries reached 413.97 billion yuan. The city's comprehensive industrial strength ranks among the nation's top tier, and digital cultural creativity has become a vital cultural link connecting Chengdu with overseas markets.

Beyond cultural connections in the digital cultural and creative sector, Chengdu continues to draw global visitors with its abundant tourism resources. World Heritage sightseeing, Sichuan culinary experiences and all-season ice and snow sports are highly recognizable tourism offerings. Among these, year-round ice and snow experiences represent one of the fastest-growing categories.

According to the "China Ice and Snow Economic Vitality Report (2024-2025 Snow Season)", Chengdu ranks ninth nationwide in terms of supply scale for its ice and snow economy. The city has built more than 60 winter sports venues. Ice and snow sports have evolved from seasonal winter activities into year-round diverse experiences.

The backbone supporting this year-round ice and snow layout is the mature operation of indoor ice and snow venues. The "2024-2025 China Ski Industry White Paper" notes that among the world's top ten indoor ski resorts by snow area, Chengdu Sunac Snow Park in Dujiangyan boasts a snow area of 55,000 square metres, ranking fourth among them. Maintaining a constant indoor temperature all year round, the venue features seven ski runs of varying difficulty levels and operates year-round regardless of weather conditions. Visitors can enjoy skiing without waiting for winter. Tourists may also combine indoor skiing with visits to the Dujiangyan and Mount Qingcheng World Heritage Sites to create combined itineraries.

When winter arrives, Xiling Snow Mountain further enriches outdoor ice and snow experiences. As Southwest China's first scenic area offering round-the-clock skiing operations during snow seasons, Xiling Snow Mountain rolls out distinctive consumption offerings including hot pot in the snow and tea tasting to extend visitors' stays. During the 2024-2025 snow season, visitor numbers at Xiling Snow Mountain rose by 14.71% year on year, and weekend sell-out rates at surrounding hotels exceeded 90%.

To prepare for the upcoming surge in inbound tourist arrivals, Chengdu continues to optimize inbound facilitation services. Leveraging mutual visa exemption arrangements between China and countries including Thailand, Singapore and Malaysia, alongside the 240-hour visa-free transit policy at Chengdu Tianfu International Airport, the total number of inbound and outbound travellers through Chengdu ports is projected to hit 144,000, averaging approximately 18,000 people per day. Chengdu entry-exit authorities have opened dedicated green channels for tour groups. Major scenic sites have set up multilingual service stations, providing one-stop services including ticketing, guided tours and emergency support.

เครื่องเคลือบขาวเต๋อฮั่วและสินค้าเกษตรซงซี โดดเด่นในงานใหญ่ ณ อาคารสหประชาชาติ กรุงปักกิ่ง


 ฝ่ายประชาสัมพันธ์ คณะกรรมการอำเภอเต๋อฮั่ว และฝ่ายประชาสัมพันธ์ คณะกรรมการอำเภอซงซี

เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา งานจัดแสดงนวัตกรรมเทคโนโลยีและการลงทุนทางการเกษตร IFAD-SSTC ได้เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการ ณ อาคารสหประชาชาติ กรุงปักกิ่ง งานนี้จัดขึ้นโดยกองทุนระหว่างประเทศเพื่อการพัฒนาเกษตรกรรม (IFAD) มุ่งสร้างเวทีความร่วมมือแบบใต้-ใต้ (South-South) เพื่อเผยแพร่ผลงานความสำเร็จทางการเกษตรของจีน พร้อมส่งต่อโซลูชันที่นำไปประยุกต์ใช้ได้จริง โดยมีผู้ร่วมงานกว่า 120 คน ทั้งคณะทูตจาก 17 สถานเอกอัครราชทูต และผู้แทนจาก 7 หน่วยงานในสังกัดองค์การสหประชาชาติประจำประเทศจีน

อำเภอเต๋อฮั่วเป็นพื้นที่แถบเทือกเขาในมณฑลฝูเจี้ยนทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน โดยได้นำผลงานเครื่องเคลือบขาวอันประณีต อาทิ กระเช้าบุปผาบานสะพรั่ง และงานประติมากรรมหนานหยินแห่งเฉวียนโจว ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะการดนตรีอันทรงคุณค่าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนยูเนสโกอย่างดนตรีหนานหยินจากเมืองเฉวียนโจว เมืองท่าเก่าแก่ของมณฑลฝูเจี้ยน มาร่วมจัดแสดง ร่วมกับผลผลิตทางการเกษตรขึ้นชื่อ ไม่ว่าจะเป็นเห็ดแดงป่า น้ำมันชาจากพื้นที่สูง และมันเทศจีน โดยนี ควาเย-คูมาห์ (Nii Quaye-Kumah) ผู้แทน IFAD ประจำประเทศจีน กล่าวว่า เขารู้สึก "ประทับใจเป็นอย่างยิ่ง" กับความวิจิตรบรรจงของศิลปะเซรามิก ขณะที่ฮูลิโอ วอร์แมน (Julio Worman) นักวิเคราะห์จาก IFAD ประจำภูมิภาคลาตินอเมริกาและแคริบเบียน ได้แสดงความสนใจสอบถามถึงเทคนิคการผลิตเครื่องเคลือบ พร้อมทั้งร่วมชมพิธีชงชา โดยเปิดเผยว่า "แม้ตะวันออกและตะวันตกจะมีความแตกต่างทางวัฒนธรรมอย่างมาก แต่กลับมีความคล้ายคลึงกันอย่างน่าทึ่ง" และเสริมว่า "นับเป็นประสบการณ์การลิ้มลองรสชาติที่ยอดเยี่ยมมาก"

อำเภอเต๋อฮั่วเป็นหนึ่งในแหล่งกำเนิดวัฒนธรรมเซรามิกของจีน ถือเป็นศูนย์กลางการผลิตเครื่องเคลือบขาวระดับประเทศ โดยเป็นที่ตั้งของผู้ประกอบการมากกว่า 4,000 แห่ง ซึ่งสร้างมูลค่าการผลิตสูงถึง 7.6 หมื่นล้านหยวน (ประมาณ 7.9 พันล้านปอนด์ หรือ 1.07 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ต่อปี นอกจากนี้ อำเภอเต๋อฮั่วยังเป็นฐานการผลิตและส่งออกงานหัตถกรรมเซรามิก ชุดชงชา และกระถางต้นไม้รายใหญ่ที่สุดของจีน โดยมีเป้าหมายในการเผยแพร่ความงดงามของเครื่องเคลือบให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในเวทีสากล

ส่วนอำเภอซงซีเป็นอำเภอเกษตรกรรมในเมืองหนานผิง และเป็นตัวแทนระดับอำเภอเพียงแห่งเดียวภายในงาน ได้นำผลิตภัณฑ์เด็ดมาร่วมจัดแสดงอย่างหลากหลาย ทั้งขนมอ้อยสูตรโบราณนับร้อยปี หน่อไม้ขมหัวเฉียว (สายพันธุ์ท้องถิ่นขึ้นชื่อจากตำบลหัวเฉียว) ชาขาวจิ่วหลง ("ชาขาวเก้ามังกร") ตลอดจนชาเขียว ชาดำ และมัทฉะ โดยอามา แบรนด์ฟอร์ด-อาร์เธอร์ (Ama Brandford-Arthur) ผู้ประสานงานระดับโลกฝ่ายความร่วมมือใต้-ใต้และความร่วมมือไตรภาคีของ IFAD เปิดเผยว่า ซงซีประสบความสำเร็จอย่างมากในการนำทรัพยากรสายพันธุ์พืชหายาก วิถีการทำเกษตรแบบดั้งเดิม และการสร้างแบรนด์สมัยใหม่มารวมเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อยกระดับผลผลิตจากชุมชนบนพื้นที่สูงสู่ตลาดอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งนับเป็นแบบอย่างที่มีคุณค่ายิ่งต่อการนำไปปรับใช้ในกลุ่มประเทศโลกใต้ (Global South)

อู๋ เว่ย (Wu Wei) เลขาธิการประจำอำเภอซงซี เปิดเผยว่า งานจัดแสดงครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับการเปิดรับความร่วมมือจากภายนอก และกระชับความสัมพันธ์ทางการเกษตรให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในระดับสากล โดยซงซีพร้อมใช้เวทีนี้เป็นสะพานเชื่อมเพื่อเปิดรับแนวคิดล้ำสมัย ดึงดูดทรัพยากรทรงคุณค่า และขับเคลื่อนการยกระดับภาคอุตสาหกรรม

ด้วยตำแหน่งระหว่างเทือกเขาอู่อี๋ (มรดกโลกโดยยูเนสโก) กับอุทยานแห่งชาติไป๋ซานจู่ ทำให้อำเภอซงซีมีระบบการปลูกอ้อยดั้งเดิมมาตั้งแต่ปี 2270 ในสมัยราชวงศ์ชิง โดยต้นแม่พันธุ์อ้อยยังคงแตกหน่อตราบจนปัจจุบันแม้วันเวลาจะผ่านพ้นไปเกือบ 300 ปีแล้วก็ตาม นอกจากนี้ ชาท้องถิ่นของซงซียังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ระดับชาติ ขณะที่ระบบการเพาะปลูกอ้อยและไผ่ของซงซีก็ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมการเกษตรที่สำคัญของจีน

ตลอดการจัดงาน แขกผู้มีเกียรติได้ร่วมหารือในประเด็นการค้าการเกษตรข้ามพรมแดน การแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี และการยกระดับห่วงโซ่มูลค่า ส่งผลให้บูธจัดแสดงของทั้งสองอำเภอมีผู้เยี่ยมชมมากสุดในงาน ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยขยายชื่อเสียงในระดับสากล แต่ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการนำอุตสาหกรรมท้องถิ่นระดับอำเภอของจีนก้าวไกลสู่เวทีโลก

สินเชื่อพรอมิสร่วมเป็นสปอนเซอร์งานวิ่ง BANGKOK MARATHON ครั้งที่ 37


เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา สินเชื่อส่วนบุคคลพรอมิสเข้าร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวงานวิ่ง Bangkok Marathon ครั้งที่ 37 อย่างเป็นทางการ ณ โรงแรมทาวน์อินทาวน์ ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของผู้สนับสนุนงาน

ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่สินเชื่อพรอมิสได้เป็นสปอนเซอร์ให้กับงานวิ่ง Bangkok Marathon โดยจะมีการออกบูธสินเชื่อพรอมิสภายในงานวิ่ง เพื่อพบปะนักวิ่งทั้งไทยและต่างประเทศ รวมทั้งช่วยสนับสนุนของสมนาคุณด้วยกระเป๋าผ้าแคนวาสบุหนาสีขาว ให้นักวิ่งและผู้ที่มาร่วมงานได้ร่วมเล่นกิจกรรมและรับของสมนาคุณ เพื่อสร้างการรับรู้ของแบรนด์ และเป็นกระบอกเสียงว่าพรอมิสจะเคียงข้างคุณทุกก้าวเดิน

สามารถเยี่ยมชมบูธและพูดคุยกับสินเชื่อส่วนบุคคลพรอมิสได้ในวันที่ 10 มกราคม 2570 ได้ตลอดงาน เพียงมองหาบูธสีเหลืองสดใสและเข้ามาร่วมเล่นกิจกรรม ก็จะได้รับความสุขและความสนุกกลับไปอย่างแน่นอน

SKYWORTH Solar's Premium Brand Solavita Launches in Vietnam to Advance Its Southeast Asia Smart Microgrid Rollout


 SKYWORTH Solar

SKYWORTH Solar announced the launch of its premium brand Solavita in Vietnam at the 4th Solar Energy Storage Future Vietnam 2026 in Ho Chi Minh City on September 22. Full market promotion is planned for the fourth quarter of 2026, with residential solar and battery storage solutions as the initial focus. Vietnam will serve as a key launch market for Solavita's smart microgrid rollout across Southeast Asia. During the event, SKYWORTH Solar received the Solar Energy Ecosystem Leadership Award, adding recognition to the company's capabilities as it advances the rollout.

Organized by Energy Box, the one-day conference covered direct power purchase agreements, energy storage commercialization, home energy storage, and the energy transition of factories and industrial parks. Spanning residential, commercial and industrial applications, the discussions also reflected the growing attention to system design, operational management and delivery services as solar and storage move into practical use.

Electricity demand provides a clear backdrop. According to the International Energy Agency, demand across Southeast Asia has grown by an average of about 6% a year since 2015. Vietnam Electricity reported a 10.2% year-on-year increase in commercial electricity sales in the first half of 2026. Vietnam's revised power plan aims for 50% of households to use self-consumed rooftop solar by 2030, and a 2026 government directive encourages rooftop systems paired with battery storage. For homeowners, the practical questions are how a system fits the roof and daily power needs, and who will support it after installation.

Introducing Solavita marks an important step in SKYWORTH Solar's expansion in Vietnam from residential solar to intelligent energy solutions across multiple applications. Positioned as a smart microgrid system specialist, Solavita covers energy needs from mobile to stationary applications. In Vietnam, it will begin with home energy, using a home energy management system (HEMS) to coordinate solar generation, the grid, battery storage, EV chargers and household loads, bringing integrated energy management into everyday use.

The rollout reflects SKYWORTH Solar's assessment of Vietnam as a market with an established base of solar deployment and awareness, where economic development is also driving evolving household energy needs. Solar capacity has expanded substantially since 2017, building practical experience in the market. High temperatures, humidity and salt exposure in some coastal areas also place greater demands on equipment durability and long-term reliability. SKYWORTH Solar believes products that compete primarily on price, without adequate quality and service support, will find it harder to meet these needs, creating opportunities for solutions that combine reliable equipment, system coordination and long-term service.

As the number of EVs in Vietnam grows, home energy applications are extending to vehicle charging. SKYWORTH Solar sees household needs moving from solar generation alone toward coordinated solar, storage and EV charging, a key application for Solavita's smart microgrid solutions. Drawing on its European experience in residential solar and storage integration, energy management and delivery through local partners, Solavita will use HEMS to coordinate battery operation and EV charging around solar output, household loads and vehicle charging needs. This experience will be adapted to Vietnamese homes, climate and energy use, providing a foundation for subsequent expansion across Southeast Asia.

SKYWORTH Solar has completed over 100 residential projects in Vietnam since beginning local operations this spring, according to company figures. These projects provide a practical foundation for Solavita's product adaptation and local service development. Drawing on project feedback, the team is refining mounting and waterproofing solutions for local roofs and rainy conditions, while configuring solar, storage and energy management systems around each home's roof and load profile.

Solavita plans to build a local delivery and service network through its PD2C model, working closely with Vietnamese service providers and installers. The brand will provide system solutions, digital tools, training and service standards, while local partners handle customer consultation, site surveys, installation and after-sales support. SKYWORTH Solar has already established an agent and service-provider network in Vietnam and is advancing local warehousing cooperation. The rollout will further develop local distribution, spare-parts availability and after-sales processes to connect product supply with partner delivery and ongoing service. Existing cooperation with financial institutions, including BIDV, provides a basis for exploring financing arrangements suited to local customers.

Residential energy remains Solavita's initial focus in Vietnam. Over time, its system coordination and service capabilities will also extend to suitable commercial and industrial applications, complementing SKYWORTH Solar's existing C&I project capabilities.

SKYWORTH Solar has scheduled partner recruitment meetings in Ho Chi Minh City and B?c Ninh for late September to discuss cooperation and delivery requirements with local service providers and installers. "We see Vietnam as a market with an established base of solar adoption and growing expectations for product quality and energy management across multiple applications," said Wang Chundan, General Manager of Solavita Asia-Pacific. "Introducing Solavita allows us to address household needs extending from solar generation to coordinated solar, storage and EV charging. Vietnam is our priority market in Southeast Asia for the fourth quarter and an important starting point for building our regional product offering, partner network and service capabilities. We will combine our European experience with local needs to build capabilities in Vietnam, with plans to expand gradually into Malaysia, Indonesia and the Philippines in the first quarter of 2027."

SKYWORTH Solar เปิดตัวแบรนด์โซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์ระดับพรีเมียม Solavita ในเวียดนาม เดินหน้าขยายไมโครกริดอัจฉริยะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


สกายเวิร์ท โซลาร์

สกายเวิร์ท โซลาร์ (SKYWORTH Solar) เปิดตัวแบรนด์โซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์ระดับพรีเมียม "โซลาวิตา" (Solavita) ในประเทศเวียดนาม ภายในงาน Solar Energy Storage Future Vietnam ครั้งที่ 4 ประจำปี 2569 ณ นครโฮจิมินห์ เมื่อวันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา โดยมีแผนทำตลาดอย่างเต็มรูปแบบในไตรมาส 4/2569 มุ่งเน้นโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่สำหรับที่อยู่อาศัยเป็นหลัก พร้อมชูเวียดนามเป็นตลาดสำคัญสำหรับการเปิดตัวและขยายระบบไมโครกริดอัจฉริยะของโซลาวิตาไปทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ ภายในงานดังกล่าว สกายเวิร์ท โซลาร์ ยังได้รับรางวัลผู้นำระบบนิเวศพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Energy Ecosystem Leadership Award) ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพของบริษัทในการเดินหน้าผลักดันระบบไมโครกริดอัจฉริยะในภูมิภาค

งานประชุมดังกล่าวจัดขึ้นเป็นเวลาหนึ่งวันเต็ม โดยมี เอเนอร์จี บ็อกซ์ (Energy Box) เป็นผู้จัดงาน และครอบคลุมการอภิปรายในหลากหลายประเด็น อาทิ ข้อตกลงการซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง การพัฒนาระบบกักเก็บพลังงานเชิงพาณิชย์ ระบบกักเก็บพลังงานสำหรับที่อยู่อาศัย ตลอดจนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของโรงงานและนิคมอุตสาหกรรม โดยการหารือครอบคลุมการประยุกต์ใช้ระบบโซลาร์เซลล์และระบบกักเก็บพลังงานในภาคที่อยู่อาศัย พาณิชย์ และอุตสาหกรรม สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจที่เพิ่มขึ้นต่อการออกแบบระบบ การบริหารจัดการการดำเนินงาน และบริการด้านการส่งมอบระบบ ขณะที่ระบบโซลาร์เซลล์และระบบกักเก็บพลังงานกำลังก้าวเข้าสู่การใช้งานจริงในวงกว้างมากขึ้น

ความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นถือเป็นบริบทสำคัญ โดยข้อมูลจากทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่า ความต้องการใช้ไฟฟ้าทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 6% ต่อปีนับตั้งแต่ปี 2558 ขณะที่การไฟฟ้าเวียดนามรายงานว่า ยอดขายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้น 10.2% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้ แผนพลังงานฉบับปรับปรุงของเวียดนามตั้งเป้าหมายให้ครัวเรือน 50% ใช้ระบบโซลาร์เซลล์บนหลังคาเพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เองภายในปี 2573 ขณะที่คำสั่งของรัฐบาลในปี 2569 สนับสนุนการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์บนหลังคาควบคู่กับระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ สำหรับเจ้าของบ้าน ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่การออกแบบระบบให้เหมาะสมกับพื้นที่หลังคาและความต้องการใช้ไฟฟ้าในแต่ละวัน รวมถึงการมีผู้ให้บริการดูแลและสนับสนุนหลังการติดตั้งระบบ

การเปิดตัวแบรนด์โซลาวิตาถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายธุรกิจของสกายเวิร์ท โซลาร์ ในประเทศเวียดนาม จากโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับที่อยู่อาศัย สู่โซลูชันพลังงานอัจฉริยะที่รองรับการใช้งานที่หลากหลายยิ่งขึ้น ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านระบบไมโครกริดอัจฉริยะ โซลาวิตานำเสนอโซลูชันพลังงานครอบคลุมทั้งการใช้งานแบบเคลื่อนที่ไปจนถึงระบบแบบอยู่กับที่ สำหรับตลาดเวียดนาม โซลาวิตาจะเริ่มต้นด้วยโซลูชันพลังงานสำหรับที่อยู่อาศัย โดยใช้ระบบจัดการพลังงานในครัวเรือน (HEMS) เพื่อประสานการทำงานระหว่างระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ โครงข่ายไฟฟ้า ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า และโหลดไฟฟ้าภายในบ้าน ช่วยให้สามารถบริหารจัดการพลังงานแบบบูรณาการได้อย่างมีประสิทธิภาพในชีวิตประจำวัน

การเปิดตัวครั้งนี้สะท้อนมุมมองของสกายเวิร์ท โซลาร์ ที่มีต่อเวียดนาม ในฐานะตลาดที่มีพื้นฐานการใช้งานระบบโซลาร์เซลล์และความตระหนักรู้ในระดับที่ดี ขณะเดียวกัน การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศยังส่งผลให้ความต้องการพลังงานของครัวเรือนมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง โดยกำลังการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ได้ขยายตัวอย่างมากนับตั้งแต่ปี 2560 ส่งผลให้ตลาดมีประสบการณ์จากการใช้งานจริงเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน อุณหภูมิสูง ความชื้น และการสัมผัสกับละอองเกลือในบางพื้นที่ชายฝั่ง ล้วนเพิ่มความต้องการอุปกรณ์ที่มีความทนทานและสามารถทำงานได้อย่างน่าเชื่อถือในระยะยาว สกายเวิร์ท โซลาร์ มองว่าผลิตภัณฑ์ที่แข่งขันด้วยราคาเป็นหลัก โดยขาดคุณภาพและบริการสนับสนุนที่เพียงพอ อาจเผชิญความท้าทายในการตอบสนองความต้องการดังกล่าว ซึ่งเปิดโอกาสให้โซลูชันที่ผสานอุปกรณ์ที่เชื่อถือได้ ระบบที่ทำงานสอดประสานกัน และบริการที่ต่อเนื่องในระยะยาวเข้าด้วยกัน เข้ามาตอบโจทย์ตลาดได้มากขึ้น

เนื่องจากจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าในเวียดนามเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การใช้พลังงานในครัวเรือนจึงขยายไปสู่การชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า สกายเวิร์ท โซลาร์ มองว่าความต้องการของครัวเรือนกำลังเปลี่ยนจากการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เพียงอย่างเดียว ไปสู่การบริหารจัดการพลังงานที่ผสานระบบโซลาร์เซลล์ ระบบกักเก็บพลังงาน และการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าเข้าด้วยกัน ซึ่งถือเป็นการใช้งานสำคัญสำหรับโซลูชันไมโครกริดอัจฉริยะของโซลาวิตา ด้วยประสบการณ์ในยุโรปด้านการบูรณาการระบบโซลาร์เซลล์และระบบกักเก็บพลังงานสำหรับที่อยู่อาศัย การจัดการพลังงาน และการส่งมอบโซลูชันผ่านพันธมิตรในท้องถิ่น โซลาวิตาจะใช้ระบบจัดการพลังงานในครัวเรือน (HEMS) เพื่อประสานการทำงานของแบตเตอรี่และการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าให้สอดคล้องกับปริมาณการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ โหลดไฟฟ้าภายในครัวเรือน และความต้องการในการชาร์จรถยนต์ ประสบการณ์ดังกล่าวจะได้รับการปรับให้เหมาะสมกับรูปแบบที่อยู่อาศัย สภาพภูมิอากาศ และลักษณะการใช้พลังงานของครัวเรือนในเวียดนาม เพื่อวางรากฐานสำหรับการขยายโซลูชันและการดำเนินงานไปยังตลาดอื่น ๆ ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในระยะต่อไป

สกายเวิร์ท โซลาร์ ดำเนินโครงการติดตั้งระบบพลังงานสำหรับที่อยู่อาศัยในเวียดนามแล้วกว่า 100 โครงการ นับตั้งแต่เริ่มดำเนินงานในประเทศเมื่อฤดูใบไม้ผลิที่ผ่านมา โดยโครงการเหล่านี้เป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการปรับผลิตภัณฑ์และพัฒนาบริการของโซลาวิตาให้เหมาะสมกับตลาดท้องถิ่น และจากข้อเสนอแนะที่ได้รับจากโครงการต่าง ๆ ทีมงานกำลังปรับปรุงโซลูชันการติดตั้งและการป้องกันน้ำให้เหมาะกับรูปแบบหลังคาในท้องถิ่นและสภาพอากาศที่มีฝนตก พร้อมทั้งตั้งค่าระบบโซลาร์เซลล์ ระบบกักเก็บพลังงาน และระบบจัดการพลังงานให้สอดคล้องกับลักษณะหลังคาและรูปแบบการใช้ไฟฟ้าของแต่ละครัวเรือน

โซลาวิตามีแผนจัดตั้งเครือข่ายการส่งมอบและบริการในท้องถิ่นผ่านโมเดล PD2C ด้วยการทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้ให้บริการและผู้ติดตั้งระบบในเวียดนาม โดยโซลาวิตาจะรับผิดชอบในส่วนของโซลูชันระบบ เครื่องมือดิจิทัล การฝึกอบรม และมาตรฐานการให้บริการ ขณะที่พันธมิตรในท้องถิ่นจะรับผิดชอบด้านการให้คำปรึกษาแก่ลูกค้า การสำรวจพื้นที่ การติดตั้งระบบ และการสนับสนุนหลังการขาย ปัจจุบัน สกายเวิร์ท โซลาร์ มีเครือข่ายตัวแทนและผู้ให้บริการในเวียดนามอยู่แล้ว และกำลังเดินหน้าขยายความร่วมมือด้านคลังสินค้าในท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง การเปิดตัวโซลาวิตาจะช่วยต่อยอดเครือข่ายการจัดจำหน่ายในท้องถิ่น เพิ่มความพร้อมด้านอะไหล่ และพัฒนาบริการหลังการขาย เพื่อเชื่อมโยงการจัดหาผลิตภัณฑ์เข้ากับการส่งมอบระบบโดยพันธมิตรและการให้บริการอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ความร่วมมือที่มีอยู่กับสถาบันการเงินต่าง ๆ รวมถึงธนาคารเพื่อการลงทุนและพัฒนาแห่งประเทศเวียดนาม (BIDV) ยังเป็นพื้นฐานสำหรับการสำรวจรูปแบบการจัดหาเงินทุนที่เหมาะสมกับลูกค้าในท้องถิ่น

โซลูชันพลังงานสำหรับที่อยู่อาศัยยังคงเป็นจุดเน้นหลักของโซลาวิตาในตลาดเวียดนามในระยะแรก ก่อนที่จะขยายขีดความสามารถด้านการบริหารจัดการระบบและการให้บริการไปสู่ภาคพาณิชย์และอุตสาหกรรมตามความเหมาะสมในระยะต่อไป เพื่อเสริมศักยภาพด้านโครงการเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมที่สกายเวิร์ท โซลาร์ มีอยู่แล้ว

สกายเวิร์ท โซลาร์ มีกำหนดจัดการประชุมเพื่อสรรหาพันธมิตรที่นครโฮจิมินห์และจังหวัดบั๊กนิญในช่วงปลายเดือนกันยายน เพื่อหารือเกี่ยวกับความร่วมมือและข้อกำหนดด้านการส่งมอบระบบกับผู้ให้บริการและผู้ติดตั้งระบบในท้องถิ่น "เรามองว่าเวียดนามเป็นตลาดที่มีพื้นฐานการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ที่มั่นคง และมีความคาดหวังเพิ่มขึ้นต่อคุณภาพผลิตภัณฑ์และการจัดการพลังงานในหลากหลายรูปแบบ" หวัง ชุนตัน (Wang Chundan) ผู้จัดการทั่วไปของโซลาวิตา เอเชีย-แปซิฟิก กล่าว "การเปิดตัวโซลาวิตาช่วยให้เราสามารถตอบสนองความต้องการของครัวเรือนที่ขยายจากการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เพียงอย่างเดียว ไปสู่การประสานการทำงานระหว่างระบบโซลาร์เซลล์ ระบบกักเก็บพลังงาน และการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า เวียดนามเป็นตลาดเป้าหมายหลักของเราในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สำหรับไตรมาส 4 และเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ สร้างเครือข่ายพันธมิตร และพัฒนาขีดความสามารถด้านบริการในภูมิภาค เราจะนำประสบการณ์จากยุโรปมาปรับใช้ให้สอดคล้องกับความต้องการในท้องถิ่น เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในเวียดนาม พร้อมมีแผนขยายการดำเนินงานไปยังมาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ต่อไปในไตรมาส 1/2570"