Monday, May 29, 2017

SpyHunter(R) ของ Enigma Software Group ทำผลงานเหนือคู่แข่งจาก Malwarebytes ในการทดสอบเปรียบเทียบโดย AV-TEST

          เคลียร์วอเตอร์, ฟลอริดา--29 พ.ค.--พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          Enigma Software Group USA, LLC (ESG) ประกาศว่า SpyHunter(R) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ป้องกันมัลแวร์รุ่นเรือธงของบริษัท มีประสิทธิภาพการทำงานเหนือผลิตภัณฑ์ของคู่แข่งอย่าง Malwarebytes Inc., Emsisoft Ltd. และผู้ผลิตรายอื่นๆ จากการทดสอบเปรียบเทียบการตรวจจับและสกัดกั้นมัลแวร์ซึ่งดำเนินการโดย AV-TEST GmbH สถาบันทดสอบความปลอดภัยทางไอทีอิสระซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสูง สามารถดูผลการทดสอบดังกล่าวได้ที่  AV-TEST Comparative Remediation Testing Report โดยการทดสอบครั้งนี้ SpyHunter สามารถทำคะแนนด้านประสิทธิผลได้ถึง 98% และสามารถกำจัดมัลแวร์ที่แฝงตัวอยู่ในคอมพิวเตอร์ได้อย่างหมดจด

          ไรอัน เกอร์ดิง โฆษก ESG กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า "เรารู้สึกปลื้มใจที่ได้รับการยืนยันในสิ่งที่เราทราบดีอยู่แล้ว นั่นคือ SpyHunter(R) เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ป้องกันมัลแวร์ที่ดีที่สุดในท้องตลาด เราดีใจมากที่ได้รับ คะแนนประสิทธิผลด้านการตรวจจับและกำจัดมัลแวร์ 100% เต็ม จาก AV-TEST เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และมันวิเศษมากที่ความสำเร็จในครั้งนี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นชัยชนะเหนือคู่แข่งในการทดสอบตัวต่อตัว ตอนนี้วิศวกรของเราได้กลับเข้าไปในห้องปฏิบัติการแล้วเพื่อพัฒนา SpyHunter ให้ดียิ่งขึ้นไปอีก"

          ESG ได้รับการรับรองจาก  OPSWAT และ  TRUSTe โดยการประเมินที่เป็นบวกจากองค์กรภายนอกเหล่านี้ สะท้อนให้เห็นถึงความไว้วางใจของอุตสาหกรรมและบุคคลทั่วไปที่มีต่อ ESG และการยอมรับในประสิทธิผลของ SpyHunter

          เกี่ยวกับ Enigma Software Group USA, LLC

          Enigma Software Group USA, LLC เป็นผู้รวมระบบและผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ความปลอดภัยคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีสำนักงานในเครืออยู่ในสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป บริษัทฯ มีความชำนาญเฉพาะทางในด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ความปลอดภัยคอมพิวเตอร์ การวิเคราะห์ความปลอดภัยออนไลน์ การประเมินภัยคุกคามเชิงประยุกต์ และการดักจับภัยคุกคามความปลอดภัยคอมพิวเตอร์ ตลอดจนโซลูชั่นแก้ปัญหามัลแวร์ที่ปรับแต่งได้ ซึ่งมีผู้ใช้หลายล้านคนทั่วโลก ESG เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์และบริการซอฟต์แวร์ป้องกันมัลแวร์ชื่อดังอย่าง SpyHunter (R) สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ESG สามารถเข้าชมได้ที่ www.enigmasoftware.com

          ติดตามความเคลื่อนไหวของ ESG ได้ทาง  Twitter |  Facebook |  Google+ |  LinkedIn | YouTube


Enigma Software Group's SpyHunter(R) Beats Malwarebytes Anti-Malware in Comparative AV-TEST

          CLEARWATER, Florida--29 May--PRNewswire/InfoQuest

          Enigma Software Group USA, LLC (ESG) announced that its flagship SpyHunter(R) anti-malware product outperformed competing products offered by Malwarebytes Inc., Emsisoft Ltd., and others in a comparative malware detection and remediation test administered by AV-TEST GmbH, the highly regarded independent IT security testing institute. The report is available at AV-TEST Comparative Remediation Testing Report . In the test, SpyHunter achieved a 98% effectiveness score and cleaned all active components in the installed malware.

          Ryan Gerding, a spokesman for ESG, said of the news, "We are gratified to receive independent confirmation of what we already know: SpyHunter(R) is one of the best anti-malware product on the market. We were delighted to receive a 100% effectiveness score in February 2017 from AV-TEST , and it's fantastic to see this translate into a winning head-to-head result against our competitors. As you might expect, our engineers are now headed back to the lab to make SpyHunter(R) even better."

          ESG has received certifications from  OPSWAT and TRUSTe . These favorable third-party evaluations reflect industry and public trust in ESG and recognition of the effectiveness of SpyHunter(R).

          About Enigma Software Group USA, LLC

          Enigma Software Group USA, LLC is a privately held international systems integrator and developer of PC security software, with affiliated offices in the United States and the European Union. The company's specialties are the development of PC security software, online security analysis, adaptive threat assessment, and detection of PC security threats, as well as malware custom fixes for its millions of subscribers worldwide. ESG is best known for SpyHunter (R), its anti-malware software product and service. To learn more about ESG, visit www.enigmasoftware.com .

          Connect with ESG on  Twitter |  Facebook |  Google+ |  LinkedIn | YouTube

          Logo - https://mma.prnewswire.com/media/452052/Enigma_Software_Logo.jpg

-PM-

Dalmia Cement Partners for India's Longest Bridge

          Reinforces position as a key strategic partner for the country and its commitment to the North East

          Dalmia Cement (Bharat) Limited, India's leading cement manufacturer, reiterated its commitment to nation building by playing a vital role in construction of the strategic Dhola-Sadiya bridge connecting Arunachal Pradesh to Assam, which has been inaugurated today by the Hon'ble Prime Minister, Shri Narendra Modi.

          Dalmia Cement (Bharat) Ltd. supplied 17,000 tonnes of the highest grade cement for this milestone project realized through a consortium of companies. This demonstrates the excellence of its manufacturing prowess, exceptional quality, strong delivery mechanisms and the high degree of trust the company enjoys with multiple stakeholders.

          Mr. Puneet Dalmia, Managing Director, Dalmia Bharat Group said, "It is a very salient moment as a key partner in achieving the landmark Dhola-Sadiya bridge which will cut down travel time between Assam and Arunachal Pradesh by as much as four hours. It is the latest expression of our association with several key projects of national importance since the commissioning of the Hirakud Dam in 1952. From ports, to metro rail projects, to military and civilian use airports, to highways, thermal and nuclear power plants, we have nurtured a 78-year-old enduring legacy of national trust and excellence."

          "This is a very proud moment for us and is a watershed because it transcends business. Our role in fulfilling this longest bridge in India, illustrates the spirit of partnership between various organizations, strategic relevance and a very significant socio-economic value proposition for the North East. I see the impact of this bridge as a literal example of our campaign : 'Dil Jode, Desh Jode'," added Mr. Mahendra Singhi, Group CEO (Cement), Dalmia Cement (Bharat) Ltd.

          Dhola-Sadiya is India's longest bridge, spanning a distance of 9.15 kms across the mighty Brahmaputra. A marvel of engineering, it is capable of withstanding the weight of a 60 tonne battle tank. It is located 540 km from Guwahati in Assam and 300 km from Itanagar, Arunachal Pradesh. The aerial distance to the Chinese border is less than 100 km. Construction of the bridge began in 2011 at a project cost of 950 crore. The bridge's salience is underlined by the fact, that at present all transport between the two banks of the river is water borne. As there is no civilian airport in Arunachal Pradesh, this bridge will help people of the state to reach the nearest rail head in Assam's Tinsukia and the airport at Dibrugarh easily. It is built on the public-private partnership model.

Jaguar Land Rover เปิดตัว 'Lighting up Lives' โครงการแสงสว่างจากพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อมอบชีวิตใหม่แก่ชาวเคนยานับล้าน

          -Jaguar Land Rover เปิดตัว Hay Festival art การจัดงานแสดงศิลปะสุดพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองโครงการ 'Lighting up Lives' ในประเทศเคนยา
          - 'Lighting up Lives' ใช้เทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ขั้นสูงเพื่อมอบแสงสว่างกว่า 4 ชั่วโมงต่อวันแก่ผู้คน 1.2 ล้านชีวิต
          - Hay installation ใช้โคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์แทนพลังของดวงอาทิตย์เพื่อเปลี่ยนชีวิตผู้คนให้มีโอกาสศึกษาหาความรู้และอยู่ร่วมกับครอบครัวมากกว่าเดิม
     
          Land Rover กำลังเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ไปสู่ชีวิตที่ดีขึ้นของผู้คนผ่านการจัดงานแสดงศิลปะสุดพิเศษ Hay Festival of Literature and the Arts โดย Night Time Sun นี้ใช้โคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์ที่ได้รับการออกแบบให้มอบแสงสว่างยามอาทิตย์อัสดงประดับประดาทั่วบริเวณงานแก่ผู้เข้าชมนิทรรศการ



          การจัดงานดังกล่าวได้รับแรงบันดาลใจมาจากผลงานที่ Jaguar Land Rover กำลังดำเนินการเพื่อช่วยครอบครัวต่าง ๆ ในเขตชนบทของประเทศเคนยา โดยโครงการ Lighting up Lives จะมอบพลังงานแสงอาทิตย์ที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้แก่ผู้คน 1.2 ล้านชีวิตภายในปี 2563

          การขาดแคลนพลังงานไฟฟ้านั้นจำกัดโอกาสกด้านการศึกษาและการทำงาน, ก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านสุขภาพ อีกทั้งยังเป็นอันตราต่อสภาพแวดล้อม โครงการ Lighting up Lives ที่ดำเนินการโดย ClimateCare หุ้นส่วนผู้เชี่ยวชาญของ Jaguar Land Rover ทำให้เทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์เข้าถึงชุมชนอันห่างไกล ซึ่งนับเป็นการมอบอนาคตอันสดใสแก่ผู้คนอย่างแท้จริง

          ทั้งนี้ ภายในงานดังกล่าว Jaguar Land Rover จะจัดนิทรรศการเชิงปฏิสัมพันธ์ภายใน Story Nook tent เพื่อให้ครอบครัวต่าง ๆ ได้เชื่อมไมตรีกับเด็ก ๆ ในประเทศเคนยา รวมถึงได้เรียนรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ให้เกิดประโยชน์

          มอบอนาคตที่สดใสกว่าเดิม

          โครงการ Lighting up Lives ช่วยให้เด็ก ๆ ในประเทศเคนยาได้อ่านและเรียนหนังสือหลังตะวันตกดิน ซึ่งเด็กชาย Franklin Nzeki นักเรียนวัย 14 ปี จากโรงเรียน Kasooni แห่งเมือง Kalawa เปิดเผยว่า "เมื่อก่อนหลังพระอาทิตย์ตกผมไม่สามารถทำการบ้านที่บ้านได้เลยครับ แต่ตอนนี้ผมทำการบ้านเสร็จหมดทุกวิชา ผมรู้เลยว่าพ่อแม่ผมมีความสุขขึ้นมาก ผมเองก็เหมือนกัน"

          Franklin คือหนึ่งในเด็กนักเรียนจากชนบทอันห่างไกลหลายแห่งของประเทศเคนยาที่ได้รับประโยชน์จากโครงการ Lighting up Lives ผลการเรียนของพวกเขาค่อย ๆ ดีขึ้น เนื่องจากสามารถศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมและเล่นสนุกได้หลังพระอาทิตย์ตกดิน ครอบครัวก็อบอุ่นและปลอดภัยขึ้น มีเงินเก็บมากขึ้น เพราะไม่ต้องพึ่งพาโคมไฟน้ำมันก๊าดราคาแพงไร้ประสิทธิภาพและก่อให้เกิดมลพิษอีกต่อไป

          นอกจากนี้ การแจกจ่าย ติดตั้ง และซ่อมบำรุงชุดอุปกรณ์พลังงานแสงอาทิตย์ยังสร้างโอกาสให้กับบรรดาผู้ประกอบการด้วย ผู้คนต่างสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตของตัวเองได้ด้วยแนวทางแบบใหม่และยั่งยืน

          อนึ่ง โครงการดังกล่าวของ Jaguar Land Rover สะท้อนให้เห็นถึงค่านิยมขององค์กรซึ่งมีพนักงานกว่า 40,000 คนทั่วโลก Helen McLintock ประธาน Jaguar Land Rover กล่าวว่า "การลงทุนครั้งใหม่อันน่าตื่นเต้นนี้เป็นโครงการที่ Jaguar Land Rover ปรารถนาที่จะสานต่อไปในอนาคต โดยเราจะใช้เทคโนโลยีใหม่ในการสนับสนุนและพัฒนาแวดวงวิศวกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและช่วยสร้างอนาคตที่สดใสให้กับผู้คนทั่วโลก"

          Edward Hanrahan ซีอีโอของ ClimateCare เพิ่มเติมว่า "เรามุ่งมั่นที่จะจัดตั้งโครงการแบบบูรณาการอันชาญฉลาดและมีความคุ้มค่าเพื่อพันธมิตรทางธุรกิจของเรา โดยเราจะใช้เงินลงทุนของพวกเขาให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้คนและสิ่งแวดล้อม ซึ่งการมอบพลังงานในครัวเรือนให้กับชุมชนในประเทศเคนยาถือเป็นตัวอย่างอันยอดเยี่ยม เพราะ Lighting up Lives มิเพียงสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกได้ในทันทีเท่านั้น แต่มรดกอันยั่งยืนจะตกทอดสู่ครอบครัวและโรงเรียนหลายแห่งทั่วเคนยาอีกด้วย"

          รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.media.landrover.com

          ที่มา: Jaguar Land Rover

Transforming Kenyan Lives: 'Night Time Sun' Lights Up Hay Festival

          - Jaguar Land Rover unveils unique Hay Festival art installation to celebrate 'Lighting up Lives' project in Kenya
          - 'Lighting up Lives' uses advanced solar technology to give 1.2 million people up to four hours of light every day
          - Hay installation uses solar lamps to represent the power of the sun to transform lives by giving more study and family time

          Land Rover is harnessing the power of the sun to transform lives with a unique art installation at the Hay Festival of Literature and the Arts. The Night Time Sun is an ambitious installation using solar lamps, designed to cast its light over festival-goers as the sun sets.

 

          The installation is inspired by the work Jaguar Land Rover is doing to help families in rural Kenya. Its Lighting up Lives project is bringing safe, reliable solar power to 1.2 million people by 2020.

          A lack of grid electricity limits opportunities to study and work, poses health risks and harms the environment. Lighting up Lives, implemented by Jaguar Land Rover's specialist project partner ClimateCare, makes solar technology available in remote communities - literally bringing power to the people.

          Throughout the Hay Festival, Jaguar Land Rover will be hosting interactive sessions in its Story Nook tent, allowing families to connect with children in Kenya and to learn more about the transformational power of solar energy.

          Powering a brighter future

          The Lighting up Lives project helps children in Kenya, to read and study after dark. Franklin Nzeki, a 14-year-old pupil at Kasooni School in Kalawa, said: "I finish all my homework now. Before I could not do it at home when it was dark. I know my parents are much happier now, and so am I."

          Franklin is one of the many in isolated rural Kenya to benefit from Lighting up Lives. Education improves as children like him can study, read and play after dark. Women enjoy greater opportunities to work and learn. Homes are healthier and safer and incomes improve thanks to ending a reliance on expensive, inefficient and polluting kerosene lamps.

          Significantly, the distribution, installation and maintenance of the household solar kits brings new opportunities for entrepreneurship. People are empowered to improve their own lives in a sustainable and innovative way.

          Jaguar Land Rover's involvement reflects its values as an organisation employing more than 40,000 people globally. Helen McLintock, Jaguar Land Rover Director, said: "This exciting new venture is exactly the type of programme that Jaguar Land Rover wants to lead on in the future. Using technology for good and supporting the power of engineering to improve lives and help to build a cleaner future."

          Edward Hanrahan, ClimateCare CEO, said: "Our focus is on creating smart, integrated and cost effective programmes for our corporate partners, using their investments to deliver maximum positive impact for people and the environment. This project to provide household energy in Kenya is a great example. Not only does it create an immediate, positive change, it will also leave a lasting legacy for families and schools across Kenya".

          For further information log onto http://www.media.landrover.com .

          Source: Jaguar Land Rover

มหกรรม Vivid Sydney กลับมาอีกครั้ง อลังการยิ่งกว่าเดิม

         รับชมคลังภาพมหกรรม Vivid Sydney ได้ที่
          https://www.dropbox.com/sh/7flzi5pp27smil8/AAAMEcNGkT99CphEWJhYqPLYa?dl=0

          รับชมคลิปวิดีโอคุณภาพสูงได้ที่
          https://vimeo.com/219047328/2cfa22436c

          Vivid Sydney เทศกาลแสดงแสงสี ดนตรี และความคิดสร้างสรรค์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก สาดแสงสีละลานตาอาบนครซิดนีย์ พร้อมสเปเชียลเอฟเฟกต์สุดตื่นตาตื่นใจตลอด 23 คืน เริ่มตั้งแต่เวลา 18.00 น.ของวันที่ 26 พฤษภาคมนี้



          รับชมข่าวประชาสัมพันธ์แบบมัลติมีเดียได้ที่ http://www.prnasia.com/mnr/vividsydney2017.shtml

          Vivid Sydney จัดแสดงแสงสีสุดอลังการกว่า 90 จุด ใน 7 สถานที่ โดยมาพร้อมกับความอลังการ ตระการตา และเจิดจรัสยิ่งกว่าที่เคย ให้ทุกคนได้ตื่นตาตื่นใจไปจนถึงวันที่ 17 มิถุนายนนี้

          Adam Marshall รัฐมนตรีการท่องเที่ยวและการจัดมหกรรมประจำรัฐนิวเซาท์เวลส์ กล่าวว่า "ทุกอย่างพร้อมแล้ว ซิดนีย์ได้กลายเป็นผืนผ้าใบขนาดมหึมาที่รองรับความคิดสร้างสรรค์ ศิลปะและเทคโนโลยีจะหลอมรวมกันเพื่อนำเสนอผลงานเรียกเสียงฮือฮาโดยฝีมือของนักสร้างสรรค์และนักนวัตกรรมเทคโนโลยีชั้นแนวหน้าของโลก"

          เขากล่าวเสริมว่า "ผู้เยี่ยมชมงาน Vivid Sydney ต่างมาเพื่อชมแสงสีและดื่มด่ำกับทิวทัศน์อันยิ่งใหญ่ของรัฐนิวเซาท์เวลส์ โดยในปีที่แล้ว Vivid Sydney ได้ให้การต้อนรับผู้มาเยือนสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 2.31 ล้านคน และในปีนี้ เราหวังว่าจะมีเงินสะพัดไหลเข้ารัฐทำลายสถิติของปีที่แล้วที่ 110 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย"

          บรรดาศิลปินทั้งในและต่างประเทศกว่า 180 ชีวิต ได้ร่วมกันสร้างแสงสีตามสถานที่ต่างๆ ได้แก่ The Rocks, Campbell's Cove, Royal Botanic Garden Sydney, Taronga Zoo, Martin Place, Darling Harbour และสถานที่ใหม่ล่าสุดอย่าง Barangaroo (South)

          Vivid Sydney ฉายแสงสีบนตัวอาคารและแลนด์มาร์คอันโด่งดังทั่วนครซิดนีย์ ตั้งแต่สะพาน Sydney Harbour Bridge และพิพิธภัณฑ์ Museum of Contemporary Art Australia ไปจนถึงแนวต้นไม้สูงใหญ่สลับแนวหินธรรมชาติใน Royal Botanic Garden Sydney

          สำหรับผืนผ้าใบที่เป็นไฮไลท์ของงานคือ หลังคารูปทรงเรือใบของ Sydney Opera House ที่มีการจัดแสดง Audio Creatures ซึ่งนำเสนอโลกแห่งแสงสีเหนือพรรณนา ผ่านภาพสัตว์ทะเลในจินตนาการที่ซ่อนตัวอยู่ในอ่าว พร้อมพืชพรรณส่องประกายระยิบระยับ

          ทุกการแสดงล้วนเต็มไปด้วยสเปเชียลเอฟเฟกต์และแอนิเมชั่นสุดอลังการ ตั้งแต่ที่พื้นของ Barangaroo (South) ไปจนถึง Magicians of the Mist บริเวณ Darling Harbour ซึ่งเป็นน้ำพุสูง 50 เมตร ที่เป็นฉากหลังของการฉายภาพด้วยโปรเจคเตอร์ การยิงเลเซอร์ พลุ ไฟ พร้อมเสียงซาวด์แทร็ก

          บริเวณทิศเหนือของอ่าวในย่าน Chatswood มี Steampunk Waterworld ในธีมผจญภัยที่รอให้ผู้มาเยือนเข้ามาสัมผัส ขณะที่สวนสัตว์ Taronga Zoo ก็มีโคมไฟรูปสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ที่กระตุ้นให้เกิดการอนุรักษ์ธรรมชาติ

          Sandra Chipchase ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Destination NSW และผู้อำนวยการบริหารการผลิต Vivid Sydney กล่าวว่า "ตลอด 23 วันของการจัดงาน ผู้มาเยือนสามารถเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆหลายร้อยงาน เช่น การพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ Vivid Ideas กว่า 284 รายการ ใน 59 จุด เพื่อสำรวจอนาคตของการสร้างสรรค์ รวมถึงการแสดง Vivid Music กว่า 390 รายการ ในกว่า 40 จุด อันประกอบด้วยแนวเพลงต่างๆ ตั้งแต่อินดี้โฟล์ค ดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ ละครเพลง ไปจนถึงดนตรีแจ๊ส"

          ไฮไลท์ภายในงานประกอบด้วย

          แสง

          - Lighting the Sails: Audio Creatures: อาคารรูปทรงเรือใบของ Sydney Opera House จะมีชีวิตชีวาด้วยการแสดง Audio Creatures ซึ่งเป็นภาพสัตว์ในจินตนาการที่รังสรรค์และออกแบบโดย Ash Bolland ผู้กำกับภาพชื่อดัง Audio Creatures แสดงภาพพืชพรรณและสัตว์โลกใต้ทะเลที่สวยงามชวนตะลึง โดยใช้เทคนิคการเปลี่ยนภาพด้วยคอมพิวเตอร์บนตัวอาคารทรงเรือใบอันโด่งดัง พร้อมเสียงซาวด์แทร็กจาก Amon Tobin โปรดิวเซอร์ดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ชาวบราซิล

          - Organic Vibrations: Julia Gorman ศิลปินร่วมสมัยชาวออสเตรเลีย และทีมงานของ Danny Rose จากฝรั่งเศส ร่วมรังสรรค์งานศิลปะบนตัวอาคาร Museum of Contemporary Art Australia (MCA) โดยใช้เทคนิคการฉายภาพแบบ projection mapping เพื่อสร้างมิติให้กับภาพของ Gorman ที่ต้นฉบับรังสรรค์ด้วยสีน้ำ สีน้ำมัน และปากกามาร์กเกอร์ ซึ่งสะท้อนลายเส้นและสีสันที่ได้แรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติ (The Rocks)

          - Magicians of the Mist: การแสดงโชว์น้ำพุ เปลวไฟ แสงเลเซอร์ ดนตรี พลุ และม่านน้ำสุดอลังการ เปี่ยมไปด้วยพลังแห่งนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ (Darling Harbour)

          - Trapdoor: ตื่นตากับภาพลวงตาที่ซ่อนอยู่ภายใน เพียงคุณกล้าที่จะก้าวเข้าสู่พื้นที่ที่เต็มไปด้วยภาพจิตกรรมฝาหนังสุดอัศจรรย์ ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวของ Barangaroo (Barangaroo South)

          - Electric Forest: ป่าไม้จะมีชีวิตในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน คุณจะได้สัมผัสกับโลกอันแปลกตาที่เต็มไปด้วยพืชพรรณที่มีแสงสว่าง ภาพมายา และเสียงซาวด์แทร็ก ตลอดจนผลไม้ป่าที่ห้อยลงมาทั่วบริเวณและฝูงปลาน้อยใหญ่ (The Royal Botanic Garden Sydney)

          - Lights for the Wild: เรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ผ่านสายรัดข้อมือแบบอินเตอร์แอคทีฟ พบกับความงดงามอันน่ามหัศจรรย์ของโคมไฟรูปสัตว์ขนาดยักษ์ คุณสามารถเดินเข้าไปสำรวจในปากของเจ้าฉลาม Port Jackson Shark ได้ด้วย (Taronga Zoo)

          - Steampunk Waterworld: สัมผัสกับโลกใต้น้ำที่มีกลิ่นอายของ Steampunk ซึ่งจะนำคุณดำดิ่งไปกับแสง เสียง และสเปเชียลเอฟเฟกต์ ณ Reflection Pool ใน The Concourse (Chatswood)

          ดนตรี

          - Curve Ball: ชมการแสดงสดจากเหล่าครีเอทีฟ ศิลปิน นักดนตรี ที่รวมพลังกันมอบเสียงเพลงและการแสดงสุดเร้าใจ นับเป็นการผสมผสานเพลงแดนซ์กับภาพอันน่าตื่นตาอย่างลงตัว (เวลา 15.00-22.00 น. วันอาทิตย์ที่ 11 มิถุนายน ณ Carriageworks)

          - Hidden Sydney - The Glittering Mile: ตื่นเต้นไปกับเรื่องราวของ Kings Cross และบรรดาตัวละครหลากสีสันจากอดีตอันรุ่งโรจน์ (วันที่ 25 พฤษภาคม ถึง 18 มิถุนายน ณ The World Bar, Kings Cross)

          - Nick Murphy (เดิมชื่อ Chet Faker) กับผลงาน Missing Link: นักดนตรีคนดังกลับมาอีกครั้งพร้อมการแสดงเพลงดังยุคเก่า (วันที่ 1-3 มิถุนายน ณ Sydney Opera House)

          - Dappled Cities: หนึ่งในวงดนตรีแนวอินดี้จากซิดนีย์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในรอบ 20 ปี จะเปิดตัวอัลบัมใหม่ชื่อ IIIII (five) พร้อมแสงสีตระการตา ในคอนเสิร์ตสุดพิเศษเพียงรอบเดียวเท่านั้น (วันที่ 4 มิถุนายน ณ City Recital Hall)

          ไอเดีย

          - Game-Changer Talks Series: รับฟังไอเดียจากนักสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนโลกและชีวิตของผู้คน ได้แก่ Jonah Peretti ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Buzzfeed (วันที่ 28 พฤษภาคม ณ City Recital Hall), Oliver Stone ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังเจ้าของรางวัลออสการ์ (วันที่ 28 พฤษภาคม ณ City Recital Hall) และ Shepard Fairey ศิลปินผู้ทรงอิทธิพลชาวอเมริกัน (วันที่ 17 มิถุนายน ณ Sydney Town Hall) ทั้งนี้ Fairey ศิลปินผู้อยู่เบื้องหลังแคมเปญ HOPE ของอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา จะร่วมรังสรรค์จิตรกรรมฝาผนังใจกลางย่านธุรกิจของซิดนีย์ พร้อมกับจัดแสดงผลงานที่ได้รับแรงบันดาลใจจากดนตรี ณ Darling Quarter

          - The Sunrise Conference: ร่วมเจาะลึกอนาคตของเทคโนโลยี ธุรกิจ และบริษัทสตาร์ทอัพ ในการประชุมที่จะจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ (วันที่ 31 พฤษภาคม)

          - Semi Permanent: รับฟังการบรรยายเกี่ยวกับนวัตกรรมแห่งอนาคตจากนักนวัตกรรมชั้นนำของโลกจาก Getty Images, Nike, Uber, Google และอีกมากมาย (วันที่ 25-27 พฤษภาคม)

          - Clipped Music Video Festival: เรียนรู้จากเหล่าศิลปินและผู้สร้างภาพยนตร์ ที่มาร่วมอภิปรายและรังสรรค์มิวสิควิดีโอ (วันที่ 3 มิถุนายน)

          - Good Design Festival: กระทบไหล่คนดังในวงการออกแบบ สัมผัสสุดยอดผลงานการออกแบบ พร้อมเฉลิมฉลองให้กับผู้ชนะการแข่งขัน Good Design Awards 2017 และร่วมชมผลงานศิลปะสุดตระการตา (วันที่ 8-11 มิถุนายน)

          - Rhodes: Creative: สัมผัสเทคโนโลยีสุดล้ำแห่งโลกอนาคต ทั้งเครื่องพิมพ์ 3 มิติ และหุ่นยนต์ (วันที่ 28 พฤษภาคม ถึง 16 มิถุนายน)

          - The Vivid Ideas Exchange: กิจกรรมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหลากหลายหัวข้อ ครอบคลุมตั้งแต่แฟชั่น การออกแบบพื้นที่ การเล่าเรื่อง วยาคติ การตลาด สุขภาพ นวัตกรรม บิ๊กดาต้า และความจริงผสม โดยจะจัดทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00-17.00 น. บริเวณชั้น 6 ของ Museum Contemporary Art Australia ตลอดการจัดงาน Vivid Sydney

          เกี่ยวกับ Vivid Sydney
          Vivid Sydney คือเทศกาลแสดงแสงสี ดนตรี และความคิดสร้างสรรค์งานใหญ่ที่สุดในโลก ที่จะเนรมิตภูมิทัศน์ของ Harbour City ให้กลายเป็นผืนผ้าใบสีสันสวยงาม โดยมี Destination NSW องค์กรการท่องเที่ยวและการจัดงานแห่งรัฐนิวเซาท์เวลส์รับหน้าที่เป็นผู้จัดงาน สำหรับงาน Vivid Sydney ในปีที่ 9 นี้ จัดขึ้นเป็นเวลา 23 คืน เริ่มตั้งแต่วันศุกร์ที่ 26 พฤษภาคม ไปจนถึงวันเสาร์ที่ 17 มิถุนายน ภายในงานมีการจัดแสดงแสงสีและการฉายภาพสุดตระการตา (Vivid Light), การแสดงดนตรีสดและการรวมวงดนตรี (Vivid Music ซึ่งรวมถึงการแสดง Vivid LIVE ณ Sydney Opera House) พร้อมกิจกรรมพูดคุยแลกเปลี่ยนไอเดียสุดสร้างสรรค์กับเหล่ากูรู (Vivid Ideas) ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนตอกย้ำสถานะของซิดนีย์ในฐานะศูนย์กลางด้านความคิดสร้างสรรค์แห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก สามารถรับชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.vividsydney.com

          สำหรับสื่อมวลชน:

          สามารถดาวน์โหลดวิดีโอและรูปภาพได้ที่ Vivid Sydney Media Centre: https://www.vividsydney.com/media-centre หรือติดต่อ vivid.media@dnsw.com.au

          วิดีโอ - http://static.prnasia.com/pro/media/mnr/201705/vividsydney/video.mp4
          รูปภาพ - https://photos.prnasia.com/prnh/20170526/1861920-1-a
          รูปภาพ - https://photos.prnasia.com/prnh/20170526/1861920-1-b
          รูปภาพ - https://photos.prnasia.com/prnh/20170526/1861920-1-c
          รูปภาพ - https://photos.prnasia.com/prnh/20170526/1861920-1-d

TWO IDIOTS 5 ซีรีส์จีนทางแพลตฟอร์ม iQIYI ยกกองถ่ายทำในไทย หนุนกระแสตอบรับดี ยอดวิวพุ่งแรง

           TWO IDIOTS 5 ซีรีส์ตลกออกอากาศออนไลน์เรื่องแรกที่จีนเป็นผู้สร้างและถ่ายทำที่ประเทศไทย ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามทั่วประเทศจีน นับตั้งแต่ที่ได้ออกอากาศตอนแรกไปเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม บนแพลตฟอร์มวิดีโอรายใหญ่ที่สุดของจีนอย่าง iQIYI ด้วยยอดรับชมนับจนถึงวันที่ 26 พฤษภาคมกว่า 200 ล้านครั้งแล้ว ขณะที่มีชาวจีนกดติดตามซีรีส์นี้ถึง 30 ล้านคน นอกจากนี้ ผู้ชมชาวไทยก็ให้การตอบรับดีไม่น้อยไปกว่ากัน โดยเฉพาะตัวละครหลักทั้งสอง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงอารมณ์ขันและความสนุกสนานตามแบบฉบับคนจีน



          iQIYI คือแพลตฟอร์มวิดีโอสตรีมมิ่งแนวหน้าของจีน ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อ 7 ปีก่อน และปัจจุบันมีฐานผู้รับบริการมากที่สุดเมื่อเทียบกับเว็บสตรีมมิ่งเจ้าอื่นๆในจีน ข้อมูลล่าสุดจาก iResearch ณ เดือนเมษายน ระบุว่า ผู้ชมชาวจีนใช้เวลามากถึง 6 พันล้านชั่วโมงบน iQIYI App ส่งผลให้กลายเป็นแอพพลิเคชั่นที่มียอดใช้มากที่สุดเป็นอันดับสองของจีน เป็นรองเพียงแค่ WeChat เท่านั้น นอกจากนี้ แพลตฟอร์มดังกล่าวยังให้บริการคอนเทนต์จำนวนมากแก่ผู้รับบริการในต่างประเทศด้วย สำหรับ 'The Mystic Nine' และ 'Yuzui' ซีรีส์สองเรื่องสองรสที่ iQIYI ได้ผลิตขึ้นเพื่อเผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์นั้น ได้รับความสนใจเป็นอย่างดี จนกลายเป็นกระแสพูดถึงทั้งในจีนและทั่วโลก โดยข้อมูลจาก App Annie บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลมือถือสัญชาติสหรัฐ ได้ยกให้ iQIYI ติดอันดับ 7 ในแง่ของรายได้ เมื่อเทียบกับแอพอื่นๆทั้งหมดทั่วโลก

          TWO IDIOTS 5 เปลี่ยนเรื่องขายหน้าให้กลายเป็นมุขสุดฮา ขณะคนดูชาวไทยเรียกร้อง TWO IDIOTS เวอร์ชั่นไทย

          คำว่า "IDIOT" ในที่นี้หมายถึง คนรุ่นใหม่ซึ่งไร้ประสบการณ์ ดูผิวเผินเหมือนไม่มีความสามารถ แต่กลับมีความแน่วแน่ที่จะเป็นผู้ยิ่งใหญ่ โดยนับตั้งแต่ที่ซีซั่นแรกของซีรีส์ชุดนี้ออกอากาศเป็นครั้งแรกผ่านทาง iQIYI ในปี 2557 จนถึงขณะนี้ทั้ง 4 ซีซั่นมียอดวิวกว่า 2.6 พันล้านวิวแล้ว ขึ้นแท่นซีรีส์ตลกออนไลน์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดบน iQIYI อีกทั้งยังได้รับการขนานนามว่าเป็น "ซีรีส์ตลกออนไลน์อันดับ 1" ในวงการภาพยนตร์และโทรทัศน์ของจีน

          สำหรับภาคต่อในซีซั่นที่ 5 นี้คว้าตัวนักแสดงตลกชาวจีนชื่อดังอย่าง ซุน ยี่โจว และ จาง ไห่หยู มาร่วมแสดง โดยตัวละครของซุนได้ย้ายมาเรียนที่โรงเรียนเทคนิคในไชน่าทาวน์ กรุงเทพฯ และได้เข้าร่วมก๊วนกิจการนักเรียน เพื่อหนีหนี้ที่เขาก่อไว้จากการเล่นพนัน ในขณะที่ตัวละครเพื่อนรักของซุน รับบทโดยจาง เป็นพนักงานล้างรถอยู่ในละแวกนั้น ทั้งคู่เผชิญอุปสรรคในการใช้ชีวิตต่างแดน นำไปสู่ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนและมุขตลกแบบนอนสต็อปซึ่งเกิดจากกำแพงด้านวัฒนธรรมที่พบเจอในแต่ละวัน

          ทั้งนี้ ผู้ชมชาวไทยต่างคุ้นเคยกับรายการทีวีจีนกันเป็นอย่างดี โดยละครเรื่อง 'My Fair Princess' (องค์หญิงกำมะลอ) และ 'Meteor Garden' (รักใสใสหัวใจ 4 ดวง) ก็เคยฝากความสำเร็จในไทยมาแล้ว โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ชมวัยรุ่น ซี่งแน่นอนว่า TWO IDIOTS 5 จะเจริญรอยตามซีรีส์รุ่นพี่เพื่อมอบความบันเทิงให้กับผู้ชมชาวไทยเช่นกัน ผ่านการผสมผสานระหว่าง "ความแตกต่างและการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไทย-จีน" คนไทยที่ชมซีรีส์เรื่องนี้แล้วได้แสดงความเห็นว่า 'คู่ซี้ในเรื่องนี้ตลกมาก ถึงพวกเขาจะไม่ประสบความสำเร็จ แต่ก็เป็นคนมองโลกในแง่ดีและทุ่มเทอย่างหนัก' และ 'ในเมืองไทยมีคนประเภทนี้เยอะมาก เรื่องนี้จึงควรมีเวอร์ชั่นไทย'

          TWO IDIOTS 5 ฮอตฮิตในหมู่ผู้ชมชาวจีนที่เกิดในไทย

          ซีรีส์เรื่องนี้ถ่ายทอดเรื่องราวการผจญภัยของตัวละครในช่วงเวลาอันน่าอัศจรรย์ในกรุงเทพฯ TWO IDIOTS 5 เป็นซีรีส์แนวคอมเมดีเรื่องแรกของจีนที่ถ่ายทำในประเทศไทยทั้งเรื่อง นับตั้งแต่ภาพยนตร์เรื่อง Lost in Thailand ของผู้กำกับ สวี่ เจิง ที่ทำรายได้อย่างถล่มทลาย

          เพื่อแสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์ความเป็นไทยอย่างแท้จริง ทางทีมนักแสดงและทีมงานถ่ายทำจึงต้องใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทย 3 เดือน เพื่อสัมผัสกับประสบการณ์ต่างๆในร้านอินเทอร์เน็ต ร้านเช่าหนังสือ ตลาดสด รวมถึงต้องนั่งเรียนในมหาวิทยาลัยไทย พูดคุยกับพิธีกรบนแพลตฟอร์มสตรีมมิงสด และผูกมิตรกับเจ้าของโรงแรมไทย ในฐานะแขกของครอบครัวชาวไทย นอกเหนือจากคณะถ่ายทำ 150 ชีวิตที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จแล้ว ยังมีนักแสดงชาวจีนและไทยอีก 200 คน รวมถึงสาวประเภทสอง 50 คนที่ได้รับเชิญให้มาแสดงในซีรีส์เรื่องนี้ด้วย และที่ขาดไม่ได้คือการถ่ายทอดเอกลักษณ์ความเป็นไทยที่เห็นได้อย่างเด่นชัด เช่น สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง ศาลากลางจังหวัดนนทบุรี (หลังเก่า) ซึ่งใช้เป็นฉากของโรงเรียนเทคนิคไชน่าทาวน์ในเรื่อง ส่งผลให้นักท่องเที่ยวชาวจีนมีความสนใจในการเที่ยวชมทัศนียภาพอันงดงามของประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น  

          ที่มา: iQIYI

          ลิงค์รูปภาพประกอบข่าว:
           http://asianetnews.net/view-attachment?attach-id=290073
           http://asianetnews.net/view-attachment?attach-id=290074