Friday, November 29, 2019

AirCUVE เปิดตัวระบบยืนยันตัวตนผ่าน WIFI และระบบยืนยันตัวตนหลายชั้นสุดอัจฉริยะ

          AirCUVE รุกเดินหน้าให้บริการโซลูชันการยืนยันตัวตนที่ทรงพลังแก่ตลาดโลก เพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัย

          AirCUVE เป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงในด้านโซลูชันการยืนยันตัวตนแบบไร้สายผ่าน WIFI ที่มาพร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะและประสิทธิภาพที่ทรงพลัง โดยตลอดระยะเวลา 17 ปีที่ผ่านมา บริษัทสั่งสมความเชี่ยวชาญและให้บริการระบบยืนยันตัวตนเพื่อการเข้าถึงเครือข่ายอย่างปลอดภัยแก่ลูกค้าในตลาดทั่วโลก หนึ่งในนั้นได้แก่ AirCUVE AirFRONT โซลูชันรักษาความปลอดภัยที่ใช้การยืนยันตัวตนแบบไร้สาย ซึ่งปัจจุบันมีการใช้โซลูชันนี้ทั้งในภาคสาธารณะ การทหาร การเงิน องค์กร การศึกษา โทรคมนาคม และอุตสาหกรรมอื่น ๆ โดยการยืนยันตัวตนผู้ใช้ที่ปลอดภัยไม่ได้เป็นเพียงทางเลือกอีกต่อไป และ AirFRONT พร้อมตอบรับความต้องการดังกล่าวด้วยโซลูชันการยืนยันตัวต้นที่เรียบง่าย แต่มีประสิทธิภาพ

          ในเร็ว ๆ นี้ AirCUVE เตรียมออกผลิตภัณฑ์ในรูปแบบ SaaS ที่รวมโซลูชันการยืนยันตัวตนแบบใช้สาย/ไร้สายเข้ากับฟังก์ชันความปลอดภัย IoT จากการคาดการณ์ว่าตลาด IoT จะเติบโต AirCUVE จึงให้ความสำคัญกับการให้บริการโซลูชันในภาคส่วนนี้ โดยกรณีการแฮก IoT ที่เกิดขึ้นโดยส่วนใหญ่นั้น ไม่ได้มีสาเหตุมาจากความอ่อนแอของตัวผลิตภัณฑ์ แต่เกิดจากความอ่อนแอของการเชื่อมต่อเครือข่ายแบบเปิดที่นำไปสู่เหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัย ด้วยเหตุที่มีผู้ใช้งานหลากหลายกลุ่ม เช่น ลูกจ้าง ผู้เข้าชม และผู้รับจ้างช่วง อีกทั้งสภาพแวดล้อมการทำงานก็มีหลายรูปแบบ เช่น หน่วยงานที่มีหน้าที่จัดการข้อมูลที่อ่อนไหว และผู้จัดการฝ่าย IT/เซิร์ฟเวอร์ จึงจำเป็นที่องค์กรจะต้องมีนโยบายย่อย ๆ เพื่อปกป้องข้อมูลระหว่างหน่วยงานได้อย่างเหมาะสม

          AirCUVE V-FRONT เป็นเครื่องมือการยืนยันตัวตนโดยใช้หลายปัจจัย (Multi Factor Authentication: MFA) โดยนำเสนอวิธีการยืนยันตัวตนที่หลากหลาย แต่ไม่ยุ่งยาก พร้อมให้การสนับสนุนธุรกิจด้วยการใช้รูปแบบการยืนยันตัวตน (authentication token) ที่เหมาะสมและหลากหลาย ทั้ง SMS, e-mail, OTP, HW token (card type), QR codes การแจ้งเตือนในแอป, YubiKey และลายนิ้วมือ โซลูชันดังกล่าวมอบสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยยิ่งขึ้นสำหรับผู้ใช้ในการจัดการกับข้อมูลส่วนตัวและการยืนยันตัวตน

          AirCUVE เป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาซอฟต์แวร์ยืนยันตัวตน โดยได้รับการอ้างถึงมากมายหลายพันครั้งตลอดระยะเวลา 17 ปีที่ผ่านมา ผ่านการนำเสนอโซลูชันที่เป็นนวัตกรรมให้กับบรรดาธนาคาร (DBP Bank) บริษัทโทรคมนาคม (Eastern Telecon) และสายการบิน (Philippine Air Line) ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จีน ญี่ปุ่น และสหรัฐ โดยความต้องการผลิตภัณฑ์ยืนยันตัวตนที่หลากหลายของ AirCUVE นั้นเพิ่มขึ้นทุกปี

          นาย GS AHN ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายต่างประเทศ และรองประธานบริหารของ AirCUVE กล่าวว่า "การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลนั้นมีความรัดกุมขึ้นทั่วโลก ซึ่งเน้นให้เห็นถึงความสำคัญของการยืนยันตัวตนเพื่อการเข้าถึงเครือข่ายในหน่วยงานรัฐบาล องค์กรธุรกิจ สถาบันการศึกษา และสถาบันวิจัย AirCUVE พร้อมแล้วที่จะครองตำแหน่งผู้เล่นหลักในด้านการยืนยันตัวตนผ่าน WIFI และการยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย อีกทั้งยังมีแผนเชิงรุกที่จะขยายธุรกิจไปยังตลาดตะวันออกกลาง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และญี่ปุ่นด้วย"



Intelligent WIFI authentication and Smart Multi-factor Authentication Platform launched by AirCUVE

          AirCUVE provides powerful identity verification solutions to the global market to prevent security incidents.

          AirCUVE is renowned for powerful and intelligent WIFI wireless authentication solutions and has been providing specialized solutions for network access authentication to the global market for the last 17 years. AirCUVE AirFRONT is the solution that provides security with wireless authentication. The solution has already been provided to global market including the public, military, finance, corporate, education, telecommunications and other industries. Securely identifying users is no longer an option for most, AirFRONT provides simple but strong authentication solution.

          AirCUVE will soon to release SaaS product which combines wired/wireless security authentication solutions with an IoT security function. As the IoT market is expected to grow, AirCUVE is focused on providing solutions. Most IoT hacking cases occur not because of the weakness of the product itself but occur because of weakness of open network connection that leads to security incidents. Various users like employees, visitors, and subcontractors and various forms of work environments such as departments managing sensitive information and IT/server manager, it is necessary to have subdivided policies that adequately protect inter-office information.

          AirCUVE V-FRONT is a powerful Multi Factor Authentication (MFA) tool, that provides various and simple authentication methods. It supports business by applying adequate authentication tokens, utilizing SMS, e-mail, mobile OTP, HW token (card type), QR codes, push notifications in apps, YubiKey and fingerprints. The solution provides a better environment for users to manage personal information and authentication.

          AirCUVE a specialized authentication software development company, possesses thousands of various references over 17 years and innovative solutions have been provided to banks (DBP Bank), telecoms (Eastern Telecon) and airlines (Philippine Air Line) across Southeast Asia, China, Japan and the US. Every year demand for AirCUVE's various authentication products increases.

          General Manager of overseas division, GS AHN, EVP of AirCUVE, emphasizes the following, "As implementation of personal information protections has tightened up worldwide, it stresses the importance of network access authentication in government agencies, corporations, education and research institutes. AirCUVE is ready to occupy its position as a major player in WIFI access and multi-factor authentication field and aggressively plans to expand its business to the Middle East, Southeast Asia and Japanese markets."



SOMPO Holdings Inc. บริษัทประกันชีวิตชั้นนำของญี่ปุ่น ประกาศโครงการนำร่องการพัฒนาประสิทธิภาพการขายโดยใช้ AI และการวิเคราะห์ร่วมกับ Vymo

          ระบบบริหารความสัมพันธ์ลูกค้าที่ใช้ AI เข้าไปช่วยเพิ่มยอดขายในทุกช่องทางธุรกิจด้วยความคล่องตัวและการเรียนรู้ข้อมูลเชิงบริบทอย่างชาญฉลาด


          ข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรม

          SOMPO Holdings, SOMPO Himawari Life หนึ่งในบริษัทประกันที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ด้วยจำนวนพนักงานที่มีอยู่กว่า 80,000 คนใน 228 เมืองของ 30 ประเทศทั่วโลก ออกมาประกาศว่า บริษัทได้ร่วมมือกับ Vymo (www.getvymo.com) ซึ่งเป็นบริษัทด้าน CRM ยุคใหม่จากสหรัฐในการจัดทำโครงการวิจัยนำร่องด้านการใช้ประโยชน์จากความชาญฉลาดในการเรียนรู้ข้อมูลเชิงบริบทและการฝึกฝนวิธีขายเชิงรุกโดยใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับทีมขายภาคสนาม โดยโครงการดังกล่าวเริ่มมาตั้งแต่เดือนก.ย.2562 ที่ผ่านมา

          เกี่ยวกับแอปของ Vymo

          บริษัทประกันระดับโลกได้เลือกใช้ Vymo ซึ่งเป็นโซลูชั่นที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขายบนอุปกรณ์พกพาโซลูชั่นแรกของโลกมาช่วยปรับปรุงการทำงานของทีมขาย ในขณะที่ระบบ CRM มีอัตราการนำไปใช้เพียงไม่ถึง 30% แต่ผู้ใช้งาน Vymo กว่า 100,000 คน มีการล็อกอินเข้าใช้งานเป็นปกติเพื่อวางแผนกิจกรรมการขายในทุกๆ วันมากถึง 85% ซึ่งสามารถแปลงเป็นรายได้ประมาณ 3-10% ต่อปี

          ด้วยความสามารถที่เป็นอัจฉริยะของ Vymo จึงช่วยให้พนักงานขายใช้เวลาในการอัปเดตข้อมูล CRM น้อยลง และหันไปให้เวลากับการขายได้มากขึ้น โดย Vymo สามารถ

          - บันทึกกิจกรรมการขายได้อย่างอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็น การโทรหาลูกค้าด้วยระบบ Dialer Integrations, การประชุมด้วย Geo-Intelligence และการส่งอีเมลผ่านระบบ Client-Integrations
          - เรียนรู้จากตัวแทนขายที่ประสบความสำเร็จระดับสูงทั้งในเรื่องการจัดลำดับความสำคัญ ช่วงเวลาที่ควรเข้าไปข้องเกี่ยวกับลูกค้า รวมถึงสิ่งที่ต้องทำต่อไป ฯลฯ
          - การฝึกฝนเชิงบริบทเพื่อปรับปรุงผลลัพธ์และเพิ่มรายได้ให้กับธุรกิจประเภทต่างๆ

          เกี่ยวกับ SOMPO Holdings

          SOMPO Holdings Inc. ซึ่งบริหารงานโดยซีอีโอและประธาน เคนโกะ ซากุราดะ เป็นบริษัทในเครือกลุ่มบริษัทประกันภัย, ประกันชีวิต และบริษัทอื่นๆ ของ P&C ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกฎหมายธุรกิจประกันภัยและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจอื่นๆ SOMPO Holdings Inc. เป็นหนึ่งในบริษัทประกันภัยที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นด้วยมูลค่าสินทรัพย์มากกว่า 10 ล้านล้านเยน

          ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.sompo-hd.com

          เกี่ยวกับ Vymo

          Vymo (getvymo.com) เป็นผู้ให้บริการผู้ช่วยส่วนบุคคลอัจฉริยะสำหรับทีมขาย ที่ช่วยในการบันทึกกิจกรรมการขายได้อย่างอัตโนมัติ และสามารถคาดการณ์ "การกระทำขั้นต่อไปที่ดีที่สุด" อย่างชาญฉลาด Vymo มีผู้ใช้งานอยู่กว่า 100,000 รายในองค์กรขนาดใหญ่มากกว่า 50 แห่ง อาทิ AXA, Allianz, Generali และ Sumitomo อีกทั้งยังได้รับรางวัล Gartner Cool Vendor และเป็นบริษัทที่ลงทุนโดย Emergence Capital และ Sequoia Capital

          เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Vymo

          เว็บไซต์ - https://www.getvymo.com
          ดูการทำงานของ Vymo - http://bit.ly/2HbE54x
          กำหนดเวลาการสาธิต - https://www.getvymo.com/demo



Japan's Leading Insurer SOMPO Holdings Inc. Announces Pilot With Vymo to Drive Sales Productivity Using AI and Analytics

          AI-enabled CRM to boost sales productivity across business channels with mobility and contextual intelligence


          About the contents of activities

          SOMPO Holdings , SOMPO Himawari Life, one of Asia's largest insurance companies with a global footprint of 80,000 employees in 228 cities across 30 countries, has announced that it will be piloting a research with US-based next-generation CRM company, Vymo (www.getvymo.com), for leveraging contextual intelligence and AI-enabled proactive sales coaching in enhancing productivity of field sales teams. The project was launched in September 2019.

          About the app provided by Vymo

          Global insurers have deployed Vymo as a mobile-first sales productivity solution of choice to drive sales productivity across sales teams. While most CRMs have an adoption rate of less than 30%, more than 85% of Vymo's 100,000+ users log in on a daily basis to plan their sales activities which translate to a revenue impact of 3-10% annually.

          With Vymo's intelligence capabilities, sales reps spend less time updating CRMs, and more time selling. Vymo can -

          - Automatically log sales activities such as calls through dialer integrations, meetings though geo-intelligence, and emails via client-integrations
          - ,Learn from the top-performing sales agents on what leads to prioritize, when to engage a customer, what to do next, etc.,
          - Coach contextually to improve outcomes and grow revenues across various types of businesses.About

          SOMPO Holdings

          Led by President and Group CEO, Kengo Sakurada, SOMPO Holdings Inc. is the umbrella management of P&C insurance companies, life insurance companies, and other companies controlled as subsidiaries pursuant to the Insurance Business Law, and other related operations. With assets worth over 10 trillion yen, SOMPO Holdings Inc. is one of Japan's largest insurance companies.

          To know more, visit https://www.sompo-hd.com

          About Vymo

          Vymo (getvymo.com) is an intelligent Personal Sales Assistant; it captures sales activities automatically and predicts 'next best actions' intelligently. Vymo has 100,000 users in 50+ large enterprises such as AXA, Allianz, Generali, and Sumitomo. Vymo is a Gartner Cool Vendor and funded by Emergence Capital and Sequoia Capital.

          Know more about Vymo

          Website - https://www.getvymo.com
          Watch Vymo in action - http://bit.ly/2HbE54x
          Schedule a demo - https://www.getvymo.com/demo



FiO แพลตฟอร์มบล็อกเชนแบบ SaaS ปลื้มกระแสตอบรับดี หลังเข้าร่วมงาน Singapore FinTech Week 2019

          FiO ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มบล็อกเชนในรูปแบบ SaaS สำหรับธุรกิจดั้งเดิม ได้เข้าร่วมงาน FinTech Week ที่สิงคโปร์อย่างเต็มตัวในปีนี้ ซึ่งเปิดโอกาสให้ทีมงานอาวุโสของบริษัทได้พบปะกับพันธมิตรและนักลงทุนที่มีศักยภาพรายใหม่ ๆ

          FiO สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ในการเข้าร่วมงานนี้ ซึ่งรวมถึงการระดมทุน การสร้างแบรนด์ การสร้างเครือข่ายกับผู้เข้าร่วมประชุม และการจดทะเบียนสิทธิบัตร

          คุณ George Chu ซีอีโอของ FiO ได้นัดหมายการประชุมกับนักลงทุนชื่อดัง เช่น True Global Ventures ซึ่งในระหว่างการประชุม ทีมพัฒนาธุรกิจของบริษัทได้สาธิตแพลตฟอร์ม SaaS อันเป็นเอกลักษณ์ของ FiO ซึ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายธุรกิจแบบดั้งเดิมที่ต้องการผสานธุรกิจของตนเข้ากับบล็อกเชน

          แพลตฟอร์มของ FiO ซึ่งบางส่วนพัฒนาขึ้นจากเทคโนโลยี IBM Hyperledger นั้น นำเสนอเครื่องมือ SaaS ที่ใช้งานง่าย ไม่จำเป็นต้องมีทักษะทางเทคนิค เพื่อช่วยให้ธุรกิจต่าง ๆ สามารถกระจายการดำเนินงาน และสร้างแอปพลิเคชันการเก็บบันทึกข้อมูลแบบกระจายศูนย์ตามศักยภาพของธุรกิจเอง โดยไม่จำเป็นต้องเข้าใจเทคโนโลยีบล็อกเชน

          FiO มีรูปแบบรายได้ที่ครอบคลุม ได้แก่ บริการบอกรับสมาชิกที่คิดค่าบริการแบบขั้นบันไดและตามการใช้งาน (Pay-as-You-Go: PAYG) ในราคาไม่แพง เพื่อให้เหมาะกับทุกองค์กร นอกจากนี้ ยังมีบริการข้อมูลระดับพรีเมียมที่ปรับตามความต้องการของลูกค้าได้ ซึ่งเน้นเจาะตลาดที่มีศักยภาพในด้านการจัดหาเงินโดยลูกหนี้การค้า ระบบการชำระเงินบุคคลที่สาม การจัดการทรัพย์สินทางปัญญา และการติดตามแหล่งที่มาของสินค้าหรูหรา

          นอกจากนี้ คุณ Chu ยังได้พบกับที่ปรึกษาด้านกฎหมายของบริษัท ณ Taylor Vinters Via ในย่านเกตเวย์ของสิงคโปร์ เพื่อเดินหน้าสิทธิบัตรที่รอการอนุมัติของ FiO

          สำหรับความเคลื่อนไหวอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นในสิงคโปร์นั้น คุณ Kaede Tai ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ FiO ได้พบกับ AWS และ Corda ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มบล็อกเชนส่วนตัว เพื่อหารือเกี่ยวกับความร่วมมือทางเทคนิคที่เป็นไปได้ ขณะเดียวกัน ทีมงาน FiO ยังได้พบกับหลากหลายโครงการที่ยังไม่ได้เข้าร่วมทำธุรกิจบนบล็อกเชน เพื่ออธิบายประโยชน์หลักของ FiO ซึ่งก็ได้ผลตอบรับที่ดีจากโครงการเหล่านี้

          ปัจจุบัน FiO อนุญาตให้ผู้ใช้เชื่อมต่อกับบล็อกเชนได้หลายบล็อกเชนที่แตกต่างกัน ทั้งแบบส่วนตัวและแบบสาธารณะ ผ่านเทคโนโลยี multi-cross chain โดยไม่จำเป็นต้องเลือกบล็อกเชนใดเพียงบล็อกเชนเดียว สำหรับในอนาคต นักพัฒนาจะสามารถใช้แพลตฟอร์มของบริษัทเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์บล็อกเชนของตัวเองพร้อมแบ่งปันรายได้

          ขณะที่ Sitt Guruvanich ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายเทคโนโลยีและสถาปัตยกรรมของ FiO ได้สร้างเครือข่ายอย่างกว้างขวางจากการเข้าร่วมกิจกรรมสำคัญ ๆ เช่น The Capital โดยได้พบปะพูดคุยกับ Magespire, Bank of Singapore, R3 Bootcamp และนักลงทุนเกาหลีหลายราย

          คุณ Chu ซีอีโอ FiO กล่าวภายหลังจบงานนี้ว่า

          "เราได้รับผลตอบรับที่ดีในสิงคโปร์จากกลุ่มที่มีศักยภาพจะมาเป็นนักลงทุนและพันธมิตรใหม่ของเรา ซึ่งเมื่อพิจารณาจากผลตอบรับและการติดตามผลในปัจจุบัน เราน่าจะประกาศข่าวใหญ่ได้ในช่วงต้นปี 2563"

          โดยรวมแล้ว ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีสำหรับแผนงานที่ท้าทายของบริษัทในปีหน้า ทั้งนี้ FiO มีรายได้ 2.7 ล้านเหรียญสหรัฐ จากลูกค้า 12 รายในอุตสาหกรรม 9 กลุ่มในปี 2562 พร้อมมีแผนการดำเนินงานสำหรับปี 2563 รออยู่



OPPO เปิดตัวระบบปฏิบัติการ ColorOS 7 รุ่นใหม่ล่าสุดนอกประเทศจีนเป็นครั้งแรก

          ออปโป้ แบรนด์อุปกรณ์มือถือชั้นนำระดับโลก จัดงานเปิดตัวระบบปฏิบัติการใหม่ล่าสุด ColorOS 7 ที่กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นการเปิดตัวนอกประเทศจีนครั้งแรกของระบบปฏิบัติการ (OS) ดังกล่าวที่พัฒนามาจากระบบ Android งานเปิดตัวครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้สโลแกน "Smooth and Delightful" เพื่อเผยโฉมคอนเซปต์ Infinite Design ของ ColorOS ตลอดจนโซลูชั่นเทคโนโลยีต่าง ๆ และคุณสมบัติเด่นใหม่ ๆ ที่ปรับให้เข้ากับชาวอินเดียโดยเฉพาะ เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่สะดวกง่ายดายตรงใจผู้ใช้งาน


          "ออปโป้มุ่งมั่นยกระดับประสิทธิภาพของระบบปฏิบัติการ ColorOS อย่างครอบคลุมรอบด้าน เพื่อให้ระบบทำงานได้เร็วขึ้นและราบรื่นขึ้นสำหรับผู้ใช้งานกว่า 300 ล้านคนทั่วโลก" มาร์ติน หลิว ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายกลยุทธ์ของ OPPO ColorOS กล่าว "การอัพเดทครั้งนี้ไม่เพียงพลิกโฉมดีไซน์ของระบบเท่านั้น แต่ยังเพิ่มประสบการณ์ด้านภาพและเสียง รวมทั้งการเล่นเกมด้วย แถมเรายังมาพร้อมกับฟีเจอร์มากมายที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ในอินเดียโดยเฉพาะ และเราจะเดินหน้าพัฒนาฟีเจอร์สำหรับชาวอินเดียต่อไป"

          Infinite Design สร้างประสบการณ์สดใหม่ ด้วยดีไซน์เรียบง่าย น้ำหนักเบา

          ระบบปฏิบัติการ ColorOS 7 นำแนวทางการออกแบบภาพให้มีน้ำหนักเบามาใช้ภายใต้แนวคิด Infinite Design ด้วยการปรับยูสเซอร์อินเทอร์เฟซให้เรียบง่ายขึ้น จึงทำให้ผู้ใช้สามารถโฟกัสกับคอนเทนต์ได้มากขึ้น โดยนอกจากปรับปุ่มไอคอนตามความต้องการของผู้ใช้ได้อย่างเต็มที่แล้ว Dark Mode ยังจะช่วยเปิดประสบการณ์การอ่านที่ยอดเยี่ยมในสภาวะแบบ all-day ช่วยให้ผู้ใช้ไม่เสียสมาธิและจดจ่อกับการอ่านคอนเทนต์ได้ตลอดทั้งวัน อีกทั้งยังลดการใช้แบตเตอรี่ด้วย

          "ColorOS 7 รุ่นใหม่นี้เป็นการสานต่ออัตลักษณ์ที่เป็นลายเซ็นของแบรนด์ออปโป้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ" เอ็ดดี้ โอพารา พาร์ทเนอร์จาก Pentagram บริษัทออกแบบชื่อดังระดับโลกที่มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์อัตลักษณ์และแบรนด์ของออปโป้ กล่าว "ตั้งแต่ภาพและเสียง ไปจนถึงประสบการณ์และการมีอารมณ์ร่วม ทุกแง่มุมของระบบปฏิบัติการใหม่นี้สะท้อนให้เห็นถึงสุนทรียศาสตร์ของแบรนด์ออปโป้ที่ผสานความละเอียดอ่อน ลื่นไหล และชาญฉลาดไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว"

          มอบการสัมผัส ตอบโต้ และระบบเสียงที่ดียิ่งขึ้น โดยมีผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง

          ColorOS 7 ทำให้ผู้ใช้ตอบโต้กับฟีเจอร์ต่าง ๆ ได้ง่ายและสนุกขึ้น ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาปลุกที่ปรับเสียงเตือนตามสภาพอากาศโดยอัตโนมัติ หรือฟีเจอร์ใหม่อย่าง Artist Wallpaper Project ที่จะทำให้ผู้ใช้เพลินตาไปกับวอลเปเปอร์แบบเคลื่อนไหวซึ่งจะเปลี่ยนไปตามเวลาหรือด้วยการสไลซ์หน้าจอ ขณะเดียวกัน ระบบสัมผัสที่ได้รับการออกแบบใหม่ ยังทำให้เสียงแตะหน้าจอชัดและคมขึ้น ทั้งยังให้ความรู้สึกสมจริงมากขึ้นขณะสัมผัส นอกจากนี้ ระบบปฏิบัติการใหม่ยังมาพร้อมแอนิเมชั่นใหม่ ๆ เมื่อชาร์จแบต ดูสภาพอากาศ และลบแอป ยิ่งไปกว่านั้น ColorOS ร่วมมือกับ Epic Sound บริษัทออกแบบเสียงของเดนมาร์ก เพื่ออัพเกรดระบบเสียงโดยรวม ทำให้เกิดซาวด์เอฟเฟกต์ใหม่ ๆ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ พร้อมมอบประสบการณ์ในการฟังที่สบายหูมากขึ้น ไม่ใช่เฉพาะการควบคุมระบบ แต่ยังรวมไปถึงริงโทน การแจ้งเตือน และอื่น ๆ อีกมากมาย

          รวดเร็วและราบรื่นยิ่งกว่าที่เคย

          ด้วยคอนเซปต์ UI-First ระบบปฏิบัติการ ColorOS จึงได้พัฒนา oFas, oMem และ oSense เพื่อรับประกันประสบการณ์ที่ราบรื่นและรวดเร็วที่ผู้ใช้สามารถรู้สึกได้ โดย oFas เป็นกลไกการพรีโหลด cache ซึ่งทำให้การเปิดเครื่องแบบ cold start เร็วพอ ๆ กับการเปิดแบบ warm start นั่นหมายความว่า ผู้ใช้จะสามารถเปิดแอปต่าง ๆ ได้เร็วขึ้น ส่วน oMem จะปรับตามพฤติกรรมของผู้ใช้ โดยจะปรับเปลี่ยนและจัดสรรทรัพยากรในระบบอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ด้วยเทคโนโลยีนี้ การใช้งาน RAM จะเพิ่มขึ้น 40% และเมื่อเปิดแอปหลายตัวพร้อมกัน การตอบโต้ของระบบจะเพิ่มขึ้น 30% ด้วย ขณะที่ oSense เป็นกลไกที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการสัมผัสหน้าจอและอัตราเฟรมให้ดีขึ้น ทำให้การเล่นเกมราบรื่นขึ้นกว่าที่เคย เมื่อเล่นเกมต่อสู้หนัก ๆ การตอบโต้กับจอสัมผัสจะดีขึ้น 21.6% และอัตราเฟรมเพิ่มขึ้น 38%

          ปกป้องความเป็นส่วนตัวมากขึ้น

          ออปโป้ทราบดีว่าการปกป้องความเป็นส่วนตัวมีความสำคัญสูงสุด และตั้งเป้าที่จะรักษาข้อมูลของผู้ใช้ให้ปลอดภัย การปกป้องข้อมูลส่วนตัวจะช่วยป้องกันข้อมูลของผู้ใช้จากแอปของบุคลลที่ 3 ขณะที่ระบบ Private Safe จะช่วยถ่ายโอนรูป วิดีโอ เสียง และเอกสารอื่น ๆ ไปยัง "โซน" ที่ปลอดภัยในโฟลเดอร์จัดเก็บ ซึ่งปิดกั้นการเข้าถึงของแอปต่าง ๆ

          ฟีเจอร์ใหม่ที่ปรับปรุงภาพและวิดีโอให้มีคุณภาพดีขึ้น

          ออปโป้มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับในเรื่องของความสามารถด้านการถ่ายภาพ และ ColorOS ก็พัฒนาความสามารถนี้ขึ้นไปอีกระดับ โดย AI Beautification 2.0 จะบ่งชี้สภาพแวดล้อมและวัดแสงให้เหมาะสม เพื่อปรับแสงให้ตรงตามสีผิวของผู้ใช้มากที่สุด นอกจากนี้ ด้วยรายละเอียดบนใบหน้าที่ชัดเจนขึ้น จึงสามารถบันทึกภาพที่เป็นธรรมชาติที่สุดและสวยที่สุดได้

          Ultra Night Mode ทำให้ภาพถ่ายเวลากลางคืนออกมาสวยงามน่าทึ่งเป็นพิเศษ เพราะช่วยลดจุดรบกวนในภาพ เพื่อบันทึกช่วงเวลาสำคัญต่าง ๆ เช่น อาหารค่ำใต้แสงเทียนและตลาดกลางคืนได้อย่างคมชัด สว่าง และสดใสมากขึ้น ขณะที่ Soloop ซึ่งเป็นฟีเจอร์ตัดต่อวิดีโอสุดอัจฉริยะของ OPPO ทำให้การถ่ายและตัดต่อวิดีโอเป็นเรื่องง่ายที่แม้แต่ผู้เริ่มต้นก็สามารถบันทึกวิดีโอสวย ๆ และแชร์ได้ง่าย ๆ ในปุ่มเดียว

          รุ่นมือถือที่รองรับ

          ระบบปฏิบัติการ ColorOS 7 ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นอัพเดทครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาของออปโป้ จะเปิดให้อัพเดทในโทรศัพท์กว่า 20 รุ่น ไม่ว่าจะเป็น Reno, Find, F, K, และ A series ครอบคลุมจีน เอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยุโรป เอเชียแปซิฟิก และตะวันออกกลาง โดยผู้ใช้ในภูมิภาคเหล่านี้จะสามารถทดลองใช้เวอร์ชั่นทดลองได้ตั้งแต่วันที่ 26 พฤศจิกายนเป็นต้นไป ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคุณสมบัติเด่น ๆ ของ ColorOS ได้ที่ [https://drive.google.com/open?id=1ZI43CfnpbKU0YEVhfCuXW7vhv83FNBzq]

          เกี่ยวกับ ColorOS

          ColorOS เป็นระบบปฏิบัติการอุปกรณ์เคลื่อนที่ระบบ Android จากออปโป้ ที่จัดเต็มทั้งในด้านการออกแบบ การปรับแต่ง ประสิทธิภาพ และความชาญฉลาด ด้วยผู้ใช้กว่า 300 ล้านคนทั่วโลก ColorOS 7 จึงรองรับภาษาต่าง ๆ ถึง 80 ภาษา อาทิ อังกฤษ ฮินดี ไทย และอินโดนีเซีย

          เกี่ยวกับออปโป้

          ออปโป้ เป็นแบรนด์สมาร์ทดีไวซ์ชั้นนำของโลก ครอบคลุมตั้งแต่อุปกรณ์มือถือไปจนถึงบริการอัจฉริยะต่าง ๆ มากมาย นำทัพโดยสมาร์ทโฟนรุ่น Find และ Reno series ระบบปฏิบัติการ ColorOS และบริการอินเทอร์เน็ต อาทิ OPPO Cloud และ OPPO+ ทั้งนี้ ออปโป้ดำเนินงานในกว่า 40 ประเทศและภูมิภาค โดยมีสถาบันวิจัย 6 แห่ง และศูนย์วิจัยและพัฒนา 4 แห่งทั่วโลก พนักงานกว่า 40,000 คนของออปโป้ต่างทุ่มเทในการสร้างสรรค์ชีวิตที่ดีขึ้นให้แก่ลูกค้าทั่วโลก



Thursday, November 28, 2019

Zoomlion เปิดตัวเครื่องผสมปูนฉาบ Duo-mix รุ่นล่าสุดสำหรับงานพิมพ์ 3 มิติ

          บริษัท m-tec ในเครือของ Zoomlion เปิดตัวเครื่องผสมปูนฉาบ Duo-mix รุ่นล่าสุดในเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน เป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยเครื่องรุ่นใหม่นี้สามารถช่วยสร้างบ้านสองชั้นขนาด 60 ตร.ม. ได้เสร็จภายในสองสัปดาห์ และบัดนี้มีวางจำหน่ายแล้วในกว่า 100 ประเทศทั่วเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ

Zoomlion เปิดตัวเครื่องผสมปูนฉาบ Duo-mix รุ่นล่าสุดสำหรับงานพิมพ์ 3 มิติ

          เครื่อง Duo-mix สามารถปรับตามสภาพการใช้งานได้เป็นอย่างดี โดยได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับการผสมปูนมอร์ตาร์ที่ใช้ในการขึ้นรูปพิมพ์ชิ้นงาน 3 มิติโดยเฉพาะ เครื่องผสมปูนฉาบสุดล้ำนี้สามารถผลิตปูนสำเร็จรูปแบบแห้งมาตรฐานทุกประเภท ตั้งแต่ปูนถุง หรือไซโล ไปจนถึงบักเก็ต ซึ่งสามารถฉาบได้ความหนาเพียง 4 มม.

          เครื่อง Duo-mix สามารถเชื่อมต่อกับหุ่นยนต์ back-end สำหรับการพิมพ์ 3 มิติ และผลิตคอนกรีตสมรรถนะสูงด้วยกำลังอัดสูง นอกจากนี้ยังปรับความเร็วการก่อสร้างตามความต้องการของโครงการได้อย่างแม่นยำ จึงรับประกันได้ถึงความแข็งแกร่งของปูนในแต่ละชั้น ขณะที่คงความสามารถด้านการยึดเกาะ แม้ภายใต้สภาพความชื้น

          เครื่อง Duo-mix เหมาะอย่างยิ่งสำหรับโครงการก่อสร้างที่มีงบประมาณน้อยและมีกรอบเวลาที่กระชั้นชิด อาทิ สถานที่จัดนิทรรศการ ลานบันเทิง หรือสถานที่จัดการประชุม นอกจากนี้ ยังสามารถสั่งการอุปกรณ์ได้โดยอัตโนมัติจากภายนอกผ่านทางแอปมือถืออีกด้วย

          ยิ่งไปกว่านั้น เครื่องมือรุ่นใหม่นี้ยังสามารถปรับปรุงคุณภาพการก่อสร้าง สภาพแวดล้อมของไซต์งานก่อสร้าง และแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานได้ ด้วยการใช้เทคโนโลยีพ่นและลำเลียงปูนอัตโนมัติ สำหรับโครงการที่มึความกว้างไม่เกิน 60 ม. และสูงไม่เกิน 30 ม.

ชุดโต๊ะและเก้าอี้พิมพ์ขึ้นรูปด้วยปูนมอร์ตาร์ที่ผสมโดยเครื่อง Duo-mix ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก

          "เนื่องจากผู้คนในปัจจุบันต่างต้องการที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของตนเอง เราจึงมองเห็นความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับงานก่อสร้างคุณภาพสูง และไซต์ก่อสร้างที่ดีขึ้นและปลอดภัยขึ้น" Dr. Meiding ผู้จัดการทั่วไปของ Zoomlion m-tec กล่าว "Zoomlion จะผลักดันเทคโนโลยีก่อสร้างที่มีความก้าวล้ำมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และช่วยปรับปรุงมาตรฐานความเป็นอยู่ของคนทั่วโลก" Dr. Meiding กล่าวเพิ่มเติม

          เกี่ยวกับ Zoomlioin

          Zoomlion Heavy Industry Science & Technology Co., Ltd. (01157.HK) ก่อตั้งขึ้นในปี 2535 ในฐานะบริษัทผลิตอุปกรณ์ระดับไฮเอนด์ที่ผสมผสานระหว่างเครื่องจักรกลทางวิศวกรรม เครื่องจักรกลทางการเกษตร และบริการทางการเงิน ปัจจุบัน บริษัทจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ล้ำสมัยกว่า 460 รายการ จาก 55 ไลน์ผลิตภัณฑ์ ครอบคลุม 10 หมวดสำคัญ