Wednesday, June 30, 2021

Dow เปิดตัวเทคโนโลยีซิลิโคนใหม่ล่าสุด เพิ่มสมรรถนะ ความเชื่อถือได้ และความยั่งยืนในยานยนต์ไฟฟ้าและไฮบริด

      ผลิตภัณฑ์ DOWSIL(TM) รุ่นใหม่มีการนำความร้อนที่ดีเยี่ยม การนำไปใช้งานได้อย่างง่ายดาย และการควบคุมการระเหย เพื่อตอบโจทย์การใช้งานด้านอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์ที่จำเป็นต้องใช้คุณสมบัติขั้นสูง

Dow  (NYSE: Dow) ได้เปิดตัวเทคโนโลยีซิลิโคนรุ่นใหม่ 3 รายการสำหรับการใช้งานด้านอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์ไฟฟ้าและไฮบริด ผลิตภัณฑ์เชิงนวัตกรรมรุ่นใหม่ดังกล่าวประกอบด้วย  DOWSIL(TM) TC-2035 CV Adhesive, DOWSIL(TM) TC-4551 CV Gap Filler และ DOWSIL(TM) TC-4060 GB250 Thermal Gel โดยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่เหล่านี้ช่วยเพิ่มมูลค่าที่สูงและประโยชน์การใช้งานที่หลากหลายอยู่แล้วของผลิตภัณฑ์ซิลิโคนของ Dow เพื่อตอบสนองความต้องการด้านยานยนต์ไฟฟ้าที่ก้าวหน้ามากขึ้นเรื่อย ๆ ในการนี้ คุณสมบัติที่ก้าวหน้าของผลิตภัณฑ์ DOWSIL(TM) ประกอบด้วยสมรรถนะที่เชื่อถือได้ การนำความร้อนสูง และการควบคุมการระเหยสำหรับการกระจายความร้อนอย่างมีประสิทธิภาพสูง ตลอดจนการนำไปใช้งานได้อย่างง่ายดายเพื่อผลิตภาพที่มากขึ้น

"เพื่อบรรลุศักยภาพสูงสุด ยานยนต์ไฟฟ้าและไฮบริดจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีวัสดุที่ทำให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ซับซ้อนทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทั้งอิเล็กทรอนิกส์กำลังและระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่เพื่อความปลอดภัย" Luc Dusart ผู้จัดการฝ่ายการตลาดยานยนต์ไฟฟ้า บริษัท Dow กล่าว "ด้วยความเชี่ยวชาญที่เป็นที่ประจักษ์มานานหลายทศวรรษ Dow มุ่งขยายผลิตภัณฑ์โซลูชันวัสดุซิลิโคนของเราต่อไปเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการและระเบียบข้อบังคับที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในอุตสาหกรรมนี้ด้วยการเพิ่มความเชื่อถือได้ ความปลอดภัย และสมรรถนะให้สูงยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ด้วยการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เราช่วยให้ลูกค้าของเราบรรลุเป้าหมายการผลิตพร้อมทั้งยังลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนของลูกค้าด้วย"

เทคโนโลยีเพื่อการขับขี่ที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนต่ำ

กาวซิลิโคน DOWSIL(TM) TC-2035 CV Adhesive มีการนำความร้อนสูง แห้งเร็ว และมีเสถียรภาพดีเยี่ยมในการเก็บรักษาที่อุณหภูมิห้องสำหรับการประกอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับยานยนต์ ซึ่งรวมถึงหน่วยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่เพื่อความปลอดภัย (ADAS) และหน่วยควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ (ECU) ขณะที่ซิลิโคนอุดช่องว่าง DOWSIL(TM) TC-4551 CV Gap Filler มีการนำความร้อนสูงและสมรรถนะที่เชื่อถือได้เช่นกันในด้านอิเล็กทรอนิกส์กำลังสำหรับยานยนต์, ECU และ ADAS

ทั้ง DOWSIL(TM) TC-2035 CV Adhesive และ DOWSIL(TM) TC-4551 CV Gap Filler ยังมีคุณสมบัติการควบคุมการระเหย ซึ่งนอกจากจะส่งเสริมด้านความยั่งยืนและการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ยังช่วยหลีกเลี่ยงการขัดข้องของพื้นที่หน้าสัมผัสไฟฟ้าซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้เนื่องจากการระเหยของสารระเหย

การกระจายความร้อนดีเยี่ยมสำหรับอิเล็กทรอนิกส์กำลังในยานยนต์

ผลิตภัณฑ์ออกใหม่รายการที่สาม ได้แก่เจลความร้อน DOWSIL(TM) TC-4060 GB250 Thermal Gel มีการนำความร้อนสูงที่สุดที่ 6 W/m.K สมรรถภาพการระบายความร้อนที่ดีเยี่ยมของวัสดุนี้ประกอบกับคุณสมบัติการกระจายความร้อนที่ยอดเยี่ยม ทำให้ผลิตภัณฑ์นี้เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานต่าง ๆ อย่างเช่น ในคอนเวอร์เตอร์ อินเวอร์เตอร์ และเครื่องชาร์จที่ติดตั้งในตัวรถสำหรับแบตเตอรี่รถยนต์ เจลความร้อนที่มีลักษณะนิ่มนี้ยังช่วยคลายความเค้นและดูดซับแรงสะเทือน อีกทั้งยังทำงานอย่างเชื่อถือได้ในสภาวะที่มีการขับเคลื่อนสูงและอุณหภูมิสูง

DOWSIL(TM) TC-2035 CV Adhesive, DOWSIL(TM) TC-4551 CV Gap Filler และ DOWSIL(TM) TC-4060 GB250 Thermal Gel ยังสามารถยกระดับการผลิตให้มีประสิทธิภาพสูงสุดและลดระยะเวลาของวงจรการผลิตด้วยคุณสมบัติต่าง ๆ อย่างเช่น การแห้งเร็วที่อุณหภูมิห้อง การยึดเกาะโดยไม่จำเป็นต้องใช้ไพรเมอร์บนพื้นผิวบางชนิด และการกระจายความร้อนอย่างแม่นยำ

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคุณสมบัติผลิตภัณฑ์ได้ที่ DOWSIL(TM) TC-2035 CV Adhesive, DOWSIL(TM) TC-4551 CV Gap Filler และ DOWSIL(TM) TC-4060 GB250 Thermal Gel

เกี่ยวกับ Dow

Dow (NYSE: DOW) ผสานเครือข่ายอันครอบคลุมทั่วโลก เข้ากับการบูรณาการสินทรัพย์ นวัตกรรมสำคัญ และความเป็นผู้นำทางธุรกิจ เพื่อผลักดันกำไรให้งอกงาม และก้าวขึ้นเป็นบริษัทวัสดุศาสตร์ที่เป็นที่สุดในด้านนวัตกรรม การเน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ความครอบคลุม และความยั่งยืน โดยมีเป้าหมายเพื่อมอบอนาคตที่ยั่งยืนให้กับโลกของเราผ่านความเชี่ยวชาญที่เรามีในเรื่องวัสดุศาสตร์และความร่วมมือกับบรรดาพาร์ทเนอร์ ธุรกิจพลาสติก สารตัวกลาง สารเคลือบ และซิลิโคนของบริษัท ได้ส่งมอบผลิตภัณฑ์และโซลูชันหลากหลายและมีวิทยาศาสตร์รองรับให้แก่ลูกค้าในตลาดที่มีการเติบโตสูง เช่น ตลาดบรรจุภัณฑ์ โครงสร้างพื้นฐาน โมบิลิตี และสินค้าเพื่อสุขอนามัยส่วนบุคคล บริษัทมีฐานการผลิต 106 แห่ง ใน 31 ประเทศ และมีพนักงานราว 35,700 คน บริษัทมียอดขายราว 3.9 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2563 ทั้งนี้ "Dow" หรือ "บริษัท" หมายถึง Dow Inc. และบริษัทในเครือ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.dow.com หรือติดตามทวิตเตอร์ @DowNewsroom

รูปภาพ - https://mma.prnewswire.com/media/1552621/1.jpg
คำบรรยายภาพ - เทคโนโลยีจาก Dow เพื่อการขับขี่ที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนต่ำ

IDBI Intech Ltd. บริษัทเทคโนโลยีธนาคารดิจิทัลชั้นนำของอินเดีย ประกาศความร่วมมือกับ Lemon Advisors UK Ltd. เพื่อขยายธุรกิจสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร และสหภาพยุโรป

      IDBI Intech บริษัทเทคโนโลยีธนาคารดิจิทัลชั้นนำของอินเดีย ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Lemon Advisors UK Ltd. หนึ่งในบริษัทให้คำปรึกษาเทคโนโลยีที่น่าเชื่อถือที่สุดในสหราชอาณาจักร เพื่อขยายผลิตภัณฑ์และบริการเทคโนโลยีการเงินสำหรับภาคบริการธนาคารและการเงินสู่ตลาดระดับโลกแห่งใหม่ หนึ่งในข้อเสนอเทคโนโลยีมาตรฐานระดับโลกของ IDBI Intech ได้แก่ การต่อต้านอาชญากรรมทางการเงิน การเปลี่ยนแปลงการชำระเงิน ประสบการณ์ลูกค้าแบบดิจิทัล การบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัล และอื่น ๆ

IDBI Intech เสนอบริการ "Compliance-as-a-service" เพื่อแก้ไขการเปลี่ยนแปลงเชิงรุกในการกำกับดูแล การจัดการความเสี่ยง และระบบนิเวศด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบทั่วโลก

คุณ Surajit Roy กรรมการผู้จัดการและซีอีโอของ IDBI Intech กล่าวถึงความสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้ว่า "มีการประมาณว่าการใช้จ่ายทั่วโลกของสถาบันการเงินในด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบจะเติบโตขึ้น 21% แตะระดับเกินกว่า 5.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2567 และ 75% ของการใช้จ่ายจะใช้กับการป้องกันและตรวจสอบอาชญากรรมทางการเงิน เรารู้สึกยินดีที่ได้ร่วมมือกับ Lemon Advisors และจะนำโซลูชันของเราสู่ตลาดใหม่ระดับโลก"

ความร่วมมือนี้จะช่วยให้ IDBI Intech เข้าถึงตลาดโลก โดยมีเป้าหมายจะใช้ประโยชน์จากการเข้าถึงสำคัญที่ Lemon Advisors นำมาให้ทั่วทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร และสหภาพยุโรป

คุณ Subhash R. Ghosh ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Lemon Advisors UK กล่าวว่า "IDBI Intech Ltd. พร้อมด้วยชุดผลิตภัณฑ์ป้องกันอาชญากรรมทางการเงินและการชำระเงินซึ่งใช้ประโยชน์จาก AI และ ML ได้รับการยอมรับและประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างผลิตภัณฑ์ที่สร้างผลกำไรเพิ่มจากรายได้ทั่วโลกในอีก 18-24 เดือนข้างหน้าในภูมิภาคเหล่านี้ เราที่ Lemon Advisors UK รู้สึกภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้เป็นพันธมิตรผู้ให้คำแนะนำแก่ IDBI Intech"

IDBI Intech Ltd. มีสำนักงานใหญ่อยู่ในมุมไบ อินเดีย โดยเป็นบริษัทเทคโนโลยีการเงินดิจิทัลที่เชี่ยวชาญในด้านการเปลี่ยนแปลงธุรกิจในด้านบริการทางการเงินของธนาคารและประกันภัย บริษัทเป็นส่วนหนึ่งของ IDBI Bank ซึ่งเป็นธนาคารพาณิชย์สากลชั้นนำในอินเดีย

www.idbiintech.com

Lemon Advisors UK Ltd. บริษัทที่ปรึกษาเทคโนโลยีชั้นนำจากลอนดอน ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีการเงิน เทคโนโลยีอวกาศและการบิน เทคโนโลยีสุขภาพในฐานะอุตสาหกรรมแนวดิ่ง และให้บริการถ่ายทอดเทคโนโลยี การถ่ายทอดความรู้ และการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาในกว่า 38 ประเทศ

www.lemonadvisors.co.uk

ติดต่อ :
IDBI Intech Ltd.
business.solution@idbiintech.com
+91 85919 11911

Lemon Advisors UK Ltd.
info@lemon-group.biz
+44 20 3289 8562

โลโก้ - https://mma.prnewswire.com/media/1553352/IDBI_Intech_Logo.jpg

เผยโฉมงานมหรสพสมโภชฉลองสิริราชสมบัติครบรอบแพลทินัม

      'สัตว์ในตำนานผู้ปกป้องบัลลังก์แห่งราชินีอังกฤษ' ขนาดมหึมา ที่มีความสูงเท่าบ้านสามชั้น มังกรที่มีขนาดใหญ่เท่ากับรถบัสในกรุงลอนดอนและทหาร นักแสดง แรงงานและอาสาสมัครสำคัญๆ กว่า 5,000 ชีวิตจากสี่ประเทศและเครือจักรภพเตรียมวางแผนที่จะจัดงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 70 ปีของสมเด็จพระราชินีนาถในปีหน้าในงานมหรสพสมโภชฉลองสิริราชสมบัติครบรอบแพลทินัม

งานมหรสพ ซึ่งจะจัดขึ้นที่กรุงลอนดอนในวันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน 2022 เตรียมที่จะเป็นหนึ่งในงานเฉลิมฉลองที่ใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ และจะถ่ายทอดระยะการครองราชย์อันเป็นประวัติการณ์ของสมเด็จพระราชินีนาถ รวมถึงสังคมของเราที่พลิกโฉมไป ตลอดช่วงเวลาที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนี้ 

เซอร์ Michael Morpurgo เจ้าของผลงาน War House ได้แต่งเทพนิยายที่มีชื่อว่า There once is a Queen ซึ่งคุณ Adrian Evans LVO ผู้ควบคุมงานมหรสพ จะถ่ายทอดเรื่องราวผ่านศิลปินและครีเอทีฟที่มีฝีมือจากทั่วประเทศ รวมถึงในต่างประเทศ 

หัวใจสำคัญของงานมหรสพครั้งนี้คือความมุ่งมั่นที่จะสร้างความยั่งยืน ผลกระทบต่อสังคมและการไม่แบ่งแยก บริษัทจะเปิดรับนักศึกษาฝึกงานและอาสาสมัคร รวมถึงส่งเสริมให้มีการดำเนินโครงการที่สร้างสรรค์เพื่อวัดผลกระทบต่อชุมชนท้องถิ่น

The Platinum Jubilee Pageant บริษัทที่จัดงาน มีเซอร์ Michael Lockett KCVO และคุณ Nicholas Coleridge CBE เป็นประธานร่วมด้วย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารคือคุณ Rosanna Machado งานมหรสพได้รับเงินทุนสนับสนุนจากองค์กรพันธมิตร ธุรกิจเชิงพาณิชย์ ผู้ได้รับตรารับรองพระราชทานและบุคคลที่ใจกว้างมากมาย ที่ต้องการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระราชินีนาถ 

คุณ Nicholas Coleridge CBE ประธานร่วมให้สัมภาษณ์ว่า: "เราตั้งใจที่จะผสมผสานงานพิธีและงานมหรสพเข้ากับกิจกรรมที่น่าตื่นเต้นและงานเทศกาลเพื่อให้เกิดเป็นการแสดงที่เปี่ยมล้นด้วยพลังงานและน่าจดจำไปพร้อมๆกันรวมถึงเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระราชินีนาถอย่างเหมาะสมด้วย"

เซอร์ Michael Lockett KCVO ประธานร่วมของ The Platinum Jubilee Pageant ได้ให้สัมภาษณ์ว่า: "งานมหรสพจะพาเราก้าวเดินบนเส้นทางของทศวรรษดิจิทัลในช่วงยุคเก้าศูนย์เรื่อยมาจนถึงยุคปัจจุบันที่เรากำลังจะเผชิญกับการผจญภัยใหม่ๆและพัฒนาการที่สดใหม่"

Adrian Evans LVO ผู้ควบคุมงานมหรสพกล่าวเสริมว่า: "เรากำลังว่าจ้างศิลปินและชุมชนที่ศิลปินทำงานด้วยให้มาตีความบทต่างๆของรัชสมัยของสมเด็จพระราชินีนาถให้ออกมาเป็นเรื่องราวที่เผยรายละเอียดทีละน้อยอย่างน่าประทับใจ"

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์

Platinumjubilee@shephardcommunications.com

โลโก้ - https://mma.prnewswire.com/media/1553812/Platinum_Jubilee_Pageant_Logo.jpg

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท โคคา-โคล่า และ Alibaba Group เข้าดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริหารของประชาคมสินค้าอุปโภคบริโภค

      ประชาคมสินค้าอุปโภคบริโภค (CGF) หน่วยงานระดับโลกที่ทำตามเป้าหมายและสร้างการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีทั่วอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค ประกาศวันนี้ว่าได้แต่งตั้งประธานร่วมของคณะกรรมการบริหารใหม่สองคน ได้แก่: คุณ Daniel Zhang ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Alibaba Group และคุณ James Quincey ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท โคคา-โคล่า  มีการประกาศหลังจากการประชุมคณะกรรมการบริหารในการประชุมระดับโลกประจำปีนี้ ซึ่งจัดขึ้นแบบเสมือนจริงเป็นครั้งแรก

ทั้งสองท่านจะดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริหาร CGF เป็นเวลาสองปีและจะดำรงตำแหน่งแทนประธานร่วมทั้งสองท่าน ซึ่งได้แก่คุณ ?zguer Tort ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Migros Ticaret และคุณ Emmanuel Faber อดีตประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Danone ที่หมดวาระ นอกจากนี้ คุณ Frans Muller ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Ahold Delhaize และคุณ Alan Jope ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Unilever ก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรองประธานร่วมด้วย

คุณ James และคุณ Daniel ดำรงตำแหน่งประธานร่วม หลังจากช่วงเวลาอันท้าทายที่เกิดจากภาวะการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 ทั่วโลกและยังมีความจำเป็นที่บริษัทต่างๆ ต้องแสดงให้ผู้บริโภค พนักงานและนักลงทุนเห็นมากขึ้นเรื่อยๆ ว่ากำลังจัดการกับความท้าทายด้านความยั่งยืน สุขภาพและความปลอดภัยในปัจจุบันเชิงรุก นอกจากนี้ CGF ยังได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ หลังจากที่มีการจัดตั้งแนวร่วมทั้งแปดด้าน ถึงแม้ว่าจะมีการเปิดตัวแนวร่วมนี้อย่างประสบความสำเร็จ แต่คุณ James และคุณ Daniel ก็จะต้องเป็นผู้นำที่รับประกันว่าสมาชิกของ CGF จะเร่งดำเนินการในทุกภูมิภาคทั่วโลก

คุณ James Quincey ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท โคคา-โคล่า ให้สัมภาษณ์ว่า "ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการบริหารของ CGF ซึ่งเป็นองค์กรพิเศษ ที่มุ่งมั่นคุ้มครองโลกและผู้คน คุณ ?zguer และคุณ Emmanuel ต่างทำหน้าที่ได้อย่างสุดยอด และผมก็ตั้งตารอคอยที่จะได้ต่อยอดผลงานของพวกเขา เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดวิธีแก้ไขปัญหาที่อุตสาหกรรมเผชิญอยู่อย่างยั่งยืน ผมจะร่วมมือกับคุณ Daniel และแนวร่วมของ CGF ด้วยการทำตามเป้าหมายอันทะเยอทะยานในการสร้างอนาคตที่ดีขึ้นสำหรับพวกเราทุกคน"

คุณ Daniel Zhang ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Alibaba Group ให้สัมภาษณ์ว่า "ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เป็นประธานร่วมของคณะกรรมการบริหารของ CGF คนแรกที่มาจากบริษัทข้ามชาติในประเทศจีน และผมอยากจะขอบคุณเพื่อนคณะกรรมการคนอื่นๆ ที่ลงคะแนนเสียงให้ผม ภายใต้การนำอันแข็งแกร่งของคุณ ?zguer และคุณ Emmanuel CGF ก็ได้มีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียจำนวนมากขึ้นและได้ให้ความสำคัญกับความช่วยเหลือในการดำเนินการมากกว่าเดิมด้วย ผมกับคุณ James ตั้งตารอคอยที่จะต่อยอดจากรากฐานนี้ ด้วยการขับเคลื่อนให้สมาชิกของ CGF มาจากหลากหลายกลุ่มและไม่แบ่งแยกมากขึ้น ขณะที่เราดำเนินการเพื่อพลิกโฉมอุตสาหกรรม ให้สามารถรับมือกับความท้าทายและคว้าโอกาสในอนาคต"

คุณ ?zguer Tort ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Migros Ticaret ได้ให้สัมภาษณ์ถึงช่วงเวลาที่ดำรงตำแหน่งประธานร่วมว่า "ความยั่งยืนและความมีประสิทธิภาพได้มีความสำคัญและความเกี่ยวข้องมากขึ้นต่อพวกเราทุกคนในช่วงการระบาดใหญ่นี้ ในช่วงเวลาที่ไม่แน่นอน เราก็ให้บริการได้อย่างไม่มีขีดจำกัด เมื่อยุคใหม่มาถึง เราก็ตีความแนวปฏิบัติของเราในรูปแบบใหม่ในเชิงรุก เพื่อทำให้มีความเกี่ยวข้องกับโลกแห่งความเป็นจริงใหม่นี้ได้ เราได้จัดตั้งแนวร่วมทั้งแปดแยกกันใน CGF โดยแต่ละแนวร่วมก็มีภารกิจของตนเองและหน้าที่ในการสร้างความยั่งยืนและการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นบนโลกใบนี้ แต่ละแนวร่วมมีผู้นำองค์กรจากหลากหลายภาคส่วน โดยมีเป้าหมายในการเน้นที่วิธีแก้ไขปัญหาใหม่สำหรับอนาคตของโลกเรา การทำเช่นนี้ทำให้ CGF สามารถสร้างโครงสร้างที่หลากหลายและไม่แบ่งแยกได้มากกว่าเดิมเยอะ โครงสร้างที่ยืดหยุ่นนี้จะจุดประกายแรงบันดาลใจให้เกิดโครงการริเริ่มใหม่ๆ ทั่วทุกมุมโลก"

คุณ Wai-Chan Chan กรรมการผู้จัดการของประชาคมสินค้าอุปโภคบริโภคได้ให้สัมภาษณ์ว่า "คุณ ?zguer กับคุณ Emmanuel ทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยมในช่วงเวลาอันท้าทายอย่างยิ่ง ภายใต้การบริหารจัดการของพวกเขา CGF ได้เปลี่ยนไปให้ความสำคัญกับการรับประกันว่าจะมีการสร้างผลกระทบในพื้นที่ในทางที่ดีอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิผลยิ่งขึ้น และตอนนี้ เราก็เริ่มเห็นประโยชน์จากผลงานนี้แล้ว อย่างไรก็ดี นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น และผมก็ตั้งตารอคอยที่จะได้ร่วมมืออย่างใกล้ชิดมากขึ้นกับคุณ James และคุณ Daniel ขณะที่เรากระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีเร็วขึ้นกว่าครั้งไหนๆ และรับประกันว่าอุตสาหกรรมของเราจะแสดงความเห็นที่ดี ที่ต่อยอดมาจากการดำเนินการที่เป็นรูปธรรม ขณะที่เรามุ่งหน้าสู่การประชุมสุดยอดระดับผู้นำด้านระบบอาหารโลกของ UN และ COP 26 ถึงแม้ว่าเราจะประสบความสำเร็จ แต่เราก็รู้ดีว่าเราสามารถทำอะไรได้มากกว่าเดิมเยอะ"

ข้อมูลเกี่ยวกับประชาคมสินค้าอุปโภคบริโภค (Consumer Goods Forum)

ประชาคมสินค้าอุปโภคบริโภค ("CGF") คือเครือข่ายอุตสาหกรรมระดับโลกที่มีความเสมอภาค ซึ่งผลักดันโดยสมาชิก เพื่อส่งเสริมการนำหลักปฏิบัติและมาตรฐานระดับโลกมาใช้เพื่อให้บริการแก่อุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วโลก ประชาคมนี้ประกอบด้วยประธานเจ้าหน้าที่บริหารและคณะผู้บริหารระดับสูงของผู้ค้าปลีก ผู้ผลิต ผู้จัดหาบริการ และผู้มีส่วนได้เสียอื่นๆ 400 รายใน 70 ประเทศและสะท้อนให้เห็นุถึงความหลากหลายของอุตสาหกรรม ทั้งในแง่ภูมิศาสตร์ ขนาด หมวดหมู่ และรูปแบบของผลิตภัณฑ์ บริษัทสมาชิกมียอดขายรวม 3.5 ล้านล้านยูโร และว่าจ้างพนักงานเกือบ 10 ล้านคนโดยตรง โดยคาดการณ์ว่ามีตำแหน่งงานเกี่ยวข้องภายในห่วงโซ่คุณค่า 90 ล้านตำแหน่ง ประชาคมนี้กำกับดูแลโดยคณะกรรมการ ซึ่งประกอบด้วยประธานกรรมการบริหารของผู้ผลิตและผู้ค้าปลีกกว่า 55 คน หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชม: www.theconsumergoodsforum.com.

โลโก้ - https://mma.prnewswire.com/media/1279200/The_Consumer_Goods_Forum_Logo.jpg

Mobileum ประกาศซื้อบริษัท Niometrics

      การซื้อกิจการครั้งนี้ขยายผลิตภัณฑ์ด้านการวิเคราะห์ข้อมูลแบบเชิงลึกของ Mobileum และข้อมูลเชิงลึกของลูกค้าสำหรับเครือข่าย 5G และเครือข่ายยุคหน้า

Mobileum Inc. ("Mobileum") ผู้ให้บริการระดับชั้นนำของโลกในด้านโซลูชันการวิเคราะห์สำหรับบริการโรมมิงและเครือข่าย ความปลอดภัย การบริหารจัดการความเสี่ยง การทดสอบ และการตรวจสอบ มีความยินดีที่จะประกาศว่า บริษัทได้ซื้อกิจการบริษัท Niometrics ผู้ให้บริการการวิเคราะห์เครือข่ายแบบเชิงลึก โดยการซื้อกิจการครั้งนี้จะขยายแพลตฟอร์มการวิเคราะห์ที่ใช้งานได้จริงของ Mobileum ด้วยความสามารถในการค้นหาลูกค้า การสร้างสัมพันธ์กับลูกค้า และการสร้างประสบการณ์ให้แก่ลูกค้า ซึ่งจะทำให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคม (CSP) สามารถหารูปแบบรายได้ใหม่ ๆ และปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้าให้ดีขึ้นตลอดช่วงวงจรชีวิตทั้งหมดของลูกค้า

แพลตฟอร์ม Active Intelligence ของ Mobileum เป็นเทคโนโลยีการวิเคราะห์ที่มุ่งเน้นไปที่เทเลคอมระดับชั้นนำ ซึ่งรองรับบริการโรมมิง เครือข่าย ความปลอดภัย การบริหารจัดการความเสี่ยง และการทดสอบ

การซื้อบริษัท Niometrics ในครั้งนี้จะเสริมโซลูชันที่มีอยู่เดิมของ Mobileum ให้ดียิ่งขึ้น ด้วยการวิเคราะห์เครือข่ายแบบเชิงลึกและการเรียนรู้ด้วยเครื่องแบบประยุกต์ พร้อม ๆ ไปกับการขยายผลิตภัณฑ์ของบริษัทด้วยโซลูชันข้อมูลเชิงลึกของลูกค้า แพลตฟอร์มที่ขยายเพิ่มขึ้นของ Mobileum จะมอบข้อมูลเครือข่ายแบบเชิงลึกมากขึ้น มุมมองของลูกค้าแบบ 360 องศา และการควบคุมความเป็นส่วนตัวของข้อมูลได้ดียิ่งขึ้น เพื่อทำให้ธุรกิจขยายตัวเร็วขึ้นและปรับปรุงการรักษาลูกค้าให้ดีขึ้น ทั้งสองบริษัทได้คว้าสัญญาร่วมกันมาได้แล้ว และล้วนมีประสบการณ์ในการผนวกรวมผลิตภัณฑ์ของตน เพื่อรับมือกรณีการใช้งานที่สำคัญของลูกค้า

"การเพิ่ม Niometrics ลงในพอร์ทฟอลิโอของ Mobileum ยิ่งตอกย้ำแผนกลยุทธ์ของเราให้แข็งแกร่งขึ้น เพื่อทำให้ผู้ให้บริการเทเลคอมมีกลไกการวิเคราะห์แบบครบวงจร ซึ่งนอกจากจะทำให้เครือข่ายและการเชื่อมต่อระหว่างเครือข่ายแข็งแกร่งขึ้น และสร้างความมั่นใจให้แก่ธุรกิจของพวกเขาแล้ว ยังทำให้พวกเขามีเครือข่ายอัจฉริยะที่จำเป็นต่อการเพิ่มรายได้และปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้า ขณะที่พวกเขากำลังจะเปิดตัวเครือข่าย 5G และพัฒนาธุรกิจ เทคโนโลยีที่เป็นที่ประจักษ์และทีมผู้เชี่ยวชาญในวงการที่เป็นที่น่าเชื่อถือของ Niometrics ทำให้การซื้อกิจการครั้งนี้เหมาะสมลงตัวในการเร่งแผนกลยุทธ์การเติบโตของ Mobileum ให้เร็วขึ้น" Bobby Srinivasan ซีอีโอของ Mobileum กล่าว

"ผู้ให้บริการการสื่อสารมีช่องทางโดยตรงแบบเหนือชั้นในการเข้าถึงความชื่นชอบของลูกค้า การใช้งานดาต้า และแนวโน้มการภักดี ด้วยจุดแข็งด้านการวิเคราะห์ในการใช้ข้อมูลต่อยอดทางธุรกิจ กลุ่ม CSP จึงสามารถนำข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้ไปแบ่งกลุ่มการทำการตลาดและการขาย ปรับการสร้างสัมพันธ์กับลูกค้า (end-user) ให้มีลักษณะเฉพาะบุคคล สร้างการเป็นพันธมิตรทางดิจิทัลใหม่ ๆ และสร้างรายได้จากข้อมูล ขณะเดียวกันก็รับมือกับความเป็นส่วนตัวและการคุ้มครองข้อมูลทั้งหมด ด้วยการรวมพอร์ทผลิตภัณฑ์ของพวกเรา เราจะสามารถทำให้กลุ่ม CSP มีข้อมูลเชิงลึกที่ไม่เหมือนใครในทุกจุดที่มีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า และทำให้แน่ใจว่า พวกเขาจะสามารถมอบประสบการณ์ที่เกินคาดหมาย และให้บริการที่เกินความคาดหวังแก่ลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง" Kostas Anagnostakis ซีอีโอ Niometrics กล่าว

แพลตฟอร์ม Deep Network Analytics ("DNA") ของ Niometrics ซึ่งมีความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ อัลกอริทึม AI และการเรียนรู้ด้วยเครื่องที่ทันสมัย ไปจนถึงการตรวจสอบแพ็คเก็ตแบบลึก (DPI) จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์ม Active Intelligence ของ Mobileum โดยแพลตฟอร์ม Active Intelligence จะมีข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญที่ผู้ให้บริการต้องมีสำหรับการบริหารเครือข่าย โรมมิง การรับประกันธุรกิจ การทดสอบ การสร้างความเชื่อมั่นให้แก่บริการ และการสร้างสัมพันธ์กับลูกค้า

พนักงานกว่า 150 คนของ Niometrics ซึ่งมีสำนักงานอยู่ที่สิงคโปร์ จะมาร่วมงานกับ Mobileum ซึ่งจะเสริมทีมพนักงานกว่า 1,800 คนทั่วโลกของ Mobileum ให้แข็งแกร่งขึ้น และทำให้ศูนย์กลางด้านวิศวกรรมในเอเชียเติบโตขึ้น การซื้อกิจการครั้งนี้จะยิ่งขยายศักยภาพในการให้บริการลูกค้ากลุ่มเทเลคอมกว่า 900 รายของ Mobileum โดยหลังการซื้อกิจการนี้ ผู้ให้บริการเทเลคอม 9 ใน 10 รายจะใช้โซลูชันของ Mobileum

เกี่ยวกับ  Audax Private Equity

Audax Group เป็นผู้จัดการการลงทุนทางเลือกระดับชั้นนำ โดยมีสำนักงานอยู่ในบอสตัน นิวยอร์ก และซานฟรานซิสโก ซึ่งนับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 1999 บริษัทระดมทุนได้กว่า 2.7 หมื่นล้านดอลลาร์จากธุรกิจ Private Equity และ Private Debt ทั้งนี้ Audax Private Equity ได้ลงทุนกว่า 6 พันล้านดอลลาร์ในแพลตฟอร์มต่าง ๆ กว่า 135 แพลตฟอร์ม และบริษัท add-on กว่า 950 แห่ง และปัจจุบัน บริษัทนำเงินไปลงทุนจากกองทุน private equity แห่งที่ 6 ซึ่งมีมูลค่า 3.5 พันล้านดอลลาร์ ด้วยวิธีการซื้อและสร้าง (Buy & Build) อย่างมุ่งมั่น Audax กำลังดำเนินการช่วยบริษัทด้านแพลตฟอร์มในการบริหารการซื้อธุรกิจพิเศษ ซึ่งจะทำให้รายได้เพิ่มขึ้น ปรับปรุงการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และทำให้มูลค่าหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และด้วยพนักงานกว่า 250 คน และมืออาชีพด้านการลงทุนกว่า 100 คน บริษัทจึงเป็นพันธมิตรด้านทุนระดับชั้นนำให้แก่บริษัทในตลาดระดับกลางของอเมริกาเหนือ ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของ Audax Private Equity http://www.audaxprivateequity.com หรือติดตามเราได้ทาง LinkedIn

เกี่ยวกับ Niometrics

Niometrics เป็นบริษัทวิเคราะห์เครือข่ายที่จัดหาโซลูชั่นให้แก่ผู้ให้บริการโทรคมนาคม (CSP) เพื่อนำไปพัฒนาแผนกลยุทธ์และการตัดสินใจสำหรับธุรกิจดิจิทัลใหม่ ๆ การบริหารจัดการประสบการณ์ของลูกค้า และการวางแผนและเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่เครือข่าย

ด้วยการวิเคราะห์ฐานสมาชิกที่มีมากกว่า 500 ล้านราย ซึ่งใช้และแลกเปลี่ยนดาต้ากว่า 60 PB ต่อวัน เทคโนโลยี Deep Network Analytics (DNA) แบบฟูลแสต็คที่เป็นกรรมสิทธิ์ของ Niometrics จะทำการดึง ประมวลผล และเปลี่ยนแปลงข้อมูลเครือข่ายที่ซับซ้อนให้กลายเป็นข้อมูลเชิงลึกแบบเรียลไทม์ ซึ่งจะทำให้ CSP สามารถดำเนินการได้ดีขึ้นและเหมาะสมกับเวลามากขึ้น เพื่อผลักดัน ROI ธุรกิจให้สูงขึ้น

Niometrics จับมือเป็นพันธมิตรกับผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ที่สุดหลายรายทั่วโลก บริษัทมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่สิงคโปร์ และมีการดำเนินงานและศูนย์ R&D ในเอเชียแปซิฟิก ยุโรป และตะวันออกกลาง

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.niometrics.com

เกี่ยวกับ Mobileum Inc.

Mobileum เป็นผู้ให้บริการชั้นนำด้านการวิเคราะห์โทรคมนาคมสำหรับการโรมมิ่ง บริการเครือข่าย ความปลอดภัย การจัดการความเสี่ยง และการทดสอบการเชื่อมต่อในประเทศและต่างประเทศ โดยมีผู้ให้บริการมากกว่า 900 รายที่ใช้แพลตฟอร์ม Active Intelligence ซึ่งนำเสนอโซลูชันที่ใช้การวิเคราะห์ขั้นสูงที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถเชื่อมต่อข้อมูลเชิงปฏิบัติการกับการดำเนินการแบบเรียลไทม์ที่เพิ่มรายได้ ปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้า และลดต้นทุน ทั้งนี้ Mobileum มีสำนักงานใหญ่อยู่ในซิลิคอนวัลเลย์ และมีสำนักงานย่อยในดูไบ เยอรมนี อินเดีย โปรตุเกส สิงคโปร์ และสหราชอาณาจักร

ดูข้อมูลเพิ่มเพิมที่ www.mobileum.com และติดตามทวิตเตอร์ @MobileumInc

โลโก้ - https://mma.prnewswire.com/media/1431792/Mobileum_Logo.jpg

Compliance Solutions Strategies เปิดตัวโซลูชันการตรวจสอบ Position Limits ก่อนการซื้อขาย

      ครั้งแรกกับความสามารถในการปฏิบัติตามข้อกำหนดการซื้อขายระหว่างวันสำหรับการสร้างคำสั่งซื้อขายในตลาด

Compliance Solutions Strategies ("CSS") แพลตฟอร์ม RegTech ชั้นนำที่ให้บริการโซลูชั่นที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ซึ่งช่วยให้บริษัทด้านบริการทางการเงินปฏิบัติตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ในการกำกับดูแล ประกาศเปิดตัวโซลูชัน Pre-trade โซลูชันแรกสำหรับการตรวจสอบจำนวนการถือครองสัญญาซื้อขายล่วงหน้าสูงสุด (Position Limits)

กฎระเบียบที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาและความซับซ้อนในการหาจำนวนการถือครองสัญญาสูงสุดตามที่ตลาดกำหนดทำให้ผู้จัดการสินทรัพย์ต้องเผชิญกับความท้าทายในการติดตามตรวจสอบสถานะการลงทุนให้ถูกต้องแม่นยำและทันท่วงที CSS ทราบถึงความท้าทายดังกล่าว จึงนำเสนอโซลูชัน Position Limit Monitoring ที่ทำให้การตรวจสอบจำนวนสัญญาฟิวเจอร์ส ออปชั่น และตราสารอนุพันธ์อื่นๆ ที่ผู้ลงทุนสามารถถือครองได้สูงสุดตามที่กำหนดโดยตลาดและหน่วยงานกำกับดูแลนั้นเป็นไปอย่างอัตโนมัติ แพลตฟอร์มดังกล่าวหา Position Limits และระดับความรับผิดชอบรายวันในตลาดซื้อขายมากกว่า 50 แห่งที่นอกเหนือไปจาก CFTC และ MiFID II Limits ซึ่งใช้เทคโนโลยีอัตโนมัติและ API ที่รวมเข้าโดยตรงกับระบบการจัดการคำสั่งซื้อ ทั้งนี้ ความสามารถในการตรวจสอบ Position Limits ทั้งก่อนและหลังการซื้อขายช่วยให้ผู้จัดการสินทรัพย์ระดับสถาบันและกองทุนเฮดจ์ฟันด์สามารถสร้างกลยุทธ์การลงทุนที่มองไปข้างหน้าด้วยทัศนวิสัยที่สมบูรณ์ตลอดทั้งวันซื้อขาย

การรวมความสามารถในการควบคุม Position Limits ก่อนการซื้อขาย ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับ CSS ในฐานะผู้ให้บริการโซลูชั่น RegTech ระดับโลกแก่อุตสาหกรรมการจัดการการลงทุนด้วยบริการการตรวจสอบการลงทุนระดับโลกที่ครอบคลุมการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้าน Position Limits, เกณฑ์การเปิดเผยข้อมูลของผู้ถือหุ้น, กฎระเบียบอุตสาหกรรมที่มีความละเอียดอ่อน และข้อมูลหุ้นที่ชำระแล้วโดยผู้ออกหลักทรัพย์

"โดยปกติแล้ว การตรวจสอบ Position Limits จะทำได้เฉพาะหลังการซื้อขายหรือผ่านระบบการจัดการคำสั่งซื้อขาย ซึ่งไม่ได้สร้างขึ้นมาเพื่อการตรวจสอบจำนวนเหล่านี้ในการซื้อขายแบบเรียลไทม์และการปรับการซื้อขายก่อนส่งคำสั่งซื้อขายสมบูรณ์" Ronan Brennan ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ CSS กล่าวว่า "โซลูชัน Pre-Trade for Position Limit Monitoring ที่ไม่เหมือนใครในตลาดของ CSS ช่วยให้สำนักงานส่วนหน้าและผู้จัดการพอร์ตสามารถสร้างคำสั่งซื้อขายและตรวจสอบการซื้อขายที่คาดการณ์กับการจำกัดสถานะที่เกี่ยวข้องได้ การใช้การควบคุมเหล่านี้ในแบบเรียลไทม์ช่วยให้บริษัทสามารถเพิ่มโอกาสในการลงทุนสูงสุดในขณะที่ยังคงปฏิบัติตามกฎระเบียบที่มีการเปลี่ยนแปลงและลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องได้"

เกี่ยวกับ CSS:

CSS เป็นบริษัท RegTech ระดับโลกที่ลูกค้าวางใจเลือกเป็นพันธมิตร บริษัทนำโซลูชั่นที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีมารวมกันเพื่อสนับสนุนบริษัทด้านบริการทางการเงินในการดำเนินกลยุทธ์ที่มีความชัดเจนท่ามกลางการกำกับดูแลทั่วโลกที่ซับซ้อนและกระจัดกระจาย โซลูชันและบริการของเราช่วยให้บริษัทต่าง ๆ ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ภายในเวลาที่กำหนด ควบคู่ไปกับการปรับปรุงข้อมูลการปฏิบัติตามข้อกำหนด การดำเนินงาน และเทคโนโลยีให้เหมาะสม CSS ครอบคลุมการปฏิบัติตามข้อกำหนดทั่วโลกอย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่การรายงานกองทุน การรายงานธุรกรรม การตรวจสอบการลงทุน การจัดการการปฏิบัติตามข้อกำหนด บริการด้านการปฏิบัติตามข้อกำหนด และบริการที่มีการจัดการ ด้วยวิธีการเสริมแบบรวมศูนย์เพื่อการจัดการข้อมูลการกำกับดูแลที่เรียกว่า RBOR (Regulatory Book of Record) ปัจจุบันบริษัทให้บริการลูกค้าซอฟต์แวร์มากกว่า 600 รายในธุรกิจบริการทางการเงิน ซึ่งประกอบด้วยกองทุนเฮดจ์ฟันด์ ผู้จัดการสินทรัพย์แบบดั้งเดิม และผู้บริหารกองทุน ซึ่งรวมถึงสถาบันฝั่งซื้อและฝั่งขายระดับ Tier 1 ทั้งนี้ CSS มีการดำเนินงานทั่วทั้งอเมริกาเหนือและยุโรป ผ่านทางสำนักงานที่ติดต่อกับลูกค้าในนิวยอร์ก ลอนดอน ดับลิน อัมสเตอร์ดัม และสตอกโฮล์ม สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ CSS กรุณาเยี่ยมชม: www.cssregtech.com 

โลโก้ - https://mma.prnewswire.com/media/748098/CSS_Logo.jpg 

Huawei's Ryan Ding: Ongoing Innovation Is Lighting up the Future of Every Industry

      During MWC Barcelona 2021, Huawei Executive Director and President of Carrier BG Ryan Ding delivered a keynote speech Innovation: Lighting up the Future. In his keynote, Ding said that innovation in ICT is becoming a key driver of the global economy and its value is moving beyond the telecoms industry. Ongoing innovation in 5G, in particular, will bring more value to operators, the ICT industry, and the global economy, and will light up the future of every industry.

More than telecoms: Innovation in the ICT industry is becoming a key economic driver

The pandemic, Ding said, has created a new normal in which the digital economy is the driving force for the global economy. ICT infrastructure, as the cornerstone of the digital economy, is playing an increasingly important role. Ding mentioned that the value of ICT now transcends the telecoms industry and has transformative implications for the global economy as a whole.

In countries where 5G is developing faster, operators have seen faster revenue growth, and these countries also tend to have better digital infrastructure overall. Taking China as an example, in less than 18 months, more than 820,000 5G base stations have been deployed, and Chinese operators achieved a 6.5% increase in revenue and a 5.6% increase in net profits in the first quarter this year. The rapid development of digital infrastructure driven by 5G will add EUR1.9 trillion to the Chinese economy in the next five years. The same stories are also unfolding in South Korea and Europe.

More than connectivity: 5G innovation is enabling operators' business success

As ICT infrastructure is the cornerstone of the digital economy in the 5G era, operators are playing a more important role than they used to.

Ding said, "Currently, the major goal of operators in 5G is to achieve business success in three key markets - consumers, homes, and industries - through innovation in network deployment, market development, and operation optimization."

"In the consumer market, 5G means not just faster speeds; it also brings new experiences and new value. Some operators have already achieved initial business success."

According to Ding, there are three steps an operator can take to succeed in the 5GtoC market. The first is to speed up 5G deployment, with targeted network planning and investment based on precise insights into high-value areas, key scenarios, and potential users. The second is to accelerate 5G user migration, and the third step is to create value-driven, flexible pricing models.

Today, 5G has been applied in over 1,000 projects in more than 20 industries including steel and mining, enabling safer and more efficient production. Chinese operators have made great progress and are entering the phase of taking early successes and replicating them at scale.

"We've learned from Chinese operators' experience that the success of 5GtoB depends on three factors," said Ding. "First, selecting the right industries. Operators should choose target industries by looking at four factors: demand, affordability, replicability, and technical feasibility. Second, defining the scope of your offerings. Operators can serve as network providers that offer connectivity services. They can also serve as cloud service providers, or even system integrators that provide end-to-end integration services. Different roles require different skillsets and yield different business value. Third, designing innovative business models. This is key to replicating 5GtoB success at scale."

During the pandemic, there is a growing demand for home broadband, and this has highlighted the advantages of 5G FWA that enables rapid deployment and contactless O&M. Middle East operators have achieved remarkable commercial success by taking FWA as a key use case of 5G.

More than business: Huawei keeps innovating to drive industry-wide sustainability

"5G success first requires a 5G network that provides the best user experience, and this guides how we innovate at Huawei," said Ding. Huawei has launched the industry's lightest and most powerful Massive MIMO that consumes less energy. It can be carried and installed by just one person, which speeds up network deployment. With Huawei's Optical Cross-Connect (OXC), one sub-rack can replace nine cabinets normally needed. It has four times larger capacity, but uses 95% less power. Huawei's 5G Super Uplink solution combines the advantages of 2.1 GHz and 3.5 GHz to enhance uplink capacity and indoor coverage. This solution provides a peak uplink rate of over 450 Mbit/s, enabling hundreds of users to live stream the Xiamen Marathon in 4K in April using their 5G smartphones.

To support green development models and carbon neutrality, according to Ding, Huawei keeps innovating at three levels: equipment, sites, and networks. At the equipment level, Huawei uses components with higher power efficiency to make hardware platforms more energy efficient. At the site level, Huawei's simplified site solutions help operators lower energy consumption, as well as save on electricity and rent. At the network level, Huawei has launched a multi-band and multi-RAT power saving solution. This solution can cut energy consumption in wireless networks without compromising network performance. With Huawei's innovative solution, 5G equipment working in low and high bands can share a cabinet, and as a result, less energy is used. When it comes to multi-band equipment power saving, Huawei's goal is to make one plus one less than one.

Collaborating to create an ecosystem and evolving 5G for a better future

Concluding his keynote, Ding emphasized that 5G development requires ongoing innovation. In 5GtoB, for example, 5G standards need to be coordinated with industry standards at a faster rate, and 5G should be integrated into enterprises' core production processes to help them go digital and intelligent. At the same time, the synergy between 5G, cloud, and computing will further expand the boundaries of operators' business, creating space for new growth. 5G innovation is an ongoing process. Huawei believes that innovation will light up the future.

Photo - https://mma.prnewswire.com/media/1554278/image_5005966_40339249.jpg
Caption - Ryan Ding delivering a keynote