Wednesday, July 22, 2026

อินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส ชี้ “AI” ดาบสองคม สร้างทั้งโอกาสและความท้าทายในการบริหารความเสี่ยงขององค์กร

อินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส (International SOS) ผู้นำระดับโลกในการจัดการความเสี่ยงด้านความปลอดภัย สุขภาพ และการดำเนินงานขององค์กร เปิดเผยผลการวิจัยล่าสุด พบว่า องค์กรต่าง ๆ มีแนวโน้มหันมาใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นเครื่องมือสำคัญในการตรวจสอบและยืนยันความถูกต้องของข้อมูลด้านความเสี่ยงมากขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์ที่ข้อมูลเท็จหรือเนื้อหาที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ยังคงส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานขององค์กรอย่างต่อเนื่อง

รายงาน Risk Outlook 2026 Pulse Check ซึ่งเป็นการสำรวจเชิงลึกในช่วงกลางปีเกี่ยวกับประเด็นที่ผู้เชี่ยวชาญด้านความเสี่ยงให้ความสำคัญมากที่สุด พบว่า ผู้ตอบแบบสำรวจเกือบ 60% มองว่าศักยภาพสูงสุดของ AI คือการช่วยตรวจสอบและยืนยันความถูกต้องของข้อมูลจากหลากหลายแหล่ง

อย่างไรก็ตาม ผลการวิจัยยังสะท้อนให้เห็นถึงความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับข้อมูลที่ไม่ถูกต้องและการหลอกลวง โดยผู้ตอบแบบสำรวจมากกว่า 4 ใน 10 คน (42%) ระบุว่า องค์กรของตนเคยได้รับผลกระทบหรือยังขาดความสามารถในการประเมินผลกระทบจากข้อมูลเท็จ ข้อมูลบิดเบือน หรือข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน ซึ่งเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงด้านสุขภาพ สุขภาวะ หรือความปลอดภัย นอกจากนี้ ผู้ตอบแบบสำรวจยังระบุว่า ข้อมูลหรือสัญญาณเตือนที่เป็นเท็จอาจสร้างความไม่แน่นอนต่อการดำเนินงาน ขณะที่เนื้อหาที่สร้างขึ้นด้วย AI อาจเพิ่มความเสี่ยงด้านความน่าเชื่อถือ รวมถึงความเสี่ยงจากการหลอกลวงและการแอบอ้างตัวตนแบบเจาะจงเป้าหมาย

ซีเว็ต โคเนสกา (Cvete Koneska) ผู้อำนวยการฝ่ายความปลอดภัยระดับโลกของอินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส กล่าวว่า

AI มีศักยภาพจริง แต่ขณะเดียวกัน ความเสี่ยงจากการประเมินความพร้อมและความสามารถของเครื่องมือในปัจจุบันไว้สูงเกินไป ก็เป็นประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญเช่นกัน แม้ว่า AI สามารถช่วยค้นหา สังเคราะห์ และจัดลำดับความสำคัญของข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว แต่การตรวจสอบและยืนยันความถูกต้องยังคงเป็นภารกิจที่มีความสำคัญและมีความเสี่ยงสูง จึงจำเป็นต้องอาศัยดุลยพินิจที่รอบคอบของมนุษย์ โดยเฉพาะเมื่อการตัดสินใจอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ความปลอดภัย และความมั่นคงของบุคคล การพึ่งพา AI มากเกินไปในจุดนี้อาจเพิ่มความเสี่ยงจากข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง และอาจทำให้การตัดสินใจที่สำคัญล่าช้า แทนที่จะช่วยยกระดับกระบวนการตัดสินใจให้ดีขึ้น ดังนั้น แนวทางที่เหมาะสมที่สุดคือ การนำ AI มาผสานเข้ากับการบริหารความเสี่ยงภายใต้การกำกับดูแลและการตัดสินใจโดยมนุษย์”

ไอรีน ไล (Irene Lai) ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ระดับโลกของอินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส กล่าวเสริมว่า

“การใช้ AI สร้างคลิปวิดีโอปลอม (Deepfake) ของบุคลากรทางการแพทย์ตัวจริง เพื่อเผยแพร่ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับมาตรการควบคุมการระบาดของโรคตามธรรมชาติ อาจถือเป็นสงครามชีวภาพรูปแบบใหม่ ที่สามารถนำมาใช้เป็นอาวุธผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ โดยไม่จำเป็นต้องมีการนำเชื้อชีวภาพเข้ามาเกี่ยวข้อง”

ประเด็นอื่นนอกเหนือจาก AI

ผลการวิจัยยังชี้ให้เห็นถึงความท้าทายเชิงโครงสร้างในการรับมือกับความเสี่ยงขององค์กร โดยเฉพาะความชัดเจนด้านบทบาทและความรับผิดชอบ รวมถึงกระบวนการตัดสินใจ ซึ่งยังคงเป็นประเด็นที่น่ากังวล

ผลสำรวจพบว่า มีองค์กรเพียง 10% ที่ระบุว่าสามารถตอบสนองต่อความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ได้อย่าง “รวดเร็วมาก” ขณะที่ 68% เชื่อว่าสามารถตอบสนองได้ “ค่อนข้างรวดเร็ว” แต่ระดับความรวดเร็วดังกล่าวอาจยังไม่เพียงพอในสภาพแวดล้อมการดำเนินธุรกิจที่มีความผันผวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยิ่งไปกว่านั้น องค์กร 1 ใน 5 (20%) ยอมรับว่า “ไม่อาจตอบสนองได้อย่างทันท่วงที”

ผลการวิจัยยังเผยให้เห็นถึงความไม่ชัดเจนในโครงสร้างการกำกับดูแลความเสี่ยงขององค์กร ดังนี้

  • 17% ระบุว่า ยังไม่เข้าใจชัดเจนว่าควรดำเนินการอย่างไรต่อเมื่อความเสี่ยงใหม่เกิดขึ้น
  • 1 ใน 4 (25%) ระบุว่า ยังขาดความเข้าใจที่ชัดเจนเกี่ยวกับเงื่อนไขในการส่งต่อปัญหาไปยังผู้มีอำนาจตัดสินใจเมื่อไม่สามารถรับมือได้เอง
  • มีเพียงประมาณ 20% ที่ระบุว่า เข้าใจอย่างชัดเจนว่าการตอบสนองต่อความเสี่ยงในระดับโลกและระดับท้องถิ่นมีความสอดคล้องกันอย่างไร

ช่องว่างเหล่านี้อาจนำไปสู่การทำงานซ้ำซ้อนและขาดความสอดคล้องกัน รวมถึงเพิ่มแรงกดดันต่อทีมงานและเพิ่มความเสี่ยงที่พนักงานจะเผชิญภาวะหมดไฟในการทำงาน (Burnout) ในช่วงสถานการณ์วิกฤต

เจมส์ วู้ด (James Wood) ผู้อำนวยการฝ่ายความมั่นคงประจำภูมิภาคยุโรปเหนือของอินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส กล่าวว่า

“อุปสรรคสำคัญที่สุดไม่ได้อยู่ที่การตระหนักถึงความเสี่ยง แต่อยู่ที่ขั้นตอนการตัดสินใจ โดยทั่วไปองค์กรมักได้รับการออกแบบโครงสร้างเพื่อรองรับความมั่นคงและมีเสถียรภาพ ไม่ใช่ความผันผวน ซึ่งส่งผลให้การดำเนินการล่าช้าในช่วงเวลาที่ความรวดเร็วมีความสำคัญสูงสุด”

อ่านรายงานฉบับเต็มได้ที่ Risk Outlook Pulse Check

About the International SOS Group of Companies; 40 years of saving lives

The International SOS Group of Companies is in the business of protecting and saving lives. Wherever you are, we deliver customized security risk management, health and wellbeing solutions to fuel your growth and productivity. In the event of a security incident, epidemic, extreme weather or any other business-disrupting event, we provide an immediate response, giving you and your workforce peace of mind. We uniquely combine industry-leading technology with expertise in security, medical and logistics to deliver prevention programs that offer real-time, actionable insights and on-the-ground support.

Founded in 1985, the International SOS Group has been saving lives for 40 years. Headquartered in London & Singapore, we are trusted by over 9,000 organizations. This includes the majority of the Fortune Global 500, as well as mid-size enterprises, governments,

educational institutions, and NGOs. Nearly 13,000 global experts stand with you to provide support & assistance from over 1,200 locations in 90 countries, over 110 languages, 24/7, 365 days a year.

We help protect your people and your organization, as well as support your compliance reporting needs. By partnering with us, your organization can fulfil its Duty of Care responsibilities and fortify its business continuity.

To strengthen your resilience, we are at your fingertips; internationalsos.com.

No comments:

Post a Comment