Friday, April 29, 2022

หัวเว่ย คลาวด์ เติบโตอย่างรวดเร็วต่อเนื่อง ก้าวล้ำในการให้บริการทุกด้าน



         ที่งานประชุมสุดยอดนักวิเคราะห์ระดับโลกโดยหัวเว่ย (Huawei Global Analyst Summit) ประจำปี 2565 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 27 เมษายน หัวเว่ย คลาวด์ (Huawei Cloud) ได้จัดเซสชั่น "เจาะลึกโลกดิจิทัล โดยให้บริการทุกด้าน" (Dive into Digital with Everything as a Service) โดยพูดถึงการเติบโตทางธุรกิจในปี 2564 และประกาศแผนเพิ่มการลงทุนในรูปแบบ "ให้บริการทุกด้าน"

หัวเว่ย คลาวด์ เปิดเผยความสำเร็จด้านนวัตกรรมและแผนบริการที่งานประชุมในปีนี้ โดยมีไฮไลต์สำคัญดังนี้

1 กลยุทธ์

คุณแจ็กเกอลีน ซือ (Jacqueline Shi) ประธานฝ่ายการตลาดและการขายระหว่างประเทศของหัวเว่ย คลาวด์ เปิดเผยว่า ในปี 2564 หัวเว่ย คลาวด์ ยังคงเติบโตอย่างรวดเร็วและมีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยมีลูกค้าหลักเพิ่มขึ้น 59%, รายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้ (ARPU) เพิ่มขึ้น 33% และปริมาณธุรกรรมในมาร์เก็ตเพลสเพิ่มขึ้น 105% โดยในปี 2565 นี้ หัวเว่ย คลาวด์ จะเพิ่มกลยุทธ์เชิงลึก "เจาะลึกโลกดิจิทัล โดยให้บริการทุกด้าน" ได้แก่ ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการเข้าถึงทั่วโลก ให้บริการเทคโนโลยีรองรับนวัตกรรม และให้บริการความเชี่ยวชาญเพื่อความเป็นเลิศร่วมกัน

2 การดำเนินการ

หัวเว่ย คลาวด์ สร้างความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องในส่วนของอินเทอร์เน็ตและองค์กร นวัตกรรมทางเทคโนโลยีและการทำงานร่วมกันบนคลาวด์-คลาวด์ได้ให้บริการถึง 80% ของบริษัทอินเทอร์เน็ต 50 อันดับแรกของจีน ซึ่งช่วยให้พวกเขาเติบโตอย่างมีคุณภาพ การทำงานร่วมกันระหว่างหัวเว่ย คลาวด์ กับหัวเว่ย คลาวด์ สแต็ก (Huawei Cloud Stack) สร้างระบบนิเวศแบบมัลติคลาวด์สำหรับองค์กรภาครัฐและองค์กรต่าง ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการในแต่ละเฟสของการย้ายข้อมูลในระบบคลาวด์ หัวเว่ย คลาวด์ ให้บริการคลาวด์ของรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์กว่า 600 แห่ง ธนาคารรายใหญ่ 6 แห่ง ธนาคารพาณิชย์ร่วม 12 แห่ง และสถาบันประกันภัย 5 อันดับแรกในจีน ไปจนถึงสนามบินอัจฉริยะกว่า 30 แห่ง

3 การแก้ปัญหา

ในปี 2564 หัวเว่ย คลาวด์ ได้นำเสนอรูปแบบ "ทุกสิ่งคือการบริการ" ไปแล้ว และในปี 2565 หัวเว่ยคลาวด์จะนำกลยุทธ์นี้ขึ้นไปสู่อีกระดับ

ในการให้บริการความเชี่ยวชาญนั้น หัวเว่ย คลาวด์ กลั่นกรองประสบการณ์ความชำนาญในการสร้างนวัตกรรมร่วมและการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลให้กลายเป็น MacroVerse aPaaS ที่ปรับแต่งนวัตกรรมเฉพาะให้เข้ากับแต่ละสถานการณ์ได้ หัวเว่ย คลาวด์ ยังให้คำปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาสามเรื่องในการย้ายระบบคลาวด์ ได้แก่ ความไม่เต็มใจ วิธีการ และความสามารถในการใช้งาน โดยวางแผนโครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์ ผลักดันการใช้งานบนคลาวด์ การเปิดใช้งานข้อมูล และการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล เพื่อช่วยให้องค์กรต่าง ๆ ยอมรับการใช้งานบนคลาวด์ที่ง่าย ราบรื่น และมีประสิทธิภาพ

4 กระบวนการ

ในแง่การให้บริการเทคโนโลยี หัวเว่ย คลาวด์ ได้สร้าง MetaStudio สำหรับเนื้อหาดิจิทัล, ModelArts MLOps สำหรับการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI), DevCloud สำหรับการพัฒนาซอฟต์แวร์ และกระบวนการสำหรับการกำกับดูแลข้อมูล ซึ่งทำให้บริการ SaaS สำหรับอุตสาหกรรมสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มบนคลาวด์ได้

ระบบที่เร็วถึง 50 มิลลิวินาที

ในการให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน หัวเว่ย คลาวด์ ให้บริการ KooVerse โดยหัวเว่ย คลาวด์ และคู่ค้าดำเนินการใน 65 โซนที่พร้อมใช้งานใน 27 ภูมิภาคทางภูมิศาสตร์ ครอบคลุมกว่า 170 ประเทศและภูมิภาค หัวเว่ย คลาวด์ จะปรับใช้ศูนย์ข้อมูลทั่วโลกใน 7 ภูมิภาคและ 42 ประเทศหลัก และสร้างโหนด POP ใหม่ ปรับปรุงประสิทธิภาพการเข้าถึงเครือข่ายของแต่ละพื้นที่ให้บริการ และสร้างการครอบคลุมระบบคลาวด์ที่ใช้เวลารวดเร็วในการตอบสนองต่อเซิร์ฟเวอร์เพียง 50 มิลลิวินาที

นอกจากนี้ หัวเว่ย คลาวด์ จะเพิ่มการลงทุนในตลาดอุตสาหกรรม และเพิ่มนวัตกรรมการบริการเชิงลึกในด้านต่าง ๆ เช่น การทำงานร่วมกันบนคลาวด์-คลาวด์, Go-Global และอินเทอร์เน็ตอุตสาหกรรม โดยส่งมอบเทคโนโลยีและบริการที่ดีขึ้นแก่ลูกค้า เพื่อช่วยขยายขอบเขตของธุรกิจ

ในภายหน้า หัวเว่ย คลาวด์ จะยังคงสร้างสรรค์และทำงานร่วมกับลูกค้า คู่ค้า และนักพัฒนา เพื่อเพิ่มศักยภาพของกลยุทธ์ "เจาะลึกโลกดิจิทัล โดยให้บริการทุกด้าน" ซึ่งเป็นการสร้างรากฐานระบบคลาวด์สำหรับโลกอัจฉริยะ

รูปภาพ - https://mma.prnewswire.com/media/1807011/image.jpg

คำบรรยายภาพ - คุณแจ็กเกอลีน ซือ ประธานฝ่ายการตลาดและการขายระหว่างประเทศของหัวเว่ย คลาวด์

เอ็กซ์คลูซีฟ แคปิตอลเปิดตัวโปรแกรม "เป็นเจ้านายของตัวเอง"

เอ็กซ์คลูซีฟ แคปิตอล (Exclusive Capital) บริษัทการลงทุนชั้นนำประกาศเปิดตัวโปรแกรมเป็นเจ้านายของตัวเอง (Become Your Own Bossซึ่งเป็นโครงการริเริ่มที่สนับสนุนผู้ประกอบการที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจของตนเองอย่างเต็มที่

เอ็กซ์คลูซีฟ แคปิตอล มีชื่อเสียงในด้านการนำเสนอบริการและโซลูชันด้านเทคโนโลยีทางการเงิน ตั้งเป้าที่จะเป็นศูนย์บ่มเพาะสตาร์ทอัพและช่วยเหลือผู้ประกอบการในการจัดตั้ง เปิดตัว และดำเนินธุรกิจของตนเองโดยการจัดหาเงินทุน, พื้นที่ทำงาน, ทีมผู้เชี่ยวชาญ, การให้คำปรึกษา และการฝึกอบรม

ลัมโบรส ลัมบรู (Lambros Lambrou) ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการของเอ็กซ์คลูซีฟ แคปิตอล กล่าวว่า "พนักงานที่ไม่มีความสุขคือสุดยอดแหล่งเจ้าของธุรกิจในอนาคตของเรา โปรแกรมเป็นเจ้านายของตัวเอง เชิญชวนทุกคนที่มีความฝันอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองให้หยุดสร้างความฝันของคนอื่นและเริ่มต้นสร้างความฝันของตัวเอง เราช่วยให้พวกเขาทำตามฝันได้โดยให้เงินทุนและสนับสนุนพวกเขาในการเริ่มต้นธุรกิจของตัวเองและเพลิดเพลินไปกับความเลิศหรูของการเป็นเจ้านายของตัวเอง"

สำหรับผู้ที่ต้องการความเป็นอิสระ ข้อเสนอสุดพิเศษนี้เป็น "งาน" ในอุดมคติที่มอบอิสระ อำนาจ และที่สำคัญที่สุดคือเงินทุนอย่างเต็มที่

วิคเตอร์ แมนดาราสซ์ (Viktor Mandarasz) ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของเอ็กซ์คลูซีฟ แคปิตอลกล่าวว่า "เราเป็นบริษัทแรกในอุตสาหกรรมที่เปิดตัวโปรแกรมเจ้าของธุรกิจที่ออกแบบมาเพื่อช่วยเหลือบุคคลที่กำลังมองหาช่องทางออกจากการเป็นลูกจ้าง โปรแกรมเป็นเจ้านายของตัวเองมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนทุกคนที่ต้องการมีธุรกิจเป็นของตัวเองแต่ขาดลู่ทางเริ่มต้น"

ด้วยโปรแกรมเป็นเจ้านายของตัวเอง เอ็กซ์คลูซีฟ แคปิตอล จะมอบโอกาสให้ว่าที่ผู้ประกอบการสามารถใช้ประโยชน์จากประสบการณ์, ความเชี่ยวชาญ, บริการ, เทคโนโลยี และเงินทุนมากมายของบริษัท เพื่อเป็นเจ้าของชีวิตการทำงานของตนเอง เริ่มต้นแบรนด์ของตัวเอง และกลายเป็นเจ้านาย

ผู้สนใจสามารถส่งแผนธุรกิจของตนได้ผ่านหน้าเพจ Become Your Own Boss และยังสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรแกรมได้

เกี่ยวกับเอ็กซ์คลูซีฟ แคปิตอล

เอ็กซ์คลูซีฟ แคปิตอล (Exclusive Capital) ช่วยให้ลูกค้าดำเนินการผ่านกระบวนการที่ซับซ้อนของการสร้าง รักษา และเพิ่มความมั่งคั่ง ในฐานะที่เป็นบริษัทการลงทุนเอกชนแบบบูติก เอ็กซ์คลูซีฟ แคปิตอลนำเสนอสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์แบบสำหรับบุคคลและองค์กรเพื่อสัมผัสกับบริการทางการเงินในระดับที่เป็นส่วนตัวและคัดสรรมาเป็นอย่างดี

ติดต่อ: อีเมล: marketing@exclusivecapital.com, ลิเอนิเต บัลตินา (Lienite Baltina) โทร: +357 25 255 155

รูปภาพ: https://mma.prnewswire.com/media/1806018/Exclusive_Capital___Image.jpg

โลโก้ - https://mma.prnewswire.com/media/1806019/Exclusive_Capital_Logo.jpg


Exclusive Capital launches Become Your Own Boss initiative

Leading investment house Exclusive Capital announced the launch of its Become Your Own Boss program - an initiative that fully supports aspiring entrepreneurs in starting their own businesses.

Known for offering financial technology services and solutions, Exclusive Capital aims to become a startup incubator and help entrepreneurs set up, launch, and run their own businesses by providing them with funding, workspace, expert teams, mentoring and training.

Lambros Lambrou, Co-Founder & Managing Director of Exclusive Capital, stated: "Unhappy employees are our greatest source of future business owners. The Become Your Own Boss program invites anyone with dreams of having their own business to stop building someone else's dream and start building their own. We help them do that. We fund and support them to start their own businesses and enjoy the luxury of being their own boss."

For those thriving on independence, this Exclusive offering is the ideal 'job'- promising autonomy, empowerment and, most importantly, full funding.

Viktor Mandarasz, Founder & CEO of Exclusive Capital, said: ''We are the first company in our industry to launch a business owner program designed to help individuals looking for an employee escape plan. Our Become Your Own Boss initiative aims to support anyone who wants to have their own business but lacks the means to get started.''

With Become Your Own Boss, Exclusive Capital offers would-be entrepreneurs the chance to use the company's vast experience, expertise, services, technology, and funding to take ownership of their professional life, start their own brand and become bosses.

Interested parties can submit their business plans through the Become Your Own Boss page, where they can also find further information on the program.

About Exclusive Capital

Exclusive Capital helps clients navigate the complex process of establishing, preserving, and growing wealth. As a boutique private investment house, Exclusive Capital offers the perfect environment for individuals and organizations to experience a more personal and carefully curated level of financial services.

Contacts: marketing@exclusivecapital.com, Lienite Baltina, +357 25 255 155 Photo: https://mma.prnewswire.com/media/1806018/Exclusive_Capital___Image.jpg
Logo - https://mma.prnewswire.com/media/1806019/Exclusive_Capital_Logo.jpg


United Imaging Healthcare bags Healthcare Asia Medtech Award

 


United Imaging Healthcare was recognised with the Imaging Product Innovation of the Year Award at the Healthcare Asia Medtech Awards with its three groundbreaking products: the Total-body PET/CT uEXPLORER, the 3.0T uMR Omega, and uRT-linac 506c. United Imaging Healthcare is at the forefront of medical technology, closely working with hospitals, universities, and research institutions across the globe.

The Healthcare Asia Medtech Awards is presented by Healthcare Asia, honoring noteworthy Medtech companies that have risen above the hurdles brought by the COVID-19 pandemic. Recipients are lauded for pushing the innovation of breakthrough products, solutions and initiatives that better serve their customers whilst remaining steadfast during the crisis.

As a global leader in advanced medical imaging, United Imaging Healthcare launched the world's first total-body PET/CT, the uEXPLORER. It is an ultra-high-resolution digital PET/CT with AFOV 1.94m that enables the whole body to be scanned in a one-bed position in as fast as 30 seconds, which helps dramatically reduce the patient's exposure to radiation. Thanks to the uEXPLORER's unprecedented speed and sensitivity, images are crisp and can be especially helpful for pediatric patients who tend to move around during the imaging procedure. With these advancements, the uEXPLORER enables a wide variety of medical applications and research like the total-body pharmacokinetics study.

Another pioneering product in the realm of medical imaging devices is UIH's 3.0T uMR Omega. The uMR Omega offers the world's first 75cm, ultra-wide bore—the widest in the market. The revolutionary ultra-wide bore doesn't just provide an unique, patient-centric experience, but also benefits MRI simulation for radiation therapy treatment planning, or even intraoperative MRI. Moreover, the uMR Omega has an industry-leading 3.5 MW gradient amplifier and impeccable image quality supported by its world-class homogeneity. Empowered by the uAIFI Technology Platform, the potential for uMR Omega is more anticipated with significant performance enhancements, more powerful imaging capabilities, better workflow, and improved user experience.

UIH's expertise in radiotherapy equipment is on full display with the innovative medical linear accelerator (LINAC) device, uRT-linac 506c. It combines a state-of-the-art linear accelerator with a diagnostic CT imager, providing seamless workflow from simulation to treatment, helps monitor tumour changes throughout the whole process, adjusting treatment plan in time, and ensures the accurate delivery of radiotherapy. uRT-linac 506c features the One-stop RT Solution that reshapes the workflow of radiotherapy, taking only a few minutes from CT simulation to treatment delivery, opening the next generation of personalized precision radiotherapy.

Dr. Al Zhang, Chairman and CEO of United Imaging Healthcare, applauded this nomination: "We are honored to see our three sophisticated products win technology innovation awards. This nomination is a great testimony of our product innovation path. We will continue carrying on our passion for change brand ethos and our commitment to technology innovation, keep pushing the limits, make more breakthroughs, so we can make our contribution in helping to transform the future of healthcare."

Dr. Jusong Xia, President of International Business at United Imaging Healthcare, added, "Asia-Pacific region always plays a pivotal role in the global medical imaging market. We are glad our innovations are now serving many clinicians and patients here in the region and across the world. As of now, we have set up our local teams in Malaysia, Thailand, Vietnam, Japan, Korea, Australia, etc. We will continue to invest more resources to strengthen our regional capacity and capabilities to better serve more clinicians and patients. We believe this award is an endorsement of UIH's vision of leading healthcare innovation, and will accelerate us to fulfill our mission of bringing equal healthcare for all."

UIH continues to push for innovation in medical technology and research by collaborating with world-renowned clinical and scientific research institutions like Yale University, Washington University in St. Louis and the University of Texas, to name a few. Since its establishment in 2011, UIH has grown worldwide with subsidiaries and R&D centers across China, the United States, Japan, Malaysia, Korea, the United Arab Emirates, Poland, etc. , serving more than 8,700 medical and research institutes in 44 countries worldwide. So far, UIH has since launched over 70 groundbreaking products, with core technologies developed in-house and are globally or nationally recognised for world-leading performance.

Photo - https://mma.prnewswire.com/media/1805844/image_1.jpg

ออร่า บล็อกเชน คอนซอร์เทียม จับมือ ซารีน สร้างมาตรฐานใหม่ในการติดตามแหล่งที่มาของเพชร

      ซารีน เทคโนโลยีส์ จำกัด (Sarine Technologies Ltd) (U77:SI; SARN.TA) ผู้นำระดับโลกด้านการพัฒนา การผลิต การตลาด และการขายผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีงานวัดละเอียด สำหรับการประเมิน การวางแผน การแปรรูป การวัด การจัดระดับคุณภาพ และการซื้อขายเพชร มีความยินดีที่จะประกาศว่า ออร่า บล็อกเชน คอนซอร์เทียม  (Aura Blockchain Consortium หรือ "AURA") ซึ่งก่อตั้งโดยแอลวีเอ็มเอช (LVMH), พราด้า กรุ๊ป (Prada Group), คาร์เทียร์ (Cartier), ธุรกิจในเครือริชมอนด์ (Richemont) และโอทีบี กรุ๊ป (OTB Group) วางใจเลือก ซารีน เป็นพันธมิตรในการให้บริการข้อมูลและโซลูชั่นการติดตามแหล่งที่มาของเพชร Diamond JourneyTM แก่แพลตฟอร์มของออร่า ทั้งนี้ ออร่า บล็อกเชน คอนซอร์เทียม ซึ่งเกิดจากการรวมตัวของกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย กำลังวางรากฐานลำดับแรกสุดสำหรับมาตรฐานการติดตามแหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่วัตถุดิบไปจนถึงผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่ใช้ในอุตสาหกรรมหรูหรา ผ่านทางความร่วมมือที่พิเศษไม่เหมือนใครร่วมกับซารีน

ซารีนได้รับเลือกจากออร่าให้เป็นผู้สนับสนุนความสามารถในการติดตามแหล่งที่มาของเพชรตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การสกัดไปจนถึงการเจียระไนและการฝังเพชร โซลูชันตรวจสอบแหล่งที่มาของซารีนอาศัยข้อมูลที่สร้างขึ้นอย่างอิสระและอัตโนมัติโดยระบบที่รองรับ IOT ซึ่งปัจจุบันผู้ผลิตชั้นนำของอุตสาหกรรมและบริษัทเจียระไนเพชรหลายรายใช้งานอยู่ ทำให้ไม่ต้องไปใช้ข้อมูลที่ตรวจสอบยืนยันไม่ได้

ออร่าสนับสนุนความร่วมมือระดับโลกเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG 17) ในฐานะองค์กรไม่แสวงผลกำไรที่เกิดมาพร้อมกับวิสัยทัศน์ที่ว่า ความร่วมมือเพื่อสิ่งที่ดีกว่าสามารถดำเนินควบคู่ไปกับการแข่งขันได้  ออร่า บล็อกเชน คอนซอร์เทียม จัดหาเครื่องมือเพื่อเพิ่มความโปร่งใสและความเชื่อถือ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาโซลูชั่นและเทคโนโลยีบล็อกเชนที่ยั่งยืนตามความต้องการของแต่ละภาคส่วน ออร่า บล็อกเชน คอนซอร์เทียม มุ่งมั่นที่จะบรรลุระดับสูงสุดของการตรวจสอบแหล่งที่มา ในขณะเดียวกันก็ช่วยให้ผู้เกี่ยวข้องทุกรายเข้าถึงได้ง่ายโดยไม่คำนึงถึงขนาดและที่ตั้ง ด้วยการเชื่อมโยงการไหลเวียนทางกายภาพ (Physical Flows) กับข้อมูลรายธุรกรรมและข้อมูลสารสนเทศ (Transactional and Informative Data) ที่รวบรวมอยู่ในบล็อกเชน ออร่า บล็อกเชน คอนซอร์เทียม ก่อตั้งขึ้นโดยแบรนด์หรูและอาศัยข้อกำหนดเบื้องต้นที่สำคัญของการตรวจสอบแหล่งที่มา เพื่อสนับสนุนและรองรับการคิดค้นนวัตกรรม ความน่าเชื่อถือ และการประกอบธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบตลอดห่วงโซ่คุณค่าภายในภาคอุตสาหกรรมหรูหรา

ดาเนียลา อ็อต (Daniela Ott) เลขาธิการของออร่า กล่าวว่า "การทำงานร่วมกันระหว่างออร่าและซารีนเป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบ การร่วมมือกับซารีนในด้านที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีการตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างครอบคลุมนั้น ทำให้เราสามารถสร้างโซลูชันเทคโนโลยีที่ไม่ซ้ำแบบใคร พร้อมด้วยมูลค่าเพิ่มที่สำคัญสำหรับทั้งแบรนด์หรูและลูกค้าของแบรนด์ โซลูชันใหม่นี้จะมอบความโปร่งใสอย่างสมบูรณ์เกี่ยวกับประวัติการจัดหาผลิตภัณฑ์และเอกสารรับรองว่าผลิตภัณฑ์เป็นของแท้ที่ตรวจสอบได้ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความไว้วางใจของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์ ตลอดจนส่งเสริมความสัมพันธ์ระยะยาว ซึ่งมีความสำคัญในภูมิทัศน์ของอุตสาหกรรมค้าปลีกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน เราคาดว่าจะมีแบรนด์หรูชั้นนำอื่น ๆ เข้าร่วมกลุ่มความร่วมมือของเราเร็ว ๆ นี้"

เดวิด บล็อก (David Block) ซีอีโอของซารีน กล่าวว่า "เรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับเลือกให้เป็นพันธมิตรกับ ออร่า บล็อกเชน คอนซอร์เทียม ซึ่งเป็นกลุ่มความร่วมมือที่เกิดจากการรวมตัวของแบรนด์หรูชั้นนำ ความพยายามครั้งใหม่นี้จะทำให้แบรนด์หรูระดับโลกได้รับประโยชน์จากโซลูชันการตรวจสอบแหล่งที่มาของเราที่ครอบคลุมและให้ข้อเท็จจริง เพื่อเพิ่มความโปร่งใสของห่วงโซ่อุปทาน อันจะเป็นการเพิ่มความเชื่อมั่นของผู้บริโภค โซลูชันของเราช่วยให้ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องประดับอัญมณีสามารถใช้โซลูชันการตรวจสอบแหล่งที่มา ซึ่งใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนที่ขยายขนาดได้ง่ายและมีค่าใช้จ่ายต่ำสำหรับซัพพลายเออร์ทุกรายในห่วงโซ่มูลค่าเพชร ทั้งต้นน้ำและกลางน้ำ "

รูปภาพ: https://mma.prnewswire.com/media/1805766/image_1.jpg

คำบรรยายภาพ: ซารีน จับมือ ออร่า

แมนิโทวอก เตรียมส่งทาวเวอร์เครนหัวเรียบขนาดใหญ่รุ่นใหม่ Potain MCT 805 จากโรงงานในจางเจียกัง รองรับตลาดภูมิภาค

      แมนิโทวอก (Manitowoc) เตรียมเปิดตัว Potain MCT 805 ทาวเวอร์เครนหัวเรียบ (topless tower crane) รับน้ำหนักได้สูง ในตลาดเอเชีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ตะวันออกกลาง แอฟริกา และลาตินอเมริกา โดยเครนรุ่นใหม่นี้ได้รับการพัฒนาขึ้นจากเครนรุ่น MDT 809 ที่สร้างขึ้นในฝรั่งเศส

Potain MCT 805 มีความได้เปรียบด้านการขนส่งและการติดตั้งสำหรับทาวเวอร์เครนหัวเรียบขนาด 800 เมตริกตัน (เทียบเท่าเครนขนาด 450 เมตริกตันทั่วไป) โดยสามารถติดตั้งได้รวดเร็วเป็นสองเท่าของเครนขนาดมาตรฐาน 40 ตัน ในขณะที่ใช้พื้นที่น้อยกว่า สามารถประกอบขึ้นได้สูง 50 เมตร ในเวลาไม่ถึงสามวัน

ด้วยบูมท้ายความยาวไม่เกิน 27.3 เมตร ทำให้รับน้ำหนักได้ถึง 7.5 ตัน ในช่วงแขน 80 เมตร ปลายแขนแบบ M32 และ M40 จึงตอบโจทย์การยกของที่หนักกว่าภายในไซต์งานที่มีพื้นที่จำกัด โดย M32 สามารถรับน้ำหนักสูงสุด 32 ตันในระยะช่วงแขนกว่า 22 เมตร ในขณะที่ M40 รับน้ำหนักสูงสุด 40 ตัน ได้ไกลกว่า 18.5 เมตร

นอกจากใช้ได้กับรอกรุ่นปกติแล้ว จุดเด่นอีกสองประการ คือ M32 มาพร้อมตัวเลือกรอกรุ่น 150HPL80 - ที่สามารถยกได้ 1.8 ตัน ด้วยความเร็วการชักรอกที่ 151 เมตร/นาที และ M40 มาพร้อมรอกรุ่น 270LVF100 Optima ที่ยกได้ 3.5 ตัน ที่ความเร็ว 162 เมตร/นาที ทั้งสองรุ่นมาพร้อมกับลวดสลิงความยาวสูงสุด 1,063 เมตร เมื่อติดตั้งรอกที่ใหญ่ขึ้น ทั้งนี้ ผู้ใช้ยังสามารถเลือกการทิ้งรอกระหว่าง two-fall เพื่อการยกที่เร็วขึ้น หรือ four-fall สำหรับการยกของหนักบนรถขนส่ง 

ง่ายต่อการบรรจุ

ในขณะที่เครนขนาด 40 ตันทั่วไปต้องใช้ตู้คอนเทนเนอร์ 14 ตู้สำหรับการขนส่ง แต่ส่วนหมุนของ MCT 805 สามารถเคลื่อนย้ายได้หมดใน 10 หรือ 11 ตู้ โดยสามารถบรรจุในคอนเทนเนอร์ขนาดมาตรฐานได้ ทำให้สะดวกต่อการขนส่ง พร้อมแขนยื่นที่มีความกว้างเพียง 1.55 เมตร และสูงไม่เกิน 2.5 เมตร

นอกจากนี้ คานหลักหนึ่งตัวและคานขวางครึ่งสองตัวยังเชื่อมต่อกันได้อย่างง่ายดายโดยใช้หมุด ขณะที่ฐานรูปกากบาทยาว 8 เมตร ช่วยให้เคลื่อนย้ายและติดตั้งได้เร็วกว่าเมื่อเทียบกับฐานแบบ 10 เมตร ห้องบังคับหมุนได้และจุดที่เชื่อมต่อง่ายสำหรับบูมท้ายที่พับได้ยิ่งทำให้การติดตั้งง่ายขึ้น และเมื่อติดตั้งส่วนหัวของเครน/ห้องบังคับแล้ว ไม่จำเป็นต้องรื้อออกระหว่างเปลี่ยนไซต์งาน

เมื่อใช้จุดสลิงและระบบเชื่อมต่อโดยเฉพาะเพื่อการประกอบในสถานที่ที่รวดเร็วและง่ายดายยิ่งขึ้น จะช่วยให้ติดตั้งบูมได้เพิ่มคราวละ 5 เมตร จาก 30 เมตร ถึง 80 เมตร ดีไซน์แบบโมดูลาร์โดยไม่มีเหล็กยึด ทำให้รองรับได้หลายรูปแบบ นอกเหนือจากน้ำหนักของที่เบากว่า

การออกแบบขั้นสูง

"ความได้เปรียบเรื่องการประกอบที่รวดเร็วและการออกแบบให้มีขนาดไม่เทอะทะ ส่งผลให้เครนหัวเรียบกำลังเป็นที่ต้องการเพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกันความนิยมที่เพิ่มขึ้นของวิธีการก่อสร้างแบบแยกส่วน ทำให้เครนที่รับน้ำหนักได้สูงเป็นที่ต้องการมากขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน" ทิโบต์ เลอ เบสเนอเรส์ (Thibaut Le Besnerais) รองประธานฝ่ายการจัดการแบรนด์และผลิตภัณฑ์ทาวเวอร์เครน Potain Manitowoc กล่าว

รูปภาพ - https://mma.prnewswire.com/media/1771180/image_1.jpg
คำบรรยายภาพ - Potain MCT 805 ทาวเวอร์เครนหัวเรียบรับน้ำหนักสูงรุ่นใหม่

เมาเซอร์ อิเล็กทรอนิกส์ เปิดตัวพอดแคสต์ตอนที่สองในโปรแกรมส่งเสริมนวัตกรรมประจำปี 2565 สำรวจความก้าวหน้าของเทคโนโลยีโลกเสมือนจริง

      เมาเซอร์ อิเล็กทรอนิกส์ อิงค์ (Mouser Electronics Inc.) ผู้จัดจำหน่ายระดับ New Product Introduction (NPI) ชั้นนำที่มีเซมิคอนดักเตอร์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ให้เลือกมากที่สุด(TM) ประกาศเปิดตัวพอดแคสต์ตอนใหม่ในโปรแกรมระดับรางวัลเพื่อการส่งเสริมนวัตกรรมร่วมกันอย่าง Empowering Innovation Together(TM) พอดแคสต์ตอนที่สองนี้จะพาสำรวจศักยภาพอันมหาศาลของเทคโนโลยีโลกเสมือนจริงและความเป็นจริงขยาย (XR) ซึ่งเป็นการผสานรวมกันขององค์ประกอบต่าง ๆ ทั้งความเป็นจริงเสริม (AR) ความเป็นจริงเสมือน (VR) และระบบเสียงรอบทิศทาง 360 องศา เมาเซอร์ขอนำเสนอคอนเทนต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่หลากหลายและหาไม่ได้จากที่ไหน ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอชุดใหม่ในชื่อ "Then, Now and Next" (แต่ก่อน ตอนนี้ และตอนหน้า) ไปจนถึงบทความ อินโฟกราฟิก และตอนใหม่ของพอดแคสต์ "The Tech Between Us" (เทคโนโลยีที่อยู่ในชีวิตของเรา) เพื่อเจาะลึกเกี่ยวกับบทบาทของเทคโนโลยีโลกเสมือนจริงและความเป็นจริงขยาย ในการสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ในโลกจริงของเรา

"ความก้าวหน้าของ IoT อุปกรณ์อัจฉริยะ และ 5G ทำให้โลกของเราเป็นมากกว่าโลกทางกายภาพ เพราะกลายเป็นโลกที่ผสานรวมความเป็นจริงทางกายภาพ ความเป็นจริงเสมือน และความเป็นจริงขยายไปแล้ว" คุณเกล็นน์ สมิธ (Glenn Smith) ประธานและซีอีโอของเมาเซอร์ อิเล็กทรอนิกส์ กล่าว "เรารู้สึกตื่นเต้นในการพูดถึงเทคโนโลยีโลกเสมือนจริงในตอนล่าสุดของโปรแกรม EIT จากทางเมาเซอร์ และมุ่งประเด็นไปที่คุณประโยชน์ที่เทคโนโลยีนี้มีต่ออุตสาหกรรมต่าง ๆ ตั้งแต่ผู้บริโภคไปจนถึงภาคธุรกิจ"

ในพอดแคสต์ "The Tech Between Us" ตอนใหม่ คุณเรย์มอนด์ หยิน (Raymond Yin) ผู้อำนวยการฝ่ายเนื้อหาทางเทคนิคของเมาเซอร์ ร่วมพูดคุยกับคุณมาร์ค เซจ (Mark Sage) ผู้อำนวยการบริหารกลุ่มพันธมิตรความเป็นจริงแต่งเติมสำหรับภาคธุรกิจองค์กร (Augmented Reality for Enterprise Alliance หรือ AREA) เพื่อแสดงให้เห็นบทบาทที่เพิ่มขึ้นของเทคโนโลยีเหล่านี้ รวมถึงปัญหาในภาคธุรกิจที่เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยได้

"เทคโนโลยีโลกเสมือนจริงกำลังกลายเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ และข้อได้เปรียบที่มากับเทคโนโลยีเหล่านี้ก็น่าตื่นเต้นมาก ๆ" คุณเซจ กล่าว "ผมยินดีที่ได้พูดคุยกับคุณเรย์มอนด์ เพื่อพูดถึงเทคโนโลยีที่มีบทบาทพลิกโฉมวิธีที่เราสื่อสารกับผู้คนและสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัวเรา"

นอกเหนือจากพอดแคสต์ตอนใหม่แล้ว พอดแคสต์ตอนที่สองนี้ยังให้ข้อมูลวิเคราะห์เจาะลึกเกี่ยวกับภูมิทัศน์โลกเทคโนโลยี โดยย้อนถึงจุดเริ่มต้นและภาพอนาคตข้างหน้า ทั้งนี้ เนื้อหาเกี่ยวกับเทคโนโลยีโลกเสมือนจริงได้รับการสนับสนุนโดยพันธมิตรผู้ผลิตของเมาเซอร์ ทั้งแอมฟีนอล คอมมิวนิเคชันส์ โซลูชันส์ (Amphenol Communications Solutions) แอนะล็อก ดีไวซ์เซส (Analog Devices) อินเทล (Intel(R)) ไมโครชิป เทคโนโลยี (Microchip Technology) และทีดีเค (TDK)

โปรแกรมส่งเสริมนวัตกรรม "Empowering Innovation Together" ของเมาเซอร์ มีขึ้นเมื่อปี 2558 โดยเป็นโปรแกรมเกี่ยวกับชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับการยอมรับมากเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก และหลังเสร็จจากหัวข้อข้างต้นแล้ว โปรแกรม EIT ประจำปี 2565 จะพาสำรวจการออกแบบเพื่อความปลอดภัย, ระบบตรวจสอบผู้ขับขี่, เครือข่าย 5G ส่วนตัว และหุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติ โปรแกรมนี้จะเน้นนำเสนอเรื่องผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ และเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่จำเป็นเพื่อให้ทันกับนวัตกรรมในตลาด ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.mouser.com/empowering-innovation

รูปภาพ - https://mma.prnewswire.com/media/1803139/image_1.jpg