Thursday, September 26, 2024

การประชุมนานาชาติว่าด้วยการท่องเที่ยวภูเขาและกีฬากลางแจ้ง ประจำปี 2567 เปิดฉากขึ้นที่มณฑลกุ้ยโจว ประเทศจีน

การประชุมนานาชาติว่าด้วยการท่องเที่ยวภูเขาและกีฬากลางแจ้ง ประจำปี 2567

ในวันที่ 26 กันยายน 2567 การประชุมนานาชาติว่าด้วยการท่องเที่ยวภูเขาและกีฬากลางแจ้ง ประจำปี 2567 (2024 International Mountain Tourism and Outdoor Sports Conference) ซึ่งเป็นการประชุมสุดยอดระดับนานาชาติของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวภูเขาอันเป็นเอกลักษณ์ของจีน ได้เปิดฉากขึ้นที่เมืองซิงอี้ ในเขตปกครองตนเองชนชาติปู้อีและแม้ว เฉียนซีหนาน มณฑลกุ้ยโจว โดยในพิธีเปิดงานได้มีการเผยแพร่งานวิจัยสำคัญสองฉบับ ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและกลยุทธ์การตอบสนองของการท่องเที่ยวภูเขา และ ภูเขาที่มีชื่อเสียงระดับโลกสำหรับการท่องเที่ยวและมาตรฐานการรับรอง ซึ่งนำเสนอแนวทางที่อิงหลักวิทยาศาสตร์และปฏิบัติได้จริง เพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวภูเขาทั่วโลกอย่างยั่งยืน

การประชุมครั้งนี้มีการจัดกิจกรรมสำคัญสามรายการและกิจกรรมสนับสนุนต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงพิธีเปิดการประชุมนานาชาติว่าด้วยการท่องเที่ยวภูเขาและกีฬากลางแจ้ง ประจำปี 2567 ร่วมด้วยการประชุมส่งเสริมการท่องเที่ยวภูเขาแห่งเอเชีย (Asian Mountain Tourism Promotion Conference) การประชุมประจำปีของภาคีเครือข่ายการท่องเที่ยวภูเขานานาชาติ (IMTA) ประจำปี 2567 และกิจกรรมการเดินเขาว่านเฟิงหลิน ประจำปี 2567 (2024 Wanfenglin Hiking Event) โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมนับหมื่นคน

การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นในหัวข้อ "การผสานรวมวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี" โดยมี IMTA เป็นเจ้าภาพ และจัดงานโดยสำนักงานเลขาธิการของ IMTA ร่วมกับรัฐบาลประชาชนเขตปกครองตนเองเฉียนซีหนาน สำหรับวัตถุประสงค์ของงานคือการสำรวจแนวทางใหม่ ๆ เพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวภูเขาที่มีคุณภาพสูงและยั่งยืนในยุคใหม่ ผ่านการแลกเปลี่ยนและการสร้างความร่วมมือเชิงลึก เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวภูเขาด้วยพลังและแรงผลักดันใหม่

พิธีเปิดการประชุมมีผู้เข้าร่วมเกือบ 400 คน ซึ่งรวมถึงผู้แทนจากองค์กรระหว่างประเทศ หน่วยงานการท่องเที่ยวของประเทศที่เกี่ยวข้อง สถาบันที่ตั้งอยู่ในประเทศจีน บริษัทด้านการท่องเที่ยว หน่วยงานบริหารจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวบนภูเขา ผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการในอุตสาหกรรม ผู้สื่อข่าว ฯลฯ

ที่มา: การประชุมนานาชาติว่าด้วยการท่องเที่ยวภูเขาและกีฬากลางแจ้ง ประจำปี 2567 

“หมูเด้ง” เด้งยังไงให้ดังเว่อร์! ถอดรหัส Social Media Marketing

"หมูเด้ง" ฮิปโปเซเลปจากสวนสัตว์เปิดเขาเขียว สร้างกระแสไวรัลไปทั่วโลก จนกลายเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดมีมและคอนเทนต์สร้างสรรค์มากมาย รวมถึงดึงดูดความสนใจจากสื่อต่างประเทศ จนปรากฏการณ์นี้ไม่เพียงแต่สะท้อนให้เห็นถึงพลังของหมูเด้ง แต่ยังเผยให้เห็นถึงโอกาสในการทำการตลาดบนโซเชียลมีเดียที่สามารถสร้างกระแส และสร้างความมีส่วนร่วม หรือเอ็นเกจเมนต์ (Engagement) กับผู้คนได้อย่างรวดเร็ว

จากกระแสไวรัลของ "หมูเด้ง" บริษัท ดาต้าเซ็ต จำกัด ได้นำเครื่องมือ DXT360 เพื่อฟังเสียงในสังคมออนไลน์ (Social Listening) ระหว่างวันที่ 28 กรกฎาคม - 18 กันยายน 2567 เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์ พบว่าบนโซเชียลมีเดียมีการพูดถึง (Mention) "หมูเด้ง" 8,678 ครั้ง และได้รับการมีส่วนร่วม หรือเอ็นเกจเมนต์ (Engagement) รวม 38,440,092 ครั้ง โดยแพลตฟอร์ม Facebook เป็นช่องทางที่ได้รับการพูดถึง (Mention) มากที่สุดจำนวน 5,263 ครั้ง และแพลตฟอร์ม TikTok ได้รับเอ็นเกจเมนต์ (Engagement) สูงที่สุด 34,674,750 ครั้ง


พลังโซเชียลมีเดียจุดกระแสความดังให้ "หมูเด้ง"

โซเชียลมีเดีย (Social Media) เครื่องมือทรงพลังในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย กรณีสวนสัตว์เปิดเขาเขียว ที่มีจุดเริ่มต้นจากการทำคอนเทนต์ของพนักงานสวนสัตว์โพสต์คลิปสัตว์น่ารัก จนกลายเป็นไวรัลที่โด่งดังไปทั่วโลก ซึ่งกลายเป็นโอกาสให้กับสวนสัตว์เปิดเขาเขียวสามารถใช้กระแสน้องหมูเด้งในการสื่อสาร ทั้งการทำคอนเทนต์ และการจัดกิจกรรม เพื่อเข้าถึงคนจำนวนมาก สร้างภาพลักษณ์และสร้างการรับรู้เกี่ยวกับสวนสัตว์มากยิ่งขึ้น

กระแสความเด้งไม่หยุดเพียงแค่ในประเทศเท่านั้น สื่อต่างประเทศหลายแห่งให้ความสนใจไม่ว่าจะเป็น ญี่ปุ่น รัสเซีย อเมริกา ส่งผลให้ผู้คนทั่วโลกให้ความสนใจใน "ฮิปโปโปเตมัสแคระ" จนหลายประเทศเริ่มนำสัตว์น่ารักของตัวเองออกมาโชว์แข่งกับหมูเด้งอย่าง "เนมุเนมุ" ฮิปโปแคระจากญี่ปุ่น จนมีคลิปวิดีโอตลก ๆ น่ารักมากมาย

ไทม์ไลน์กระแส "หมูเด้งขวัญใจชาวเน็ต

ไทม์ไลน์ความดังของ "หมูเด้ง" ฮิปโปแคระจากสวนสัตว์เปิดเขาเขียวมีจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจจากแพลตฟอร์ม TikTok ผ่านบัญชีชื่อ "ขาหมู แอนด์เดอะแก๊ง" (@khamoo.andthegang) โดยมีการเปิดตัวคลิปแรกของหมูเด้งในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2567 ซึ่งได้รับความสนใจมาก แม้ว่าในระยะแรกค่า Engagement จะค่อนข้างคงที่ แต่จุดพลิกผันสำคัญเกิดขึ้นเมื่อมีการใช้แฮชแท็ก #หมูเด้งจะเด้งกี่โมง จนเกิดไวรัล


การใช้แฮชแท็กนี้ส่งผลให้กระแสของหมูเด้งกลายเป็นไวรัลอย่างรวดเร็ว จนติดอันดับแฮชแท็กยอดนิยมทั้งบนแพลตฟอร์ม X (Twitter) และ TikTok ปรากฎการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าการใช้แฮชแท็กที่ดีสามารถช่วยเพิ่มการจดจำ ทำให้ผู้ที่สนใจสามารถค้นหาและเข้าถึงเนื้อหาที่เกี่ยวข้องได้ง่ายยิ่งขึ้น สะท้อนให้เห็นจากการเติบโตของค่า Engagement ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วงหลังการนำแฮชแท็กมาใช้

สวนสัตว์เปิดเขาเขียวรับอานิสงส์ "หมูเด้ง"

จากกระแสฮิตของ "หมูเด้ง" ส่งผลดีต่อสวนสัตว์เปิดเขาเขียว โดยเห็นได้ชัดจากการที่คนจำนวนมากเริ่มให้ความสนใจเกี่ยวกับสัตว์มากขึ้น ส่งผลให้จำนวนผู้เข้าชมสวนสัตว์เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากปรากฏการณ์นี้ไม่เพียงแต่เพิ่มรายได้ให้กับสวนสัตว์เท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสในการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์สัตว์ในวงกว้าง 

ด้วยกระแสความสนใจที่เพิ่มขึ้น ทางสวนสัตว์ฯมีการปรับกลยุทธ์การสื่อสารเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลายขึ้น การปรับตัวนี้รวมถึงการใช้โซเชียลมีเดียอย่างมีประสิทธิภาพ การจัดกิจกรรมสนุก ๆ และให้ข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับสัตว์ชนิดต่าง ๆ ไม่ใช่แค่เรื่องหมูเด้ง

ล่าสุด สวนสัตว์เปิดเขาเขียวเปิดให้ชมความน่ารักของหมูเด้งได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ www.zoodio.live ซึ่งเป็นช่องทางใหม่ที่จะพาผู้ชมเข้าสู่โลกของสัตว์ป่าแบบเรียลไทม์ ผู้สนใจสามารถสัมผัสบรรยากาศและเรียนรู้วิถีชีวิตของสัตว์ต่าง ๆ รวมถึงหมูเด้ง ผ่านหน้าจอได้อย่างใกล้ชิด นับเป็นการยกระดับประสบการณ์การท่องเที่ยวสวนสัตว์ในรูปแบบใหม่ ที่ไม่จำกัดเวลาและสถานที่

หมูเด้งฟีเวอร์เปิดโอกาสธุรกิจ

ที่พักสวนสัตว์เปิดเขาเขียว: ไปนอนเฝ้าน้อง! สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ยังได้มองเห็นโอกาสในการต่อยอดทางธุรกิจ ที่น่าสนใจคือ การแก้ปัญหาคนต่อคิวนานเพื่อดูหมูเด้ง สวนสัตว์ฯเลยหันมาโปรโมทบริการที่พักให้นอนค้างคืนในสวนสัตว์เปิดเขาเขียว สามารถตื่นเช้ามาได้ดูหมูเด้งแบบไม่ต้องต่อคิวเข้าสวนสัตว์ แถมกลางคืนยังได้นอนดูดาวแบบฟิน ๆ 

บัตรรายปี: สวนสัตว์เปิดเขาเขียว จัดทำบัตรรายปี บัตรเดียวเที่ยวคุ้ม จ่ายครั้งเดียวเข้าได้ครั้งละ 4 คน ในระยะเวลา 1 ปี ไม่จำกัดจำนวนครั้ง เพื่อสร้างแรงจูงใจให้คนอยากกลับมาเที่ยวบ่อย ๆ ซึ่งวิธีนี้ดีกว่าการหาลูกค้าใหม่ เพราะไม่ต้องเสียเงินโฆษณาแพง ๆ แถมยังรักษาลูกค้าเก่าได้ง่ายกว่าด้วย แบบนี้สวนสัตว์ก็ได้ประโยชน์ เพราะมีรายได้แน่นอน ส่วนคนซื้อบัตรก็คุ้ม เพราะมาเที่ยวกี่ครั้งก็ได้ในหนึ่งปี อยากดูหมูเด้งตอนไหนก็มาได้ นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสให้คนได้เห็นสัตว์ตัวอื่น ๆ ด้วย ส่งเสริมให้คนเข้าใจและรักสัตว์มากขึ้น

ของที่ระลึก เสื้อ-กางเกงลายหมูเด้ง: เสื้อยืด หรือกางเกงลายหมูเด้งไม่ใช่แค่เสื้อผ้าธรรมดา ๆ แต่ยังเป็นสื่อกลางในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้ซื้อกับสวนสัตว์เปิดเขาเขียว ทุกครั้งที่สวมใส่เสื้อหรือกางเกงลายหมูเด้ง ก็จะนึกถึงประสบการณ์ดี ๆ จากการได้พบหมูเด้งโดยตรง หรือจากการรับชมคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้อง 

หลายแบรนด์คว้าโอกาสทำคอนเทนต์หมูเด้ง เพิ่มการรับรู้แบรนด์ 

ความน่ารักของหมูเด้งไม่เพียงแต่สร้างความประทับใจให้กับผู้คนทั่วไป แต่ยังดึงดูดความสนใจจากแบรนด์ต่าง ๆ อีกด้วย จากกระแสไวรัลของหมูเด้ง จึงเป็นโอกาสให้กับหลาย ๆ แบรนด์ได้ออกมาทำ Real-time คอนเทนต์ เพื่อช่วยเพิ่มการรับรู้ (Awareness) ให้กับแบรนด์ของตนเอง วิธีนี้ช่วยให้แบรนด์สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้อย่างกว้างขวางและรวดเร็ว โดยอาศัยความนิยมของหมูเด้งเป็นตัวขับเคลื่อน

การทำคอนเทนต์แบบนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มการรับรู้แบรนด์เท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความทันสมัยและความเข้าใจในกระแสสังคมของแบรนด์อีกด้วย ซึ่งอาจนำไปสู่การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้บริโภคในระยะยาว

ข้อมูลทั้งหมดที่นำมาวิเคราะห์หา Insight รวบรวมข้อมูลจาก DXT360 (Social Listening and Media Monitoring Platform) ของบริษัท ดาต้าเซ็ต จำกัด (dataxet:infoquest) โดยเก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 28 กรกฎาคม 18 กันยายน 2567

เกี่ยวกับ DXT360

DXT360 เป็นแพลตฟอร์มที่สามารถเก็บรวบรวมข้อมูลข่าวสารได้ทั้งจากโซเชียลมีเดีย สื่อออนไลน์ สื่อบรอดคาสท์ และสื่อสิ่งพิมพ์ ไม่ว่าจะเป็นเสียงของผู้บริโภค (Consumer Voices) คอนเทนต์จาก Influencers และ KOLs ไปจนถึงข่าวจากสื่อมวลชน ที่รวบรวมเข้ามาอยู่บนแพลตฟอร์มเดียวกัน มีการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบ Dashboard ที่สามารถปรับเปลี่ยนตามความต้องการของผู้ใช้งานแต่ละราย (Customizable Dashboard) จึงทำให้เข้าใจและเห็น Insight ในประเด็นต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังช่วยให้เห็นทิศทางการสื่อสารของแบรนด์ต่าง ๆ สามารถนำมาต่อยอดเพื่อพัฒนากลยุทธ์การสื่อสารขององค์กรได้

2024 International Youth Forum on Creativity and Heritage along the Silk Road: Young People Can Create Their Own "Digital

Organizing Committee of 2024 International Youth Forum on Creativity and Heritage Along the Silk Road

The 2024 International Youth Forum on Creativity and Heritage Along the Silk Road kicked off in Changsha on Monday. The forum is held in Changsha and Nanjing from September 22 to 28.

The forum, themed "Reimagining Our Heritage: Stories of Resilience and Change," discussed the new opportunities and challenges brought by big data, artificial intelligence, metaverse, and other new technologies to the inheritance and protection of cultural heritage in the era of digitalization and globalization.

60 young representatives from 53 countries (including China) along the Silk Road, representatives from UNESCO's "Creative Cities Network" member cities at home and abroad, gathered to exchange ideas and engage in cross-cultural dialogue.

During the forum, in addition to academic sharing and exchanges, many experiential activities were also held, such as the Sino-foreign Youth Gala Evening, Changsha Intangible Cultural Heritage Experience, and Night Tour of Tianxinge Pavilion, allowing participants to personally experience the unique charm of Changsha as the "World's Media Arts Capital." Through communication and exchanges, young people from various countries generated ideas collisions, carried out cooperation and enhanced friendships through experiential interactions, and also provided new ideas and paths for the protection and inheritance of youth creativity and heritage.

Source: Organizing Committee of 2024 International Youth Forum on Creativity and Heritage Along the Silk Road 

2024 International Mountain Tourism and Outdoor Sports Conference Opens in Guizhou Province, China

2024 International Mountain Tourism and Outdoor Sports Conference

On September 26th, 2024 International Mountain Tourism and Outdoor Sports Conference, China's unique mountain tourism themed international high-end summit, opened in Xingyi City, Qianxinan Buyi and Miao Autonomous Prefecture, Guizhou Province. At the opening ceremony, two important research results, Climate Change and Mountain Tourism Response Strategies and World Famous Mountains for Tourism -- Recognition Standards, were released, providing scientific and practical guidance for the sustainable development of global mountain tourism.

This conference has set up three major events and a series of supporting activities, i.e., the opening ceremony of 2024 International Mountain Tourism and Outdoor Sports Conference together with the Asian Mountain Tourism Promotion Conference, 2024 International Mountain Tourism Alliance (IMTA) Annual Conference, and 2024 Wanfenglin Hiking Event for 10-Thousand People.

Themed "Integrating Culture, Sports, and Tourism for High Quality Life", this conference was hosted by IMTA and organized by IMTA Secretariat and the People's Government of Qianxinan Prefecture. Its aim is to explore innovative paths for high-quality and sustainable mountain tourism development in the new era via in-depth exchanges and cooperation so as to empower mountain tourism with new vitality and momentum.

Nearly 400 guests attended the opening ceremony of the conference, including representatives from international organizations, tourism departments of relevant countries, institutions stationed in China, tourism related enterprises, mountain tourism destination management agencies, industry experts and scholars as well as media reporters, etc.

Source: 2024 International Mountain Tourism and Outdoor Sports Conference 

อินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส ย้ำความสำคัญของการจัดการปัญหาสุขภาพเรื้อรังและการส่งเสริมความปลอดภัยในอุตสาหกรรมการเดินเรือ เนื่องในวันทางทะเลโลก

เนื่องในวันทางทะเลโลก (World Maritime Day) ซึ่งตรงกับวันพฤหัสบดีสุดท้ายของเดือนกันยายนของทุกปี ได้มีการรณรงค์ เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับบทบาทสำคัญของอุตสาหกรรมการเดินเรือที่มีต่อเศรษฐกิจโลก วันทางทะเลโลกประจำปีนี้ตรงกับวันที่ 26 กันยายน ได้มีการจัดกิจกรรมภายใต้หัวข้อ "Navigating the Future: Safety First"

คุณอนุช เวลันการ์ (Anuj Velankar) ผู้จัดการทั่วไปของ MedSea บริษัทในเครืออินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส (International SOS) และอดีตกัปตันเรือเดินทะเล ได้กล่าวถึงหัวข้อของวันทางทะเลโลกประจำปีนี้ว่า "สำหรับอุตสาหกรรมการเดินเรือนั้น 'ความปลอดภัย' มักจะเกี่ยวข้องกับการป้องกันอุบัติเหตุและการบาดเจ็บ ซึ่งมีความสำคัญอย่างที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ อย่างไรก็ดี สำหรับ MedSea เรามุ่งเน้นไปที่การเสริมสร้างความเชื่อมโยงระหว่างความปลอดภัยกับสุขภาพ เนื่องจากชาวเรือจำนวนมากต้องทนทุกข์ทรมานกับปัญหาสุขภาพเรื้อรัง ดังนั้น การสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับปัญหาเหล่านี้จะช่วยให้เราสามารถรับมือกับสุขภาวะได้ดีขึ้นกว่าเดิม รวมถึงเรื่องความปลอดภัยบนเรือด้วย"

ข้อมูลล่าสุดจาก MedSea ระบุว่า ความดันโลหิตสูงเป็นปัญหาสุขภาพเรื้อรังที่พบบ่อยที่สุดในหมู่ชาวเรือ โดยคิดเป็นสัดส่วน 67% ของปัญหาสุขภาพเรื้อรังทั้งหมดที่พบได้บนเรือ ส่วนปัญหาสุขภาพเรื้อรังอื่น ๆ ที่พบบ่อยประกอบด้วยโรคเบาหวาน คอเลสเตอรอลสูง และโรคเกาต์[1] ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง โรคไม่ติดต่อ (NCD) เหล่านี้จะก่อให้เกิดความเสี่ยงอย่างมากต่อสุขภาพของชาวเรือ และอาจนำไปสู่การเกิดภาวะแทรกซ้อนหรือแม้กระทั่งภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ ซึ่งอาจทำให้ต้องเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือและเกิดความล่าช้าในที่สุด

องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า โรคไม่ติดต่อมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก และคาดว่าภายในปี พ.ศ. 2593 โรคเรื้อรังต่าง ๆ เช่น โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด และโรคทางเดินหายใจ จะเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 86% ของผู้เสียชีวิตทั้งหมด 90 ล้านรายในแต่ละปี[2]

สภาพแวดล้อมทางทะเลที่มีลักษณะเฉพาะทำให้การจัดการกับปัญหาสุขภาพเรื้อรังมีความท้าทายมากยิ่งขึ้น โดยข้อจำกัดในการเข้าถึงการรักษาพยาบาล การต้องจากบ้านไปเป็นเวลานาน และลักษณะของงานที่ต้องใช้แรง อาจทำให้ชาวเรือละเลยปัญหาสุขภาพที่เรื้อรังของตนเอง

ดร. แคทเธอรีน ซินแคลร์ ที่ปรึกษาทางการแพทย์อาวุโสของ MedSea กล่าวว่า "ลูกเรือมักจะทราบดีถึงปัญหาสุขภาพเรื้อรังของตนเอง แต่ก็ละเลยที่จะเข้ารับการรักษาตัว ซึ่งทำให้เกิดความเสี่ยงสูงในด้านความปลอดภัยขณะอยู่บนเรือ กัปตันเรือมักจะไม่ค่อยมีเวลาติดตามสุขภาพของลูกเรืออย่างใกล้ชิด ดังนั้น ฝ่ายบริหารควรพิจารณาใช้มาตรการเชิงรุก เช่น การตรวจสุขภาพเป็นประจำ การให้ความรู้เรื่องสุขภาพ รวมถึงการสนับสนุนทรัพยากรทางการแพทย์ที่จำเป็น"

MedSea แบ่งปันเคล็ดลับให้องค์กรต่าง ๆ นำไปใช้ป้องกันการบาดเจ็บและอาการเจ็บป่วยทั่วไปในหมู่ลูกเรือบนเรือพาณิชย์ ดังนี้

  • การตรวจสุขภาพก่อนการจ้างงาน: จะช่วยบ่งชี้ถึงปัญหาสุขภาพที่มีอยู่เดิมและติดตามสุขภาพโดยรวมของชาวเรือ เพื่อสร้างความมั่นใจได้ว่าชาวเรือมีสภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงก่อนออกทะเล ซึ่งจะช่วยลดอาการเจ็บป่วยและอุบัติเหตุกลางทะเลได้
  • การให้ความช่วยเหลือผู้ที่มีปัญหาสุขภาพเรื้อรัง: พัฒนาโครงการต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมให้ชาวเรือเปิดใจว่าตนเองต้องการความช่วยเหลือในด้านใดบ้าง เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกเรือปกปิดอาการป่วยของตนเอง และสร้างความมั่นใจว่าผู้ที่มีปัญหาสุขภาพเรื้อรังจะได้รับการดูแลรักษาที่จำเป็น
  • การส่งเสริมลักษณะนิสัยที่ดีต่อสุขภาพ: ส่งเสริมให้ลูกเรือทุกคนทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่โดยการจัดหาทรัพยากรที่จำเป็นและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยสำหรับการสร้างลักษณะนิสัยที่ดีต่อสุขภาพในหมู่ชาวเรือได้
  • การเน้นย้ำให้ชาวเรือปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์: การตรวจสุขภาพเป็นประจำและการปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ถือเป็นสิ่งจำเป็นในการจัดการกับปัญหาสุขภาพอย่างมีประสิทธิภาพ
  • การรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ: หากสุขภาพของลูกเรือมีการเปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะด้านใดก็ตาม สิ่งสำคัญคือต้องได้รับการรักษาโดยเร็วที่สุด เนื่องจากการรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยป้องกันไม่ให้ปัญหาเล็กน้อยลุกลามจนกลายเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพที่ร้ายแรงได้

การจัดการกับปัญหาสุขภาพเรื้อรังบนเรืออย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตลอดจนการส่งเสริมโครงการริเริ่มต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ จะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยยิ่งขึ้นสำหรับชาวเรือที่ต้องทำงานกลางทะเล

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการปัญหาสุขภาพเรื้อรังบนเรืออย่างปลอดภัย กรุณาติดต่อเราที่นี่ ทั้งนี้ MedSea จะจัดงานสัมมนาออนไลน์ว่าด้วยการกินอาหารเพื่อสุขภาพ ในวันพฤหัสบดีที่ 26 กันยายน กรุณาลงทะเบียนที่นี่

[1] MedSea Assistance Data (July - September 2024)

[2] World Health Organization | Non-Communicable Diseases

ABOUT MEDSEA

MedSea is the maritime arm of International SOS. We help ship owners, managers and operators to fulfil their Duty of Care to seafarers and build a resilient workforce.

Every year we provide telemedical assistance to thousands of seafarers worldwide, supporting all types of physical and emotional health issues. When a case cannot be solved onboard, MedSea refers to our network of 85,000+ approved and verified shoreside medical providers, ensuring that seafarers receive the highest level of care possible.

For 25+ years MedSea has been supporting the worldwide maritime community, helping to maintain happy, healthy vessels. 

WORLD MARITIME DAY: SAFETY AND THE IMPORTANCE OF MANAGING CHRONIC CONDITIONS

World Maritime Day, celebrated annually on the last Thursday of September, recognises the significant role of the maritime industry in the global economy. This year, it falls on 26 September, with the theme "Navigating the Future: Safety First".

Reflecting upon the theme, Anuj Velankar, General Manager at MedSea, an International SOS company, and former maritime Captain, says that "In the maritime industry, 'safety' often centers around preventing accidents and injuries, which is undeniably important. At MedSea, however, our focus is on reinforcing the relationship between safety and health. A large number of seafarers suffer from chronic conditions, so by raising awareness about these issues, we can better address wellbeing and, by extension, safety onboard".

New data from MedSea indicates that hypertension is the most common chronic condition among seafarers, accounting for 67% of all chronic conditions on board. Other common conditions include diabetes, high cholesterol and gout.[1] When incorrectly managed, Noncommunicable diseases (NCDs) pose significant health risks to seafarers, potentially leading to complications and even medical emergencies, which can necessitate vessel diversions and delays.

The World Health Organization (WHO) stated that the increasing trend of NCDs will continue worldwide. By around 2050, chronic diseases such as cancer, diabetes, cardiovascular diseases and respiratory illnesses are projected to account for 86% of the 90 million fatalities each year. [2]

The unique maritime environment can also exacerbate the challenges of managing chronic conditions. Limited access to medical care, long periods away from home, and the physical demands of the job can lead to seafarers neglecting their chronic conditions.

Dr Katherine Sinclaire, Senior Medical Advisor at MedSea, says, "While crewmembers are often aware of their own chronic conditions, managing these conditions can sometimes be overlooked, posing significant risks to safety onboard. Captains typically lack the bandwidth to closely monitor the health of crewmembers. Therefore, management should consider implementing proactive measures such as regular health check-ups, providing health education and ensuring access to necessary medical resources."

MedSea shares top tips for organisations to prevent common injuries and illnesses among seafarers onboard commercial vessels:

  • Pre-employment Medical Examination (PEME) can aid in detecting underlying conditions and monitoring the general health of seafarers to ensure those going to sea are in their optimal condition which can aid in reducing illnesses and accidents at sea.
  • Provide support for those with chronic conditions: Develop programmes that encourage seafarers to be open about the support they need for their chronic conditions. This can help prevent them from hiding their conditions and ensure they receive the necessary care.
  • Promote healthy lifestyles: Actively encourage all seafarers to maintain healthy diets, engage in regular exercise and avoid tobacco use. Providing resources and creating a supportive environment can help seafarers adopt these healthy habits.
  • Ensure that seafarers follow recommended medical treatment prescribed by their doctors: Regular check-ups and adherence to medical advice are crucial for managing health conditions effectively.
  • Early intervention: If there are any changes in a crew member's medical condition, it is essential to ensure that medical attention is sought as soon as possible.Early intervention can prevent minor issues from becoming serious health emergencies.

Through the better management of chronic conditions onboard and by promoting health initiatives, we can ensure a safer working environment for those who navigate our seas.

To find out more about how to safely manage chronic conditions onboard, contact us here | MedSea will also be hosting a webinar on Thursday, 26 September on healthy eating - sign up here.

[1] MedSea Assistance Data (July - September 2024)

[2] World Health Organization | Non-Communicable Diseases

ABOUT MEDSEA

MedSea is the maritime arm of International SOS. We help ship owners, managers and operators to fulfil their Duty of Care to seafarers and build a resilient workforce.

Every year we provide telemedical assistance to thousands of seafarers worldwide, supporting all types of physical and emotional health issues. When a case cannot be solved onboard, MedSea refers to our network of 85,000+ approved and verified shoreside medical providers, ensuring that seafarers receive the highest level of care possible.

For 25+ years MedSea has been supporting the worldwide maritime community, helping to maintain happy, healthy vessels. 

พบ Hitachi Energy ในงาน Sustainability Expo 2024

Hitachi Energy ร่วมออกบูธงานมหกรรมด้านความยั่งยืนระดับอาเซียน Sustainability Expo 2024 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พบกับกิจกรรมไฮไลต์และสุดยอดนวัตกรรม รวมถึงต้นแบบโมโดลด้านความยั่งยืนทุกรูปแบบจากองค์กรชั้นนำ โดยครั้งนี้ Hitachi Energy ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการนำเสนอนวัตกรรมความยั่งยืนด้านพลังงานมาจัดแสดง ตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน ถึง 6 ตุลาคม 2567 ณ บูธหมายเลข D 02 ฮอลล์ 3 ชั้น G บริเวณ Sweden Pavilion ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ขอเรียนเชิญทุกท่านมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของนวัตกรรมด้านความยั่งยืนในงานนี้ร่วมกันและพบกันในงาน Sustainability Expo 2024 (SX 2024)