XCMG has returned from Intermat ASEAN 2017 ("Intermat") in Bangkok, Thailand with intentional orders contractors, governments and development agencies with a combined value of nearly US$ 100 million, representing further market outreach in the Southeast Asian market.
The only Chinese construction machinery manufacturer invited to exhibit at Intermat, XCMG impressed new and potential clients from around the world with its latest products and the company's gold standard commitment of "Advanced and Endurable."
Hu Xiangyang, vice general manager of XCMG Import & Export, spoke at Intermat's opening ceremony about XCMG's deep roots in the Thai market as well as the new prospects presented by China's Belt and Road Initiative (B&R), a Chinese government development strategy launched three years ago, to create a new "Silk Road" that connects countries across Asia and Africa.
"The B&R has already helped to produce great results in Thailand with the Thai government's recently-increased investment in infrastructure construction bringing new opportunities for construction machinery manufacturers. In addition to further growing the market shares of its mining trucks, loaders, cranes and drilling rigs in Thailand, XCMG plans to bring more products that can support major infrastructure projects like the China-Thailand railway, urban light rail and airport expansion," he said.
By 2016, the company expanded its market share in 48 out of the 65 B&R with exports accounting for 75 percent of total volume.
Since entering the Thai market in the 1990s, the XCMG brand has been highly praised by local construction companies for its reliable product quality and prompt service. As the company maps out new goals in response to the BRI, XCMG is committed to adhering to its core values of shouldering great responsibility and making big achievements.
"XCMG is dedicated to producing top quality construction machinery that can compete with the best brands in the world. We are eager to help Thailand with its program of infrastructure construction that will stimulate economic development and build bridges, both literally and figuratively, that strengthen cooperation at all levels," Hu said.
About XCMG:
XCMG is a multinational heavy machinery manufacturing company with a history of 74 years. It currently ranks ninth in the world's construction machinery industry. The company exports to more than 177 countries and regions around the world.
For more information, please visit: www.xcmg.com , or Facebook , Twitter , YouTube , LinkedIn and Instagram .
Thursday, June 29, 2017
ZTE เปิดตัวโซลูชั่น 5G ครบวงจร มุ่งขับเคลื่อนเครือข่าย 5G สู่การใช้งานเชิงพาณิชย์
ZTE Corporation ( 0763.HK / 000063.SZ ) ผู้ให้บริการรายใหญ่ของโลกในด้านโซลูชั่นโทรคมนาคม เทคโนโลยีระดับองค์กรและเทคโนโลยีผู้บริโภคสำหรับแวดวงอินเทอร์เน็ตมือถือ ประกาศเปิดตัวโซลูชั่น 5G ครบวงจร ซึ่งเป็นชุดโซลูชั่นที่ครอบคลุมการใช้งานคลื่นความถี่ 5G ทั้งบนเครือข่ายหลักและเครือข่ายของผู้รับสัญญาณ ที่ช่วยให้ผู้ให้บริการเครือข่ายสามารถติดตั้งวางเครือข่าย 5G เพื่อใช้งานในเชิงพาณิชย์ได้อย่างรวดเร็ว
โซลูชั่น 5G ครบวงจรของ ZTE พัฒนาขึ้นจากการออกแบบสถาปัตยกรรมเครือข่ายผ่านระบบคลาวด์อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งนอกจากจะช่วยให้ลูกค้ามีโครงสร้างเครือข่าย 5G แบบบูรณาการเพื่อใช้ในการขับเคลื่อนนวัตกรรมทางธุรกิจและการบริการแล้ว ยังจะช่วยสนับสนุนมาตรฐานอุตสาหกรรม 5G ที่มีการพัฒนาขึ้นอีกด้วย การเปิดตัวโซลูชั่น 5G ครบวงจรในครั้งนี้ มีขึ้นพร้อมๆกับการประชุม Mobile World Congress Shanghai 2017 ที่จัดขึ้นในสัปดาห์นี้
นำเสนอบริการใหม่ๆเพื่อเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจ
ฟังก์ชั่นการแบ่งเครือข่ายที่มีอยู่ในโซลูชั่น 5G ครบวงจรของ ZTE รองรับการใช้งานและให้บริการในสถานการณ์ที่หลากหลาย และยังสามารถปรับให้เข้ากับธุรกิจในรูปแบบต่างๆ ทั้งสำหรับผู้ให้บริการเครือข่ายและอุตสาหกรรมตามแนวดิ่งได้อีกด้วย นอกจากนี้ระบบปฏิบัติการและการพัฒนาการใช้งานแบบปิดด้วยวิธีการแบบ DevOps ยังช่วยให้การติดตั้งและการให้บริการได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ซึ่งจะทำให้ผู้ให้บริการเครือข่ายเร่งสร้างนวัตกรรมการบริการและขับเคลื่อนให้ธุรกิจเติบโตไปได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน
สถาปัตยกรรมคลาวด์ที่มีความยืดหยุ่นบนโซลูชั่น 5G ครบวงจรของ ZTE ทำให้ผู้ให้บริการเครือข่ายสามารถสร้างเครือข่ายแบบเปิดด้วยการเข้าถึงคลื่นความถี่ เครือข่ายหลัก และเครือข่ายของผู้รับสัญญาณ โดยใช้สถาปัตยกรรมแบบ SDN ทั้งหมด ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าใหม่ๆ ในดำเนินงานให้กับพวกเขา
สถาปัตยกรรมที่ยืดหยุ่นช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับเครือข่าย
โซลูชั่น 5G RAN ระดับชั้นนำในอุตสาหกรรมของ ZTE สามารถรองรับการบูรณาการเข้ากับทุกย่านความถี่และโหมดการเข้าถึงอันหลากหลาย นอกจากนี้ยังช่วยส่งเสริมการดำเนินงานของหลายเครือข่ายเพื่อให้สามารถปรับใช้งานกับเครือข่าย 5G ได้ เครือข่ายหลักของ Cloud ServCore เป็นสถาปัตยกรรมบริการคลาวด์แบบเนทีฟ ซึ่งมาพร้อมกับฟังก์ชั่นเครือข่ายที่กำหนดโดยผู้ใช้ บวกความสามารถที่ตอบโจทย์ความต้องการในด้านการพัฒนา ทดสอบ ปล่อยสัญญาณและทวนซ้ำ เทคโนโลยีเครือข่าย 5G Flexhaul ของ ZTE มอบความยืดหยุ่นและความจุขนาดใหญ่สำหรับการส่งผ่านสัญญาณด้วยค่าความหน่วงที่ต่ำมาก และการปรับเปลี่ยนแหล่งเครือข่ายบน SDN ที่ต้องการเครือข่าย 5G ที่ยืดหยุ่น มีประสิทธิภาพ และสามารถรองรับการใช้งานในอนาคตได้
การเปลี่ยนผ่านอย่างราบรื่นช่วยปกป้องมูลค่าการลงทุน
โซลูชั่น 5G แบบครบวงจรของ ZTE ช่วยให้การเปลี่ยนผ่านจากระบบ 4G ไปเป็น 5G สามารถทำได้อย่างราบรื่น เพื่อลดต้นทุนให้กับผู้ให้บริการเครือข่ายโดยการปกป้องเม็ดเงินลงทุนในเครือข่ายที่มีอยู่ โซลูชั่น Pre5G Massive MIMO ระดับชั้นนำในอุตสาหกรรมของ ZTE ใช้เทคโนโลยี 5G สำคัญในเครือข่าย 4G เดิม และรองรับการอัปเกรดซอฟต์แวร์ไปเป็นระบบ 5G ได้อย่างราบรื่น นอกจากนี้ สถาปัตยกรรมทางเทคโนโลยีแห่งอนาคตและแพลตฟอร์มฮาร์ดแวร์ระดับสากลของ Cloud RAN และ Cloud Works ยังการันตีว่าจะสามารถรองรับกับมาตรฐาน 5G ที่แท้จริงเมื่อมีการยกเครื่องระบบอีกด้วย
ในฐานะผู้นำโลกด้านการวิจัยและพัฒนาเครือข่าย 5G ทาง ZTE ยังคงมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนนวัตกรรมเครือข่ายแห่งยุคหน้า ซึ่งเชื่อมโยงเทคโนโลยีระดับโลกด้วยความเข้าใจอันลึกซึ้งถึงความต้องการทางธุรกิจของผู้ให้บริการ ZTE ยึดมั่นในพันธกิจในการเป็นผู้นำอุตสาหกรรมในด้านการพัฒนาเทคโนโลยี 5G ซึ่งรวมถึงคอนเซปต์ เทคโนโลยี และสถาปัตยกรรมรูปแบบใหม่ๆที่มีความสร้างสรรค์ นอกจากนี้ยังต้องการเร่งผลักดันการให้บริการ 5G เชิงพาณิชย์โดยผ่านทางการทดสอบและตรวจสอบอย่างครอบคลุม ZTE เปิดรับพันธมิตรและความร่วมมือกับนักพัฒนาเทคโนโลยีต้นน้ำและปลายน้ำเพื่อเร่งกระบวนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค 5G อย่างเต็มตัว
เกี่ยวกับ ZTE
ZTE เป็นผู้ให้บริการระบบโทรคมนาคมขั้นสูง อุปกรณ์เคลื่อนที่ และโซลูชั่นเทคโนโลยีองค์กร เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภค ผู้ให้บริการเครือข่าย ภาคธุรกิจ และหน่วยงานภาครัฐ บริษัทดำเนินกลยุทธ์ M-ICT ซึ่งนำเสนอนวัตกรรมแบบบูรณาการครบวงจรให้แก่ลูกค้า เพื่อมอบความเป็นเลิศและคุณประโยชน์ต่างๆ ในยุคที่เทคโนโลยีโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ZTE จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงและเซินเจิ้น (รหัสหุ้นในตลาดฮ่องกง: 0763.HK / รหัสหุ้นในตลาดเซินเจิ้น: 000063.SZ ) บริษัทนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการให้แก่ผู้ให้บริการโทรคมนาคมกว่า 500 ราย ในกว่า 160 ประเทศ ในแต่ละปี ZTE จัดสรรเงินรายได้ 10% ให้กับการวิจัยและพัฒนา ทั้งยังมีบทบาทสำคัญในองค์กรกำหนดมาตรฐานระดับโลก ทั้งนี้ ZTE ดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม และเป็นสมาชิกของข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (UN Global Compact) สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.zte.com.cn
สื่อมวลชนติดต่อ:
Margrete Ma
ZTE Corporation
โทร: +86 755 26775207
อีเมล: ma.gaili@zte.com.cn
Mark Lee
Cohn & Wolfe
โทร: +852 36651008
อีเมล: mark.lee@cohnwolfe.com
โซลูชั่น 5G ครบวงจรของ ZTE พัฒนาขึ้นจากการออกแบบสถาปัตยกรรมเครือข่ายผ่านระบบคลาวด์อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งนอกจากจะช่วยให้ลูกค้ามีโครงสร้างเครือข่าย 5G แบบบูรณาการเพื่อใช้ในการขับเคลื่อนนวัตกรรมทางธุรกิจและการบริการแล้ว ยังจะช่วยสนับสนุนมาตรฐานอุตสาหกรรม 5G ที่มีการพัฒนาขึ้นอีกด้วย การเปิดตัวโซลูชั่น 5G ครบวงจรในครั้งนี้ มีขึ้นพร้อมๆกับการประชุม Mobile World Congress Shanghai 2017 ที่จัดขึ้นในสัปดาห์นี้
นำเสนอบริการใหม่ๆเพื่อเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจ
ฟังก์ชั่นการแบ่งเครือข่ายที่มีอยู่ในโซลูชั่น 5G ครบวงจรของ ZTE รองรับการใช้งานและให้บริการในสถานการณ์ที่หลากหลาย และยังสามารถปรับให้เข้ากับธุรกิจในรูปแบบต่างๆ ทั้งสำหรับผู้ให้บริการเครือข่ายและอุตสาหกรรมตามแนวดิ่งได้อีกด้วย นอกจากนี้ระบบปฏิบัติการและการพัฒนาการใช้งานแบบปิดด้วยวิธีการแบบ DevOps ยังช่วยให้การติดตั้งและการให้บริการได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ซึ่งจะทำให้ผู้ให้บริการเครือข่ายเร่งสร้างนวัตกรรมการบริการและขับเคลื่อนให้ธุรกิจเติบโตไปได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน
สถาปัตยกรรมคลาวด์ที่มีความยืดหยุ่นบนโซลูชั่น 5G ครบวงจรของ ZTE ทำให้ผู้ให้บริการเครือข่ายสามารถสร้างเครือข่ายแบบเปิดด้วยการเข้าถึงคลื่นความถี่ เครือข่ายหลัก และเครือข่ายของผู้รับสัญญาณ โดยใช้สถาปัตยกรรมแบบ SDN ทั้งหมด ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าใหม่ๆ ในดำเนินงานให้กับพวกเขา
สถาปัตยกรรมที่ยืดหยุ่นช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับเครือข่าย
โซลูชั่น 5G RAN ระดับชั้นนำในอุตสาหกรรมของ ZTE สามารถรองรับการบูรณาการเข้ากับทุกย่านความถี่และโหมดการเข้าถึงอันหลากหลาย นอกจากนี้ยังช่วยส่งเสริมการดำเนินงานของหลายเครือข่ายเพื่อให้สามารถปรับใช้งานกับเครือข่าย 5G ได้ เครือข่ายหลักของ Cloud ServCore เป็นสถาปัตยกรรมบริการคลาวด์แบบเนทีฟ ซึ่งมาพร้อมกับฟังก์ชั่นเครือข่ายที่กำหนดโดยผู้ใช้ บวกความสามารถที่ตอบโจทย์ความต้องการในด้านการพัฒนา ทดสอบ ปล่อยสัญญาณและทวนซ้ำ เทคโนโลยีเครือข่าย 5G Flexhaul ของ ZTE มอบความยืดหยุ่นและความจุขนาดใหญ่สำหรับการส่งผ่านสัญญาณด้วยค่าความหน่วงที่ต่ำมาก และการปรับเปลี่ยนแหล่งเครือข่ายบน SDN ที่ต้องการเครือข่าย 5G ที่ยืดหยุ่น มีประสิทธิภาพ และสามารถรองรับการใช้งานในอนาคตได้
การเปลี่ยนผ่านอย่างราบรื่นช่วยปกป้องมูลค่าการลงทุน
โซลูชั่น 5G แบบครบวงจรของ ZTE ช่วยให้การเปลี่ยนผ่านจากระบบ 4G ไปเป็น 5G สามารถทำได้อย่างราบรื่น เพื่อลดต้นทุนให้กับผู้ให้บริการเครือข่ายโดยการปกป้องเม็ดเงินลงทุนในเครือข่ายที่มีอยู่ โซลูชั่น Pre5G Massive MIMO ระดับชั้นนำในอุตสาหกรรมของ ZTE ใช้เทคโนโลยี 5G สำคัญในเครือข่าย 4G เดิม และรองรับการอัปเกรดซอฟต์แวร์ไปเป็นระบบ 5G ได้อย่างราบรื่น นอกจากนี้ สถาปัตยกรรมทางเทคโนโลยีแห่งอนาคตและแพลตฟอร์มฮาร์ดแวร์ระดับสากลของ Cloud RAN และ Cloud Works ยังการันตีว่าจะสามารถรองรับกับมาตรฐาน 5G ที่แท้จริงเมื่อมีการยกเครื่องระบบอีกด้วย
ในฐานะผู้นำโลกด้านการวิจัยและพัฒนาเครือข่าย 5G ทาง ZTE ยังคงมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนนวัตกรรมเครือข่ายแห่งยุคหน้า ซึ่งเชื่อมโยงเทคโนโลยีระดับโลกด้วยความเข้าใจอันลึกซึ้งถึงความต้องการทางธุรกิจของผู้ให้บริการ ZTE ยึดมั่นในพันธกิจในการเป็นผู้นำอุตสาหกรรมในด้านการพัฒนาเทคโนโลยี 5G ซึ่งรวมถึงคอนเซปต์ เทคโนโลยี และสถาปัตยกรรมรูปแบบใหม่ๆที่มีความสร้างสรรค์ นอกจากนี้ยังต้องการเร่งผลักดันการให้บริการ 5G เชิงพาณิชย์โดยผ่านทางการทดสอบและตรวจสอบอย่างครอบคลุม ZTE เปิดรับพันธมิตรและความร่วมมือกับนักพัฒนาเทคโนโลยีต้นน้ำและปลายน้ำเพื่อเร่งกระบวนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค 5G อย่างเต็มตัว
เกี่ยวกับ ZTE
ZTE เป็นผู้ให้บริการระบบโทรคมนาคมขั้นสูง อุปกรณ์เคลื่อนที่ และโซลูชั่นเทคโนโลยีองค์กร เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภค ผู้ให้บริการเครือข่าย ภาคธุรกิจ และหน่วยงานภาครัฐ บริษัทดำเนินกลยุทธ์ M-ICT ซึ่งนำเสนอนวัตกรรมแบบบูรณาการครบวงจรให้แก่ลูกค้า เพื่อมอบความเป็นเลิศและคุณประโยชน์ต่างๆ ในยุคที่เทคโนโลยีโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ZTE จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงและเซินเจิ้น (รหัสหุ้นในตลาดฮ่องกง: 0763.HK / รหัสหุ้นในตลาดเซินเจิ้น: 000063.SZ ) บริษัทนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการให้แก่ผู้ให้บริการโทรคมนาคมกว่า 500 ราย ในกว่า 160 ประเทศ ในแต่ละปี ZTE จัดสรรเงินรายได้ 10% ให้กับการวิจัยและพัฒนา ทั้งยังมีบทบาทสำคัญในองค์กรกำหนดมาตรฐานระดับโลก ทั้งนี้ ZTE ดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม และเป็นสมาชิกของข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (UN Global Compact) สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.zte.com.cn
สื่อมวลชนติดต่อ:
Margrete Ma
ZTE Corporation
โทร: +86 755 26775207
อีเมล: ma.gaili@zte.com.cn
Mark Lee
Cohn & Wolfe
โทร: +852 36651008
อีเมล: mark.lee@cohnwolfe.com
Distribution of ODC Hydrogen Atom Anti-aging Platform in Global Market
On June the 26th, hosted by ODC International's, the first global hydrogen atom anti-aging business conference & ODC global launch conference was successfully held in Hong Kong Victoria Harbor. With the world's top anti-aging technology, the first international anti-aging skin care platform is in "global operation mode." ODC International officially announces the strategic layout of globalization.
ODC has developed Hong Kong free port as a starting point. ODC has developed markets such as mainland China, Hong Kong, Malaysia, Thailand, Vietnam, Laos and Cambodia. ODC is going to establish an Asian branch, European branch and North American branch within three years and also setup a servicing center all over the world. Through the global anti-aging mobile Internet platform, ODC will share a capital feast with the world.
ODC uses a global operation mode, to create a mobile Internet platform, using the third-party platform, making the financial channel globalize the implementation of a unified global mode of operation. Through the platform it operates the global business, integration of resources and expands the global market in order to obtain global profits.
Proved by empirical verification, the patented hydrogen anti-aging technology of ODC owns amazing safety effects which the global skin-care product field cannot keep up with. This is the key to the firm position of ODC in the world. There will be more developments to come in the future.
The 1st session global first hydrogen atom anti-aging brand, ODC, perfectly concludes
ODC has developed Hong Kong free port as a starting point. ODC has developed markets such as mainland China, Hong Kong, Malaysia, Thailand, Vietnam, Laos and Cambodia. ODC is going to establish an Asian branch, European branch and North American branch within three years and also setup a servicing center all over the world. Through the global anti-aging mobile Internet platform, ODC will share a capital feast with the world.
ODC uses a global operation mode, to create a mobile Internet platform, using the third-party platform, making the financial channel globalize the implementation of a unified global mode of operation. Through the platform it operates the global business, integration of resources and expands the global market in order to obtain global profits.
Proved by empirical verification, the patented hydrogen anti-aging technology of ODC owns amazing safety effects which the global skin-care product field cannot keep up with. This is the key to the firm position of ODC in the world. There will be more developments to come in the future.
“นครหางโจว” คว้ารางวัลเมืองจุดหมายปลายทางไมซ์ จากเวที Golden Chair Awards
พิธีประกาศรางวัล China MICE Golden Chair Awards ครั้งที่ 10 (2559/2560) ปิดฉากลงไปแล้วด้วยความสำเร็จ ท่ามกลางผู้เข้าร่วมงานคับคั่ง ทั้งตัวแทนจากภาคอุตสาหกรรมการบริการ การท่องเที่ยว การบิน และการประชุม ตลอดจนสมาคม ผู้นำธุรกิจ และนักข่าว งานนี้จัดขึ้นที่นครปักกิ่ง โดยนิตยสาร MICE ซึ่งเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ชั้นนำของจีนสำหรับแวดวงการประชุมนานาชาติและการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล
Golden Chair Awards เป็นรางวัลแรกสุดและทรงอิทธิพลที่สุดในอุตสาหกรรมการประชุม การท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล การจัดประชุมนานาชาติ และการจัดนิทรรศการ หรือไมซ์ (Meeting, Incentive, Convention and Exhibition: MICE) โดยมีจุดประสงค์เพื่อเน้นย้ำและเชิดชูความสำคัญของอุตสาหกรรมไมซ์ในประเทศจีน
จากการพัฒนาอย่างรวดเร็วในภาคอุตสาหกรรมไมซ์ นครหางโจวจึงขึ้นแท่นรับรางวัลจากเวทีประกาศรางวัลอันทรงเกียรตินี้ ในสาขาเมืองจุดหมายปลายทางไมซ์ที่มีความน่าดึงดูดที่สุด (Most Attractive MICE City Destination)
ขณะเดียวกัน โรงแรม The Dragon ในนครหางโจว ได้รับการประกาศให้เป็นผู้ชนะรางวัลโรงแรมยอดเยี่ยมสำหรับการจัดประชุม (Best Conference Hotel)
The Dragon Hotel เป็นหนึ่งในโรงแรมห้าดาวชั้นนำของมณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน ในฐานะที่เป็นโรงแรมอัจฉริยะแห่งแรกของโลก ซึ่งครบครันด้วยระบบไฮเทคอันชาญฉลาด
ในโอกาสฉลองครบรอบปีที่ 10 รางวัล Golden Chair Awards ได้สร้างชื่อเสียงเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง และได้รับการยอมรับว่าเป็นรางวัลที่ตัดสินผลงานของภาคอุตสาหกรรมไมซ์ได้อย่างน่าเชื่อถือที่สุด โดยมีบริษัทเข้าชิงรางวัลเพิ่มมากขึ้นในแต่ละปี สำหรับงานประกาศรางวัลในปี 2560 นี้ มีการมอบรางวัลทั้งสิ้น 104 รางวัล ใน 18 สาขา โดยคณะกรรมการตัดสินได้คัดเลือกผู้ชนะทั้ง 18 สาขา ด้วยมาตรฐานอันเป็นที่ยอมรับ พิจารณาจากโครงสร้างพื้นฐานทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ตลอดจนผลการดำเนินงานครอบคลุมด้านต่างๆตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ประกอบกับความเห็นของผู้อ่าน รวมถึงคำวิจารณ์จากคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ โดยยึดหลักความเป็นมืออาชีพ ความน่าเชื่อถือ และความยุติธรรม
Golden Chair Awards เป็นรางวัลแรกสุดและทรงอิทธิพลที่สุดในอุตสาหกรรมการประชุม การท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล การจัดประชุมนานาชาติ และการจัดนิทรรศการ หรือไมซ์ (Meeting, Incentive, Convention and Exhibition: MICE) โดยมีจุดประสงค์เพื่อเน้นย้ำและเชิดชูความสำคัญของอุตสาหกรรมไมซ์ในประเทศจีน
จากการพัฒนาอย่างรวดเร็วในภาคอุตสาหกรรมไมซ์ นครหางโจวจึงขึ้นแท่นรับรางวัลจากเวทีประกาศรางวัลอันทรงเกียรตินี้ ในสาขาเมืองจุดหมายปลายทางไมซ์ที่มีความน่าดึงดูดที่สุด (Most Attractive MICE City Destination)
รางวัล Golden Chair Awards สาขาเมืองจุดหมายปลายทางไมซ์ที่มีความน่าดึงดูดที่สุด มอบให้แก่ นครหางโจว
ขณะเดียวกัน โรงแรม The Dragon ในนครหางโจว ได้รับการประกาศให้เป็นผู้ชนะรางวัลโรงแรมยอดเยี่ยมสำหรับการจัดประชุม (Best Conference Hotel)
The Dragon Hotel เป็นหนึ่งในโรงแรมห้าดาวชั้นนำของมณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน ในฐานะที่เป็นโรงแรมอัจฉริยะแห่งแรกของโลก ซึ่งครบครันด้วยระบบไฮเทคอันชาญฉลาด
ในโอกาสฉลองครบรอบปีที่ 10 รางวัล Golden Chair Awards ได้สร้างชื่อเสียงเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง และได้รับการยอมรับว่าเป็นรางวัลที่ตัดสินผลงานของภาคอุตสาหกรรมไมซ์ได้อย่างน่าเชื่อถือที่สุด โดยมีบริษัทเข้าชิงรางวัลเพิ่มมากขึ้นในแต่ละปี สำหรับงานประกาศรางวัลในปี 2560 นี้ มีการมอบรางวัลทั้งสิ้น 104 รางวัล ใน 18 สาขา โดยคณะกรรมการตัดสินได้คัดเลือกผู้ชนะทั้ง 18 สาขา ด้วยมาตรฐานอันเป็นที่ยอมรับ พิจารณาจากโครงสร้างพื้นฐานทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ตลอดจนผลการดำเนินงานครอบคลุมด้านต่างๆตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ประกอบกับความเห็นของผู้อ่าน รวมถึงคำวิจารณ์จากคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ โดยยึดหลักความเป็นมืออาชีพ ความน่าเชื่อถือ และความยุติธรรม
XCMG เดินหน้าขยายธุรกิจในระดับสากล รุกเปิดบริษัทสาขาในอินโดนีเซีย
XCMG ผู้ผลิตเครื่องจักรก่อสร้างชั้นนำระดับโลก ประกาศเปิดบริษัทสาขาในประเทศอินโดนีเซียโดยใช้ชื่อว่า PT.XCMG Group Indonesia ซึ่งถือเป็นการลงทุนครั้งสำคัญที่สุดนับตั้งแต่ XCMG เริ่มทำธุรกิจในอินโดนีเซียเมื่อ 25 ปีที่แล้ว
นายหู เซียงหยาง รองผู้จัดการทั่วไปของ XCMG Import & Export กล่าวว่า "บริษัทสาขาแห่งใหม่ของ XCMG จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ครบครันและบริการครบวงจรให้แก่ลูกค้า โดยร่วมมือกับดีลเลอร์ในประเทศ และจะส่งเสริมกลยุทธ์การพัฒนาอย่างยั่งยืนในอินโดนีเซีย นอกจากนี้ เราจะร่วมมือกับหน่วยงานในท้องถิ่นเพื่อสร้างรากฐานอันมั่นคงในการโปรโมทแบรนด์ XCMG ทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก"
อินโดนีเซียเป็นตลาดที่มีความสำคัญสำหรับ XCMG ตามแผนการรุกขยายธุรกิจสู่สากลและรักษาสถานะอันแข็งแกร่งในระดับโลก โดยบริษัทส่งออกสินค้าไปยังอินโดนีเซียเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา
XCMG มีบทบาทสำคัญในโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานหลายโครงการในอินโดนีเซีย ทั้งการสร้างทางหลวง รางรถไฟ โรงไฟฟ้า สนามบิน รวมถึงอาคารพาณิชย์ เช่น โครงการสร้างอาคารที่สูงที่สุดในประเทศอย่าง INDONESIA-ONE โครงการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนที่ใหญ่ที่สุดอย่าง Java No.7 2.1050 โครงการก่อสร้างอุโมงค์สำหรับเขื่อน Jatigede และโครงการสร้างรางรถไฟความเร็วสูงเชื่อมกรุงจาการ์ตากับเมืองบันดุง
อินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนั้นยังเป็นสมาชิกผู้ร่วมก่อตั้งประชาคมอาเซียน และเป็นสมาชิกของ G20 จึงถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางทางยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงระหว่างเอเชีย โอเชียเนีย มหาสมุทรแปซิฟิก และมหาสมุทรอินเดีย
นายหวัง หมิน ประธาน XCMG กล่าวว่า "อินโดนีเซียเป็นจุดเชื่อมต่อที่สำคัญในแนวเส้นทางสายไหมของจีน และบริษัท PT.XCMG จะช่วยให้ XCMG สามารถขยายธุรกิจไปทั่วประเทศอินโดนีเซีย ตลอดจนทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้"
ทั้งนี้ XCMG ส่งออกสินค้าไปยัง 48 ประเทศ จากทั้งหมด 65 ประเทศที่อยู่ตามแนวเส้นทางสายไหมของจีน โดยมีมูลค่าการส่งออกคิดเป็นสัดส่วน 75% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดของบริษัท ปัจจุบัน เครือข่ายอันครอบคลุมของ XCMG ตามแนว "เส้นทางสายไหมใหม่" ประกอบด้วยโรงงานและฐานการผลิต 9 แห่ง ดีลเลอร์หลัก 116 ราย ศูนย์รวมอะไหล่ 73 แห่ง และสำนักงาน 24 แห่ง ซึ่งทั้งหมดล้วนมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน นั่นคือ การนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่เชื่อถือได้เพื่อความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้าทุกท่าน
เกี่ยวกับ XCMG
XCMG เป็นบริษัทข้ามชาติผู้ผลิตเครื่องจักรหนักที่มีประวัติความเป็นมายาวนานถึง 74 ปี และปัจจุบันติดอันดับ 9 ในอุตสาหกรรมเครื่องจักรก่อสร้างของโลก บริษัทส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยังกว่า 177 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก
สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.xcmg.com หรือเพจ XCMG บน Facebook , Twitter , YouTube , LinkedIn และ Instagram
นายหู เซียงหยาง รองผู้จัดการทั่วไปของ XCMG Import & Export กล่าวว่า "บริษัทสาขาแห่งใหม่ของ XCMG จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ครบครันและบริการครบวงจรให้แก่ลูกค้า โดยร่วมมือกับดีลเลอร์ในประเทศ และจะส่งเสริมกลยุทธ์การพัฒนาอย่างยั่งยืนในอินโดนีเซีย นอกจากนี้ เราจะร่วมมือกับหน่วยงานในท้องถิ่นเพื่อสร้างรากฐานอันมั่นคงในการโปรโมทแบรนด์ XCMG ทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก"
อินโดนีเซียเป็นตลาดที่มีความสำคัญสำหรับ XCMG ตามแผนการรุกขยายธุรกิจสู่สากลและรักษาสถานะอันแข็งแกร่งในระดับโลก โดยบริษัทส่งออกสินค้าไปยังอินโดนีเซียเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา
XCMG มีบทบาทสำคัญในโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานหลายโครงการในอินโดนีเซีย ทั้งการสร้างทางหลวง รางรถไฟ โรงไฟฟ้า สนามบิน รวมถึงอาคารพาณิชย์ เช่น โครงการสร้างอาคารที่สูงที่สุดในประเทศอย่าง INDONESIA-ONE โครงการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนที่ใหญ่ที่สุดอย่าง Java No.7 2.1050 โครงการก่อสร้างอุโมงค์สำหรับเขื่อน Jatigede และโครงการสร้างรางรถไฟความเร็วสูงเชื่อมกรุงจาการ์ตากับเมืองบันดุง
อินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนั้นยังเป็นสมาชิกผู้ร่วมก่อตั้งประชาคมอาเซียน และเป็นสมาชิกของ G20 จึงถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางทางยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงระหว่างเอเชีย โอเชียเนีย มหาสมุทรแปซิฟิก และมหาสมุทรอินเดีย
นายหวัง หมิน ประธาน XCMG กล่าวว่า "อินโดนีเซียเป็นจุดเชื่อมต่อที่สำคัญในแนวเส้นทางสายไหมของจีน และบริษัท PT.XCMG จะช่วยให้ XCMG สามารถขยายธุรกิจไปทั่วประเทศอินโดนีเซีย ตลอดจนทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้"
ทั้งนี้ XCMG ส่งออกสินค้าไปยัง 48 ประเทศ จากทั้งหมด 65 ประเทศที่อยู่ตามแนวเส้นทางสายไหมของจีน โดยมีมูลค่าการส่งออกคิดเป็นสัดส่วน 75% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดของบริษัท ปัจจุบัน เครือข่ายอันครอบคลุมของ XCMG ตามแนว "เส้นทางสายไหมใหม่" ประกอบด้วยโรงงานและฐานการผลิต 9 แห่ง ดีลเลอร์หลัก 116 ราย ศูนย์รวมอะไหล่ 73 แห่ง และสำนักงาน 24 แห่ง ซึ่งทั้งหมดล้วนมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน นั่นคือ การนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่เชื่อถือได้เพื่อความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้าทุกท่าน
เกี่ยวกับ XCMG
XCMG เป็นบริษัทข้ามชาติผู้ผลิตเครื่องจักรหนักที่มีประวัติความเป็นมายาวนานถึง 74 ปี และปัจจุบันติดอันดับ 9 ในอุตสาหกรรมเครื่องจักรก่อสร้างของโลก บริษัทส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยังกว่า 177 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก
สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.xcmg.com หรือเพจ XCMG บน Facebook , Twitter , YouTube , LinkedIn และ Instagram
A Major Milestone in the Company's Expansion into Global Markets: XCMG Opens New Subsidiary in Indonesia
XCMG, the world's leading construction machinery manufacturer, has opened a new subsidiary in Indonesia, PT.XCMG Group Indonesia ("PT.XCMG" or "the Group"), representing XCMG's most significant investment in Indonesia since it first began operations there 25 years ago.
"XCMG's new company aims to provide our customers with all-around products and one-stop services together with local dealers and to promote XCMG's sustainable development strategy in Indonesia. Here we can partner with local agencies to establish a solid foundation for promoting XCMG's brand in the whole Asia-Pacific area," explained Hu Xiangyang, vice general manager of XCMG Import & Export.
Indonesia is a key market in XCMG's plans to build and maintain a strong global presence. The company's exports to the country have more than doubled in the past two years.
XCMG has been playing an active role in various infrastructure projects in Indonesia including highway, railway, electric power, airport and commercial buildings such as the construction of Indonesia's tallest building, INDONESIA-ONE, the largest thermal power station, Java No.7 2.1050 coal-fired power plant, tunnel construction for the Jatigede Dam Project and the Jakarta-Bandung high-speed rail line.
The biggest economy in Southeast Asia and a founding member of ASEAN and member of G20, Indonesia serves as a strategic traffic hub connecting Asia, Oceania, the Pacific Ocean and the Indian Ocean.
"Indonesia is a key link in China's Belt and Road Initiative, PT.XCMG will enable XCMG to spread its business throughout the local markets in Indonesia and the broader Southeast Asia region," said Wang Min, president of XCMG.
XCMG's products are exported to 48 out of the 65 countries that fall within China's Belt and Road Initiative, with an export value accounting for 75 percent of the company's total volume. XCMG's extensive network along the "New Silk Road" now includes nine manufacturing bases and KD factories, 116 primary dealers, 73 spare parts stations and 24 offices; all share the goal of providing reliable products and services to satisfy the needs of clients.
About XCMG:
XCMG is a multinational heavy machinery manufacturing company with a history of 74 years. It currently ranks ninth in the world's construction machinery industry. The company exports to more than 177 countries and regions around the world.
For more information, please visit: www.xcmg.com , or XCMG pages on Facebook , Twitter , YouTube , LinkedIn and Instagram .
"XCMG's new company aims to provide our customers with all-around products and one-stop services together with local dealers and to promote XCMG's sustainable development strategy in Indonesia. Here we can partner with local agencies to establish a solid foundation for promoting XCMG's brand in the whole Asia-Pacific area," explained Hu Xiangyang, vice general manager of XCMG Import & Export.
Indonesia is a key market in XCMG's plans to build and maintain a strong global presence. The company's exports to the country have more than doubled in the past two years.
XCMG has been playing an active role in various infrastructure projects in Indonesia including highway, railway, electric power, airport and commercial buildings such as the construction of Indonesia's tallest building, INDONESIA-ONE, the largest thermal power station, Java No.7 2.1050 coal-fired power plant, tunnel construction for the Jatigede Dam Project and the Jakarta-Bandung high-speed rail line.
The biggest economy in Southeast Asia and a founding member of ASEAN and member of G20, Indonesia serves as a strategic traffic hub connecting Asia, Oceania, the Pacific Ocean and the Indian Ocean.
"Indonesia is a key link in China's Belt and Road Initiative, PT.XCMG will enable XCMG to spread its business throughout the local markets in Indonesia and the broader Southeast Asia region," said Wang Min, president of XCMG.
XCMG's products are exported to 48 out of the 65 countries that fall within China's Belt and Road Initiative, with an export value accounting for 75 percent of the company's total volume. XCMG's extensive network along the "New Silk Road" now includes nine manufacturing bases and KD factories, 116 primary dealers, 73 spare parts stations and 24 offices; all share the goal of providing reliable products and services to satisfy the needs of clients.
About XCMG:
XCMG is a multinational heavy machinery manufacturing company with a history of 74 years. It currently ranks ninth in the world's construction machinery industry. The company exports to more than 177 countries and regions around the world.
For more information, please visit: www.xcmg.com , or XCMG pages on Facebook , Twitter , YouTube , LinkedIn and Instagram .
Randstad Sourceright ประกาศเป็นพันธมิตรด้าน MSP กับ Johnson & Johnson ในเอเชียแปซิฟิก
Randstad Sourceright ผู้ให้บริการโซลูชั่นทรัพยากรบุคคลระดับหัวกะทิชั้นนำของโลก ประกาศลงนามในสัญญาเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับ Johnson & Johnson เพื่อช่วยบริหารจัดการและขับเคลื่อนแรงงานของ Johnson & Johnson ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
ภายใต้ข้อตกลงด้านบริการจัดการทรัพยากรบุคคล (Managed Services Provider : MSP) มูลค่าหลายล้านดอลลาร์นั้น Randstad Sourceright จะเข้ามาดูแลในการจัดหา จัดจ้าง และบริหารจัดการลูกจ้างชั่วคราวของ Johnson & Johnson ใน 12 ประเทศ เพื่อเปิดทางให้องค์กรสามารถเข้าถึงแหล่งทรัพยากรบุคคลที่มีศักยภาพในภูมิภาคดังกล่าว ผ่านทางโซลูชั่นที่ทันสมัย ทรงประสิทธิภาพ และยืดหยุ่น
Jayesh Joshi ผู้อำนวยการฝ่ายสรรหาบุคลากรส่วนภูมิภาคของ Johnson & Johnson กล่าวว่า "เอเชียแปซิฟิกคือหนึ่งในภูมิภาคที่ธุรกิจของ Johnson & Johnson เติบโตรวดเร็วที่สุด และเราต้องการศักยภาพในการขยายธุรกิจและไขว่คว้าโอกาสในตลาดแห่งใหม่ Johnson & Johnson รู้สึกตื่นเต้นที่ได้ผนึกกำลังกับ Randstad Sourceright เนื่องจากการจับมือเป็นพันธมิตรในครั้งนี้ ถือเป็นการพัฒนาแบบก้าวกระโดดของเรา และสอดคล้องตามปรัชญาขององค์กร ซึ่งจะช่วยยกระดับแนวทางปฏิบัติในการจัดจ้างของ Johnson & Johnson และดึงดูดบุคลากรที่มีความสามารถให้มาร่วมงานกับเรา นอกจากนี้ยังช่วยยกระดับความสัมพันธ์กับซัพพลายเออร์ และสร้างโอกาสใหม่ๆในด้านธุรกิจจัดหางานที่มีพลวัตสูง"
ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่า ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะผงาดแซงหน้าสหภาพยุโรปขึ้นเป็นตลาดการแพทย์ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกภายในปี 2563 ขณะที่อุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์โดยรวมมีแนวโน้มต้องการแรงงานเพิ่มขึ้นถึง 12.9 ล้านคนทั่วโลกภายในปี 2578 [1]
ในระยะเวลา 3 ปีของสัญญา Randstad Sourceright จะช่วยจัดสรรลูกจ้างชั่วคราวหลายพันคนไปทำงานในภาคส่วนต่างๆของ Johnson & Johnson รวมถึงฝ่ายเภสัชภัณฑ์ การแพทย์ ผู้บริโภค และวิสัยทัศน์ ในฐานะหุ้นส่วนชั้นนำด้านการบริหารทรัพยากรแรงงานในอินเดีย สิงคโปร์ ญี่ปุ่น จีน มาเลเซีย ฮ่องกง เวียดนาม เกาหลีใต้ ไต้หวัน อินโดนีเซีย ไทย และฟิลิปปินส์
"สภาพแวดล้อมทางกฎเกณฑ์ที่หลากหลายและการขาดแคลนบุคลากรระดับหัวกะทิในเอเชียแปซิฟิก ถือเป็นอุปสรรคสำคัญที่ฉุดรั้งการเจริญเติบโตของบริษัทบางแห่งในภูมิภาคดังกล่าว" Rebecca Henderson ซีอีโอของ Randstad Sourceright กล่าว "ดังนั้น Johnson & Johnson จึงมุ่งมั่นที่จะวางกลยุทธ์การจ้างงานในเชิงสร้างสรรค์อยู่เสมอ และได้ยอมรับในคุณค่าที่โมเดล MSP มอบให้ในด้านสภาพแวดล้อมการจ้างงานตามที่ต้องการ เราตั้งตาคอยที่จะนำความรู้และประสบการณ์อันกว้างขวางของเราในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมาช่วยผลักดัน Johnson & Johnson ให้บรรลุเป้าหมายในด้านการว่าจ้างอย่างมีประสิทธิภาพ
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโซลูชั่น MSP ของ Randstad Sourceright ได้ที่ https://www.randstadsourceright.com/our-solutions/managed-services-programs-msp/
เกี่ยวกับ Randstad Sourceright
Randstad Sourceright คือผู้นำโซลูชั่นด้านทรัพยากรบุคคลระดับหัวกะทิของโลก บริษัทช่วยขับเคลื่อนกลยุทธ์การพัฒนาทักษะแรงงานและการบริหารจัดการทุนมนุษย์ให้กับนายจ้างที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลกหลายราย นอกจากนี้ยังช่วยให้บริษัทเหล่านี้สามารถค้นพบและพัฒนาโมเดล "Human Intelligence Advantage" โดยการมอบประโยชน์ที่แท้จริงจากกลยุทธ์การสรรหาบุคลากรที่มีความเป็นเลิศของพวกเขา
ในฐานะบริษัทในเครือของ Randstad Holding ซึ่งเป็นผู้ให้บริการด้าน HR ระดับโลกและมีมูลค่า 2.07 หมื่นล้านยูโรนั้น Randstad Sourceright มีเป้าหมายสำคัญสำหรับผู้เชี่ยวชาญและผู้นำทั่วโลกในการเดินหน้าสร้างและพัฒนาโซลูชั่นให้กับบริษัทจัดหางาน (RPO) โครงการช่วยบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล (MSP) และโซลูชั่นจัดสรรบุคลากรระดับหัวกะทิแบบครบวงจร อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.randstadsourceright.com
เกี่ยวกับ Johnson & Johnson
ห่วงใยโลก ห่วงใยทุกคน...เป็นปณิธานที่สร้างแรงบันดาลใจและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในหมู่พนักงานของ Johnson & Johnson เราให้ความสำคัญกับการวิจัยและวิทยาศาสตร์ ด้วยการนำเสนอแนวคิด ผลิตภัณฑ์ และบริการใหม่ๆ เพื่อพัฒนาสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของทุกคน พนักงานกว่า 126,400 คนในเครือบริษัท Johnson & Johnson กว่า 230 แห่ง ทำงานร่วมกับพันธมิตรด้านการดูแลสุขภาพมากมาย เพื่อเข้าถึงชีวิตของผู้คนกว่า 1 พันล้านคนทั่วโลกทุกวัน
[1] องค์การอนามัยโลก
ภายใต้ข้อตกลงด้านบริการจัดการทรัพยากรบุคคล (Managed Services Provider : MSP) มูลค่าหลายล้านดอลลาร์นั้น Randstad Sourceright จะเข้ามาดูแลในการจัดหา จัดจ้าง และบริหารจัดการลูกจ้างชั่วคราวของ Johnson & Johnson ใน 12 ประเทศ เพื่อเปิดทางให้องค์กรสามารถเข้าถึงแหล่งทรัพยากรบุคคลที่มีศักยภาพในภูมิภาคดังกล่าว ผ่านทางโซลูชั่นที่ทันสมัย ทรงประสิทธิภาพ และยืดหยุ่น
Jayesh Joshi ผู้อำนวยการฝ่ายสรรหาบุคลากรส่วนภูมิภาคของ Johnson & Johnson กล่าวว่า "เอเชียแปซิฟิกคือหนึ่งในภูมิภาคที่ธุรกิจของ Johnson & Johnson เติบโตรวดเร็วที่สุด และเราต้องการศักยภาพในการขยายธุรกิจและไขว่คว้าโอกาสในตลาดแห่งใหม่ Johnson & Johnson รู้สึกตื่นเต้นที่ได้ผนึกกำลังกับ Randstad Sourceright เนื่องจากการจับมือเป็นพันธมิตรในครั้งนี้ ถือเป็นการพัฒนาแบบก้าวกระโดดของเรา และสอดคล้องตามปรัชญาขององค์กร ซึ่งจะช่วยยกระดับแนวทางปฏิบัติในการจัดจ้างของ Johnson & Johnson และดึงดูดบุคลากรที่มีความสามารถให้มาร่วมงานกับเรา นอกจากนี้ยังช่วยยกระดับความสัมพันธ์กับซัพพลายเออร์ และสร้างโอกาสใหม่ๆในด้านธุรกิจจัดหางานที่มีพลวัตสูง"
ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่า ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะผงาดแซงหน้าสหภาพยุโรปขึ้นเป็นตลาดการแพทย์ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกภายในปี 2563 ขณะที่อุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์โดยรวมมีแนวโน้มต้องการแรงงานเพิ่มขึ้นถึง 12.9 ล้านคนทั่วโลกภายในปี 2578 [1]
ในระยะเวลา 3 ปีของสัญญา Randstad Sourceright จะช่วยจัดสรรลูกจ้างชั่วคราวหลายพันคนไปทำงานในภาคส่วนต่างๆของ Johnson & Johnson รวมถึงฝ่ายเภสัชภัณฑ์ การแพทย์ ผู้บริโภค และวิสัยทัศน์ ในฐานะหุ้นส่วนชั้นนำด้านการบริหารทรัพยากรแรงงานในอินเดีย สิงคโปร์ ญี่ปุ่น จีน มาเลเซีย ฮ่องกง เวียดนาม เกาหลีใต้ ไต้หวัน อินโดนีเซีย ไทย และฟิลิปปินส์
"สภาพแวดล้อมทางกฎเกณฑ์ที่หลากหลายและการขาดแคลนบุคลากรระดับหัวกะทิในเอเชียแปซิฟิก ถือเป็นอุปสรรคสำคัญที่ฉุดรั้งการเจริญเติบโตของบริษัทบางแห่งในภูมิภาคดังกล่าว" Rebecca Henderson ซีอีโอของ Randstad Sourceright กล่าว "ดังนั้น Johnson & Johnson จึงมุ่งมั่นที่จะวางกลยุทธ์การจ้างงานในเชิงสร้างสรรค์อยู่เสมอ และได้ยอมรับในคุณค่าที่โมเดล MSP มอบให้ในด้านสภาพแวดล้อมการจ้างงานตามที่ต้องการ เราตั้งตาคอยที่จะนำความรู้และประสบการณ์อันกว้างขวางของเราในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมาช่วยผลักดัน Johnson & Johnson ให้บรรลุเป้าหมายในด้านการว่าจ้างอย่างมีประสิทธิภาพ
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโซลูชั่น MSP ของ Randstad Sourceright ได้ที่ https://www.randstadsourceright.com/our-solutions/managed-services-programs-msp/
เกี่ยวกับ Randstad Sourceright
Randstad Sourceright คือผู้นำโซลูชั่นด้านทรัพยากรบุคคลระดับหัวกะทิของโลก บริษัทช่วยขับเคลื่อนกลยุทธ์การพัฒนาทักษะแรงงานและการบริหารจัดการทุนมนุษย์ให้กับนายจ้างที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลกหลายราย นอกจากนี้ยังช่วยให้บริษัทเหล่านี้สามารถค้นพบและพัฒนาโมเดล "Human Intelligence Advantage" โดยการมอบประโยชน์ที่แท้จริงจากกลยุทธ์การสรรหาบุคลากรที่มีความเป็นเลิศของพวกเขา
ในฐานะบริษัทในเครือของ Randstad Holding ซึ่งเป็นผู้ให้บริการด้าน HR ระดับโลกและมีมูลค่า 2.07 หมื่นล้านยูโรนั้น Randstad Sourceright มีเป้าหมายสำคัญสำหรับผู้เชี่ยวชาญและผู้นำทั่วโลกในการเดินหน้าสร้างและพัฒนาโซลูชั่นให้กับบริษัทจัดหางาน (RPO) โครงการช่วยบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล (MSP) และโซลูชั่นจัดสรรบุคลากรระดับหัวกะทิแบบครบวงจร อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.randstadsourceright.com
เกี่ยวกับ Johnson & Johnson
ห่วงใยโลก ห่วงใยทุกคน...เป็นปณิธานที่สร้างแรงบันดาลใจและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในหมู่พนักงานของ Johnson & Johnson เราให้ความสำคัญกับการวิจัยและวิทยาศาสตร์ ด้วยการนำเสนอแนวคิด ผลิตภัณฑ์ และบริการใหม่ๆ เพื่อพัฒนาสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของทุกคน พนักงานกว่า 126,400 คนในเครือบริษัท Johnson & Johnson กว่า 230 แห่ง ทำงานร่วมกับพันธมิตรด้านการดูแลสุขภาพมากมาย เพื่อเข้าถึงชีวิตของผู้คนกว่า 1 พันล้านคนทั่วโลกทุกวัน
[1] องค์การอนามัยโลก
Subscribe to:
Posts (Atom)

