Tuesday, November 10, 2015

สถาบันการทูตแห่งเอมิเรตส์แต่งตั้ง แบร์นาดีโน เลโอน โกรส ผู้แทนพิเศษยูเอ็น เป็นผู้อำนวยการใหญ่คนแรกของสถาบัน

          - การแต่งตั้งนี้เน้นย้ำถึงจุดมุ่งหมายของสถาบันฯ ในการให้บริการฝึกอบรมด้านการทูตระดับเวิลด์คลาสแก่นักเรียนชาวเอมิเรตส์
          - "การพัฒนาบุคลากรการทูตรุ่นต่อไปของเอมิเรตส์ถือเป็นแก่นสำคัญในการสนับสนุนเป้าหมายต่างๆ ตามนโยบายต่างประเทศของเรา" เชค อับดุลลาห์ กล่าว
          - เชค อับดุลลาห์ กล่าวว่า ทางสถาบันฯ มีบทบาทสำคัญในการจัดฝึกอบรม ดำเนินการวิจัย และมอบความเป็นเลิศทางวิชาการ เพื่อสร้างนักการทูตของเอมิเรตส์ในอนาคต

          วันนี้ สถาบันการทูตแห่งเอมิเรตส์ (Emirates Diplomatic Academy - EDA) ได้ประกาศแต่งตั้งนายแบร์นาดีโน เลโอน (Bernardino Leon) เป็นผู้อำนวยการใหญ่คนแรกของสถาบันฯ ซึ่งเป็นศูนย์ความเป็นเลิศด้านการทูตศึกษาชั้นนำของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) โดยนายเลโอนจะเข้าดำรงตำแหน่งในเดือนธันวาคม 2558


          นายเลโอนเป็นนักการทูตอาชีพ ด้วยประสบการณ์ในระดับนานาชาติที่สั่งสมมานานกว่า 25 ปี โดยบทบาทล่าสุดของนายเลโอนคือ การเป็นผู้แทนพิเศษของเลขาธิการใหญ่องค์การสหประชาชาติประจำลิเบีย ซึ่งเขาได้เข้ารับตำแหน่งดังกล่าวในปีที่ผ่านมา

          เชค อับดุลลาห์ บิน ซายิด อัล นะห์ยาน (HH Sheikh Abdullah bin Zayed Al Nahyan) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของยูเออี และประธานคณะกรรมการอำนวยการสถาบัน EDA กล่าวว่า "สถาบันการทูตแห่งเอมิเรตส์มีบทบาทสำคัญในการฝึกอบรม ดำเนินการวิจัย และมอบความเป็นเลิศทางวิชาการในระดับเวิลด์คลาสให้แก่บรรดาอนาคตนักการทูตของเรา ประสบการณ์และความเข้าใจในภูมิรัฐศาสตร์โลกอย่างลึกซึ้งของคุณเลโอนจะเป็นทรัพยากรอันมั่งคั่งสำหรับนักการทูตรุ่นใหม่ของเรา"

          คณะทูตานุทูตของยูเออีถือเป็นเสาหลักในการประสานความร่วมมือกับต่างประเทศ รักษาผลประโยชน์ของชาติ และสนับสนุนวิสัยทัศน์ความผู้นำของเราให้เป็นที่ประจักษ์บนเวทีโลก การพัฒนาบุคลากรการทูตรุ่นต่อไปของเอมิตเรตส์ถือเป็นหัวใจในการสนับสนุนเป้าหมายต่างๆตามนโยบายต่างประเทศ และเป็นการสร้างความเชื่อมั่นว่า เสียงของชาติเราจะถูกรับฟังในขณะที่เราเดินหน้าส่งเสริมสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค

          นายเลโอนเป็นชาวสเปน เขามีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในด้านการเมืองระดับโลก การทูต และการต่างประเทศ นายเลโอนได้ปฏิบัติงานอย่างกว้างขวางในตะวันออกกลาง ซึ่งรวมถึงการมีบทบาทสำคัญในคณะผู้แทนสหภาพยุโรปในการติดตามและสนับสนุนการเจรจาที่ตาบา ตลอดจนสนธิสัญญาฮีบรอน สนธิสัญญาแม่น้ำไวย์ สนธิสัญญาแคมป์เดวิด และสนธิสัญญาเชพเพิร์ดทาวน์
 
          นอกจากนี้ นายเลโอนยังมีส่วนร่วมในการทำข้อตกลงเจนีวา อีกทั้งยังได้ปฏิบัติหน้าที่ใน Spanish Diplomatic Services ประจำกระทรวงการต่างประเทศของสหภาพยุโรป (European External Action Service) ที่จัดตั้งขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ในองค์การสหประชาชาติ และศูนย์ปฏิบัติการระหว่างประเทศอีกหลายแห่ง นายเลโอนปฏิบัติงานในด้านการเมืองและเศรษฐกิจอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะการดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่อาวุโส (Sherpa) กลุ่มประเทศ G20 นอกจากนี้ นายเลโอนยังปฏิบัติหน้าที่อย่างโดดเด่นในด้านการทูตเชิงวัฒนธรรม

          ด้วยบทบาทผู้อำนวยการใหญ่ นายเลโอนจะทำงานร่วมกับคณะกรรมการอำนวยการสถาบัน EDA เพื่อกำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์ของสถาบันฯ ในการเป็นผู้นำทางความคิดในแวดวงการทูตศึกษา นายเลโอนจะทำหน้าที่เป็นหัวหน้าคณะผู้เชี่ยวชาญของ EDA ในการกำหนดมาตรฐานสูงสุดด้านการศึกษาและความสามารถทางการทูต เพื่อผลิตนักการทูตเอมิเรตส์รุ่นใหม่ที่ผ่านการอบรมจากสถาบันฯ นอกจากนี้ การแต่งตั้งนายเลโอนดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่ในครั้งนี้ยังจะช่วยยกระดับสถานะของ EDA ให้เป็นสถาบันทางการทูตชั้นนำที่ให้ความรู้ความเข้าใจเชิงลึกและกำหนดทิศทางนโยบายที่สำคัญเกี่ยวกับประเด็นระดับภูมิภาคและระดับโลก

          นายเลโอนได้กล่าวถึงบทบาทใหม่ของเขาว่า "ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เข้ารับตำแหน่งใหม่นี้ และมุ่งหวังที่จะได้สร้างปฏิสัมพันธ์กับชาวเอมิเรตส์รุ่นใหม่ และร่วมงานกับเหล่าคณาจารย์ ตลอดจนทีมวิจัยและฝึกอบรมมากประสบการณ์ เพื่อทำให้ EDA เป็นที่พูดถึงในแวดวงการทูตศึกษา EDA ถือเป็นโครงการบุกเบิกของรัฐบาลยูเออีอย่างแท้จริง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบ่มเพาะบุคลากรรุ่นใหม่ในแวดวงการทูตและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แผนงานทางวิชาการและการวิจัยระดับโลกของทางสถาบันฯ ได้ต่อยอดมาจากหลักสูตรวิชาและแนวการวิจัยต่างๆ ที่สอดคล้องกับความโดดเด่นที่กำลังขยายตัวเพิ่มขึ้นของยูเออีในด้านกิจการระดับภูมิภาคและกิจการระหว่างประเทศ

          นายเลโอนเน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของ EDA ในการพัฒนาเหล่าอนาคตนักการทูตของประเทศและความเป็นผู้นำความคิดเชิงนโยบายต่างประเทศว่า "ทางสถาบันฯ เป็นผู้หล่อหลอมกลุ่มบุคลากรรุ่นใหม่มากความสามารถ ซึ่งมีศักยภาพที่จะก้าวเข้าสู่เส้นทางการทูต ด้วยความรู้ความเข้าใจอย่างล้ำลึกในเรื่องของการเมืองและกิจการต่างประเทศ การริเริ่มโครงการฝึกอบรมที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลเช่นนี้จะเปิดโอกาสให้ยูเออีบรรลุผลสำเร็จในด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้อย่างยิ่งใหญ่กว่าที่เคย"

          นายเลโอนเป็นนักการทูตอาชีพที่มีชื่อเสียง โดยเขาได้สานความสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องกับรัฐบาลและผู้ถือผลประโยชน์หลากหลายกลุ่มในยุโรป ซาอุดิอาระเบีย อียิปต์ จอร์แดน เลบานอน ซีเรีย ปาเลสไตน์ ตูนิเซีย และอีกหลายประเทศ เขตอิทธิพลของเขาครอบคลุมทั้งในเรื่องของการทูตเชิงเศรษฐกิจ การสื่อสารข้ามวัฒนธรรม ความมั่นคง พลังงาน และการย้ายถิ่น

          นายเลโอนเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการเจรจาครั้งสำคัญในลิเบีย อียิปต์ และตูนีเซีย ซึ่งช่วยส่งเสริมค่านิยมอาหรับ และตอกย้ำถึงความจำเป็นในการอดกลั้นและสร้างความรู้ความเข้าใจในวัฒนธรรม การให้ความเคารพต่อค่านิยมอาหรับและค้ำจุนการสื่อสารข้ามวัฒนธรรมที่เขาได้ทุ่มเทตลอดมานั้น มีส่วนสำคัญต่อการเปิดตัว Vienna Centre for Dialogue between Religions รวมถึงการก่อตั้งศูนย์ Three Cultures เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างโมร็อกโกและสเปน

          นายเลโอนสำเร็จการศึกษาระดับอนุปริญญาสาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจาก University of Barcelona และระดับปริญญาในสาขากฎหมายจาก University of Malaga ประเทศสเปน เขาเขียนและแปลหนังสือหลายเล่ม อีกทั้งเป็นผู้บรรยายตามมหาวิทยาลัยทั่วโลก และยังได้รับรางวัลระดับนานาชาติมาแล้วกว่า 20 รางวัลจากผลงานด้านการทูตของเขา


          เกี่ยวกับสถาบันการทูตแห่งเอมิเรตส์:
          สถาบันการทูตแห่งเอมิเรตส์ (Emirates Diplomatic Academy - EDA) จัดตั้งขึ้นตามพระราชกฤษฎีกาคณะรัฐมนตรีฉบับที่ 29 ประจำปี 2557 เพื่อเป็นศูนย์บุกเบิกทางวิชาการและการวิจัยแบบบูรณาการ ด้วยจุดประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ด้านนโยบายต่างประเทศของยูเออี

          คณะกรรมการอำนวยการของ EDA ประกอบไปด้วยผู้นำที่มีชื่อเสียงจากหน่วยงานภาครัฐ แวดวงวิชาการ และภาคอุตสาหกรรม โดยคณะกรรมการฯ มีหน้าที่กำกับดูแลการดำเนินงานของสถาบันฯ ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์การก่อตั้ง พร้อมดำรงไว้ซึ่งบูรณภาพและทรัพยากรทางการเงินของสถาบันฯ เพื่อบรรลุเป้าหมายในปัจจุบันและอนาคตต่อไป

          EDA ตั้งเป้าที่จะสร้างฐานความรู้อันกว้างขวางในสาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและทางการทูต พร้อมให้การสนับสนุนทางเทคนิคและการให้คำปรึกษาแก่หน่วยงานภาครัฐของยูเออี และเสริมสร้างความร่วมมือกับศูนย์อบรมและมหาวิทยาลัยชั้นนำ เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และหลักปฏิบัติที่ดี

          ขอบข่ายการดำเนินงานหลักของ EDA นั้นมีความเชื่อมโยงระหว่างกัน โดยกิจกรรมในขอบข่ายหนึ่งจะมีส่วนสนับสนุนกิจกรรมด้านอื่นๆ เพื่อก่อให้เกิดสมดุลและการทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี

          1. วิชาการและการวิจัย

          - นักศึกษาเข้ารับการอบรมในหลักสูตรที่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษ ซึ่งผสมผสานบริบททั้งในยูเออีและภูมิภาค ควบคู่กับการวิจัยของ EDA

          - คณาจารย์ของ EDA เข้าร่วมโครงการวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนโดยนักวิชาการแลกเปลี่ยนจากตะวันออกกลางและความร่วมมือจากภาคสถาบัน

          2. วิชาการและการศึกษาระดับผู้บริหาร

          - นักศึกษาได้รับประโยชน์จากหลักสูตรผู้บริหารของ EDA

          - นักศึกษาหลักสูตรการทูตมีโอกาสสานความร่วมมือและสร้างเครือข่ายอาชีพ (เช่น โครงการบูรณาการ (Capstone))

          3. การวิจัยและการศึกษาระดับผู้บริหาร

          - คณะนักวิจัยออกแบบหลักสูตรการฝึกอบรมด้วยเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับยูเออี

          - คณะนักวิจัยสามารถเข้าถึงกลุ่มนักศึกษาเพื่อดำเนินการวิจัย (จัดสนทนากลุ่ม สำรวจความคิดเห็น และอื่นๆ)

          สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ EDA สามารถรับชมได้ที่ http://www.eda.ac.ae

          สื่อมวลชนติดต่อสอบถามได้ที่:
          Nedal Al Asaad จาก ASDA'A Burson-Marsteller
          โทร. +971-4-450-7600
          อีเมล: Nedal.alasaad@bm.com

          ที่มา: สถาบันการทูตแห่งเอมิเรตส์

No comments:

Post a Comment