ผลวิจัยเผยให้เห็นว่า อิทธิพลและความน่าดึงดู ดใจของเทคโนโลยีสมาร์ทโฮมมีระดั บที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ
ผลวิจัยล่าสุดของ GfK เผยให้เห็นว่า ผู้บริโภคส่วนใหญ่ในจีนเชื่อว่ าเทคโนโลยีสมาร์ทโฮมจะเข้ามามี อิทธิพลต่อชีวิตในอนาคตอันใกล้ นี้ คิดเป็นสัดส่วนพอๆกับการชำระเงิ นผ่านมือถือ และมากกว่าเทคโนโลยีสวมใส่ (wearable technology) แต่ในญี่ปุ่นมีผู้บริโภคเพียง 1 ใน 5 ที่คิดว่าเทคโนโลยีสมาร์ ทโฮมจะเข้ามามีอิทธิพลในชีวิต และคิดว่าการชำระเงินผ่านมือถื อจะมีอิทธิพลมากกว่าเยอะ ส่วนในเกาหลีใต้นั้น ผู้บริโภคครึ่งหนึ่งคิดว่ าเทคโนโลยีสมาร์ทโฮมจะเข้ามามี อิทธิพลต่อชีวิต
ผลลัพธ์ข้างต้นได้จากการสำรวจผู ้บริโภคใน 7 ประเทศ ด้วยการตั้งคำถามกับผู้บริโภคว่ า ในบรรดาเทคโนโลยีสุดล้ำสมัย 11 เทคโนโลยี มีเทคโนโลยีใดบ้างที่ผู้บริ โภคเชื่อว่าจะเข้ามามีอิทธิพลต่ อชีวิตภายในไม่กี่ปีข้างหน้า โดยมีให้เลือกตั้งแต่เทคโนโลยี การพิมพ์ 3 มิติ เทคโนโลยี augmented/virtual reality ไปจนถึง Internet of Things ซึ่งผู้บริโภคสามารถเลือกตอบกี่ เทคโนโลยีก็ได้
จีน: สนใจและหลงใหลเทคโนโลยีสมาร์ ทโฮม
ในประเทศจีน ผู้บริโภค 96% ที่ตอบแบบสอบถามระบุว่าพอเข้ าใจคอนเซปต์ของเทคโนโลยีสมาร์ ทโฮม และ 82% ยืนยันว่ามีความรู้เกี่ยวกั บเทคโนโลยีนี้ระดับหนึ่ง ด้วยเหตุนี้ จีนจึงเป็นตลาดที่รับรู้ข้อมู ลเกี่ยวกับเทคโนโลยีสมาร์ ทโฮมมากที่สุดแห่งหนึ่ง นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี สำหรับบรรดาผู้ผลิตและผู้ค้า
ขณะเดียวกัน ผู้ตอบแบบสอบถาม 75% ในจีนคาดว่าเทคโนโลยีนี้จะเข้ ามามีอิทธิพลต่อชีวิตในอีกไม่กี ่ปีข้างหน้า ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยรวมทุ กประเทศที่เกินครึ่งมาเพียงเล็ กน้อย เทคโนโลยีสมาร์ทโฮมจึงอยู่ ในระดับเดียวกับการชำระเงินผ่ านมือถือ (74%) ในแง่ของอิทธิพลต่อชีวิต ทั้งยังอยู่ในระดับที่สูงกว่ าเทคโนโลยีสวมใส่ (59%) และคลาวด์คอมพิวติ้ง (51%)
สำหรับอุปกรณ์สมาร์ทโฮมที่ผู้ บริโภคชาวจีนให้ความสนใจนั้น ผลสำรวจเผยให้เห็นว่าอุปกรณ์ทุ กประเภทได้คะแนนสูงกว่าค่าเฉลี่ ยรวมของทุกประเทศ โดยอุปกรณ์ "รักษาความปลอดภัยและควบคุม" และอุปกรณ์ "ความบันเทิงและการเชื่อมต่อ" ได้รับความสนใจสูงสุดเท่ากัน (63%) ตามมาติดๆด้วยอุปกรณ์ "ตรวจสุขภาพ" (62%) "เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ" (61%)รวมถึงอุปกรณ์ "ส่องสว่างและให้พลังงาน" (60%)
ญี่ปุ่น: มีแค่ 1 ใน 5 ที่คิดว่าเทคโนโลยีสมาร์ ทโฮมจะเข้ามามีอิทธิพลในชีวิต
ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ตอบรั บเทคโนโลยีสมาร์ทโฮมน้อยที่สุ ดในการวิจัยนี้ โดยผู้บริโภคที่พอเข้ าใจคอนเซปต์ของสมาร์ทโฮมมีเพียง 53% ส่วนคนที่มีความรู้ในเรื่องนี้ มีเพียง 30%
นอกจากนี้ มีผู้บริโภคเพียง 1 ใน 5 (19%) เท่านั้นที่เชื่อว่าเทคโนโลยี สมาร์ทโฮมจะเข้ามามีอิทธิพลต่ อชีวิตในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ขณะที่ผู้บริโภค 37% เชื่อว่าการชำระเงินผ่านมือถื อจะเข้ามามีอิทธิพลต่อชีวิต 22% เชื่อว่าเป็นคลาวด์คอมพิวติ้ง และ 20% เชื่อว่าเป็นเทคโนโลยีสวมใส่
เมื่อมีการสอบถามความสนใจในอุ ปกรณ์สมาร์ทโฮมประเภทต่างๆ พบว่า ผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นสนใจอุปกรณ์ "รักษาความปลอดภัยและควบคุม" มากที่สุด (31%) ตามมาด้วยอุปกรณ์ "ตรวจสุขภาพ" (25%) ในขณะที่อุปกรณ์ "ส่องสว่างและให้พลังงาน" ได้รับคะแนนเท่ากับ "เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ" (24% ทั้งคู่)
เกาหลีใต้: ผู้บริโภคครึ่งหนึ่งเชื่อว่ าเทคโนโลยีสมาร์ทโฮมจะเข้ามามี อิทธิพลต่อชีวิต
ผู้บริโภคเกาหลีใต้ 88% มีความเข้าใจในคอนเซปต์ของสมาร์ ทโฮม และ 62% ระบุว่ามีความรู้ระดับหนึ่งเกี่ ยวกับเทคโนโลยีนี้
นอกจากนี้ ผู้บริโภคเกินครึ่ง (56%) เชื่อว่าเทคโนโลยีสมาร์ ทโฮมจะเข้ามามีอิทธิพลต่อชีวิต ซึ่งสูงกว่าเทคโนโลยีการชำระเงิ นผ่านมือถือ (54%) และรถยนต์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต(50%) อย่างไรก็ดี เทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมสู งสุดในเกาหลีใต้คือเทคโนโลยี การพิมพ์ 3 มิติ (62%)
ส่วนอุปกรณ์สมาร์ทโฮมที่ได้รั บความนิยมสูงสุดในเกาหลีใต้คื ออุปกรณ์ "รักษาความปลอดภัยและควบคุม" (54%) ตามมาด้วยอุปกรณ์ "ส่องสว่างและให้พลังงาน" (44%) อุปกรณ์ "ตรวจสุขภาพ" (42%) และ "เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ" (40%)
อุปสรรคในการใช้เทคโนโลยีสมาร์ ทโฮม
จากการวิจัยใน 7 ประเทศพบว่า อุปสรรคสำคัญในการนำเทคโนโลยี สมาร์ทโฮมมาใช้ก็คือ “ราคา” โดยผู้ตอบแบบสำรวจราว 1 ใน 3 พูดถึงประเด็นนี้ ขณะเดียวกัน 1 ใน 4 ก็มีความกังวลในเรื่องความเป็ นส่วนตัว (เช่น บ้านจะโดนแฮกข้อมูลหรือไม่) ซึ่งประเทศในเอเชียกังวลในเรื่ องเหล่านี้เหมือนกันทั้งหมด
ผู้บริโภคเกาหลีใต้มีความกั งวลเรื่องราคาของเทคโนโลยีสมาร์ ทโฮมมากที่สุด (30%) ตามมาติดๆด้วยจีน (29%) ในขณะที่ชาวญี่ปุ่นมีความกั งวลด้านราคาน้อยกว่านิดหน่อย (25%)
จีนเป็นประเทศที่มีความวิตกเกี่ ยวกับประเด็นความเป็นส่วนตัวสู งสุด (27%) ตามมาด้วยเกาหลีใต้ (24%) และ ญี่ปุ่น (18%)
รานจ์ เดล หัวหน้าฝ่ายวิจัยเทคโนโลยีของ GfK ในสหราชอาณาจักร และผู้จัดการการวิจัยครั้งนี้ แสดงความคิดเห็นว่า "เราจะเห็นได้ว่า แต่ละชาติมีความเห็นแตกต่างกั นเกี่ยวกับอิทธิพลของเทคโนโลยี สมาร์ทโฮม รวมถึงความสนใจในการใช้ เทคโนโลยีนี้ โดยแต่ละประเทศล้วนมีมุ มมองและความต้องการที่แตกต่างกั น งานวิจัยของเราจะช่วยให้ลูกค้ าเข้าใจถึงโอกาสของเทคโนโลยี สมาร์ทโฮมในตลาดแต่ละแห่ งและนำวิธีของตนมาปรับใช้ได้อย่ างเหมาะสม"
เกี่ยวกับการสำรวจ
GfK ได้ทำการสัมภาษณ์ผู้ใหญ่ที่มี อายุมากกว่า 16 ปีกว่า 1,000 คนในเยอรมนี สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา บราซิล เกาหลีใต้ จีน และญี่ปุ่น โดยทำการสัมภาษณ์ผ่านทางออนไลน์ ทั้งนี้ ผู้ตอบแบบสอบถามเป็นเหมือนตั วแทนของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในแต่ ละประเทศ โดยการสำรวจมีขึ้นในเดือนกั นยายนและตุลาคม 2558
ที่มา: GfK
No comments:
Post a Comment