- เอฟเอ็มซี จะซื้อธุรกิจอารักขาพืชบางส่วนของดูปองท์ ตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมาธิการยุโรป ซึ่งกำหนดให้มีการขายธุรกิจดังกล่าว สืบเนื่องจากควบรวมกิจการของดูปองท์กับบริษัท ดาว เคมิคอล
- ดูปองท์ จะซื้อธุรกิจสุขภาพและโภชนาการของเอฟเอ็มซี
- เอฟเอ็มซี จะซื้อธุรกิจของดูปองท์ด้วยเงินสด 1.2 พันล้านดอลลาร์
- ข้อตกลงซื้อขายธุรกิจเหล่านี้จะหนุนให้กำไรต่อหุ้นของเอฟเอ็มซีปรับตัวเพิ่มขึ้นทันที เมื่อการทำธุรกรรมเสร็จสิ้น(1)
เอฟเอ็มซี คอร์ปอเรชั่น (FMC Corporation) (NYSE: FMC) และดูปองท์ (DuPont) (NYSE: DD) ประกาศลงนามในข้อตกลงขั้นสุดท้าย ซึ่งระบุว่า เอฟเอ็มซี จะซื้อธุรกิจอารักขาพืช (DuPont's Crop Protection) บางส่วนของดูปองท์ ตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมาธิการยุโรปซึ่งกำหนดให้ดูปองท์ต้องขายธุรกิจดังกล่าว สืบเนื่องจากการควบรวมกับบริษัท ดาว เคมิคอล (The Dow Chemical Company) ขณะที่ดูปองท์จะซื้อธุรกิจสุขภาพและโภชนาการของเอฟเอ็มซี (FMC Health and Nutrition) และรับเงินสด 1.2 พันล้านดอลลาร์ โดยเอฟเอ็มซี จะเป็นเจ้าของธุรกิจยาฆ่าศัตรูพืชประเภทปากกัดกิน และยากำจัดวัชพืชใบกว้างสำหรับธัญพืช รวมทั้งจะเป็นเจ้าของศักยภาพการวิจัยและพัฒนาด้านการอารักขาพืชทั่วโลกของดูปองท์ในสัดส่วนที่มีนัยสำคัญ เอฟเอ็มซีคาดการณ์ว่า ธุรกิจที่ซื้อเข้ามานี้จะสร้างรายได้ประมาณ 1.5 พันล้านดอลลาร์ และมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อม และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) 475 ล้านดอลลาร์(2) ในปี 2560
หลังข้อตกลงซื้อกิจการเสร็จสิ้น ธุรกิจโซลูชั่นการเกษตรของเอฟเอ็มซี (FMC Agricultural Solutions) จะกลายเป็นบริษัทสารอารักขาพืชที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 5 ของโลกในแง่ของรายได้ โดยคาดว่าจะมีรายได้ต่อปีประมาณ 3.8 พันล้านดอลลาร์
"นี่ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญสำหรับเอฟเอ็มซี โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อธุรกิจโซลูชั่นการเกษตรของเรา" ปิแอร์ บรอนโดว์ ประธาน ซีอีโอ และประธานกรรมการของเอฟเอ็มซี กล่าว "การรวมตัวกันระหว่างผลิตภัณฑ์ชั้นนำในตลาดจากธุรกิจอารักขาพืชของดูปองท์ กับศักยภาพด้านการวิจัยและพัฒนาระดับเวิลด์คลาสนั้น จะช่วยพลิกโฉมธุรกิจโซลูชั่นการเกษตรของเรา ให้กลายเป็นบริษัทเทคโนโลยีการเกษตรระดับ tier-one"
"อุตสาหกรรมอารักขาพืชกำลังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ดังเห็นได้จากการควบรวมกิจการที่กำลังเกิดขึ้นนี้ และเพื่อให้สามารถตอบรับกับความต้องการของลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง เอฟเอ็มซี จึงจำเป็นต้องมอบทางเลือกที่มากขึ้นต่อเกษตรกรที่กำลังมองหาโซลูชั่นใหม่ๆ เพื่อช่วยปกป้องพืชผลและเพิ่มผลผลิต เอฟเอ็มซีจะผสานผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง รวมถึงศักยภาพในการวิจัยและพัฒนาเหล่านี้ เข้ากับกลุ่มผลิตภัณฑ์ กระบวนการทำงาน และความเชี่ยวชาญในการคิดค้นสูตรที่เรามีอยู่แล้ว ซึ่งจะช่วยให้บริษัทสามารถรองรับความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น พร้อมเร่งการสร้างสรรค์โซลูชั่นใหม่ๆ ป้อนตลาดต่อไป" บรอนโดว์ กล่าว "ส่วนการขายธุรกิจสุขภาพและโภชนาการของเรานั้น จะเปิดโอกาสให้เราสามารถรักษาความแข็งแกร่งของงบดุล และทำให้มั่นใจว่า เราสามารถเดินหน้าลงทุนเพื่อส่งเสริมธุรกิจทั้ง โซลูชั่นการเกษตร และธุรกิจลิเธียมให้เติบโตต่อไป"
การซื้อธุรกิจอารักขาพืช
ธุรกิจอารักขาพืชของดูปองท์ที่กำลังจะถูกซื้อบางส่วนนั้น ครอบคลุมรายการผลิตภัณฑ์ยาฆ่าแมลงชนิดเลือกทำลายชั้นแนวหน้าของอุตสาหกรรม ทั้ง Rynaxypyr(R), Cyazypyr(R) และ Indoxacarb โดยผลิตภัณฑ์ 2 รายการแรกนั้นได้รับการคุ้มครองสิทธิบัตรอย่างสมบูรณ์สำหรับสารออกฤทธิ์ที่ใช้ ทั้งนี้ เอฟเอ็มซี คาดการณ์ว่า ผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะสร้างรายได้ได้กว่า 1 พันล้านดอลลาร์ในปี 2560 โดยผลิตภัณฑ์ยาฆ่าแมลงชนิดเลือกทำลายเหล่านี้ ช่วยเติมเต็มรายการผลิตภัณฑ์ของเอฟเอ็มซีที่เดิมมีเพียงยาฆ่าแมลงชนิดออกฤทธิ์กว้าง
นอกจากนี้ ธุรกิจที่จะถูกซื้อยังรวมถึงผลิตภัณฑ์ยากำจัดวัชพืชใบกว้างสำหรับธัญพืชของดูปองท์ ครอบคลุมสารออกฤทธิ์ 9 ชนิด และผลิตภัณฑ์สูตรสำเร็จหลายรายการ ยากำจัดวัชพืชนี้มาพร้อมกับแบรนด์ที่มีความแข็งแกร่งและได้รับการยอมรับ เช่นเดียวกับเทคโนโลยี PrecisionPac(R) เอกสิทธิ์ของดูปองท์ ผลิตภัณฑ์เหล่านี้มอบความหลากหลายให้กับตระกูลยากำจัดวัชพืชของเอฟเอ็มซี พร้อมปรับเพิ่มสมดุลระหว่างการใช้ยากำจัดวัชพืชชนิดคุมก่อนงอก (pre-emergent) และชนิดฆ่าหลังงอก (post-emergent) ในตระกูลผลิตภัณฑ์ของเอฟเอ็มซี
การกระจายตัวของรายได้ในทางภูมิศาสตร์สำหรับตระกูลผลิตภัณฑ์นี้ จะส่งผลให้เอฟเอ็มซี มีบทบาทมากขึ้นในเอเชียและยุโรป โดยหลังการซื้อกิจการสิ้นสุดลง รายได้จากธุรกิจอารักขาพืชของเอฟเอ็มซี จะกระจายตัวอย่างทัดเทียมกันทั่ว 4 ภูมิภาคหลักอย่างอเมริกาเหนือ ลาตินอเมริกา ยุโรป และเอเชีย
ในส่วนของทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ที่จะซื้อเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นสิทธิบัตร รายการจดทะเบียน และข้อมูลต่างๆ จะโอนให้เป็นของเอฟเอ็มซี โดยเอฟเอ็มซีจะเป็นเจ้าของเครือข่ายการผลิตระดับโลก เพื่อให้สามารถรองรับผลิตภัณฑ์เหล่านี้ได้อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งรวมถึงศูนย์การผลิตสารออกฤทธิ์ 4 แห่ง และโรงงานกำหนดสูตรระดับภูมิภาคอีก 10 แห่ง
การซื้อธุรกิจครั้งนี้จะรวมถึงองค์กรค้นคว้าและพัฒนาระดับเวิลด์คลาสของดูปองท์ ซึ่งประกอบด้วยสำนักงานใหญ่ฝ่ายวิจัยด้านการอารักขาพืชที่รัฐเดลาแวร์ ห้องปฏิบัติการเพื่อการพัฒนาระดับภูมิภาค 14 แห่ง ตลอดจนศูนย์ควบคุมการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง ปัจจุบัน องค์กรดังกล่าวกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาสารออกฤทธิ์สังเคราะห์ 15 ชนิด ครอบคลุมยาฆ่าแมลง ยากำจัดวัชพืช และสารกำจัดเชื้อรา และยังมีคลังสารประกอบสังเคราะห์มากถึง 1.8 ล้านชนิด ทั้งนี้ ดูปองท์ จะโอนทีมบุคลากรผู้ดำเนินการวิจัยด้านการอารักขาพืชส่วนใหญ่ให้กับเอฟเอ็มซีตามข้อตกลงนี้
การขายธุรกิจสุขภาพและโภชนาการของเอฟเอ็มซี
ธุรกิจสุขภาพและโภชนาการของเอฟเอ็มซี (FMC Health and Nutrition) จะกลายเป็นส่วนหนึ่งในธุรกิจโภชนาการและสุขภาพของดูปองท์ (DuPont's Nutrition & Health)
"ธุรกิจสุขภาพและโภชนาการของเอฟเอ็มซีเป็นธุรกิจที่ทำกำไรได้ดีมาก โดยผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่เป็นผู้นำในหลายๆตลาด บริษัทมีความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในเรื่องการประยุกต์ใช้งาน ทั้งยังมีเครือข่ายห้องปฏิบัติการและศูนย์การผลิตกระจายตัวอยู่ทั่วโลกด้วย ธุรกิจของเราจะเป็นส่วนเติมเต็มอย่างดีต่อธุรกิจปัจจุบันของดูปองท์ เรามั่นใจว่า ธุรกิจนี้จะประสบความสำเร็จภายใต้การนำของดูปองท์ และจะมีบทบาทสำคัญต่อความสำเร็จในธุรกิจโภชนาการและสุขภาพของดูปองท์ต่อไป" บรอนโดว์ กล่าว

No comments:
Post a Comment