Friday, August 30, 2019

UNISOC เปิดตัว Tiger T710 แพลตฟอร์มเอดจ์คอมพิวติ้ง AI ศักยภาพสูง

          ในฐานะซัพพลายเออร์ชั้นนำระดับโลกด้านชิปเซ็ตการสื่อสารผ่านมือถือและชิปเซ็ต IoT วันนี้ UNISOC ได้ประกาศเปิดตัวแพลตฟอร์มเอดจ์คอมพิวติ้ง AI ตัวใหม่ภายใต้ชื่อ Tiger T710 ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ครอบคลุมการใช้งาน AI ในภาคอุตสาหกรรม การพาณิชย์ การแพทย์ บ้าน และการศึกษา โดยแพลตฟอร์มตัวใหม่นี้จะช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านจากสังคมอุตสาหกรรมดั้งเดิมสู่สังคมอัจฉริยะ

          แพลตฟอร์ม Tiger T710 เป็นโซลูชั่น AI พันธุ์ใหม่ของ UNISOC มาพร้อมกับสถาปัตยกรรมแบบ Octa-core ที่ประกอบด้วยหน่วยประมวลผล 2.0GHz ARM Cortex-A75 จำนวน 4 ตัว และ 1.8GHz ARM Cortex-A55 อีก 4 ตัว ด้วยการใช้สถาปัตยกรรมชิปเจเนอเรชั่นใหม่ UNISOC Tiger T710 จึงมีการประมวลผลที่ทรงพลัง อีกทั้งยังประหยัดพลังงาน และลดระยะเวลาการพัฒนา

          UNISOC Tiger T710 เป็นแพลตฟอร์มชิปเซ็ตตัวแรกที่ใช้หน่วยประมวลผล NPU พร้อมสถาปัตยกรรม dual-core ลักษณะต่างชนิดในชิปอันเดียวกัน รองรับกรณีการใช้งานที่ซับซ้อนขึ้นอย่างต่อเนื่องและสอดรับกับความต้องการด้านขุมพลังคอมพิวติ้ง นอกจากนี้ UNISOC Tiger T710 เป็นผู้นำชิปด้วยคะแนนถึง 28,097 ในรายชื่อการทดสอบชิป AI Benchmark ซึ่งจัดทำโดย Swiss Federal Institute of Technology Zurich

          นอกเหนือไปจากสถาปัตยกรรมและขุมพลังคอมพิวติ้งอันทรงพลังแล้ว Tiger T710 ยังมีคุณสมบัติในการประหยัดพลังงานมากกว่าหรือเท่ากับ 2.5TOPS/W ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมถึง 30% นอกจากนี้ Tiger T710 ยังสนับสนุนกรอบการทำงานของ AI หลากหลายรูปแบบ อาทิ TensorFlow, TensorFlow Lite, Caffe และข้อมูล AI หลากหลายรูปแบบ ซึ่งรวมถึงการแบ่งนับ (INT4, INT8, INT16) และจุดลอยตัว (FP16) ด้วยการรองรับระบบ Android NNAPI โซลูชั่น Tiger T710 จึงมาพร้อมกับ SDK อันเป็นกรรมสิทธิ์ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพในการพัฒนาและใช้งาน AI ภายนอก

          UNISOC Tiger T710 เตรียมวางจำหน่ายทั่วโลกในปี 2563

          เกี่ยวกับ UNISOC

          UNISOC เป็นบริษัทเซมิคอนดักเตอร์แบบ fabless ชั้นนำในเครือของ Tsinghua Unigroup ที่มีความมุ่งมั่นในการวิจัยและพัฒนาชิปเซ็ตเพื่อรองรับการใช้งานด้านการสื่อสารเคลื่อนที่และ IoT ผลิตภัณฑ์ของบริษัทประกอบด้วยชิปเซ็ตที่รองรับมาตรฐานการสื่อสาร 2G/3G/4G/5G และโซลูชันชิปเซ็ตในด้าน IoT, RFFE, การเชื่อมต่อไวร์เลส, ความมั่นคง, โทรทัศน์ และอื่น ๆ บริษัทมีพนักงานราว 4,500 คน มีศูนย์วิจัยและพัฒนา 14 แห่ง และศูนย์บริการลูกค้า 7 แห่งทั่วโลก บริษัทมุ่งมั่นที่จะก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในสามซัพพลายเออร์ชิปเซ็ตมือถือที่ครองส่วนแบ่งในตลาดโลกมากที่สุด รวมถึงผู้ให้บริการชิปเซ็ตที่ใหญ่ที่สุดสำหรับอุปกรณ์ IoT และการเชื่อมต่อ ตลอดจนบริษัท 5G ชั้นนำของจีน รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.unisoc.com



No comments:

Post a Comment